รีวิว Pioneer X-CM56 เสียงหวานอบอุ่น ฟังได้ทุกอิริยาบถของอารมณ์เพลง
Pioneer X-CM56
MINI STEREO SYSTEMS

กลับมาอีกครั้งกับชุด Mini-Component System จาก Pioneer ที่ส่งตรงจากแดนปลาดิบ ซึ่งชุดเครื่องเล่น CD ตัวที่เราจะนำมารีวิวให้ได้รับชมกันในครั้งนี้ถือว่ามีขนาดเล็กกระทัดรัดจริงๆ โดยจะมีขนาดที่ต่างกับเจ้า Pioneer DVD Mini-Component รุ่น X-RSM410DVH ที่กระผมได้เคยรีวิวไปแล้วก่อนหน้านี้ ถ้าหากเทียบกันแล้ว Pioneer X-CM56 จะมีขนาดที่กระทัดรัดมุ้งมิ้งอย่างเห็นได้ชัด พร้อมทั้งยังสามารถใช้เป็นของตบแต่งบ้านไปได้ในตัวอีกด้วย
Pioneer X-CM56 เป็นเครื่องเล่นที่รองรับการเล่นไฟล์เพลงผ่านทางแผ่น CD, USB และยังสามารถสรีมมิ่งเพลงแบบไร้สายมาที่ตัวของมันโดยผ่านทางสัญญาณ Bluetooth 4.1 [A2DP/AVRCP] รวมทั้งรองรับความสามารถในการจับคู่ระหว่างอุปกรณ์ Smart Device ผ่านทาง NFC ได้อีกด้วยนะ ในส่วนของสีสันจะมีให้เลือกทั้งหมด 4 สี คือ สีดำ, สีฟ้า (คราม), สีแดง (ชมพู) และสีขาว
Features of Pioneer X-CM56
Functions
– CD/Bluetooth/FM/AM/USB/Audio In
Amplification
– Class D Amplifier (Digital Amplifier)
– Power Output: 15 W + 15 W (1 kHz, 10 % THD, 8 ohms)
Audio
– FM/AM Tuner (FM: 30, AM: 15 Presets)
– Sound Control (Bass/Treble)
– Sound Preset Equalizer (Flat/Active/Dialog/Night)
– Bass Enhancer (P.BASS)
Playback Media/PC Files
– CD-Audio, CD-R/-RW (MP3)
– USB Device (MP3)
Design – การออกแบบ
สำหรับชุดเครื่องเล่น Mini-Component รุ่นนี้ถือว่าเป็นอีกหนึ่งตัวที่น่าจับตามองถ้าหากเทียบกับเครื่องเล่นตัวอื่นๆ ในระดับราคาใกล้เคียงกัน เพราะว่าทาง Pioneer นั้นได้ทำการบ้านเรื่องของงานออกแบบมาได้อย่างเฉียบแหลม ซึ่งเห็นได้จากการที่ลำโพงของเจ้า Pioneer X-CM56 ที่สามารถใช้งานได้ทั้งแบบแนวตั้งและแนวนอน โดยที่การใช้งานแต่ละแบบจะยังคงกลมกลืนกับตัวเครื่องเล่นอยู่เฉกเช่นเดิม

ด้านหน้าของกล่องที่บรรจุทั้งตัวเครื่องเล่นและตู้ลำโพงมานั้นจะมีการสรีนให้เห็นหน้าตาของชุดเครื่องเล่นตัวนี้ โดยกระผมเข้าใจว่าสีของตัวเครื่องเล่นกับหน้ากล่องนั้นน่าจะตรงกันนะ

เมื่อทำการแกะทั้งตัวเครื่องเล่นและตู้ลำโพงออกมาประกอบร่างจะได้หน้าตาดังภาพด้านบน ซึ่งในภาพนี้กระผมได้ลองจัดวางให้เหมือนกับรูปที่โชว์อยู่หน้ากล่อง
โดยที่ตัวของตู้ลำโพงและเครื่องเล่นจะเห็นได้ว่าที่บริเวณด้านนอกรอบๆ ตัวบอดี้จะมีการใช้วัสดุที่เป็น MDF และแปะด้วยไวนิลลายไม้ จึงทำให้เมื่อเรานำเอาอุปกรณ์ทั้ง 3 ส่วนมาประกบเข้าหากันจะมีความกลมกลืนเป็นหนึ่งเดียวกันอย่างเห็นได้ชัด

