ข้ามไปที่เนื้อหา
|

รีวิว Klipsch RSB-14 คมชัดดุดันหนักแน่น ช่องต่อจัดเต็ม รองรับทั้ง 4K HDR และ Wi-Fi

เขียนโดย: EDITOR LCDTVTHAILAND โพสต์เมื่อ: 11 Feb 2022 0 ความคิดเห็น

Soundbar & Wireless Subwoofer

Klipsch RSB-14

ราคา 29,900 บาท

เมื่อพูดถึง Klipsch สิ่งแรกที่แว่บเข้ามาในหัวเลยคือ โทนสีของแบรนด์นี้ที่เป็นสีทองแดงตัดกับสีดำ แล้วตามมาด้วยแนวเสียงดุดันสไตล์อเมริกัน อันเป็นเอกลักษณ์โดดเด่นจนกลายภาพเป็นที่ติดตาคนทั่วไป สร้างชื่อให้ Klipsch เป็นแบรนด์เครื่องเสียงอันดับต้นๆ ที่ใครต้องนึกถึง โดยเฉพาะชุดลำโพงระดับอ้างอิงอย่าง Klipsch Reference Series

ซีรี่ส์ Reference นี้ หลายท่านอาจจะคุ้นเคยในมาดของชุดลำโพงเต็มระบบขนาดใหญ่ สำหรับเติมเต็มห้องโฮมเธียเตอร์ สร้างอรรถรสการรับชมให้ใกล้เคียงกับโรงภาพยนตร์ ซึ่งจริงๆ แล้ว ซีรี่ส์นี้ไม่ได้มีแค่ชุดลำโพง ยังเอาใจผู้ที่รักการฟังเสียงในระดับคุณภาพ แต่อาจมีข้อจำกัดในเรื่องพื้นที่ งบประมาณ หรือต้องการความเรียบง่ายในการใช้งาน ด้วยซาวด์บาร์พลังดุ เติมเต็มความสนุกได้ไม่แพ้ชุดใหญ่ ในนามของซีรี่ส์ Reference เช่นเดียวกัน

เสียงทดสอบจริงของ Klipsch RSB-14

รุ่นเริ่มต้นอย่าง R-4B หรือจะรุ่นกลางของซีรี่ส์ R-10B ทางเราก็เคยรีวิวมาแล้ว (อ่านได้ที่ รวมรีวิวซาวด์บาร์ ) มาในครั้งนี้เป็นซาวด์บาร์รุ่นใหม่ใช้รหัสโมเดลว่า “RSB” และไม่ได้ธรรมดาแค่นั้น ยังเป็นรุ่นท็อปสุดในรุ่นโมเดลใหม่อีกด้วย มีชื่อว่า Klipsch RSB-14 ต่อยอดความสำเร็จ และปรับปรุงแก้ไขให้ทันสมัยมากยิ่งขึ้น มีอะไรแตกต่างเพิ่มเติมจากรุ่นก่อนหน้าบ้าง มาไล่กันทีละอย่างเลยดีกว่า เริ่มต้นที่….. !!

Design – การออกแบบ

Klipsch RSB-14 เป็นซาวด์บาร์ 2.1-Channel มาพร้อมซับวูฟเฟอร์ไร้สาย รูปลักษณ์ภายนอกของตัวซาวด์บาร์ แทบจะไม่แตกต่างจากโมเดลก่อนหน้าเท่าไรนัก ดีไซน์ทรงสี่เหลี่ยม มีความยาวขนาด 44 นิ้ว ความลึกและความสูงเท่ากันที่ 3.25 นิ้ว น้ำหนักเบาเพียง 4.54 กก. ตัวเครื่องมีสีดำล้วน ด้านหน้าเป็นตะแกรงอะลูมิเนียมแข็งแรง ตรงกลางด้วยเพลทโลโก้สีทองแดง ใต้โลโก้จะมีแถบปุ่มคำสั่งและจอแสดงสถานะการใช้งาน

