อลังการงานสร้าง !! รีวิว LG 84UB980T จอ Ultra HD ขนาดมหึมา
“ขนาดของจอ” จัดได้ว่าเป้นปัจจัยหลักในการพิจารณาเลือกซื้อทีวีเครื่องที่ 2 เพราะเชื่อว่าทุกท่านคงมีประสบการณ์ผ่านทีวีขนาดมาตรฐานอย่าง 32″-42″ กันไปบ้างแล้ว หากอยากอัพเกรดก็ต้องขอ “ใหญ่ไว้ก่อน” ป้องกันโรคทีวีจอหดในอนาคตซึ่งเป็นโรคติดต่อที่อินเทรนด์มากในช่วงนี้ ^ ^ LG เองก็ได้ทำการเปิดตัวทีวี 84″ รุ่นใหม่ 84UB980T ซึ่งมาแทนรุ่นเดิมคือ 84LM9600 ซึ่งเป็นรุ่นขายดีมากในช่วงปีที่แล้ว โดยความพิเศษของมันคือความละเอียดหน้าจอระดับ Ultra HD 4K หรือ 3840 x 2160 (8.29 ล้านพิกเซล) สำหรับท่านที่อยากได้ทีวีจอใหญ่ยักษ์ ไม่ติดเรื่องงบประมาณ รีวิวนี้จะเหมาะกับท่านเป็นอย่างยิ่ง

LG 84UB980T
– Ultra HD 4K
– IPS 4K Panel
– Cinema 3D
– Local Dimming
– HDMI x 4
– USB x 2
– WiFI Built In
– 120 Watts Speaker Output
– WebOS
– ราคาเปิดตัว 599,990 บาท

การออกแบบ
เจ้า 84UB980T มีดีไซน์ที่เก๋ไก๋ชไนเดอร์กว่าพวกทีวีจอใหญ่ 80″ 90″ หลายตัวที่ทำแบบแข็งทื่อไร้จุดเด่น โดยมีฐานตั้งทำจากโลหะยาวทั้งแถบ พร้อมลำโพงดีไซน์ขนาบด้านซ้ายและขวา ไม่ได้ฝังไว้ข้างใต้เหมือนรุ่นก่อน วัสดุเน้นไปที่โลหะซึ่งดูดีมีชาติตระกูล ฉะนั้นจึงได้เรื่องประสิทธิภาพและความสวยงามแบบ 2 in 1 ไปพร้อมๆกัน ด้วยขนาดจอใหญ่ถึง 84″ และฐานตั้งที่ออกแนวกว้าง ทำให้ต้องใส่ใจเรื่องขนาดของชั้นวางให้พอดีด้วย ซึ่งชั้นวางแบบปกติไม่น่าจะวางได้แน่เพราะสั้นเกิน ส่วนรีโมทคอนโทรลที่แถมมาให้ก็เป็น Magic Remote อันเลื่องชื่อซึ่งทำงานประหนึ่งเมาส์อากาศไร้สาย เอาไว้ควบคุม WebOS ระบบปฏิบัติการ Smart TV ใหม่ล่าสุดได้พอดิบพอดี




รีโมทคอนโทรล = Magic Remote ประหนึ่งเมาส์อากาศแบบไร้สาย
แถมยังรองรับการสั่งงานด้วยเสียงอีกด้วย

