เมื่อพระเอกตัวจริง ขอลุยกับทีวีบ้าง!! รีวิว AJ LT-32G65 ไซส์เล็กสเปคโหดกระโดดจูน DVB-T2
สวัสดีอีกครั้งบนเว็บ LCDTVTHAILAND ครับผม โดยธรรมชาติแล้วผมเองจะรีวิวสินค้าทางฝั่ง Audio บนเว็บ HDPLAYERTHAILAND เสียมากกว่า แต่ด้วยความที่เว็บเราได้เปลี่ยนโฉมใหม่ ก็เลยจะขอโอกาสมาเจิมใช้งานกันสักเล็กน้อยครับท่านผู้ชม
สำหรับทีวีที่ได้รับมอบหมายมาในวันนี้เป็นน้องใหม่แห่งวงการทีวีบ้านเราที่มีสโลแกนติดหูว่า “พระเอกตัวจริง!!” ฟังไม่ผิดหรอกครับ นั่นก็คือแบรนด์ AJ นั่นเอง โดยได้ส่งทีวีรุ่น LT-32G65 ที่มาพร้อมกับจูนเนอร์สำหรับใช้งานดิจิตอลทีวีได้ทันที ขนาดก็พอเหมาะกำลังดี 32 นิ้ว ลงล็อคเข้ากับห้องพักที่ผมอยู่เลยได้โอกาสยกกับไปลองชมกันแบบเต็มตา ก็มาดูกันดีกว่าครับว่าทีวีของพระเอกตัวจริงจากเมืองไทยคนนี้จะให้ประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมขนาดไหน

AJ LT-32G65 Brief Specification
– HD Ready 720p display
– LED Back-lit Display
– 5000 : 1 Contrast Ratio
– DVB-T2 Tuner Built-in
– HDMI x3, USB x2
ราคาตั้ง 10,990 บาท
Design – การออกแบบ


ตัวขาตั้งและขอบจอเป็นวัสดุพลาสติก Glossy Black สะท้อนแสงสวยงาม น่าเสียดายเล็กน้อยที่ขาตั้งไม่สามารถหมุนเปลี่ยนมุมได้



จุดที่ทำให้การใช้งานติดขัดอีกตำแหน่งคือตรงนี้เลยครับ การวางช่องเสียบ HDMI มาอยู่ในมุมเดียวกับแกนขาตั้งทีวี ทำให้เสียบสายสัญญาณค่อนข้างลำบากหากว่าสายมีขนาดหัวที่ใหญ่


ด้านล่างถัดจากปุ่มกดจะเป็นที่ซ่อนของสวิตช์เปิด-ปิด ถ้าใครเอาทีวีมาเสียบปลั๊กแล้วไฟไม่เข้า ก็ให้ลองมาเช็คที่นี่ดูว่ามันปิดอยู่รึเปล่า

Connectivity – ช่องต่อ


จากการที่ได้สำรวจช่องต่อและดีไซน์แล้วก็นับว่าเพียงพอสำหรับการใช้งานในปัจจุบันเป็นอย่างมาก ตัวอย่างเช่น HDMI ที่ให้มาถึง 3 ช่องด้วยกัน เรียกว่าเหลือๆ พอสำหรับเสียบเกมคอนโซล, คอมพิวเตอร์ และบลูเรย์เพลเยอร์เข้ากับตัวทีวีได้แบบไม่ต้องสลับสับเปลี่ยนให้ยุ่งยาก จะมีที่ตินิดหน่อยก็เรื่องการวางแนวช่องต่อไปอยู่ตรงแกนกลางของขาตั้งทีวีเนี่ยแหละครับ ซึ่งถ้าจะมองว่าดีก็จะเป็นเรื่องของการซ่อนสายให้พ้นจากสายตาได้ไม่ยาก แต่ก็ต้องแลกมาด้วยการเอื้อมไปเสียบที่ค่อนข้างจะลำบากสักหน่อย
Picture – ภาพ
มาเริ่มทดสอบด้านภาพกันเลยดีกว่า โดยผมขอหยิบเอาเรื่องของดิจิตอลทีวีมาทดสอบเป็นอันดับแรกเลยเนื่องจากเป็นฟีเจอร์ชูโรงของทีวีตัวนี้ โดยที่ออฟฟิศของเราเลือกจูนช่องสัญญาณจากเสาก้างปลาที่อยู่บนหลังคาบ้าน เพื่อประสิทธิภาพการจับสัญญาณที่ดีที่สุด และจะได้ทดสอบได้หลากหลายช่องอีกด้วย

