ใต้ฝุ่นหมายเลข 8 มาร์คทู!! รีวิวซับวูฟเฟอร์ลูกใหม่จากแบรนด์ Magnet

ถ้าจะเอ่ยถึงโฮมเธียเตอร์…หลายคนจะนึกถึงอะไรครับ? แน่นอนว่าต้องมี AVR, ลำโพงรอบทิศทาง และ “ซับวูฟเฟอร์” ที่ต้องเน้นกันขนาดนี้เพราะผมเชื่อว่าน้อยคนนักที่จะดูหนังจากชุดโฮมฯโดยปราศจากซับวูฟเฟอร์(ยกเว้นคนซื้อ Jamo ชุดนี้นะ) เหตุผลก็เพราะว่าแรงปะทะอัดอากาศอันเกิดจากเสียงระเบิด, เสียงปืน, เสียงรถชน, ฯลฯ ล้วนแล้วแต่มีเสียงย่านความถี่ต่ำเป็นฐานเสียงทั้งสิ้น ถ้าอยากจะได้แรงอัดกระหน่ำให้ขี้หูระเบิดเข้าถึงอรรถรสหนังก็ต้องพิถีพิถันเลือกใช้งานซับวูฟเฟอร์กันพอสมควร
Magnet ชื่อนี้มักจะได้ยินบ่อยๆในวงการเครื่องกรองไฟ ที่ดีไซน์อุปกรณ์มาได้หนักแน่นและเปี่ยมไปด้วยคุณภาพ แต่มีไม่กี่คนหรอกที่รู้ว่าแบรนด์แม่เหล็กแบรนด์นี้เค้าก็ทำลำโพงมาขายเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะซับวูฟเฟอร์ที่เราจะมารีวิวกันในวันนี้ในชื่อว่า Magnet Typhoon 8 Mk II ที่เป็นรุ่นต่อยอดเติมสต๊อคจาก Typhoon 8 ครั้นเมื่อเคยออกมาถล่มตลาดไปเมื่อหลายปีก่อน จนเป็นที่กล่าวขวัญกันในหลายเว็บบอร์ดไฮไฟ

Magnet Typhoon 8 Mk II
ราคาตั้ง 18,800 บาท
Design – การออกแบบ
แอ็คทีฟซับวูฟเฟอร์ลูกสีดำตัวนี้มาพร้อมกับขนาดไม่ใหญ่โตพิกัดน้ำหนักสุทธิอยู่ที่ 23.2 กก. มีขนาด กว้างxยาวxสูง ด้านละไม่เกิน 45 ซม. เป็นทรงสี่เหลี่ยมลูกบาศก์ด้านเท่า ที่ติดตั้งไดร์เวอร์แบบช่วงชักยาว (Long Throw Woofer) ขนาด 8 นิ้ว ไว้ตรงด้านข้างสองตัวด้วยกัน นอกจากนี้ยังพกเอากำลังขับ 145 วัตต์ต่อเนื่อง (8 โอห์ม) และ 200 วัตต์ต่อเนื่อง (4 โอห์ม) มาเสร็จสรรพ

“Typhoon Eight MK II” การันตีความใหม่ล่าสุด

ด้านหลังมีปุ่มปรับค่าต่างๆเรียงรายมาให้มากมาย เพิ่มความละเอียดในการปรับจูนเสียงได้ ชนิดที่ว่าหาได้ยากในซับวูฟเฟอร์ระดับราคานี้ นอกจากนี้ยังมีฮีทซิงค์ติดตั้งมาช่วยในการระบายความร้อนออกจากตัวลำโพงมาให้อีกตัวช่วยยืดอายุการใช้งานตัวไดร์เวอร์และแผงวงจรภายในจากความร้อนสะสม

