รีวิว TEAC HR-S101 ซิสเต็ม Hi-Res Audio อเนกประสงค์ มาครบทุกการเชื่อมต่อ

ช่วงครึ่งปีที่ผ่านมากระแส Hi-Res ยังคงร้อนแรงอย่างต่อเนื่องในวงการเครื่องเสียงไทยและเทศ หลายค่ายดังต่างพากันปรับตัวโดยการออกผลิตภัณฑ์ให้สอดรับกับเทรนด์ที่ว่านี้กันจ้าละหวั่น หนึ่งในนั้นคือ TEAC HR-S101 เซ็ตไมโครคอมโพเนนท์สำเร็จรูปที่มีพร้อมทั้งภาคขยายและดิจิตอลคอนเวิร์ตเตอร์ประสิทธิภาพสูงที่รองรับไฟล์ 192kHz/24-bit ได้สบายๆ พร้อมทั้งฟีเจอร์การสตรีมมิ่งเพลงสัญญาณบลูทูธด้วย aptX Codec

นอกจากตัวเมนยูนิตที่เป็นได้ทั้งแอมป์, DAC และ ตัวสตรีมมิ่งสัญญาณเสียงผ่านบลูทูธแล้ว ยังมีลำโพงสองทางที่จัดเซ็ตมาให้ในชุดแบบครบองค์ พร้อมเสียบใช้งานได้ทันทีอีกด้วย เรียกว่าเปลี่ยนโฉมจากเครื่องเสียงในสมัยก่อนที่ต้องมีช่องใส่แผ่น มาลงกับระบบดิจิตอลแบบเต็มตัวพร้อมประกบคู่สมาร์ทโฟนหรือแล็ปท็อปได้เลยไม่ต้องลีลามาก
รายละเอียดโดยย่อของ TEAC HR-S101
– BurrBrown PCM1796 USB DAC พร้อมใช้งานร่วมกับไฟล์ Hi-Res ที่ความละเอียด 192Khz/24-bit
– รองรับการใช้งานแบบไร้สายผ่านบลูทูธด้วย aptX? Codec
– ตัวเครื่องใช้แอมปลิฟายเออร์ Class D กำลังขับ 26W+26W
ราคา 17,900 บาท
Design – การออกแบบ
โดยพื้นฐานแล้ว เซ็ตไมโครคอมโปเนนท์ HR-S101 ตัวนี้เกิดจากการจับคู่กันของ USB DAC Amplifier AI-101DA กับลำโพง LS-101 ทำให้สีสันที่วางจำหน่ายมีหลากหลายพอสมควร แต่หลักๆ เลยคือสีตัวเครื่องจะมีเพียงสีดำไม่ก็สีเงินเหมือนตัวที่เรากำลังจะทดสอบ โดยสีตัวตู้ลำโพงเป็นสี Cherry Wood ซึ่งเมื่อวางคู่กับลำโพงก็ดูสวยคลาสสิคไปอีกแบบ

ด้านหน้าของเมนยูนิตไล่จากซ้ายมาขวา ประกอบไปด้วยสวิตช์หมุนเปิด-ปิด สวิตช์เลือกแหล่งสัญญาณอินพุต ไฟแสดงสถานะอินพุต และสุดท้ายคือตัวหมุนปรับระดับเสียง

ขนาดตัวเครื่องเล็กกำลังดี เทียบกับบัตรทั่วไปเป็นตามรูปครับ เหมาะเหม็งกับการใช้งานในพื้นที่จำกัดเป็นอย่างมาก

บริเวณด้านหลังเป็นแหล่งรวมช่องเสียบสายสัญญาณต่างๆ เรียงลำดับจากซ้ายไปขวาตามหัวข้อด้านล่างเลยครับ
- Line In สำหรับเสียบแจ็คแบบ 3.5 มม.
- Digital In ซึ่งประกอบไปด้วย
2.1 Optical In จำนวน 2 ช่อง
2.2 USB Type B จำนวน 1 ช่อง - Speaker สำหรับพ่วงต่อออกไปยังลำโพง
3.1 Subwoofer Out
3.2 ขั้วต่อสายลำโพงแบบซิงเกิลไวร์สองแชนแนล - ช่องเสียบปลั๊กไฟ

