ข้ามไปที่เนื้อหา
|

กลับมาอีกครั้งกับภาพยนตร์จอยักษ์ แต่คราวนี้ Full HD 3D นะจ้ะ !? รีวิว Acer H7532BD Full HD 3D Home Projector

เขียนโดย: EDITOR LCDTVTHAILAND โพสต์เมื่อ: 19 Jan 2022 0 ความคิดเห็น

Full HD 3D Home Projector

Acer H7532BD

กลับมาอีกครั้งกับภาพยนตร์จอยักษ์ แต่คราวนี้ Full HD 3D นะจ้ะ !!

ก่อนหน้านี้ แฟนๆ LCDTVTHAILAND คงได้สัมผัสโปรเจ็กเตอร์จาก Acer คือ P1340W (<< อ่านรีวิวคลิ๊ก) ที่ให้ระดับความคุ้มค่าสูงมาก ด้วยระดับราคาราว 2 หมื่นบาท งบขนาดนี้หากเป็นเมื่อก่อนคงได้แค่โปรเจ็กเตอร์พรีเซนเทชั่น ความละเอียดต่ำๆ แต่ P1340W มีศักยภาพที่ครอบคลุม รองรับความบันเทิงในบ้านอย่างครบครัน ที่เด่นชัด คือ การชมภาพวิดีโอและภาพนิ่งระดับ HD ขนาดไซส์ใหญ่ยักษ์ ลักษณะเดียวกับในโรงภาพยนตร์ อีกทั้งยังรองรับระบบภาพ 3D กับความบันเทิงทะลุจอ ทั้งหมดสามารถประยุกต์ใช้งานได้หลากหลาย ไม่ว่าดูหนัง เล่นเกม หรือจะนำไปใช้เป็นโปรเจ็กเตอร์พรีเซนเทชั่นระดับ HD ก็ยังได้ 

บัดนี้ ความบันเทิงบนจอขนาดใหญ่ยักษ์ได้รับการอัพเกรดสู่รุ่นใหม่ ที่รองรับการแสดงรายละเอียดภาพ (Native Resolution) ได้สูงขึ้นถึง Full HD (1920 x 1080 pixels) และยังคงรองรับระบบภาพ 3D เช่นเคย มาดูกันว่ารุ่นใหม่ จะมีศักยภาพเป็นเช่นไรกันครับ…


ปฏิเสธมิได้ว่าหนึ่งในตัวชี้วัด คุณภาพ ของโรงภาพยนตร์ภายในบ้านนั้น
คือ การถ่ายทอดรายละเอียดภาพที่ชัดเจน

ขอเชิญสัมผัสความบันเทิงจอยักษ์ คมชัดระดับ “Full HD” ภายในบ้านด้วย
Acer H7532BD Full HD 3D Home Projector กับ Native Resolution 1920 x 1080 pixels

General Specification*

Model     H7532BD   
Projection System DLP
Native Resolution 1080p
(1920×1080)
HDMI Input 2
3D System Active
Resolution Support Up to
1920×1200
Horizontal Frequency 15-100 kHz
Vertical Scan Rate 24-120Hz
Brightness 2700
ANSI Lumen
Lamp Type 230W
Lamp Life
(STD/ECO)
2500/4000
hours
Lens Shift
Throw Ratio 1.5-1.80:1
Image Size (Diagonal) up to 300″
Zoom Ratio 1:1.2
Audible Noise
(STD/ECO)
N/A
Speaker 3W
Power Consumption
Standby
300W
<0.5W
Weight 3.2kg
Price 59,900
(ราคาตั้ง)


*คุณสมบัติทางเทคนิค อ้างอิงจากเอกสารเผยแพร่ของผู้ผลิต

ดีไซน์

ตั้งแต่สัมผัสโปรเจ็กเตอร์ของของ Acer มา ดูเหมือนทุกรุ่นจะมาพร้อมกระเป๋าขนาดพอดีเครื่อง กระเป๋าใส่โปรเจ็กเตอร์เอาไว้เรียบร้อยเลย ดังรูป

