รีวิว Yamaha YAS-306 เสียงเด่น ฟีเจอร์ดี ไม่ต้องมีซับฯ ก็เจ๋งได้!

ด้วยความเชี่ยวชาญทางด้านระบบจำลองเสียงเซอร์ราวด์ ยามาฮ่าจึงเป็นเจ้าแรกๆ ที่พาเอาลำโพงทรงยาวนามว่าซาวด์บาร์เข้ามาทำตลาดในไทย ยอมรับว่าผมเองเคยดูถูกลำโพงชนิดนี้อยู่ไม่น้อย แต่เมื่อได้ลองฟังแล้วก็ทึ่งในความสามารถในการยิงเสียงอ้อมหลัง ที่ให้มิติเหมือนมีลำโพงวางอยู่
สำหรับสินค้าที่เราจะมารีวิวในวันนี้คือ YAS-306 ซาวด์บาร์ในเซ็ต MusicCast ที่ทางผู้ผลิตเคลมว่า สามารถจำลองเสียงได้แบบ 7.1 แชนแนล ด้วยระบบ Air Surround Extreme ตัวเครื่องยังซ่อนเอาไดร์เวอร์ซับวูฟเฟอร์ไว้สองจุดด้วยกัน ทำให้มันเป็นซาวด์บาร์ที่จบในตัว แต่จะจบจริงหรือไม่ ผมจะมาเล่าให้ฟังครับ
สเปคโดยย่อของ Yamaha MusicCast YAS-306
– จำลองระบบเสียง 7.1 แชนแนลด้วย Air Surround Extreme
– ลำโพงซับวูฟเฟอร์ในตัวแบบบิ้วต์อิน ให้เสียงต่ำที่สมดุลย์กับย่านอื่น
– ระบบควบคุมการทำงานผ่านแอปพลิเคชั่น MusicCast
– รองรับการใช้งานร่วมกับสมาร์ทโฟนทุกตระกูล ทั้งแบบมีสายและไร้สาย (Bluetooth)
ราคา 19,900 บาท
Design – การออกแบบ

ตัวเครื่องเป็นลักษณะสี่เหลี่ยมผืนผ้าทรงยาว ส่วนบนเกือบทั้งหมดจะหุ้มด้วยผ้าสีดำเสมือนเป็นหน้ากากลำโพงไปในตัว

ด้านบนเป็นแถบพลาสติกมันเงามีไฟแสดงสถานะการทำงานวางเรียง
พร้อมกับสัญลักษณ์สกรีนบอกหน้าที่การทำงานของปุ่มกดด้านหลัง

บริเวณด้านข้างลำโพงจะเป็นท่อเบสรีเฟล็กซ์เพื่อยกระดับความลึกของเสียงความถี่ต่ำให้ล้วงลึกถึงใจมากยิ่งขึ้น

รีโมทขนาดสากลเท่าฝ่ามือ ใช้ถ่านขนาด AAA 2 ก้อน
ปุ่มเยอะพอสมควร แสดงว่าน่าจะพอปรับแต่งอะไรมากมายอยู่

หากแกะผ้าดำที่หุ้มตัวเครื่องออกมาดูจะพบว่าด้านในประกอบไปด้วไดร์เวอร์ 3 ชนิดด้วยกัน นั่นก็คือ ทวีตเตอร์, วูฟเฟอร์ และก็ซับวูฟเฟอร์ ทั้งหมดติดตั้งไว้อย่างละ 1 คู่ โดยทั้งหมดถูกดีไซน์มาให้ทำงานสอดประสานกันเพื่อตอบสนองช่วงความถี่เสียงให้ได้กว้างที่สุด

ช่องต่อทั้งหมดจะถูกวางเรียงไว้บริเวณด้านหลังเครื่อง ที่ใช้งานหลักๆ ก็เห็นจะเป็น Optical, Coaxial, LAN และ Analog ที่น่าสนใจคือตัวเครื่องได้แถมเอาช่องต่อ Subwoofer Out มาให้หนึ่งช่องเผื่อท่านไหนที่ยังได้เบสไม่สะใจ ก็สามารถไปหาซื้อซับวูฟเฟอร์ดีๆ สักลูกมาเสียบเพิ่มเข้าไปได้อีกด้วย
งานดีไซน์ตัวเครื่องโดยรวมมีความเรียบง่าย เน้นใช้งานสะดวกจะแขวนผนังหรือจะวางไว้ใต้ทีวีกับชั้นวางก็ดูเข้าทรงไปหมด ตำแหน่งปุ่มกดตอนแรกผมเข้าใจว่าให้แตะที่สัญลักษณ์เอาปรากฏว่าเค้าดีไซน์ซ่อนปุ่มจริงไว้ด้านหลัง แค่เอื้อมนิ้วไปก็เจอ ถือว่าสอบผ่านเรื่องการใช้งานพื้นฐาน
Sound – เสียง

