ข้ามไปที่เนื้อหา
|

สยายปีกสู่อนาคตไม่มีสิ้นสุด !! รีวิว Onkyo TX-NR609 Wireless Receiver

เขียนโดย: EDITOR LCDTVTHAILAND โพสต์เมื่อ: 08 Jan 2022 0 ความคิดเห็น

บทบาทหลัก ๆ แต่ช้านานของ AVR นั้นคือการทำหน้าที่เกี่ยวกับทางด้านเสียงเป็นส่วนใหญ่ จนถึงปัจจุบันได้มีการพัฒนาแต่งเติมให้มันทำหน้าที่ได้อย่างหลากหลายมากขึ้น หนึ่งในฟังก์ชั่นที่เข้ากับยุคสมัยมาก ๆ นั้นก็คือ Network ที่ช่วยให้มันสามารถเข้าถึงสื่อภาพและเสียงที่อยู่ในอุปกรณ์ต่าง ๆ บนเครือข่ายเดียวกันได้ นอกจากนี้ในบางรุ่นยังมีแอพพลิเคชั่นเล็ก ๆ มาช่วยให้เราเข้าถึงสื่อต่าง ๆ บนโลกออนไลน์ได้อีกด้วย

Onkyo TX-NR609 คือหนึ่งใน Network AVR ระดับมิดเอ็นด์ที่ได้รับการออกแบบมาดังที่เกริ่นไว้ด้านบน นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับความสามารถในการจัดการระบบเสียงแบบ 7.2 แชนแนล และรองรับการใช้งานร่วมกับ iPod, iPhone แบบเสียบตรง(Digital Direct) ไม่จำเป็นต้องใช้ Dock ซึ่งโดยรวมแล้วถือว่าเป็น AV Receiver อีกหนึ่งรุ่นในตลาดที่น่าสนใจไม่น้อยเลย

Onkyo TX-NR609 Basic Specification

• 175 W/Ch at 6 Ω, 1 kHz, 1 Channel Driven, JEITA;160 W/Ch at 6 Ω, 1 kHz, 1%, 1 Channel Driven, IEC;125 W/Ch at 6 Ω, 1 kHz, 0.1%, 2 Channels Driven,FTC • THX® Select2 Plus™ Certified
• HDMI® Support for 3D, Audio Return Channel,DeepColor™, x.v.Color™, LipSync, Dolby® TrueHD,DTS-HD Master Audio™, DVD-Audio, Super Audio CD, Multichannel PCM, and CEC • Dolby® TrueHD and DTS-HD Master Audio™ Decoding • Audyssey 2EQ® for Room Acoustic Correction
• Audyssey Dynamic EQ® for Loudness Correction
• Audyssey Dynamic Volume® to Maintain Optimal Listening Level and Dynamic Range

ราคา 29,900 บาท

Design – การออกแบบ

เรื่องของดีไซน์ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญไปไม่น้อยกว่าฟังก์ชั่นการใช้งาน แม้กระทั่ง AVR ก็ตาม การดีไซน์ที่ดี เรียบง่าย จะช่วยให้ผู้ใช้สามารถเข้าถึงอุปกรณ์ได้ง่ายมากขึ้น นอกจากนี้ยังให้ผลทางด้านจิตใจของผู้ใช้งานอีกด้วย เพราะการออกแบบที่ดีจะทำให้อุปกรณ์แต่ละตัวช่วยเสริมภาพลักษณ์ซึ่งกันและกัน เวลาที่เรามองดูจะรู้สึกได้ถึงความเข้ากันเป็นหนึ่งของชุดเครื่องเสียง เวลาใช้งานก็จะรู้สึกสบายใจไม่ขัดหูขัดตา

บริเวณด้านหน้ายังคงความเป็นเอกลักษณ์เช่นเคย การจัดวางปุ่มกดที่เรียบง่ายและกลืนกันกับรูปทรงของตัวเครื่อง สำหรับช่องต่อต่าง ๆ ก็ให้มาอย่างพอดีไม่มากไม่น้อยเกิน เน้นเฉพาะช่องหลักที่ผู้คนส่วนใหญ่มักจะใช้งานบ่อย ๆ ช่วยให้เราไม่ต้องมุดไปด้านหลังเพื่อเสียบสายกรณีที่เราวางเข้าไปในชุดเฟอร์นิเจอร์แล้ว

บริเวณ Master Volume Control ส่วนนี้จะมีไฟส่องสว่างสีขาวเรือง ๆ อยู่ครับ ถือว่าเป็นการเก็บตกที่ดีทีเดียวสำหรับงานดีไซน์ เพราะเวลาที่เราใช้งานจริง บางท่านอาจจะปิดไฟในห้องจนมืดมองอะไรไม่ค่อยเห็น การมีไฟส่องสว่างทำให้เรารู้ตำแหน่งที่แน่นอน ไม่กดผิดกดถูกจนเสียอารมณ์ในการรับชมภาพยนตร์อย่างแน่นอน อย่างไรก็ตามถ้าคิดว่ามันแยงตาเวลาที่รับชมก็สามารถปิดได้เช่นเดียวกับการหรี่ไฟหน้าปัดเครื่อง

