รีวิว LG 86QNED99SQB ทีวี 8K รุ่นใหญ่ไซส์ยักษ์ คุมดำดี สว่างทะลุ 3,000 nits

นับเป็นอีกหนึ่งเจเนอเรชั่นที่ LG QNED 8K เปิดตัวออกมาซึ่ง QNED99SQB ถือเป็นรุ่นใหม่ล่าสุดประจำปี 2022 ของไลน์อัพ QNED Mini LED
ที่มีการต่อยอดอัพเกรดทั้งด้านภาพและการใช้งาน จะมีส่วนไหนที่น่าสนใจบ้างติดตามได้ในรีวิวนี้เลยครับ
สเปคเบื้องต้นของ LG 86QNED99SQB
- หน้าจอขนาด 86″
- ความละเอียด 8K (7680 x 4320) รองรับ HDR10, Dolby Vision
- Refresh Rate 8K60Hz , 4K@120Hz( VRR , FreeSync )
- พาเนล ADS QNED Mini LED
- สมาร์ททีวี webOS 22
- กำลังขับลำโพง 60W 4.2 ch รองรับสัญญาณเสียง Dolby Atmos (eARC)
Design – การออกแบบ
ดีไซน์โดยรวมยังคงความเป็นเอกลักษณ์ของทีวี LG QNED Mini LED มาในโทนสี Light Steel Silver ดูเรียบง่ายหรูหรา หน้าจอใหญ่สะใจถึง 86” อัดแน่นด้วยหลอดไฟ Mini LED Backlight มาเต็มแผงหลัง ฐานตั้งมาในทรงพระจันทร์เสี้ยวขนาดกว้าง แข็งแรงรับน้ำหนักหน้าจอได้ และมีพื้นที่สำหรับวางซาวด์บาร์ขนาดไม่ใหญ่มากตรงกลาง


ขอบจอบางให้ความรู้สึกโล่งสายตา เหมือนภาพลอยอยู่บนอากาศ

ตัวจอบางกำลังพอดี

ตัวฐานมีขนาดกว้างอาจต้องคำนึงถึงชั้นวาง

ด้านล่างกลางจอมีไฟสถานะและปุ่มเปิด-ปิดเครื่อง
ด้านหลังพื้นผิวแบบเรียบ มีการเจาะรูระบายอากาศพร้อมซ่องต่อสัญญาณอยู่ที่มุมด้านขวา พร้อมช่องเก็บสายสัญญาณที่คอขาตั้ง

Magic Remote รุ่นใหม่ใช้งานง่าย จับกระชับมือ มีปุ่มลัดเข้าแอปฯ Netflix, Prime Video, Disney+ พร้อมปุ่มคำสั่งเสียง Google Assistant และในรุ่นนี้ตัวรีโมทก็รองรับฟีเจอร์ NFC เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

Connectivity – ช่องต่อ
ช่องเชื่อมต่อ HDMI ทั้งหมดเป็นเวอร์ชั่น 2.1 รองรับ ARC/eARC ที่ HDMI 2 พร้อมช่องเชื่อมต่ออื่นๆ เช่น Optical Out, USB, Antenna, LAN มาให้ใช้งานอย่างครบครัน ซึ่งในรุ่นใหม่ๆ มักจะตัดช่องต่อ AV in ออกไปหมดแล้ว


ช่องต่อทั้งหมดของ LG 86QNED99SQB
| HDMI™ In | 4 (ด้านข้าง) เป็น HDMI 2.1 ทั้งหมด |
| USB | 1 (ด้านข้าง), 2 (ด้านล่าง) |
| Ethernet | 1 (ด้านล่าง) พร้อม Wi-Fi Built-In |
| Antenna In | RF (Antenna) In1 (ด้านล่าง) พร้อม DVB-T2 Digital Tuner |
| Digital Audio Out | 1 (Optical ด้านล่าง) |
| Bluetooth Audio | Yes |
Extra – เพิ่มเติม
ระบบ webOS ถือเป็นอีกหนึ่งจุดเด่นของทีวี LG ในปี 2022 นี้ก็เป็นเวอร์ชั่น 22 ยังคงใช้งานง่ายควบคู่กับ Magic Remote มีการปรับเปลี่ยนหน้าต่าง Interface ให้สวยงามเข้าถึงแอปฯ ต่างๆ สะดวก อีกทั้งในเวอร์ชั่นนี้เรายังสามารถแบ่งโปรโฟล์ผู้ใช้งานบนทีวีได้อีกด้วย เหมาะใครที่ต้องการความเป็นส่วนตัวในการใช้งานหรือดูคอนเทนต์ต่างๆ
มีการคัดคอนเทนต์จากแอปฯ ต่างๆ ขึ้นมาแนะนำให้รับชม