Air Surround Extreme คือชื่อของระบบจำลองเสียงเซอร์ราวด์ของ Yamaha ที่ประยุกต์เอาทฤษฎีซึ่งว่าด้วยลักษณะเสียงที่เปลี่ยนแปลงจะแปรผันตามปัจจัยในเรื่องตำแหน่งและทิศทางของหูผู้ฟัง หรือที่เรียกกันว่า HRTF (Head Related Transfer Function) มาใช้ในการจำลองเสียงรอบทิศทาง

ขอขอบคุณภาพประกอบจาก theheadphonelist.com
อธิบายง่ายๆ ให้ลองนึกถึงเสียงเครื่องบินครับ เวลาที่มันเคลื่อนที่จากหน้าไปหลัง เราจะได้ยินเสียงในความถี่และลักษณะที่แตกต่างกัน ฉะนั้นสิ่งที่ Yamaha ทำ ก็คือการปรับไดร์เวอร์ให้สามารถจำลองลักษณะการเคลื่อนที่ของเสียงเพื่อที่จะสร้างมิติทางด้านหลังผู้ฟังขึ้นมา จนเหมือนว่ามีลำโพงวางอยู่ด้านหลังจริงๆ

ผมเริ่มทดสอบด้วยการเสียบซาวด์บาร์ผ่านทางสาย Optical จากหลังเครื่องคอมพิวเตอร์ ซึ่งน่าจะเป็นช่องสัญญาณที่ดีที่สุดบน YAS-306 ที่สามารถเสียบกับคอมพิวเตอร์แบบตั้งโต๊ะได้
ฟังเพลงกันก่อนกับแทร็คแจ๊ซมิติดี They All Laughed – Al Somma เสียงร้องโปร่งกังวาลถูกขับออกมาได้ชัดเจน พร้อมเสียงฉาบไรด์ที่เคาะคลอคอยให้จังหวะอยู่ไกลๆ ทั้งหมดถูกเรียบเรียงออกมาได้ไดนามิคดีทีเดียว ทำให้เราสามารถสัมผัสถึงสเตจเสียงและระยะห่างของชิ้นดนตรีกับนักร้อง

เปลี่ยนอารมณ์มาฟังคันทรี่นิดนึงกับเพลง Montana – James Taylor จุดเด่นของเพลงคือไลน์เบสอบอุ่นกับเสียงร้องคุ้นเคยในสไตล์คันทรี่ ถ้าฟังแบบธรรมดาเนื้อเสียงก็ออกมานวลเนียนกำลังดี แต่ส่วนตัวผมคิดว่ายังขาดแรงปะทะจากเบสไปนิด เลยกดปุ่ม Bass Extension บนรีโมทเพื่อเพิ่มระดับเสียงย่านความถี่ต่ำให้ดังขึ้นมาอีก ผลลัพธ์ที่ได้คือความหนาแน่น ช่วยเพิ่มความอบอวลให้กับเพลงขึ้นมาอีก เหมือนกับมีซับวูฟเฟอร์มาวางแยกอยู่ข้างๆ
เริ่มทดสอบดูหนังกันบ้าง โดยเรื่องที่ผมเลือกมาทดสอบได้แก่ Deep Water Horizon, The Magnificent Seven และหนังเก่าเสียงดีคุ้นหู The Dark Knight
ฉากสุดท้ายของ Deep Water Horizon คือการเอาชีวิตรอดท่ามกลางเปลวเพลิงที่โหมกระหน่ำบนแท่นขุดน้ำมัน ตลอดช่วงนี้เราจะได้ยินเสียงโครงเหล็กถล่ม แล้วก็เสียงเศษวัสดุตกหล่นรอบตัว แรกเริ่มฟังแบบเดิมๆ ไม่เปิดฟีเจอร์ช่วยอะไร เราจะได้ยินเสียงที่โอบล้อมเพียงด้านหน้าซ้ายขวาเท่านั้น แต่พอเราเปิดระบบจำลองเสียงเซอร์ราวด์ ก็เริ่มรู้สึกได้ถึงเสียงจากด้านหลังเพิ่มเข้ามา เรียกว่านั่งดูแล้วรู้สึกร้อนเหมือนอยู่กลางกองไฟจริงๆ (ลืมเปิดแอร์!)

