ข้ามไปที่เนื้อหา
|

สีสดสวย ! รีวิว Samsung 65KS7500 SUHD TV พร้อม HDR ดีงามตามท้องเรื่อง

เขียนโดย: EDITOR LCDTVTHAILAND โพสต์เมื่อ: 23 Jan 2022 0 ความคิดเห็น

ในปี 2016 นี้ Samsung เองยังมุ่งเน้นในการพัฒนา SUHD TV ที่มีพื้นฐานเป็น LED TV ให้สมบูรณ์ขึ้นกว่าเดิม ทั้งเรื่องคุณภาพของภาพ ดีไซน์ และลูกเล่น Smart TV ส่วนจุดที่โดดเด่นเป็นพิเศษในปีนี้คือเรื่อง HDR : High Dynamic Range ซึ่งเป็นเทคโนโลยีภาพในยุค 4K Ultra HD ส่วนทีวีตัวที่ผมได้มารีวิวก็คือ 65KS7500 เป็น SUHD TV รุ่นรองท็อปในบ้านเรา แต่เป็นรุ่นเริ่มต้นของ SUHD Series ในเมืองนอก เพราะว่าบ้านเราไม่เอา Series 8 เข้ามาขาย ฉะนั้นเป็นโอกาสอันดีที่จะได้ทดสอบ KS7500 แบบเข้มข้นว่ามันสมควรอยู่ใน Level ไหนกันแน่ ? รวมถึงร้อนวิชานำเครื่องเล่น 4K Blu-ray Player และแผ่น 4K แท้ๆมาเปิดทดสอบคู่กันเลย

วีดีโอรีวิวงาน “ครั้งแรกในประเทศไทยกับหนัง 4K HDR บนโทรทัศน์”

Samsung SUHD TV 65KS7500 (65″)

  • SUHD TV
  • 4K Ultra HD Resolution
  • Ultra Black
  • Quantum Dot
  • HDR 1000
  • Tizen OS
  • Single Remote
  • HDMI x 4
  • USB x 2
  • One Connect
  • Price 99,990 Baht

หมายเหตุ : 55KS7500 : 65,990 Baht

ดีไซน์

ดีไซน์ของ KS7500 หลักๆคือเป็น Curved TV หรือทีวีจอโค้ง ซึ่งทางวิศวกรของ Samsung บอกว่าอรรถประโยชน์ของความโค้งนอกเหนือจากความสวยงามแล้ว ยังได้เรื่องมิติภาพที่ลึกขึ้นและรวมถึงการถนอมสายตาอีกด้วย ตัวเครื่องมีวามบางเฉียบ ขอบด้านข้างเป็นสีเงิน แผ่นหลังดูเรียบหรู ที่ผมชอบที่สุดคือ “ขาตั้งทรงกิ่งไม้” เสียบเข้าล็อคแบบไม่ต้องใช้น็อตซักตัว ยกให้เป็นตัวที่ “ประกอบง่ายที่สุด” เท่าที่เคยประกอบขาตั้งทีวีมาในชีวิตนี้ ในส่วนของช่องต่อก็ใช้เป็นกล่อง One Connect หรือกล่องศูนย์รวมช่องต่อ ซึ่งมีขนาดที่เล็กกะทัดรัดกว่ารุ่นปีที่ผ่านมา รีโมทคอนโทรลให้มา 2 แบบคือแบบธรรมดาและ Single Remote ซึ่งเป็นรีโมทชนิดใหม่ ใช้ควบคุมอุปกรณ์ต่อพ่วงและเครื่องเช่นอื่นๆได้ด้วยรีโมทเดียว โดยรวมแล้วผมแอบชอบดีไซน์รุ่นนี้มากกว่า Series 9 ทั้งปีนี้และปีที่แล้วอีก

ข้อมูลพื้นฐาน

  • ขนาดรวมขาตั้ง 1441.7 x 907.7 x 297.1 มม
  • ขนาดไม่รวมขาตั้ง 1441.7 x 830.2 x 105.0 มม
  • น้ำหนักรวมขาตั้ง 23.7 กก.
  • น้ำหนักไม่รวมขาตั้ง 23.2 กก.