กดปุ่มเมนูขึ้นมา ไปที่ Auto Tune เพื่อจูนช่องรายการก่อนเลยครับใช้เวลาไม่นานสัก 5 นาที เราก็ได้ช่องสัญญาณดิจิตอลทีวีที่ออกอากาศอยู่มาดูได้แบบครบๆ

เปิดไปดูรายการ “ดาราศาสตร์” ของช่อง “ไทยรัฐทีวี” พาไปลุยสวนสมุนไพร
จากค่า Picture Mode ที่ติดเครื่องมาจะเห็นว่าสีเขียวนี่โดดเด่นเป็นสง่าอย่างแรง

ตอนแรกเข้าใจว่าความเขียวนั้นมาจากขั้นตอนการถ่ายทำของทีมงานหรือเปล่า เลยลองสลับไปดูช่อง “อัมรินทร์ ทีวี” ซึ่งผลที่ออกมาก็ชัดเจนครับ ว่าทีวีตัวนี้ให้ความสดของสีเขียวมาค่อนข้างเยอะเลย

หลังจากลองดูมาซักพักจะพบว่าทีวีตัวนี้แสดงภาพของดิจิตอลทีวีได้ค่อนข้างใสกระจ่าง
ค่าความคมชัดที่ถูกปรับมาจากโรงงานก็อยู่ในระดับที่พอดี ไม่ต้องเพิ่มลดอะไรมาก


จากการดูประสิทธิภาพของดิจิตอลทีวี ต้องบอกว่า AJ LT-32G65 ตัวนี้ให้สีสันที่กำลังดี
รายละเอียดก็สว่างได้อย่างเหมาะสม เรียกว่ายกมาเสียบจูนช่องก็แทบจะดูดิจิตอลทีวีได้ทันที ไม่จำเป็นต้องปรับค่าอะไรให้เยอะแยะ

ภาพจากช่อง 3 HD ช่องที่ตอนเป็นอะนาล็อกดูเหมือนจะพร้อมสำหรับดิจิตอลมากที่สุด
แต่ตอนนี้กลับตามช่องน้องใหม่อย่าง PPTV หรือ Thairath ไม่ทันในเรื่องคอนเทนต์ (สงสัยเอาเงินไปลงละครหมด)

ใครที่กำลังประสบปัญหามึนงงกับช่องทีวีดิจิตอลอันมากมาย ก็สามารถกด Channel List บนรีโมท
เพื่อเรียกดูช่องรายการทั้งหมดแบบเป็น List ได้ โดยจะแสดงชื่อด้านหน้าด้วยว่าช่องนั้นๆ เป็นของสถานีอะไร
หลังจากอิ่มหนำกับการดูทีวีดิจิตอลไปแล้ว ก็ได้เวลาสลับมาเล่นแผ่นบลูเรย์กันบ้างครับ ซึ่งแม้ว่า 32G65 ตัวนี้จะมีขนาดของจอเพียงแค่ 32 นิ้ว แต่ก็ได้พกพาเอาความละเอียดในระดับ HD Ready 720p ติดตัวมาด้วย ทำให้การเข้าถึงอรรถรสของภาพยนตร์จากแผ่นบลูเรย์ทำได้อย่างน่าพอใจ


