อีกหนึ่งสุดยอดตำนาน !! รีวิว Pioneer BDP-LX88 4K 60Hz Upscale Universal Player


Best Blu-ray Player Award : Pioneer BDP-LX88
(คลิ๊กที่ภาพเพื่อดูรายละเอียดผลประกาศรางวัล)
4K/60Hz Upscale Universal Player
Pioneer BDP-LX88

อีกหนึ่งสุดยอดตำนาน !!
ปี 2008 เป็นปีที่ Pioneer สร้างเสียงฮือฮาแก่วงการโฮมเธียเตอร์ด้วยการวางตลาด BDP-LX91 Universal Player รุ่นเรือธงในตำนานกับคุณสมบัติจัดเต็มด้วยโครงสร้างการออกแบบขั้นสูง เหนือกว่า BD Player ใดๆ ในเวลานั้นอย่างเห็นได้ชัด พอมาถึงปี 2014 เหตุการณ์ข้างต้นกลับมาซ้ำรอยอีกครั้งด้วย BDP-LX88 ที่ยังคงดีกรีไฮเอ็นด์ไม่ยิ่งหย่อนกว่ากัน แต่ที่สำคัญแม้คุณสมบัติทันสมัยขึ้นทว่าราคากลับลดต่ำลง จึงซื้อหาเป็นเจ้าของ “เพลเยอร์ระดับไฮเอ็นด์” นี้ ได้ง่ายยิ่งขึ้น…

บน – BDP-LX91 Universal Player ในตำนานของ Pioneer ที่ขึ้นชื่อลือชาเรื่องการถ่ายทอดคุณภาพของภาพและเสียงอันมีที่มาจากพื้นฐานโครงสร้างอุปกรณ์ระดับไฮเอ็นด์; ล่าง – BDP-LX88 Universal Player เจนเนอเรชั่นล่าสุด ที่คงความ “ไฮเอ็นด์” ไม่แพ้กัน พร้อมเพิ่มเติมคุณสมบัติใหม่เท่าทันตามยุคสมัย
Design – การออกแบบ
เป้าหมายสูงสุดของเพลเยอร์ระดับเรือธง ย่อมไม่พ้นเรื่องของการถ่ายทอดคุณภาพของภาพและเสียงแบบไม่มีการประนีประนอม จากจุดนี้ทาง Pioneer จึงพยายามค้นหาและก็ได้คำตอบว่ามี 5 ปัจจัย คือ Highly Rigid Chassis หรือโครงสร้างตัวถังที่แกร่งและมั่นคง, High-Precision Drive Mechanism หรือโครงสร้างภาคทรานสปอร์ตความเที่ยงตรงสูง, Large Capacity and Fast Response Power Supply หรือภาคจ่ายไฟกำลังสำรองสูงและมีการตอบสนองที่ฉับไว, สุดท้าย คือ Video and Sound Tuning หรือการไฟน์จูนปรับแต่งภาพและเสียงเพื่อความสมบูรณ์ของผลลัพธ์ในเชิงคุณภาพ

Highly Rigid Chassis & Large Capacity and Fast Response Power Supply
ด้วยน้ำหนักที่มากถึง 13.4 กก. ย่อมบ่งบอกถึงความพิเศษที่อัดแน่นอยู่ภายใน โครงสร้างความแข็งแกร่งของตัวถัง ถือเป็นปัจจัยสำคัญอันจะส่งผลไปถึงเสถียรภาพ เหตุนี้ Pioneer จึงเสริมตัวถังอย่างแน่นหนามั่นคง เริ่มจากแผงหน้าเป็นอะลูมิเนียมหนา ตัวถังด้านข้างประกบ 2 ชั้น ด้วยแผ่นเหล็กหนา 1 มม. และปิดทับแผ่นอะลูมิเนียม ในขณะที่ด้านล่างเสริมแผ่นเหล็กหนาถึง 3 มม. เพื่อปรับจุดศูนย์ถ่วงให้ต่ำลง (Low center of gravity) สุดท้ายคือฝาบนเป็นเหล็กหนา 1 มม. พ่นสีพิเศษ Anti-vibration paint กันกระพือได้ชะงัดนัก
เมื่อเปิดดูภายในยิ่งตอกย้ำถึงความเอาใจใส่ ด้านบนสุดมีการเสริมคานโลหะคู่พาดจากหน้าไปหลัง ถัดลงมามีการกั้นแยกอุปกรณ์ภายในออกเป็น 3 ส่วน เพื่อป้องกันการรบกวนระหว่างกัน ซ้ายคือบล็อคภาคจ่ายไฟ ตรงกลางคือภาคทรานสปอร์ตและเมนบอร์ด (Digital Audio & Video circuit) ส่วนขวามือคือภาคอะนาล็อกออดิโอ
ภาคจ่ายไฟนั้นแยกระบบไฟแบบสวิตชิ่งสำหรับภาคดิจิทัลออดิโอ-วิดีโอออกจากภาคจ่ายไฟแบบลีเนียร์สำหรับวงจรอะนาล็อกออดิโอ โดยใช้ EI Transformer กำลังสำรองสูง หม้อแปลงนี้มีชีลด์โลหะเคลือบทองแดงครอบป้องกันการแพร่กระจายสัญญาณรบกวนทางสนามแม่เหล็กด้วย ขณะเดียวกันยังเพิ่มเติมคุณสมบัติช่วยสลายแรงสั่นสะเทือนส่วนเกิน อีกทั้งตัวเก็บประจุต่างๆ ที่ใช้ ยังคัดเกรดพิเศษเพื่อเน้นผลลัพธ์ด้านคุณภาพเสียงโดยเฉพาะ