แว๊บ… มาดูที่รูปร่างของตัวตู้ลำโพงทั้งด้านหน้าและด้านหลังกันบ้างดีกว่า ตัวตู้ลำโพงนั้นจะเป็นแบบตู้เปิดและที่ด้านหน้าจะใช้ผ้าสังเคราะห์ที่มีความบางเพื่อให้เสียงสามารถพุ่งกระจายออกมาได้สะดวก
สำหรับตู้ลำโพงนั้นจะทำมาจากไม้สังเคราะห์ MDF ที่มีความหนาแน่นสูงและปิดพื้นผิวด้วยไวนิลลายไม้ ถือว่าดูสวยสะอาดมากๆ แต่ถ้ามาดูที่ด้านหลังจะเห็นได้ว่ายังเก็บรอยต่อตามตะเข็บของขอบแผ่นไม้แต่ละแผ่นยังไม่ค่อยเนียบเท่าที่ควร และเนื่องด้วยที่พื้นผิวบริเวณด้านนอกจะไม่ใช่ลายไม่จริงๆ แต่เป็นการแปะด้วยไวนิล จึงทำให้การใช้งานอาจจะต้องระวังการขูดขีดสักเล็กน้อย
ส่วนของการเชื่อมต่อลำโพงเข้ากับตัวเครื่องเล่นจะให้ชุดเชื่อมต่อสายลำโพงแบบหนีบ ซึ่งขั้วต่อแต่ละข้างก็มีรูที่ให้เราสามารถยัดสายลำโพงเข้าไปได้ใหญ่อยู่พอสมควร ถ้าหากใครไม่อยากใช้สายลำโพงที่แถมมาก็ลองวัดขนาดกันดีๆ นะ
ถัดมาที่ตัวไดร์เวอร์ของลำโพงแต่ละข้างจะประกอบด้วย ทวิสเตอร์ (50 mm Cone Tweeter) และวูฟเฟอร์ (94 mm Cone Woofer) ข้างละ 1 ตัว โดยแต่ละข้างสามารถให้กำลังขับได้สูงถึง 15 วัตต์ เมื่อรวมๆ แล้วเจ้าชุด Mini-Component ตัวนี้จะมีกำลังขับทั้งหมดอยู่ที่ 30 วัตต์กันเลยทีเดียว

มาต่อกันที่ด้านหน้าของตัวเครื่องเล่น โดยตัวที่นำมารีวิวจะเป็นสีแดงชมพูที่ด้านหน้าของเครื่องจึงเป็นสีนี้ด้วย ซึ่งวัสดุที่ด้านหน้าจะเป็นพลาสติกแบบด้าน และส่วนที่เป็นถาดสำหรับเอาไว้ใส่แผ่น CD ก็จะอยู่ที่ด้านหน้านี้เช่นกัน
นอกจากที่บริเวณด้านหน้าของตัวเครื่องเล่นจะมีหน้าจอ LED สำหรับแสดงสถานะแล้ว มันยังเป็นที่อยู่ของปุ่มควบคุมส่วนต่างๆ อีกด้วย
เมื่อไล่จากทางด้านซ้ายมาด้านขวาจะประกอบด้วย
1. ปุ่ม Power สำหรับ ปิด/เปิด เครื่องเล่น
2. ปุ่มสำหรับเลือกเปลี่ยน Input โดยจะมีให้เลือกทั้งหมด 6 โหมด คือ CD, Bluetooth, FM, AM, USB และ Audio In
3. ปุ่มสำหรับกดเลือกเล่นเพลงก่อนหน้า
4. ปุ่มสำหรับกดเลือกเล่นเพลงถัดไป
5. ปุ่มสำหรับหยุดเล่นเพลง
6. ปุ่มสำหรับกดเล่นเพลง หรือหยุดเล่นเพลงชั่วคราว
7. ปุ่มสำหรับกดเอาถาดใส่แผ่น CD เข้า/ออก
8. ปุ่มสำหรับปรับเพิ่มลดระดับความดังของเสียง
ในส่วนของช่องต่อที่ด้านหน้าจะมีอยู่ด้วยกันทั้งหมด 2 ช่อง คือ ช่องสำหรับเสียบหูฟังขนาด 3.5 mm และช่องสำหรับเสียบ USB ซึ่งช่องสำหรับเสียบ USB นี้จะมีแค่ช่องเดียวเท่านั้นคือช่องที่อยู่ทางด้านหน้าเครื่องเล่น

