รีวิว HyperX Armada 27 จอเด็ด สเปกจัดเต็ม สำหรับคอเกม!!

ปี 2022 นี้ต้องบอกว่าเป็นยุคทองของวงการเกมทั่วโลกเลยก็ว่าได้ หลังจากที่ทาง HyperX ได้รังสรรค์คิดค้นผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์เกมเมอร์ออกมาเรื่อยๆ ทั้งหูฟัง ไมโครโฟน จนมาถึงล่าสุดกับมอนิเตอร์เกมมิ่งรุ่นล่าสุด HyperX Armada 27 บอกเลยว่าเป็นมอนิเตอร์เกมมิ่งที่แปลกแหวกแนวกว่าทุกแบรนด์ที่ผมได้เคยรีวิวมา เพราะมีแขนจับจอ VESA Mount แถมมาให้ภายในกล่องเลยไม่ต้องซื้อเพิ่ม ส่วนคุณภาพและการใช้งานจะเป็นอย่างไรติดตามได้ในรีวิวนี้เลยครับ
สเปกเบื้องต้น HyperX Armada 27
- หน้าจอขนาด 27”
- ความละเอียด 2K QHD (2560 x 1440)
- พาแนล IPS
- VESA Certified HDR400
- Refresh Rate 165Hz
- Response Time 1 ms
- รองรับ AMD FreeSync Premium
- ราคา 17,990 บาท
Design – การออกแบบ
ภาพรวมตัวจอออกมาแบบในโทนเรียบง่ายเน้นการใช้งาน หน้าจอแบน มาพร้อมกับขนาด 27” ผิวสัมผัสตัวบอดี้เป็นแบบด้าน ขอบจอทั้ง 3 ด้านนั้นถือว่าบางมาก ไม่มีกรอบมารบกวนสายตา เน้นโทนสีดำแบบด้านดูดุดันแต่แฝงความเป็นอีสปอร์ตเบาๆ เอาไว้ตรงกลางจอมีโลโก้ HyperX สกรีนไว้

ด้านหลังตัวจอมีการเล่นพื้นผิวแบบด้านเช่นกัน แต่มีการปรับเปลี่ยนลวดลายให้ดูไม่เรียบจนเกินไป แต่จุดที่สำคัญคือตัวแขนจับจอ VESA Mount ที่ทาง HyperX ให้มานั้น แกนกลางเป็นวัสดุแบบโลหะแข็งแรงรองรับการแขวนจอได้ถึง 2-3 จอเลยทีเดียว

แขนจับจอใช้งานได้อย่างอเนกประสงค์ประหยัดเนื้อที่ และสามารถปรับตำแหน่งเคลื่อนย้ายองศาของตัวจอได้อย่างอิสระ
มีที่เก็บรวบสายสัญญาณตามจุดต่างๆ ของแขนจับจอและมีตัวล็อคระดับความสูงของต่ำแหน่งจอที่เราตั้งไว้ไม่ให้ขยับ



ปรับตัวจอได้หลากหลายรูปแบบ หรือจะปรับเป็นแนวตั้งก็ทำได้

ใช้งานควบคู่กับจอ HyperX Armada 25 แขนจับจอถือว่ารับน้ำหนักได้สบาย

ที่ด้านหลังมุมขวาล่างจะมีปุ่ม เปิด – ปิดตัวจอ และปุ่มจอยสติ๊กเอาไว้ควบคุมการใช้งานตัวจอ

หน้าตาของ OSD นั้นออกแบบมาใช้งานง่ายไม่ซับซ้อนแบ่งหมวดหมู่ชัดเจน และมีฟีเจอร์ให้เลือกใช้งานอยู่พอประมาณ
Connectivity – ช่องต่อ
พอร์ตช่องต่อให้ใช้งานครบทั้ง HDMI 2.0 , Display Port 1.4 มีให้เลือกใช้งานอย่างละหนึ่งช่อง ส่วนอุปกรณ์สายสัญญาณต่างๆ ที่ได้มาภายในกล่องที่ดูโดดเด่นเลยคือ HDMI เส้นสีแดงที่เป็นเอกลักษณ์ของ HyperX สาย Displayport และสายไฟ AC อีกอย่างละ 1 เส้น