สำหรับชุดทดสอบที่ใช้นั้นก็จะเป็นลำโพงทั้ง 5 แชนแนลจาก Paradigm Monitor Series 7 และซับวูฟเฟอร์ Polk Audio จาก PSW Series ส่วน Blu-ray Player จะเป็นของ Oppo BDP-95 ตัวเทพประจำออฟฟิศเรานั่นเอง โดยจะทดสอบภายใต้สภาพแวดล้อมแบบห้องโฮมเธียเตอร์ที่มีการออกแบบมาอย่างดี เพื่อวัดประสิทธิภาพที่แท้จริงแบบไม่ถูกลดทอนจากความไม่เหมาะสมของระบบ Acoustics ภายใน

Connectivity – ช่องต่อ

Onkyo TX-NR609 รองรับการใช้งานแบบ 7.2 แชนแนล บวกลำโพงเสริม Zone 2 บริเวณช่องเชื่อมต่อบริเวณด้านหลัง ไม่เยอะ ไม่น้อย จะเห็นว่าด้วยความที่เป็น Network AVR จึงมีช่องเสียบสาย Ethernet LAN เพิ่มเข้ามาบริเวณด้านหลังด้วย นอกนั้นก็จะเป็นช่องเสียบพื้นฐานที่ควรจะมีอย่างเช่น Coaxial, Optical, Component รวมไปถึง Analog output (Line Out สลับการใช้งานเป็น Monitor out หรือ Zone 2 ได้) ส่วน Pre Out จะมีแค่ DualSUB Out

สำหรับช่อง HDMI ที่ให้มาก็รองรับการใช้งานแบบสามมิติเต็มรูปแบบ(3D Pass-through) ไม่ต้องกลัวว่าภาพจะหาย รวมไปถึงวงจร ARC (Audio Return Channel) ที่ช่อง HDMI OUT เพื่อนำเสียงจากอุปกรณ์ที่รองรับมาขยายผ่านแอมป์ อย่างเช่นเสียงจากทีวีรายการปกติ(จากจูนเนอร์ของทีวี หรือแม้แต่คอนเทนต์รูปแบบต่าง ๆ ผ่าน SmartTV) นอกจากนี้ยังมีระบบ 4K Upscaling มาอีกด้วย สำหรับคนที่มีจอภาพความละเอียดสูงกว่า Full HD !! หรือในกรณีที่ต้องการจะปิดแอมป์ดูหนัง คือจะเอาเสียงออกที่ทีวีอย่างเดียว Onkyo ก็ได้แถมระบบ HDMI THRU มาให้โดยจะทำหน้าที่ Bypass สัญญาณภาพและเสียงผ่านตัวเครื่อง AVR ไปยัง TV แม้ว่าจะอยู่ในสถานะ Standby ก็ตาม

จากแผงช่องต่อด้านหลังคราวนี้วนมาดูด้านหน้ากันบ้าง จะเห็นว่ามีช่องสัญญาณหลัก ๆ วางหลบมุมไว้เช่นเคย โดยช่อง USB ที่เห็นนี้ เราสามารถที่จะใช้เสียบ USB Wireless Adapter ได้ หรือจะเสียบ iPod, iPhone เข้าไปตรง ๆ(Digital Direct) เพื่อเล่นเพลงที่อยู่ในอุปกรณ์ของเราก็ทำได้แบบไม่ต้องพึ่ง Dock โดยจะรองรับการใช้งานร่วมกับ iPod 3rd Gen. และ iPhone 3GS ขึ้นไป ในเวอร์ชั่น 4.2 หรือใหม่กว่านั้น

Setup – การติดตั้ง

ในส่วนของภาพกับ AVR นั้น เรียกได้ว่าเป็นจุดที่ได้รับความสำคัญอยู่แต่อาจจะไม่มากเท่าเรื่องเสียงที่เป็นหน้าที่หลักเท่านั้นเอง ซึ่งจุดเด่นที่ทาง Onkyo ได้บรรจุมาในรุ่นนี้นั้นก็คือการเพิ่มวงจร 4K Upscaling เข้าไป ซึ่งเป็นความพยายามเพิ่มความละเอียดของภาพให้เหนือกว่าแบบ Full HD แต่ต้องใช้กับจอภาพความละเอียด 4K เท่านั้น (จอภาพมาตรฐานปัจจุบันไม่ได้อานิสงส์ในประเด็นนี้โดยตรง) ว่าแล้วเราก็มาไล่ดูกันไปทีละส่วนจะดีกว่าครับ

หน้าตาเมนูแบบใหม่ ที่ออกแบบมาสวยงามสะอาดตามากขึ้น
นอกจากนี้ยังใช้เวลาในการเปลี่ยนจากสัญญาณแสดงภาพ มาเป็นหน้าเมนูนี้ได้เร็วมาก
ช่วยให้การตั้งค่าทำได้อย่างรวดเร็ว และไม่ขัดจังหวะการรับชมจนเกินไป

