ข้ามไปที่เนื้อหา
|

สิ่งเล็กๆที่เรียกว่ารัก !!! รีวิว Sony 32EX310 LED TV รุ่นประหยัด ลูกเล่นเต็มกระเป๋า

เขียนโดย: EDITOR LCDTVTHAILAND โพสต์เมื่อ: 15 Jan 2022 0 ความคิดเห็น

สิ่งเล็กๆที่เรียกว่ารัก !!! รีวิว Sony 32EX310 LED TV รุ่นประหยัด ลูกเล่นเต็มกระเป๋า
เป็นอันว่าวิกฤต “มหาอุทกภัย” หรือเรียกภาษาชาวบ้านว่า “น้ำท่วมใหญ่” ก็มีทีท่าที่จะทุเลาลงเรื่อยๆ ทำให้ทีมงาน LCDTVTHAILAND เองก็สามารถกลับมาทำงานแบบเต็มสตรีมได้อีกครั้งนึง เนื่องจากซอยในหมู่บ้านนั้นก็เจอน้ำท่วมระดับ 50 ซ.ม. เช่นกันครับ ทำให้การสัญจร และการขนสินค้ามารีวิวนั้นทำด้วยความยากลำบาก ก็เอาเป็นว่าทีมงานก็ขอส่งกำลังใจให้กับผู้ประสบอุทกภัยทุกท่านให้มี “พลัง” ในการต่อสู้ดำเนินชีวิตต่อไป !!!

มาตัดเข้าเรื่องของ “ทีวี” กันบ้างดีกว่า หลังจากได้ประกาศผล VIDEOPHILE LCDTVTHAILAND AWARDS ไปแล้ว ก็เชื่อว่าหลายๆท่านคงมั่นใจในการเลือกซื้อ “ทีวี” เครื่องใหม่ให้เหมาะสมกับ “ห้องที่จะวาง” , “ไลฟ์สไตล์” , และ “งบประมาณ” มากยิ่งขึ้น จากการแบ่งหมวดหมู่ของทีวีรุ่นที่ชนะเลิศของเราครับ

Sony 32EX310 LED TV รุ่นประหยัด ราคาเปิดตัว 13,990 บาท

ส่วนตัวที่ได้มารีวิวในวันนี้ทาง Sony เองก็ส่งรุ่นใหม่ ขายดี มีชื่อรุ่นว่า 32EX310 เป็น LED TV ขนาด 32″ ความละเอียดหน้าจอแบบ HD Ready 1366 x 768 มาให้  ก็น่าตื่นเต้นอยู่มิน้อยเนื่องจากการใช้หลอดไฟ LED เป็น Backlight นั้น มักจะถูกใช้กับทีวีที่มีความละเอียดเป็น “Full HD” อย่างเดียวครับ ซึ่ง Sony เองก็นำร่องในการเจาะตลาดผู้เริ่มต้นใช้งาน LED / LCD TV ที่มีงบประมาณจำกัด หากตอนนี้ใครกำลังมองหา LED TV รุ่นเล็ก ราคาประหยัด แต่ลูกเล่นปลีกย่อยยัดมาให้เต็มกระเป๋า ก็ห้ามพลาดรีวิวนี้ด้วยประการทั้งปวง !!!

Brand Sony
Model 32EX310
Size 32″
Resolution 1366 x 768
Backlight Type  Edge LED
Video Processor BRAVIA Engine 3
Contrast Ratio 100,000:1
View Angle 178 / 178 Degree
Light Sensor Yes
PIP / Twin Picture Yes
HDMI 2
USB 1
Internet Connect No
FM Radio Yes
Price 13,990 .-

 

ดีไซน์

สไตล์การดีไซน์ของ Sony ในปีที่แล้วและปีนี้จะค่อยค้างคล้ายคลึงกัน รุ่น Entry ไปจนถึง Mid End จะเน้นเรียบๆด้วยโทนสีดำเงา Glossy Black และอาจจะมีแถบสีเทา หรือแถบสีดำแบบอลูมิเนียมคาดด้านล่าง เป็นต้น ในปีนี้ตัว EX310 ก็ไม่ได้หนีคอนเซปต์นี้ไปเสียเท่าไหร่นัก มีหน้าตาเรียบๆด้วยกรอบหน้าสีดำเงา Glossy Black ซึ่งตัวกรอบนั้นมี “ความบาง” กว่ารุ่นเก่าอยู่พอควร จึงดูสวยงามขึ้น ทั้งนี้เพื่อให้ “สอดคล้อง” กับความเป็น LED TV ที่มักจะมีดีไซน์บางเฉียบอยู่แล้ว จึงดู “เข้ากันดี”  !!!