พอร์ตเชื่อมต่อทั้งหมดของ HyperX Armada 27
| HDMI™ In 2.0 | 1 ช่อง |
| Display Port 1.4 | 1 ช่อง |
| Power AC | 1 ช่อง |
Picture – ภาพ
ความละเอียดภาพของ HyperX Armada 27 จะอยู่ที่ QHD (2560×1440) รองรับ Refresh Rate สูงสุดอยู่ที่ 165Hz ใช้พาแนลเป็น IPS (In-Plane Switching) หน้าจอตัดแสง (Anti-Glare) ช่วยลดแสงสะท้อน มุมมองกว้าง และสีสันที่แสดงออกมานั้นมีความเข้มข้นมากกว่าพาแนลชนิดอื่น

ตัวจอรองรับมาตรฐาน HDR10 ซึ่งจากการที่ลองใช้งานดู ถือว่าทำได้น่าประทับใจเลย ทั้งการแสดงผลภาพแบบ HDR และ SDR รายละเอียดคมชัด สีสันไม่ซีดเซียวใช้ดูหนังหรือเล่นเกมก็ยังคงอรรถรสไว้ได้ดีอยู่




– SDR –
sRGB – Post ColorChecker

SDR – Post Calibration

SDR – Pre Calibration

สำหรับโหมดภาพ SDR ที่แนะนำให้ใช้งานมากที่สุดคือ Cinema จะให้ค่าแสงสีนั้นออกมาในสมดุลที่ใกล้เคียงมาตรฐานภาพที่มีอุณหภูมิสีใกล้เคียง 6500K มากที่สุดตั้งแต่แกะกล่องใช้รับชมคอนเทนต์ประเภท รายการทีวี , ข่าว , หรือพวกคลิปตามช่อง YouTube ได้เป็นอย่างดี
– HDR –
P3 – Pre Saturation Sweeps

HDR – Pre Calibration

สำหรับการใช้งานในโหมดภาพ HDR นั้น HyperX Armada 27 จะสามารถใช้งานได้เพียงโหมดภาพเดียว ซึ่งเมื่อลองวัดค่าภาพดูพบว่า
Peak Brightness ที่ตัวจอทำได้นั้นอยู่ที่ 475 nits ซึ่งก็ถึงค่ากำหนดที่ทาง HyperX ได้รับ VESA Certified HDR400 จริง ส่วนขอบเขตสีในการใช้งานโหมดภาพแบบ HDR อยู่ที่ 94% ของมาตรฐาน DCI-P3 เป็นเครื่องช่วยยืนยันว่าจอรุ่นนี้นั้นนอกจากจะใช้งานในด้านเล่นเกมแล้ว ยังสามารถใช้ในส่วนของการทำงานกราฟิกหรือรับชมภาพยนตร์ได้อีกด้วย
หลังจากที่ทางทีมงานทำ Calibrate โหมดภาพ Native ซึ่งเป็นการแสดงผลแบบ SDR ผลลัพธ์ที่ออกมานั้นถือว่าดียิ่งขึ้นจากเดิม โดยมีค่า Grayscale Avg DeltaE อยู่ที่ 1.5 ส่วนการใช้งานในโหมดภาพ HDR นั้นถือว่าทำได้ดีตั้งแต่ต้นจึงแนะนำให้ใช้งานได้เลยครับ

สีสันโดดเด่น โทนภาพดูสบายตา
Game – ทดสอบเล่นเกม
ในด้านของการเล่นเกมถึงแม้ HyperX Armada 27 จะรองรับ Refresh Rate สูงสุดที่ 165Hz แต่นั่นไม่ใช้ข้อจำกัดที่ทำให้จอตัวนี้นั้นแพ้จอรุ่นอื่นแต่อย่างใดทั้งการตอบสนองต่อการเล่นเกมและฟีเจอร์ที่ให้มาสำหรับการเล่นเกม ซึ่งค่า Input Lag ที่วัดได้จะอยู่ที่ 4.4 ms.