Overlay OSD แบบเรียบ ๆ ก็กดขึ้นมาระหว่างรับชมได้เลยมีลักษณะโปร่งใสเล็กน้อย
เพื่อให้พอที่จะกดเซ็ตค่าต่าง ๆ ได้แบบไม่เสียอรรถรส

การรับชมก็ได้คุณภาพอย่างที่เห็นแหละครับ
ไม่มีการลดทอนลงอย่างที่หลายคนกลัว

เรื่องของฟังก์ชั่น 4k Upscaling นั้น อาจจะพูดได้อย่างเต็มปากว่าในสถานการณ์บ้านเรานั้น คงจะยังไม่มีความจำเป็นสักเท่าไร เนื่องจากปัจจุบันเราเพิ่งจะได้สัมผัสกับความละเอียด Full HD 1080p เอง การที่จะใช้ฟังก์ชั่นนี้ของ AVR ได้นั้นจำเป็นที่จะต้องมีทีวีที่มีความละเอียดขนาด 4k (3840×2160) เพราะไม่เช่นนั้นแล้วพอกดเซ็ตไปก็จะไม่แสดงภาพอะไรเลย เพราะฉะนั้นนี่อาจจะไม่ใช่ฟังก์ชั่นหวือหวาอะไรในตอนนี้ แต่ถ้าเมื่อไรที่มีทีวีความละเอียดดังกล่าววางหราอยู่เต็มห้างแล้วล่ะก็ ระบบ 4k Upscaling ก็อาจจะมีประโยชน์ขึ้นมาทันที

Features – ลูกเล่น

TX-NR609 ไม่เพียงแต่สามารถเล่นคอนเทนต์ออนไลน์ได้เพียงอย่างเดียวเท่านั้น ด้วยความที่ต้องพัฒนาให้ทันยุคทันสมัย มันยังพ่วงความสามารถในการเชื่อมต่อโดยตรง (USB Digital Direct) กับอุปกรณ์ iDevice ของทางค่ายแอปเปิ้ล นอกจากนี้ยังมีความสามารถในการเล่นไฟล์เพลงจาก USB Storage Devices อีกด้วย เยอะแยะมากมายขนาดนี้ เราค่อย ๆ ไล่ดูฟีเจอร์น่าสนใจของ Onkyo Network AVR เครื่องนี้ไปทีละอย่างดีกว่าครับ

สำหรับการเชื่อมต่อออนไลน์นั้น เราสามารถที่จะใช้ Ethernet LAN ก็ได้ หรือจะเสียบ USB Wireless Adapter ก็ได้ครับ(อย่างใดอย่างหนึ่งถ้าเสียบพร้อมกันจะไม่สามารถต่อได้เลย) ซึ่ง USB Wireless Adapter (UWF-1) จะมีจำหน่ายแยกต่างหากนะครับ แต่ถ้าเป็นการเชื่อมต่อแบบ LAN ปกติไม่จำเป็นต้องตั้งค่าใด ๆ ก็สามารถใช้งานได้เลย (หากระบบเครือข่ายของคุณรองรับมาตรฐาน DHCP) โดยเราจะเช็คได้จากเมนู Setup > Hardware Setup > Network ถ้าตัว Router ได้ทำการแจก IP มาให้แล้วก็ถือว่าเสร็จสิ้นการเชื่อมต่อกับเครือข่ายครับผม

หลังจากเชื่อมต่อสำเร็จก็กดปุ่ม NET บนรีโมทจะเข้ามาที่หน้านี้เลยครับเป็นเมนูให้เลือกใช้งานแตกต่างกันออกไป แบ่งเป็นหมวดการฟังวิทยุออนไลน์(vTuner, napster, last.fm, Spotify) กับการเล่นไฟล์ที่อยู่บนอุปกรณ์อื่นบนเครือข่ายเดียวกัน(dlna) โดยสำหรับ last.fm, napster และ Spotify นั้นจำกัดการให้บริการสำหรับบางประเทศ

หมายเหตุ : เมื่อทำการอัพเฟิร์มแวร์ตัวใหม่ จะมีบริการในส่วนวิทยุออนไลน์เพิ่มเข้ามาคือ AUPEO! ซึ่งคนไทยสามารถใช้งานได้เช่นเดียวกันกับ vTuner

สำหรับ vTuner นั้นจะมี Bookmark ของสถานีหลัก ๆ มาให้ก่อนแล้ว ซึ่งเราก็สามารถเลือกรับฟังกันได้ตามอัธยาศัย หรือเราสามารถที่จะนำ url ของคลื่นวิทยุนั้น ๆ มาเพิ่มเองก็ได้ ซึ่งขณะใช้งานก็จะมีหน้าตาดังภาพด้านบนครับ คุณภาพเสียงดีกว่าฟังจาก FM Tuner ที่มักจะมีคลื่นวิทยุชุมชนขายยาหมอเทวดาครอบจักรวาล กับรายการล้างสมองทางการเมืองแทรกเข้ามาอยู่บ่อย ๆแน่นอน