ดีไซน์หน้าตรง เน้นกรอบสีดำเงาทั้งตัว ยกเว้นฝากหลัง ดีไซน์เน้นเรียบๆ

โลโก้ Sony อันเป็นเอกลักษณ์

มุมขวาบนมีติดสติ๊กเกอร์บ่อบอกชื่อรุ่น (EX31) และจุดขายต่างอาทิเช่น Edge LED / ชิพ BRAVIA ENGINE 3 / FM Radio เป็นต้น

มีสติ๊กเกอร์รับรองประหยัดไฟเบอร์ 5 เดี๋ยวดูบททดสอบการบริโภคไฟหน้าถัดๆไปนะครับ จะรู้ว่าให้ประหยัดไฟเบอร์ 6 ยังได้เลย !!!

ตัวเครื่องมีความบางกำลังดีเพียง 46 มิลลิเมตร

ปุ่มกดคำสั่งต่างๆแบบ Hard Button อยู่ด้านหลังข้างขวา

ช่องต่อด้านข้างมี AV และ USB

ช่องต่อด้านหลัง ให้ HDMI มา 2 ช่อง

รีโมทคอนโทรลทรงอนุรักษ์นิยม

ภาพ

มาดูคุณสมบัติด้านภาพกันบ้าง ถึงแม้เป็นรุ่นเล็ก แต่ก็มิได้หมายถึงลูกเล่นด้านภาพจะเล็กตามซีรีส์ของมัน เริ่มจากความละเอียดหน้าจอแบบ HD Ready 1366 x 768 มาพร้อมกับชิพประมวลผลตัวเก่ง BRAVIA Engine 3 มีการเคลมค่าคอนทราสต์เรโชไว้สูงถึง 100,000:1 และมีมุมมองการรับชม 178 องศาทั้งแนวตั้งและแนวนอนครับ

โหมดภาพสำเร็จรูป :: Scene
Sony เองจะมีโหมดภาพสำเร็จรูปให้เราเลือกมากมายให้ “Matching” กับคอนเทนต์ที่เรารับชมอยู่ เพียงแค่เรากดปุ่ม Scene บนรีโมทคอนโทรลเท่านั้นก็สามารถเลือกได้เลยครับ นับว่ามีประโยชน์มากเช่นจะเล่น Game ก็กด Scene และปรับไป Game ทีวีก็จะแสดงแสงสีให้ตัดการทำงานระบบประมวลผลบางอย่างทิ้งเพื่อให้แสดงภาพได้ไวทันใจที่สุด ตลอดจนมีการปรับโหมดเสียงให้อัตโนมัติให้มีไดนามิกเรนจ์ที่กว้างขึ้น การเล่นเกมส์ก็จะตื่นเต้นเร้าใจมากยิ่งขึ้นครับ หรือหากจะต่อคอมพิวเตอร์ก็สามารถเลือกปรับโหมด Scene ให้เป็น Graphics ได้เลย ระดับแสงสว่างและความคมชัดของตัวอักษรบนจอก็จะดีขึ้นอย่างผิดหูผิดตา เหมาะกับการใช้งานเป็นจอมอนิเตอร์คอมพิวเตอร์เป็นต้น

ปุ่ม Scene บนรีโมทเพื่อเข้าโหมดภาพและเสียงสำเร็จรูป ใช้งานง่ายเหมาะกับมือใหม่ !!!

ส่วน “โหมดภาพหลัก” ที่มีให้ปรับกันใน Picture Mode ก็ได้แก่ 
1. Vivid :: สว่างสุด สีสดสุด อุณหภูมิสีออกไปในโทน “เย็น” (Cool) 
แนะนำ ==> เหมาะกับห้องที่มีแสงสว่างจากภายนอกมารบกวนมากๆ หรือเปิดโชว์ตามห้างร้าน
2. Standard :: ความสว่างและความสดใสอยู่ในเกณฑ์ปานกลาง อุณหภูมิสีเป็นโทน “กลาง” (Neutral)
แนะนำ ==> เหมาะกับการรับชมปกติภายในบ้าน
3. Custom :: แสงสีและความคมชัดจะ Soft ลงมากๆ อุณหภูมิสีจะออกโทน “อุ่น” (Warm)
แนะนำ ==> เหมาะกับห้องมืดๆที่คุมแสงได้ ได้บรรยากาศแบบโรงหนัง  

