ข้ามไปที่เนื้อหา
|

รุ่นใหญ่มาแล้ว จัดเต็มทั้ง Atmos, DTS:X, Auro-3D ก็ได้ !!? รีวิว Denon AVR-X7200WA

เขียนโดย: EDITOR LCDTVTHAILAND โพสต์เมื่อ: 27 Jan 2022 0 ความคิดเห็น

4K HDR Ready Network AV Receiver

Denon AVR-X7200WA

รุ่นใหญ่มาแล้ว จัดเต็มทั้ง
Atmos, DTS:X, Auro-3D ก็ได้ !!?

ต้องยกนิ้วให้กับ D&M Holdings, Inc. บริษัทแม่ที่อยู่เบื้องหลังความรวดเร็ว กับความพร้อมนำเสนอระบบเสียงใหม่ล่าสุด ครบครันทั้ง Dolby Atmos, Auro-3D และล่าสุด DTS:X ก่อนใคร!

ถึงแม้ถ้ามองในแง่มุมของแบรนด์แล้ว Denon “ปล่อยของ” ให้อัพเดทเฟิร์มแวร์รองรับ DTS:X ทีหลัง Marantz อยู่บ้าง แต่ผมถือว่าไม่ได้มีนัยใดๆ เพราะก็อยู่ในเครือเครือเดียวกันนั่นแหละนะ ทั้งนี้การออกเฟิร์มแวร์มาได้รวดเร็วนี้เองที่ช่วยให้ผู้บริโภคอย่างเราๆ ท่านๆ มีโอกาสสัมผัสความเหนือชั้นของระบบเสียงยุคใหม่ได้อย่างทันท่วงที ไม่ต้องรอจนเหงือกแห้งหายอยากไปเสียก่อน

มาอัพเดท Denon AV Receiver ประจำปี 2015 – 2016 เสียหน่อย รุ่นที่รองรับระบบเสียงใหม่ทั้ง Atmos และ DTS:X (F/W Upgrade) มีเกือบครบทุกรุ่นแล้ว หากอ้างอิงจากในรูป ยกเว้นเพียง X520BT รุ่นเดียวเท่านั้นที่ยังไม่รองรับ ส่วนรุ่นที่สามารถเพิ่มเติมให้รองรับ Auro-3D ได้ด้วย ก็ตั้งแต่ X4200W ขึ้นไป โดยมี X7200WA รั้งตำแหน่งรุ่นรือธงรวมอยู่ด้วย!

ด้วยดีกรีระดับ “รุ่นเรือธง” ถ้าพูดถึงว่า จะหา AV Receiver ที่ดีที่สุดของ Denon ได้ที่ไหน? คำตอบมันชัดเจนอยู่แล้วว่าพุ่งเป้ามาที่ AVR-X7200WA นี่เอง ไม่แปลกที่คุณสมบัติ รวมถึงประสิทธิภาพถ่ายทอดความบันเทิงด้านภาพและเสียงจะทำได้ยอดเยี่ยมสมกับฐานะ

มาดูจุดเด่นคร่าวๆ ของ X7200WA เพื่อเรียกน้ำย่อย ก่อนจะไปลงดีเทลในช่วงต่อไปครับ

 

 

1. รองรับระบบเสียงรอบทิศทางยุคใหม่ ครบทั้ง Dolby Atmos และ DTS:X (F/W available) รวมถึง Auro-3D (มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม) 2. รองรับสัญญาณภาพ 4K 60Hz, HDR, BT.2020, HDCP2.2 Pass-through เต็มรูปแบบ เพื่อการรับชม 4K/UHD Blu-ray ร่วมกับจอภาพแบบ Ultra HD Premium และยังมี 4K/60Hz Video Scaler มาด้วยในตัว 3. Premium DAC 768kHz/32-bit พร้อมเทคโนโลยีระดับขึ้นหิ้งอย่าง AL32 Processiong Multi Channel และ DDSC-HD32 ตอบรับระบบเสียงยุคใหม่แบบ Hi-res พร้อมการเชื่อมต่อสัญญาณดิจิทัลออดิโอพิเศษ Denon Link HD (ใช้ร่วมกับเพลเยอร์ที่รองรับ) 4. ภาคขยายกำลังขับสูงจาก DHCT (Denon High Current Transistors) จำนวน 9 แชนเนล รองรับ Atmos 5.2.4/7.2.2 หรือ Auro-3D 9.2 ch (11.2 ch Processing) ได้ทันที 5. ช่องต่อ Pre out 13.2 ch สำหรับขยับขยายเพิ่มจำนวนลำโพงรอบทิศทางบางจุด หรือสลับโหมดการทำงานเป็น Pure AV Processor แล้วเชื่อมต่อกับภาคขยายภายนอกทั้งหมดเลยก็ได้
6. HDMI 2.0 In 7+1 ช่อง และ HDMI Out ถึง 3 ช่อง (รองรับ HDMI Zone 2 Out และ ARC) 7. Audyssey MultEQ XT32 Speaker Calibration พร้อมรองรับ Audyssey Pro Installer เพื่อความเที่ยงตรงสูงสุด
8. Wireless Connection ทั้ง Wi-Fi (รองรับ DLNA และ AirPlay) และ Bluetooth ซึ่ง Network/USB สามารถเล่นไฟล์ Hi-res อาทิ DSD64, DXD (192kHz/24-bit) ได้ 9. ควบคุมสั่งการผ่าน Smart Phone/Tablet ด้วย Denon Remote App
10. ฟีเจอร์ประหยัดพลังงาน (Eco Mode)