High-Precision Drive Mechanism
หัวใจสำคัญของเครื่องเล่นแผ่นดิสก์ คือ ภาคทรานสปอร์ต หากโครงสร้างการขับเคลื่อนและอ่านข้อมูลจากแผ่นดิสก์ที่ทำงานด้วยความเร็วรอบสูง ไม่มีเสถียรภาพแล้วไซร้ การจะได้ข้อมูลภาพและเสียงที่สมบูรณ์ย่อมเกิดขึ้นมิได้ ซึ่งในจุดนี้ด้วยประสบการณ์พัฒนาผลิตดิสก์ไดรฟ์มาช้านานจึงไว้ใจ Pioneer ได้ การเปิดปิดถาดรับแผ่นทำได้นุ่มนวลทว่าแน่นหนามั่นคง เพียงแค่ฟังเสียงก็สัมผัสถึงความต่างจากไดรฟ์ของเครื่องเล่นบลูเรย์ทั่วไป ส่วนหนึ่งเป็นผลจากการแดมป์สปริงระหว่างแผ่นปิดด้านหน้ากับโครงสร้างถาดรับแผ่นเพื่อมิให้มีการส่งผ่านแรงสั่นสะเทือนสู่ภายนอก อีกทั้งยังทำการซีลโดยรอบเพื่อดทอนเสียงมิให้เล็ดลอดออกมา ในส่วนของความรวดเร็วในการอ่านข้อมูลจากแผ่นดิสก์ไม่เน้นเร็วปรื๊ด แต่เน้นเสถียรภาพ อาจต้องใช้เวลาโหลดข้อมูลบ้างก็อย่างเพิ่งใจร้อนไป

Video Tuning
จุดเด่นของ BDP-LX88 ที่เท่าทันยุคสมัย คือ ความสามารถอัพสเกลสัญญาณภาพขึ้นไปได้ถึงความละเอียด 4K/60Hz 4:4:4 (up to 18Gbps bandwidth) ซึ่งเป็นมาตรฐานสูงสุดของ HDMI 2.0 โดยอาศัยชิพประมวลผลวิดีโอ 2 ตัว ทำหน้าที่ส่งเสริมซึ่งกันและกัน โดยชิพตัวแรก คือ Precise Pixel Driver ทำหน้าที่ดึงรายละเอียดจากสัญญาณต้นฉบับพร้อมกับลดทอนสัญญาณรบกวนอิงตามมาตรฐานคอนเทนต์แต่ละแบบ เพื่อขับเน้นให้มีความชัดเจนสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น จากนั้นสัญญาณภาพจะถูกส่งต่อไปยังชิพตัวที่สอง คือ 4K Reference Converter เพื่ออัพสเกลความละเอียดขึ้นเป็น 4K สำหรับขั้นตอนอัพสเกลสัญญาณภาพจะกล่าวถึงอีกครั้งช่วงรายงานคุณภาพของภาพ

Audio Tuning
มิใช่แค่ระบบภาพทว่า BDP-LX88 สามารถ “อัพสเกลเสียง” ได้ด้วยการเพิ่มเติมแผงวงจรพิเศษที่เรียกว่า Audio Scaler circuit เพื่อใช้ประมวลผลปรับปรุงสัญญาณดิจิทัลออดิโอโดยเฉพาะ โดยทำการปรับปรุง Bit-depth และ Up-sampling ไปจนถึงการกำหนดรูปแบบ Digital Filter ในขั้นตอนก่อนที่สัญญาณดิจิทัลออดิโอจะถูกส่งไปยังภาค DAC ผลการใช้งาน Audio Scaler นี้ จะกล่าวถึงอีกครั้งช่วงรายงานคุณภาพเสียง