โปรเจ็กเตอร์ใส่ห่อพลาสติกอีกชั้น อยู่ข้างในกระเป๋าอีกที

หน้าตาของ H7532BD ดูเก๋ไก๋ใช่ย่อย ด้วยสีขาวตัดเงิน ทันสมัย แหวกแนวไม่เหมือนใคร โดยพื้นที่ส่วนบนและล่างจะเป็นสีขาวออกเงา แล้วคาดด้านข้างโดยรอบด้วยสีเงินแบบกึ่งเงากึ่งด้าน

ตำแหน่งเลนส์วางไว้ฝั่งขวา เช่นเดียวกับรุ่นเล็ก P1340W ที่รีวิวไปก่อนหน้านี้ เช่นเดียวกับตำแหน่งเซ็นเซอร์ IR ด้านล่างที่เห็นสามเหลี่ยมชี้ลงนั้น เป็นขาปรับระดับ สำหรับใช้ปรับเงยหน้าโปรเจ็กเตอร์หากต้องการเวลาติดตั้งได้ (เมื่อวางโต๊ะ)

ปรับระยะซูม และโฟกัสย่อมจะอยู่ตรงกับเลนส์ จุดที่ดีกว่ารุ่น P1340W คือ การปรับระยะซูมนั้น จะมีก้านยื่นยาวออกมาให้จับกระชับนิ้วดีมาก

ปุ่มควบคุมที่ตัวเครื่องรูปแบบวงกลม ดูสวยงามน่าใช้ดี

แต่ที่พิเศษ คือ เวลาเสียบปลั๊ก เปิดเครื่อง จะมีแสงเรืองสีฟ้าสวยงามมองเห็นได้ชัดในที่มืดด้วย

ด้านล่างซึ่งเป็นจุดเมนเทแนนซ์เปลี่ยนหลอดไฟ ก็ยังดูสะอาดตา

อุปกรณ์ที่แถมมาให้ นอกจากคู่มือการใช้งานในแผ่นซีดี กับรีโมตคอนโทรล ก็มีสายไฟ สายวิดีโอคอมโพสิท และสาย VGA

รีโมตสีขาว เป็นตัวเดียวกันกับที่ให้มาในรุ่นเล็ก P1340W และ H5370BD ซึ่งแน่นอนว่าไม่มี Backlit เหมือนเดิม

ช่องต่อ

ในส่วนของช่องต่อ จะพบว่ามีจุดเด่นมากกว่ารุ่นเล็กอย่าง P1340W เช่นกัน ที่ชัดเจนที่สุด คือ HDMI In ที่มีถึง 2 ช่อง ไม่ได้มีช่องเดียวเหมือนรุ่นเล็ก อีกทั้ง HDMI In อีก 1 ช่อง ที่เพิ่มเข้ามานี้ ยังรองรับมาตรฐาน MHL (Mobile High Definition Link) สำหรับเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนได้อีกด้วย

ในส่วนของช่องต่อ จะพบว่ามีจุดเด่นมากกว่ารุ่นเล็กอย่าง P1340W เช่นกัน ที่ชัดเจนที่สุด คือ HDMI In ที่มีถึง 2 ช่อง ไม่ได้มีช่องเดียวเหมือนรุ่นเล็ก อีกทั้ง HDMI In อีก 1 ช่อง ที่เพิ่มเข้ามานี้ ยังรองรับมาตรฐาน MHL (Mobile High Definition Link) สำหรับเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนได้อีกด้วย

เพิ่มเติม

ในรุ่น H7532BD นี้ มีฟีเจอร์หนึ่งที่ช่วยเพิ่มความสะดวกรวดเร็วในการติดตั้งได้ดีมากๆ

โดยเมื่อกดปุ่ม Menu ที่ตัวเครื่อง (ขณะที่ยังไม่ได้เสียบสายสัญญาณอินพุตใดๆ) โปรเจ็กเตอร์จะฉายภาพ แพทเทิร์น Geomatry ขึ้นบนจอ (เป็นตารางสี่เหลี่ยมและมีวงกลมตรงกลาง และที่มุมทั้งสี่ ดังรูป)