ดีไซน์หน้าตรง 65KS7500

แผ่นหลังเรียบๆ

ขาตั้งทรงกิ่งไม้สีเงิน

เสียบเข้าล็อคได้เลยน มิต้องใช้น็อต ประกอบง่ายมาก นี่แหละที่ทีมงานถวิลหามานาน

จอโค้งตามสมัยนิยม ระดับความบางในจุดที่บางที่สุดเพียง 1.05 ซม. เท่านั้น

รีโมทแบบใหม่ Single Remote ไว้ควบคุม Smart TV

ช่องต่อ

ช่องต่อของ KS7500 จะอยู่ที่กล่อง One Connect หรือศูนย์รวมช่องต่อทั้งหมด จุดประสงค์ก็เพื่อไม่ให้สายรกรุงรังอยู่ด้านหลัง และรวมถึงปัญหาที่เราต้องมุดเข้าไปเสียบสายสัญญาณที่หลังทีวี ทุกอย่างจะมาสถิตย์อยู่กล่อง One Connect ทั้งหมด 
 

ช่องต่อ

  • HDMI x 4 (2.0)
  • USB. x 3
  • Component + AV x 1
  • LAX x 1
  • Optical Out x 1
  • Antenna x 1 (DVB-T2)
  • Wireless LAN Builtin

กล่อง One Connect ศูนย์รวมช่องต่อ
ถึงแม้เป็นเพียงแค่ Series 7 ก็ให้มาด้วย

ช่องต่อต่างๆบริเวณด้านข้างและด้านหลังของกล่อง One Connect

ภาพ

สเป็คด้านภาพของ Samsung 65KS7500 มีความละเอียดแบบ 4K Ultra HD 3840 x 2160 พิกเซล ใช้หน้าจอดำเงาช่วยลดแสงสะท้อนแบบ Ultra Black Panel (ชื่อเดิมคือ Ultra Clear Panel)  ใช้เทคโนโลยี Quantum Dot ช่วยขยายขอบเขตการแสดงสี พร้อมเทคโนโลยีใหม่ล่าสุด HDR ซึ่งย่อมาจาก High Dynamic Range ซึ่งหมายถึงเทคโนโลยีภาพแบบใหม่ในคอนเทนต์ 4K ที่สามารถให้ระดับความสว่างและความดำได้ดีขึ้นกว่าเดิมมาก รวมทั้งช่วยส่งเสริมสีสันให้มีความเจิดจรัสขึ้น โดยในสเป็คของ Samsung ระบุว่าเป็น HDR 1000 (ศัพท์เทคนิคทางกลารตลาดของ Samsung) ซึ่งหมายถึงรองรับมาตรฐาน HDR 10 และสามารถให้ระดับความสว่างสูงสุดได้เกิน 1000 nits ซึ่งสว่างกว่าทีวีทั่วไปถึง 2-3 เท่า ที่สำคัญที่สุดคือได้รับรองมาตรฐาน Ultra HD Premium ซึ่งภาพของ KS7500 ก็ต้องสอบผ่านข้อกำหนดหลายประการได้แก่

  1. ระดับความสว่างสูงสุดเกิน 1000 nits 
  2. ระดับความดำต่ำกว่า 0.05 nits
  3. การแสดงขอบเขตของสีกว้างกว่า 90% ของ DCI P3 หรือมาตรฐานโรงภาพยนตร์ดิจิตอล
  4. รองรับการแสดงเฉดสีแบบ 10 Bit (ใช้พาแนล 10 Bit แต่ทีวีทั่วไปมักเป็น 8 Bit)
  5. รองรับการแสดงขอบเขตของสีมาตรฐานใหม่ในอนาคตอย่าง Rec 2020 ซึ่งกว้างกว่ามาตรฐานเดิมอย่าง Rec 709 มาก