หมายเหตุ :: โหมดภาพแบบ Scene และ Picture Mode สามารถปรับใช้ร่วมกันได้ ดังนี้การปรับภาพจากอันใดอันหนึ่งก็จะส่งผลกระทบต่ออีกโหมดหนึ่ง

Picture Mode Color Temp (K) Luminance (fL) เหมาะกับห้อง
Vivid 12041 105 เปิดในห้าง
Standard 8800 72.95 Bright Room
Custom 5909 60.12 Bright Room
Custom (Photo) 8678 70.53 Bright Room
Custom (Cinema) 6047 51.91 Bright/Dim Room
Custom (Game) 8711 74.64 Bright Room
Custom (Graphics) 6002 59.97 Bright Room
Custom (Sports) 9792 71.09 Bright Room

โหมดภาพ Custom โดยเลือก Scene ไปที่ Cinema มีอุณหภูมิสีประมาณ 6047K
และให้ค่าใกล้เคียงกับ 6500K (D65) มากที่สุด
จึงเลือกเป็นโหมดในการปรับภาพเบื้องต้นและทดสอบในครั้งนี้

ผลการทดสอบคุณภาพของภาพ
ผมใช้เครื่องเล่น Blu-ray Player Oppo BDP-95 กับสาย LCD HDMI V1.4 เป็นเครื่องมือ Reference ในการทดสอบครั้งนี้ครับ เริ่มจากเรื่อง Batman :: The Dark Knight ซึ่งผมเอามาดูทวนความจำอีกซักครั้งก่อนภาคใหม่ที่มีชื่อยาวขึ้นไปอีกพยางค์ซึ่งก็คือ The Dark Knight Rises จะลงโรงครับ ความคมชัดและรายละเอียดของภาพโดยรวมถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดีเกินขาด ปกติแล้วเมื่อผมทดสอบพวก LED หรือ LCD TV  32″ ราคาประหยัดนั้นมักจะเจอ “สากเสี้ยน” และ “ความหยาบกระด้าง”  ที่เห็นแบบ “จับต้องได้” แต่ Sony 32EX310 ตัวนี้ทำได้ดีเกินคาด “ความละเมียดละไม” ในการไล่เฉดสีต่างๆดูกลมกลืนเป็นธรรมชาติ มีความเป็นกลางสูง หากใช้โหมด Custom (ใน Picture Mode) หรือโหมด Cinema ใน Picture Mode ความคมชัดจะดู “บาง” ไปซักนิด สามารถปรับ Sharpness ขึ้นมาให้อยู่ในระดับซัก +10 เพื่อเพิ่มอรรถรสในการรับชมให้มีมากยิ่งขึ้น โดยไม่สูญเสียโทนภาพแนวโรงหนังไปมากนัก 

สีสันของใบหน้าตัวละครต่างๆอย่าง Harvey Dent ก็ดูเป็นธรรมชาติ ความคมชัดและรายละเอียดอยู่ในเกณฑ์ดีปานกลาง คือไม่ได้เห็นรายละเอียดสิว ไฝ ฝ้า กระ เกลื้อน (ฮา) เด่นชัดแบบ LED TV รุ่นท็อปๆที่ราคาสูงสุดโต่งแต่ก็แสดงรายละเอียดออกมาได้ “พอเหมาะพอเจาะ” ไม่ได้นุ่มนวลจนละลายรายละเอียดที่สำคัญหายไปแบบ LCD TV รุ่นถูกๆที่มีขายกันตามท้องตลาดในระดับราคาต่ำกว่าหนึ่งหมื่นบาท 

ผมลองเปลี่ยนมารับชมหนัง Blu-ray เรื่องโปรดอีกเรื่อง James Bonds 007 :: Casino Royale ซึ่งได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในภาพที่ดีที่สุดภาพหนึ่งในในแง่ของความเข้มข้นของฉากแอ็คชั่นที่ไม่ได้ใส่จนเลอะเทอะน่าเบื่อและบทดราม่าอันกินใจ ใบหน้าของ James Bonds (Daniel Craig) ในโหมดภาพ Standard ให้ความสดใสและจัดจ้านในเกณฑ์กำลังดี ไม่แสบลูกตา มิติภาพอยู่ในเกณฑ์ดีพอใช้ คือไม่ได้ล่องลอยเป็นก้อนคล้ายๆ 3D เพราะไม่มี Motion Flow เข้ามาช่วย แต่ก็ไม่ได้แบนราบไปเสียทีเดียว เพราะความสามารถในการแสดงสีดำและไล่เฉดความมืด (Shadow Detail) ทำได้ดีเกินคาดไปมาก ซึ่งปกติราคาระดับนี้ผมเจอ “อาการดำจม” มาแล้วแทบทั้งนั้น 32EX310 ก็ไม่ได้แสดงอาการดำจมให้ทีมงานเห็นแบบชัดแจ้งได้เลย มิติภาพแบบธรรมชาติ (ไม่หลอกตา) จึงแสดงออกมาได้อย่างโดดเด่นเกิดคาด !!! 