Design – การออกแบบ

ใครที่เป็นแฟน Denon และตาม AVR รุ่นใหม่ๆ มาโดยตลอด คงจะจำได้ว่า ก่อนหน้านี้ ช่วงปี 2014 – 2015 Denon เคยเปิดตัวรุ่นเรือธง AVR-X7200W (ไม่มี A ต่อท้าย) มาก่อน โดยพื้นฐาน X7200WA ก็คือ X7200W ที่ผ่านการอัพเกรดฮาร์ดแวร์บางจุดนั่นเอง

เมนเซอร์กิตบอร์ด (HDMI & Digital Processor) ใหม่ ที่เห็นวางอยู่ด้านบน เป็นการอัพเกรดให้รองรับ HDCP2.2 เปรียบเทียบกับบอร์ดเก่าด้านล่าง จากรูปเดียวกันนี้จะเห็นว่า Wi-Fi & Bluetooth Module ยังถูกปรับเปลี่ยนให้ติดตั้งอยู่บนบอร์ดหลักเลย จึงลดความรุงรังลงได้อีกหน่อย (ภาพประกอบจาก avbuzz.com)

จากจุดนี้ โดยหลักการ ท่านที่ซื้อ X7200W ไปก่อนหน้า ก็สามารถเอาไปอัพเกรดเป็น X7200WA ได้นะ (น่าจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม) หลักๆ จะเป็นการอัพเกรดให้รองรับ HDCP2.2 เพื่อตอบรับการมาถึงของ 4K/UHD Blu-ray ได้อย่างเต็มที่!

ตัวถังภายนอก รวมถึงอุปกรณ์ภายในจุดอื่นๆ ยังคงเดิม ไม่มีความแตกต่างจาก X7200W และไม่ต้องแปลกใจว่าทำไมซื้อรุ่นที่กำกับอยู่บนแผงหน้า (ตรงมุมขวาล่าง ใต้ Volume Knob) ยังเป็น X7200W อยู่ หากต้องการยืนยันว่ารุ่นนี้เป็น X7200WA หรือไม่ ให้สังเกตที่จอแสดงผลเมื่อทำการเปิดเครื่องครับ

เมื่อทำการเปิดเครื่องใช้งาน แผงหน้าปัดจะแสดงชื่อรุ่น X7200WA ให้เห็นเด่นชัดตามรูป
(ภาพประกอบจาก avbuzz.com)

ดีกรีความเป็นรุ่นท็อป ฉายแววโดดเด่นยิ่งขึ้นเมื่อพินิจดูอุปกรณ์ภายใน อาทิ Discrete circuit amplifier module กำลังขับ 150 วัตต์ (8-ohm, 20Hz – 20kHz, THD 0.005%, 2-ch driven) จำนวน 9 แชนเนล และ DHCT (Denon High Current Transistors) ที่ออกแบบมาโดยเฉพาะเพื่อให้สามารถจ่ายกระแสได้สูงขึ้น ต่อให้ใช้ลำโพงค่าความต้านทาน 4 โอห์ม ก็บ่ยั่น  จัดวางโมดูลแยกฝั่งแชนเนลซ้ายและขวาออกจากกัน เพื่อผลลดทอนการรบกวนแบบ cross-talk

ส่วนขุมกำลังจากภาคจ่ายไฟ EI Transformer ขนาดใหญ่ ถูกติดตั้งบริเวณกึ่งกลาง คั่นด้วยครีบอะลูมิเนียมระบายความร้อนซึ่งทำหน้าที่เป็นชีลด์ป้องกันการแพร่กระจายของสนามแม่เหล็กอีกต่อหนึ่ง

ภาคถอดรหัสเสียงดิจิทัลยุคใหม่ต้องรับภาระมากกว่าเดิม ทั้งระบบเสียงมัลติแชนเนลที่เพิ่มเติมเสียงโอบล้อมหลายมิติ ไปจนถึงมาตรฐาน Hi-resolution Audio ที่บันทึกข้อมูลรายละเอียดเสียงมหาศาลยิ่งกว่าเดิม เหตุนี้จึงจำเป็นต้องอาศัยชิพประมวลผล SHARC Digital Audio Processor จำนวนมากถึง 4 ชุดด้วยกัน