ถึงแม้ว่าที่ตัวเครื่องเล่นจะมีการใช้แผ่นไม้มาปิดประกบตัวเครื่องทั้งด้านบนและด้านล่าง แต่ที่บริเวณฝาครอบตัวเครื่องเล่นก็ยังคงใช้ฝาครอบแบบอะลูมิเนียมเหมือนเครื่องเล่นตัวอื่นๆ อยู่เหมือนเดิมนะ
ในส่วนของช่องต่อที่อยู่ทางด้านหลังของตัวเครื่องเล่นประกอบด้วย
1. ช่องสำหรับต่อสาย Power
2. ช่องสำหรับเชื่อมต่อสายสัญญาณไปที่ลำโพงแต่ละข้าง ซึ่งจะเป็นแบบหนีบ แดง/ดำ
3. ช่องสำหรับต่อแจ็ค Audio In / Aux In ขนาด 3.5 mm จำนวน 1 ช่อง
4. ช่องสำหรับต่อสายอากาศเพื่อใช้รับสัญญาณวิทยุ FM
5. ช่องสำหรับต่อสายอากาศเพื่อใช้รับสัญญาณวิทยุ AM
ทั้งนี้จะเห็นว่าที่บริเวณด้านหลังของตัวเครื่องก็ยังมีการเจาะช่องตระแกรงเอาไว้ ซึ่งก็ช่วยให้การระบายความร้อนทำได้ดียิ่งขึ้น และไปช่วยทดแทนการระบายความร้อนที่บริเวณฝาด้านบนของตัวเครื่องที่ถูกปิดประกบด้วยวัสดุที่เป็นไม้เอาไว้

ในส่วนของตัวรีโมทคอนโทรลจะมีขนาดเล็กพอดีกับมือ ด้านบนจะประกอบด้วยปุ่มควบคุมที่มีการจัดวางไว้อย่างเป็นระเบียบสามารถกดใช้งานได้ง่ายไม่ได้ โดยที่ระยะห่างของแต่ละปุ่มไม่ได้เบียดเสียดมากจนเกินไป

หากเป็นการใช้งานแบบไร้สายผ่านทาง Bluetooth จะสามารถแสดงชื่อของอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อมายังเจ้า Pioneer X-CM56 ที่ด้านบนหน้าจอ LED ได้ด้วย แต่จะแสดงได้เฉพาะชื่อภาษาอังกฤษเท่านั้นนะ
สำหรับตัวหน้าจอ LED นอกจากจะใช้สำหรับแสดงแทร็กของเพลงที่เล่นอยู่ว่าเป็นแทร็กที่เท่าไหร่แล้ว ที่หน้าจอ LED ก็ยังสามารถใช้เป็นหน้าจอแสดงเวลาว่าตอนนี้กี่โมงแล้วได้อีกด้วย ซึ่งถ้าหากเรามีการตั้งเวลาของเครื่องให้ตรงแล้วเราก็ยังสามารถตั้งเวลาให้ตัวเครื่องมัน Sleep เองได้เช่นกัน ทั้งนี้บนตัวรีโมทคอนโทรลเรายังสามารถที่จะเลือกปรับความสว่างของตัวอักษรบนหน้า LED ได้เช่นกัน
Sound – เสียง
หลังจากที่ได้พาคุณผู้อ่านไปไล่ดูส่วนของดีไซน์กันไปแล้วทีนี้ก็ต้องขอพาคุณผู้อ่านมาต่อกันที่เรื่องของเสียงกันต่อเลย สำหรับแนวเสียงของเจ้า Pioneer X-CM56 ชุดนี้จากที่กระผมได้ลองแอบเปิดฟัง และได้เปิดเบิร์นทิ้งไว้อยู่หลายวันต้องขอบอกว่า Mini-Component ชุดนี้จะมีแนวเสียงที่ฟังแล้วอบอุ่นๆ ไม่จี๊ดจ๊าดหรือหนักหน่วงแต่อย่างใด ซึ่งการใช้งานจะเป็นอย่างไรกับการใช้ฟังเพลงในแนวต่างๆ เดี๋ยวเราคงต้องไปทดสอบกัน

เริ่มที่การรับฟังเพลงกับ iPhone ด้วยการเชื่อมต่อผ่านทางสัญญาณไร้สาย Bluetooth ที่ใครหลายๆ คนโหยหาจนถึงกับต้องไปหาลำโพง Bluetooth แบบพกพามาใช้งานกัน
สำหรับตัวของเจ้า Pioneer X-CM56 จากการใช้งานผ่านทางสัญญาณ Bluetooth 4.1 ที่รองรับเทคโนโลยี A2DP และ AVRCP ทำให้การใช้งานทั้งในแง่ของการสตรีมมิ่งสัญญาณเสียงและการควบคุมก็ดีตามไปด้วย
ส่วนในแง่ของเสียงจากที่ได้ทดลองสตรีมมิ่งเพลงจาก Apple Music อย่างเพลง “ทุ้มอยู่ในใจ (Acoustic) – Kao Jirayu & Natthacha” และเพลง “Snap – Ink Waruntorn” ที่เป็นเพลงไทยฟังสบายๆ ตัวของลำโพงวูฟเฟอร์ก็สามารถให้สเตจของเสียงได้กว้าง รวมทั้งตัวเสียงของนักร้องที่ฟังแล้วให้ความรู้สึกแน่นของเนื้อเสียงได้กำลังดีไม่ได้หนามากจนเกินไป