รูปลักษณ์อันเป็นเอกลักษณ์ เห็นก็รู้ทันทีว่า Klipsch แน่นอน

เห็นบางๆ แบบนี้ ภายในอัดไปด้วยดอกลำโพงถึง 6 ดอก ประกอบด้วยคู่ทวีตเตอร์ขนาด 0.75 นิ้ว แบบ Tractrix Horn อันเป็นจุดเด่นของ Klipsch และวูฟเฟอร์ขนาด 2.75 นิ้ว ขนาบอยู่ข้างละ 2 ดอก หากเทียบกับรุ่นก่อนหน้าแล้ว RSB-14 ดอกลำโพงวูฟเฟอร์จะมีขนาดเล็กกว่านิดหน่อย กำลังขับสูงสุดอยูที่ 200W โดยรุ่นนี้สามารถตอบสนองย่านความถี่ตั้งแต่ 28Hz – 20KHz

ด้านหลังมีรูสำหรับแขวนผนังให้ด้วย

แถบด้านหน้าประกอบไปด้วยจอแสดงสถานะและชุดปุ่มคำสั่ง จอ LED แสดงสถานะนั้น มีขนาดที่เล็กมาก คอยแสดงสัญลักษณ์ต่างว่าขณะนี้ใช้งานช่องต่อแบบไหนอยู่ เช่น BluetoothAnalog หรือ HDMI ช่อง 1 เป็นต้น รวมถึงบอกสถานะการใช้โหมดเสียงด้วย ด้านล่างเป็นชุดปุ่มคำสั่งต่างๆ ปุ่มแรกมีไว้สำหรับปิดเสียง, ปุ่มเปิดการเชื่อมต่อด้วย Bluetooth, ปุ่มสำหรับช่องเชื่อมต่อ, ปุ่มลดเสียง และปุ่มเพิ่มความดังเสียง

จอแสดงผลเป็นแถบจอขนาดเล็กเหนือปุ่มต่างๆ

ส่วนช่องต่อต่างๆจะอยู่ทางด้านหลัง ซึ่งข้อแตกต่างอย่างยิ่งยวดจากรุ่นก่อนหน้าอยู่ตรงนี้แหละ นั่นคือช่องต่อ HDMI ที่หลายคนบ่นเสียดายมามากมายว่าทำไมไม่มีช่องต่อ HDMI ว่าแล้วก็เหมือนประชด ใส่ช่อง HDMI มาให้ถึง 4 ช่องเลยทีเดียว แบ่งเป็นอินพุต 3 ช่อง และเอ๊าท์พุต 1 ช่อง ทั้งหมดเป็นเวอร์ชั่น 2.0 /HDCP 2.2 รองรับ 4K Passtrough ด้วย ช่องต่ออื่นๆ ก็จะมีช่องเสียบสาย AUX, ช่อง USB (สำหรับอัพเดทเฟิร์มแวร์), ช่องต่อ Optical, ช่องเสียบสายไฟ และช่องต่อ Ethernet ซึ่งปุ่มเปิดการเชื่อมสัญญาณ Wi-Fi ก็อยู่ตรงจุดนี้เช่นกัน รองรับคลื่นสัญญาณ 2.4 GHz

ช่องต่อจัดเต็มแบบเวอร์วังอลังการมาก!