ใบหน้าของโจ๊กเกอร์ สีสันออกแนวนุ่มนวลเป็นธรรมชาติ ในโหมดภาพ Cinema

รายละเอียดภาพบนใบหน้าของ Harvey Dent ถูกถ่ายทอดความคมชัดออกมาอย่างพอเหมาะ ไม่ได้มีเกรนหยาบๆตามออกมาแบบ LCD TV รุ่นถูกๆครับ

โหมดภาพที่แนะนำหากอยากจะดูหนังในห้องมืดๆก็คือ Custom มันดูนวลสบายตานักแล

ภาพเคลื่อนไหวลื่นไหลปานกลาง ฉากใหญ่ๆเร็วๆก็จับผิดอาการโกสท์แทบไม่ได้

ผมให้คะแนนเรื่องภาพดีกว่า 32BX320 LCD TV รุ่นน้องแบบ “มองด้วยตาเปล่าก็รู้” แต่หากเทียบกับ 32EX520 แล้วเจ้า EX520 ก็ยังกินนิดๆอยู่ดีครับ

เนื่องจากเป็น Edge LED ทำให้ยังมี Backlight รัวอยู่บ้างเมื่อรับชมในที่มืด อย่างไรก็ตามหากนั่งดูที่สว่างๆแบบปกติก็ไม่สังเกตุเห็นแน่นอน

เนื่องจากเป็น Edge LED ทำให้ยังมี Backlight รัวอยู่บ้างเมื่อรับชมในที่มืด อย่างไรก็ตามหากนั่งดูที่สว่างๆแบบปกติก็ไม่สังเกตุเห็นแน่นอน

Live Color เพิ่มความสดอิ่มให้สีันโดยรวมของภาพ โดยส่วนตัวจะปิดไม่ใช้งานครับ แต่หากใช้พวกรุ่น BX320 หรือ BX300 ให้เปิดระดับเต็มไว้เลยเพราะ Panel สีค่อนข้างจืด

ทดสอบกับฟรีทีวี
ผมลองรับชมรายการ “เรื่องเล่าเสาร์อาทิตย์” ของคุณสรยุทธ์ในช่วงเที่ยงๆในวันหยุดสุดสัปดาห์นี่แหละครับ มันจึงทำให้ผมสามารถ “จดจำ” และ “แยกแยะ” ได้ว่าทีวีตัวไหนสามารถแสดงภาพจากฟรีทีวีได้ดีกว่ากัน !!! เพราะปัจจัยในการทดสอบของผม “คงที่” ด้วยกล่องรับสัญญาณของ DTV แบบ Analog และ Output มาเป็นสาย AV เหลือง ขาว แดง โดยผมนั่งรับชมในระยะไกลประมาณ 1.5-2 เมตร ก็ยอมรับว่า “พอใจ” ในคุณภาพของภาพ คงต้องให้เครดิตความละเอียดหน้าจอแบบ HD Ready 1366×768 เลยทำให้ภาพไม่ค่อยแตก คงความคมชัดได้ดีเยี่ยม และรวมถึงขนาดหน้าจอที่เล็กพอประมาณจึงไม่สามารถฟ้องความหยาบกร้านของแหล่งสัญญาณแบบ Standard Definition แต่หากเป็นทีวีจอใหญ่ๆก็จะฟ้องออกมาค่อนข้างเด่นชัดเลย โดย Sony 32EX310 เองก็มีตัวจับสัญญาณอัจฉริยะเรียกว่า “Intelligent Picture Plus” ซึ่งจะทำให้เรารู้ถึง “ความแรง” ของระดับสัญญาณจากแหล่งสัญญาณที่เป็น Analog อย่างสาย AV หรือจากช่องต่อ RF เป็นต้น ซึ่ง DTV ก็ผมกดมาเต็มหลอด ซึ่งหลอดพลังจะแสดงเป็น “สีเขียว” ซึ่งแปลว่ามีสัญญาณแรงมาก ส่วนการต่อเสาหนวดกุ้ง (แบบโบราณ) เนืองจากแถวบ้านผมค่อนข้างอับสัญญาณ ตัวหลอดค่าพลังความแรงสัญญาณจึงโชว์ต่ำมากจึงแสดงเป็น “สีแดง” และสุดท้ายด้วยโหมด Picture Optimisation เราสามารถเลือกปรับสมดุลของ “ระดับความคมชัด” (Crisp) และ “ระดับความนุ่มนวล” (Smooth) ของภาพ  ในการแสดงกับแหล่งสัญญาณ Analog แบบบ้านๆได้อีกด้วย หากชอบภาพ “คมๆ” หน่อยก็เลื่อนปรับไปด้านซ้าย (Crisp) ให้ภาพมันคมขึ้น แต่หากเยอะไปก็จะแสดงพวก Noise และความหยาบกร้านออกมาด้วย หรือหากชอบ “นุ่มนวล” ก็ปรับไปทางขวา (Smooth) ครับ

