รีวิว Sony UBP-X700 เครื่องเล่นบลูเรย์ความสามารถรอบด้าน ได้ทั้ง 4K HDR ได้ทั้ง Netflix, YouTube ซื้อทีเดียวจบ!

ในช่วงเวลาที่เทรนด์ของภาพแบบ 4K HDR กำลังเข้ามามีบทบาทในการรับชมภาพยนตร์ภายในบ้าน นอกจากทีวีของเราที่ต้องพร้อมใช้งานร่วมกับระบบดังกล่าวแล้ว เรายังต้องมีเครื่องเล่นแผ่นที่สามารถแสดงผลมันออกมาได้อย่างลื่นไหลอีกด้วย ซึ่งในตอนนี้เองก็หลงเหลืออยู่แค่ไม่กี่เจ้าหลังจากที่ยี่ห้อดังประกาศเลิกผลิตไป โดยการที่ผู้เล่นตัวหลักหายไปจากตลาด ส่งผลให้ผู้เล่นรายอื่นที่เคยหลบอยู่หลังฉากได้มีโอกาสโดดเด่นขึ้นมา ดังเช่น UBP-X700 เครื่องเล่นแผ่นขนาดมินิจาก Sony ตัวนี้

X700 ถือว่าเป็นเครื่องเล่นแผ่นบลูเรย์ที่รองรับการอ่านแผ่นความละเอียด 4K พร้อม HDR เครื่องแรกจากทาง Sony ที่วางจำหน่ายในบ้านเรา ซึ่งในตอนนี้ถือว่าเป็นรุ่นท็อปสุดรองรับการถอดรหัสระบบภาพและเสียงแทบทุกรูปแบบในปัจจุบัน ไม่เว้นแม้แต่ Dolby Vision ที่เพิ่งได้รับการอัปเกรดเฟิร์มแวร์ให้รองรับไปเมื่อไม่นานมานี้

รางวัล Best Value 4K Blu-ray Player Award ประจำปี 2018-2019
ฟีเจอร์เด่นของ Sony UBP-X700
- รองรับระบบเสียง Dolby Atmos และ DTS:X ผ่านการ bitstream
- รองรับการเชื่อมต่อผ่าน Wi-Fi
- มีช่อง HDMI สองช่องสำหรับแยกสัญญาณภาพและเสียง
- รองรับการใช้งาน YouTube และ Netflix แบบ 4K HDR
- พร้อมใช้งานกับระบบภาพแบบ HDR10 และ Dolby Vision (บนเฟิร์มแวร์ตัวล่าสุด)
- ไฟล์วิดีโอที่รองรับ: HEVC, Motion JPEG (.mov, .avi), MPEG-1 Video / PS (.mpg .MPEG, .mkv).VOB, .VRO, MPEG-2 Video / PS, TS ( .mpg.MPEG, .m2ts, .mts, .mkv).VOB, .VRO, MPEG-4 / AVC (.mov, 3gp, .3g2, .3gpp, .3gpp2, .flv), MPEG-4 AVC (.mkv, .mp4, .m4v, .m2ts, .mts), VC1 (.m2ts, .mts, .mkv), VP6, VP8, VP9, WMV9 (.wmv, .asf, .mkv), Xvid (.avi, .mkv), รูปแบบดิสก์ AVCHD
- ไฟล์เสียงที่รองรับ: AAC (.AAC, .mka), AIFF (.aiff, .aif), ALAC (.m4a), Dolby® Digital (.ac3, .mka), DSD – DSDIFF / DSD (.dff, .dsf), FLAC (.flac, .fla), HEAAC v.1 / v.2 / level2, LPCM (.mka), Mokey”s Audio, Vorbis, WMA10 Pro, WMA9 Standard (.WMA)
ราคาจำหน่าย 10,990 บาท
Design – การออกแบบ
แกะกล่องตัวเครื่องออกมาก็จะพบว่ามันเป็นเครื่องเล่นไซส์กระทัดรัด ขนาดประมาณแล็ปท็อป 13 นิ้ว แต่หนากว่านิดหน่อย ด้านหน้าปิดเรียบสนิทเป็นที่อยู่ของถาดใส่แผ่น, ปุ่มกด และช่องเสียบ USB