มาถึงเรื่องของการเล่นเพลงผ่านแผ่น CD กันต่อเลย แต่ก่อนอื่นต้องขอบอกก่อนเลยว่าตัวเครื่องเล่นจะไม่สามารถเล่นแผ่น DVD ได้นะก็แน่ล่ะ เพราะว่ามันถูกออกแบบมาสำหรับใช้ฟังเพลง ซึ่งการเล่นได้แต่แผ่น CD นั้นถือว่าเพียงพอแล้วในระดับหนึ่ง
อ้อ! ลืมบอกไปว่าเครื่องเล่นตัวนี้ได้มีการใส่โหมดเสียงสำเร็จรูปมาให้เราใช้งานอยู่ด้วยกันทั้งหมด 4 โหมด ก็คือ…
1. FLAT : โหมดนี้จะเป็นการเล่นไฟล์เพลงโดยไม่มีการปรุงแต่งเสียงในโทนใดโทนหนึ่ง โดยคาแรคเตอร์ของเสียงที่ได้นั้นจะเป็นไปตามการบันทึกเสียงที่ได้จากแผ่น CD หรือการเล่นเพลงไร้สายผ่านทางสัญญาณ Bluetooth ถ้าหากจะให้เข้าใจง่ายๆ ก็คืออัดมาอย่างใดตัวเครื่องเล่นก็จะถ่ายทอดออกมาอย่างงั้น – ซึ่งส่วนตัวแล้วถ้าหากเทียบกับโหมดอื่นๆ จะชอบโหมดนี้ที่สุด
2. ACTIVE : สำหรับโหมดนี้จะใกล้เคียงกับ FLAT แต่การรับฟังจะดูมีความสนุกขึ้นมาเล็กน้อย เพราะที่โหมดนี้จะมีการไปเพิ่มระดับโทนในย่านของเสียงต่ำและเสียงเบสให้มีความดุดันขึ้นมาอีกเล็กน้อย – ซึ่งถ้าหากใครชอบฟังเพลง Pop อาจจะลองเลือกใช้งานเป็นโหมดนี้ดูก็ได้นะ
3. DIALOGUE : จากที่ได้ลองเทียบกับโหมดอื่นๆ ดูแล้วจะรู้สึกว่ามันมีความกังวานของเสียงเพิ่มมาเล็กน้อย และเสียงร้องของนักร้องก็จะมีความคมชัดขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด
4. NIGHT : จะเหมือนกับเครื่องเล่นตัวอื่นๆ ที่จะเป็นการไปลดระดับความดังของเสียงให้ต่ำกว่าปกติ เพื่อความสะดวกในการปรับเพิ่มความดังในแต่ละระดับเสียง ซึ่งจะเหมาะกับการใช้งานยามค่ำคืนหรือเปิดฟังเพลงระหว่างเข้านอน
ทั้งนี้ตัวเครื่องยังมาพร้อมกับฟังก์ชัน P.Bass ที่จะทำให้ตัวของมันสามารถปลดปล่อยพลังของเสียงเบสออกมาได้อย่างเต็มที่โดยไม่มีกั๊ก ซึ่งฟังก์ชันนี้ถ้าหากท่านใดเป็นคนที่ชอบเบสหนักๆ รับรองว่าต้องชอบแน่ๆ ส่วนตัวกระผมขอเลือกเป็นปิดฟังก์ชันนี้ก็แล้วกันนะ เพราะรู้สึกว่าเสียงทั้งย่านสูงและต่ำเดิมๆ นั้นกลมกล่อมกำลังดีอยู่แล้ว ถ้าหากเปิดฟังก์ชัน P.Bass มันจะดู ตื๊ดๆ เกินไปหน่อย ฮ่าๆๆ

มาต่อกันที่การทดสอบการฟังเพลงผ่านแผ่น CD กันต่อเลยดีกว่า โดยกระผมก็มีเพลงที่ใช้ฟังอยู่บ่อยๆ อยู่ 3 เพลงด้วยกันที่จะลองนำมาเปิดกับเจ้า Pioneer X-CM56 ชุดนี้

