รีวิว Sharp 4T-C60CK1X เต็มตากับ 4K HDR 60 นิ้ว ราคาเบาๆ แถมลูกเล่นเพียบตามสไตล์ Android TV
Sharp 4T-C60CK1X 4K/UHD HDR LED TV

4K TV ขนาด 60 นิ้ว มีราคาต่ำลงเรื่อยๆ แต่รุ่นที่มีคุณสมบัติเด่นน่าสนใจทั้งเรื่องของภาพ และลูกเล่น Android TV เห็นจะมี 4T-C60CK1X จาก Sharp เครื่องนี้…

ปัจจุบัน AQUOS TV จาก Sharp มี หลายรุ่นหลายขนาด แต่รุ่นที่บาลานซ์เรื่องของภาพ และลูกเล่น Smart TV กับราคาได้คุ้มค่าน่าสนใจ เห็นจะเป็นรุ่น CK1X ซึ่งใช้ระบบปฎิบัติการ Android TV 9.0 มีแอปความบันเทิงมากมาย พร้อมรับคำสั่งเสียงผ่าน Google Assistant
Design – การออกแบบ

4T-C60CK1X เป็น LED TV ความละเอียด 4K (3840 x 2160) ขนาด 60 นิ้ว ซึ่งเป็นขนาดกำลังดี ดูใหญ่ใกล้เคียงกับ 65 นิ้ว แต่ราคาขายจริง ไม่ต่างจาก 55 นิ้ว มากนัก

โลโก้ Sharp บริเวณกึ่งกลาง พร้อมไฟแสดงสถานะที่ด้านล่าง

มุมซ้ายล่างมีคำว่า AQUOS ซึ่งถูกใช้การันตีคุณภาพตามมาตรฐานทีวีจากประเทศญี่ปุ่น ในส่วนขาตั้งโลหะทรงกิ่งไม้ดูใหญ่ ให้ความเป็นรากฐานมั่นคง เจาะร่องตรงกลางเพื่อไม่ให้ดูเทอทะเกินไป

มุมซ้ายบนมีสติกเกอร์ “Japan Panel” ย้ำคุณภาพมาตรฐานญี่ปุ่นอีกจุดหนึ่ง

มองด้านข้างจะดูหนาอยู่บ้าง ตามสไตล์ LCD Panel ที่ใช้โครงสร้าง Backlight แบบ “Direct LED”

รีโมตคอนโทรลมีปุ่มลัดเข้าแอป YouTube, Netflix และมีปุ่มเรียกใช้งาน “Google Assistant” พร้อมไมโครโฟนที่ด้านบนรับคำสั่งเสียงได้
Connectivity – ช่องต่อ

จำนวนช่องต่อรับสัญญาณของ 4T-C60CK1X ที่ด้านข้าง ประกอบไปด้วย HDMI In 3 ช่อง (เป็นเวอร์ชั่น 2.0 และรองรับ ARC ที่ HDMI In 1), USB 2.0 2 ช่อง, Analog Audio/Headphones Out (3.5mm) 1 ช่อง และ DVB-T2 Antenna In

ส่วนด้านหลังมี Analog Audio/Video Input (Composite) 1 ชุด, Digital Audio Out (Optical) 1 ช่อง, Ethernet (LAN) In พร้อม Wi-Fi & Bluetooth Built-in
สรุปจำนวนช่องต่อของ Sharp 4T-C60CK1X ได้ดังนี้
| HDMI™ In | 3 (ด้านข้าง) |
| USB | 2 (ด้านข้าง) |
| Ethernet | 1 (ด้านหลัง) พร้อม Wi-Fi Built-In |
| Composite Video In | 1 (ด้านหลัง) |
| Component Video In | – |
| RF (Antenna) In | 1 (ด้านข้าง) พร้อม DVB-T2 Digital Tuner |
| PC HD15 In | – |
| Analog Audio In | 1 (ด้านหลัง ร่วมกับ Composite) |
| Digital Audio Out | 1 (Optical ด้านหลัง) |
| Audio/Headphone Out | 1 (Mini Jack ด้านข้าง) |
| Bluetooth Audio | Yes |
Extra – เพิ่มเติม

