ข้ามไปที่เนื้อหา
|

รีวิว TCL 50C725 4K QLED TV รุ่นเล็กแต่รองรับ HDR10+ Dolby Vision/Atmos พร้อม Android TV 11

เขียนโดย: EDITOR LCDTVTHAILAND โพสต์เมื่อ: 17 Jun 2021 0 ความคิดเห็น

ด้วยคุณสมบัติที่ให้มากับ TCL 50C725 นับเป็นการเปิดตัวมาตรฐาน “QLED TV พร้อมระบบปฏิบัติการ Android TV 11 รุ่นคุ้มค่า” ประจำปี 2021 ได้โดดเด่นน่าสนใจ ซึ่งด้วยราคา 2 หมื่นต้น ๆ จะทำอะไรได้บ้างนั้น ติดตามจากรีวิวนี้ได้เลยครับ…

C725 คือ 4K HDR QLED TV ระดับราคาคุ้มค่าล่าสุดประจำปี 2021 ของ TCL มาแทนรุ่น C715 ของปีที่แล้ว มีจอภาพให้เลือก 4 ขนาด ได้แก่ 43 (วางจำหน่ายช่วง Q3), 50, 55 และ 65 นิ้ว สำหรับรุ่นที่จะทำการทดสอบต่อไปนี้ คือขนาด 50 นิ้ว

หมายเหตุ: C725 มีรุ่นฝาแฝด คือ Q726 คุณสมบัติเหมือนกันทุกประการ ต่างกันแค่ดีไซน์ และเพิ่มขนาดจอภาพ 75 นิ้ว

การออกแบบ

50C725 มาพร้อมดีไซน์ที่ดูเรียบง่าย มีการผสานวัสดุโลหะบางจุดเพื่อเพิ่มความสวยงามโลโก้ TCL สีขาวบนพื้นโลหะสีเงิน ด้านล่างที่หุ้มผ้าเป็นตำแหน่งไมโครโฟนรับคำสั่งเสียง เวลาใช้งานจะมีไฟสถานะเรืองแสงขึ้นมาด้วยมุมขวาของจอมีโลโก้ Onkyo แบรนด์ผู้ผลิตเครื่องเสียงและโฮมเธียเตอร์ชื่อดังจากประเทศญี่ปุ่น ยืนยันว่าทีวีรุ่นนี้ยังได้รับการจูนเสียงมา คุณภาพเสียงไม่ธรรมดาแน่นอน จะรายงานอีกครั้งช่วง การทดสอบเสียง ครับขาตั้งโลหะทรงกิ่งไม้ ติดตั้งที่บริเวณใกล้กับขอบจอซ้ายและขวา กรณีที่เป็นรุ่นขนาดจอภาพ 55 และ 65 นิ้ว สามารถเลือกจุดติดตั้งขาได้ 2 ตำแหน่ง โดยเขยิบเข้ามาใกล้กึ่งกลางทีวีได้ เพื่อช่วยลดขนาดพื้นที่ความยาวของชั้นวางลงได้นั่นเองด้านหลังมีการคาดโครงดูเป็นลวดลายตามภาพ ตำแหน่งจุดเชื่อมต่อสัญญาณต่าง ๆ อยู่ทางด้านข้างฝั่งซ้าย แต่จะหลบลึกเข้ามาด้านในพอสมควรปุ่ม Power/Standby ติดตั้งอยู่ด้านหลังที่มุมล่างฝั่งซ้ายของจอ ใกล้กันมีสวิตช์สำหรับเปิด/ปิด ไมโครโฟนรับเสียงที่ตัวทีวีได้ด้วยC725 ติดตั้ง Backlight แบบ Direct LED โครงสร้างจอภาพก็เลยมีความหนาอยู่สักหน่อย จากภาพจะเห็นจุดเชื่อมต่อสายไฟแบบ C7 ติดตั้งอยู่ที่ด้านข้างด้วยรุ่นนี้ให้รีโมตมาแบบเดียว รูปทรงออกเพรียวยาว สามารถใช้งานได้ครอบคลุม มีปุ่ม Shortcut เข้าแอปความบันเทิงยอดฮิตได้รวดเร็ว และมีไมโครโฟนรับคำสั่งเสียงได้ด้วย (เป็นอีกทางเลือก นอกจากการใช้ไมโครโฟนที่ทีวี)

