ข้ามไปที่เนื้อหา
|

รีวิวลำโพง Mission VX Series ลำโพงอังกฤษมาดโมเดิร์น กับสุ้มเสียงที่แตกต่าง

เขียนโดย: EDITOR LCDTVTHAILAND โพสต์เมื่อ: 06 Feb 2022 0 ความคิดเห็น

 

Mission แบรนด์ลำโพงสุดคลาสสิคจากประเทศอังกฤษ ที่มีสินค้าสร้างชื่ออย่างลำโพงเรือธงซีรี่ย์ SX ที่งดงามทั้งในเรื่องงานดีไซน์และคุณภาพเสียง แต่นั่นก็แลกมาด้วยค่าตัวที่ค่อนข้างสูง จนอาจจะเป็นอุปสรรคให้กับนักเล่นหน้าใหม่ไปเสียหน่อย

ล่าสุดทาง Mission ได้เปิดตัวลำโพงซีรี่ย์ใหม่ VX ที่ทำราคาลงมาได้น่าคบหาและสามารถเอื้อมถึงได้ไม่ยาก แต่ยังคงไว้ซึ่งเอกลักษณ์จากซีรี่ย์ SX โดยประกอบไปด้วยลำโพงเซอร์ราวด์รุ่น VX-S, ลำโพงวางหิ้งรุ่น VX-1 กับ VX-2, ลำโพงตั้งพื้นรุ่น VX-3 กับ VX-4 และสุดท้ายลำโพงเซ็นเตอร์ VX-C

 

สำหรับเซ็ตที่ทางทีมงานกำลังจะทดสอบนั้น มาในระบบ 5.1 แชนแนล ที่ทาง HiFi Tower ผู้นำเข้ารายใหม่ได้จัดมาให้ โดยประกอบไปด้วย VX-1, VX-3 และ VX-C ที่นำมาเข้าชุดกับแอ็คทีฟซับวูฟเฟอร์ MS-200 เป็นชุดโฮมมาตรฐานในราคากลางๆ ที่คนเล่นเครื่องเสียงเอื้อมถึงได้ไม่ยาก

สรุปราคา Mission VX Series + MS-200

VX-1 Bookshelf Speaker ราคาพิเศษ 6,000 บาท
VX-3 Floorstand Speaker ราคาพิเศษ 13,500 บาท
VX-C Center Speaker ราคาพิเศษ 5,000 บาท
MS-200 Active Sub-Woofer ราคาพิเศษ 8,900 บาท

 

Design – การออกแบบ

 

เริ่มดูจากตัวลำโพงวางหิ้งกันก่อน VX-1 ใช้ไม้ MDF ทำสีดำ เป็นวัสดุสำหรับตัวตู้ ซึ่งทางผู้ผลิตก็ได้ทำการเก็บงานมาค่อนข้างเรียบร้อย ไม่มีคราบกาวให้พบเห็นให้สะดุดตา ตู้ลำโพงสูงประมาณ 25 ซม. กว้าง 16 ซม. ใช้ไดร์เวอร์วูฟเฟอร์ขนาด 4.5 นิ้ว มีค่าความต้านทานอยู่ที่ 4 โอห์ม และทวิตเตอร์โดมผ้าขนาด 1 นิ้ว

 

ด้านหลังใช้ขั้วต่อสายลำโพงไบน์ดิ้งโพสต์ แบบซิงเกิ้ลไวร์ พร้อมท่อเบสรีเฟล็กซ์ด้านหลังตัวตู้

 

ต่อด้วย VX-3 เป็นลำโพงวางพื้นรุ่นรองท็อปในซีรี่ย์ VX ที่ใช้วัสดุเดียวกันกับลำโพงวางหิ้ง ไดร์เวอร์มีทั้งหมด 4 ตัวด้วยกัน ประกอบด้วยวูฟเฟอร์ Black Pulp Fibre แบบแอ็คทีฟ 1 ดอก แบบพาสซีฟ 3 ดอก ใช้ทวิตเตอร์โดมผ้าแบบเดียวกับ VX-1 ด้านหลังขั้วต่อสายลำโพงแบบไบไวร์ พร้อมบริดจ์สีทองสวยงาม

 

ด้าน VX-C ลำโพงเซ็นเตอร์ประกอบด้วยเบสไดร์เวอร์ขนาด 4.5 นิ้ว 2 ดอก พร้อมทวิตเตอร์บริเวณกึ่งกลางตามธรรมเนียมลำโพงเซ็นเตอร์ทั่วไป ตัวตู้มีขนาดกว้างประมาณ 40 ซม. ขนาดกำลังกระทัดรัด

 

ใช้ขั้วต่อสายลำโพงไบน์ดิ้งโพสต์แบบซิงเกิ้ลไวร์เหมือนกัน

 