ในส่วนของ dlna นั้นได้ทำการทดสอบใช้งานการเล่นเพลงบนเครื่องคอมพิวเตอร์ที่เป็น Windows 7 ผ่านการใช้งานโปรแกรม Windows Media Player เวอร์ชั่น 12 โดยก่อนหน้านั้นเราจะต้องไปตั้งค่าเสียก่อน โดยในส่วนนี้สามารถศึกษาจากคู่มือที่แถมมาได้ครับ ไม่ยากจนเกินไปอย่างแน่นอน หลังจากนั้นเราก็สามารถที่จะใช้ฟังก์ชั่น Play To > TX-NR609 อันเป็น dlna อีกลักษณะหนึ่ง แค่นี้เสียงเพลงก็จะถูกจัดสรรมาเล่นยัง AVR ของเราแบบมหัศจรรย์

ภาพขณะทำการเล่น dlna ก็จะมีหน้าตาคล้ายคลึงกับตอนที่กดฟัง vTuner ถ้าเผื่อว่าไฟล์ที่อยู่บนคอมพิวเตอร์มีการใส่ภาพปกไว้ ก็จะโชว์ตรงภาพตัวโน้ตอย่างที่เราเห็นนี่แหละครับผม เรียกได้ว่านี่เป็นการประยุกต์เอาความสามารถทางด้านเสียงมาเข้ากับเทคโนโลยีของยุคสมัยได้อย่างลงตัว ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายให้กับผู้ใช้เป็นอย่างดี

การใช้งานคู่กับ iOS Device

ในส่วนถัดไปที่จะพูดถึงคือการที่เราสามารถโหลดแอพ Onkyo Remote 2 บน iOS มาใช้งานเป็นรีโมทคอนโทรลได้อีกด้วย โดยเราต้องทำการเชื่อมต่ออุปกรณ์ iDevice ของเราเข้ากับเครือข่ายเดียวกับ AVR ก็จะสามารถใช้งานแทนรีโมทได้ทุกฟังก์ชั่นหลัก ๆ

หน้าตาของตัวแอพพลิเคชั่น ก็จะเป็นดังภาพด้านบนครับ แบ่งออกเป็นสามหน้าด้วยกัน และหากว่าเราได้ทำการเชื่อมต่อ iDevice ของเราแล้ว รีโมทตัวจริงก็จะถูกปลดเป็นตัวสำรองไป การควบคุมหลักส่วนใหญ่จะถูกโอนมาในส่วนนี้แทน ซึ่งทำหน้าที่ทดแทนได้เป็นอย่างดีครับ เรียกได้ว่าหน้าตาเป็นมิตรต่อผู้ใช้มากขึ้น อาจจะช่วยให้บางคนสามารถทำความเข้าใจใช้งานได้ง่ายดายกว่ากดจากรีโมทตัวจริง น่าเสียดายที่ไม่สามารถใช้งานการเล่นไฟล์จาก iOS Device หรือที่เรียกว่า AirPlay ได้ แต่ก็ไม่ต้องเสียใจไปนะครับ ถ้าอยากเล่นจริง ๆ ก็สามารถใช้วิธี “เสียบตรง” ดังจะกล่าวต่อไปได้ครับ

นอกจากการทำหน้าที่เป็นรีโมททดแทนแล้ว เราสามารถเสียบสาย USB จาก iPod, iPhone หรือ iPad เข้าตรง ๆ จากทาง Front Panel ได้เลยและทำการกดปุ่ม Mode บนรีโมทของ AVR ก็จะขึ้นเป็นเมนูดังภาพครับผม โดยเราสามารถเลือกใช้งานได้ตามสะดวก โดยอุปกรณ์ของเราก็จะทำหน้าทีเป็นเสมือนเพลเยอร์ คอยเล่นไฟล์แล้วส่งสัญญาณแบบดิจิทัลผ่านภาค DAC เข้าสู่ภาคขยายที่แอมป์นั่นเอง

นอกจากนี้เรายังสามารถนำ USB Flash Drive ของเราที่ใส่ไฟล์เพลงมาเล่นได้อีกเช่นเดียวกัน โดยก็จะมีหน้าตาคล้ายคลึงกับการเสียบ iPhone เข้ากับเครื่องครับ แต่ในส่วนนี้ AVR ก็จะทำหน้าที่เป็นเพลเยอร์แทน ในจุดนี้พบปัญหาอยู่บ้าง(ถือว่าเป็นปกติของ AVR) ตรงที่ไม่สามารถอ่านไฟล์ภาษาไทยได้เท่านั้นเอง แต่สามารถเล่นได้ไม่มีปัญหา อย่างไรก็ตามการรองรับฟอร์แมตยังไม่กว้างขวางเท่าที่ควร คิดซะว่าเปรียบเสมือนเป็นของแถมจากทาง Onkyo ก็ไม่เสียหาย