เป็นอีกหนึ่งการเปลี่ยนแปลงจากซาวด์บาร์โมเดลที่แล้วเลย กับรีโมทที่มีขนาดยาวกว่าเดิม แต่ปุ่มคำสั่งไม่ได้มีอะไรเพิ่มขึ้นเท่าไรนัก เพียงจำแนกออกมาให้ง่ายขึ้น ปุ่มคำสั่งหลักๆ จะมีปุ่มปิด/เปิดเครื่อง, ปุ่มสลับช่องเชื่อมต่อ, ปุ่มคำสั่งเล่นเพลง, ปุ่มเพิ่ม/ลดระดับเสียงซับวูฟเฟอร์, ปุ่มเพิ่ม/ลดระดับเสียงซาวด์บาร์, ปุ่มปิดเสียง และปุ่มสุดท้ายคือโหมดเสียงทั้ง 3 โหมด Dialog, Surround และ Night

ขนาดยาวใกล้เคียงกับรีโมททีวีทั่วไป

มาดูซับวูฟเฟอร์ไร้สายกันบ้าง ตัวตู้เป็นดีไซน์แบบเปิด ใช้วัสดุเป็น MDF ออกแบบให้ดอกลำโพงไฟเบอร์ขนาด 8 นิ้ว ยิงเสียงออกจากด้านข้างของตัวตู้ สัดส่วนซับวูฟเฟอร์มีหน้ากว้างเพียง 7 นิ้ว ด้านข้างมีความกว้าง 16 นิ้ว และความสูง 13.125 นิ้ว มีท่อคายเสียงอยู่ทางด้านหลัง ช่องต่อมีเพียงแค่ช่องต่อสายไฟก็อยู่ทางด้านหลังเท่านั้น ไม่รองรับการเชื่อมต่ออื่นๆ นอกจากนี้จะมีไฟ LED เล็กๆ คอยแสดงสถานนะการเชื่อมต่อด้วย

ขุมพลังสำคัญของชุดนี้ ดุดันตั้งแต่ดีไซน์ยันเสียง

Features – ลูกเล่น

ฟีเจอร์ลูกเล่นที่น่าสนใจของ RSB-14 นั้นคือสิ่งที่เพิ่มเติมมาจากซาวด์บาร์รุ่นก่อนหน้า 2 สิ่งใหญ่ๆ ได้แก่ การเชื่อมต่อผ่านสัญญาณ Wi-Fi และช่องต่อที่ให้มาอย่างครบครันจัดเต็ม มีทั้งช่องต่อ Ethernet และช่องอินพุต HDMI ถึง 3 ช่อง ซึ่งล้วนเป็น HDMI 2.0 /HDCP 2.2 ทั้งหมด รองรับสัญญาณภาพ 4K HDR เพื่อส่งผ่านไปยังทีวีได้

ภาพที่ผ่านซาวด์บาร์ยังสวยสดคมชัด ไม่ต่างจากต่อโดยตรง

ส่วนฟีเจอร์การเชื่อมต่อด้วยสัญญาณ Wi-Fi จะต้องเชื่อมต่อผ่านแอพพลิเคชั่น Klipsch Stream หรือ DTS Play-Fi บนสมาร์ทโฟน สามารถดาวน์โหลดได้ทั้ง iOS และ Android โดยวิธีการเชื่อมต่อนั้น ให้กดปุ่ม Wi-Fi ที่บริเวณจุดรวมช่องต่อด้านหลังเครื่อง กดค้างไว้ประมาณ 4 วินาที จนไฟ LED บริเวณปุ่มกดกระพริบเป็นจังหวะ ให้นำสมาร์ทโฟนของท่าน เชื่อมต่อไปยังแหล่งสัญญาณที่ชื่อว่า “PlayFiXXXXXXX” เพื่อจับคู่ระหว่างซาวด์บาร์กับสมาร์ทโฟน

หากเชื่อมต่อ Wi-Fi สำเร็จ จะขึ้นสัญลักษณ์ดังภาพ

เมื่อจับคู่เรียบร้อยให้เข้ามาที่แอพฯ ดังกล่าว (แอพฯ Klipsch Stream จะมีหน้าจอการใช้งานแบบเดียวกันกับ DTS Play-Fi) ตัวแอพฯ จะให้เลือกเครือข่าย Wi-Fi ที่ใช้ภายในบ้าน เพื่อให้อยู่ในเครือข่ายเดียวกัน เพียงเท่านี้ก็สามารถใช้งานแบบ Multiroom ได้แล้ว สามารถแบ่งกลุ่มใช้งานในเครือข่ายเป็นห้องต่างๆ รวมถึงจับคู่กับลำโพงอื่นๆ เพื่อจำลองระบบเสียงเซอร์ราวด์ก็ทำได้เช่นกัน