ช่องต่อ50C725 ให้ช่องต่อ HDMI In มา 3 ช่อง รองรับความละเอียดสูงสุด 4K HDR 60Hz รองรับ ARC/eARC ที่ HDMI In 1 สามารถ Passthrough ระบบเสียงได้สูงสุดถึง Dolby Atmos/TrueHD และ DTS 5.1

ช่องต่ออื่นๆ ให้มาครบครัน ได้แก่ Analog Composite Video & Audio Input (3.5 mm), Digital Optical Audio Output, Audio/Headphones Out (3.5 mm), Ethernet Port (มี Wi-Fi & Bluetooth Built-in ให้ด้วย) และ DVB-T2 Antenna In

ช่องต่อ USB มี 2 ช่องเป็นเวอร์ชั่น 2.0 1 ช่อง และ 3.0 1 ช่อง สามารถเชื่อมต่อกับ USB Flash Drive, External HDD (5V/0.9A) และอาจรวมถึง Keyboard, Mouse, Webcam ฯลฯ

สามารถเชื่อมต่อ Bluetooth กับ PS5 Controller ได้ด้วย ทดลองแล้วใช้ควบคุมแอปและเล่นเกมของ Android TV ได้ดีเลย

สรุปจำนวนช่องต่อของ TCL 50C725 ได้ดังนี้

HDMI™ In  3 (ด้านข้าง)
USB 2 (ด้านข้าง)
Ethernet 1 (ด้านข้าง) พร้อม Wi-Fi Built-In
Composite Video In 1 (3.5 mm ด้านข้าง)
Component Video In
RF (Antenna) In 1 (ด้านข้าง) พร้อม DVB-T2 Digital Tuner
PC HD15 In
Analog Audio In 1 (ด้านข้าง ร่วมกับ Composite)
Digital Audio Out 1 (Optical ด้านข้าง)
Audio/Headphone Out 1 (3.5 mm ด้านข้าง)
Bluetooth Audio Yes

 

เพิ่มเติมC725 มาพร้อมระบบปฏิบัติการ Android TV 11 ภาพรวมอาจดูไม่แตกต่างจากเวอร์ชั่นก่อนมากนัก อินเทอร์เฟสหน้า Home ยังคงเน้นไอคอนและพรีวิวคอนเทนต์ขนาดใหญ่ที่คุ้นตา
หมายเหตุ: อนาคต C725 จะได้อัปเดตคุณสมบัติ Google TV ด้วย

เมื่อเป็น Android TV จึงติดตั้งแอปวาไรตี้ บันเทิง ไปจนถึงเกม จาก Google Play ได้โดยตรง ซึ่งมีจำนวนมากมายนับไม่ถ้วน

ในที่สุดผู้ใช้งาน Android TV ก็สามารถติดตั้งรับชมแอป Apple TV ได้แล้ว สำหรับ C725 รองรับระบบภาพ 4K Dolby Vision และระบบเสียง Atmos (DD+) ด้วย (เมื่อเชื่อมต่อกับ AVR, Soundbar ที่รองรับผ่าน HDMI ARC)แอป Netflix รองรับระบบภาพ 4K Dolby Vision และระบบเสียง Atmos (DD+) แนะนำเชื่อมต่อกับ Dolby Atmos Home Theater หรือ Sound Bar ทาง HDMI ARC จะได้อรรถรสเสียงแบบ Immersive Audio ที่เหนือกว่าระบบเสียงรอบทิศทางยุคก่อน โดยเฉพาะมิติด้านสูงรับชมแอป YouTube รองรับความละเอียด 4K HDR