Sound – เสียง

มาถึงในส่วนของหน้าที่หลักซึ่งก็คือด้านเสียงนั่นเองนะครับ ซึ่งทาง Onkyo ได้ใส่ฟีเจอร์เด็ด ๆ ที่จะมาสร้างสรรค์ความบันเทิงภายในบ้านของคุณได้อย่างมีประสิทธิภาพไว้มากมาย โดยหลักก็คือรองรับการเชื่อมต่อแบบ 7.2 แชนแนล นอกจากนี้ยังมีสิ่งที่เรียกว่า Audyssey 2EQ Auto Calibration มาให้เป็นตัวช่วยในการปรับจูนลำโพงให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมในห้องของเรา และอีกหนึ่งฟังก์ชั่นที่ขาดไม่ได้คือตัวถอดรหัสเสียงจาก 2 ค่ายดัง DTS และ Dolby เพื่อที่จะขับขานเสียงที่ถูกบันทึกมาในฟอร์แมตดังกล่าวได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ก่อนที่จะมาทดสอบก็ต้องจัดทำการ Calibrate เสียก่อน ซึ่งในส่วนนี้เราสามารถที่จะเลือกได้ว่าจะทำแบบ Quick หรือจะทำแบบ Full ข้อแตกต่างระหว่างสองแบบนี้ก็คือ Quick จะเป็นการปรับระดับความดัง, ระยะห่าง และขนาดลำโพงเท่านั้น แต่ถ้าเป็น Full จะมีส่วนของ Room EQ เพิ่มเติมเข้ามาหลังจากทำการ Calibrate เพื่อที่จะช่วยชดเชยสมดุลโทนเสียง โดยเราสามารถเลือกใช้งานได้ที่เมนู Source Setup > Audyssey เพื่อที่จะเปิดใช้งานในส่วนนี้ ซึ่งจะมี Room EQ สองแบบให้เลือกคือ Movie และ Music ซึ่งจะมีประโยชน์หากว่าไม่สามารถกำหนดสภาพแวดล้อมได้เพอร์เฟ็กต์

เพื่อไม่ให้เป็นการเสียอารมณ์ นอกเหนือจากการเข้าไปปรับในส่วน Setup แล้ว
เรายังสามารถเลือก Room EQ ผ่าน OSD(Onscreen Display) ได้อีกด้วย

จากการนั่งดูภาพยนตร์ในสื่อ Blu-ray ทั้งในรูปแบบเสียง DTS-HD Master Audio และ Dolby TrueHD พบว่า TX-NR609 ให้การตอบสนองต่อเสียงในช่วงฉากต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี ด้วยบุคลิกภาพที่กระชับแน่น มีน้ำหนักครบครัน ช่วยให้ฉากยิงต่อสู้ หรือฉากระเบิดสนั่นปฐพี ถูกถ่ายทอดออกมาอย่างสมน้ำสมเนื้อ ดูแล้วสนุกเข้าถึงอารมณ์ของตัวภาพยนตร์แบบไม่บกพร่อง การควบคุมโอนถ่ายมิติเสียงจากซ้ายไปขวา หน้าไปหลัง ทำได้อย่างเชือดเฉือนล้ำลึก ฟังแล้วเป็นธรรมชาติไม่มีสะดุด เสมือนอนึ่งเราอยู่ในเหตุการณ์

ระเบิดเป็นระเบิดแบบนี้สิ ถึงจะเรียกได้เต็มปากว่าคือการดูหนังแบบได้อรรถรส !!

ผละจากภาพยนตร์ที่เป็นส่วนเน้นหนักในเรื่องของการควบคุมมิติเสียง มาเป็นในเรื่องของการโอบล้อมของเสียงกันบ้างซึ่งถ้าจะให้ฟังง่าย ๆ ก็คงจะต้องเป็นแผ่นคอนเสิร์ตล่ะครับ มาดูกันว่า TX-NR609 จะพาเราเข้าไปนั่งชม ณ ที่นั่งบัตรราคาแพงสุดได้หรือไม่

หนึ่งในแผ่นที่ใช้ทดสอบในครั้งนี้ครับ Michael Bolton : Live at Royal Albert Hall

การโอบล้อมของเสียงจะช่วยในเรื่องของการสร้างจินตนาการของผู้รับฟัง ให้เราได้รู้สึกถึงผู้เข้าชมที่อยู่รอบ ๆ และบรรยากาศภายในซึ่งสำหรับ TX-NR609 นั้นก็สามารถถ่ายทอดออกมาได้ดี ทั้งในส่วนของอารมณ์ของเพลงกับบรรยากาศโดยรอบ ตอบสนองโอบล้อมแบบพอดิบพอดี ไม่ขาดไม่เกิน ช่วยให้เราล่องลอยไปกับโชว์ต่าง ๆ ได้อย่างราบรื่น

