ข้ามไปที่เนื้อหา
|

รีวิว Sony FDR-AX700 สร้างสรรค์ 4K HDR แบบง่ายๆ ด้วยกล้องวิดีโอขนาดเล็ก คุณภาพระดับโปร !!

เขียนโดย: EDITOR LCDTVTHAILAND โพสต์เมื่อ: 20 Feb 2022 0 ความคิดเห็น

4K HDR Handycam

Sony FDR-AX700

สร้างสรรค์ 4K HDR แบบง่ายๆ ด้วยกล้องวิดีโอขนาดเล็ก คุณภาพระดับโปร !!

4K HDR เริ่มเป็นที่แพร่หลาย พิสูจน์จากจำนวนรุ่นทีวีและเพลเยอร์ในปัจจุบัน เช่นเดียวกับ โปรเจ็คเตอร์ มอนิเตอร์ หรือแม้แต่สมาร์ทโฟนต่างก็ทยอยรองรับมาตรฐานนี้กันแล้ว ดังนี้ หากเราสามารถสร้างสรรค์ผลงานวิดีโอระดับ 4K HDR ให้สอดรับกับยุคสมัยได้แบบง่ายๆ ใช้งบประมาณไม่สูงแต่ได้ผลลัพธ์ที่ดี คงจะดีไม่น้อย… 

ก่อนนี้มาตรฐาน 4K HDR ดูเป็นเรื่องไกลตัวสำหรับ End-user อย่างๆ เราๆ ท่านๆ เพราะเป็นเรื่องใหม่ข้อมูลเลยดูคลุมเครือไม่ชัดเจนไปหมด อุปกรณ์ที่รองรับก็หายากและราคาสูง แต่เมื่อเวลาผ่านไปตามกลไกการตลาดปัจจุบัน 4K HDR เป็นที่แพร่หลาย อุปกรณ์ที่รองรับหาได้ง่ายขึ้น ค่ายหนังใหญ่ๆ ก็พร้อมใจผลิตคอนเทนต์คุณภาพออกมาจำนวนมาก แต่มันน่าสนุกกว่า หากเราๆ ท่านๆ จะมีโอกาสผลิตผลงานวิดีโอคุณภาพสูงระดับนี้บ้าง

ย้อนไปช่วงงาน IBC (International Broadcasting Convention) 2017 ล่าสุด Sony เปิดตัวกล้องถ่ายวิดีโอ 3 รุ่น โดย 2 รุ่น PXW-Z90 และ HXR-NX80 เป็นกล้องระดับโปรเฟสชันนัล ราคาอาจจะเกินเอื้อมไปบ้างสำหรับ End-user แต่ที่น่าจับตามอง คือ FDR-AX700 รุ่นสำหรับคอนซูเมอร์

เหตุที่รุ่นนี้น่าสนใจนอกจากเรื่องของราคา คือ มันอิงพื้นฐานเดียวกับ 2 รุ่นโปรฯ ไม่ว่าจะเป็นบอดี้ หรือแม้แต่ฮาร์ดแวร์ที่อยู่ภายใน ทั้งเซ็นเซอร์รับภาพ ชิพประมวลผล ระบบโฟกัส ฯลฯ คุณสมบัติพื้นฐานเด่นๆ ที่ส่งอานิสงส์กับการถ่ายวิดีโอ 4K HDR โดยตรง จึงเหมือนกัน

สิ่งที่ Sony ชูเป็นจุดเด่นของทั้ง 3 รุ่นในงานฯ คือ การเป็นกล้องวิดีโอขนาดเล็กแต่มีศักยภาพสูงแบบกล้องโปร ด้วยความละเอียด 4K ผ่านเทคโนโลยีเซ็นเซอร์รับภาพ Back Illuminated Exmor RS stacked CMOS ขนาด 1″ และ Enhanced BIONZ X Image Processing ล่าสุด พร้อมระบบ Fast Hybrid Auto Focus เรียกว่า ความสามารถของระบบติดตามโฟกัสนั้นอิงพันธุกรรมมาจาก a9 กล้องถ่ายภาพนิ่งความไวสูงระดับโปรรุ่นเรือธงมาเลย จึงตอบสนองได้แม่นยำ ฉับไว และมีเสถียรภาพยิ่งกว่ากล้องวิดีโออื่นใด ที่ผ่านมา