ทดสอบจริงด้วยเครื่องมือวัด

  • ระดับความสว่างสูงสุดก็ได้ถึง 1076 nits ในโหมด Movie – HDR 
  • ขอบเขตของสีกว้างสุดก็ได้ถึง 93.9% ของมาตรฐานโรงภาพยนตร์ดิจิตอล DCI-P3 ในโหมด Movie – HDR เช่นกัน

 

หมายเหตุ

Samsung TV ปี 2016 ได้แบ่งทีวีที่มี HDR เป็น 2 แบบได้แก่

  1. HDR 1000 ซึ่งได้มาตรฐาน Ultra HD Premium (Series 9 & 7)
  2. HDR Premium ซึ่งไม่ได้มาตรฐาน Ultra HD Premium (Series 6)

โหมด Movie ให้อุณหภูมิสีใกล้เคียงกับค่าอ้างอิงมากที่สุด 6500K
จึงใช้เป็นโหมดภาพหลักในการปรับภาพและทดสอบ

สำหรับการ Calibrate ภาพสำหรับการแสดงภาพทั่วไป SDR : Standard Dynamic Range ผมเลือกใช้โหมด Movie ซึ่งให้อุณหภูมิสีได้ใกล้เคียงค่าอ้งอิงมากที่สุด ภาพถือว่าถูกต้อง ณ ระดับหนึ่ง แต่ก็ยังมีติดล้นแดงไปบ้างเล็กน้อย (Color Temp เป็น Warm 2)

หลังจาก Calibrate 2 Point White Balance ก็ให้ผลลัพธ์ที่น่าพอใจอย่างยิ่งยวด สมดุลแสงขาวมีความเที่ยงตรงขึ้นในระดับอ้างอิงเลย

ขอบเขตของสีกว้างสุดได้ถึง 93.9% ของมาตรฐานโรงภาพยนตร์ดิจิตอลหรือ DCI-P3 ซึ่งเกิน 90% นั่นเอง นั่นหมายถึงผ่านเกณฑ์ของมาตรฐาน Ultra HD Premium

แผ่นหนัง 4K Blu-ray แท้ๆที่ทีมงาน LCDTVTHAILAND ไว้ใช้อ้างอิงทดสอบ จะสังเกตได้ว่าขอบกล่องเป็น “สีดำ” แทนที่ “สีน้ำเงิน” แบบ Blu-ray ทั่วไป ที่สำคัญแทบทุกแผ่นจะให้ภาพแบบ HDR มานะครับ!

พระเอกของงานคือ Samsung UBD-K8500 : 4K Blu-ray Player รุ่นแรกของโลกและเครื่องแรกของไทย มาประจำการที่ LCDTVTHAILAND เป็นเครื่องเล่นที่อ้างอิงทดสอบหนัง 4K HDR แท้ๆ

ขอไม่รอช้าเริ่มทดสอบด้วยคอนเทนต์ 4K แท้ๆจากแผ่น 4K Blu-ray HDR เล่นด้วยเครื่องเล่น 4K Blu-ray Player รุ่นแรกของโลกและเป็นเครื่องแรกในไทย รุ่น UBD-K8500 โดยผมเปิดหนังเรื่อง Gods of Egypt (ซึ่งในไทยยังไม่มีขาย ผมซื้อที่ต่างประเทศ) โหมดภาพที่เลือกใช้คือ Movie ให้แสงสีที่สบายตาและถูกต้องกว่าโหมดภาพอื่นๆ เมื่อทีวี Detect เจอสัญญาณ HDR ก็จะโชว์คำว่า “An HDR video is playing” ขึ้นมาอย่างอัตโนมัติ เป็นอันรู้กันว่านี่คอนเทนต์ HDR แท้ๆกำลังเล่นอยู่นะ…มิใช่กำมะลอ ! 