ในส่วนของการรับฟังนี้หากเราได้ทำการทำ Calibration แบบ Full ไว้ การเลือกเปิด Room EQ ก็จะช่วยเราในเรื่องของการปรับสมดุลโทนเสียงให้ดียิ่งขึ้น ในกรณีที่สมดุลโทนเสียงของซิสเต็มถูกบิดเบือนโดยสภาพแวดล้อม ถ้าเลือกเป็น Movie จะเป็นการแก้ไขดุลเสียงของลำโพงในระบบทั้งหมด แต่จะไม่ชดเชยในส่วนของเสียงสูงช่วงปลาย ถ้าหากใช้ Music ก็จะชดเชยเสียงสูงจนถึงราว 16-20 kHz นั่นเอง และถ้าหากเราต้องการความอึกทึกมากขึ้น หลักจากที่เราได้เลือกใช้ Room EQ ตัวใดตัวหนึ่งแล้ว เรายังสามารถเปิดใช้งาน Dynamic EQ ได้อีกด้วยซึ่งก็จะช่วยยกระดับปริมาณในย่านเสียงต่าง ๆ ให้มากขึ้นมาอีก (โดยเฉพาะย่านความถี่ต่ำ) อันจะช่วยชดเชยให้กับแหล่งโปรแกรมที่ขาด “สีสัน” ในส่วนนี้ได้มาก แต่อาจจะไม่เหมาะกับสภาพการรับฟังที่ต้องการความผ่อนคลาย หรือเน้นความเที่ยงตรง

ส่วน Audyssey Dynamic Volume นั้นจะช่วยคุมระดับเสียง (ความดัง) ให้เท่าเทียมกัน ไม่มีเดี๋ยวดัง เดี๋ยวค่อย ซึ่งน่าจะช่วยลดความน่ารำคาญเวลาเปลี่ยนช่องรายการเคเบิ้ลทีวีได้มาก แต่จะไม่เหมาะกับการรับฟังที่เน้นเรื่องของคุณภาพเสียง(ดนตรี ภาพยนตร์) เพราะ “ไดนามิก” จะถูกกดไปด้วย

หมายเหตุ : Room EQ ของ TX-NR609 จะไม่สามารถใช้งานร่วมกับการรับฟังแหล่งโปรแกรมที่มี Sample Rate สูงกว่า 96kHz

ทดสอบการฟังเพลงจากแผ่น CD โดยเล่นจาก Oppo BDP-95

จบในส่วนของภาพยนตร์และการรับชมคอนเสิร์ตไปแล้ว มาต่อกันที่การฟังเพลงชิว ๆ กันดีกว่าครับ ซึ่งก็จะไล่ไปเรื่อย ๆ ตั้งแต่แผ่น CD ไปจนถึง USB และ iPhone เลยนะครับ จะได้เป็นตัวช่วยในการตัดสินใจได้ โดยการรับฟังเราก็จะเซ็ต Listening Mode เป็น Stereo ตามมาตรฐานการบันทึกเสียงของแหล่งโปรแกรมนะครับ แนวเพลงก็เน้นหลากหลายครับ ตั้งแต่ Easy Listening ไป Audiophile จนกระทั่ง Rock, Metal กันเลยทีเดียว เพราะเวลาเอามาฟังกันจริง ๆ คงไม่มีใครที่จะฟังแนวเดียวตลอดชีวิตจริงไหมครับ

หลังจากได้รับฟังไปสักพักก็รู้สึกว่า AVR ตัวนี้สามารถถ่ายทอดความเป็นดนตรีออกมาได้เป็นอย่างดี สร้างสมดุลแห่งโทนเสียงได้สวยงามสดใสในทุกย่านเสียง เสียงร้อง เสียงเครื่องดนตรี ถูกขับออกมาได้อย่างสมดุลไม่เบียดเสียดแย่งกันออกมา ฟังแนว Easy ก็ง่าย ๆ สบาย ๆ เพลินไปเรื่อยกับท่วงทำนองคุ้นหู หรือจะฟัง Audiophile เพื่อวัดกันที่ความชัดแจ่ม ก็ทำได้อย่างแน่นอน หรือจะเปลี่ยนมาเร่งเร้าจังหวะในแบบ Rock หรือ Metal ก็จัดเต็มสร้างความรุกเร้าได้เหนือชั้นเช่นกัน

จบจากการฟังแผ่นตรง ๆ มาฟังผ่านทาง USB port บริเวณด้านหน้าตัวเครื่องกันบ้าง โดยไฟล์ที่ใช้ก็จะเป็น WAV ที่ rip มาจากแผ่น CD ตรง ๆ และ MP3 บางเพลงเพื่อทดสอบว่า TX-NR609 จะสามารถทำการปรับปรุงคุณภาพเสียงที่ถูกทอนหายไปให้ดีขึ้นได้หรือไม่ ซึ่งผลสรุปออกมาก็เป็นที่น่าพอใจเช่นเคยครับ แม้ว่าไดนามิกบางช่วงอาจจะสู้การฟังจากแผ่น CD ตรง ๆ ไม่ได้ก็ตาม ในส่วนของการ Optimize เสียงของไฟล์ที่ถูกลดทอนคุณภาพจากขั้นตอนการบีบอัด ก็ใช้ได้ครับ เติมแต่งให้ดูดีขึ้นพอสมควรจากการฟัง MP3 เป็นที่น่าพอใจกันเลยทีเดียวสำหรับการฟังเสียงที่ใช้งานจาก USB ในส่วนนี้ ไม่ว่าแหล่งที่มาจะมาจาก iPhone หรือ USB Thumb Drive ก็ตาม