ในส่วนของภาค DAC แผงวงจรแยกส่วนออกมาต่างหากจากแผงวงจรดิจิทัล และมีหัวใจสำคัญ คือ DAC chip ระดับเรือธงจาก ESS คือ ES9018 SABRE 32 Reference DAC ทำหน้าที่แปลงสัญญาณดิจิทัลไปเป็นอะนาล็อกก่อนจะผ่านออกไปยังช่องอะนาล็อกเอาต์พุต 2 แชนเนล แบบ Balanced XLR และ Unbalanced RCA

นอกเหนือจากแผงวงจรภายในแล้ว หากสังเกตช่องต่อที่แผงหลัง จะพบความพิเศษที่ใช้ไฟน์จูนคุณภาพของภาพและเสียงจาก BDP-LX88 เพิ่มเติมอีก

ในอดีต สิ่งที่เรียกเสียงฮือฮาจาก BDP-LX91 นอกเหนือจากโครงสร้างที่แน่นหนาและอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ภายในเกรดพิเศษแล้ว คือ การออกแบบให้มี HDMI Out 2 ช่อง หรือ Dual HDMI Output ซึ่ง HDMI ทั้ง 2 ช่อง (HDMI Main และ HDMI Sub) สามารถแยกหน้าที่ส่งผ่านสัญญาณภาพและเสียงออกจากกันเพื่อกระจายแบนด์วิดธ์เพิ่มประสิทธิภาพตอบสนองสัญญาณดิจิทัลเอาต์พุตรายละเอียดสูง แน่นอนว่า BDP-LX88 ก็มาพร้อมคุณสมบัติเดียวกันนี้ แต่เหนือกว่าด้วยความสามารถปรับแต่งหน้าที่ของ Dual HDMI เพื่อผลลัพธ์ยืดหยุ่นขึ้นไปอีกขั้น

HDMI Mode 4 รูปแบบที่สามารถเลือกได้ คือ
1. Dual รูปแบบนี้สัญญาณทั้งภาพและเสียงที่เอาต์พุตจากช่อง HDMI Out Main และ HDMI Out Sub จะเหมือนกัน เหมาะสำหรับกระจายสัญญาณไปยังอีกซิสเต็มหนึ่ง (Zone 2)
2. Separate รูปแบบนี้ใช้เพิ่มประสิทธิภาพการรับชมภาพและเสียงให้สูงขึ้นได้ โดยระบบจะไฟน์จูนแยกสัญญาณดิจิทัลที่เอาต์พุตจากช่อง HDMI Out Main โดยเน้นไปทางด้านภาพเพื่อเชื่อมต่อกับจอภาพโดยตรง ส่วนสัญญาณดิจิทัลที่เอาต์พุตจากช่อง HDMI Out Sub จะเน้นเสียงเป็นหลัก เพื่อเชื่อมต่อไปยัง AVR หรือ AV Processor
3. Pure Audio เป็นรูปแบบใหม่ที่เพิ่มเติมเข้ามาสำหรับใช้งาน HDMI Output ของ BDP-LX88 ร่วมกับซิสเต็มที่เน้นคุณภาพเสียงเป็นเป้าหมายสูงสุด กล่าวคือ จะมีเพียงสัญญาณดิจิทัลออดิโอออกมาเฉพาะที่ช่อง HDMI Sub เพียงช่องเดียวเท่านั้น ไม่มีสัญญาณภาพปะปนออกมา
4. Single รูปแบบปกติเหมือน BD Player ทั่วไปที่มี HDMI Output ช่องเดียว โดยสัญญาณทั้งภาพและเสียงจะออกที่ช่อง HDMI Main เพียงช่องเดียว
Pioneer ยังเปิดโอกาสให้ผู้ใช้ปรับเปลี่ยนการทำงานของ BDP-LX88 กรณีที่จะนำไปใช้งานเสมือนเป็น “เครื่องเล่นด้านเสียงเพียงอย่างเดียว” (Pure Audio Player ไม่มีระบบภาพเข้ามาข้องเกี่ยว) เช่น ใช้งานเป็น SACD/CD Player เชื่อมต่อกับชุดฟังเพลงอินทิเกรตแอมป์ หรือปรี-เพาเวอร์แอมป์ 2 แชนเนล เพียงกดปุ่ม DIRECT ที่หน้าตัวเครื่องหรือที่รีโมตคอนโทรล จากนั้นระบบจะตัดการทำงานวงจรภาควิดีโอและภาคดิจิทัลอื่นๆ ที่ไม่จำเป็น เพื่อลดทอนปัจจัยที่จะรบกวนการทำงาน เพื่อให้ได้สัญญาณอะนาล็อกออดิโอจาก BDP-LX88 ที่บริสุทธิ์ที่สุด