Amazon Prime มีภาพยนตร์และซีรี่ส์มากมาย

HBO Go อัปเดตภาพยนตร์เด็ดและซีรีส์ล่าสุด ให้ดูก่อนใคร

LINE TV รวบรวมรายการบันเทิงขวัญใจคนไทยแบบรับชมฟรีมากมาย

หากที่กล่าวมานี้ยังไม่จุใจ สามารถดาวน์โหลดติดตั้งแอปความบันเทิงเพิ่มเติมได้อีก อาทิ TrueID TV, WeTV, Loox ฯลฯ ทว่าสำหรับ Viu ช่วงที่ทำการทดสอบ สามารถติดตั้งแอปได้ แต่ยังไม่สามารถรับชมได้ครับ

“Google Assistant” อีกหนึ่งคุณสมบัติเด่นของ Android TV เป็นระบบโต้ตอบรับคำสั่งเสียงที่จับคำทั้งอังกฤษและไทย ได้ยอดเยี่ยมมาก ผมทดลองพูดว่า “ราคาบิตคอยน์วันนี้” กับไมโครโฟนของทีวีโดยตรง ระบบก็โต้ตอบมาดังภาพ พร้อมแจ้งราคาบิตคอยน์ของวันนั้น การตอบสนองของแอปต่าง ๆ อาจมีหน่วงช้าบ้างเล็กน้อย แต่การใช้งานก็ไม่ถึงกับติดขัดอะไร

ภาพ

50C725 ใช้ LCD Panel แบบ VA (Vertical Alignment) มุมมองรับชมอาจไม่กว้างมากนัก แต่ก็ให้ระดับคอนทราสต์ที่ดี

– SDR –

รุ่นนี้ให้โหมดภาพสำหรับรับชมคอนเทนต์แบบ SDR มา 7 โหมด โดย Movie กับ Game/PC จะให้โทนภาพที่ใกล้เคียงกัน แตกต่างกันที่ความสว่าง และ Game/PC ไม่สามารถเปิดใช้ Motion Clarity แทรกเฟรมภาพได้ (ลดการประมวลผล เน้น Input Lag ต่ำ สำหรับการเล่นเกม)

ผล Lab Test พบว่าโหมดภาพที่ให้ผลลัพธ์เหมาะกับการรับชมภาพยนตร์ SDR คือ Movie (รวมถึง Game/PC) เพราะค่าความผิดเพี้ยนของสีต่ำกว่าโหมดอื่น ทว่าดุลสีจะติดแดงอยู่สักหน่อย และรายละเอียดในที่มืดออกจมหน่อย ๆ แต่สามารถแก้ไขเบื้องต้นได้ง่าย ๆ โดยปรับ Color Temperature เป็น -4 หรือ -3 และปรับเพิ่ม Black Level ขึ้นมาสัก 55 – 56 ก็สามารถใช้รับชมภาพยนตร์รายการบันเทิงต่าง ๆ ได้โอเคแล้ว แต่ถ้าจริงจังก็สามารถปรับภาพละเอียดเพิ่มเติมได้ หลังดำเนินการจะให้ผลลัพธ์คุ้มค่ามากทีเดียว

ทั้งนี้ในบางสภาพแวดล้อมหากรู้สึกว่าภาพ Movie (รวมถึง Game/PC) ดูสว่างหรือมืดเกินไปเวลารับชม SDR content ก็สามารถปรับเพิ่มลดความสว่างที่ตัวเลือก “Brightness”* ได้ตามความเหมาะสม

*หมายเหตุ: TCL เปลี่ยนชื่อตัวเลือกที่ใช้สำหรับปรับระดับความสว่าง จาก Backlight เป็น Brightness และเปลี่ยนตัวเลือก Brightness เดิม เป็น Shadow Detail

Rec.709 – Post ColorChecker


SDR – Post Calibration


SDR – Pre Calibration

ดังที่แจ้งไปว่าค่าเดิมๆ จากโรงงาน (Pre Calibration) สำหรับโหมด Movie (รวมถึง Game/PC) แม้ความผิดเพี้ยนของสีต่ำกว่าโหมดภาพอื่น (Grayscale Avg dE = 8.9, Colorspace Avg dE = 6.3) ทว่าดุลสีจะติดแดงไปบ้าง อุณหภูมิสีเฉลี่ย 5900K ส่วนขอบเขตสีจูนมาเกินมาตรฐาน Rec.709 ไปหน่อยโดยเฉพาะสีแดงและสีน้ำเงิน สีสันจะดูสดจัดไปบ้าง