ใคร่ใช้งานบริการไหน ก็ฟังกันได้ตามสะดวก

นอกจากนี้ ตัวแอพฯ ยังรองรับการฟังเพลงผ่านบริการสตรีมมิ่งต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Tidal, Spotify, Deezer เป็นต้น หรือจะสตรีมมิ่งจากไฟล์เพลงในอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อ แม้กระทั่งดึงไฟล์เพลงจากแหล่งเก็บข้อมูลบนเครือข่ายก็ทำได้ ตอบโจทย์ผู้ที่ชื่นชอบการฟังเพลงความละเอียดสูงได้เป็นอย่างดี เพราะการใช้งานสตรีมมิ่งนี้ สามารถสตรีมมิ่งเพลงความละเอียดสูงสุดที่ 24-Bit/192kHZ เลยทีเดียว

Sound – เสียง

รู้จักสเปคและฟีเจอร์ต่างๆ ของ Klipsch RSB-14 กันไปแล้ว คราวนี้มาดูในเรื่องของเสียงกันบ้างดีกว่า เริ่มต้นทดสอบคุณภาพเสียงผ่านภาพยนตร์แอ็คชั่นอันเป็นแนวถนัดของ Klipsch ด้วยเรื่อง “Suicide Squad ทีมพลีชีพมหาวายร้าย” ที่มีจุดเด่นเรื่องภาพ HDR กับฉากต่อสู้ที่หวือหวาทั้งภาพและเสียง

สิ่งประทับใจอย่างแรกนั้นไม่ใช่เรื่องเสียง แต่เป็นความสามารถของ 4K Passtrough ส่งผ่านสัญญาณภาพ 4K HDR จากเครื่องเล่นไปยังทีวี ให้ภาพคมชัดสมบูรณ์ไม่บกพร่อง โดยเฉพาะความเจิดจรัสของ HDR ยังสาดแสงให้แสบตาได้ราวกับต่อเครื่องเล่นเข้าทีวีโดยตรง หมดกังวลในเรื่องการส่งผ่านสัญญาณภาพไปได้เลย

สังเกตรายละเอียดของตัวละคร คมชัดละเอียดไม่บกพร่อง

RSB-14 รองรับรหัสเสียงจาก Dolby Audio เท่านั้น ไม่รองรับฝั่ง DTS ในฉากการปะทะกับบรรดาผู้ต้องคำสาป ต้องบอกเลยว่าซาวด์บาร์เครื่องนี้สู้เสียงแอ็คชั่นได้อย่างยอดเยี่ยม โดยเฉพาะเสียงปืนที่มีน้ำหนัก ไม่แห้งบางป็อกแป็กให้เสียอารมณ์ การต่อยตีก็เช่นกัน ความกระแทกกระทั้นของเสียง ชวนรู้สึกได้ถึงความแรงและน้ำหนักในการโจมตีแต่ละที สะใจคอหนังบู๊ที่มักจะหมดอารมณ์กับกับเสียงต่อสู้แบบแห้งๆ

สิ่งที่น่าประทับใจอีกอย่างคือซับวูฟเฟอร์ สามารถให้ความดุดัน อึกทึกคึกโครม และมีความไวสูง ยิ่งผสานกับทวีตเตอร์ Tractix Horn อันเลื่องชื่อด้านประกายเสียงระยิบยับ จนเกิดไดนามิกเสียงที่กว้างจนสัมผัสได้ เสียงต่ำก็ลึกยาว เสียงสูงก็ขับประกายโชดช่วงไม่แข็งทื่อ มีสมดุลย์ไม่โดดไปมาอย่างน่าตกใจ จึงไม่ใช่เรื่องยากที่จะทำให้การรับชมได้เสียงที่เป็นธรรมชาติ