ช่องต่อ

ด้านข้าง
– HDMI 1.4 (1)
– HDMI 2.0 (3)
– USB 2.0 (2)
– USB 3.0 (1)
ด้านหลัง
– RF In (1)
– Composite In (1)
– Component In (1)
– Digital Audio Out (1)
– LAN (1)
– Headphone out(1)
โดยตัวเครื่องมีระบบ WiFi Built-In มาให้ด้วย เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตไร้สายได้ทันที หรือจะใช้สาย LAN ต่อตรงก็ได้เช่นกัน
เรื่องภาพคงก็หนีไม่พ้นความละเอียดหน้าจอระดับ Ultra HD 4K (3840 x 2160) ซึ่งเป็นหัวใจหลักของทีวีเครื่องนี้ ยิ่งทีวีเครื่องใหญ่ ความละเอียดก็ควรจะสูงตามมิเช่นนั้นภาพจะไม่คม ยังมาพร้อมชิพ TruUltra HD Engine พร้อมสเกลเลอร์ยกระดับสัญญาณ HD ปกติให้เป็น Ultra HD ได้ในตัว ใช้หลอดไฟ LED แบบ Edge LED พร้อมความสามารถในการทำ Local Dimming พร้อมระบบ 3D ไม้ตายอย่าง Cinema 3D (Passive 3D) อันเลื่องชื่อ
โหมดภาพสำเร็จรูป
ให้มาเยอะมาก โดยโหมดที่ที่แนะนำได้แก่ Expert 1 ภาพจะดูซอฟท์ลงหน่อย แต่ได้อารมณ์โรงภาพยนตร์ แนะนำหากดูในห้องที่ค่อนข้างมืดซักหน่อยกำลังนุ่มสบายตา ซึ่งเป็นโหมดที่ทีมงานใช้ปรับภาพเบื้องลึกในลำดับถัดไปด้วย และยังมีโหมดใหม่อย่าง Soccer Mode ที่ออกมาต้อนรับเทศกาลฟุตบอลโลกโดยเฉพาะ บูสต์สีสันให้ฉูดฉาด หญ้าของสนามฟุตบอลสีเขียวอิ่มสะใจขึ้น แต่ก็อาจจะขาดความสมจริงไปบ้าง ก็ลองเล่นของเล่นใหม่ๆเหล่านี้ดูได้

โหมดภาพสำเร็จรูป โดยโหมดอย่าง Expert (ISF) ให้แสงสีที่ค่อนข้างเที่ยงตรงในโทนอบอุ่น
จะล็อคสัดส่วนภาพไว้ที่ Just Scan = สัดส่วนที่ถูกต้อง


หมายเหตุ : โหมดจากโรงงาน Expert (ISF) ให้ความเที่ยงตรงดี สามารถใช้อ้างอิงได้ แต่หากต้องการความถูกต้องสูงสุด ปรับแค่ White Balance แบบ 2p (2 จุด) ก็ตอบสนองการใช้งานได้โดยอาจไม่จำเป็นต้อง calibrate ละเอียดถึง 20 จุด
ทดสอบกับคอนเทนต์ Ultra HD 4K
แน่นอนว่าทีวีความละเอียด Ultra HD 4K ก็ต้องทดสอบกับไฟล์ Ultra HD 4K ผมใช้ไฟล์ที่โหลดมาจาก YouTube (เสียบ USB ด้านข้าง) และรวมถึงไฟล์ทดสอบของ LG ทำการทดสอบ โดยใช้โหมด Expert (ISF) ที่ปรับภาพไว้แล้ว ฉากเสือในป่าใน Wildlife in 4K บอกได้คำเดียวว่าสะท้านอารมณ์มากๆ รายละเอียดผสานความมโหฬารของหน้าจอช่วยส่งผ่านความยิ่งใหญ่ของสัตว์ป่าอย่างเจ้าเสือเบงกอลได้อย่างน่าทึ่ง รายละเอียดขนสีส้มรวมถึงเส้นหนวดมีความคมกริบ ส่วนคอนเทนต์ Ultra HD 4K ของ LG ที่เป็นฉากวิวทิวทัศน์ต่างๆก็ทำได้ดียิ่งกว่า (เพราะเป็นคอนเทนต์สาธิตภาพต้นฉบับเลยเทพแต่ต้น) ไม่น่าเชื่อว่ามิติภาพจะดีขึ้นตามจำนวนของเม็ดพิกเซลที่มากขึ้น ย้ำอีกทีนะครับว่าผมดูในห้องที่คุมแสงได้ และภาพที่ได้มัน “สะท้าน” กว่าดูตามห้างอีกระดับหนึ่งเลย (ว้าว)