Air Mouse ใช้งานง่ายอยากเข้าแอปฯ ไหนเลื่อนไปแล้วกดเลือกได้เลย
รองรับคำสั่งเสียงผ่าน Google Assistant และ ThinQ AI ทั้งภาษาไทย – อังกฤษอยากค้นหาอะไรพูดสั่งได้เลย

แอปฯ ยอดนิยมมีให้รับชมครบ ไม่ว่าจะคอหนังหรือซีรีส์ทั้ง ไทย จีน เกาหลี อเมริกา รวมถึงแอปฯ สำหรับสายการ์ตูนอนิเมะอย่างแอปฯ Bilibili ก็มีให้รับชมแล้วเช่นกัน

แอปฯ Bilibili มีการ์ตูนอนิเมะให้ดูเพียบ

Netflix รองรับภาพและเสียงแบบ Dolby Vision / Dolby Atmos (DD+)

แอปฯ กำลังมาแรงอย่าง Disney+ Hotstar Thailand ก็มีรองรับภาพ 4K Dolby Vision
(ปุ่มลัดบนรีโมทเข้าสู่หน้าเว็บไซต์แทนยังไม่ได้เข้าสู่แอปฯ ต้องรอการอัปเดตเฟิร์มแวร์)
ส่งภาพจากมือถือ iPhone ขึ้นไปบนทีวีภาพใหญ่ยักษ์ได้ง่ายๆ ผ่าน AirPlay 2

โยนเกม One Piece Bounty Rush จาก iPhone ขึ้นไปเล่นบนทีวี 86″ ได้เลย
Picture – ภาพ
LG 86QNED99SQB ถือเป็นทีวี ความละเอียดภาพ 8K (7680x4320p) ที่ผนึกกำลังกับเทคโนโลยี Quantum Dot NanoCell Mini LED Backlight เป็นหลอดไฟขนาดจิ๋ว จำนวนมากเรียงตัวกันเพื่อให้ความสว่างและขอบเขตสีที่มากและกว้างยิ่งขึ้น ซึ่ง Dimming Zone ของ 86QNED99SQB ตัวนี้จะอยู่ประมาณ 2,400 Zone ส่งผลให้การเก็บรายละเอียดฉากมืดหรือพื้นหลังสีดำทำได้ละเอียดมากยิ่งขึ้น และให้ความสว่างสูงสุด หรือ Peak Brightness ได้ถึง 3,100 nits จากการทดสอบค่าระดับ Local Dimming ที่แนะนำให้ใช้งานคือ Low เนื่องจากเวลาภาพเคลื่อนไหวไปมาแบบรวดเร็วจะไม่ส่งผลให้แสงวูบวาบจนเกินไป

ภาพเปรียบโครงสร้างระหว่าง LED vs Mini LED
เสริมมุมมองการรับชมภาพให้กว้างขึ้นด้วยพาแนลหน้าจอ ADS (Advanced Super Dimension Switch) ไม่ว่าจะรับชมจากมุมไหนของห้อง สีสันของภาพยังคงสดอิ่มเฉกเช่นเดิม ไม่จำเป็นต้องนั่งแต่มุมตรงอย่างเดียวเท่านั้น



ขับประสิทธิภาพด้วยชิปประมวลผลรุ่นใหม่ล่าสุดอย่าง α9 Gen5 AI Processor 8K ที่ช่วย Upscaling ภาพ 4K ไปเป็น 8K หรือรับชมกับคอนเทนต์ที่มีความละเอียดภาพ 8K แบบ Native จะช่วยแสดงศักยภาพที่แท้จริงของทีวี ออกมาได้เต็มประสิทธิภาพมากที่สุด สังเกตจากรายละเอียดของขนนกที่คมและแยกแยะออกจากกันได้ ซูมดูภาพใกล้แบบนี้ก็ยังคมชัด