เมื่อเล่นคอนเทนต์ HDR ทีวีจะ Detect อัตโนมัติและแสดงคำว่า An HDR video is playing

ประเดิมฉากแรกที่ “เซธ” เทพเจ้าแห่งความชั่วร้าย มาบุกเมืองของเทพเจ้าฝั่งธรรมะ จังหวะต่อสู้ในหลายๆฉาก HDR ก็ได้สำแดงเดช ทั้งชุดเกราะสีทองที่วาววับ ฉากแสงสะท้อนของโล่ห์กระจกที่เฉิดฉายสะดุดตา หรือแม้กระทั่งฉากพระอาทิตย์สาดส่องที่แลสว่างกว่าคอนเทนต์ SDR : Standard Dynamic Range แบบจับต้องได้ ส่วนความละเอียดระดับ 4K แท้ๆ ซึ่งมิได้ถูกบีบอัดลงมาเป็นพวก .mkv ที่โหลดตามเว็บบิททั่วไป รวมถึงให้ “ความเนียนสะอาด” ปราศจากสากเสี้ยนแห่งอันกร้านหยาบที่เหนือกว่าแผ่น 1080p Blu-ray แบบชัดเจนหากเพ่งจับผิดแบบใกล้ๆ 

ความอร่ามของสีทองจากชุดเกราะและเครื่องประดับในเรื่อง Gods of Egypt (4K HDR)

ฉากโล่กระจกสะท้อนแสงเข้าตา จากเรื่อง Gods of Egypt ซึ่ง HDR ได้สำแดงเดชให้เห็น

หลังจากนั้นขอทดสอบหนัง 4K Blu-ray เรื่อง Smurfs 2 แบบ 4K HDR แท้ๆอีกเรื่อง เรื่องนี้มีข้อดีตรงที่มี ฉากมืด VS ฉากสว่าง ให้ได้ทดสอบเยอะ โดยเฉพาะฉากท้ายเรื่องที่กลุ่มพระเอกบุกไปช่วยครอบครัว Smurfs ที่ถูกเจ้า Gargamel วายร้ายของเรื่องจับไปขังกรง ฉากระเบิดพลังงาน Smurfs สามารถเปล่งแสงพลังงาน “สีน้ำเงินอันสว่างเรืองรอง” ได้อย่างระยิบระยับดูอร่ามตา ซึ่งสามารถตัดกับฉาก Background อันมืดสนิทได้อย่างลงตัว ส่วนใบหน้าจอง Smurffete (สเมิร์ฟสาว) ก็แสดงเป็นสีฟ้าที่เป็นธรรมชาติไม่ได้สดโดเวอร์เกินจริง จึงสรุปได้ว่า HDR ช่วยต่อยอดคุณภาพของภาพให้เหนือระดับขึ้นไปอีกขั้น สามารถแสดง “จุดสว่าง + จุดที่ควรเจิดจรัส + จุดที่มืดมิด และจุดที่แสงสีควรเป็นธรรมชาติ”ได้พร้อมกันทั้งหมดในฉากเดียว ซึ่ง KS7500 ก็สามารถสอบผ่านจุดนี้ได้ดีเกินความคาดหมาย

*** ฉากระเบิดพลังงาน Smurfs จนก่อให้เกิดแสงสีน้ำเงิน (คล้ายแสงเหนือ) ซึ่ง HDR สามารถช่วยสร้าง “ความเจิดจรัสวาววับ” ภายใต้ฉากหลังอันมืดสนิท หากเทียบกับทีวีที่ไม่มี HDR แสงสีน้ำเงินจะดูชืดไปเลย

ส่วนฉากที่สีฟ้าควรเป็นธรรมชาติอย่างใบหน้าของ Smurfette ก็ถ่ายทอดออกมาได้อย่างถูกต้อง

ส่วนการทดสอบกับแผ่นหนัง Blu-ray 1080p ทั่วไป ผมใช้หนังแผ่นดินไหวเรื่อง San Andres ในฉากที่พระเอกขี่เรือโต้คลื่นลูกยักษ์ การอัพสเกลภาพของ KS7500 นั้นถือว่าทำได้ดีทั้งเรื่องความคมชัดและภาพเคลื่อนไหว หากเทียบกับทีวี 4K UHD เมื่อหลายปีก่อนนี่มีพัฒนาการแบบหน้ามือเป็นหลังมือ ผมนั่งดูใกล้ในระยะ 2 เมตร บรรยากาศการรับชมฉากแล่นเรือฝ่าคลื่นจัดได้ว่าลุ้นระทึกบีบหัวใจ ยอมรับว่าจอใหญ่ขนาด 65″ ผสานความโค้งโอบล้อม มีส่วนช่วยดึงเราเข้าไปใกล้ชิดเหตุการณ์มากขึ้น