ซึ่งธรรมชาติในทีนี้นั้น ให้ความหมายตรงตัวเลย หมายถึงได้เสียงที่ใกล้เคียงกับเสียงจริงๆ ไม่ปรุงแต่งให้ผิดเพี้ยน เช่น เสียงลมตามธรรมชาติที่เราได้ยิน ไม่ได้มีแค่เสียงหวีดแห้งๆ ยังมีเสียงเบสจากมวลของอากาศที่เคลื่อนไปมาแรงๆ เจ้า RSB-14 สามารถเติมเต็มเสียงลมให้เป็นธรรมชาติ ไม่ฟังดูแห้งได้

อาจเพราะด้วยเหตุดังกล่าว จึงไม่มีฟังก์ชั่น EQ หรือการปรับแต่งย่านเสียงใดๆ มาให้ แต่การรับฟังแบบธรรมดา ไม่เปิดโหมดใดๆ ก็แสดงถึงความเจนจัดหนักแน่นอันเป็นเอกลักษณ์ของ Klipsch ซีรี่ส์ Refernce อย่างชัดเจน ซึ่งโหมดเสียงนั้นมีอยู่ 3 โหมด ได้แก่ โหมด DialogSurround และ Night สำหรับปรับแต่งเสียงเพื่อความสะดวกในการรับชม

จะเล่นเกมแนวฟุตบอลให้ฟิน เสียงเตะลูกฟุตบอลต้องหนักแน่น ให้รู้สึกถึงน้ำหนักของการยิง

หลังจากได้ทดสอบแล้ว จะขอแนะนำการใช้โหมดเสียงสักหน่อย เริ่มที่โหมด Dialog โหมดนี้จะเป็นการเสริมเสียงย่านกลางหรือเสียงพูดขึ้นมา เชื่อว่าหลายท่านต้องเคยเจอปัญหาเรื่องเสียงในภาพยนตร์ตูมตามเสียงดังมาก แต่เสียงสนทนาในฉากกลับเบาหวิว จนต้องเพิ่มลดเสียงบ่อยๆ โหมด Dialog นี้แหละจะมาแก้ปัญหาดังกล่าว โดยที่เสียงย่านอื่นๆ ไม่ได้ตกลงเลย

ถึง RSB-14 จะเป็นซาวด์บาร์ 2.1-Channel แต่อย่าเพิ่งตัดสินใจว่าไม่สามารถให้มิติเสียงในการรับชมได้ เพราะโหมด Surround จะมาขยายขอบเขตและมิติของเสียงให้กว้างขึ้น ในรูปแบบของสนามเสียง จากที่เคยยิงเสียงตรงๆ เมื่อปรับโหมดนี้ พื้นที่ของเสียงจะขยายองศามากขึ้น รู้สึกถึงความใกล้ไกล เช่นฉากสุดท้ายของ Suicide Squad ที่ตัวร้ายแว่บไปแว่บมา ซาวด์บาร์สามารถให้ตำแหน่งเสียงได้มีระยะห่างชวนอินกับฉากจริงๆ ส่วนโหมดสุดท้าย Night ก็ตามชื่อเลย สำหรับการรับชมตอนกลางคืน โดยจำกัดความคึกโครมของเบสและปริมาณเสียงเอาไว้ ไม่ให้รบกวนข้างบ้านนั่นเอง

รับชมคอนเสิร์ต Lady Gaga ที่เป็นแนว Pop Dance ซาวด์บาร์ก็ให้ความคึกคักสนุกสนาน เก็บบรรยากาศมาครบถ้วน หากเปิดในโหมด Surround แล้ว พื้นที่เสียงถูกขยายให้กว้าง เสมือนจำลองฮอลล์คอนเสิร์ตขนาดย่อมขึ้นมา