ต่อด้วยฉากดวลปืนกลางเมืองของ The Magnificent Seven เสียงลูกกระสุนวิ่งเฉี่ยวไปมาคือใจความสำคัญในฉากนี้ ทิศทางเสียงซ้ายขวามีตำแหน่งจับต้องได้ ในจุดนี้ถ้าเราอยากได้เสียงพูดที่ชัดขึ้นสามารถเปิดใช้งานโหมด Clear Voice เพื่อยกฐานเสียงกลางให้เด่นขึ้นมาได้ เราก็จะได้ความชัดเจนของเสียงปืนและเสียงพูดที่เข้มข้นขึ้น

สุดท้ายด้วยฉากเปิดเรื่องของ The Dark Knight ที่ไล่เรียงมาครบตั้งแต่เสียงกระจกแตก เสียงปืน เสียงพูดของโจ้กเกอร์ เมื่อถูกขับผ่าน YAS-306 ก็ให้อารมณ์ลุ้นระทึกที่มากกว่าดูจืดๆ ผ่านลำโพงทีวี หลายเท่าตัว

Features – ลูกเล่น

เครื่องเสียงสมัยนี้ ถ้าไม่มีฟีเจอร์เกี่ยวกับอินเทอร์เน็ต หรืออะไรที่เกี่ยวกับสมาร์ทโฟนต้องบอกว่าคงจะขายยากพอสมควร สำหรับ Yamaha YAS-306 ตัวนี้ จะมาพร้อมกับฟีเจอร์ประจำค่ายที่เรียกว่า MusicCast ซึ่งจะช่วยให้เราสามารถควบคุมอุปกรณ์ Yamaha ในบ้านได้พร้อมกันผ่านทางสมาร์ทโฟนเครื่องเดียว
เพียงแค่โหลดแอปฯ จากนั้นก็เปิดขึ้นมาเพื่อเชื่อมต่อมือถือกับซาวด์บาร์เข้าด้วยกัน โดยตัวแอปจะมีไกด์ไลน์คอยบอกแต่ละขั้นตอนอย่างละเอียด เรียกว่าไม่ต้องคล่องไอทีก็สามารถเชื่อมต่อได้เหมือนกัน

เมื่อเชื่อมต่อเรียบร้อย มือถือเราก็จะสามารถควบคุมซาวด์บาร์หรืออุปกรณ์ Yamaha อื่นๆ ในบ้านได้ทันที ซึ่งเราสามารถเลือกได้ว่าจะใช้งานฟีเจอร์อะไร ตั้งแต่ Internet Radio ไปจนถึง AirPlay เป็นต้น
แต่ถ้าเกิดบ้านคุณไม่ได้เป็นอัครสาวกใช้ทุกอย่างเป็น Yamaha ขนาดนั้น แต่อยากโยนเพลงจาก iTunes ให้มาดังบนซาวด์บาร์เฉยๆ ผมก็แนะนำให้เชื่อมต่อผ่านบลูทูธก็พอครับผม
Conclusion – สรุป
จุดประสงค์หลักของซาวด์บาร์ คือการเพิ่มสีสันให้กับการดูหนังฟังเพลงอย่างง่าย เพื่อจะหนีให้พ้นจากการลากสายระหว่างอุปกรณ์ต่างๆ ที่แสนปวดหัว ซึ่ง YAS-306 ตัวนี้นับว่าตอบโจทย์ครบทุกส่วน เสียบใช้งานง่าย ควบคุมสะดวกไม่ว่าจะผ่านรีโมท, ปุ่มกดบนตัวเครื่อง หรือแอปพลิเคชั่น MusicCast ก็ตาม
ดีไซน์ตัวเครื่องดูดีวางตรงไหนก็ไม่ทะเลาะกับเฟอร์นิเจอร์ให้ขัดสายตา แล้วยังสามารถแขวนผนังคู่กับทีวีได้สบายๆ หมดห่วงเรื่องพื้นที่สำหรับคนที่อยู่คอนโดฯ จริงๆ ต้องบอกว่ามันเกิดมาเพื่อใช้งานในห้องขนาดเล็กเลยก็ว่าได้ เพราะฟีเจอร์ Air Surround Extreme นั้น จะทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ ก็ต่อเมื่อเรามีผนังแคบๆ ให้เสียงมันวิ่งอ้อมมาด้านหลังเราได้