เมื่อเข้าสู่สถานะ DIRECT Mode ไฟ LED สีฟ้าที่ตำแหน่ง DIRECT (ขวามือ) จะติดสว่างขึ้น เป็นสิ่งบ่งบอกว่าระบบได้ตัดการทำงานวงจรที่อาจรบกวนให้สัญญาณออดิโอสูญเสียความบริสุทธิ์ไปแบบถาวร ทั้งภาควิดีโอและภาคดิจิทัลออดิโอเอาต์พุต สัญญาณที่เอาต์พุตออกมาจะมีเพียงอะนาล็อกออดิโอ (ที่ช่อง XLR และ RCA) เท่านั้น นอกจากนี้ยังสามารถหรี่หรือดับไฟดิสเพลย์ลงได้ ด้วยการกดปุ่ม DIMMER ที่รีโมต ซึ่งเมื่อไฟดิสเพลย์ดับลง ไฟ LED สีฟ้าที่ตำแหน่ง FL OFF (ซ้ายมือ) จะติดสว่างขึ้น
จุดแตกต่างระหว่าง HDMI Mode – Pure Audio กับ DIRECT Mode คือ ถึงแม้ทั้ง 2 โหมดจะตัดการทำงานของภาควิดีโอออกไปเหมือนกัน ทว่า HDMI Mode – Pure Audio นั้น ระบบ Digital Audio Output จะยังคงทำงานอยู่ เพื่อให้สามารถเชื่อมต่อสัญญาณเสียงแบบดิจิทัลจาก “HDMI” (รองรับทั้งระบบเสียง 2-channel และ Multi-channel) และ S/PDIF (Coaxial, Optical) Output ได้ เหมาะกับซิสเต็มฟังเพลงที่ต้องการเชื่อมต่อสัญญาณเสียงไปยัง AVR หรือ External DAC
ในขณะที่ DIRECT Mode จะตัดระบบ Digital Audio Output ออกไปด้วย เพื่อเน้นการเชื่อมต่อสัญญาณเสียงแบบ “อะนาล็อก” ร่วมกับชุดฟังเพลง เช่น เชื่อมต่อสัญญาณไปยัง Integrated amp หรือชุด Pre+Poweramp 2-channel

ภายใต้ HDMI Output ของ BDP-LX88 ยังมีอีกฟีเจอร์ที่ช่วยปรับปรุงคุณภาพการส่งผ่านสัญญาณดิจิทัลออดิโอซ่อนอยู่ คือ ระบบที่ลิงค์เชื่อมต่อข้อมูลปรับแก้สัญญาณนาฬิกาเพื่อลดทอนปัญหาจิตเตอร์ที่มีชื่อเรียกว่า PQLS (Precision Quartz Lock System) ทว่าฟีเจอร์จะใช้ได้ต่อเมื่อใช้งานร่วมกับ AVR ของ Pioneer ที่รองรับฟีเจอร์นี้เท่านั้น (อาทิ AVR รุ่น SC-LX88) ทว่าในการทดสอบ BDP-LX88 ครั้งนี้ ไม่มี AVR ของ Pioneer จึงไม่สามารถอ้างอิงทดสอบฟีเจอร์ PQLS ได้ครับ
มิได้มีแค่ PQLS ที่ใช้เพิ่มประสิทธิภาพการส่งผ่านสัญญาณระหว่างเพลเยอร์กับ AVR เพียงอย่างเดียว สำหรับ BDP-LX88 ทาง Pioneer เพิ่มอีกเทคนิคหนึ่งที่เรียกว่า Zero Signal Terminal ในการแม็ตชิ่งระบบกราวด์ระหว่างอุปกรณ์ให้สัมพันธ์กัน ซึ่งเทคนิคนี้จะได้อานิสงส์แม้ว่าจะใช้งานร่วมกับ AVR ยี่ห้ออื่นที่มิใช่ยี่ห้อ Pioneer ด้วย

โดยพื้นฐานหน้าตาภายนอกของคอนเน็คเตอร์ Zero Signal Terminal ดูเหมือน Composite Video ทว่าจะไม่มีสัญญาณใดๆ ส่งออกมา หน้าที่มีไว้เพื่อเชื่อมต่อระบบกราวด์ของอุปกรณ์ (เพลเยอร์ กับ AVR) เข้าด้วยกันเท่านั้น วิธีการเพียงใช้สาย RCA 1 เส้น เชื่อมต่อระหว่างช่อง Zero Signal Terminal ของ BDP-LX88 ไปยัง Video Composite Input ของ AVR ช่องใดก็ได้ที่ว่างอยู่ การแม็ตชิ่งระบบกราวด์ของอุปกรณ์ให้สัมพันธ์กันนี้จะช่วยปรับปรุงคุณภาพของภาพและเสียงให้ดีขึ้นได้เพราะในบางกรณีสามารถลดทอนระดับ Noise floor ที่ไหลวนอยู่ในระบบให้น้อยลงได้อย่างมีนัยสำคัญ
Features – ลูกเล่น