อุปกรณ์อื่นๆ ที่ให้มา นอกจากคู่มือ เสาอากาศ AM/FM และ Audyssey Setup Mic. แล้ว ยังคงแถมขาตั้งไมค์มาให้เช่นเคย โดยจะมาในรูปแบบของกระดาษแข็ง ต้องพับประกอบเพื่อใช้งาน สามารถปรับความสูงได้ 2 ระดับ

รีโมตคอนโทรลมี Backlit จุดที่พิเศษกว่าเคย คือ มีเซ็นเซอร์ตรวจจับการเคลื่อนไหว ไฟจะติดสว่างขึ้นเองโดยอัตโนมัติเมื่อมีการขยับรีโมต ในส่วนของจอ LCD ใช้บ่งบอกโหมดฟังก์ชั่นการควบคุมอุปกรณ์ และแน่นอนว่าล้ำขนาดนี้ก็ต้องมาพร้อมความสามารถ Programming & Learning

Connectivity – ช่องต่อ

ด้านหลังยังคงเหมือนกับ X7200W ทุกจุด ทว่ามีจุดสังเกต คือ หากเห็นสัญลักษณ์อักษร “A” ข้างๆ Network (Ethernet) port ก็ยืนยันว่านี่คือรุ่น X7200WA ครับ

จำนวนและชนิดช่องต่อครบครันตามแบบฉบับรุ่นใหญ่ มี HDMI 2.0 Input ถึง 7 ช่อง (บวกอีก 1 ช่องด้านหน้า) ทั้งหมดรองรับ HDCP2.2 และ HDMI Out 3 ช่อง รองรับ HDMI Zone 2 และ ARC มี Pre Out 13.2 ch สำหรับเชื่อมต่อกับภาคขยายภายนอก ซึ่งรุ่นนียังสลับปรับเปลี่ยนการทำงานให้เป็น Pre Processor อย่างเดียวได้ด้วย

ความพิเศษเฉพาะกับ Denon AVR รุ่นสูงๆ คือ มีช่องต่อสัญญาณพิเศษที่เรียกว่า Denon Link HD ทว่าจะต้องใช้งานร่วมกับเพลเยอร์ที่รองรับเท่านั้นซึ่งมีตัวเลือกน้อย (แน่นอนว่าต้องยี่ห้อ Denon เหมือนกัน) และราคาค่อนข้างสูง

จุดเด่นที่ผมชอบมากๆ สำหรับ Denon AVR คือการจัดวางตำแหน่งขั้วต่อสายลำโพงแบบเรียงแถวเดี่ยว ที่เอื้อต่อการใช้งานมากเพราะจะไม่บดบังเวลาต้องขันเข้าสายลำโพงแบบเปลือยตัวนำ ส่วนการใช้งานร่วมกับสายลำโพงที่เข้าหัวแบบบานาน่าที่เดิมเข้าง่ายอยู่แล้ว ก็สะดวกมากยิ่งขึ้นไปอีก สามารถสังเกตตำแหน่งแชนเนลลำโพงได้ง่ายจากสีที่กำกับไว้ และสำหรับรุ่น X7200WA ติดตั้งขั้วลำโพงใสเห็นตัวนำด้านในที่ชุบทองไว้ด้วยครับ

เสาอากาศ Wi-Fi/Bluetooth แบบ 2 เสา สามารถถอดออกได้ แต่ถ้าต้องการใช้งานจะต้องใส่ไว้ให้ครบทั้ง 2 เสา ไม่อย่างนั้นจะไม่สามารถจับสัญญาณใดๆ ได้เลย

สำหรับการใช้งาน AVR เพื่อรับฟังระบบเสียงยุคใหม่ที่เพิ่มเติมมิติเสียงด้านสูงเข้ามา มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องกำหนดตั้งค่าลักษณะลำโพงให้ตรงกับการติดตั้งใช้งานจริง หากละเลยในจุดนี้ การถ่ายทอดเสียงรอบทิศทางจะถูกบิดเบือนผิดเพี้ยนจากความเป็นจริงไปได้ ซึ่งขั้นตอนดำเนินการในจุดนี้สำหรับ Denon X7200WA นั้น จะต้องกระทำผ่านหัวข้อ Speakers/Amp Assign

ยกตัวอย่าง กรณีที่ติดตั้งลำโพงระบบ 5.1.2 และใช้งานลำโพง Height Channel แบบ Top Surround ติดตั้งบนฝ้าเพดาน ให้กำหนด Assign Mode = Dolby Atmos, และ Layout = 5.1ch + 2 Height ตามรูปด้านบน

แต่ถ้าเป็นระบบ 5.1.2 และใช้งาน Height Channel แบบ Dolby Atmos Enabled Speakers ให้กำหนด Assign Mode = 9.1chHeight Speakers = Using Dolby Speakers, และ Height Layout = Front Dolby ตามรูป

หากต้องการทราบว่าลำโพงแต่ละแชนเนลจะต้องเชื่อมต่อสายเข้าที่ขั้วลำโพงด้านหลัง AVR ช่องไหนบ้าง สามารถดูได้จากหัวข้อ “View Terminal Config.”