เพื่อให้เราใช้อ้างอิงปรับระยะห่างของตัวเครื่องกับจอฉาย ปรับระยะเลนส์และโฟกัสให้ภาพฉายมีขนาดพอดีกับจอฉาย ไม่ขาด ไม่เกิน ขณะเดียวกันก็เอาไว้ใช้เช็คระนาบตั้งวาง และอัตราส่วนด้วยว่าตรงดี หรือมีเอียงบิดเบี้ยวตรงไหนหรือเปล่า ก็ปรับให้เข้าที่ และใช้อ้างอิงตรวจสอบการปรับ Keystone ได้อีกด้วย ทั้งหมดนี้เป็นสิ่งที่ต้องดำเนินการก่อนใช้งานโปรเจ็กเตอร์เสมอ

ซึ่งขั้นตอนนี้นั้น เดิมทีมีความยุ่งยาก วุ่นวายพอสมควรเพราะต้องวิ่งจัดหาพวกอุปกรณ์แผ่นปรับภาพ (เช่น DVE Blu-ray ฯลฯ) พร้อมเครื่องเล่นบลูเรย์ หรือ Pattern Generator เพื่อส่งภาพขึ้นบนจอในการอ้างอิงติดตั้ง แต่บัดนี้มีแพทเทิร์นที่ใช้ในการติดตั้งดังกล่าว ผนวกมากับตัวโปรเจ็กเตอร์เลย ให้ความสะดวก รวดเร็ว และประหยัดกว่า

โปรเจ็กเตอร์ยุคปัจจุบันหลายๆ เครื่อง เพิ่มคุณค่า โดยติดตั้งระบบสำโพงขนาดเล็กในตัว ซึ่งช่วยอำนวยความสะดวก เวลาที่ยกไปไหนมาไหน หรือสถานที่ไม่เอื้อต่อระบบเครื่องเสียงขนาดใหญ่ จะได้มีระบบเสียงประกอบ ไม่ขาดอรรถรส
.
ระดับความดังเสียงเมื่อใช้งานทั่วไปถือว่าใช้ได้
แต่ถ้าชมภาพยนตร์จะออกเบาเล็กน้อย กระนั้นในประเด็นนี้ โดยรวมระบบเสียงจาก H7532BD ให้ระดับเสียงที่ดังขึ้นกว่ารุ่นเล็ก P1340W อยู่เล็กน้อย

หมายเหตุ: กรณีที่เชื่อมต่อรับสัญญาณเสียงทาง HDMI โดยเฉพาะเมื่อชมภาพยนตร์ BD/DVD จะต้องเปลี่ยนตัวเลือกระบบเสียงดจิจทัลเอาต์พุตของเพลเยอร์ให้เป็น PCM เสียก่อน ไม่อย่างนั้นเสียงที่ได้ยินผ่านโปรเจ็กเตอร์จะเป็นเสียงซ่าที่ฟังไม่ได้ศัพท์ (ไม่มีภาคถอดรหัส Dolby, DTS ในตัว)

การใช้งานเมนูติดตั้งนั้น ท่านใดที่ไม่สันทัดภาษาอังกฤษ จะปรับให้เป็นภาษาไทยก็ได้

ภาพ

การอ้างอิงทดสอบนั้น เป็นรูปแบบเดียวกับที่ทีมงานใช้ทดสอบ P1340W ก่อนหน้านี้ โดยฉายภาพขึ้นจอฉายแบบ Fixed ขนาด 90″ อัตราส่วน 16:9 แขวนผนังในตำแหน่งกึ่งกลางห้อง เชื่อมต่อสาย HDMI ความยาว 10 ม. จาก Pattern Generator/Player/AVR ไปยังโปรเจ็กเตอร์ ที่วางห่างออกมาใกล้จุดรับชม ดังรูป