Tip : ส่วนระดับความสว่างและเจิดจรัสของภาพ HDR แนะนำให้เปิดฟีเจอร์ Dynamic Contrast ระดับ High ไปเลย (ย้ำอีกทีเฉพาะคอนเทนต์ที่เป็น HDR เท่านั้นนะครับ) ส่วนคอนเทนต์ที่เป็น SDR ก็ปิดทิ้งไปตามระเบียบ

ฉากกลุ่มเด็กๆจากเรื่อง San Andres (Blu-ray 1080p) ให้สีผิวของคนได้เป็นธรรมชาติ

ฉากขี่เรือโต้คลื่นจากหนังเรื่อง San Andres (Blu-ray 1080p)

ระดับความดำอยู่ในเกณฑ์ดีใช้ได้ แต่มิอาจเข้าขั้นเพอร์เฟกต์ สำหรับ KS7500 ที่ใช้โครงสร้างหลอดไฟ Edge LED พร้อม Local Dimming ซึ่งฟีเจอร์นี้จะช่วยดิมไฟเป็นโซนตามฉากสว่าง-มืด ด้วยข้อจำกัดการวางหลอดไฟตามขอบบนและล่างของจอซึ่งจำเป็นต้องเปล่งแสงสว่างแทบตลอดเวลาเพื่อเลี้ยงภาพกลางฉาก จึงไม่สามารถทำฉากที่ควรมืดให้มืดสนิท 100% ได้ ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติของ Edge LED TV ทุกตัว การเปิดฟีเจอร์ Local Dimming ช่วยส่งเสริมความดำทางอ้อมก็ย่อมเป็นสิ่งที่ควรทำอย่างยิ่ง 

โดยเปิดใช้งานในหัวข้อ Smart LED ใน Advanced Setting ซึ่งมี 3 ให้เลือกได้แก่ 

1) ระดับ Low จะให้ความสมดุลระหว่างการดิมไฟที่ไม่โฉ่งฉ่างจนเกินไปกับระดับความสว่างที่อยู่ในระดับพอดิบพอดี เหมาะกับคอนเทนต์แบบ SDR 

2) ระดับ High เหมาะกับขาโหดที่ชอบให้จุดมืด-จุดสว่างนั้นมีความต่างอย่างเด็ดขาด ตัววัตถุจะสว่างไสวกว่าด้วย คอนเทนต์จำพวก HDR ก็จะ ขึ้นกว่า” ระดับ Low

3) ระดับ Off  คือการปิดฟีเจอร์ Local Dimming เลย เหมาะกับพวกงานกราฟฟิก

จุดด้อยของ KS7500 นั้นคงเป็นเรื่อง มุมมองการรับชมด้านข้างที่มิได้กว้างมากนัก เพราะใช้พาแนลคู่บุญอย่าง VA : Vertical Alignment ฉะนั้นหากนั่งชมในมุมที่เฉียงมากภาพก็ยังมีซีดดร็อปให้เห็นงพอสมควร อย่างไรก็ตามหากนั่งชมในมุมตรง 90 องศา แบบเดียวกับการรับชมภายในบ้านแบบปกติทั่วไป สีสันก็มีความอิ่มเอิบสดใสกว่าจอพาแนลชนิดอื่น จะเรียกว่าได้อย่างก็เสียงอย่าง ไม่มีพาแนล LED-LCD ชนิดไหนที่สมบูรณ์เพอร์เฟกต์ 100%