AVR-X7200WA  มาพร้อมระบบ Auto Calibration ทรงประสิทธิภาพ Audyssey MultEQ XT32 ซึ่งสามารถใช้ในการอ้างอิงตั้งค่าลำโพงรอบทิศทางในเบื้องต้นได้ ซึ่งรวมถึงลำโพง Height Channel ทั้งรูปแบบ Top Surround, Dolby Atmos Enabled Speakers หรือ Front Height

Picture – ภาพ

ดังที่เกริ่นไปในตอนต้นว่า AVR รุ่นนี้พร้อมรับการมาของ 4K/UHD Blu-ray แล้ว จึงรองรับทั้ง 4K HDR BT2020 และ HDCP2.2 แบบ Pass-through

อีกทั้งยังมีวิดีโอสเกลเลอร์ สามารถอัพสเกล Full HD Blu-ray หรือคอนเทนต์วิดีโออื่นใด ให้เป็นความละเอียด 4K/60Hz ได้

นอกจากนี้ยังมี Picture Mode ให้เลือกไฟน์จูน ปรับปรุงคุณภาพของภาพได้ แต่หากมีการปรับภาพทีวีพร้อมความสามารถด้านการอัพสเกลที่ดีอยู่แล้ว ในจุดนี้อาจไม่มีความจำเป็นต้องใช้ให้ซ้ำซ้อนกันอีกครับ

Sound – เสียง

พูดถึง Denon AVR หลายท่านคงถูกใจกับเอกลักษณ์สไตล์เสียงที่กระจ่างแจ้ง ดุดัน ชมภาพยนตร์แล้วมันสะใจดี แต่ยอมรับว่าทีแรกรู้สึกกังวลอยู่นิดๆ ว่า เมื่อแม็ตชิ่งกับ Klipsch Reference Premiere Dolby Atmos แล้วแนวเสียงจะติดรุกเร้าไปหรือไม่ แต่เมื่อได้ฟังเสียงจริงแล้วก็ได้คำตอบว่าเปล่าเลย อาจเรียกว่าส่งเสริมจุดเด่นของกันและกันได้ดีเลยด้วยซ้ำไป ทั้งนี้ต้องยอมรับว่าความยอดเยี่ยมจาก AVR รุ่นสูงๆ ก็คือสมดุลเสียง อันเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยให้แม็ตชิ่งลำโพงได้ง่ายยิ่งขึ้น และจุดเด่นในประเด็นนี้ของ X7200WA ก็ไปละม้ายคล้ายอินทิเกรตแอมป์ของผู้ผลิตเดียวกัน อย่าง PMA-1520AE ที่เคยทดสอบผ่านหูอยู่บ้างเหมือนกัน โดยจะส่งผลกับความไหลลื่นต่อเนื่องในน้ำเสียงที่โดดเด่นกว่า AVR รุ่นรองๆ ลงมา ขึ้นอีกระดับหนึ่ง

ศักยภาพจากภาคขยายของ X7200WA พิสูจน์ได้จากผลลัพธ์การควบคุมลำโพง Klipsch RP-280FA ตัวท็อปประจำซีรี่ส์ Reference Premiere Dolby Atmos ได้น่าดูชม ทั้งการรับฟังแนวเพลงง่ายๆ สบายๆ อย่าง Pop หรือ Jazz ไปจนถึงแนวเพลงที่ซับซ้อนอย่างการบรรเลงบทเพลงโดยวงออร์เคสตร้าวงใหญ่

ด้วยแนวเสียงลำโพงที่มิได้ออกไปทางอ่อนหวาน และ AVR ก็มิใช่แนวนุ่มนวล แต่ถึงกระนั้นการถ่ายทอดเสียงกลางก็ให้ความต่อเนื่อง ระรื่นหูได้ดี จุดเด่นคือความฉับไว ตอบสนองกับแนวเพลงคึกคักกระฉับกระเฉง สามารถปั๊มเบสจากวูฟเฟอร์คู่ขนาด 8 นิ้ว ออกมาได้หนักแน่นโอ่อ่าเป็นที่พอใจ แรงปะทะดุดันโดยเฉพาะเมื่อใช้งานแบบ 2.1 เวทีเสียงกว้างขวาง การแจกแจงชิ้นดนตรีจาก Multi-channel SACD ก็ทำได้น่าตื่นตาตื่นใจ เสียดายอยู่นิดที่ยังไม่สามารถทำ Front Bi-amp ได้ครับ (กรณีที่เชื่อมต่อใช้งานลำโพง Height Channel ในส่วนของ Amp Assign จะไม่สามารถกำหนดเป็น Front Bi-amp ได้) แต่จุดนี้คงไม่ถึงกับเป็นข้อติติงเพราะการใช้งานโดยทั่วไปก็ลงตัวดีอยู่แล้ว