มือใหม่หลายคนอาจจะเริ่มสงสัยว่าตัวปรับแต่ละอย่างนั้นมีหน้าที่ไว้ทำอะไร ผมจึงขอยกคำอธิบายแต่ละตัวจากคู่มือมาไว้คร่าวๆดังนี้ละกัน ไล่จากบนลงล่างกันเลยนะครับ
1. MODE (Move/Music) เป็นตัวปรับบุคลิกของเสียงเบสที่ถูกขับออกมาให้เหมาะสมกับแต่ละประเภทการรับชม ไม่มีข้อมูลเชิงลึกบอกไว้ว่ามันจะช่วยเรื่องไหนเอาเป็นว่าเดี๋ยวเรามาลองกันทีหลัง
2. BASS LEVEL ตัวปรับระดับความดังของเสียงจากตัวซับฯ
3. LPF FREQ (Low Pass Filter Frequency) ทำหน้าที่ในการปรับจุดตัดความถี่ของวงจร LPF Bass Correction ให้มีการตอบสนองที่สอดคล้องกับลำโพงหลักในระบบ
4. LPF SLOPE เป็นตัวปรับอัตราความลาดชันของเสียงต่ำที่ออกมาให้เหมาะสมกับลำโพงอื่นๆและสภาพอะคูสติกของห้อง พูดง่ายๆถ้าตั้งไว้ชันๆ เบสก็จะเก็บตัวเร็วม๊ากกมาก ตั้งไว้ลาดๆเบสก็จะย้วยๆ ต้องเลือกจูนเอาครับ
5. PHASE ปุ่มนี้ไว้สำหรับปรับจุดตัดของวงจร High-Pass Filter ในตัวลำโพงให้มีความกลมกลืน โดยจะส่งผลค่อนข้างมากต่อเสียงที่ได้รับเพราะมันจะช่วยเพิ่มและลดความถี่ในย่านอื่นๆไปด้วย
6. HPF FREQ ทำหน้าที่เลือกปรับความถี่จุดตัดของวงจร Active High-Pass Filter สำหรับปรับจูนความถี่ให้เข้ากับเซ็ตลำโพงคู่หน้า
Connectivity – ช่องต่อ

ด้านล่างถัดจากปุ่มปรับจูนค่าต่างๆจะเป็นช่องต่อสำหรับเสียบสายสัญญาณกับแหล่งต่างๆ ซึ่งถ้าหากใครเน้นใช้ AV Receiver เป็นหลักก็จะเสียบกับช่อง LINE INPUT เพียงอย่างเดียวครับ ส่วนรูปแบบอื่นๆนั้นก็จะเป็นการต่อจากช่อง OUTPUT ของปรีแอมป์หรือ AVR มาเข้าที่ LINE INPUT ที่หลังซับวูฟเฟอร์แล้วเอ้าท์พุตออกจากช่อง HPF OUTPUT ไปเข้าที่พาวเวอร์แอมป์ เพื่อที่จะใช้วงจร High-Pass Filter ที่ตัวซับฯ ในการปรับจูนจุดตัดความถี่ (ระหว่างลำโพงหลัก และซับฯ) ได้สะดวกมากขึ้น แนวทางการเชื่อมต่อตามภาพด้านล่างครับ

แผนผังแสดงการเชื่อมต่อเมื่อต้องการใช้งานวงจร High-Pass Filter
Sound – เสียง
“สะอาด, หนา, ตื้น, ลึก, ฯลฯ” สารพัดคำบรรยายเสียงเบส?