จำนวนโหมดภาพสำเร็จรูปจากโรงงานที่เลือกได้ คือ 7 โหมด น้อยกว่า P1340W อยู่ 1 โหมด ทว่าเราคงไม่วัดศักยภาพกันที่จำนวนโหมดภาพ อันที่จริงเวลาใช้งาน จะมีโหมดภาพที่ใช้งานได้จริง (อ้างอิงได้ค่อนข้างถูกต้อง สีไม่เพี้ยน) อยู่เพียงไม่กี่โหมดเท่านั้น สำหรับ H7532BD แนะนำโหมด User ครับ

ศักยภาพของโหมด User นั้น ให้บาลานซ์แสงขาวถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดี อาจไม่ถึงกับยอดเยี่ยมเหมือนระดับอ้างอิง ราคาสูง เนื่องจากยังติด Cool เล็กน้อย (อุณหภูมิสีอยู่ที่ราว7364°K) ส่วนหนึ่งของค่ากำหนดจากโรงงาน ที่เน้นให้ H7532BD สามารถแสดงภาพได้สว่างเจิดจ้ายิ่งขึ้น โดยจะเปิดฟีเจอร์หนึ่งเอาไว้ เรียกว่า Brilliant Color ที่ให้ผลเพิ่มขอบเขตของระดับความสว่างสูงสุด ให้สว่างมากขึ้น ความสามารถในการสู้กับสภาพแสงแวดล้อมก็จะดีขึ้น แต่หากไม่มีความจำเป็นต้องสู้แสงแวดล้อม เช่น การใช้งานในห้องมืด (ห้องโฮมเธียเตอร์) การปิดใช้งาน Brilliant Color จะช่วยให้บาลานซ์อุณหภูมิสีดีขึ้น (อยู่ที่ราว 6997°K) ตัวเลือก Brilliant Color นั้น จะอยู่ในหัวข้อ Color –> Advanced

เมื่อปิด Brilliant Color ไปแล้ว White Balance จะดีขึ้นเล็กน้อย ทำนองเดียวกับ CMS ที่เปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นเล็กน้อยเช่นกัน แต่แน่นอนว่าระดับความสว่างจะลดลงไป เมื่อเทียบกับ Brilliant Color – On ถึงกระนั้นทีมงานตรวจสอบดูแล้ว ด้วยศักยภาพการแสดงภาพได้สว่างมากอยู่แล้วของ H7532BD ถ้าชมในห้องที่คุมแสงได้ดี การปิดใช้งาน Brilliant Color ไป ไม่สร้างผลกระทบในการรับชมแต่อย่างใด กลับดูสบายตามากขึ้น (ไม่จ้าเกินไป)

แต่ข้อดีของรุ่นใหม่มิได้มีดีแค่ที่กล่าวไป ด้วยระดับรุ่นที่สูงกว่า การรองรับปรับอุณหภูมิสี (White Balance) ควบคู่การปรับ Color Management System แบบละเอียด (ซึ่งในรุ่น P1340W ยังไม่มี) จะส่งอานิสงส์ถึงผลลัพธ์สุดท้ายในแง่ของความเที่ยงตรงของสีสันได้ดีกว่าอย่างชัดเจน แม้จะยังไม่ถึงกับเพอร์เฟ็กต์มากนัก

หลังจาก calibrate ปรับภาพแล้ว ภาพจะดูสมจริง เป็นธรรมชาติยิ่งขึ้นอีกระดับหนึ่ง ซึ่งสังเกตเปรียบเทียบได้ไม่ยาก ด้วยกำลังหลอดไฟของ H7532BD ที่สูงกว่านั้น ภาพจะดูสว่างจะแจ้ง ถึงแม้ไม่ได้เปิด Brilliant Color ก็ตาม คุณสมบัติ Native Resolution ระดับ Full HD สังเกตได้ชัดว่าการถ่ายทอดรายละเอียดดีเทลในภาพ ดีกว่า P1340W ที่ยังเป็นมาตรฐาน HD Ready ตรงนี้เมื่อชมภาพยนตร์บลูเรย์ 1080p จึงได้อานิสงส์แตกต่างชัดเจนเลยทีเดียว แต่หากเทียบกับ Full HD Projector ระดับท็อปๆ ภาพของ H7532BD จะยังไม่ถึงกับคม (sharp) คือ มีการฟุ้งตามขอบพิกเซลบ้างเล็กๆ น้อยๆ แต่ไม่ได้สร้างผลกระทบใดๆ เอกลักษณ์ของภาพจะติดนวล