ในส่วนของเสียงนั้น Onkyo TX-NR609 ก็สร้างความพึงพอใจได้เป็นอย่างดี ครบทุกด้านไม่ว่าจะเป็นการดูหนัง ฟังเพลง หรือจะชมคอนเสิร์ต เจ้า AVR ตัวนี้ก็ขับกล่อมเราได้อย่างเคลิบเคลิ้ม จัดการเรื่องเสียงให้เราเสร็จสรรพ์ไม่ขาดตกบกพร่องประการใด ถือว่าเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่าพอสมควรเนื่องจากรองรับถึงระดับ 7.2 แชนแนล เผื่อว่าในอนาคตมีคอนเทนต์ที่บันทึกเสียงในระบบเซอร์ราวด์แบบเดียวกันออกมามากขึ้น ก็สามารถไปเลือกซื้อแค่ลำโพงมาเปลี่ยนได้เลย ไม่จำเป็นต้องหาซื้อใหม่ยกชุด หรือกรณีที่ไม่คิดจะใช้ Surround Back หรือ Front High ก็นำภาคขยายจากจุดนี้ไป Bi-amp คู่หน้าได้ อันจะช่วยเพิ่มศักยภาพการขับขานลำโพงที่รองรับการเชื่อมต่อแบบ Bi-wire/Bi-amp ให้โดดเด่นยิ่งขึ้น เรียกได้ว่าถ้าเป็นเรื่องเสียง ก็ฝากให้ TX-NR609 ช่วยดูแลกันไปเลย

Conclusion – สรุป

ในที่สุดเราก็เดินทางมายังช่วงสุดท้ายของการทดสอบกันแล้วนะครับ ที่ผ่านมา TX-NR609 ตอบสนองความต้องการของคนที่อยากจะอัพเกรดประสบการณ์ในการรับชมให้สมน้ำสมเนื้อและเข้าถึงอรรถรสในแบบโรงภาพยนตร์ภายในบ้านมากขึ้น ยิ่งไปกว่านั้นด้วยความสามารถของ Network AVR ช่วยให้มันเป็นอุปกรณ์สุดไฮเทคที่ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในการฟังเพลงจากคอมพิวเตอร์บนเครือข่ายภายในบ้าน โดยที่เราไม่ต้องคอยโอนไฟล์ลง Handy Drive เพื่อที่จะไปเสียบหน้าเครื่องตลอด

นอกเหนือไปจากความสามารถพื้นฐานด้านบนแล้วการใช้งานควบคู่กับ iPhone, iPod ก็ทำได้อย่างเหมาะสม เพราะอุปกรณ์ดังกล่าว ถือว่าเป็นตัวแทนของการรับฟังเพลงในสมัยใหม่ ที่ไม่จำเป็นจะต้องหยุดอยู่แค่แผ่นซีดี แม้ว่าคุณภาพของเสียงจะสู้เล่นจากแผ่นตรง ๆ ไม่ได้ก็ตาม(เมื่อเทียบกับไฟล์ตามมาตรฐาน Redbook) แต่มันก็ช่วยสร้างความสะดวกสบายที่เหนือกว่าและประยุกต์การดำเนินชีวิตให้ล้ำลึกและทันสมัยมีสีสันมากขึ้น

รุ่นนี้มี 2 สีให้เลือกนะครับสีดำ กับสีเงิน แต่ไม่แน่ใจว่าตัวแทนประเทศไทยได้นำเข้ามาหรือเปล่า
สำหรับผู้ที่สนใจก็ลองเดินไปถามที่บูทภายในห้างสรรพสินค้าดูได้เลยครับ

Onkyo TX-NR609 เป็น Network A/V Receiver ที่เหมาะกับผู้ใช้งานในระดับเริ่มต้น ไปจนถึงมือเก่าหน่อยที่อยากจะลองใช้งานความบันเทิงผ่านระบบเน็ตเวิร์ก ที่ก้าวสู่ยุคการเชื่อมต่อแบบ “ไร้สาย” (เป็นอุปกรณ์เสริม) อันจะช่วยลดความยุ่งยากในการติดตั้งได้มาก คุณภาพเสียงจากไฟล์ฟอร์แมต Hi-res (24-bit / 96kHz) ก็ให้มิติเสียงที่แปลกใหม่น่าตื่นใจ ไปจนถึงการรองรับระบบเสียงแบบ 7.2 แชนแนล แม้ว่าปัจจุบันแผ่นภาพยนตร์ Blu-ray ที่บันทึกเสียงมาแบบนี้ยังมีไม่มากก็ตาม อย่างที่ผมบอกในรีวิวที่แล้ว (Onkyo HT-S5400) ว่าระบบเสียงแบบ 7.2 แชนแนลตอนนี้ ก็เหมือนกับเป็นสีสันในวงการเครื่องเสียงเท่านั้นเอง แต่การมีเผื่อไว้ก็ไม่ใช่เรื่องเสียงหายใช่ไหมครับ ซึ่งจากการได้ทดลองใช้งานมา ก็พอจะสรุปข้อดีข้อเสียได้ดังต่อไปนี้ครับ