ช่อง 3 รายการคุณสรยุทธ์ ความคมชัดอยู่ในระดับ “น่าพอใจ”

Picture Optimisation เลือกปรับสมดุลของ ความคมชัด (Crisp) หรือ ความนุ่มนวล (Smooth) (ขออภัยภาพไม่ชัดเนื่องจากต่อเสาหนวดกุ้งสถานที่ทดสอบอับสัญญาณมาก)

การทดสอบเล่น Winning Eleven นั้น สีสันสดใสสบายตา แต่ก็พบว่ามีโกสท์อยู่บ้าง แต่ไม่ได้อยู่ในระดับที่น่าเกลียดครับ ต้องสังเกตแบบจับผิดถึงจะเห็น

ต่อคอมพิวเตอร์รองรับ Resolution ได้สูงสุดถึง 1920 x 1080 แต่ผมแนะนำให้ปรับแค่ “1360 x 768” พอครับ ให้มัน Matching กับความละเอียดของหน้าจอจะดีที่สุด

สรุปเรื่องภาพผมยกให้ดีเกินความคาดหมายครับ รายละเอียดและความคมชัดอยู่ในเกณฑ์ปานกลางถึงค่อนข้างดี คือดีกว่า LCD TV BX320 ของปีนี้ และ BX300 ปีที่แล้วแบบจับต้องได้ แค่สีสัน ความอิ่มของสี และรายละเอียดก็กินขาดแล้ว แต่ก็ยังดีไม่ถึงระดับ LED TV รุ่นพี่อย่าง EX520 ซึ่งเป็นจอความละเอียด Full HD เลยให้รายละเอียดยิ่บย่อยได้ดีกว่าอีก Step นึง ลูกเล่นของการปรับภาพอย่างพวกโหมดภาพสำเร็จรูปทั้งใน Picture Mode และ Scene ก็เหมาะมากสำหรับ “มือใหม่หัดเล่น” แถมยังมีพวกลูกเล่น Live Color / Adv Contrast Enhancer / Clear White เข้าไปเสริมอีกในโหมดปรับภาพขั้นสูงครับ จึงค่อนข้างประทับใจในความ “ใจป้ำ” ของ Sony ที่ลงทุนใส่ลูกเล่นเสริมพวกนี้เข้ามาให้ !!!

เสียง

ระบบเสียงของ Sony 32EX310 ให้ลำโพลงกำลังขับแบบ 8 Watts + 8 Watts ลักษณะการจัดวางลำโพงจะเป็นแบบ “ยิงเสียงลงล่าง” โดยมีโหมดเสียงสำเร็จรูปให้มาได้แก่ 
1. Dynamic :: ได้การเพิ่มไดนามิกให้ย่านเสียงสูงและเสียงต่ำ เพื่ออรรถรสในการรับชม
แนะนำ ==> ใช้ดูหนัง เล่นเกมส์
2. Standard :: จะรักษาระดับเสียงสูง กลาง ต่ำ ให้มีระดับค่อนข้างคงที่
แนะนำ ==> ใช้ดูรายการทีวีปกติ
3. Clear Voice :: เน้นยกระดับ “เสียงกลาง” ซึ่งเป็นเสียง “บทสนทนา” ให้มีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น
แนะนำ ==> ใช้ชมพวกรายการซิทคอมหรือข่าว

ส่วนโหมดเสียง Surround อื่นๆก็มีมาให้เช่นกันครับได้แก่ Cinema / Music / Sports / Game ซึ่งโหมดเสียงเหล่านี้จะทำงานอัตโนมัติกับโหมด Scene ที่เราเลือก กล่าวคือหากเราเลือกโหมด Scene ให้เป็น Cinema ทีวีก็จะปรับโหมดภาพและเสียงให้เป็นแบบ Cinema ทั้งคู่เช่นกัน (คือโหมด Scene จะปรับทั้งภาพและเสียงทั้งคู่ว่างั้นเถอะ) 