แต่คุณสมบัติที่ต้องเน้นเป็นพิเศษเวลานี้ คือ การรองรับบันทึกวิดีโอฟอร์แม็ต Instant HDR (High Dynamic Range) ที่เรียกว่า HLG หรือ Hybrid Log Gamma ผลลัพธ์ที่ได้ คือ คุณภาพวิดีโอที่เก็บรายละเอียดแสงและสีครอบคลุมกว้างกว่ามาตรฐาน SDR (Standard Dynamic Range) ขณะที่กระบวนการโปรเซสไม่ยุ่งยากสามารถจบได้หลังกล้อง ไม่มีความจำเป็นต้องเกรดดิ้งสีเพิ่มเติม และนำผลงานไปเปิดรับชมกับจอภาพปัจจุบัน ทั้ง SDR และ HDR ได้ทันที โดยไม่ต้องกังวลว่าสีสันจะบิดเบือนผิดเพี้ยน (ในขณะที่มาตรฐาน S-Log/S-Gamut ที่มีศักยภาพในการเก็บรายละเอียดแสงและสีกว้างยังคงอยู่ แต่กระบวนการโปรเซสค่อนข้างยุ่งยาก ต้องผ่านขั้นตอนเกรดดิ้งให้แม็ตช์กับจอภาพในปัจจุบันจึงจะแสดงผลได้อย่างถูกต้อง)

FDR-AX700 (ต่อไปจะย่อว่า AX700) อิงพื้นฐานเดียวกับ 2 รุ่นโปรฯ คือ PXW-Z90 และ HXR-NX80 ความต่างจะเป็นส่วนประกอบปลีกย่อยซึ่งดูไม่มีความสำคัญมากนักสำหรับผู้ใช้งานทั่วไป อาทิ ไม่มี XLR Audio Adapter Kit (สามารถซื้อเพิ่มได้), ไม่มีช่องต่อ 3G-SDI (มีในรุ่น Z90), Wi-Fi ไม่รองรับ 2.4GHz & 5GHz with QoS สำหรับงาน Live Streaming (มีในรุ่น Z90) และเฉพาะรุ่น Z90 รองรับการบันทึกวิดีโอ 1080p 10-bit 4:2:2 (NX80 และ AX700 รองรับ 1080p 8-bit 4:2:0) ทั้ง 3 รุ่น บันทึกวิดีโอ 4K 8-bit 4:2:0

นอกเหนือจากที่กล่าวมานี้ AX700 ไม่มีอะไรที่แตกต่างจาก 2 รุ่นโปรฯ ว่าแล้วมาลงลึกในรายละเอียดอื่นๆ ที่น่าสนใจของกล้องวิดีโอรุ่นนี้กันครับ…

ดีไซน์

แพ็คเกจสีดำคาดด้วยสีส้มโดดเด่นเป็นที่คุ้นเคย ตามสไตล์สินค้าหมวดกล้องของ Sony

อุปกรณ์มาตรฐานที่ให้มาในกล่อง ได้แก่ FDR-AX700 Camcorder, AC Adapter, Power cord, IR Remote Control, Large eyecup, Lens hood, Lens cap, USB Cable, NP-FV70A Rechargeable battery, คู่มือการใช้งาน และเอกสารอื่นๆ

AX700 เป็น Handycam หรือกล้องวิดีโอขนาดเล็กเหมาะแก่การถือถ่ายง่ายๆ เลยมีสายรัดมือมาเสร็จสรรพที่ฝั่งขวาของบอดี้ เวลาจับถือมือเดียวจะได้กระชับมั่นคงขึ้น แต่แน่นอนว่าต้องถือด้วยมือขวาเท่านั้น ซึ่งก็ไม่ได้รู้สึกติดขัดอะไรแม้ผมถนัดซ้าย

จัดวางเลย์เอาต์ปุ่มควบคุมได้เหมาะเจาะพอดีมือ ปุ่ม Start/Stop Recording และ Joystick อยู่ที่นิ้วโป้ง, ปุ่ม Focus Magnifier (ในโหมด Photo จะใช้เป็นปุ่มโฟกัสและลั่นชัตเตอร์) อยู่ที่นิ้วชี้, ปุ่ม Power Zoom จะอยู่ที่นิ้วกลางและนิ้วนาง เพียงเท่านี้ก็สามารถใช้งานกล้องได้ครอบคลุมแม้จับถือมือเดียว… จัดวางเลย์เอาต์ปุ่มควบคุมได้เหมาะเจาะพอดีมือ ปุ่ม Start/Stop Recording และ Joystick อยู่ที่นิ้วโป้ง, ปุ่ม Focus Magnifier (ในโหมด Photo จะใช้เป็นปุ่มโฟกัสและลั่นชัตเตอร์) อยู่ที่นิ้วชี้, ปุ่ม Power Zoom จะอยู่ที่นิ้วกลางและนิ้วนาง เพียงเท่านี้ก็สามารถใช้งานกล้องได้ครอบคลุมแม้จับถือมือเดียว…