ถาดใส่แผ่นจะถูกดันออกมาเมื่อกดปุ่ม Eject

หน้าปัดด้านหน้าจะมีปุ่ม Eject ปุ่ม Power และช่องเสียบ USB
ด้านหลังคือแหล่งรวมช่องต่อต่าง ๆ โดยจะมีช่องเสียบ HDMI มาให้สองช่องในกรณีที่เราอยากจะแยกภาพและเสียงให้ไปออกคนละทาง ตัวอย่างเช่น เรามีซาวด์บาร์อยู่ แต่ซาวด์บาร์ของเรานั้นไม่ได้รองรับการส่งผ่านสัญญาณภาพแบบ 4K HDR เราก็สามารถเสียบเสียงให้ออกทางช่อง HDMI 2 ส่วนภาพเราก็ส่งตรงไปยังทีวีที่รองรับผ่านช่อง HDMI 1 ไป ไม่ต้องกลัวคุณภาพเสียงจะลดลง

HDMI สองช่องด้านหลัง โดย HDMI 1 จะส่งได้ทั้งภาพและเสียง ส่วน HDMI 2 จะได้แค่เสียงอย่างเดียว

รีโมทที่แถมมาให้มีขนาดเล็กและเป็นเลย์เอาต์เดิมที่ทาง Sony ยึดเป็นหลักใช้กับบรรดารีโมทเครื่องเสียงมาได้หลายปีแล้ว ซึ่งผมเองคิดว่ามันก็ใช้งานง่ายดีอยู่แล้ว ไม่น่าจะต้องปรับเปลี่ยนอะไรเพิ่ม แต่อย่าง X700 ตัวนี้สามารถใช้งาน Netflix ได้ เราก็เลยจะเห็นปุ่มลัดสำหรับเข้าใช้งานตัวใหญ่ ๆ เหมือนบนรีโมททีวีเพื่อให้เราเข้าไปดูซีรีส์ได้ในครั้งเดียว
Picture – ภาพ
มาถึงตรงนี้ตอนที่เปิดเครื่องครั้งแรก เราจะขออัปเกรดเฟิร์มแวร์ให้เป็นตัวล่าสุดเสียก่อน เนื่องจากมันจะปลดล็อคความสามารถในการรองรับระบบภาพ HDR ของ Dolby Vision ให้สามารถใช้งานได้

วิธีการใช้งาน Dolby Vision ค่อนข้างจะงงๆ เล็กน้อย คือเราต้องมาเปิดตัวเลือกนี้ให้เป็น On ไว้ก่อน จากนั้นตัวเครื่องถึงจะสามารถปล่อยสัญญาณภาพในฟอร์แมตดังกล่าวออกมาได้
อย่างไรก็ตามในปัจจุบันทีวีในบ้านเรามีเพียงไม่กี่รุ่นที่รองรับฟีเจอร์ดังกล่าว แม้กระทั่งทีวีจาก Sony เองก็มีเพียง OLED รุ่น A1 ดังนั้นผมจึงจะไม่ขอลงลึกในการทดสอบด้วยการแสดงผลภาพดังกล่าวครับผม อย่างไรก็ตามถ้าใครมีปัจจัยที่จำเป็นครบ แล้วอยากจะทดสอบว่าภาพที่ได้จะงดงามกว่า HDR10 ขนาดไหน ก็สามารถเลือกซื้อ UBP-X700 ตัวนี้ได้อย่างสบายใจ เพราะมันสามารถส่งสัญญาณภาพแบบ Dolby Vision จากแผ่นสู่จอได้แน่นอน
ทีมงานเริ่มทดสอบด้วยแผ่น Blu-ray แบบ 4K HDR กันเป็นอันดับแรกเลย ซึ่งเรื่องที่หยิบมาดูก็คือ Guardian of the Galaxy Vol. 2 ซึ่งตัวหนังจะเต็มไปด้วยสารพัดเอฟเฟ็คแสงสีบนพื้นหลังอวกาศที่เป็นสีโทนมืด เหมาะกับการทดสอบประสิทธิภาพ HDR มากๆ