ในด้านของความเที่ยงตรงของสีจากโหมดภาพของ 86QNED99SQB นั้นแบ่งเป็น 2 ประเภท คือการรับชมแบบ SDR และ HDR
– SDR –
Rec.709 – Post ColorChecker

SDR – Post Calibration

SDR – Pre Calibration

หลังจากที่ทำการ Calibrate โหมดภาพ Filmmaker ปรากฏว่าค่า Delta E (Color Space) ดีขึ้นอยู่ที่ 1.2 และ DeltaE (Grayscale) อยู่ที่ 0.7 ถือว่าทำสมดุลของภาพนั้นเข้าใกล้มาตรฐานขึ้นไปอีก
– HDR –
ในส่วนการแสดงผลแบบ HDR โหมดภาพที่ให้ค่าความเที่ยงตรงและใกล้เคียงมาตรฐานภาพที่สุดคือ Filmmaker จะมีค่า Delta E (Colo rSpace) อยู่ที่ 3.3 และ Delta E (Grayscale) อยู่ที่ 4.9 สมดุลภาพอยู่ในเกณฑ์ดีตั้งแต่ต้น มีขอบเขตสีกว้างถึง 94.95% ของมาตรฐานภาพ DCI-P3 อีกทั้งยังทำความสว่างสูงสุดได้ถึง 3,169 nits หากเทียบตามหลักเกณฑ์ภาพแล้วถือว่า 86QNED99SQB ตัวนี้ผ่านมาตรฐาน Ultra HD Premium
P3 – Post Saturation Sweeps

HDR – Post Calibration

HDR – Pre Calibration

หลังจากทำการ Calibrate ปรากฏว่าโหมดภาพ Filmmaker มีค่าสมดุลแสงสีของภาพที่ใกล้เคียงมาตรฐานภาพและดีที่สุดเช่นเคยโดยมีค่า DeltaE (ColorSpace) อยู่ที่ 3.8 และ DeltaE (Grayscale) อยู่ที่ 3.3

ภาพเป็นธรรมชาติ เฉกเช่นผู้กำกับต้องการให้สัมผัส
แต่หากรับคอนเทนต์ที่ใช้มาตรฐานภาพเป็น Dolby Vision โหมดภาพจะถูกปรับเปลี่ยนลดลง ซึ่งโหมดภาพที่ผมแนะนำให้ใช้หลักคือ Dolby Vision Cinema Home จะเหมาะกับรับชมในห้องสว่าง แต่หากรับชมในห้องที่มีแสงสลัวลงมาหน่อยโหมดภาพที่แนะนำคือ Dolby Vision Cinema ครับ

สำหรับฟีเจอร์แทรกเฟรมภาพเคลื่อนไหวหรือ TruMotion ในปีนี้ยังคงมีมาให้เช่นเคย โดยผมแนะนำให้ปรับค่า D-Judder เป็น 3 จะช่วยให้ภาพเคลื่อนไหวลื่นอยู่ในเกณฑ์กำลังดี ดูแล้วยังมีความเป็นธรรมชาติอยู่

ลองรับชมกับภาพยนตร์ที่มีฉากเคลื่อนไหวไวๆ ก็ยังเอาอยู่ไม่รู้สึกว่าภาพกระดุกหรือลื่นไหลจนเกินจริง
Game Mode – การเล่นเกม
จริงอยู่ที่ 86QNED99SQB ตัวนี้รองรับความละเอียดภาพสูงสุดอยู่ที่ 8K@60Hz ซึ่งมีเพียงแค่ PC ที่สเปกการใช้งานสูงๆ เท่านั้นที่จะสามารถขับประสิทธิภาพเกมออกมาได้ในความละเอียดเท่านี้ แต่เครื่องเกม Console ในปัจจุบันที่กำลังนิยมกันอย่างพวก Xbox Series X / PlayStation 5 นั้นรองรับภาพได้สูงสุดที 4K@120Hz เจ้า 86QNED99SQB ก็รองรับความละเอียดภาพที่ 4K พร้อม Refresh Rate 120Hz เช่นกัน