แต่ถ้าต้องการควบคุมตั้งค่ากล้องบางอย่างที่แอดวานซ์ขึ้น เช่น ปรับขนาดรูรับแสงเอง (Iris), ISO, Shutter Speed, Menu, Manual Focus ฯลฯ จะเป็นหน้าที่ของมือซ้าย ซึ่งก็จัดวางตำแหน่งปุ่มได้ลงตัวดีอีกนั่นแหละ การประคองทั้งสองมือ ยังช่วยให้กล้องนิ่ง ลดการสั่นไหวได้ดีขึ้นด้วย

AX700 มาพร้อมเลนส์คุณภาพสูงมาตรฐาน Zeiss Vario-Sonnar T* (ไม่สามารถถอดเปลี่ยนเลนส์ได้) สามารถซูมได้ 12 เท่า (เป็นแบบ Internal Zoom กระบอกเลนส์ไม่ยื่นออกมา) ใช้งานอเนกประสงค์ครอบคลุมตั้งแต่ Wide-angle ถึง Telephoto เทียบเท่าระยะ 29mm – 348mm (35mm equivalent focal length) ขับเคลื่อนด้วยอิเล็กทรอนิกส์มอเตอร์ที่ให้การตอบสนองเที่ยงตรงและไม่มีเสียงรบกวน AX700 มาพร้อมเลนส์คุณภาพสูงมาตรฐาน Zeiss Vario-Sonnar T* (ไม่สามารถถอดเปลี่ยนเลนส์ได้) สามารถซูมได้ 12 เท่า (เป็นแบบ Internal Zoom กระบอกเลนส์ไม่ยื่นออกมา) ใช้งานอเนกประสงค์ครอบคลุมตั้งแต่ Wide-angle ถึง Telephoto เทียบเท่าระยะ 29mm – 348mm (35mm equivalent focal length) ขับเคลื่อนด้วยอิเล็กทรอนิกส์มอเตอร์ที่ให้การตอบสนองเที่ยงตรงและไม่มีเสียงรบกวน

ขนาดรูรับแสงกว้างสุด F/2.8 ที่ระยะ Wide และเมื่อซูมไปที่ระยะ Telephoto ขนาดรูรับแสงจะหดแคบลงที่ F/4 หน้าเลนส์ใส่ฟิลเตอร์ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 62mm ได้

มีฮูดสำหรับครอบเพื่อป้องกันหน้าเลนส์ และลดทอนแสงแยงรบกวน

ฝั่งซ้ายของบอดี้ เป็นตำแหน่งของ LCD Display เมื่อเปิดออกมาจะเห็นปุ่มควบคุมเพิ่มเติมด้านใน และช่องใส่หน่วยความจำคู่

LCD Display สามารถพลิกถ่ายเซลฟี่ได้ ขนาด 3.5 นิ้ว ความละเอียด 1555K pixels อัตราส่วน 16:9 รองรับ Touch Screen แต่จะเน้นใช้งาน Touch Focus เป็นหลัก การตอบสนองยังไม่ไวต่อการสัมผัสมากนัก การควบคุมส่วนใหญ่จึงยังคงต้องใช้ Joystick ที่อยู่ด้านหลังตัวกล้องร่วมด้วย

ด้านหลังเป็นตำแหน่งของ Viewfinder และจุดติดตั้งแบ็ตเตอรี่ ที่ฝั่งขวาจะเห็นปุ่ม Start/Stop Recording และ Joystick ซึ่งใช้งานบ่อยที่สุด

Viewfinder เป็นแบบ OLED EVF ขนาด 0.39 นิ้ว ความละเอียด 2.359M dots เวลาใช้งานจะต้องดึงออกเข้าหาตัวก่อน ตามตำแหน่งในรูป

สามารถปรับมุมยก Viewfinder ขึ้น เพื่อใช้ถ่ายมุมต่ำได้ มียางครอบตาขนาดใหญ่แถมมาให้ด้วย