ทดสอบชมคอนเสิร์ต โดยโหมดเสียงสำเร็จรูปต่างๆ

จากการทดลองฟังแล้วคุณภาพเสียงก็มิได้ให้มีข้อติเตียนอะไรนัก ดูรายการทีวีทั่วไปมีความชัดเจนฟังสบายหู แต่เนื่องด้วยลำโพงมีขนาดเล็กและตัวเครื่องมีขนาดเล็ก คือแค่ 32″ ทำให้ลักษณะทางกายภาพจะไม่เอื้ออำนวยนัก “เวทีเสียง” จึงมิได้เปิดกว้างเสียเท่าไหร่ (ทดสอบในโหมดเสียง Standard ซึ่งเป็นโหมดมาตรฐานที่สุด) ดังนี้หากอยู่ในห้องเล็กๆที่มีกำแพงล้อมรอบ การใช้โหมด Surround เข้าช่วยก็จะทำให้การรับชมภาพยนตร์แอ็คชั่นที่มักจะยิงกันเสียงดังโครมครามนั้นมีมิติเสียงมากยิ่งขึ้น อรรถรสในการเสพภาพและเสียงก็จะถูกยกระดับขึ้นตาม มิได้ถูกจำกัดแค่เสียงต้อง “กองจม” อยู่ข้างหน้าจอทีวีเพียงอย่างเดียว !!!

Equalizer สามารถปรับระดับเสียงในย่านความถี่ต่างๆได้ตามใจชอบ

ดังนี้จึงจัดได้ว่าถึงแม้ของที่ให้มาจะ “เล็ก” แต่ฟังก์ชั่นเสริมที่ให้มาอาทิเช่น โหมดเสียงสำเร็จรูป, โหมดเสียง Surround, Intelligent Volume, Equalizer และอื่นๆนั้น “ไม่ได้เล็ก” ตามขนาดลำโพงเลย ผมถือว่าลูกเล่นที่ให้มานั้น “จัดจ้าน” เกินตัวไปเสียด้วยซ้ำ เพียงแต่เราต้องเลือกใช้ให้เหมาะกับสถานะการณ์ก็เท่านั้นเอง !!!!    

ช่องต่อ

ช่องต่อของ Sony 32EX310
HDMI™ / Audio In  2 (หลัง)
USB 2.0  1 (ข้าง)
ช่องต่อเข้าวีดีโอ Composite  2 (หลัง/ ไฮบริด)
ช่องต่อเข้าวีดีโอ Component  1 (หลัง/ ไฮบริด)
ช่องต่อเข้า RF  1 (หลัง)
ช่องต่อเข้า PC HD15  1 (หลัง)
ช่องต่อเสียงเข้าแบบอนาล็อค  3 (1 ข้าง/ 2 หลัง)
Audio Out  1 (หลัง)
Headphone Out  1 (ข้าง)

ช่องต่อด้านข้างมี AV, แจ็คหูฟัง และ USB

ช่องต่อด้านหลัง ให้ HDMI มา 2 ช่อง


จะเห็นได้ว่า Sony 32EX310 ให้จำนวนช่องต่อมาอย่างจำกัด อย่าง HDMI ก็แค่ 2 ช่อง และรวมถึง AV & Component ก็ให้ใาอย่างละ 1 ช่องเท่านั้น แต่ก็ต้องเข้าใจในข้อจำกัดนี้เนื่องจากรุ่น 32EX310 เป็นรุ่นประหยัด  ดังนี้หากชื่นชอบเจ้า 32EX310 ตัวนี้จริงๆ ก็พยายามวางแผนเรื่องเครื่องเล่นที่จะมาเชื่อมต่อกับเจ้าทีวีตัวนี้ให้เหมาะสมกับจำนวนพอร์ตช่องต่อที่มีอยู่ในตอนนี้ครับ