โทนสีผิวอยู่ในเกณฑ์ดีตรงตามต้นฉบับที่วางเอาไว้

แสงสีบนจอดูมีความกระจ่างใสเป็นธรรมชาติ ดูแล้วไม่กวนสายตาจนเกินไป

ข้อมูลต่างๆ ขณะทำการเล่น สามารถกดดูได้ที่ปุ่ม Display บนรีโมท

สลับไปดูอีกเรื่องที่สีสันจัดๆ อย่าง Ghost Buster ตัวภาพก็ออกมาวิบวับตระการตาเช่นเคย
จากการทดสอบหนังทั้งสองเรื่อง จะเห็นว่าสีสันต่างๆ ถูกถ่ายทอดออกมาได้อย่างเป็นธรรมชาติไม่มีการปรุงอะไรเพิ่มแต่อย่างใด ทำให้ภาพที่ได้ตรงตามต้นฉบับจากแผ่น อีกหนึ่งจุดเด่นคือความเสถียรในการเข้าออกเมนู หรือเร่งฉากไปหน้า-หลัง ตัวเครื่องสามารถทำงานได้อย่างลื่นไหลไม่มีอาการค้างให้เห็น ยอมรับว่าทาง Sony เตรียมพร้อมสำหรับการใช้งานรูปแบบนี้มาได้ดี
Sound – เสียง
ปัจจุบันแผ่นบลูเรย์แบบ 4K HDR มักจะมาพร้อมกับระบบเสียงรอบทิศทาง 3 มิติ จากสองค่ายดัง ไม่ DTS:X ก็เป็น Dolby Atmos ฉะนั้นเครื่องเล่นที่อ่านแผ่นพวกนี้ได้ ก็ควรที่จะสามารถถอดรหัสเสียงดังกล่าวได้ หรือไม่ก็ทำการบิตสตรีมสัญญาณเสียงไปยัง AVR เพื่อช่วยถอดรหัสระบบเสียงดังกล่าวให้
และด้วยความที่ UBP-X700 มาพร้อมกับช่อง HDMI สองช่อง เราจึงไม่ต้องมาคอยกังวลว่าแอมป์หรือเครื่องเสียงของเราจะเก่าเกินกว่าบายพาสสัญญาณภาพในฟอร์แมตดังกล่าวได้หรือไม่ เพราะเราสามารถแยกสัญญาณภาพไปที่ HDMI 1 และสัญญาณเสียงไปทาง HDMI 2 เพื่อเข้าไปยังแอมป์ได้เลย ไม่ต้องเข้าทีวีแล้วไหลออกทาง HDMI ARC หรือ Optical อีกรอบ


สำหรับ UBP-X700 ตัวนี้นั้นหายห่วง สามารถบิตสตรีมเสียงทั้งสองค่ายไปหาแอมป์ได้อย่างไร้อุปสรรค

จับคู่กับซาวด์บาร์ กลายเป็นศูนย์รวมความบันเทิงสำหรับผู้อาศัยในคอนโดหรือห้องขนาดไม่ใหญ่มาก
Features – ลูกเล่น