อย่างที่บอกไปแล้วว่า RSB-14 ได้เพิ่มฟีเจอร์ใหม่เข้ามาเป็นการสตรีมมิ่งไร้สายผ่านสัญญาณ Wi-Fi มีหรือจะไม่ทดสอบ โดยการจะฟังเพลงผ่าน Wi-Fi ได้ จำต้องใช้งานผ่านแอพพลิเคชั่น Klipsch Stream หรือ DTS Play-Fi (วิธีใช้งานอ่านได้จากหน้าก่อน) ด้วยวิธีนี้ ทำให้สามารเพลิดเพลินไปกับเพลง Hi-Res ความละเอียดสูงถึง 24Bit/192kHz

ซาวด์บาร์สามารถตอบสนองได้ทุกย่านเสียง ทดสอบด้วยเพลงหนักๆ สไตล์แทรชเมทัลอย่าง Metallica ที่ซาวด์กีต้าร์แตกละเอียดคอยขยี้โสตประสาท RSB-14 ก็จัดเต็มให้ความมันแบบถึงพริกถึงขิง ถึงจะเป็นลำโพงแนวเสียงจัดจ้านหนักแน่น ก็ไม่ได้แปลว่าจะฟังแล้วไม่สบายหู เพราะซาวด์บาร์สามารถให้เสียงที่มีความคม กระชับ สะอาด ไม่รกรุงรังจนรู้สึกระคายหู

ใครว่าเพลงเมทัลไม่เหมาะต่อการทดสอบเครื่องเสียง สามารถเช็คความสะอาดคมชัดของเสียงได้เป็นอย่างดีเลยล่ะ

อย่าเพิ่งคิดว่าจะเป็นแนวดุดันอย่างเดียว เพลงแนวป็อปฟังสบาย หรืออะคูสติกใสๆ ก็ให้ความใสกระจ่าง ฟังสบายลื่นหู ไร้ความเสียดทาน ซึ่งการเชื่อมต่อผ่านสัญญาณ Bluetooth เองก็ใช้จะธรรมดา เพราะมีคำว่า apt-X พ่วงหลังด้วย เสริมศักยภาพในการรับส่งรหัสเสียงให้สูงขึ้น แต่กระนั้น ตัวอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อก็ต้องรองรับ apt-X แม้คุณภาพเสียงอาจไม่เท่าการเชื่อมต่อผ่าน Wi-Fi แต่เสียงที่ได้จัดว่าอยู่ในเกณฑ์ดี ยังให้เบสที่ชัดเจน เว้นเพียงรายละเอียดหรือประกายเสียง ไม่แหลมคมระยิบระยับเท่าการเล่นผ่าน Wi-Fi อ่านไปอาจยังไม่เห็นภาพ ไปรับชมคลิปทดสอบเสียงจริงกันเลยดีกว่า…

เสียงทดสอบจริงของ Klipsch RSB-14

Conclusion – สรุป

ต้องยอมรับเลยว่าไลน์อัพซาวด์บาร์รุ่นใหม่ของ Klipsch ประจำปี 2017 นี้ มาเพื่อเขย่าวงการซาวด์บาร์จริงๆ โดยเฉพาะ RSB-14 ที่จัดหนักจัดเต็มด้วยการเชื่อมต่อที่หลากหลายและทันสมัย ไม่ว่าจะเป็น HDMI ที่มีช่องอินพุตถึง 3 ช่อง สามารถส่งสัญญาณภาพ 4K HDR ได้ทุกช่อง และการเชื่อมต่อ Wi-Fi สำหรับการใช้งานแบบ Multi-room ขยายซิสเต็มให้ใหญ่ขึ้นเพีงแค่เพิ่มลำโพงเข้าไป รวมถึงคุณภาพเสียงที่มีเอกลักษณ์ไม่ซ้ำใคร ให้ประสบการณ์การฟังที่ยอดเยี่ยมโดยไม่จำเป็นต้องปรุงแต่งใดๆ ในราคาที่สมเหตุสมผล เอาอยู่ทั้งการดูหนังหรือจะฟังเพลง คงคอนเซ็ปต์ของ Reference Series เอาไว้เลยว่า “ให้เสียงระดับอ้างอิง สมจริงเป็นธรรมชาติ สร้างอารมณ์รับชมใกล้เคียงกับโรงภาพยนตร์