เพิ่มเติม

1 : FM Radio :: ฟังวิทยุ FM
เพียงแค่เชื่อมต่อเสาร์อากาศแบบปกติไปที่ช่อง RF ส่วนผมเองใช้หนวดกุ้ง 2 เสาแบบหมวกของ “ไอ้มดเอ็กซ์” เสียบตรงเข้าไปที่ช่องต่อ RF เลย แล้วเพียงแค่กดปุ่ม “Home” บทรีโมทคอนโทรล แล้วเลือกไปที่ “FM Radio” ก็สามารถเลือกคลื่นวิทยุสถานีที่เราต้องการได้ รวมไปถึงการตั้งค่าสถานีต่างๆพร้อมระบุชื่อไว้เลยก็ได้ครับ ส่วนคุณภาพเสียงนั้นก็ขึ้นอยู่กับว่าพื้นที่เรามีสัญญาณมากน้อยขนาดไหน หากเปิดโปร่งไม่มีตึกสูงหรือสิ่งกีดขวางมาบังมากนักก็จะะถือชัดเจนดี อารมณ์ที่ได้ก็จะเหมือนกับฟังวิทยุหูหิ้วรุ่นคุณแม่ !!!

ผม Set 2. คลื่น 107.0 แล้วตั้งชื่อว่า MET ครับ เพื่อที่ว่าครั้งต่อไปจะได้กลับมาฟังได้เลยทันทีไม่ต้องเสียเวลาหาคลื่นอีก

2 : ช่องต่อ USB เล่นไฟล์ Multimedia
ช่องต่อ USB ของ Sony สามารถรองรับ External HDD และ  USB Flash Drive เพื่อเล่นไฟล์มัลติมิเดียพื้นฐานอย่าง รูปภาพ เพลง วีดีโอ ได้ครับ อย่างที่ลองพวกวีดีโอตระกูล mkv avi และ Divx ก็สามารถเล่นได้ปกติ ส่วนรูปภาพนิ่งก็เป็นแบบ jpeg สุดท้ายเพลงผมลองพวก mp3 ครับ 

เล่นไฟล์ Divx จาก USB Flash Drive

เพลง MP3 ของ Jason Mraz

รูปภาพนิ่ง Jpeg

3. PIP & Twin Picture
PIP = Picture In Picture ระบบภาพซ้อนภาพ และ Twin Picture ระบบภาพคู่ เป็นลูกเล่นที่อยู่คู่กับ Sony รุ่นเล็กๆแบบนี้มาอย่างช้านาน ในขณะที่แบรนด์อื่นๆนั้นเท่าที่ผมเช็คมาก็เรียกได้ว่าแทบตัดลูกเล่นนี้ทิ้งไปหมดแล้วครับ หลักการแสดงผลภาพของ PIP และ Twin Picture นั้นเราสามารถเลือกให้ “จอหลัก” แสดงผลจาก HDMI และ “จอเล็ก” สามารถแสดงผลจากพวก AV และ RF ได้ครับ (ดูรูปประกอบเพื่อความเข้าใจ) ใครมีความจำเป็นที่ต้องดูอะไร 2 จอพร้อมกันใน 1 เครื่องหละก็ ได้ใช้ประโยชน์ไปเต็มๆครับงานนี้ !!!

Twin Picture หน้าต่างด้านซ้าย หนัง Blu-ray จาก HDMI
หน้าต่างด้านขวาช่องจากจานเหลือง DTV โดยเราสามารถเลือกได้ด้วยว่าจะให้เสียงออกจากหน้าต่างไหน !!

4. Light Sensor :: เซนเซอร์ปรับความสว่างอัตโนมัติ
เซ็นเซอร์มีหน้าที่ตรวจวัดความสว่างในห้องของเราและไปปรับ เพิ่มหรือลด แสงสว่างของทีวีให้เหมาะสมกับสภาพห้องครับ เช่นห้องมืดๆ ทีวีก็จะหรี่ความสว่างลงอัตโนมัติ แสงจะได้อยู่ในระดับพอเหมาะ สบายตา ไม่สว่างจ้าจนเกินไป โดยเราสามารถไปเลือกเปิดใช้งานเจ้า Light Sensor หมวด Eco

5. Power Saving :: ระบบประหยัดพลังงาน
อยู่ในโหมด Eco เช่นเดียวกับ Light Sensor แต่ทำงานต่างกันตรงที่ Light Sensor มันเป็นระบบตรวจจับอัตโนมัติ ส่วน Power Saving คือใช้มือกดรีโมทปรับเอาเองครับ มี 4 แบบให้เลือกคือ Off / Low / High / Screen Off โดยถ้าเลือกระดับ Low หรือ High ทีวีก็จะลดระดับความสว่างลงตามลำดับ แนะนำให้เปิดใช้งานเมื่อเราดูในห้องมืดๆหรือห้องนอนนะครับ นอกจากจะช่วยถนอมสายตาแล้ว ยังช่วยประหยัดค่าไฟได้อีก ดูจากรูปปะกอบว่ากินไฟแค่ 30 Watts ++ เอง ถือว่าประหยัดสุดยอดมาก ส่วนอีกอัน Screen Off คือปิดภาพและให้เสียงออกอย่างเดียว มันเหมาะมากสำหรับคุณแม่ของผมเวลา “รีดผ้าไป” แล้ว “ฟังข่าวคุณสรยุทธ์ช่อง 3” ไปครับ ^ ^ !!! 