นอกจากนี้ LG ยังคงใส่ใจคอเกมเช่นเคยโดยมีโหมดภาพ Game Optimizer พร้อม Game Dashboard มาให้เช่นเคย ภายในจะมีการตั้งค่าภาพสำหรับการเล่นเกมโดยเฉพาะ มีฟีเจอร์ป้องกันการเกิดภาพฉีกขาดอย่าง FreeSync Premium ซึ่งการใช้งานโหมดเกมนี้จะช่วยลดค่าความหน่วงต่อการตอบสนองจอยโดยมีค่า Input Lag อยู่ที่ 14.5 ms สำหรับการแสดงผลแบบ 60Hz และหากใช้งานแบบ 120Hz การตอบสนองก็จะยิ่งรวดเร็วขึ้นไปอีก

เล่นเกมบนจอยักษ์ใหญ่ 86” แบบนี้ถือว่าฟินเต็มตากันไปเลย
Sound – เสียง
ด้วยขนาดจอที่ใหญ่เสียงที่ให้มาก็ถือว่าจัดเต็มเช่นกันด้วยลำโพง 4.2 Ch 60W ที่มาพร้อมกับ Woofer ถือว่าคุณภาพเสียงที่ได้ออกมาน่าประทับใจไม่น้อยสำหรับทีวีใช้ดูหนังในห้องที่ขนาดไม่ไหญ่เกินไปเสียงก็ยังเอาอยู่ หรือจะฟังเพลงเนื้อเสียงและเบสก็ถือว่าดีอยู่พอประมาณ

แต่หากใครที่ต้องการรับฟังเสียงแบบ Dolby Atmos/TrueHD แบบเต็มประสิทธิภาพก็สามารถเชื่อมต่อ HDMI eARC เพื่อ Pass-through เสียงไปยังชุดโฮมเธียเตอร์หรือลำโพงซาวด์บาร์ได้

Conclusion – สรุป
LG 86QNED99SQB ถือเป็นทีวี 8K ที่สานต่อเทคโนโลยี Quantum Dot NanoCell Mini LED Backlight จากเจเนอเรชั่นก่อน ถูกนำมาพัฒนาและปรับปรุงให้ดีมากขึ้นทั้งเรื่องของภาพที่คุมโซนเนียนขึ้น ทำความสว่างได้สูงกว่าเดิมพอสมควร รวมชิปประมวลผลที่รวดเร็วกว่าเก่า อัดแน่นมาพร้อมกับ HDMI 2.1 ทั้ง 4 ช่อง รองรับการใช้งานทั้งปัจจุบันและอนาคต ใครที่มีงบถึงบอกเลยว่าต้องโดนแล้วครับ ไม่ผิดหวังแน่นอน
ข้อดีของ LG 86QNED99SQB
- เป็นทีวีขนาด 8K ขนาด 86” ที่มีมาตรฐานภาพอยู่ในเกณฑ์ที่ดีอีก 1 รุ่น
- มี HDMI 2.1 ทั้ง 4 ช่อง รองรับ 4K@120Hz HDR, Variable Refresh Rate (VRR), Auto Low Latency Mode (ALLM) และ eARC 1 ช่อง
- โหมดภาพสมดุลสีใกล้เคียงมาตรฐาน แกะกล่องใช้ได้เลย
- ลำโพงเนื้อเสียงดี ใช้แทนซาวด์บาร์รุ่นเริ่มต้นได้
- Magic Remote ใช้งานง่าย จับถนัดมือ
ข้อจำกัดของ LG 86QNED99SQB
- คอนเทนต์ 8K มีให้รับชมน้อย
- ปุ่มลัด Disney+ ยังไม่สามารถเข้าสู่แอปฯ ได้ (แนะนำให้เข้าจากแอปฯ ที่หน้าหลัก)
- ไม่มีช่อง AV In แล้ว
- ฐานตั้งมีขนาดใหญ่ต้องคำนึงถึงชั้นวาง
LG 86QNED99SQB
ราคา 239,990 บาท รับประกัน 3 ปีเต็ม
“เมื่อลงทะเบียน ผลิตภัณฑ์ ในเว็บ lg.com/th”