ตู้ลำโพงมีขนาดกระทัดรัดไม่หนีกับตัวเมนยูนิตสักเท่าไร โดยมีความสูงเพียงแค่ 18 ซม. ไดร์เวอร์ทั้งสองตัวประกอบไปด้วย ทวิตเตอร์ซอฟต์โดมเส้นผ่านศูนย์กลาง 20 มม. และวูฟเฟอร์แบบโคนขนาด 70 มม. ด้านหลังเป็นขั้วต่อสายลำโพงแบบไบน์ดิ้งโพสต์ และท่อเบสรีเฟล็กซ์

ไดร์เวอร์ทั้งสองตัวที่อยู่บนลำโพง LS-101 บริเวณทวีตเตอร์มีกรอบกั้นที่นอกจากป้องกันอันตรายที่จะเกิดขึ้นแล้วยังมีส่วนช่วยปรับทิศทางเสียงให้วิ่งอย่างเที่ยงตรงแม่นยำอีกด้วย

ตัวยึดหน้ากากลำโพงเป็นสลักประกบ เราสามารถแกะออกมาโชว์ความสวยงามของไดร์เวอร์ได้ทุกเมื่อ

รีโมทไซส์มินิแบบเดียวกับพวกเครื่องเสียงในรถยนต์ แต่ใช้ถ่านขนาด AAA จำนวน 2 ก้อน
Sound – เสียง
รูปแบบการใช้งานที่ผมนำมาทดสอบก็จะเป็นการเสียบสัญญาณเสียงมาผ่านสาย USB จากหลังคอมพิวเตอร์เพื่อใช้ DAC ของตัวแอมป์ในการแปลงสัญญาณดิจิตอลให้เป็นอะนาล็อก ซึ่งทำให้เราได้วัดประสิทธิภาพการทำงานในทุกโมดูลได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
ลืมบอกไป สำหรับท่านที่ใช้ Windows ต้องไปดาวน์โหลดไดร์เวอร์ของตัวเครื่องมาลงก่อน ไม่งั้นแล้วคอมพิวเตอร์เราจะมองไม่เห็นตัวแอมป์ครับ

เสียบสายสัญญาณแล้วอย่าลืมมาปรับให้ TEAC AI-101 เป็น Default Playback Device ด้วยนะครับ
เมื่อทุกอย่างพร้อม ก็เปิดสวิตช์ แล้วหมุน Input Selector จนไฟมาหยุดที่ตำแหน่ง USB แล้วเริ่มทดสอบกันได้เลย โดยโปรแกรมเล่นไฟล์ที่ผมใช้ก็จะเป็น foobar2000 โปรแกรมมาตรฐานที่เปิดเร็วและอ่านไฟล์ได้ลื่นไหล โดยผมเริ่มฟังที่แทร็คป็อปร็อคเบาๆ I Will Be There – Mary Black
เสียงกีต้าร์ไฟฟ้าในท่อนอินโทรที่ถูกเล่นผ่านเอ็ฟเฟคทริลเมอโล่ ออกมาเป็นเสียงสั่นๆ คลอไปกับไลน์เบสที่คอยคุมจังหวะอยู่เนืองๆ ฟังดูมีความสงัดและเป็นเอกเทศน์ ทำให้มิติเพลงออกมาดูลึกพอสมควร เมื่อกลองชุดเริ่มบรรเลงน้ำหนักที่ออกมามีความคงที่เสมอกันดี

สีพิเศษที่วางจำหน่ายที่เกาหลีใต้ ตัวตู้ลำโพงลงแล็คเกอร์ดูสวยไม่ใช่เล่น
ขอบคุณรูปประกอบจาก blog.naver.com
สลับเปลี่ยนอารมณ์มาที่แทร็ค Kathy”s Waltz – The Dave Brubeck Quartret เพื่อเช็คสเตจกับเสียงเบสและเสียงรีเวิร์บของกลองแสนร์ที่เล่นคลออยู่แชนแนลซ้ายมือโดยมีเมโลดี้ของเปียโนเป็นตัวดำเนินเรื่อง เรื่องการถ่ายทอดทิศทางซ้ายขวานั้นทำได้กินขาดกับลำโพงตัวเล็กๆ แบบนี้ เสียงแสนร์ที่ได้ยินมีตำแหน่งที่ชัดเจน ทำให้มิติเสียงถูกถ่ายทอดออกมาเด่นอย่างที่ต้นฉบับตั้งใจ