ภาพยนตร์ที่เราหยิบขึ้นมาใช้ในการทดสอบก็คือ The Avengers พร้อมกับเซ็ต Aspect Ratio ที่ตัวจอให้เป็น Just Scan เพื่อให้จอแสดงรายละเอียดให้ตรงกับที่ออกมาจากแผ่นบลูเรย์แบบ 1:1 ไม่มีการตัดภาพออก ซึ่งหากเราดูในรูป GIF ด้านบนจะเห็นว่าทุกๆ โหมดจะมีอัตราการกินไฟที่เท่ากัน สาเหตุที่เป็นแบบนี้ก็เพราะว่าตัวทีวีไม่สามารถควบคุมการเปิดปิด Backlight แบบละเอียดได้ การใช้ไฟในแต่ละโหมดจึงออกมาเท่ากันอย่างที่เห็นครับ
สำหรับเอกลักษณ์สีของโหมดภาพที่มาจากโรงงาน ถ้าเน้นที่ความสดและสว่างแน่นอนว่าต้องเป็น Dynamic ถ้าเห็นว่าสว่างเกินไปก็คงจะต้องเป็น Standard ส่วนใครที่ชอบแบบนิ่มๆ ไม่เน้นสว่างมากไว้สำหรับดูกลางคืนก็สามารถปรับเป็นโหมด Mild ที่ให้แสงสีกำลังดีไม่จ้าจนเกินไป

นอกจากเรื่องของโหมดภาพแล้ว ตัว 32G65 ยังมีโหมดเลือกอุณหภูมิสี (Color Temperature) ติดเครื่องมาให้ครับ โดยมีให้เลือกด้วยกัน 4 โหมด Normal, Warm, User และ Cool ซึ่งช่วยอำนวยความสะดวกให้เราสามารถปรับสีสันของภาพที่แสดงได้ สำหรับค่าที่ทางทีมงานอยากจะแนะนำก็ให้เลือกเป็น user เพื่อให้เราสามารถเพิ่มลดค่า RGB ได้อย่างอิสระ แล้วลดสีเขียวลงมาสัก 10-20 จากค่าเดิม จะช่วยให้ภาพที่สีเขียวจ๋าดูสมจริงเป็นธรรมชาติมากขึ้นครับ

เรื่องของภาพเคลื่อนไหวอยู่ในเกณฑ์พอใช้ เมื่อทดสอบกับหนังที่มุมกล้องสุดโหดอย่าง Zero Dark Thirty
ยังคงมี Ghost ให้เห็นบ้างประปรายเป็นสัจธรรมของทีวี
Sound – เสียง
จบจากภาพไปแล้วก็มาดูเรื่องเสียงกันซักหน่อย เพราะทีวีไม่ได้มีดีแค่เรื่องภาพอย่างเดียว เสียงที่เปล่งออกมาจากลำโพงก็สำคัญไม่แพ้กัน อันดับแรกขอเริ่มฟังจากคอนเสิร์ตของวง Air Supply ที่เพิ่งมาแสดงสดที่เมืองไทยไปเมื่อไม่นานมานี้

เริ่มฟังจากโหมด Standard ที่ค่าความถี่ไม่ได้ถูกปรับอะไรเลย ซึ่งเมื่อลองฟังดูเสียงก็ชัดเจนดี เพียงแต่จะติดอู้นิดๆ เลยลองสลับมาเป็น Music ที่ดันย่านความถี่สูงเพิ่มขึ้นมาก็ช่วยให้เสียงเปิดสว่างขึ้นพอสมควร นอกจากนี้ยังมีโหมด Movie ที่จะเป็นการยกย่านความถี่ต่ำให้เด่นขึ้น และ User ที่ปล่อยให้เราปรับเองตามใจชอบทั้ง Bass และ Treble แต่ส่วนตัวผมแนะนำว่า Standard นั้นน่าจะเพียงพอและให้เสียงที่ดูเหมาะสมกับการรับชมทั่วไปที่สุดแล้วครับ

Extra – เพิ่มเติม
นอกเหนือจากการรับสัญญาณมาแสดงผลเป็นภาพสีๆ แล้ว ทีวีในปัจจุบันยังสามารถอ่านไฟล์ภาพและเสียงสารพัดรูปแบบได้อีกด้วย โดยผมได้ทดสอบด้วยการโยกไฟล์ต่างๆ ที่ได้ทำการ Back up จากแผ่นไว้ลงใน External Harddisk ขนาด 1.5 TB แล้วเสียบพรวดเข้าหลังเครื่องทีวีกันไปเลย