ภาพไดร์เวอร์ Magnet Typhoon 8 Mk II ระหว่างทำการนวดที่โรงงานประกอบครับผม
(ขอบคุณภาพจาก Magnet Audio Facebook)
คนที่เคยอ่านรีวิวลำโพงหลายๆแบรนด์ต้องเคยสงสัยกันใช่ไหมครับว่าศัพท์ที่นักเขียนใช้บรรยายเสียงเบส มันมีที่มาอย่างไรกันแน่ อันที่จริงมันก็อธิบายลำบากนะครับถ้าไม่ได้มาฟังด้วยกันจริงๆ(ฮา) แต่ผมอยากให้ลองนึกภาพง่ายๆครับ ถ้าจะบอกว่า”เบสสะอาด” มันจะเป็นเสียงที่เหมือนออกมาจากกลองสดๆ มันสามารถบอกลักษณะรูปทรงได้ ส่วนถ้าจะบอกว่า”ลึก” มันก็เป็นเสียงทุ้มที่ทำให้เรารู้สึกตรงบริเวณอกได้ อะไรประมาณนี้ครับผม แน่นอนว่าแค่คำบรรยายเหล่านี้ มันไม่สามารถบอกข้อมูลได้อย่างลึกซึ้งอะไรขนาดนั้น แนะนำให้ไปลองฟังด้วยหูของท่านเองจะชัดเจนที่สุดครับ
ก่อนทดสอบก็มาเริ่มปรับจูนเสียงกันก่อนครับ โดยขอพึ่งการปรับจูนจากระบบ Audyssey ของ Onkyo TX-NR727 เพื่อช่วยในการวัดค่าความดังต่างๆให้เรา แล้วก็มาลองปรับอีกครั้งด้วย Sound Level Meter ซึ่งพารามิเตอร์ที่ออกมาในสภาพห้องทดสอบที่ออฟฟิศกับชุดโฮมเธียเตอร์จะเป็นดังต่อไปนี้ ซึ่งจะเป็นสถานะที่ Typhoon 8 ให้ผลการตอบสนองความถี่ใกล้เคียงกับซับวูฟเฟอร์ทั่วไป (Flat) ก่อนจะไปทำการปรับตั้งผ่านระบบ Bass Management ของ AVR
Mode = Music
Bass Level >/= 09.00 น.*
LPF Freq = Max(100Hz)
LPF Slope = Min(4th)
Phase = 0 degree
HPF Freq = ไม่มีผลเมื่อเสียบช่อง LINE INPUT อย่างเดียว
*แปรผันไปตามแต่ละสภาพห้อง และซิสเต็ม โดยสามารถปรับจูนได้อีกทีตามความเหมาะสม
ว่าแล้วก็มาเทสแบบดูหนังกันก่อนครับผม เริ่มด้วย Iron Man 3 กันก่อนเลย กับฉากถล่มบ้านโทนี่ สตาร์ค ที่มีระเบิดตูมตามกระจายเต็มฉากไปหมด นับว่าการตอบสนองของ Magnet Typhoon Mk II ทำได้ดีพอสมควร ทั้งอิมแพ็คแรงกระแทกต่างๆยังคงสัมผัสจับต้องได้..เปลี่ยนมาเป็น Sherlock Holmes : A Game of Shadows ในฉากที่พ่อนักสืบคนเก่งต้องวิ่งหลบลูกกระสุนในป่าใหญ่ จังหวะสำคัญคือช่วงที่เริ่มมีระเบิดตูมตามครับความลึกทำได้ดีระดับนึงเลยทีเดียว ตัวเบสมีลักษณะลงน้ำหนักอบอวลทั่วห้อง ไม่ฟ้องตำแหน่งจะแจ้งจนเกินไป

ระเบิดตรูมมม! ฟังกันให้ชัดไปเลยทีเดียวกับเบสที่ออกมาจากซับวูฟเฟอร์ตัวเขื่องสีดำลูกนี้

สำหรับตำแหน่งการจัดวางของ Typhoon 8 Mk II ค่อนข้างจะไม่ตายตัวครับผมสำหรับท่านที่มีห้องฟังคล้ายๆ
กับที่ออฟฟิศของเราก็ให้นำไปวางไว้ที่มุมขวา ไม่ก็มุมซ้าย แล้วให้หันตามรูปด้านบน
หลังจากทำการแคลิเบรตแล้วอาจจะสามารถลองขยับเอียงซ้ายขวาดูตามความเหมาะสมของเสียงได้เช่นเดียวกัน

แผงวงจรควบคุมไดร์เวอร์ภายในตัวซับวูฟเฟอร์ ระหว่างขั้นตอนการผลิต
เป็นขุมพลังของเสียงเบสทรงพลังที่ถูกขับออกมาครับ
เปลี่ยนมาเป็นฟังเพลงกันบ้างในระบบเสียงแบบ 2.1 Channel ร่วมกับอินทิเกรตแอมป์จำเป็นที่จะต้องให้ความสำคัญกับการปรับแต่งพารามิเตอร์หลังซับวูฟเฟอร์ เพราะจะส่งผลกับความกลมกลืนโดยตรง ค่าที่เหมาะสมจะขึ้นอยู่กับลำโพงหลักที่ใช้ ลักษณะสภาพแวดล้อม และการติดตั้งครับผม
ส่วนพารามิเตอร์ที่ต้องพึงสังเกต คือ HPF Freq เมื่อใช้งานในระบบโฮมเธียเตอร์ร่วมกับ AVR ไม่มีความจำเป็นต้องใช้ เนื่องจากระบบ Bass Management ของ AVR จะควบรวมในจุดนี้ไปด้วย แต่หากเราเสียบใช้งานร่วมกับซิสเต็มฟังเพลง Integrated Amp → Sub → Speakers การใช้งาน HPF ในตัวซับวูฟเฟอร์จะมีส่วนช่วยให้การอ้างอิงจุดตัดความถี่ LPF ทำได้ง่ายขึ้น (โดยกำหนดไว้ที่ค่าเดียวกันได้) อย่างไรก็ดีการดำเนินการในจุดนี้จะต้องพอทราบศักยภาพการตอบสนองความถี่ต่ำของลำโพงหลักคร่าวๆ ก่อน ซึ่งแต่ละรุ่นย่อมจะต่างกัน