แม้เรื่องตำแน่งทิศทางและซาวด์สเตจจะทำได้ดี แต่ข้อจำกัดหลักๆ ของลำโพงตัวเล็กคือความอึกทึกที่ดูจะเร้าอารมณ์น้อยไปหน่อย ผมลองทดสอบกับแทร็ค คนละทางเดียวกัน – Soul After Six ที่มีการอัดเสียงกระเดื่องมาค่อนข้างสะอาด ซึ่งขนาดของกลองที่สัมผัสได้ ก็ดูจะไม่หนีไปจากตัวลำโพงมากนัก

นอกจากการขับเสียงไปออกยังลำโพงแล้ว ตัวแอมป์ยังรองรับการใช้งานคู่กับหูฟังโดยมีกำลังขับอยู่ที่ 100mW + 100mW ผ่านช่อง Phone บริเวณหน้าเครื่อง โดยหูฟังที่ผมใช้ทดสอบเป็นขนาดฟูลไซส์ ที่ให้เสียงค่อนข้างแฟลตเพราะเป็นหูฟังมอนิเตอร์ที่ใช้ในงานโปรดักชั่นซะส่วนใหญ่
สิ่งแรกที่ได้จากการขับหูฟังผ่านแอมป์ตัวนี้คือความสะอาดและสงัดของเสียงที่มีมากขึ้น นอกจากนี้เนื้อเสียงที่ขับออกมายังดูมีรสชาติที่จัดจ้านมีพละกำลังมากขึ้น แต่ถ้าถามว่าระหว่างเสียบตรงกับผ่านแอมป์ชอบฟังแบบไหนมากกว่ากัน ก็คงต้องบอกตรงนี้ว่าหากคอมพิวเตอร์เรามีซาวด์การ์ดประสิทธิภาพดีๆ อยู่แล้วก็ไม่จำเป็นจะต้องเพิ่มเติมอะไร
Features – ลูกเล่น
AI-101DA เฮดยูนิตของเซ็ตไมโครคอมโพเนนท์ตัวนี้ ไม่ได้มีดีที่การแปลงสัญญาณและขับเสียงเท่านั้น ตัวเครื่องยังมาพร้อมกับฟีเจอร์ HR Loudness ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพเสียงให้เด่นขึ้นมาอีกระดับ
ซึ่งจากที่ลองฟังดูผลลัพธ์ที่ได้นั้นถือว่าน่าสนใจมาก สำหรับการใช้งานร่วมกับลำโพงในเซ็ต เพราะเสียงเดิมๆ มีลักษณะแบนราบไปเสียหน่อย เมื่อเปิดใช้งาน ก็จะคล้ายกับว่าตัวแอมป์ได้ทำการปรับ EQ ให้เด่นและฟังสนุกยิ่งขึ้น ที่สังเกตได้ชัดเจนก็คือเสียงเบสที่มีปริมาณเพิ่มขึ้น เพิ่มสีสันให้ดูน่าสนใจได้ดีทีเดียว

นอกจาก HR Loudness ตัวแอมป์ยังสามารถอัพสเกลเสียงจากอินพุตทั่วไปให้ใกล้เคียงกับ Hi-Res Audio ได้อีกด้วย ตัวอย่างเช่น เราเล่นเพลงจาก Apple Music ที่เป็นความละเอียดปกติ เมื่อเราเปิดใช้งาน ฟีเจอร์นี้ ตัวแอมป์ก็จะอัพสเกลความละเอียดให้ได้เทียบเท่ากับไฟล์ Hi-Res ที่ความถี่ 192kHz กันเลย
การใช้งานก็ไม่ยาก แค่กดปุ่ม UPCONVERT บนรีโมท ขณะที่เล่นเพลง ตัวแอมป์ก็จะทำการแปลงสัญญาณให้ดีขึ้นเองโดยอัตโนมัติ เป็นอีกฟีเจอร์ที่น่าสนใจ ซึ่งทำให้เราสามารถจะ Hi-Res กันได้ทุกแห่งหน ไม่จำกัดว่าจะต้องเป็นไฟล์ DSD หรือ FLAC อะไรแบบนั้น