กำลังหลอดไฟที่สูงนั้น ภาพที่โปรเจ็กเตอร์แสดงได้ จะสว่างเจิดจ้า แต่ก็มีประเด็นเรื่องของการควบคุมระดับแสงบริเวณส่วนมืด อาจจจะยังเก็บได้ไม่มืดสนิทนัก และระบบระบายความร้อนที่ต้องแข็งขันมากขึ้นกว่ารุ่นระดับกำลังหลอดต่ำ จากผลการระบายความร้อน ระดับเสียงพัดลมจึงอาจจะรับรู้ได้ว่าดังกว่ารุ่นเล็กอยู่บ้าง แต่ไม่ถึงกับเป็นการรบกวน

อย่างไรก็ดีในประเด็นการให้ระดับความสว่าง เกี่ยวเนื่องถึงการระบายความร้อย สามารถปรับไปใช้ “Eco Mode” หลอดไฟจะลดกำลังแสงลงบางส่วน ทีมงานทดลองแล้วพบว่า หากเป็นในห้องมืดสนิท Eco Mode ก็ยังให้ภาพที่ยังคงสว่าง ไม่ทึมทึบ แม้ไม่สว่างจ้าเหมือนค่าโรงงาน แต่ดูแล้วสบายตา ชมได้นานกว่า อีกทั้งผลพลอยได้ คือ จะคุมดำดีขึ้นเล็กน้อย และเสียงพัดลมยังเงียบลงกว่าเดิมอีกด้วย

หมายเหตุ: โหมด Eco จะช่วยยืดอายุหลอดขึ้นไปได้ จากปกติ 2500 เป็น 4000 ชม. (จำนวนชั่วโมงอ้างอิงจากเอกสารเผยแพร่ของผู้ผลิต) และอัตราการใช้พลังงานลดลงราว 17.3%

ภาพ

ภาพเคลื่อนไหวของ H7532BD นั้น เนื่องจากไม่มีเทคโนโลยีโมชั่นแทรกเฟรมเสมือน เวลารับชมกับบางคอนเทนต์ ยกตัวอย่างภาพยนตร์บลูเรย์บางไตเติล อาจสังเกตเห็นว่ามีอาการสั่น และสะดุดเล็กๆ บ้าง (เป็นปกติจากคอนเทนต์ 24p ทีวีทั่วไปหากไม่มีโมชั่นแทรกเฟรมก็เป็นแบบเดียวกัน) แต่ถ้าเป็นคอนเทนต์ที่มีเฟรมเรตสูง ก็มิได้รู้สึกติดขัดใดๆ อย่างเช่น เมื่อทดลองเล่นเกมดูแล้ว การตอบสนองต่อภาพเคลื่อนไหวที่ฉับไว ทำได้ดีทีเดียว

หากต้องการ จะเชื่อมต่อภาพจากสมาร์ทโฟนขึ้นจอโปรเจ็กเตอร์ก็ได้ H7532BD มี MHL/HDMI In แล้วนี่นา จะเป็นสมาร์ทโฟนที่มี MHL Out หรือ Tablet ที่มี HDMI Out ก็เชื่อมต่อสัญญาณภาพมาแสดงบนจอขนาดยักษ์ได้เลย

ทดลองต่อกับคอมฯ ทำงานดูบ้าง กับโปรแกรมตัดต่อวิดีโอ ว่าจะเป็นอย่างไร?