ถูกใจทั้งคอเพลงและคอภาพยนตร์ อีกหนึ่งซาวด์บาร์ที่เจนจัด มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว

ข้อดีของ Klipsch RSB-14
1. คงเอกลักษณ์ความดุดันหนักแน่น ตอบสนองทุกย่านเสียงได้อย่างยอดเยี่ยม มีช่วงไดนามิกที่กว้าง แต่สมดุลย์อย่างน่าประทับใจ
2. ช่องต่อครบครันทันสมัย ช่องต่อ HDMI เยอะมาก แถมรองรับ 4K HDR Passtrough
3. รองรับการใช้งานแบบ Multi-room และการสตรีมมิ่งเพลง Hi-Res ผ่านสัญญาณ Wi-Fi 2.4GHz

ข้อเสียของ Klipsch RSB-14
1. บริเวณช่องต่อ HDMI ค่อนข้างคับแคบไปสักนิด อาจยากต่อการเสียบหรือถอดสาย
2. หน้าจอแสดงผลมีขนาดเล็ก มองเห็นได้ยากแม้อยู่ในระยะรับชม และไม่มีค่าแสดงผลสำหรับบอกระดับเสียง
3. ไม่รองรับการเล่นไฟล์ผ่าน USB Drive แต่แทบไม่จำเป็น เพราะใช้งานผ่านการเชื่อมต่ออื่นๆ ที่ครบครันได้

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
บริษัทซาวด์รีพับลิคจำกัด (บริษัทโฮม ไฮ-ไฟ จำกัด)
โทร. 02-448-5489, 02-448-5465-6
www.sound-republic.com

Sample Image Gallery

SPRING SUMMER LOOKBOOK

Sample Block Quote

Praesent vestibulum congue tellus at fringilla. Curabitur vitae semper sem, eu convallis est. Cras felis nunc commodo eu convallis vitae interdum non nisl. Maecenas ac est sit amet augue pharetra convallis.

Sample Paragraph Text

Praesent vestibulum congue tellus at fringilla. Curabitur vitae semper sem, eu convallis est. Cras felis nunc commodo eu convallis vitae interdum non nisl. Maecenas ac est sit amet augue pharetra convallis nec danos dui. Cras suscipit quam et turpis eleifend vitae malesuada magna congue. Damus id ullamcorper neque. Sed vitae mi a mi pretium aliquet ac sed elitos. Pellentesque nulla eros accumsan quis justo at tincidunt lobortis deli denimes, suspendisse vestibulum lectus in lectus volutpate.
ถัดไป
ก่อนหน้า

แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็นในบล็อกทั้งหมดจะถูกตรวจสอบก่อนที่จะเผยแพร่

ขอบคุณสำหรับการสมัคร!

อีเมลนี้ได้รับการลงทะเบียนแล้ว!

เลือกซื้อรูปลักษณ์

ตัวเลือก

Have Questions?
Back In Stock Notification

ฝากอีเมลของคุณไว้ แล้วเราจะแจ้งให้ทราบทันทีที่สินค้า/รุ่นสินค้ามีในสต็อกอีกครั้ง

ถูกเพิ่มลงในตะกร้าสินค้าของคุณ

ตัวเลือก

this is just a warning

รีเซ็ตรหัสผ่าน

กรุณากรอกอีเมลที่คุณเคยลงทะเบียนไว้