ตัดกลับมาที่เรื่องการทดสอบอีกครั้งนึง เพลเยอร์ที่เราใช้ก็เป็น OPPO BDP-95 เจ้าประจำที่ยังทำงานได้ดีอยู่ ด้วยคาแร็คเตอร์ที่ยิงเบสได้อย่างไม่ฟ้องตำแหน่งของ Typhoon 8 ทำให้เบสที่ออกมาค่อนข้างกลืนเป็นแผ่นเดียวกับตัวลำโพงหลัก เมื่อเปิดเพลงคลาสสิคอย่าง Vivaldi Four Seasons อิมเมจของวงออเครสต้าจึงออกมาใหญ่สมจริงและหนักแน่น
เมื่อทดลองฟังกับเพลงแนวเมทัลก็พบว่าเราอาจจะยังจับต้องความเป็นกระเดื่องใบใหญ่ได้ไม่ชัดเจนมากนักอาจเป็นเพราะตัวซับยังตอบสนองความถี่ได้ในระดับนึง ทว่าในระดับราคาขนาดนี้ก็ค่อนข้างจะให้เสียงที่สมราคาไม่น้อยเลยทีเดียว หรือไม่ก็เพราะตัวผมเป็นพวก Bass Addicted จนเกินไป (ฮาา)
Conclusion – สรุป
Magnet Typhoon 8 Mk2 หรือ Mark 2 เรียกกันแบบชุดเกราะไอร่อนแมนตัวนี้ค่อนข้างจะเป็นซับวูฟเฟอร์ที่มีความยืดหยุ่นในการปรับแต่งให้เข้ากับสภาพห้องเป็นอย่างดี ด้วยความพรั่งพร้อมไปด้วยสารพัดพารามิเตอร์บริเวณด้านหลังลำโพง นอกจากนี้ตัวลำโพงเองยังประกอบขึ้นมาด้วยวัสดุที่ค่อนข้างจะมั่นคงแข็งแรงบนโครงสร้างที่มีน้ำหนัก 20 กว่ากิโลกรัม

ทางด้านเสียงก็ต้องบอกว่าทำได้ในมาตรฐานที่ค่อนข้างดีสมราคา เป็นเบสที่ไม่ยานย้วยและกระแทกกระทั้นไม่ว่าจะนำไปดูหนังหรือฟังเพลงก็เข้าที่เข้าทางใช้ได้ หากได้รับการปรับจูนที่ดีก็สามารถตอบสนองความต้องการเพื่อเติมอรรถรสในการใช้งานได้ไม่ยากเย็น โดยเฉพาะถ้านำไปเข้าเซ็ตกับลำโพงหลักที่ขนาดไม่ใหญ่มากจะช่วยเสริมฐานเบสให้มีเนื้อหนังจนจับต้องได้ชัดเจนแจ่มแจ้งมากยิ่งขึ้นครับ เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งผลงานคุณภาพฝีมือคนไทยที่น่าอุดหนุนไม่แพ้ต่างชาติเลย
LIKE
– ตัวปรับค่าพารามิเตอร์ต่างๆที่ยืดหยุ่น ช่วยให้เราสามารถจูนเสียงของซับวูฟเฟอร์ให้เข้ากับสภาพห้องได้ไม่ยาก
– ซับวูฟเฟอร์ให้เสียงที่ไม่ค่อยฟ้องตำแหน่งมากนัก ช่วยให้เราปรับจูนให้กลมกลืนไปกับเซ็ตลำโพงหลักอย่างแนบเนียน เหมาะกับท่านที่มีลำโพงที่ไซส์ไม่ค่อยใหญ่เพื่อช่วยเสริมฐานเบสให้แน่นหนามากยิ่งขึ้น
DISLIKE AND SUGGESTION
– หน้าตาการดีไซน์ภายนอกที่เหมือนเดิม ทำให้ยังบ่งบอกความเป็น Mk II ได้ไม่ชัดเจนนัก
– ตัวโครงตู้ออกจะดูใหญ่เกินกว่าขนาดมาตรฐานไดร์เวอร์ 8 นิ้วไปบ้างและขายางแข็งรองรับตัวตู้ไม่สามารถปรับระดับได้ แต่ก็แลกมาด้วยความหนักแน่นมั่นคงแข็งแรง
– ด้วยความที่มีค่าต่างๆให้ปรับเยอะ ทำให้มือใหม่อาจจะต้องทำความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องของการปรับจูนเสียงก่อนใช้งาน

Magnet Typhoon 8 Mk II
ราคา 18,800 บาท