แต่หลังดำเนินการปรับภาพ ค่าความผิดเพี้ยน Grayscale Avg dE และ Colorspace Avg dE จะลดลงมาเหลือแค่ 1 และ 2.4 ตามลำดับ ขอบเขตสีครอบคลุม 96.1% Rec.709

Rec.709 Color Checker หลังดำเนินการปรับภาพ ค่าความผิดเพี้ยนเฉลี่ย (Saturation Avg dE) อยู่ที่ 1 เท่านั้น (Max dE = 4.3) ผลลัพธ์ไม่ธรรมดาเลย

– HDR –

เรื่องของการรองรับมาตรฐาน HDR รุ่น 50C725 นั้นไม่ธรรมดา เพราะแสดงผล Static HDR และ Dynamic HDR ได้ครบครันทั้ง HDR10HLGHDR10+* และ Dolby Vision อย่างไรก็ดีด้วยยังเป็นรุ่นเริ่มต้น ความสว่างจึงทำได้จำกัด โหมด Vivid ทำ HDR Peak Brightness (10% Window) ได้ที่ 355 nits ขณะที่โหมด Movie (รวมถึง Game/PC) ความสว่างจะเพลาลงมาอยู่ที่ 290 nits

*หมายเหตุ: อ้างอิงสัญญาณภาพ HDR10+ จาก 4K HDR10+ Blu-ray Disc ผ่านเครื่องเล่น Oppo UDP-203

ด้วยเทคโนโลยี Quantum Dot ทำให้รุ่นนี้แสดงขอบเขตสีในแบบ Wide Color Gamut โดยทำได้ครอบคลุม 89/94.74% ของมาตรฐาน DCI-P3 (xy/uv) หรือเทียบเท่า 66.42/75.87% Rec2020 (xy/uv)

P3 – Post Saturation Sweeps


HDR – Post Calibration


HDR – Pre Calibration

เช่นเดียวกับ SDR ความเที่ยงตรงของสีสัน HDR ในโหมด Movie (Game/PC) มีค่าความผิดเพี้ยนของสีต่ำกว่าโหมดภาพอื่น (Grayscale Avg dE = 9.9, Colorspace Avg dE = 11.5) แต่ดุลสีจะติดแดงไปบ้าง ซึ่งสามารถแก้ไขได้ด้วยการปรับชดเชย White Balance

อย่างไรก็ดี สำหรับโหมดการรับชมแบบ HDR จะไม่สามารถปรับชดเชย CMS (Color Management System มีตัวเลือก ให้ปรับ แต่ปรับแล้วผลลัพธ์ไม่เปลี่ยนแปลง) จึงไม่สามารถปรับจูนในส่วนของขอบเขตสี HDR ได้ แต่อานิสงส์ของการปรับแก้ White Balance ความเที่ยงตรงโดยรวมก็ดีขึ้นกว่าค่าโรงงาน (Grayscale Avg dE = 3.3, Colorspace Avg dE = 6.8) ความสว่าง HDR Peak Brightness หลังปรับภาพจะลดลงเล็กน้อยอยู่ที่ 277 nits

เนื่องจากเป็นรุ่นเริ่มต้น จึงยังไม่สามารถหรี่แสง LED Backlight ตามโซน (Local-dimming) แต่ C725 จะใช้วิธีหรี่แสงทั้งจอแทน (Global-dimming) ซึ่งอาจจะมีวูบวาบบ้าง แต่ก็ช่วยลดโอกาสเห็นแสงลอดในฉากมืด ๆ ได้