คอนเทนต์สาธิตพวกวิวทิวทัศน์ต่างๆคมกริบ ไม่แพ้แบรนด์คู่แข่ง
มิติภาพดีขึ้นกว่าพวกทีวี Full HD ไปอีกช่วงตัว
ส่วนการทดสอบภาพ Full HD 2 มิติทั่วไปจากแผ่น Blu-ray พบว่าสเกลเลอร์ของตัวเครื่องทีวีทำได้ดีขึ้นตามลำดับ กล่าวคือรุ่นใหม่ๆช่วยให้ภาพ Full HD ไปแสดงบนจอ Ultra HD ได้เนียนขึ้น (แทบทุกแบรนด์) จากการทดสอบดู X-Men ภาค 2 ใบหน้าของวูฟเวอร์รีนและเหล่ามนุษย์กลายพันธุ์ก็แสดงออกมาได้เนียนและ “ดูได้ไม่แพ้ทีวี Full HD” ซึ่งโดยปกติแล้วความละเอียดของขอภาพและคอนเทนต์หาก Matching กันแล้วจะแสดงภาพได้ดีที่สุด แสงสีเป็นโทนที่ LG ถนัดคือได้แนวเนื้อสีเข้มข้น ซึ่งเป็นบุคลิกของตัวแผงจอ IPS Panel อยู่แล้วตั้งแต่ต้น ซึ่งตรงกันข้ามกับแนวกระจ่างใสของคู่แข่งร่วมประเทศ ในขณะที่โมชั่นภาพเคลื่อนไหว ต้องยอมรับว่าหากไม่เปิด TruMotion หรือระบบแทรกเฟรมภาพ ภาพเคลื่อนไหวก็จะมีอ่อนเปลี่ยให้เห็นอยู่บ้าง ข้อแนะนำคือให้เปิด TruMotion แบบ “User” แล้วปรับ De-Judder และ De-Blur ให้เป็น 2 ทั้งคู่ ภาพเคลื่อนไหวก็จะราบรื่นเฉกเช่นทีวี Full HD (ย้ำว่าควรปรับตามนี้เพราะทีมงานทดสอบมาให้อย่างเข้มข้นแล้ว) กระนั้นหากปรับไปเป็นโหมดอย่าง Clear / Clear Plus ก็จะมีอาการวุ้นตามขอบเรืองๆ ออกมาให้ได้เห็น

TruMotion จำเป็นสำหรับการเล่นคอนเทนต์ Full HD แนะนำให้เปิดแบบ User
พร้อมปรับ De-Judder และ De-Blur เป็น 2 ทั้งคู่
84UB980T ใช้โครงสร้างหลอดแบ็คไลท์เป็น Edge LED ในการส่องแสงสว่าง ด้วยความที่จอใหญ่ ฟีเจอร์ Local Dimming จึงสำคัญมากๆในการควบคุมระดับแสงแสง ย้อนกลับไปรุ่น 84LM9600 ยังมีจุดอ่อนเรื่องการคอนโทรลหลอด LED Backlight อยู่พอสมควร ซึ่ง 84UB980T ก็ได้ทำการปรับปรุงให้ดีขึ้นแบบผิดหูผิดตา โดยการดิมไฟให้ส่วนที่ควรมืดให้มืดก็ทำได้เนียนตาขึ้น ส่งผลให้แสดงฉากสีดำได้ดีขึ้นจนอยู่ในระดับน่าพอใจสำหรับทีวีจอโต ฉะนั้นอาการแสงโพลนแบบอล่างฉ่างแบบในรุ่นที่แล้วก็แทบไม่มีให้เห็นในรุ่นนี้แล้ว แนะนำเปิดระดับ Low หรือ Medium ก็พอเพื่อความสมดุลของการดิมพื้นที่สีดำที่ไม่วูบวาบจนเกินไป

ทดสอบกับคอนเทนต์ 3D
LG 84UB980T เป็น Cinema 3D หรือ 3D Passive ที่หลายท่านคุ้นเคย หลายท่านคงจะได้มีโอกาสทดสอบใส่แว่นทีวีของค่าย LG กันไปบ้างแล้ว เชื่อว่าติดใจเรื่องมิติของภาพที่ลอยแถมแว่นก็สวมใส่สบายตา แต่ขอบอกเลยว่าคอนเทนต์ 3D ความละเอียด Ultra HD 4K VS คอนเทนต์ 3D ความละเอียดแค่ Full HD ให้มิติภาพที่ต่่างกันพอสมควร กล่าวคือความตัว 3D Ultra HD ก็ช่วย “ทวีคูณ” เรื่องความลอยและความคมชัดเพิ่มให้อีกขั้น ในแบบคนธรรมดาตามิต้องเทพก็ยังรู้สึกได้ ทดสอบกับคอนเทนต์สาธิตชุด “มนุษย์อวกาศ” ซึ่งผมเคยทดสอบคอนเทนต์แบบนี้แบบ Full HD กับจอ LG Full HD รุ่น LA8600 (2013) ก็มิติดีลอยเด่นในระดับหนึ่ง แต่มาเจอความละเอียด Ultra HD กับจอ Ultra HD UB980T ตัวนี้ บอกเลยว่า “ลอยทะลุทะลวง” มากถึงมากที่สุด โดยเฉพาะจังหวะที่เจ้ามนุษย์อวกาศยื่นมือออกมาแทบทะลุจอ สร้างความประทับใจทีมงานที่ร่วมทดสอบอย่างยิ่งยวด ส่วนสำหรับการใช้งานจริงกับหนัง Blu-ray 3D เรื่อง Step Up 3D มิติภาพก็อยู่ในเกณฑ์ดีตามมาตรฐานของ LG Cinema 3D ในหลายๆรุ่น แอบมี Crosstalk บางจังหวะนิดๆหน่อยๆ ซึ่งไม่กระทบต่อการรับชมจริงมากนัก แว่น 3 มิติก็มีแถมมาให้ 4 อัน ดูกันได้ทั้งบ้านเลย สรุปว่า 3D ของ 84UB980T ตัวนี้เริ่ดหรูอลังการมากพะยะค่ะ