แม้ไม่มีซับวูฟเฟอร์ แต่ปริมาณเบสที่ถูกขับออกมาจากไดร์เวอร์ทั้ง 3 ตัวก็ดูกลมกล่อมกำลังดี อยู่ในระดับที่ดูหนังสนุกกว่าทีวี ตรงนี้ถ้าเกิดใครคิดว่าอยากจะต่อยอดความอลังก์ฯให้มากขึ้น ก็สามารถไปหาซื้อซับวูฟเฟอร์มาเสียบเพิ่มได้อีกด้วย เพราะ Yamaha เค้าทำช่องต่อเผื่อมาให้อยู่แล้ว

เอาเป็นว่าถ้าใครชอบซาวด์บาร์สไตล์เรียบง่าย เพื่อมาอัพเกรดประสบการณ์เสียงให้ดีขึ้นกว่าลำโพงทีวี แล้วมีฟีเจอร์การจำลองเสียงเซอร์ราวด์เก่งๆ คุณไม่ควรพลาด Yamaha YAS-306 ตัวนี้อย่างแน่นอน แม้ค่าตัวอาจดูใกล้เคียงกับคู่แข่งที่มีซับวูฟเฟอร์ แต่ผมคิดว่าปริมาณเบสขนาดนี้มันกำลังสวยดูไม่ด้อยอย่างแน่นอน ไปลองทดสอบกันได้ ที่ช็อป Yamaha ใกล้บ้านครับผม หรือตามสถานที่ด้านล่างได้เลยครับ
Yamaha Shop in Shop 5 สาขา
1.ร้าน HI STYLE HI FI สาขาเซ็นทรัลเวิลด์ พลาซ่า ชั้น 3 โทร. 02-646-1874-5
2.ร้านนำชัยโฮม อิเล็คโทรนิคส์ สาขาพัทยากลาง จังหวัดชลบุรี โทร. 038-716-040
3.ร้านนิยมพานิช จังหวัดเชียงใหม่ โทร. 053-270-020
4.ร้านสหพานิช จังหวัดเชียงใหม่ โทร. 053-220-999
5.ร้าน พี.เค.อินเตอร์ มิวสิค จังหวัดภูเก็ต โทร. 076-218-884 และ 089-729-8858
ข้อดี
– เป็นซาวด์บาร์ที่ให้เสียงครบสมดุลทุกย่าน ไดร์เวอร์ซับวูฟเฟอร์แบบบิ้วท์อินสามารถให้เบสที่ลึกและเร้าใจไม่แพ้แบบภายนอก ด้านเสียงแหลมเสียงกลางก็ดูสดสว่าง ฟังแล้วกระจ่างชัด เป็นความกลมกล่อมลงตัวที่ Yamaha มอบให้
– ดีไซน์ตัวเครื่องเรียบง่าย แต่พลิกแพลงสะดวก ทำให้ไม่ว่าจะวางชั้น หรือแขวนผนัง ตัวเครื่องก็ยังดูดี
ข้อเสีย
– ขนาดของห้องเป็นปัจจัยสำคัญของฟีเจอร์ Air Surround Extreme ถ้านั่งฟังในที่กว้างจนเกินไป ควรจะปิดการใช้งานโหมดเซอร์ราวด์เพราะจะทำให้เสียงดูหลอกหูและขาดมวลน้ำหนัก เพราะไม่สามารถชิ่งผนังกลับมาเข้าหูคนฟังได้
– ค่าตัวอาจดูล้ำหน้าคู่แข่งที่มีซับวูฟเฟอร์แยกไปนิด แต่ผมการันตีได้เลยว่าเสียงสู้ได้แม้ไม่มีซับฯ แน่นอน