4T-C60CK1X ติดตั้งระบบปฏิบัติการ Android TV 9.0 อินเทอร์เฟสหน้า Home กับไอคอนและตัวอย่างคอนเทนต์ขนาดใหญ่ เห็นได้ชัดเจนดี

แน่นอนจุดเด่นของ Android TV คือจำนวนแอปวาไรตี้ บันเทิง ไปจนถึงเกม จำนวนมาก ดาวน์โหลดได้จาก Google Play

Netflix รองรับการแสดงผล 4K HDR10 ส่วนการรับฟังระบบเสียง Dolby Atmos (Dolby Digital Plus) ให้ได้เต็มอรรถรส แนะนำให้เชื่อมต่อ HDMI ARC เข้ากับชุดโฮมเธียเตอร์ หรือ ซาวด์บาร์ ซึ่ง Dolby Atmos นี้เป็นระบบเสียงรอบทิศทางที่เพิ่มเติมมิติเสียงด้านสูงเหนือศีรษะเข้ามา ทำให้ได้เสียงโอบล้อมเป็นสามมิติมากขึ้นกว่าระบบเสียงเซอร์ราวด์ในอดีต แต่จำเป็นจะต้องใช้งานร่วมกับระบบลำโพงโฮมเธียเตอร์หรือซาวด์บาร์ที่รองรับ

YouTube รองรับความละเอียด 4K HDR

Amazon Prime มีภาพยนตร์และซีรี่ส์มากมาย บางเรื่องระบบภาพเป็น HDR ด้วย

LINE TV ที่รวบรวมรายการบันเทิงขวัญใจคนไทยให้ดูฟรีมากมาย

HBO Go ก็มา อัพเดทภาพยนตร์ใหม่ๆ และซีรี่ส์คุณภาพอย่างต่อเนื่อง ให้ดูอย่างจุใจ

ภาพยนตร์ ซีรี่ส์เกาหลี และอนิเมะพากย์ไทย จาก MONOMAX

หากที่กล่าวมานี้ยังไม่จุใจ สามารถดาวน์โหลดติดตั้งแอปความบันเทิงเพิ่มเติมได้อีก อาทิ TrueID TV, WeTV, Loox, Viu ฯลฯ หรือจะเล่นไฟล์ผ่าน USB ก็ติดตั้งแอปอย่าง VLC ได้นะครับ

“Google Assistant” อีกหนึ่งคุณสมบัติเด่นของ Android TV เป็นระบบโต้ตอบรับคำสั่งเสียงที่จับคำทั้งอังกฤษและไทย ได้ยอดเยี่ยมมาก ผมทดลองพูดว่า “เปิดข่าวล่าสุดใน YouTube” ระบบก็จะออกจากแอป Netflix ที่กำลังดูอยู่ และเปิดข่าวสถานการณ์ Covid ล่าสุด จากช่อง TPBS ใน YouTube ขึ้นมา การตอบสนองใช้ได้ ไม่รู้สึกว่าติดขัดครับ
Picture – ภาพ

4T-C60CK1X มีโหมดภาพสำเร็จรูปจากโรงงานให้เลือก 7 โหมด ในจำนวนนี้มี User โหมดเดียวที่เปิดโอกาสให้เปลี่ยนแปลงตั้งค่าภาพต่างๆ ได้ (หากเปลี่ยนแปลงค่าในโหมดอื่น ระบบจะสลับมาที่ User อัตโนมัติ)

มีข้อสังเกตช่วงที่ทำการทดสอบ คือ การเข้าเมนูปรับตั้งภาพเสียง และ Settings ต่างๆ ของ 4T-C60CK1X สามารถกดปุ่ม Tools ที่รีโมตเพื่อเรียก “TV Options Menu” ขึ้นมาได้ แต่ปุ่ม Tools นี้จะใช้ได้เมื่อรับชมแหล่งโปรแกรม (Input) จากภายนอก อาทิ HDMI In เท่านั้น หากเป็นการรับชมผ่านแอปในทีวี จะไม่สามารถเรียก Shortcut Menu นี้ขึ้นมาได้ ต้องออกไปเข้า Settings Menu ที่หน้า Home แทน จะดูยุ่งยากเพิ่มขึ้นนิดหน่อย
– SDR –