Sony UBP-X700 ไม่ใช่เครื่องเล่น UHD Blu-ray ดาดๆ ที่เอาแต่ตั้งหน้าตั้งตาเล่นแผ่นอย่างเดียว มันสามารถใช้งานควบคู่กับแอปพลิเคชั่นของออนไลน์คอนเทนต์ชื่อดังได้มากมาย อย่างเช่น Netflix, Spotify หรือ YouTube เป็นต้น ผ่านทางหน้า Home ในรูปด้านบน
มาเริ่มทดสอบที่ Netflix กันก่อนครับ แต่ก่อนหน้านั้นขอมาพูดถึงระบบการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตสักนิด ตัวเครื่องนั้นมาพร้อมกับตัวรับสัญญาณ Wi-Fi ในตัว ทว่ามันรองรับแค่คลื่น 2.4 GHz เพียงเท่านั้น และอย่างที่เราทราบกันในปัจจุบัน คลื่น 2.4 GHz นั้นช่องสัญญาณแออัดมากในบ้านเรา ยิ่งท่านไหนที่อาศัยอยู่ในหมู่บ้านหรือคอนโดกลางเมืองใหญ่น่าจะรับรู้ถึงผลกระทบดังกล่าวได้เป็นอย่างดี แล้วยิ่งเราเอาเครื่องไปวางเข้าชั้น ยิ่งทำให้สัญญาณมาถึงได้ลำบากกว่าเดิม ดังนั้นมันจึงทำให้ความลื่นไหลตอนดูซีรี่ส์ความละเอียดตั้งแต่ 4K ขึ้นไปถูกลดทอนลงขณะที่ทำการทดสอบ

หน้าตาเมนู Netflix ได้รับการอัปเดตเป็นเวอร์ชั่นใหม่เรียบร้อยแล้ว
อย่างไรก็ตามถ้าท่านเป็นคนที่ใช้งานแพ็คเกจ Full HD ทั่วไป ก็สบายใจหายห่วงได้ ด้วยปริมาณข้อมูลที่น้อยกว่า จึงทำให้ความเร็วในการส่งผ่านเพิ่มขึ้น ฉะนั้นแล้วถ้าใครคิดจะใช้งานคู่กับแพ็คเกจสูงสุดของ Netflix ถ้าเดินสายแลนมาเสียบหลังเครื่องได้ ก็ให้ทำเลยครับ เพื่อความเสถียรในการรับชม

ถ้าเน็ตบ้านใครถึง 20 Mbps แล้วดู 4K ยังรู้สึกกระตุกอยู่ แสดงว่าน่าจะเป็นที่สัญญาณ Wi-Fi มาไม่ถึง แนะนำให้เสียบสายแลนเลยครับจะได้ความเสถียรแบบนิ่งๆ กันไป

YouTube แบบ 4K HDR ก็สามารถเล่นได้สบายๆ และไม่มีอาการหน่วงอีกด้วย เทียบกับตัวเมนูบน X8500 ของผมแล้วค่อนข้างเร็วกว่าพอสมควร
นอกเหนือจากลูกเล่นออนไลน์แล้ว ลืมกันหรือยังครับว่าตัวเครื่องมีช่องเสียบ USB ด้านหน้า แน่นอนว่ามันถูกออกแบบมาให้เล่นไฟล์มีเดียต่างๆ ได้อย่างครบครัน ไม่ว่าจะเป็นไฟล์เพลง, รูปภาพ หรือไฟล์วิดีโอต่างๆ ก็สามารถเสียบเข้าที่หน้าเครื่องเพื่อเล่นได้เลยทันที ส่วนขนาดความจุสูงสุดที่รองรับนั้นไม่ได้มีระบุโดยละเอียดในคู่มือ แต่คาดว่าฮาร์ดดิสก์พกพาขนาด 1 TB ซึ่งเป็นมาตรฐานน่าจะไม่ใช่ปัญหาใหญ่

เมนูสำหรับการเลือกเล่นไฟล์ประเภทต่าง ๆ ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 หมวดใหญ่คือไฟล์วิดีโอ, ไฟล์เพลง และไฟล์รูปภาพ

สำหรับรูปแบบไฟล์ที่รองรับนั้นก็สามารถเช็คได้ที่หน้าหนึ่งของรีวิวนี้ได้เลยครับ ซึ่งนามสกุลยอดนิยมส่วนใหญ่สามารถเล่นได้ไม่มีปัญหาอยู่แล้ว และสามารถเลือกปรับเปลี่ยนซับฯ และเสียงพูดได้เช่นเดียวกับพวก HD Player