นอกจากการ Upconvert เพิ่มประสิทธิภาพเสียงแล้ว ตัวเครื่องยังรองรับการฟังเพลงผ่านบลูทูธผ่าน aptX codec ซึ่งก็ให้ประสิทธิภาพเสียงที่ดีไม่แพ้แบบเสียบสาย
Conclusion – สรุป
ความเอนกประสงค์ของ HR-S101 เป็นจุดเด่นสำคัญที่ทำให้ซิสเต็มนี้มีความน่าสนใจอยู่ในตัวไม่น้อยทีเดียว ด้วยช่องต่อที่หลากหลายทำให้มันสามารถใช้งานร่วมกับเครื่องเล่นมากมาย ทั้งแบบดิจิตอลและอะนาล็อก ซึ่งจะไร้สายจะมีสายก็สามารถเสียบเข้าที่ตัวเครื่องได้ทันที
ภาคเอ้าท์พุตก็แข็งแรงได้มาตรฐาน ตัวลำโพงที่จัดเซ็ตมาในชุดนี้มีดุลยภาพเสียงที่ค่อนข้างดี ไม่เด่นล้ำในด้านในด้านหนึ่ง ซึ่งถ้าอยากได้เบสเพิ่มก็สามารถเปิดใช้งานฟีเจอร์ HR Loudness ช่วยได้ หรือจะลองกดอัพสเกลเพื่อให้เสียงที่ออกมาดูจัดจ้านและมีสีสันมากขึ้น หรือถ้าอยากได้เบสที่ชัดจริงๆ ตัวแอมป์ก็มีภาคพรีเอ้าต์ไว้สำหรับซับวูฟเฟอร์อีกด้วย

อย่างไรก็ตามน่าเสียดายที่ TEAC น่าจะแถมเอาช่องเสียบ USB เพื่ออ่านไฟล์มาให้ด้วยก็จะสมบูรณ์ครบองค์ประกอบพอดี อย่างไรก็ตาม TEAC น่าจะแทนที่ฟีเจอร์ดังกล่าวด้วยชิพ BurrBrown PCM1796 เพื่อเน้นประสิทธิภาพมากกว่าความหลากหลายในฟีเจอร์
HR-S101 ถือว่าเป็นซิสเต็มที่มาตรงจังหวะ เหมาะที่จะเอาไว้ใช้ในห้องขนาดเล็ก ไว้เสียบกับคอมพิวเตอร์ขำๆ ขับเสียงออกจากลำโพง หรือว่าจะใช้เป็นแอมป์หูฟังประสิทธิภาพสูงก็ดูดีไม่หยอก สำหรับไมโครคอมโพเนนท์ราคาหมื่นกลางพร้อมกับแอมป์และ USB DAC เป็นอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ในโลก Hi-Res Audio ที่คุ้มแก่การหามาติดบ้านไว้สักตัว
ข้อดี
– เสียงดีฟังง่าย ใช้งานได้อเนกประสงค์ จะใช้ฟังเพลงผ่านลำโพง หรือประกบหูฟังเป็นเซ็ตออดิโอไฟล์ขนาดเล็กก็ดีไม่หยอก
– ขนาดซิสเต็มเล็กกระทัดรัด เหมาะจะนำไปวางจัดบนโต๊ะทำงานหรือชั้นวางทีวีได้ง่ายดาย
ข้อเสีย
– น่าจะมีช่อง USB มาสำหรับเสียบอ่านไฟล์จะได้ครบครันความอเนกประสงค์
– ลำโพงเสียงค่อนข้างราบเรียบ แนะนำให้เปิดฟีเจอร์ HR Loudness จะช่วยให้เสียงมีความสดจัดจ้านน่าสนใจยิ่งขึ้น

TEAC HR-S101 Micro Component System
ราคา 17,900 บาท