อีกจุดที่ BDP-LX88 เหนือกว่า BDP-LX91 คือ รีโมตคอนโทรลปุ่มเรืองแสงได้ ถึงแม้นี่มิใช่ประเด็นที่ส่งผลกับคุณภาพของภาพและเสียงแต่มีส่วนช่วยเพิ่มความสะดวกเวลาใช้งาน โดยเฉพาะในห้องมืดที่ใช้โปรเจ็คเตอร์ได้เป็นอย่างดี

iControlAV5 แอพฯ สำหรับติดตั้งกับ Smart Phone/Tablet เพื่อใช้งานทดแทนรีโมตคอนโทรล ควบคุมได้ทั้งเพลเยอร์อย่าง BDP-LX88 เครื่องนี้ หรือควบคุม Pioneer AVR ได้ด้วย ทั้งนี้ในส่วนของการควบคุม BDP-LX88 ผ่านแอพฯ จะอิงอินเทอร์เฟสโดยจำลองบางปุ่มควบคุมเหมือนรีโมตคอนโทรลปกติเท่านั้น ไม่สามารถทำหน้าที่อย่างอื่น เช่น เช็คสถานะการทำงานได้

BDP-LX88 เป็นเพลเยอร์ที่ไม่เน้นลูกเล่นหวือหวา ไม่มีแอพฯ ให้ติดตั้ง จะมีก็เพียง Web Contents อย่าง YouTube และ Picasa เท่านั้น การเชื่อมต่อเข้าสู่ระบบอินเทอร์เน็ตและเครือข่ายภายในบ้านทำได้ผ่านสาย LAN เพียงอย่างเดียว ไม่มี Wi-Fi แต่ประเด็นนี้โดยส่วนตัวถือเป็นข้อดี เพราะลดโอกาสที่คลื่นวิทยุจากระบบ Wi-Fi รบกวนการทำงานของวงจรภาพและเสียง อีกทั้งการเชื่อมต่อแบบมีสาย (LAN) ก็ให้เสถียรภาพที่ดีกว่าด้วย ถ้าจริงจังกับคุณภาพจริงๆ ใช้สาย LAN เถิดครับ

YouTube กับ BDP-LX88 ไม่สามารถเลือก HD Quality ได้ การแสดงผลจึงเป็นเพียง Standard Definition เท่านั้น
Picture – ภาพ
อ้างอิงคุณภาพของภาพโดยการปรับตั้ง Dual HDMI Mode แบบ Separate และเชื่อมต่อ Zero Signal Terminal เข้ากับ AVR พบว่า แม้ไม่ได้ทำการอัพสเกลใดๆ (Source Direct) ภาพจาก BDP-LX88 ก็ดูใสสะอาดดีมาก ภาพโดยรวมอาจจะดูดีกว่า 4K Upscale BD Player รุ่นราคาไม่แพงที่อัพสเกลแล้วเสียอีก
มาดูในส่วนของผลลัพธ์เมื่อทำการอัพสเกลดูบ้าง เปรียบเทียบกับ 4K Upscale BD Player เจนเนอเรชั่นแรก ที่อัพสเกลได้เพียง 4K/24-30Hz พบว่า BDP-LX88 ให้ความต่อเนื่องของภาพเคลื่อนไหวดีกว่าอย่างเห็นได้ชัด ทั้งนี้กับ 4K/24-30Hz Upscale BD Player เมื่ออัพสเกลไปเป็นความละเอียด 4K เฟรมเรตจะถูกจำกัดลดลงมาเหลือเพียง 24-30 fps ดังนั้นกับบางคอนเทนต์ เช่น คอนเทนต์ต้นฉบับ 1080/60i (อาทิบลูเรย์คอนเสิร์ตหรือสารคดี หรือคลิปถ่ายทอดสดกีฬาแบบ HD) จะสังเกตได้ว่าถึงแม้รายละเอียดจากการอัพสเกลจะดีขึ้นทว่าภาพเคลื่อนไหวกลับหน่วงช้าลง แต่แน่นอนว่าปัญหานี้ไม่เกิดกับ BDP-LX88 เพราะอัพสเกล 4K/60Hz ได้
อานิสงส์ในประเด็นภาพเคลื่อนไหวนี้จะยังส่งผลดีแม้ใช้งานร่วมกับทีวีที่มีระบบโมชั่นแทรกเฟรมภาพเคลื่อนไหว โดยเฉพาะกับ 4K/UHD TV รุ่นราคาไม่แพงเมื่อรับชมคอนเทนต์ 1080/24p เพราะ BDP-LX88 สามารถแบ่งเบาลดภาระให้กับระบบประมวลผลของทีวี โดยรับหน้าที่ในการประมวลผล 3:2 Pulldown ในระหว่างขั้นตอนอัพสเกลเป็น 4K/60Hz แทนทีวีได้