ข่องต่อ

Dual Memory Card Slots ช่องใส่หน่วยความจำคู่ รองรับ SD Card (ทั้ง 2 ช่อง) และ Memory Stick (เฉพาะช่อง A) สามารถบันทึกทั้ง 2 ช่องพร้อมกันเพื่อสำรองข้อมูล (Simultaneous recording) หรือบันทึกแบบต่อเนื่องกันได้ (Relay recording)

สำหรับหน่วยความจำ SD Card ที่จะนำมาใช้งานกับ AX700 เพื่อบันทึกข้อมูลวิดีโอความละเอียด 4K เต็มบิตเรต 100Mbps แนะนำว่าต้องเป็นมาตรฐาน UHS-I U3 ขึ้นไปเท่านั้น โดยทั่วไปหากบันทึกวิดีโอ 4K ที่อัตราบิตเรต 60Mbps หน่วยความจำขนาดความจุ 64GB จะบันทึกได้ราว 2 ชม.

HDMI Type A Output สามารถส่งสัญญาณภาพความละเอียด 4K 30p 8-bit 4:2:2 ออกไปยังจอแสดงผลภายนอก หรือนำไปบันทึกผ่าน External Recorder ก็จะได้คุณภาพแบบไม่มีการบีบอัดข้อมูล ใกล้กันบริเวณส่วนล่างเป็นตำแหน่ง DC In สำหรับเชื่อมต่อ AC Adapter เพื่อชาร์จแบ็ตเตอรี่ หรือจ่ายพลังงานต่อเนื่องให้กับตัวกล้องโดยไม่ใช้ไฟจากแบ็ตเตอรี่ก็ได้

ด้านบนเมื่อเปิดฝาครอบออก จะเห็น Multi Interface (MI) Shoe สำหรับใช้งานร่วมกับอุปกรณ์เสริม อาทิ XLR Audio Adapter, Shotgun Microphone, ไฟต่อเนื่อง ฯลฯ

ช่องต่อ External Microphone In แบบ Stereo Minijack และ Multi/Micro USB สำหรับส่งถ่ายข้อมูลกับ PC และเชื่อมต่อกับอุปกรณ์เสริมบางชนิด

Headphone Out ช่องต่อหูฟัง แบบ Stereo Minijack เพื่อใช้มอนิเตอร์คุณภาพการบันทึกเสียงได้เที่ยงตรงมากยิ่งขึ้น

เพิ่มเติม

ก่อนจะไปว่ากันถึงผลการใช้งานจริง มาดูคุณสมบัติพิเศษของกล้องวิดีโอรุ่นนี้ อันมีส่วนส่งเสริมการสร้างสรรค์ผลงานให้มีความแปลกใหม่แหวกแนว และเพิ่มประโยชน์ใช้สอยให้มีความหลากหลายมากยิ่งขึ้นครับ

ND Filter Built-in ปรับได้ 3 ระดับ เพิ่มความสะดวก ช่วยให้การตั้งค่ากล้องสำหรับการถ่ายวิดีโอ (IRIS) ยืดหยุ่นมากยิ่งขึ้นโดยเฉพาะเมื่อถ่ายเวลากลางวันในที่กลางแจ้ง 

Slow & Quick Motion (บันทึกแบบไม่จำกัดระยะเวลา) และ Super Slow Motion (up to 1000 fps บันทึกแบบจำกัดระยะเวลา) ลูกเล่นพิเศษที่ช่วยสร้างสรรค์งานวิดีโอให้แปลกใหม่ น่าสนใจ

Nightshot รองรับการถ่ายภาพเคลื่อนไหวเวลากลางคืน หรือในที่มืดที่แทบไม่มีแสง แต่ AX700 ก็ยังเก็บภาพมาได้ เมื่อใช้งานควบคู่กับ Low Lux Mode จะยิ่งเพิ่มศักยภาพการถ่ายวิดีโอในที่มืดขึ้นอีก (ภาพตัวอย่างแคปเจอร์จากไฟล์วิดีโอที่ถ่ายด้วย AX700 ตัวแบบอยู่ห่างจากหน้ากล้องราวๆ 2 เมตร)

Wi-Fi & NFC ของ AX700 มีประโยชน์ในการเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟน ร่วมกับ PlayMemories Mobile app เพียงเท่านี้สมาร์ทโฟนจะกลายเป็นมอนิเตอร์ไร้สาย และเช็คสถานะการทำงานของกล้องเมื่อทำการถ่ายวิดีโอและถ่ายภาพนิ่งได้ด้วย อีกทั้งยังควบคุมการซูม เลือกจุดโฟกัส และตั้งค่ากล้องบางอย่าง เหมาะมากเวลามีความจำเป็นต้องอยู่ห่าง ไม่สามารถควบคุมจากหลังกล้องโดยตรง