จุดหนึ่งที่พัฒนาขึ้นจากรุ่นปีที่แล้ว คือ TCL เพิ่มเติมระบบประมวลผลแทรกเฟรมภาพภาพเคลื่อนไหวใช้ชื่อว่า Motion Clarity มากับรุ่นนี้ด้วย ซึ่งช่วยให้คอนเทนต์เฟรมเรตต่ำ ดูไหลลื่นขึ้นได้ แต่แนะนำให้ปรับ Judder Reduction น้อย ๆ สัก 2 – 4 เพื่อไม่ให้ดูลื่นเกินจริงจนผิดธรรมชาติ และเกิดวุ้นรบกวนภาพเคลื่อนไหวการเชื่อมต่อกับ PC และเครื่องเกมคอนโซลยุคใหม่ ทั้ง PS5 และ Xbox Series X นั้น C725 จะรองรับความละเอียดภาพสูงสุดที่ 4K 60Hz สามารถเปิดการแสดงผล HDR10/Dolby Vision ได้ที่ความละเอียด 4K 60Hz โหมดภาพ Game และ PC จะมี HDMI Input Lag ต่ำที่สุดที่ 14.2 ms (เทียบกับโหมดภาพอื่นที่ 81.7 ms) ทั้ง 2 โหมดนี้ดุลสีจะติดแดงเล็กน้อยเหมือน Movie แต่สามารถปรับภาพแก้ไขให้สีสันมีความเที่ยงตรงได้เช่นเดียวกัน

เสียง

C725 ติดตั้งลำโพงสเตอริโอ พร้อมภาคขยาย 2 x 9.5 วัตต์ ไว้ที่ส่วนล่างของจอภาพ แต่ที่พิเศษ คือ Onkyo มาช่วยออกแบบระบบเสียงให้ จึงไม่แปลกใจที่คุณภาพเสียงของรุ่นนี้จะโดดเด่นกว่าลำโพงทีวีระดับราคาเดียวกัน จุดที่รับรู้ได้แต่แรกฟัง คือ รายละเอียดเสียงที่ชัดเจน ไม่คลุมเครือมีทริคปรับจูนเสียงของ 50C725 กรณีที่ตั้งวางบนชั้น (ไม่ได้ติดตั้งแนบชิดกับผนัง) สามารถเปิด Bass Enhancer เสริมย่านเสียงต่ำให้มีปริมาณเพิ่มขึ้นได้ ดุลเสียงจะมีความบาลานซ์รับกับคุณภาพการถ่ายทอดรายละเอียดเสียงที่ชัดใสได้ลงตัวมากขึ้น (ไม่แนะนำให้ปรับ Bass Enhancer ถึงระดับ High เพราะจะส่งผลให้เกิดความเพี้ยนเสียงขึ้นได้) เพียงเท่านี้การรับชมคอนเทนต์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นภาพยนตร์ คอนเสิร์ต หรือแม้แต่ข่าว ก็จะได้อรรถรสที่ดีมากยิ่งขึ้นกับลำโพงทีวีรุ่นนี้

รุ่นนี้สามารถอัพเกรดคุณภาพเสียงโดยเชื่อมต่อสัญญาณออกไปยังชุดเครื่องเสียงภายนอกผ่าน HDMI eARC (HDMI 1) ซึ่งสามารถ Pass-through ระบบเสียงอย่าง Dolby Digital, Dolby Digital Plus, Dolby TrueHD ไปจนถึง Dolby Atmos (DD+/TrueHD) เลยทีเดียว* DTS 5.1 ก็ได้ด้วย จะขาดก็แค่ DTS:X/DTS-HD (หากต้องการ ให้เชื่อมต่อ Player ตรงเข้า AVR)

*หมายเหตุ: อ้างอิง HDMI eARC โดยเชื่อมต่อสัญญาณจาก Oppo UDP-203 4K BD Player ผ่าน 50C725 ไปยัง Pioneer VSX-LX504 AVR

สรุป

ด้วยงบ 2 หมื่นต้น ๆ แต่ได้เทคโนโลยี Quantum Dot ขอบเขตสีกว้าง และยังแสดงผล HDR ได้ครบทั้ง HDR10+ และ Dolby Vision พร้อม eARC และลูกเล่น Android TV 11 ติดตั้งไมโครโฟนรับคำสั่งเสียงในตัว เวลานี้คงหาคู่ชกที่สูสีกับ TCL 50C725 ได้ยาก ใครที่งบจำกัดลองพิจารณารุ่นนี้ดูได้เลยครับ