สุดท้ายในเซ็ตนี้ก็คือ MS-200 แอ็คทีฟซับวูฟเฟอร์ตู้ปิดแบบช่วงชักยาว กำลังขับ 250 วัตต์ มีอัตราตอบสนองความถี่ในช่วง 35 – 150 Hz พร้อมไดร์เวอร์ความถี่ต่ำขนาด 10 นิ้ว น้ำหนักกำลังดีที่ 13 กิโลกรัม

 

ด้านหลังเป็นช่องเสียบสายสัญญาณ, ตัวปรับความดัง, ปรับเฟส, ปรับอัตราการตอบสนองความถี่
สวิตช์เปิดปิด และช่องเสียบสายไฟแบบ IEC ไว้ให้อัพเกรดความแรงเล็กน้อย

 

ส่วนขาเป็นยางแบบปลายทู่ ไม่ใช่สไปค์แหลมแต่อย่างใด

งานดีไซน์โดยรวมก็ค่อนข้างเรียบร้อยสมราคาครับ อาจจะมีเรื่องความสวยงามของลายไม้บริเวณตัวบอดี้ที่ดูแล้วออกจะธรรมดา หากเทียบกับ Wharfedale Diamond 200 ที่คุณชานมเพิ่งจะรีวิวไปเมื่อไม่นานมานี้

ความจริงหากพิจารณาภาพรวมจะเห็นว่าสองเซ็ตนี้หน้าตาคล้ายคลึงกันมาก สาเหตุนั่นก็เพราะว่าทั้ง Mission และ Wharfedale นั้นเป็นผลิตภัณฑ์ต่างแบรนด์ภายใต้บริษัทผลิตเครื่องเสียงยักษ์ใหญ่นามว่า IAG Group นั่นเองครับ ประจวบเหมาะว่าทางผู้นำเข้าในไทยก็เป็นเจ้าเดียวกัน ผมเลยอาจจะมีเสริมในเรื่องของการเปรียบเทียบแนวเสียงของสองเซ็ตนี้เล็กน้อย เผื่อว่าจะได้ช่วยให้ทุกท่านตัดสินใจได้ง่ายขึ้นครับ

 

หากทุกท่านได้ดูงานดีไซน์คร่าวๆในหน้าที่แล้วจะพบว่าลำโพงหลักในเซ็ตจะเป็นลำโพงตู้ปิดแทบทั้งหมด ซึ่งนั่นเป็น DNA ที่ถ่ายทอดมาจากรุ่นสู่รุ่น จาก SX สู่ MX จนถึง VX ตัวที่เรากำลังรีวิวกันอยู่นี้ แน่นอนว่าตามสัญชาติญาณคนไทยหัวใจรักเบสแบบผมก็ย่อมจะสงสัยแล้วถ้าปิดสนิทไม่มีลมออกแบบนี้ จะเอาแรงกระแทกจากที่ไหนมาปรนเปรอคนฟังเวลาต้องที่ต้องขับเสียงย่านความถี่ต่ำ? คำตอบนั้นอยู่ที่ไดร์เวอร์แบบ ABRs นี่แหละครับ

 

ABRs ย่อมาจาก Auxiliary Bass Radiators เป็นชื่อเรียกไดร์เวอร์ลำโพงแบบพาสซีฟที่ไม่มีวอยซ์คอย นิยมใช้ร่วมกับลำโพงแบบตู้ปิด เพื่อให้วิศวกรสามารถปรับจูนการไหลวนของอากาศภายในตู้ได้อย่างแม่นยำ และเพิ่มอัตราการตอบสนองเสียงย่านความถี่ต่ำให้ดีขึ้น

 

งาน ดีไซน์การไหลเวียนอากาศภายในตู้ของ VX-3 กว่าจะมาเป็นลำโพงหนึ่งตัวไม่ใช่เลื่อยไม้แล้วนำมาแปะก็ฟังเพลงได้เลยนะครับ ต้องมีการปรับแต่งกันพอสมควรกว่าจะได้สุ้มเสียงที่ลงตัว

แม้ ABRs นั้นไม่ใช่เรื่องใหม่อะไร เพราะมีการนำมาใช้อยู่ในลำโพงหลายแบรนด์ แต่สำหรับแบรนด์ Mission แล้ว พวกเขาได้ทำการปรับจูนคุณลักษณะพิเศษบางอย่างของไดร์เวอร์ชนิดนี้ให้สามารถขับเอาเสียงเบสที่มีประสิทธิภาพออกมาจากตัวตู้ปิดแบบนี้ได้ เสมือนกับแรงลมที่ขับออกมาทางท่อเบสรีเฟล็กซ์ ฉะนั้นทางผู้ผลิตจึงยืนยันว่าหายห่วงได้เลยกับเรื่องเสียงเบสจากลำโพงซีรี่ย์นี้