 

ด้วยรายละเอียด Full HD กับจอขนาดใหญ่ ช่วยเปิดรูปแบบพื้นที่การทำงานให้ต่างออกไป พื้นที่แสดงผลของ H7532BD (ที่ 1920 x 1080 pixels) ย่อมมีมากกว่า P1340W (ที่ 1280 x 800 pixels) แน่นอน เช่นเดียวกับรายละเอียดจากจำนวนพิกเซลทั้งหมดกว่า 2 ล้าน ที่แสดงบนจอ เปิดเผยให้อะไรที่มากกว่าเดิม

อย่างไรก็ดี การแสดงตัวหนังสืออาจจะยังไม่คมจัด ชัดเป๊ะเหมือนดูผ่านมอนิเตอร์โปรเฟสชันนัล หรือโปรเจ็กเตอร์ราคาสูง
ถึงกระนั้นในจุดนี้ หากจะนำ H7532BD มาทำเป็นจอพรีวิว น่าจะเหมาะสม

ต่อไปมาดูในส่วนของการใช้งาน 3D กันบ้าง

ตัวเลือกลูกเล่นการปรับแต่ง 3D อาจจะมีไม่มาก และไม่ซับซ้อนเหมือนทีวีสามมิติ (เช่น ตัวเลือกปรับมิติลึกลอยเพิ่มเติม) แต่เวลาใช้งานจริงก็คงไม่ได้ใช้กันบ่อยนัก เพราะถ้าปรับตัวเลือกเหล่านี้เกินเลยไป จะทำให้ดูไม่ได้ เพราะเวียนหัว


แต่ถึงแม้ตัวเลือกปรับแต่ง 3D จะไม่มาก แต่ศักยภาพรองรับ 3D Mode ก็ไม่เป็นรอง ซึ่งถ้าหากรับชมคอนเทนต์ฟอร์แมต 3D Frame Packing (Blu-ray 3D) ระบบของโปรเจ็กเตอร์จะปรับการแสดงผลเป็น 3D ให้เองเลย

อ้อ เวลาโปรเจ็กเตอร์ปรับเปลี่ยนการแสดงผลเป็นโหมด 3D จะพบว่าสีสัน ความสว่าง และระดับ Brightness เปลี่ยนแปลงไปจากโหมดปกติ ก็ไม่ต้องตกใจนะครับ อันนี้เป็นผลจากการที่ต้องชดเชยการรับชมผ่านแว่น 3D

กระนั้นเวลาชมคอนเทนต์ 3D บางลักษณะ ต้องมีปรับแต่งกันก่อนใช้งานบ้างเหมือนกันนะครับ เพื่อให้การแสดงผลมีความถูกต้องตอบสนองการใช้งานได้อย่างลงตัวที่สุด ยกตัวอย่างเช่น Kill Zone 3 3D ก่อนเข้าเกมจะมีให้ปรับ Brightness กันก่อน โดยสวมแว่น 3D เอาไว้ แล้วลดหรือเพิ่มระดับ Brightness ด้วยคอนโทรลเลอร์ จนโลโก้ที่กลางจอกลืนเข้ากับพื้นดำด้านหลัง แต่ต้องเป็นระดับที่มองเห็นได้ลางๆ ไม่ใช่หายไปหมด

การเล่นเกม 3D บนจอขนาดใหญ่ยักษ์ ก็ยังเป็นความท้าทายที่น่าสนใจเช่นเคย รูปแบบ Active 3D Glasses ความคมของภาพ แม้นั่งเล่นในระยะใกล้กับจอฉายสักหน่อย หากต้องการอรรถรสแบบ “เต็มตา” นั้น รายละเอียดที่รับรู้ได้ก็ยังดีอยู่ ไม่ลดทอนลง

เช่นเดียวกับการรับชมภาพยนตร์ที่ให้มิติ ความคมชัดได้ดีกว่ารุ่นเล็กยิ่งขึ้นอีกระดับหนึ่ง มิติลึกลอยของภาพสามมิติ ถือว่าทำได้น่าสนใจดีทีเดียว