ภาพจากลิเกอวกาศตอนพ่อจ๋าตายแล้ว สามารถเลือกใช้งานซับไตเติ้ลที่ฝังมาได้อิสระ

ไฟล์เสียงแบบ .dsf รอบทิศทางก็สามารถอ่านได้เช่นกัน เป็นเครื่องเล่นที่ฟีเจอร์รอบด้านจริง ๆ
Conclusion – สรุป

ด้วยขนาดตัวที่เล็กกระทัดรัด และความไวในการอ่านแผ่นแบบเร็วทันใจ เพียงไม่กี่วินาทีเราก็ได้ชมภาพแบบ 4K HDR แท้ๆ บนจอ ซึ่งให้สีสันที่ตรงตามต้นฉบับต้องการ ทำให้ Sony UBP-X700 ตัวนี้มีความน่าสนใจเป็นอย่างมากสำหรับคนที่กำลังมองหาเครื่องอ่านแผ่นบลูเรย์แบบ 4K HDR ที่รองรับ Dolby Vision ได้ ทั้งยังมีลูกเล่นเล็กน้อยในการชม Netflix กับ YouTube เพิ่มเข้ามาให้อีก เรียกว่าซื้อเครื่องเดียวจบทั้งออนไลน์และออฟไลน์
ส่วนเรื่องเสียงก็หายห่วงได้ เพราะแม้คุณจะมีแอมป์รุ่นเก่าที่ไม่รองรับระบบภาพแบบ 4K HDR เครื่องเล่น UBP-X700 ตัวนี้ก็สามารถแยกส่วนภาพและเสียงออกจากกันให้เสร็จสรรพ ผ่านช่อง HDMI ทั้งสองช่องด้านหลัง ทำให้เราสามารถอัปเกรดระบบได้ง่ายๆ ไม่ต้องไปกังวลว่างบจะบานปลาย
คราวนี้ผมเชื่อว่าน่าจะมีคนที่เกิดคำถามในใจ ว่าถ้าเทียบกับ PS4 ล่ะ ควรจะซื้ออะไรดี? คำตอบง่ายมากครับ ถ้าคุณไม่ใช่คนเล่นเกม และต้องการแค่จะเล่นหนังจากแผ่นบลูเรย์แบบ 4K HDR เครื่องเล่นแผ่นตัวนี้ตัวนี้ดูเหมาะสมอย่างไม่ต้องสงสัย แต่ถ้าคุณต้องการจะเล่นเกม และไม่ซีเรียสว่าหนังจะต้องเป็น 4K HDR ก็แนะนำให้ไปเลือก PS4 น่าจะดีกว่าครับ อยากให้พิจารณากันตามจุดประสงค์ของการใช้งาน มากกว่าเรื่องความคุ้มค่า เพราะจะทำให้เราได้สิ่งที่ตรงตามความต้องการมากที่สุดครับ
ข้อดี
- อ่านแผ่น + ไฟล์ได้ไว ให้สีสันเป็นธรรมชาติในสไตล์ Sony
- รองรับ Dolby Vision (ต้องปรับปรุงรูปแบบการใช้งานเพิ่มอีกนิด ให้สะดวกสบายมากขึ้น)
- ตัวเครื่องมีขนาดเล็ก ทำให้ยกไปไหนมาไหนได้สะดวกถ้าต้องการ
- เข้าถึงออนไลน์คอนเทนต์อย่าง Netflix หรือ YouTube ได้ที่ระดับสูงสุด 4K HDR
- มี HDMI สองช่องสำหรับแยกสัญญาณภาพและเสียงออกจากกันอย่างอิสระ
ข้อเสีย
- ไม่รองรับ Wi-Fi คลื่น 5 GHz และมาตรฐาน 802.11ac ถ้าอยากดู Netflix 4K แบบลื่น ๆ แนะนำให้เสียบสายแลนจะดีที่สุดครับ
- เมนูตัวเครื่องดูธรรมดาไปหน่อย แต่ก็มีดีที่ไม่หน่วงเครื่องจนเกินไป
4K Ultra HD Blu-ray Player: Sony UBP-X700
ราคาจำหน่าย 10,990 บาท