สรุปได้ว่า Dynamic Range : ความสว่าง-ความมืด สำคัญกว่า Resolution : ความละเอียด เพราะเราเห็นต่างด้วยตาเปล่าได้ชัดแจ้งกว่าจริง Samsung KS7500 เป็น LED TV ที่มีความละเอียด 4K รองรับภาพแบบ HDR (มาตรฐาน HDR10) แถมยังสอบผ่านมาตรฐาน Ultra HD Premium การันตีว่าสามารถแสดงระดับความสว่าง ความดำและสีสันเหนือ 4K Ultra HD TV ทั่วไปอีกด้วย โดยรวมผมว่าคุณภาพของภาพของเจ้า KS7500 นั้นแอบเฉียดฉิว KS9000 รุ่นท็อปเลยแหละ ต่อไปหากท่านจะซื้อทีวีซักเครื่องผมแนะนำว่าหากจะเอารองรับอนาคตแบบจริงจัง จำไว้เลยว่าความละเอียดต้อง 4K ควรรองรับ HDR และหากเป็นไปได้ควรได้มาตรฐาน Ultra HD Premium ด้วยถึงจะครบสูตร !


Quantum Dot = ช่วยขยายขอบเขตของสีให้ “สุดขึ้น” เช่น แดงสดจี๊ด เขียวอี๋ น้ำเงินจัด

VS

HDR = ส่งเสริมความ เจิดจรัส” และ เรืองอร่าม” ของสีเหล่านั้น


เสียง

ระบบเสียงเป็นแบบ Stereo 2.1 แชนแนล มาพร้อมวูฟเฟอร์ มีกำลังขับรวม 40 Watts ทิศทางการยิงเสียงเป็นแบบยิงลงล่าง Down Firing คุณภาพเสียงโดยรวมจัดว่าดีขึ้นกว่าปีที่ผ่านๆมา ทั้งน้ำหนักเสียงที่ดูอิ่มแน่นขึ้น ไม่แห้งกร้านเหมือนรุ่นปีก่อนๆที่ไม่ผนวกวูฟเฟอร์มาให้เนื่องจากเน้นดีไซน์ที่ Slim จนเกินไปจนไม่เผื่อแผ่พื้นที่ไว้ให้ดอกลำโพง ทดสอบคุณภาพเสียงโดยการรับชมทีวีทั่วไปทั้ง ฟุตบอลยูโร รายการข่าว เกมส์โชว์ หนังแผ่น Blu-ray ก็จัดว่าอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน เสียงพูดชัดเจนมีน้ำมีนวล แต่หากลองทดสอบกับคอนเสิร์ตโหดๆอย่าง Elton John เพลง Crocodile Rocks เสียงแต่ละย่านยังมีกลืนกลบกันไปบ้าง สรุปว่าเหมาะกับการใช้งานทั่วไปเหมาะกับการตั้งไว้ในห้องนั่งเล่นทั่วไป และให้คุณภาพเสียงดีกว่า LED TV รุ่นมิดเอ็นด์

ทดสอบคุณภาพเสียงด้วยเพลง Crocodile Rocks ของ Elton John

เพิ่มเติม

ระบบ Smart TV ปีนี้มีการอัพเกรด Tizen OS ให้ทันสมัยขึ้น เมนูการใช้งานที่สะดวกขึ้น แถบเมนู Smart Hub เมื่อเปิดขึ้นมาจากด้านล่าง หากเราจะเลือกแอพส์หรือคอนเทนต์ไหนก็จะมีพรีวิวแสดงเป็นชั้นที่ 2 ขึ้นมา รวมถึงแอพพลิเคชั่นที่ “ต้องมี” อาทิ YouTube และ Netflix ซึ่งทั้ง 2 เจ้าก็รองรับความละเอียดแบบ 4K แล้วเช่นกัน รองรับการเชื่อมต่อกับโทรศัพท์มือถือ ทั้งส่งภาพหรือคอนเทนต์ขึ้นไปเล่นแบบไร้สาย, Screen Mirroring โคลนนิ่งหน้าจอมือถือไปแสดงบนจอทีวี หรือแม้กระทั่งโคลนนิ่งหน้าจอทีวีกลับมาแสดงยังมือถือก็ทำได้ มีแอพพลิเคชั่น Smart View ที่เปลี่ยนมือถือให้เป็นรีโมทคอนโทรล สุดท้ายคือรีโมทคอนโทรลแบบใหม่ที่มีชื่อว่า Single Remote ที่สามารถนำไปควบคุมเครื่องเล่นและอุปกรณ์ต่อพ่วงต่างๆได้ง่ายด้วยรีโมทอันเดียว ก็ถือว่า Smart TV มีพัฒนาการแบบจับต้องได้ ไม่ได้เน้นแค่เรื่องแอพส์อย่างเดียว แต่เน้นการใช้งานที่สะดวกง่ายดาย จึงเป็นมิตรกับผู้ใช้มากยิ่งขึ้น