เพลงที่น้ำมาทดสอบก็คือ “Going Home – Tong Li” และ “Chasing Pavements – Jin Chi” เป็นแผ่นที่มีการบันทึกเสียงแบบ Direct Stream Digital (DSD)
ซึ่งจากคาแรคเตอร์ของเสียงที่ถูกถ่ายทอดออกมาจากลำโพงสเตอริโอทั้งสองข้างนั้นก็สามารถให้มวลเนื้อเสียงร้องออกมาได้อย่างพริ้วไหว พร้อมกับให้ปลายเสียงร้องที่ค่อนข้างเปิด แต่ก็ยังมีติดโทนอุ่นอยู่พอสมควร รวมๆ แล้วกับลำโพงที่จัดมาในชุดนี้ถือว่าให้เสียงในย่านต่างๆ ได้ดีเกินคาดนะ แต่ถ้าหากใครชอบปลายเสียงที่จัดจ้านอาจจะลองปรับ TREBLE เพิ่มขึ้นไปได้อีกนะ

มาปิดท้ายกันที่เพลง “Born To Die – Lana Del Rey” ที่เป็นแผ่น CD แบบปกติกันบ้าง โดยเพลงนี้จะเป็นแนว Pop ที่เสียงร้องจะออกแนวหลอนๆ สักเล็กน้อย แต่ก็มีเสียงการเคาะจังหวะไปเอื่อยๆ ไปตลอดทั้งเพลง
นอกจากเสียงเบสที่สามารถปรับเพิ่มได้ที่ฟังก์ชัน P.Bass แล้ว เราก็ยังสามารถปรับระดับความดังของเสียงเบสเพิ่มได้อีกเช่นเดียวกันกับ TREBLE โดยสามารถกดไปที่ปุ่ม Sound ที่อยู่บนรีโมทคอนโทรลเพื่อเลือกปรับได้ทั้ง BASS และ TREBLE เลยนะ
หมายเหตุ การเล่นเพลงผ่านทางพอร์ต USB จะรองรับการเล่นเพลงเฉพาะฟอร์แมต MP3 เท่านั้น และการเล่นเพลงผ่านแผ่น CD จะไม่รองรับแผ่นชนิด Super Audio CD (SACD)
Conclusion – สรุป
ข้อดีของ Pioneer X-CM56
1. รองรับการเล่นไฟล์เพลงผ่านทางพอร์ต USB
2. ลำโพงมาพร้อมกับดีไซน์ที่สามารถเลือกติดตั้งได้ทั้งแบบแนวตั้งและแนวนอน
3. รองรับการสตรีมมิ่งไร้สายผ่านทางสัญญาณ Bluetooth 4.1 ที่ให้คุณภาพเสียงดียิ่งขึ้น
ข้อเสียของ Pioneer X-CM56
1. ไม่รองรับการเล่นแผ่น Super Audio CD และ DVD
2. วัสดุปิดพื้นผิวรอบตัวเครื่องเล่นและลำโพงเป็นไวนิล อาจจะต้องระวังเรื่องรอยขีดข่วนและน้ำ
ราคา 6,990 บาท
Pioneer X-CM56 เป็นชุด Mini-Component อีกหนึ่งชุดที่น่าจะตอบโจทย์ใครหลายๆ คนที่กำลังมองหาเครื่องเล่นเพลงที่รองรับการเล่นเพลงจากแผ่น CD และรองรับการสตรีมมิ่งจาก Smart Device ผ่านทางสัญญาณ Bluetooth เป็นหลัก เจ้าเครื่องเล่นชุดนี้ก็ถือว่าสามารถตอบโจทย์ดังกล่าวได้เป็นอย่างดี
ถ้าใครอยู่บ้านที่มีพื้นที่ค่อนข้างจำกัดหรือจะหาชุดเครื่องเล่นเพลงไว้ใส่ในห้องนอนแล้วละก็ต้องขอแนะนำเลยล่ะ แถมคุณภาพเสียงก็ยังจัดว่าดีอีกด้วยนะ โดยสามารถใช้สำหรับฟังเพลงเพื่อเป็นการผ่อนคลายได้เป็นอย่างดี หรือถ้าใครติดการรับฟังวิทยุตัวเครื่องเล่นก็ยังรองรับอยู่นะ เอาเป็นว่าหากใครสนใจขอแนะนำให้ไปลองฟังของจริงกันก่อนตัดสินใจก็ได้นะ