และจากการที่ผมได้สัมผัสทดสอบใช้งานอยู่ซักระยะหนึ่งพบว่าหากท่านเป็นคนที่เน้นเล่นเกมแบบทั่วไป ไม่ว่าจะเป็น FPS , MOBA หรือ RPG จอตัวนี้ก็ทำออกมาได้ดี ในด้านความลื่นไหลของภาพที่อยู่ในเกณฑ์ดีกว่าจอ 144Hz ซึ่งเป็นมาตรฐานในอดีตขึ้นมาอีกสเต็ปหนึ่งกับการใช้งานแบบ 165Hz

นี่คือข้อดีของแขนจับจอแบบ VESA Mount เราสามารถประกบจอเพิ่มได้อย่างสะดวก ใช้งานหลายหน้าจอได้แบบไม่ต้องเกะกะพื้นที่โต๊ะเพิ่มเลย

อ่านคอมเม้น หรือดูช่องแชทเวลาดูไลฟ์สตีมได้แบบเต็มตาสุดจอกันเลยทีเดียว
ส่วนด้านฟีเจอร์การใช้งานเกี่ยวกับเกม HyperX Armada 27 ก็ให้มาแบบพอประมาณ ไม่ว่าจะเป็นการรองรับ AMD FreeSync ช่วยแก้ปัญหาเวลาเฟรมเรตของเกมตก จะทำให้ไม่เกิดอาการภาพขาด หรือฟีเจอร์การจำลองเป้า Cross Hair บนหน้าจอ อันนี้ก็สามารถไปทดลองใช้งานกันได้
Conclusion – สรุป
สำหรับผมแล้วเจ้า HyperX Armada 27 ตัวนี้ถือเป็นอีกหนึ่งเกมมิ่งมอนิเตอร์ออกแบบมาฉีกกฏจากจอเล่นเกมทั่วไป ที่ต้องมีขาตั้งเทอะทะกินเนื้อที่โต๊ะ อีกทั้งคุณภาพในการใช้งานนั้นก็ไม่ได้ด้อยลงแต่อย่างใด จะเอาไปใช้เล่นเกม ดูหนัง ทำงาน จอรุ่นนี้ก็ถือว่าคุ้มค่า แถมประหยัดเงินที่ต้องซื้อแขนจับจอเพิ่มอีกด้วย ถือว่าเป็นมอนิเตอร์เกมมิ่งอีกหนึ่งตัวที่น่าจะเข้ามาตีตลาดได้เลยครับ
ข้อดีของ HyperX Armada 27
- รองรับความละเอียดภาพที่สูงสุดที่ 2K HDR ปรับจูนสีใกล้เคียงมาตรฐานมาตั้งแต่โรงงาน
- รองรับ Refresh Rate 165Hz มีฟีเจอร์ AMD FreeSync Premium
- มีแขนจับจอVESA Mount มาให้ตั้งแต่ต้น
- แขนจับจอแข็งแรง ยืดหยุ่นปรับตำแหน่งได้อิสระ
ข้อสังเกตของ HyperX Armada 27
- โหมดภาพ HDR ไม่สามารถปรับภาพได้ แต่สมดุลสีถือว่าเที่ยงตรงตั้งแต่ต้นอยู่แล้ว
- ไม่มีขาตั้งแบบตั้งโต๊ะ ต้องใช้งานแบบแขวนเท่านั้น
- พอร์ตช่องต่อมีจำนวนไม่มาก
- ไม่มี Speaker Built-in มาให้
HyperX Armada 27 ราคาเปิดตัว 17,990 บาท