การอัพสเกลความละเอียด 4K สำหรับ BDP-LX88 จะมี 2 ตัวเลือก คือ 4K (แทน 4K/60Hz) และ 4K/24p (แทน 4K/24Hz) กรณีที่จอภาพสามารถรับสัญญาณ 4K/60Hz ได้ แนะนำให้กำหนดตัวเลือก Resolution ไว้ที่ 4K

เมื่อกดปุ่ม VIDEO P. ที่รีโมต จะเป็นการเปิดเมนูตัวเลือกที่ใช้ในกระบวนการอัพสเกล เป็นการดึงความสามารถของหน่วยประมวลผลทั้ง Precise Pixel Driver และ 4K Reference Converter ออกมาใช้นั่นเอง ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนโหมดภาพสำเร็จรูปที่ปรับแต่งมาจากโรงงาน หรือไฟน์จูนลดทอนสัญญาณรบกวนและเพิ่มดีเทลความคมชัด ด้วยตัวผู้ใช้เอง ซึ่งสามารถเซฟค่าพารามิเตอร์ต่างๆ เก็บไว้ในหน่วยความจำเพื่อเลือกใช้ตามแต่สถานการณ์ได้สะดวก
บางท่านอาจสงสัยว่า ในเมื่อเพลเยอร์เครื่องนี้มาพร้อม HDMI 2.0 โดยคุณสมบัติสามารถเอาต์พุตสัญญาณภาพได้ถึง 4K/60Hz ถ้าอย่างนั้นมันสามารถเล่นฟอร์แม็ต 4K ได้ไหม ทั้ง 4K Blu-ray Disc ที่กำลังจะวางตลาดในปีนี้ หรือ 4K Video ในรูปแบบของไฟล์? คำตอบคือ ยังไม่ได้ครับ การใช้งานจะเน้นอัพสเกลเป็นหลัก ไม่ว่าจะอัพสเกลวิดีโอจากฟอร์แม็ต Full HD Blu-ray Disc หรือไฟล์วิดีโอความละเอียดสูง (up to 1080p)
ไฟล์วิดีโอยอดนิยมอาทิ MKV ส่วนใหญ่ ไม่ว่าความละเอียด 1080p, 720p, 480p หรือต่ำกว่า สามารถเล่นได้ลื่นไหลดี สามารถเปลี่ยนเสียงเลือกซับฯ ได้ แต่ที่ทำได้เด็ดเป็นพิเศษคงไม่พ้นการเล่น Audio Files ทั้งมาตรฐานทั่วไป และ Hi-res formats อาทิ MP3, WMA, AAC, ALAC, WAV, FLAC (up to 24-bit/192kHz) ไปจนถึง DFF/DSF (DSD64) เป็นต้น ส่วนใครจะเอาไปเล่น .ISO ก็ขอบอกว่าเล่นไม่ได้นะครับ

Sound – เสียง
การทดสอบในส่วนของคุณภาพเสียงจะแบ่งออกเป็น 2 ลักษณะ คือ ใช้งาน BDP-LX88 เป็นเพลเยอร์ระบบโฮมเธียเตอร์ รับชมภาพยนตร์ คอนเสิร์ต และเพลง ทั้งสเตริโอและมัลติแชนเนล โดยเชื่อมต่อสัญญาณแบบ Dual HDMI (Separate) แยกไปยังจอภาพและ AVR กับลักษณะการใช้งาน BDP-LX88 เป็นเพลเยอร์ระบบเสียงเพียงอย่างเดียว โดยเชื่อมต่อสัญญาณอะนาล็อกไปยังซิสเต็มฟังเพลง 2 แชนเนล
การใช้งานลักษณะแรก พบว่า BDP-LX88 สามารถ Bitstream ระบบเสียงรอบทิศทางยุคใหม่อย่าง Dolby Atmos ได้โดยสมบูรณ์ ความสงัดมีส่วนช่วยให้รายละเอียดเสียงโอบล้อมชัดเจนขึ้น ภาพยนตร์เรื่องเดิมที่เคยดูไปแล้ว เมื่อรับชมกับ BDP-LX88 ดูจะได้อรรถรสยิ่งขึ้น ช่วยการแยกแยะทิศทางเสียง ไปจนถึงการโฟกัสลงน้ำหนักเบสเต็มที่ยิ่งขึ้น
ทดลองฟังเพลงจากฟอร์แม็ต SACD Multi-channel ดูบ้าง อัลบั้ม The Film Music of Jerry Goldsmith ซึ่งข้อดีของการเชื่อมต่อสัญญาณแบบ DSD Bitstream via HDMI ทำให้การรับฟังระบบเสียง Multi-channel DSD ทำได้ง่ายขึ้นมากเพราะไม่ต้องเชื่อมต่อสายสัญญาณอะนาล็อกพะรุงพะรังหลายเส้นเหมือนเมื่อก่อน และสามารถรับฟังร่วมกับซิสเต็มรอบทิศทางจากลำโพงโฮมเธียเตอร์ได้เลย หากทำการเปลี่ยน HDMI Mode ของ BDP-LX88 เป็น Pure Audio จะยิ่งให้ความลงตัวในแง่คุณภาพการฟังเพลงจากฟอร์แม็ต SACD Multi-channel ยิ่งขึ้น ผลลัพธ์จะเน้นย้ำในส่วนของคุณภาพเสียงที่กล่าวไปในย่อหน้าก่อนให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้นไปอีก