Blu-ray Step Up 3D จะลอยอยู่ในเกณฑ์ดีปกติ มี Crosstalk อยู่นิดหน่อย
กับระยะชมไกลซัก 2-3 เมตรถือว่ารับได้
เสียง
ระบบเสียงก็อลังการงานสร้างสมกับเป็นทีวีจอใหญ่ให้กำลังขับมาสูงถึง 120 Watts (3 Ways 14 Speaker with Woofer) ซึ่งสูงที่สุดตั้งแต่ LG ทำทีวีมา ด้วยความที่เป็นลำโพงแยกออกจากตัวทีวีแบบขนาบข้างซ้ายขวา ไม่ได้ฝังไว้ใต้เครื่องเมื่อแต่ก่อน จึงให้คุณภาพเสียงที่ดีเยี่ยมเกินหน้าเกินตารุ่นน้อง ฟังคอนเสิร์ต Simply Red เพลง You make me feel brand new พลังเสียงเหมือนมีมินิโฮมเธียเตอร์ย่อมๆมาอยู่ข้างหน้า สามารถถ่ายทอดน้ำเสียงเอื้อนของนักร้องนำจนตรึงอารมณ์ผู้ร่วมทดสอบหลายท่านได้อย่างอยู่หมัด โหมด Music จะช่วยขยายไดนามิคให้เบสมีปริมาณมากขึ้น หากตั้งชิดผนังเกินไปแล้วรู้สึกว่าเบสล้นๆแนะให้ใช้โหมด Standard แทน เนื้อเสียงดีมีน้ำหนักหนักแน่น ความใสของเสียงอยู่ในเกณฑ์ปานกลางถึงค่อนข้างดี ส่วนการดูหนังตูมตามก็ทำได้น่าประทับใจ โชว์ความเป็นลำโพง Stereo ซ้ายขวาเฟี๊ยวฟ้าวได้แบบ “สเกลใหญ่” สรุปว่าเหมือนมีลำโพงสไตล์ Tallboy พร้อม Woofer มาคู่กับทีวีดูหนังฟังเพลงครบเครื่องในหนึ่งเดียว

เพิ่มเติม
1. LG WebOS
เป็นระบบปฏิบัติการแบบใหม่ของ LG ในปี 2014 ออกแบบเพื่อช่วยอำนวยความสะดวกในการใช้งาน Smart TV ให้ง่ายและว่องไวขึ้น โดยควบคุมได้ง่ายผ่าน Magic Remote หรือ Remote Control ธรรมดาก็ได้ โดยหัวใจหลักของมันคือตัว Launcher หรือแถบเมนูด้านล่างที่แสดงขึ้นมาโดยไม่กระทบกับการใช้งานทีวีหรือคอนเทนต์ Smart TV ณ ขณะนั้น เพราะเมนูจะขึ้นมาเป็นแบบ Overlay หรือทับซ้อนขึ้นมาทันที โดยไม่ต้องเสียเวลาออกจากโปรแกรมหนึ่งเพื่อไปเข้าอีกโปรแกรมหนึ่ง เช่นเล่น Facebook อยู่ ก็สามารถใช้ Launcher เพื่อเลือกว่าจะเข้าแอพ YouTube โดยยังไม่ต้องกดออกจาก Facebook ในตอนนั้น (ซึ่งระบบเดิมคือต้องออกจากแอพหนึ่งเแบบเด็ดขาดเพื่อที่จะเข้าใช้งานอีกแอพหนึ่ง)
โดยคอนเซปต์โดยรวมของ WebOS คือ “Make TV Simple Again” หรือ “ทำให้ทีวีมันใช้งานง่าย” เหมือนแต่ก่อนนั่นเอง
1. Simple Swtiching : สามารถเข้าหรือสลับการเล่นแอพส์ได้อย่างรวดเร็วด้วย Launcher
2. Simple Discovery : ค้นหาแอพส์ได้ง่ายด้วย LG Store
3. Simple Connection : เมื่อเปิดใช้ทีวีครั้งแรกจะมีตัวการ์ตูนรูปนก Bean Bird มาสอนวิธีการตั้งค่าเบื้องต้น เช่นการเลือกประเทศที่เราใช้หรือการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต เป็นต้น
หมายเหตุ : ใช้งาน WebOS ตอนแรกอาจจะยังไม่คุ้นมือเรื่องการเข้าเมนูต่างๆ ใช้เวลาเรียนรู้ซักพักจะชำนาญขึ้นเองไปโดยปริยาย