มาดูความเที่ยงตรงของโหมดภาพสำเร็จรูปทั้ง 7 กันบ้าง แน่นอนว่า โหมดภาพที่เที่ยงตรงใกล้เคียงค่ามาตรฐาน SDR (Rec.709/ITU-R BT.1886) มากที่สุด คือ Movie

Movie มีค่าอุณหภูมิสีเฉลี่ย 7248K ติดโทนเย็นนิดๆ ใครที่ชินกับการดูโหมด Dynamic, Standard มาก่อน จะช่วยให้ไม่รู้สึกว่ามันอมเหลืองมากนักเมื่อเทียบกับค่าอ้างอิง 6500K ค่าความผิดเพี้ยน Grayscale Avg dE และ Colorspace Avg dE ที่ราวๆ 4 ถือว่าโอเค ขอบเขตสีทำได้ครอบคลุม 93% ของมาตรฐาน Rec.709/sRGB ความสว่างของโหมดนี้ไม่ถึงกับสูงที่สุด แต่ก็พอสู้แสงได้บ้าง

หากต้องการโหมดภาพที่สีสันเที่ยงตรงพร้อมความสว่างมากขึ้น (ถ้าจำเป็น) 4T-C60CK1X เปิดโอกาสให้ปรับภาพได้ แต่ต้องทำที่โหมด User เท่านั้น ซึ่งค่าโรงงานดูจะติดโทนเย็นมากหน่อย แต่ก็ให้ความสว่างสูงกว่า Movie (เพราะค่าเดิมมันอิง Dynamic มานี่เอง) หลังปรับภาพแล้วผลลัพธ์ดีขึ้นมาก โดยรวมดีกว่า Movie อุณหภูมิสีเฉลี่ย 6556K ค่าความผิดเพี้ยน Grayscale Avg dE และ Colorspace Avg dE ลดต่ำลงมาอยู่ที่ 1.9 และ 2.4 ตามลำดับ ตัวเลขอาจไม่ถึงกับเพอร์เฟ็คต์ แต่ภาพก็ดูดีทีเดียวเมื่อเทียบกับรุ่นอื่นที่มีขนาดและราคาพอๆ กัน

ผล Color checker หลังปรับภาพ 4T-C60CK1X ในโหมด User (SDR)
Picture – ภาพ
– HDR –
4T-C60CK1X รองรับการแสดงผลแบบ HDR หรือ High Dynamic Range ตามมาตรฐาน HDR10 และ HLG ซึ่งโหมดภาพที่ให้ระดับความสว่าง HDR Peak Brightness (10% Window) สูงสุด คือ Dynamic ที่ 328 nits ส่วนโหมดภาพที่มีสมดุลสี HDR ดีที่สุด คือ Movie แต่ความสว่างจะต่ำกว่ามากที่ 200 nits ทั้งหมดให้ขอบเขตสี HDR Color Space ที่ราว 77/78% DCI-P3 (xy/uv) หรือเที่ยบเท่า 51/58% Rec.2020 (xy/uv) ยังไม่รองรับ Wide Color Gamut ตามระดับราคา แต่ภาพก็พอใช้แยกแยะความแตกต่างของ HDR ออกจาก SDR ได้

เมื่อใช้โหมดภาพอย่าง Dynamic หรือ User (Default) รับชม HDR content แม้ให้ความสว่างสูงที่สุด แต่ดุลสีจะติดโทนเย็นไปบ้าง ถ้าไม่ซีเรียสมากนักก็ถือว่าดูได้นะครับ

แต่ถ้าดำเนินการปรับภาพในโหมด User ได้ สมดุลสี HDR ดีขึ้น ค่าความผิดเพี้ยน (dE) ลดต่ำลงทั้ง Grayscale และ Colorspace ถึงแม้ความสว่าง HDR Peak Brightness จะลดลงบ้าง เหลือ 266 nits แต่ผลลัพธ์ก็เป็นที่น่าพอใจ