ถัดมาเป็นการใช้งานอีกลักษณะหนึ่ง โดยจะเน้นเชื่อมต่อกับซิสเต็มฟังเพลง 2 แชนเนล แบบ Pure Audio รูปแบบนี้ทำการปรับเปลี่ยนโหมดการทำงานของ BDP-LX88 เป็น DIRECT Mode เพื่อเน้นคุณภาพเสียงจากช่องอะนาล็อกเอาต์พุตเท่านั้น ผลการใช้งานพบว่า ความเปลี่ยนแปลงที่ได้จาก DIRECT Mode นั้นมีนัยสำคัญ คุณภาพเสียงดีขึ้นแบบจับต้องได้ ซึ่งเป็นความต่างที่มากกว่า Universal Player เครื่องอื่นที่มี DIRECT Mode พอควร ทดสอบกับ SACD Stereo อัลบั้ม Czech Philharmonic Orchestra Plays Studio Ghibli Symphonic Collection น้ำหนักเสียงโดยรวมจะเด่นชัดขึ้น มิติชิ้นดนตรีขึ้นรูปจับต้องได้ง่ายกว่า ผลลัพธ์ใกล้เคียง SACD/CD Player แท้ๆ ที่ไม่มีระบบภาพเข้ามาเกี่ยวข้องอยู่มากทีเดียว

อีกหนึ่งไฮไลท์สำคัญเกี่ยวกับคุณภาพเสียงจาก BDP-LX88 คงไม่พ้น Audio Scaler การใช้งานในส่วนนี้ดำเนินการผ่านเมนู Audio Parameter โดยกดปุ่ม AUDIO P. ที่รีโมตคอนโทรล ซึ่งฟอร์แม็ตที่ได้รับอานิสงส์ชัดเจน คือ คอนเทนต์ทั่วๆ ไปที่ยังมิใช่มาตรฐาน Hi-res อาทิ CD-Audio หรือ Lossy Compressed Audio files
ผลลัพธ์จากพารามิเตอร์ “Hi-bit 32” มีส่วนช่วยให้มาตรฐานคุณภาพเสียงของ CD-Audio ละเมียดละไมใกล้เคียง Hi-res มากขึ้น และลดทอนความแข็งกร้าวของ Lossy compressed formats ให้น่าฟังขึ้น
ในขณะที่ “Up-sampling” จะช่วยเปิดเผยรายละเอียดขึ้น แนะนำให้ทดลองโดยเริ่มจากระดับน้อยๆ เช่น X2 ก่อนครับ ส่วน “Digital Filter” ใช้ไฟน์จูนในขั้นตอนสุดท้ายให้ได้คุณภาพเสียงที่ลงตัวขึ้น โดย Slow ดูจะไปในแนวนุ่มนวล ในขณะที่ Sharp จะออกจะแจ้งกระฉับกระเฉง ทั้ง 2 ตัวเลือกเป็นความเปลี่ยนแปลงในขั้นตอนปลีกย่อยหนึ่งในกระบวนการประมวลผลสัญญาณดิจิทัลเป็นอะนาล็อก มิใช้เข้าไปเปลี่ยนแปลงดุลเสียงต้นฉบับแต่อย่างใด จึงไม่ลดทอนความเป็นธรรมชาติลง
แต่สำหรับ “Auto Sound Retriever” นั้น สงวนไว้ใช้กับคอนเทนต์คุณภาพต่ำที่บันทึกเสียงมาไม่ดีนัก หรือฟอร์แม็ตที่ผ่านขั้นตอนบีบอัดข้อมูลมากๆ จะดีกว่า เพราะจะเข้าไปเปลี่ยนแปลงดุลเสียงพอสมควร