แต่น่าเสียดายที่การควบคุมผ่านสมาร์ทโฟนนี้ ไม่สามารถปรับแต่งตั้งค่ากล้องแบบแอดวานซ์ได้ (ปรับค่ารูรับแสง หรือ Iris ได้เพียงอย่างเดียว) สามารถพรีวิวรูปนิ่งที่อยู่ในกล้องและดาวน์โหลดไฟล์ลงสมาร์ทโฟนได้ แต่ฟีเจอร์พรีวิวและดาวน์โหลดลงสมาร์ทโฟนนี้ ไม่รองรับไฟล์วิดีโอครับ

สิ่งที่โดดเด่นเป็นอันดับหนึ่งของกล้องวิดีโอรุ่นนี้ คือ “Fast Hybrid AF” หรือออโต้โฟกัสที่รวดเร็ว โดยเฉพาะระบบติดตามวัตถุที่แม่นยำเชื่อถือได้ แต่การจะดึงศักยภาพนี้ออกมาใช้งานอย่างเต็มที่ตรงตามสถานการณ์นั้น จำเป็นต้องให้ความสำคัญกับการตั้งค่า Tracking Depth Range และ Subject Switching Sensitivity โดยทาง Sony ให้คำอธิบายและแนะแนวทางไว้ ตามคลิปนี้ครับ

ภาพ

AX700 บันทึกวิดีโอต่อเนื่องความละเอียด 4K สูงสุดที่ 2160p 30Hz 8-bit 4:2:0 ที่บิตเรต 100Mbps และ 60Mbps โดยเข้ารหัสแบบ XAVC S 4K ส่วน Full HD สูงสุดที่ 1080p 120Hz 8-bit 4:2:0 เข้ารหัสแบบ XAVC S HD

การบันทึกค่าแสงและสีด้วย AX700 ครอบคลุมหลากหลายมาตรฐาน สามารถกำหนดผ่านตัวเลือก Picture Profiles (PP) ถึง 10 แบบ ที่น่าสนใจเป็นพิเศษ คือ Instant (Static) HDR จากมาตรฐาน HLG จะอยู่ที่ “PP10”

HLG จาก PP10 จะสามารถปรับแต่งตั้งค่าเพิ่มเติมได้ โดย Gamma มีให้ถึง 3 ตัวเลือก เพื่อผลลัพธ์ที่เหมาะกับหลากหลายสถานการณ์ ดังนี้

HLG1 = เหมาะกับสภาพแสงน้อย เนื่องจากปริมาณน้อยส์ต่ำที่สุด แต่ไดนามิกเรนจ์จะแคบกว่าอีก 2 โหมด เนื่องจากระดับ Maximum video output level ถูกกดไว้ที่ 87%

HLG2 = บาลานซ์ไดนามิกเรนจ์กับปริมาณน้อยส์ให้เหมาะกับหลากหลายสถานการณ์ ระดับ Maximum video output level อยู่ที่ 95%

HLG3 = เน้นไดนามิกเรนจ์กว้างสุดโดยไม่คำนึงถึงโอกาสที่จะเกิดน้อยส์ เหมาะกับสภาพแสงกลางแจ้ง ระดับ Maximum video output level อยู่ที่ 100%

ในขณะที่ Color Mode สามารถแม็ตชิ่งได้ 2 ตัวเลือก ได้แก่

BT.2020 = มาตรฐานขอบเขตสีจากอุตสาหกรรมวิดีโอและภาพยนตร์ในปัจจุบันและอนาคต เหมาะกับการรับชมร่วมกับอุปกรณ์จอภาพ และเพลเยอร์ยุค 4K HDR ที่ให้ขอบเขตสีกว้าง

BT.709 = มาตรฐานขอบเขตสีจากอุตสาหกรรมวิดีโอและภาพยนตร์ยุคก่อน แต่ปัจจุบันยังมีใช้งานแพร่หลายอยู่ เหมาะกับการรับชมร่วมกับอุปกรณ์จอภาพ และเพลเยอร์ยุค HD SDR

ภาพตัวอย่าง (แคปเจอร์จากไฟล์วิดีโอ) ของ AX700 เปรียบเทียบผลลัพธ์ Picture Profiles 3 แบบ คือ PP3 (ITU709), PP10 (HLG2) และ PP7 (S-Log2) ทั้งหมดตั้งค่ากล้อง (IRIS, ISO, Shutter Speed) เหมือนกัน อ้างอิงการแสดงผลแบบ SDR