ผมขอเรียกว่าเป็น Smart Hub แบบ 2 ชั้น โดยชั้นแรก (ชั้นล่าง) จะเป็นเมนูหลักที่รวบรวมแอพส์, Sources, Live TV เอาไว้ ส่วนชั้น 2 (ชั้นบน) จะเป็นหน้าแสดงตัวเลือกย่อยของหัวข้อหลักอีกที

Interface สวยงามขึ้น เล่นง่ายขึ้น

ไหนลอง Netflix แบบ 4K HDR ซะหน่อย เรื่อง Marco Polo ผมใช้แพ็กเกจท็อปสุด เสียเงินประมาณ 420 บาทต่อเดือน เพื่อรับชมคอนเทนต์ระดับ 4K

มุมซ้ายบนเขียนว่า 2160 หมายถึงความละเอียด 4K : 2160 ส่วนความละเอียดจะปรับ Auto ตามสปีดอินเตอร์เน็ต

YouTube แบบ 4K ดูหนังตัวอย่างเรื่องเมาคลี The Jungle Book

แอพส์ไทยก็มีให้ดูหนังดูซีรีส์ ทั้ง Hollywood HDTV, DOONEE, DOONUNG เป็นต้น

หน้าโหลดแอพส์ต่างประเทศ

สามารถ Set Up ให้รีโมทเป็น Universal Remote ควบคุมทุกเครื่องเล่นที่เชื่อมต่อกับทีวี Samsung ได้

สุดท้ายลองเชื่อมต่อกับ Galaxy S7 ทำ Screen Mirroring โคลนนิ่งหน้าจอมือถือไปแสดงบนทีวี ท่านที่ใช้มือถือ Samsung ให้สไลด์เมนู Shortcut ด้านบนลงมา แล้วกดปุ่ม Quick Connect * หากนำไปเล่นเกมส์การแสดงผลขึ้นจอจะมี Delay บ้างตามสูตร * เล่นพวก Web Browser, ดูวีดีโอ, ดูรูปภาพ จะทำได้ดีกว่า

สรุป

ข้อดี

  1. ระดับความสว่างสูงกว่า 1000 Nits ให้ภาพ HDR ได้อย่างเจิดจรัส
  2. สีสดสวยอิ่มเด้ง เป็นคาแรกเตอร์ภาพที่ดูชุ่มฉ่ำเป็นเอกลักษณ์
  3. ได้มาตรฐาน Ultra HD Premium 
  4. ดีไซน์จอโค้งสวยเก๋ ขาตั้งแบบเสียบล็อคประกอบง่าย ไม่ต้องใช้น็อต
  5. พวก YouTube และ Netflix รับชมแบบ 4K ได้แล้ว

ข้อเสีย

  1. มุมมองด้านข้างมิได้กว้างนัก
  2. ไม่รองรับ 3D ซึ่งเหมือนจะตัดออกอย่างถาวร
  3. ไม่รองรับ Dolby Vision HDR (รองรับแต่ HDR 10)