เมื่อเล่นออดิโอดิสก์อย่าง SACD และ CD Audio อินเทอร์เฟสบนจอทีวีดูจืดชืดไปหน่อย เพราะแสดงแค่ตัวเลขแทร็กสีขาวบนพื้นสีดำ ไม่มีระบบค้นหาและแสดงภาพปก ชื่อศิลปิน ชื่อเพลง หรือชื่ออัลบั้มใดๆ เลย อีกทั้งไม่บอกข้อมูลด้วยว่ากำลังอ่านชั้นข้อมูลของ SACD เลเยอร์ไหน (SACD Stereo, Multi-channel หรือ CD-A) แต่การแสดงข้อมูลเพียงเล็กน้อยก็พอเป็นที่เข้าใจได้ เพราะว่าเวลาที่เราฟังเพลงมักจะจดจ้องไปที่เสียงเป็นหลัก ข้อมูลอื่นๆ ที่มองด้วยตาไม่สลักสำคัญอะไร ขอให้เสียงดีแล้วกัน ซึ่ง BDP-LX88 ไม่ทำให้ผิดหวัง

อย่างไรก็ดี หากเป็นการเล่นไฟล์ อินเทอร์เฟสจะเปลี่ยนไป ไฟล์ MP3 หรือแม้แต่ FLAC
จะสามารถแสดงรายละเอียดภาพปก ชื่อศิลปิน ชื่อเพลง ชื่ออัลบั้ม ฯลฯ ได้
Conclusion – สรุป
หากจะหาข้อติติงบ้าง คงเป็นความรู้สึกเสียดายที่ Pioneer ไม่ใส่ฟังก์ชั่น USB DAC แบบที่พบเห็นกับ Universal Player ระดับสูงบางเครื่อง ซึ่งจะช่วยดึงศักยภาพของ DAC ภายในเพลเยอร์ออกมาใช้ได้เต็มที่ ความคุ้มค่าก็จะเพิ่มพูนขึ้นไปอีก นอกจากนี้ในบางจังหวะอาจจะตอบสนองช้ากว่า BD Player ทั่วๆ ไปบ้าง และหากผู้ใช้ใจร้อนสั่งการซ้ำๆ ระบบฯ อาจจะหยุดนิ่งไปเลย ตรงนี้ถ้าใช้งานอย่างใจเย็นค่อยเป็นค่อยไป จะไม่มีปัญหาใดๆ

อย่างไรก็ดีข้อติตังข้างข้างต้นดูจะเป็นเรื่องจิ๊บจ๊อยไปเลยหากพิจารณาที่เป้าหมายหลัก คือ เป็นเครื่องเล่นแผ่นดิสก์ระบบภาพและเสียง หรือจะเน้นระบบเสียงอย่างเดียว (DIRECT Mode) ที่สามารถถ่ายทอดคุณภาพของภาพและเสียงได้โดดเด่น บวกกับมาตรฐานความเอาใจใส่ในระบบฮาร์ดแวร์ระดับนี้ยากจะหาตัวเปรียบเทียบได้ หากเป็นเมื่อก่อนต้องมีหลักแสนทว่าราคาขายของ BDP-LX88 แค่หลักหมื่น บอกได้คำเดียวว่าคุ้มครับ!
หมายเหตุประกอบการให้คะแนน
- เสริมความแกร่งมาเต็มที่ ภายในกั้นแยกส่วนพร้อมชีลด์ป้องกันสัญญาณรบกวน รูปลักษณ์เคร่งขรึมตามสไตล์ Pioneer
- คุณสมบัติอัพสเกลสัญญาณภาพถึงระดับ 4K/60Hz 4:4:4 ตามมาตรฐาน HDMI 2.0 หากต้องการใช้งานสเกลเลอร์ภายนอก เลือก Source Direct ได้
- ด้วยพื้นฐานโครงสร้างมั่นคงบวกกับมาตรฐานระบบฮาร์ดแวร์ขั้นสูง นับเป็นเครื่องเล่นแผ่นดิสก์ภาพเสียงที่เด่นมากที่สุดเครื่องหนึ่ง มาพร้อมฟีเจอร์ Audio Scaler และ DIRECT Mode สำหรับแปลงให้เป็น Pure Audio Player ที่ให้เสียงอะนาล็อกไม่แพ้ Audio Player 2 แชนเนลแท้ๆ
- ลูกเล่นไม่หวือหวา เน้นใช้งานเป็น Audio/Video Disc Player เป็นหลัก Web Contents มีเพียง YouTube (ปรับ High Quality ไม่ได้) และ Picasa
- Dual HDMI Out เพิ่มศักยภาพด้านการส่งผ่านสัญญาณภาพและเสียงได้ดี เช่นเดียวกับ Zero Signal Terminal แต่ไม่มี HDMI In, USB DAC และ Wi-Fi
- อีกหนึ่งตำนานเพลเยอร์ที่คงความไฮเอ็นด์เหมือนเดิม ทว่าราคาไม่ได้สูงตามคุณภาพของภาพและเสียงที่ได้
by ชานม !2015-12