 

Setup – การติดตั้ง

 

การจัดวางของลำโพงทำได้ไม่ยากครับสามารถยึดตามหลักการวางลำโพงแบบ 5.1 ทั่วไปได้ทันที เมื่อวางเสร็จแล้วก็อาจจะเอาระบบปรับจูนเสียงจาก AVR ของท่านมาใช้ในการคำนวณความดังเบาของลำโพงในจุดต่างๆ ให้ออกเท่ากัน เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุดครับ

อ้อ แล้วก็อย่าลืมหยิบเอาแผ่นยางรองฐานที่แถมมาให้ในกล่องแปะเข้าที่ใต้ลำโพงคู่หลังกับเซ็นเตอร์ด้วย ส่วนตัวลำโพงตั้งพื้นก็สวมสไปค์ให้เรียบร้อยก่อน จึงค่อยยกไปวางประจำตำแหน่งครับ น่าเสียดายที่ทาง Mission น่าจะแถมจานรองมาให้สักหน่อยวางเพียวๆ แบบนี้ เกิดเขยื้อนนิดหน่อยอาจจะทำให้พื้นกระเบื้องเป็นรอยได้

 

 

Sound – เสียง

เริ่มทดสอบด้วยแทร็คฮิตประจำออฟฟิศ Hey Jude ในเวอร์ชั่นของ Yao Si Ting ด้วยแรกคิดว่าลำโพงจากแดนผู้ดีคงให้เสียงนุ่มๆ สุขุมเป็นแน่แท้ ทว่าพอเสียงเปิดมาก็ต้องเปลี่ยนความคิดกันเล็กน้อย เพราะน้ำเสียงที่ออกมานั้นมีความใสกระจ่าง ไม่นุ่มละมุนอุ่นห้องอย่างที่คาดการณ์กันไว้

 

ทดสอบกันต่อด้วยแทร็ค The Missing Plutonium จากคณะ Human Don’t be Angry เพลงโพสต์โฟล์คที่มีจังหวะย้ำตุ้บๆ ที่เหมาะนักที่จะนำมาวัดความเจ๋งในการตอบสนองเสียงความถี่ต่ำให้กับลำโพง ซึ่งผลลัพธ์ที่เราได้ก็เป็นที่น่าพอใจครับ เสียงที่ได้มีแรงปะทะเข้าอยู่ แต่ยังลึกไม่มาก ไดนามิคเสียงที่ได้นั้นแคบไปหน่อย คิดว่าถ้าได้ความลึกมากกว่านี้น่าจะโอเคเลย อย่างไรก็ตามท่านอื่นอาจจะพอใจกับแรงปะทะแบบนี้ก็ได้ แล้วแต่ความชอบครับ

 

 

Sound – เสียง (ต่อ)

เมื่อฟังเพลงกันเสร็จก็มาดูหนังกันต่อ ผมหยิบเอา Mad Max : Fury Road ขึ้นมาลองก่อน แน่นอนว่าด้วยคาแร็คเตอร์เสียงแบบเปิดกระจ่างทำให้เสียงบรรยากาศโดยรอบมีตัวตนที่ชัดเจน เศษหินดินรถที่ปลิวว่อนในฉากพายุทรายจึงมีมิติครบทุกอนู

 

ยอมใจทีมซาวด์เอ็นจิเนียร์ของ Mad Max จริงๆ พวกเขาละเมียดละไมในการบันทึกเสียงแทบทุกจุด จนคว้าเอารางวัลออสการ์ลำดับเสียงยอดเยี่ยมมาครอง

 

ถ้าดู Mad Max แล้วเหนื่อย แสดงว่าคุณเข้าถึงตัวหนังแล้ว
สนุกแบบไม่ต้องคิดมาก ซัดกันได้ตลอดเวลา

ทดสอบต่ออีกนิดกับเรื่อง San Andreas ในฉากมหาสึนามิเพื่อที่จะใช้วัดประสิทธิภาพในการขับเสียงความถี่ต่ำของซับวูฟเฟอร์ MS-200 โดยสุ้มเสียงที่ออกมามีความอึกทึกใช้ได้ หากแต่เพียงว่าเมื่อเสียงเริ่มไล่ระดับดังขึ้น ตัวไดร์เวอร์ก็มีอาการสั่นที่รุนแรงอย่างเห็นได้ชัด คาดว่าคงจะมีบางช่วงที่เสียงเกินกำลังไปบ้าง จึงส่งผลให้เกิดอาการดังกล่าว

 

ซึนามิแบบไม่สมเหตุสมผลของ San Andreas บทหนังดูธรรมดา
แต่เสียงโดยรวมอยู่ในเกณฑ์ดี ซึ่งก็เหมาะจะเอามาทดสอบเครื่องเสียงจริงๆ