2. LG Smart TV : ขอแนะนำแอพส์ที่น่าสนใจซึ่งเป็นแอพพลิเคชั่นของไทยกันบ้าง ส่วนแอพส์ฝรั่งต่างประเทศพวก YouTube / Facebook / Skype และอื่นๆเคยรีวิวไปเยอะมากมาย หาอ่านในรีวิวเก่าๆ ดูได้



สรุป
ข้อดี
1. แสดงภาพคอนเทนต์ Ultra HD 4K ได้สะท้านอามรมณ์ ยิ่งจอใหญ่ยิ่งสะใจ
2. ภาพ 3 มิติลอยมีมิติมากที่สุดในบรรดาทีวี LG ทั้งปวง โดยเฉพาะ 3D แบบ Ultra HD 4K
3. ระบบเสียงดีเยี่ยม ใหญ่อลังการและหนักแน่นสมกับขนาดของจอ
4. WebOS จุดเริ่มต้นใหม่ของระบบปฏิบัติการ Smart TV ของ LG ใช้งานได้สะดวกและฉับไวยิ่งขึ้น
ข้อเสีย
1. การปรับภาพทั้ง White Balance และ CMS ผลลัพธ์อาจจะทำให้สีเพี้ยนไปบ้าง (เป็นใน LG หลายๆรุ่น)
2. ต้องใช้ TruMotion ช่วยพยุงภาพเคลื่อนไหวของคอนเทนต์ Full HD ถึงจะลื่นไหลเหมือนทีวี Full HD
3. ฐานตั้งกว้างมาก ต้องตรวจสอบชั้นวางทีวีของท่านให้ดี เพราะโต๊ะหรือชั้นวางธรรมดาเล็กเกินไปแน่ๆ
สรุป
LG 84UB980T เป็น Ultra HD TV จอยักษ์มีไว้สำหรับผู้ที่ต้องการ “ซื้อแล้วสุด” ครบเครื่องเรื่องปิ้งย่างทุกด้านทั้ง ขนาดจอ, ความละเอียดหน้าจอ, ระบบภาพ 3 มิติ, ระบบเสียง และลูกเล่น+ของเล่นที่ครบครัน ประสิทธิภาพโดยรวมผมให้ดีกว่า 84LM9600 อยู่อีก 1 ระดับเพราะมีการปรับปรุงระบบการดิมหลอด LED แบ็คไลท์ที่ดีขึ้น 2. แสดงภาพ 2D ได้เนียนขึ้นจากเดิมอีกเล็กน้อย 3. รองรับดิจิตอลทีวีแล้ว 4. ระบบ WebOS ช่วยอำนวยความสะดวกในการใช้งาน Smart TV ให้ง่ายขึ้น สนนราคาเปิดตัว 599,990 บาทอาจจะแลสูงไปนิด เศรษฐีท่านไหนมีกำลังทรัพย์พร้อมพื้นที่จัดวางที่เพียงพอก็ลองจัดไปให้สุดซอย หรือไปลองใส่แว่น 3D ยืนรับชมตามห้างร้านเพื่อซ้อมความเป็นเจ้าของไว้ก่อนก็ได้รับรองจะติดใจ อย่าลืมว่ายิ่ง “ทีวีจอใหญ่” ก็เสมือนการ “ขยายขอบเขตความสุข” ในการรับชมรายการโปรดของท่านให้ใหญ่ตามขึ้นไปด้วย !!!!