หากกดปุ่ม INFO ที่รีโมต จะเป็นการเรียกดูสถานะการถอดรหัสเสียงของ Denon AVR โดยจะแสดงทั้งระบบเสียงต้นฉบับ, ลำโพงที่ใช้งาน, Audyssey Mode และ สถานะ Eco Mode เป็นต้น

ทดสอบ X7200WA ด้วยระบบเสียงรอบทิศทางยุคใหม่ “Dolby Atmos” และ “DTS:X”

ในช่วงแรกของการเปิดตัวระบบเสียง Dolby Atmos สำหรับระบบโฮมเธียเตอร์ ดูเหมือน Decoder จะยังไม่ลงตัวนัก ผลลัพธ์ทางเสียงจึงดูขาดๆ เกินๆ อยู่สักหน่อย แต่เมื่อเวลาล่วงเลยไป ผู้พัฒนาผ่านการลองผิดลองถูกจนปัจจุบัน Dolby Atmos AVR หลายๆ รุ่น ให้การถ่ายทอดระบบเสียงรอบทิศทางยุคใหม่นี้ได้ลงตัวมากๆ จนพูดได้เต็มปากแล้วว่า “ดีกว่า” Dolby TrueHD เดิมๆ แน่นอน ซึ่งหนึ่งในนั้น คือ ผลลัพธ์จาก X7200WA เครื่องนี้นี่แหละ

ด้วยคุณสมบัติเด่นจากพื้นฐานภาคถอดรหัสเสียงระดับเรือธง อาธิ ระบบ AL32 Processing Multi Channel และ DDSC-HD32 (Dynamic Discrete Surround Circuit) ที่ทำการแยก 768kHz/32-bit Premium DAC AK4490 จาก Asahi Kasei Microdevices Corporation (Japan) อิสระจำนวน 7 ชุด สำหรับเสียงแต่ละแชนเนล จึงให้ผลลัพธ์ได้เต็มที่มากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะผลลัพธ์ด้าน S/N Ratio (120dB) และ THD (-112dB) ที่ส่งผลถึงการแจกแจงรายละเอียดเสียง ฟังดูสะอาดสะอ้าน การชี้ชัดตำแหน่งมีความชัดเจน ต่อเนื่อง พร้อมพละกำลังของภาคขยายที่ผลักดันบรรยากาศเสียงโอบล้อมได้ครอบคลุมพื้นที่ห้องทดสอบ ทั้งหมดนี้มิได้ส่งผลเฉพาะกับคุณภาพเสียงของแชนเนลลำโพงหลักเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึง LFE จากลำโพงซํบวูฟเฟอร์ ก็มีความเด็ดขาด หนักแน่นยิ่งขึ้นกว่าที่ AVR รุ่นระดับรองๆ ลงมา แน่นอนว่านี่เป็นปัจจัยที่ส่งเสริมให้การสัมผัสรับฟังเสียง Dolby Atmos และ DTS:X เป็นไปอย่างราบรื่นลงตัว

ไม่ลืมว่าส่วนหนึ่งต้องยกอานิสงส์ให้ Audyssey MultEQ XT32 ที่มีส่วนช่วยให้การถ่ายทอดเสียงรอบทิศทางมีความลงตัว ผลลัพธ์จากระบบ Room EQ ทำได้ยอดเยี่ยมเช่นเดียวกับเมื่อครั้งทดสอบจากรุ่นน้อง X4100W

การใช้งานระบบเสียง “Dolby Atmos Up-mix” จาก X7200WA ร่วมกับระบบเสียงรอบทิศทางจากเกม

ถึงแม้คอนเทนต์หลักอย่างแผ่นบลูเรย์ภาพยนตร์ที่วางแผงในปีนี้จะทยอยให้ระบบเสียงใหม่อย่าง Dolby Atmos หรือ DTS:X กันเกือบหมดแล้ว… แต่เชื่อว่าจำนวนคอนเทนต์ส่วนใหญ่ที่อยู่ในมือของเราๆ ท่านๆ ก็ยังเป็นระบบเสียงเดิมๆ มากกว่าอยู่ดี… ดังนี้จะเป็นไปได้ไหมที่เราจะได้สัมผัสประสบการณ์มิติเสียงด้านสูง ร่วมกับคอนเทนต์เดิมๆ ?