 

Conclusion – สรุป

หลายครั้งที่ทดสอบลำโพงผมมักจะมีภาพจำติดอยู่ในหัว ว่าลำโพงอังกฤษเสียงจะนุ่มละมุน เหมาะแก่การฟังแบบต่อเนื่องเป็นเวลานาน แต่กับ Mission VX Series นั้นเหมือนกับอังกฤษยุคใหม่ ที่ดูสว่างชัดเจนมากขึ้น แน่นอนว่าคาแร็คเตอร์ที่รุกเร้ามากขึ้นช่วยส่งผลให้เราดูหนังได้สนุกขึ้น โดยที่ยังไม่ทิ้งความสุขุมแบบผู้ดีไปมากนัก

อีกข้อดีของลำโพงตัวนี้คือเป็นลำโพงที่ออกแบบตู้มาแบบปิดคู่กับการใช้ไดร์เวอร์แบบ ABRs ดังที่ผมได้เกริ่นไปในหน้าที่แล้ว เมื่อไม่มีท่อเบสยิงลมออก การปรับจูนลำโพงไม่ให้เบสบวมก็ทำได้ง่าย แต่ก็ต้องแลกมาด้วยแรงปะทะที่ลดน้อยลง ฉะนั้นสำหรับท่านที่ชอบเสพย์เสียงความถี่ต่ำที่ลึก…แรง…แบบเข้าถึง ลำโพงตู้ปิดตัวนี้น่าจะต้องได้ตำแหน่งจัดวางที่เสริมเสียงเบสให้หนาขึ้นอีกระดับน่าจะช่วยให้เสียงออกมาดูมีมิติมากขึ้น

 

ด้วยคาแร็คเตอร์แบบนี้เมื่อนำมาเทียบกับ Wharfedale Diamond 200 ลำโพงต่างค่ายที่อยู่ใต้ร่มโรงงานเดียวกัน จะเห็นว่า VX ให้เสียงที่คึกคักฟังสนุกกว่า Diamond จะมาเนิบๆ นุ่มละมุน ซึ่งในจุดนี้ก็ต้องแล้วแต่ความชอบของคนฟังว่านิยมแบบไหนมากกว่ากัน เพราะทั้งสองรุ่นสองค่ายก็สามารถไปทดลองฟังกันได้ที่ร้าน HiFi Tower เจ้าถิ่นโซนปิ่นเกล้า ตัวแทนจำหน่ายโดยตรงของลำโพงทั้งสองแบรนด์ครับผม

 

สรุปราคา Mission VX Series + MS-200

VX-1 Bookshelf Speaker ราคาพิเศษ 6,000 บาท
VX-3 Floorstand Speaker ราคาพิเศษ 13,500 บาท
VX-C Center Speaker ราคาพิเศษ 5,000 บาท
MS-200 Active Sub-Woofer ราคาพิเศษ 8,900 บาท

ขอขอบคุณร้านไฮไฟทาวเวอร์(HiFi Tower)
ร้านขายเครื่องเสียงใหญ่ที่สุดในย่านฝั่งธน
ที่เอื้อเฟื้ออุปกรณ์ในการทดสอบครั้งนี้ด้วยครับ โทร. 02-8817273-7

 

Sample Image Gallery

SPRING SUMMER LOOKBOOK

Sample Block Quote

Praesent vestibulum congue tellus at fringilla. Curabitur vitae semper sem, eu convallis est. Cras felis nunc commodo eu convallis vitae interdum non nisl. Maecenas ac est sit amet augue pharetra convallis.

Sample Paragraph Text

Praesent vestibulum congue tellus at fringilla. Curabitur vitae semper sem, eu convallis est. Cras felis nunc commodo eu convallis vitae interdum non nisl. Maecenas ac est sit amet augue pharetra convallis nec danos dui. Cras suscipit quam et turpis eleifend vitae malesuada magna congue. Damus id ullamcorper neque. Sed vitae mi a mi pretium aliquet ac sed elitos. Pellentesque nulla eros accumsan quis justo at tincidunt lobortis deli denimes, suspendisse vestibulum lectus in lectus volutpate.
ถัดไป
ก่อนหน้า

แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็นในบล็อกทั้งหมดจะถูกตรวจสอบก่อนที่จะเผยแพร่

ขอบคุณสำหรับการสมัคร!

อีเมลนี้ได้รับการลงทะเบียนแล้ว!

เลือกซื้อรูปลักษณ์

ตัวเลือก

Have Questions?
Back In Stock Notification
ถูกเพิ่มลงในตะกร้าสินค้าของคุณ

ตัวเลือก

this is just a warning

รีเซ็ตรหัสผ่าน

กรุณากรอกอีเมลที่คุณเคยลงทะเบียนไว้