จุดเด่นของ TCL 50C725

  • 4K VA Panel สามารถแสดงผล HDR ได้ครบ ทั้ง HDR10, HLG, HDR10+ และ Dolby Vision
  • มี Motion Clarity ประมวลผลแทรกเฟรมภาพเคลื่อนไหว
  • ระบบเสียงจูนโดย Onkyo ให้รายละเอียดเสียงดีกว่าลำโพงทีวีระดับเดียวกัน
  • ช่องเชื่อมต่อ มี HDMI 2.0 3 ช่อง รองรับ eARC 1 ช่อง สามารถ Passthrough ระบบเสียง Dolby Atmos/TrueHD และ DTS 5.1 ได้, มี Optical และ 3.5 mm Headphone Out พร้อม Bluetooth ให้ด้วย
  • ติดตั้งไมโครโฟนที่ทีวี รับคำสั่งเสียงได้โดยตรง, Google Assistant จับคำไทย-อังกฤษแม่น, ลงแอปวาไรตี้บันเทิงและเกมมากมายได้จาก Google Play, มีแอป Apple TV แล้ว

จุดด้อยของ TCL 50C725

  • โครงสร้าง Direct LED ทำให้จอภาพดูหนา, HDR ให้ความสว่างไม่สูงมากตามสไตล์รุ่นเริ่มต้น
  • ต้องทำการปรับภาพ จูนเสียงเล็กน้อยจึงจะลงตัว ทว่าก็เป็นขั้นตอนที่ให้ผลลัพธ์คุ้มค่า
  • มุมมองรับชมไม่กว้างนัก แนะนำตั้งวางทีวีในมุมตรงกับจุดรับชม ไม่ควรติดตั้งสูงหรือต่ำกว่าระดับสายตามาก
  • แอป Viu สามารถติดตั้งได้ แต่ยังไม่สามารถรับชมได้ (ต้องใช้วิธี cast จาก Smartphone)

หมายเหตุ : มาตรฐานคะแนนปี 2021

ราคาเปิดตัว TCL C725/Q726

50 นิ้ว 23,990 บาท

55 นิ้ว 25,990 บาท

65 นิ้ว 33,990 บาท

75 นิ้ว 51,990 บาท (Q726)

Sample Image Gallery

SPRING SUMMER LOOKBOOK

Sample Block Quote

Praesent vestibulum congue tellus at fringilla. Curabitur vitae semper sem, eu convallis est. Cras felis nunc commodo eu convallis vitae interdum non nisl. Maecenas ac est sit amet augue pharetra convallis.

Sample Paragraph Text

Praesent vestibulum congue tellus at fringilla. Curabitur vitae semper sem, eu convallis est. Cras felis nunc commodo eu convallis vitae interdum non nisl. Maecenas ac est sit amet augue pharetra convallis nec danos dui. Cras suscipit quam et turpis eleifend vitae malesuada magna congue. Damus id ullamcorper neque. Sed vitae mi a mi pretium aliquet ac sed elitos. Pellentesque nulla eros accumsan quis justo at tincidunt lobortis deli denimes, suspendisse vestibulum lectus in lectus volutpate.
ถัดไป
ก่อนหน้า

แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็นในบล็อกทั้งหมดจะถูกตรวจสอบก่อนที่จะเผยแพร่

ขอบคุณสำหรับการสมัคร!

อีเมลนี้ได้รับการลงทะเบียนแล้ว!

เลือกซื้อรูปลักษณ์

ตัวเลือก

Have Questions?
Back In Stock Notification
ถูกเพิ่มลงในตะกร้าสินค้าของคุณ

ตัวเลือก

this is just a warning

รีเซ็ตรหัสผ่าน

กรุณากรอกอีเมลที่คุณเคยลงทะเบียนไว้