ดังที่เคยเน้นย้ำไปหลายรอบว่า ความบันเทิงจากระบบเสียงรอบทิศทางนั้น มิได้มีเฉพาะแค่ภาพยนตร์เพียงอย่างเดียว “เกม” ถือเป็นอีกหนึ่งคอนเทนต์ระบบเสียงรอบทิศทางคุณภาพสูงเช่นเดียวกัน และในแง่ความหวือหวาของเทคนิคโยนเสียงข้ามแชนเนลนั้น อาจจะดีกว่าภาพยนตร์หลายๆ เรื่องเสียด้วยซ้ำไป

ตอนนี้ผู้พัฒนากำลังเริ่มนำมาตรฐานระบบเสียง Dolby Atmos และ DTS:X มาใช้กับเกมเพื่อเพิ่มเติมการถ่ายทอดมิติเสียงด้านสูงเช่นเดียวกัน ทว่ากว่าจะได้เห็นคงต้องรออีกสักระยะหนึ่ง อย่างไรก็ดีด้วยศักยภาพทางด้านระบบเสียงของเกมในปัจจุบันที่น่าสนใจ เราสามารถใช้งานระบบจำลองเสียงยุคใหม่ เพื่อเป็นอีกหนึ่งแนวทางเพิ่มอรรถรสได้อย่างน่าสนใจครับ

แต่ก่อนอื่นนั้น เพื่อผลลัพธ์การถ่ายทอดระบบเสียงรอบทิศทางอันยอดเยี่ยมของเกม มีความจำเป็นต้องมีการตั้งค่า Audio Options ให้แม็ตช์กับการรับฟังผ่านระบบโฮมเธียเตอร์เสียก่อน จากภาพเป็นการอ้างอิง Uncharted 4 พื้นฐานระบบเสียงเป็นแบบ Multi-channel 5.1/7.1 โดยตัวเลือก Audio Output นั้น จะส่งผลกับคุณภาพเสียงมากทีเดียว

ตัวเลือก “Devices” (และ Dynamic Range) จะส่งผลกับการถ่ายทอดระดับไดนามิก แรงปะทะ ฯลฯ โดยตรง จึงเป็นกุญแจสำคัญที่ส่งผลไปถึงผลลัพธ์การรับฟังผ่าน X7200WA ยอดเยี่ยมมากๆ ทั้งนี้ตัวเลือก Devices ที่แนะนำสำหรับการรับฟังร่วมกับระบบโฮมเธียเตอร์คุณภาพสูง คือ Studio Reference ครับ

ส่วนตัวเลือก “Channels” แนะนำให้กำหนดตรงตามจำนวนลำโพงที่ใช้งานจริง (หากมีการใช้งานลำโพงเซอร์ราวด์แบ็ค เช่น 7.1.2 หรือ 7.1.4 ให้เลือก 7.1, ถ้าไม่มีลำโพงเซอร์ราวด์แบ็ค เช่น 5.1.2 หรือ 5.1.4 ให้เลือก 5.1)

อีกจุดหนึ่งที่ละเลยมิได้ คือ การตั้งค่าในส่วนของ Surround Speaker Azimuths โดยต้องกำหนดอิงตามตำแหน่งองศาการติดตั้งลำโพงภายในห้องให้ใกล้เคียงกับความเป็นจริงมากที่สุด กรณีที่ซิสเต็มใดติดตั้งตำแหน่งลำโพงนอกเหนือไปจากที่กำหนดได้ แนะนำให้ทำการขยับตำแหน่งลำโพงให้ตรงตามที่กำหนด (ซึ่งมันก็อิงจากมาตรฐานการติดตั้งในระบบโฮมเธียเตอร์นั่นแหละ) แล้วจะได้ความลงตัวขึ้นอีกมากครับ…

เมื่อตั้งค่าเรียบร้อยก็มาทดลองใช้งาน Dolby Atmos Up-mix (Dolby Surround) จาก X7200WA ร่วมกับระบบลำโพง 5.1.2 กัน แน่นอนว่าหากเทียบกับคอนเทนต์ระบบเสียง Dolby Atmos แท้ๆ การจำลองเสียงรูปแบบนี้จะยังเป็นรองอยู่บ้าง หลายๆ ฉาก อาจรู้สึกว่ามิติเสียงด้านสูงค่อนข้างเบาบาง ทิศทางการโยนเสียงส่วนใหญ่ก็จะสร้างความหวือหวาในแนวระนาบ (ระดับหูผู้ฟัง) เป็นหลัก ซึ่งอิงตามระบบเสียงต้นฉบับ แต่บางฉาก Dolby Atmos Up-mix ก็ให้ผลลัพธ์ที่ดีเกินคาด อาทิในฉากฝนตก ที่ช่วยเติมเต็มบรรยากาศด้านสูงอย่างเห็นได้ชัด เรียกว่าเป็นเสียงฝนตกสมจริงยิ่งขึ้นกว่าเคย

ไม่แปลกที่ระบบจำลองเสียงจะให้ผลลัพธ์เป็นรองระบบเสียง Atmos แท้ๆ อยู่บ้าง แต่ต้องยอมรับว่ามาตรฐานการจำลองเสียงรอบทิศทางในยุค Object-base audio จาก X7200WA เครื่องนี้ ช่วยเติมเต็มอรรถรสบางอย่างได้ดีกว่าสมัยที่ลองกับระบบจำลองเสียงยุค Channel-base audio (Dolby Prologic, IIx, IIz, Audyssey DSX) เป็นอย่างมาก!