สรุป

สิ่งสำคัญที่ให้อรรถรสในการรับชมความบันเทิง ไม่ว่าจะที่บ้านหรือที่ใด คือ การสัมผัสรับรู้ได้ถึงรายละเอียดที่คมชัด และเช่นกันว่า โปรเจ็กเตอร์ที่ถ่ายทอดภาพได้รายละเอียดที่ครบถ้วนกว่า ย่อมจะให้อรรถรสที่ดีกว่า แม้งบประมาณจะสูงกว่า P1340W ทว่าศักยภาพการแสดงผลระดับ Full HD ของ H7532BD นั้น จะให้ความสมบูรณ์แบบยิ่งกว่า แน่นอนว่ารวมถึงปัจจัยเรื่องของการถ่ายทอดสีสันของภาพที่เป็นธรรมชาติ สมจริงมากยิ่งขึ้นด้วย 

 
ข้อดี
1. Full HD 3D Projector ที่ให้ภาพจากโรงงาน (User) มีความเที่ยงตรงเป็นธรรมชาติอยู่ในเกณฑ์ดี อีกทั้งรองรับการปรับแต่งละเอียดเพิ่มเติมเพื่อใช้อ้างอิง อย่างกรกำหนด White Balance และ CMS
2. มี HDMI In 2 ช่อง หนึ่งในนั้นรองรับ MHL รับสัญญาณภาพ HD จาก Smart Phone รุ่นใหม่ๆ
3. โปรเจ็กเตอร์ที่ชัตดาวน์ปิดเครื่องได้เร็วมากเช่นเคย (แทบไม่ต้องรอเวลา cool-down)
4. มีลูกเล่นชดเชยสี เมื่อไม่ได้ฉายขึ้นจอปกติ อย่างเวลาฉายขึ้นผนังที่ไม่ได้ทาสีขาว
5. มีลำโพงในตัว เพิ่มประโยชน์ใช้สอย

ข้อเสีย
1. White Balance ที่ควรปรับได้ทั้ง 2 ช่วง (Gain/Offset) แต่เมื่อปรับจริงแล้วพบว่า ให้ความเปลี่ยนแปลงเพียงช่วงเดียว (Offset) ผลลัพธ์อุณหภูมิสีจึงยังไม่ถึงกับเพอร์เฟ็กต์ แต่นับว่าอยู่ในเกณฑ์ดี
2. ระดับเสียงพัดลมระบายความร้อนในโหมดปกติ อาจจะดังบ้าง แต่ถ้าใช้งานโหมด Eco ก็ไม่ได้รบกวนใดๆ
3. รีโมตคอนโทรลไม่สามารถเรืองแสงในที่มืด

Sample Image Gallery

SPRING SUMMER LOOKBOOK

Sample Block Quote

Praesent vestibulum congue tellus at fringilla. Curabitur vitae semper sem, eu convallis est. Cras felis nunc commodo eu convallis vitae interdum non nisl. Maecenas ac est sit amet augue pharetra convallis.

Sample Paragraph Text

Praesent vestibulum congue tellus at fringilla. Curabitur vitae semper sem, eu convallis est. Cras felis nunc commodo eu convallis vitae interdum non nisl. Maecenas ac est sit amet augue pharetra convallis nec danos dui. Cras suscipit quam et turpis eleifend vitae malesuada magna congue. Damus id ullamcorper neque. Sed vitae mi a mi pretium aliquet ac sed elitos. Pellentesque nulla eros accumsan quis justo at tincidunt lobortis deli denimes, suspendisse vestibulum lectus in lectus volutpate.
ถัดไป
ก่อนหน้า

แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็นในบล็อกทั้งหมดจะถูกตรวจสอบก่อนที่จะเผยแพร่

ขอบคุณสำหรับการสมัคร!

อีเมลนี้ได้รับการลงทะเบียนแล้ว!

เลือกซื้อรูปลักษณ์

ตัวเลือก

Have Questions?
Back In Stock Notification
ถูกเพิ่มลงในตะกร้าสินค้าของคุณ

ตัวเลือก

this is just a warning

รีเซ็ตรหัสผ่าน

กรุณากรอกอีเมลที่คุณเคยลงทะเบียนไว้