มาทางด้านไฟล์เสียงกันบ้าง ที่เล่นได้แบบเสียงออกคล่องหูก็จะเป็น WAV และ MP3
ส่วน FLAC นั้นไม่สามารถเล่นได้ครับผม

Conclusion – สรุป
นับวันการแข่งขันในวงการทีวีเริ่มจะมีเยอะขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทว่า AJ ที่ส่ง LT-32G65 ตัวนี้มาเป็นผู้เล่นหน้าใหม่ในสมรภูมินี้ก็เตรียมตัวมาดีใช่ย่อย ด้วยการเน้นฟีเจอร์หลักที่กำลังเป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจอย่าง DVB-T2 Tuner พร้อมพกเอาความละเอียดหน้าจอแบบ HD Ready 720p มาในขนาด 32 นิ้ว ราคาค่าตัวก็กระทัดรัดไม่แรงจนเกินไป ซึ่งรวมๆ แล้วเป็นทีวีอีกตัวที่ถูกจริตคนไทยไม่ใช่น้อย
เรื่องคุณภาพการแสดงผลก็อยู่ในเกณฑ์ดี เผลอๆ อาจจะดีกว่าพวกทีวีจากแผ่นดินใหญ่รุ่นที่ราคาแพงกว่านี้บางรุ่นเสียอีก เพราะที่ทดสอบดูเมื่อยกมาเปิดดิจิตอลทีวีภาพก็เคลียร์ใส สีสันดูสดสะอาดไม่มืดจม ซึ่งถ้าใ้ช้งานคู่กับพวกไฟล์หนังจัดเต็มอย่าง Blu-ray หรืออื่นๆ ก็อาจจะต้องพึ่งการปรับแต่งอีกเพียงเล็กน้อยก็สามารถรับชมได้อย่างเพลิดเพลิน

จะมีติเล็กน้อยเรื่องลำโพงที่อุดอู้ไปบ้างในบางจังหวะ ผมก็คงเดาว่าน่าจะเป็นปัจจัยเรื่องการลดต้นทุนเพื่อให้สามารถทำราคามาสู้กับสารพัดคู่แข่งในตลาดอย่างเมามันส์ โดยผมเองก็คิดว่าส่วนใหญ่เราก็มักจะนำไปเสียบพ่วงกับชุดเครื่องเสียงอยู่แล้วถ้าต้องการรับชมให้เข้าถึงอรรถรสภาพยนตร์ ฉะนั้นเรื่องนี้จึงไม่ได้เป็นจุดสังเกตุที่ต้องมาคิดให้หนักอะไร ด้วยขนาด, ราคา และลูกเล่นสารพัดทำให้ AJ LT-32G65 ตัวนี้เป็นทีวีรุ่นคุ้มค่าดั่งสมญา “พระเอกตัวจริง!!“ ที่ผมขอแนะนำให้ไปลองครับ
LIKE
– ภาพเคลียร์สะอาด สีสันสว่างสดใส ไม่ค่อยพบเห็นอาการรายละเอียดจมสักเท่าไร
– มี DVB-T2 Tuner มาให้ในตัว แค่เสียบเสาอากาศก็ดูดิจิตอลทีวีประเทศไทยได้
– สามารถอ่านไฟล์บางจำพวกจาก External Harddisk ได้
DISLIKE AND SUGGESTION
– ดีไซน์ช่องต่อ HDMI ขาดการคำนึงถึงเวลานำมาใช้จริง ทำให้การเสียบสายดังกล่าวค่อนข้างลำบาก
– จอภาพแสดงสีเขียวได้จัดจ้านเกินธรรมชาติไปบ้างเมื่อต่อใช้งานกับดิจิตอลทีวี สามารถแก้ไขได้โดยการลด Color Temperature ในพารามิเตอร์ G (Green) ลงสักประมาณ 10-20 จึงดูเป็นธรรมชาติขึ้น

AJ LT-32G65 HD Ready 1080p LED TV with DVB-T2 Digital Tuner
ราคาตั้ง 10,990 บาท