Auro-3D 2014 Demonstration Disc

การรับฟังระบบเสียง Auro-3D ร่วมกับ X7200WA ผ่านการใช้งาน “DTS Neural:X”

ความยืดหยุ่นของภาคถอดรหัสภายใน Denon AVR รุ่นระดับสูง อย่าง X7200WA นั้นโดดเด่น เนื่องจากฮาร์ดแวร์รองรับทั้ง 3 ระบบเสียง คือ Dolby Atmos, DTS:X และ Auro-3D ทว่าในส่วน Auro-3D นั้น จะต้องทำการอัพเดทซอฟต์แวร์เสียก่อนจึงจะถอดรหัสได้ โดยมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมอยู่ที่ €149 ตรงนี้เชื่อว่าจะทำให้หลายท่านลังเลที่จะลองระบบเสียง Auro-3D ซึ่งเป็นเรื่องน่าเสียดาย เพราะหลายคอนเทนต์จาก Auro-3D บันทึกเสียงมาได้ดีมากทีเดียว (ถึงแม้จะหามาฟังยากไปหน่อยก็เถอะ)

วันนี้ผมเลยจะมาแนะนำวิธีการรับฟังระบบเสียง Auro-3D ร่วมกับ Denon AVR กรณีที่มิได้เสียเงินอัพเดท ให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีกันครับ

พื้นฐานของ Auro-3D คือ การเข้ารหัสข้อมูลเลเยอร์เสียงด้านสูงเพิ่มเติมเข้าไปในระบบเสียง DTS-HD MA โดยกระบวนการพื้นฐานนี้มีความคล้ายคลึงกับ DTS:X แต่แตกต่างกันที่ Auro-3D ยังเป็น Channel-base Audio ในขั้นตอนการถอดรหัสข้อมูลโดย AVR เพื่อ mapping ตำแหน่งทิศทางเสียงเข้ากับระบบลำโพงรอบทิศทางจึงไม่ซับซ้อนเท่ากับ DTS:X ที่เป็น Object-base Audio

ปัจจุบัน AVR ทุกรุ่นที่รองรับการถอดรหัสเสียง DTS:X จะได้อัพเกรดระบบจำลองเสียงใหม่ของ DTS ที่เรียกว่า “Neural:X” พ่วงมาด้วย หน้าที่มีไว้เพื่อจำลองเพิ่มเติมมิติเสียงด้านสูงนั่นเอง แน่นอนว่า DTS กะทำมาให้ใช้งานกับระบบ DTS-HD MA เดิมนั่นเอง และในเมื่อพื้นฐานของระบบเสียง Auro-3D ก็คือ DTS-HD MA โดยหลักการมันก็ควรจะใช้งานกับ Neural:X ได้จริงไหม? แต่ผลลัพธ์จะดีหรือไม่ ถ้าอยากรู้คำตอบ ก็มาพิสูจน์กันเลยดีกว่า…

เมื่อทดสอบกับคอนเทนต์ Auro-3D Demonstration Disc ร่วมกับ X7200WA โดยเปิดใช้ระบบจำลองเสียง DTS Neural:X (Audio Info ที่จอแสดงผลหน้าเครื่อง จะโชว์ว่าเป็น DTS-HD + Neural:X) พบว่าการ Mapping ตำแหน่งลำโพงต่างๆ ทำได้ดี โดยเลเยอร์เสียงด้านสูงจากลำโพง Front Height, Surround Height และ Voice of God ของ Auro-3D จะถูกระบบฯ ถอดรหัสและ mapping เข้ากับลำโพง Height Channel ของ Dolby Atmos ผ่านซิสเต็มลำโพงทดสอบได้ลงตัวเกินคาด!

เมื่อทดลองกับคอนเทนต์ที่เป็นตัวอย่างเสียงในแผ่น Auro-3D Demonstration Disc ผลลัพธ์ที่ได้นั้นทำเอาผม “ทึ่ง” เพราะมันฟังดูหวือหวากว่าภาพยนตร์ระบบเสียง DTS:X บางเรื่องอีกอ่ะ (ฮา) โดยหมวดที่แนะนำให้ลองเป็นพิเศษจากแผ่น Demo คือ “Ambiences” ครับ ข้อดีของเดโมแผ่นนี้ คือ จะมีคลิปเปรียบเทียบเสียงบรรยากาศระหว่างใช้งานลำโพงด้านสูง กับไม่ใช้ ให้ฟังกันชัดๆ เลย ซึ่งแน่นอนเลยว่า “ต่าง”

ความลงตัวอาจไม่ถึงกับเพอร์เฟ็กต์เต็มร้อยเมื่อเทียบภาคถอดรหัส Auro-3D แท้ๆ แต่พูดได้ว่า “ใกล้เคียงมาก” นี่อาจจะเป็นสิ่งยืนยันถึงความยืดหยุ่นของระบบประมวลผลถอดรหัสเสียงยุคใหม่จาก DTS:X (และ Neural:X) ที่อาจเป็นทางออกของสงครามฟอร์แม็ตระบบเสียงรอบทิศทางก็เป็นได้…

Conclusion – สรุป

AVR ระดับท็อปที่ให้ความลงตัวในระดับสูง รองรับอนาคตครบทั้งระบบภาพ 4K HDR และระบบเสียงทั้ง Dolby Atmos & DTS:X เพื่อตอบรับการมาถึงของ 4K/UHD Bluray ได้อย่างเต็มที่ก่อนใคร!