ข้อดี

– เป็น Network AVR ที่รองรับระบบเสียง Wireless Network (ปัจจุบันมีไม่กี่ยี่ห้อที่ทำได้) และยังสามารถอัพเกรดอุปกรณ์เสริม (ทาง Universal Port) สำหรับ Wireless Surround Back/Front High/Subwoofer ได้ด้วย (ทั้ง 2 ฟังก์ชั่นจำเป็นต้องมีอุปกรณ์เสริมแยกต่างหาก)
– บุคลิกภาพเสียงแน่นกระชับฉับไว แต่ถึงเวลาอ่อนหวานก็หวาน เวลาหนักแน่นก็หนัก ฟังแล้วสนุกเข้าอรรถรสดี – Audyssey 2EQ Auto Calibration ช่วยปรับแต่งลำโพงและค่าต่าง ๆ ให้เข้ากับสภาพห้อง รวมไปถึง Room EQ ที่ คอยชดเชยสมดุลเสียงที่ถูกลดทอนจากสิ่งแวดล้อมภายในห้องที่ไม่เหมาะสม ซึ่งการให้รูปแบบชดเชยมา 2 แบบ (จากเมื่อก่อนที่บังคับเลือกได้แบบเดียว) เพิ่มความยืดหยุ่นในการกำหนดแก้ไขดุลเสียงของลำโพงได้มากขึ้น – สามารถเสียบใช้งาน iPod, iPhone, iPad ได้ทันที (Digital Direct) ไม่จำเป็นต้องหาซื้อ Dock เพิ่ม – ความเร็วในการเข้าถึงเมนู Setup ที่รวดเร็วมากขึ้นกว่าในรูปเก่า ๆ
– แม้ว่า Online Content ที่ให้มาส่วนใหญ่จะยังใช้งานในประเทศไทยไม่ได้ (Last.fm, Napster, Spotify) แต่มีการเพิ่มเติมตัวเลือกใหม่อย่าง AUPEO! มาให้ (ต้องทำการอัพเดตเฟิร์มแวร์ก่อน) – การใช้งาน DLNA ในส่วน Network Receiver นั้น สร้างความสะดวกในการฟังเพลงจากเครื่องคอมพิวเตอร์เป็น อย่างมาก (รองรับ Hi-res format up to 24-bit/96 kHz)

ข้อเสีย

– Audyssey Room EQ ไม่รองรับการใช้งานร่วมกับแหล่งโปรแกรมที่มีมาตรฐาน Sample Rate สูงหว่า 96 kHz
– การใช้งานในส่วนของเมนู NET น่าจะมีแอพยิบย่อยที่น่าสนใจกว่านี้ เพราะที่ให้มาส่วนใหญ่ใช้งานในประเทศไม่ ได้ (Last.fm, Napster) – ไม่รองรับการแสดงผลชื่อเพลงเป็นภาษาไทย โดยจะแสดงเป็นตัว * แทน

Sample Image Gallery

SPRING SUMMER LOOKBOOK

Sample Block Quote

Praesent vestibulum congue tellus at fringilla. Curabitur vitae semper sem, eu convallis est. Cras felis nunc commodo eu convallis vitae interdum non nisl. Maecenas ac est sit amet augue pharetra convallis.

Sample Paragraph Text

Praesent vestibulum congue tellus at fringilla. Curabitur vitae semper sem, eu convallis est. Cras felis nunc commodo eu convallis vitae interdum non nisl. Maecenas ac est sit amet augue pharetra convallis nec danos dui. Cras suscipit quam et turpis eleifend vitae malesuada magna congue. Damus id ullamcorper neque. Sed vitae mi a mi pretium aliquet ac sed elitos. Pellentesque nulla eros accumsan quis justo at tincidunt lobortis deli denimes, suspendisse vestibulum lectus in lectus volutpate.
ถัดไป
ก่อนหน้า

แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็นในบล็อกทั้งหมดจะถูกตรวจสอบก่อนที่จะเผยแพร่

ขอบคุณสำหรับการสมัคร!

อีเมลนี้ได้รับการลงทะเบียนแล้ว!

เลือกซื้อรูปลักษณ์

ตัวเลือก

Have Questions?
Back In Stock Notification
ถูกเพิ่มลงในตะกร้าสินค้าของคุณ

ตัวเลือก

this is just a warning

รีเซ็ตรหัสผ่าน

กรุณากรอกอีเมลที่คุณเคยลงทะเบียนไว้