การเชื่อมต่อรับสัญญาณภาพจากเกมคอนโซล และคอมพิวเตอร์ 4T-C60CK1X จะรองรับความละเอียดสูงสุดที่ 4K (3840 x 2160) ตามมาตรฐาน HDMI 2.0 อิง Refresh Rate สูงสุดที่ 60Hz ยังไม่รองรับเทคโนโลยี Variable Refresh Rate (VRR) ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติสำหรับรุ่นระดับราคานี้ ส่วน HDMI Input Lag ในโหมด Game อยู่ที่ 22.6 ms โหมด Game นี้ ดุลสีจะติดโทนเย็นอยู่บ้าง (อุณหภูมิสี 11700K) แต่ก็ใช้การได้ หากจะเปลี่ยนไปใช้โหมดภาพ User ที่สามารถปรับภาพได้ ค่า Input Lag จะอยู่ที่ 59.2 ms
Sound – เสียง
สเป็คแจ้งว่า 4T-C60CK1X ติดตั้งลำโพงพร้อมภาคขยาย 10W x 2 จากการใช้งานก็พบว่า ให้ระดับเสียงที่เพียงพอต่อการใช้งานทั่วไปตามบ้าน การถ่ายทอดย่านเสียงอาจไม่ถึงกับหวือหวามากนัก ปริมาณเบสไม่มาก แต่ก็ใช้รับชมภาพยนตร์หรือรายการต่างๆ ได้ ให้เสียงสนทนาโอเค หากต้องการอรรถรสด้านเสียงเต็มที่ขึ้น รุ่นนี้สามารถเชื่อมต่อ AVR หรือ Soundbar ทาง HDMI ARC (รองรับ Atmos/DD+ จาก Netflix), Digital Optical หรือ Analog/Headphone Out 3.5mm ได้ ทางเลือกเยอะดี

มีโหมดเสียงสำเร็จรูปให้เลือกมากมาย และเปิดใช้ระบบจำลองเสียง Sound Surround ได้
Conclusion – สรุป
เป็นอีกหนึ่งรุ่นคุ้มค่าประจำปี 2021 ที่มีหน้าจอ 4K ใหญ่ถึง 60 นิ้ว ราคาไม่แพง แต่จัดเต็มเรื่องลูกเล่นความบันเทิงมากมายผ่าน Android TV 9.0 รองรับคำสั่งเสียง Google Assistant จับคำไทย-อังกฤษได้แม่น ใครที่งบจำกัด แต่อยากได้จอใหญ่ ลิสต์รายชื่อรุ่นนี้ไว้ประกอบการตัดสินใจได้เลยครับ

ข้อดี Sharp 4T-C60CK1X
– 4K HDR TV จอใหญ่ 60 นิ้ว ดูดี ราคาไม่แพง
– ความเที่ยงตรงของสีสันจากโหมดภาพ SDR จากโรงงานอยู่ในเกณฑ์ดี หลังปรับภาพยิ่งดูโดดเด่นเมื่อเทียบกับราคา
– Android TV มีฟีเจอร์และแอพความบันเทิงหลากหลาย, Google Assistant จับคำแม่น
ข้อเสียSharp 4T-C60CK1X
– โครงสร้างแบบ Direct LED ทำให้จอดูหนา, ยังไม่มี Motion แทรกเฟรมภาพเคลื่อนไหว แต่ถือเป็นเรื่องปกติสำหรับราคานี้
– โหมดภาพที่สามารถเปลี่ยนแปลงค่าได้ มีเพียงโหมดเดียว คือ User (หากเปลี่ยนค่าในโหมดอื่น จะสลับมาที่ User อัตโนมัติ)
– การเปลี่ยนโหมดภาพเสียงและตั้งค่าต่างๆ เวลาที่รับชมแอปมีขั้นตอนยุ่งยากกว่าปกติ เพราะต้องออกมาเข้าเมนู Settings ที่หน้า Home
มาตรฐานคะแนนปี 2021
ราคาเปิดตัว Sharp 4T-C60CK1X (60″)
19,990 บาท รับประกัน 3 ปี (เมื่อลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์)
โปรดตรวจสอบราคาโปรโมชั่นอีกครั้ง