Samsung SUHD TV 65KS7500 (65″)
ราคาเปิดตัว 99,990 บาท

สรุป

Samsung 65KS7500ถึงแม้เป็นเพียง Series 7 แต่ทว่าสามารถให้คุณภาพของภาพได้ใกล้เคียง Series 9 เป็นอย่างมาก โดดเด่นด้วยระดับความสว่างกว่า 1000 Nits รองรับภาพแบบ HDR ซึ่งก็สามารถถ่ายทอดภาพได้อย่างเจิดจรัสโดดเด้ง การรับชมภาพ 4K HDR แท้ๆหรือ Full HD / HD ธรรมดาก็ทำได้อยู่ในเกณฑ์ดี พัฒนาขึ้นกว่าพวก Series 7 ปีที่แล้วพอสมควรเลย ระบบ Tizen OS เวอร์ชั่นปี 2016 ก็ใช้งานสะดวกขึ้น พร้อมรีโมทแบบใหม่ Single Remote ที่สามารถใช้ควบคุมเครื่องเล่นอื่นๆที่เชื่อมต่อกับทีวีได้ ดีไซน์ตัวนี้ผมชอบมากกว่ารุ่นท็อปด้วยซ้ำเพราะขาตั้งทรงกิ่งไม้มันสามารถเสียงเข้าล็อคโดยไม่ต้องใช้น็อตแม้แต่ตัวเดียว ส่วนจุดติก็มีเรื่องที่ยังไม่รองรับ Dolby Vision HDR ซึ่งประเด็นนี้ผมคิดว่าไม่ได้เป็นเรื่องใหญ่นักเพราะปัจจุบันยังแทบไม่มีหนังใช้มาตรฐานนี้เสียเท่าไหร่ ส่วนพวกแผ่น 4K Blu-ray Disc ที่ทยอยวางจำหน่ายก็จะเป็น HDR 10 แทบทั้งหมด อีกจุดคือมุมมองด้านข้างซึ่งก็มิได้กว้างมากนัก 

สรุปได้ว่า Samsung 65KS7500 ตัวนี้ สามารถก้าวข้ามขีดจำกัดเดิมๆของ LED TV ยกระดับคุณภาพของภาพโดยเฉพาะเรื่อง HDR VS SDR ให้มีความแตกต่างขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญ เป็นรุ่นกลางบนที่ให้คุณภาพเฉียดรุ่นท็อป อยากให้ทุกท่านลองพิสูจน์ด้วยตาตนเองด้วยการทดลองรับชมคอนเทนต์ Demo 4K HDR ของ Samsung เองตามห้างร้านว่า “ภาพมันแตกต่างจากปีที่ผ่านๆมามากน้อยแค่ไหน ?” ถ้าท่านเห็นต่าง….นั่นหมายความว่าสกิลจำแนกภาพของท่านอยู่ในเกณฑ์ดี…อาจมีแววเสียเงินซื้อทีวีเครื่องใหม่เร็วๆนี้อย่างแน่นอน !

Sample Image Gallery

SPRING SUMMER LOOKBOOK

Sample Block Quote

Praesent vestibulum congue tellus at fringilla. Curabitur vitae semper sem, eu convallis est. Cras felis nunc commodo eu convallis vitae interdum non nisl. Maecenas ac est sit amet augue pharetra convallis.

Sample Paragraph Text

Praesent vestibulum congue tellus at fringilla. Curabitur vitae semper sem, eu convallis est. Cras felis nunc commodo eu convallis vitae interdum non nisl. Maecenas ac est sit amet augue pharetra convallis nec danos dui. Cras suscipit quam et turpis eleifend vitae malesuada magna congue. Damus id ullamcorper neque. Sed vitae mi a mi pretium aliquet ac sed elitos. Pellentesque nulla eros accumsan quis justo at tincidunt lobortis deli denimes, suspendisse vestibulum lectus in lectus volutpate.
ถัดไป
ก่อนหน้า

แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็นในบล็อกทั้งหมดจะถูกตรวจสอบก่อนที่จะเผยแพร่

ขอบคุณสำหรับการสมัคร!

อีเมลนี้ได้รับการลงทะเบียนแล้ว!

เลือกซื้อรูปลักษณ์

ตัวเลือก

Have Questions?
Back In Stock Notification
ถูกเพิ่มลงในตะกร้าสินค้าของคุณ

ตัวเลือก

this is just a warning

รีเซ็ตรหัสผ่าน

กรุณากรอกอีเมลที่คุณเคยลงทะเบียนไว้