หมายเหตุประกอบการให้คะแนน

– 4K HDR BT2020 HDCP2.2 Video Pass-through รองรับมาตรฐานสูงสุดสำหรับรับชม 4K/UHD Blu-ray Player และยังมี 4K/60Hz Video Scaler มาด้วย
– รองรับระบบเสียงยุคใหม่ทั้งพร้อมสรรพทั้ง Dolby Atmos และ DTS:X จากภาพยนตร์ยุคใหม่ซึ่งเติมเต็มมิติเสียงโอบล้อมได้ดีกว่าระบบเสียงเดิม ส่วน Auro-3D แม้มิได้อัพเกรดก็สามารถใช้ DTS Neural X จำลองเสียง ซึ่งให้ผลลัพธ์ใกล้เคียงต้นฉบับ Auro-3D แท้ๆ มาก, คุณภาพเสียงโดดเด่นจาก DAC และภาคขยายที่ให้สมดุลเสียงกระเดียดคล้ายอินทิเกรตแอมป์ของผู้ผลิตเดียวกันมากกว่า AVR รุ่นรอง, Audyssey MultEQ XT32 ยังให้ความยืดหยุ่นและความเที่ยงตรงสูงเช่นเคย ระบบ Sub EQ HT แยกปรับซับวูฟเฟอร์ 2 ตัวได้อิสระ
– ลูกเล่นการใช้งานครอบคลุมเท่าทันยุคสมัย Network/USB รองรับไฟล์ WAV/FLAC ที่ 192kHz/24-bit รวมถึง DSD (.dsf/.dff) พร้อม Internet Radio และ Network Features ครบครัน ไม่ละทิ้งฟีเจอร์ AirPlay,  เชื่อมต่อสัญญาณเสียงแบบไร้สายผ่าน Bluetooth ได้, Overlay GUI มีสีสันสวยงาม น่าใช้
– มี HDMI 2.0 Input ถึง 7 ช่อง บวก 1 ช่องด้านหน้า รองรับ HDCP2.2 ครบ และ HDMI Output ถึง 3 ช่อง รองรับ HDMI Zone 2 และ ARC, ช่องต่อรับสัญญาณหลากหลายทั้งอะนาล็อกและดิจิทัล, จัดวางขั้วลำโพงให้เชื่อมต่อง่ายดีมาก
– อีกหนึ่ง AVR ที่สมบูรณ์แบบ พร้อมรับอนาคตกับระบบเสียงยุคใหม่ครบครัน สามารถใช้งานได้เลยทั้ง Dolby Atmos และ DTS:X (F/W available) เช่นเดียวกับระบบภาพแบบเต็มสตรีมด้วย 4K/60Hz Up-scale และ HDR, ฺBT.2020 Pass-through เรียกว่าจัดแบบเต็มเหนี่ยวได้ก่อนใคร กับดีกรีรุ่นท็อปที่ให้คุณภาพของภาพและเสียงโดดเด่น

by ชานม!
2016-08

ราคาตั้ง Denon AVR-X7200WA 180,000 บาท

Sample Image Gallery

SPRING SUMMER LOOKBOOK

Sample Block Quote

Praesent vestibulum congue tellus at fringilla. Curabitur vitae semper sem, eu convallis est. Cras felis nunc commodo eu convallis vitae interdum non nisl. Maecenas ac est sit amet augue pharetra convallis.

Sample Paragraph Text

Praesent vestibulum congue tellus at fringilla. Curabitur vitae semper sem, eu convallis est. Cras felis nunc commodo eu convallis vitae interdum non nisl. Maecenas ac est sit amet augue pharetra convallis nec danos dui. Cras suscipit quam et turpis eleifend vitae malesuada magna congue. Damus id ullamcorper neque. Sed vitae mi a mi pretium aliquet ac sed elitos. Pellentesque nulla eros accumsan quis justo at tincidunt lobortis deli denimes, suspendisse vestibulum lectus in lectus volutpate.
ถัดไป
ก่อนหน้า

แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็นในบล็อกทั้งหมดจะถูกตรวจสอบก่อนที่จะเผยแพร่

ขอบคุณสำหรับการสมัคร!

อีเมลนี้ได้รับการลงทะเบียนแล้ว!

เลือกซื้อรูปลักษณ์

ตัวเลือก

Have Questions?
Back In Stock Notification
ถูกเพิ่มลงในตะกร้าสินค้าของคุณ

ตัวเลือก

this is just a warning

รีเซ็ตรหัสผ่าน

กรุณากรอกอีเมลที่คุณเคยลงทะเบียนไว้