ประหยัดไฟมากสำหรับ LED TV 32″ ตัวนี้

สรุป

ข้อดี
1. ถึงแม้มีความละเอียดหน้าจอแค่ HD Ready  แต่ภาพทั้ง HD และ SD อยู่ในเกณฑ์ดีใช้ได้ แถมสีดำไม่จมเหมือน LED TV รุ่นประหยัดของค่ายอื่น
2. ลูกเล่นในการปรับภาพเบื้องต้น อย่าง Scene ง่ายต่อการใช้งานสำหรับมือใหม่
3. ฟีเจอร์ปลีกย่อยแต่มีประโยชน์จริงอาทิเช่น FM radio / PIP / โหมดประหยัดพลังงาน
ข้อเสีย
1. เมื่อเปลี่ยน Input อาจจะ Detect สัญญาณและแสดงผลช้าไปซักหน่อย
2. ช่องต่อให้มาค่อนจ้างจำกัด

สรุป

Sony 32EX310 เป็น LED TV ขนาดเล็กที่มีคุณค่าอยู่ในตัวสูงอีกตัวนึง คุณภาพของภาพและเสียงได้มาตรฐาน มีลูกเล่นที่จำเป็นมาให้อย่างครบครัน รวมถึงมีดีไซน์ที่กระทัดรัด เพรียวบาง ไม่กินพื้นที่ ผมจึงมองว่า เจ้า 32EX310 สามารถตอบโจทย์อย่างดีเยี่ยมกับกลุ่มลูกค้าที่มีความต้องการทีวีขนาดเล็ก งบประมาณจำกัด และไม่ได้มีความจำเป็นต้องเล่นฟังก์ชั่นอินเตอร์เน็ตครับ (หากจะเล่น Internet TV แนะนำให้โดดไปเล่น 32CX520 หรือ EX520 แทน) จึงขอวกกลับมาสรุปตรงหัวข้อว่า “สิ่งเล็กๆที่เรียกว่ารัก” Sony 32EX310 บางทีมันอาจจะดูเล็กทั้งขนาดและรุ่นในสายตาของคนอื่น แต่ในความเป็นจริงแล้วมันมีความยิ่งใหญ่และคุ้มค่าในตัวมันเองมาก หากเราเลือกใช้งานมันให้เหมาะสมกับตัวเราครับ

หมายเหตุ :: มาตรฐานคะแนนปี 2011 คะแนน 7.5 ในปีนี้ดีกว่า 7.5 ในปีที่แล้ว
ราคา 13,990 บาท

Sample Image Gallery

SPRING SUMMER LOOKBOOK

Sample Block Quote

Praesent vestibulum congue tellus at fringilla. Curabitur vitae semper sem, eu convallis est. Cras felis nunc commodo eu convallis vitae interdum non nisl. Maecenas ac est sit amet augue pharetra convallis.

Sample Paragraph Text

Praesent vestibulum congue tellus at fringilla. Curabitur vitae semper sem, eu convallis est. Cras felis nunc commodo eu convallis vitae interdum non nisl. Maecenas ac est sit amet augue pharetra convallis nec danos dui. Cras suscipit quam et turpis eleifend vitae malesuada magna congue. Damus id ullamcorper neque. Sed vitae mi a mi pretium aliquet ac sed elitos. Pellentesque nulla eros accumsan quis justo at tincidunt lobortis deli denimes, suspendisse vestibulum lectus in lectus volutpate.
ถัดไป
ก่อนหน้า

แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็นในบล็อกทั้งหมดจะถูกตรวจสอบก่อนที่จะเผยแพร่

ขอบคุณสำหรับการสมัคร!

อีเมลนี้ได้รับการลงทะเบียนแล้ว!

เลือกซื้อรูปลักษณ์

ตัวเลือก

Have Questions?
Back In Stock Notification
ถูกเพิ่มลงในตะกร้าสินค้าของคุณ

ตัวเลือก

this is just a warning

รีเซ็ตรหัสผ่าน

กรุณากรอกอีเมลที่คุณเคยลงทะเบียนไว้