ผลลัพธ์ Picture Profiles 3 แบบ หากอ้างอิงกับจอภาพ SDR จะพบว่า PP3 ดูสว่างและให้ระดับคอนทราสต์ดีที่สุดเพราะเป็นมาตรฐานที่แม็ตช์กับจอภาพแบบนี้ อย่างไรก็ดี หากสังเกตช่วงไฮไลท์จากหลอดไฟหลายๆ ตำแหน่งในภาพ จะพบว่าติด Overexpose รายละเอียดบางอย่างบริเวณจุดสว่างในภาพจึงหายไป ในขณะที่ PP10 และ PP7 ถ่ายทอดรายละเอียดในจุดนี้ได้ครบถ้วนกว่า ไฟ LED ยังเห็นเป็นเม็ดชัด ส่วนไฟนีออนก็เห็นเป็นเส้นคมชัดเจนไม่ฟุ้งจนเกินไป

ในส่วนของ Shadow Detail PP3 จะให้ระดับสีดำที่ลึก แต่บางสถานการณ์มีโอกาสที่รายละเอียดในที่มืดจะจมหายไป ในขณะที่ PP10 และ PP7 จะชดเชยระดับสีดำดูลอยนิดๆ เพื่อคงรายละเอียดส่วนมืดไว้ให้มากที่สุด

เมื่อลองเปรียบเทียบ PP10 กับ PP7 ซึ่งเป็น Picture Profiles ที่ชดเชยไดนามิกเรนจ์ให้กว้างทั้งคู่ จะพบว่า PP10 ได้เปรียบในเรื่องความถูกต้องของสีสันและระดับคอนทราสต์ที่ดูใกล้เคียงกับความเป็นจริงมากกว่า จนอาจไม่มีความจำเป็นต้องผ่านกระบวนการโปรเซสเพิ่มเติม แต่หากต้องการ ก็โปรเซส PP10 เพิ่มเติมได้ ปัจจุบันซอฟต์แวร์ตัดต่อดังๆ อย่าง Adobe Premiere Pro, Davinci Reslove (Studio) ฯลฯ รองรับมาตรฐาน HLG แล้ว

อย่างไรก็ดี ศักยภาพที่แท้จริงของ PP10 คือ การรับชมร่วมกับจอภาพที่รองรับการแสดงผล HDR (แบบ HLG) อาทิ 4K HDR TV ที่ทยอยเพิ่มจำนวนรองรับหลากหลายรุ่นในปัจจุบัน ผลลัพธ์จะให้ความโดดเด่นเหนือกว่า PP3 ทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นความสว่าง คอนทราสต์ สีสัน เผยให้เห็นรายละเอียดปลีกย่อยจากระดับไดนามิกเรนจ์ที่กว้างขึ้น ในขณะที่การรับชม PP10 แบบ HDR (HLG) จะเห็นว่าสามารถควบคุมระดับน้อยส์ได้ดีกว่าการรับชมแบบ SDR ด้วย

การถ่ายวิดีโอคงเลี่ยงปัญหาภาพสั่นไหวได้ยาก Sony จึงให้ระบบป้องกันภาพสั่นไหวที่ใช้ชื่อเรียกว่า SteadyShot มาด้วย สำหรับ AX700 มี 2 ระดับสำหรับโหมดวิดีโอ คือ Standard และ Active ส่วนโหมดถ่ายภาพนิ่ง สามารถเปิดใช้งานได้เช่นกัน ที่ระดับ Standard

ผลการใช้งานพบว่า SteadyShot สามารถลดทอนภาพสั่นไหวได้จริง โดยระดับ Standard หากประคองกล้องถ่ายวิดีโอ 2 มือให้มั่น และค่อยๆ เดิน ก็จะได้ผลลัพธ์ที่ดี แต่หากถือมือเดียวและปล่อยตัวเดินสบายๆ จะพบว่ายังมีการสั่นไหวอยู่บ้าง ในขณะที่ระดับ Active สามารถลดทอนการสั่นไหวได้ดีมาก ถือถ่ายมือเดียวเดินสบายๆ ไม่เกร็ง ภาพก็ยังนิ่ง แต่ต้องแลกกับการถูกคร็อปภาพหายไปบางส่วน (เข้าใจว่าที่ระดับ Active จะใช้ Optical SteadyShot ควบคู่กับการประมวลชดเชยจากฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ภายในตัวกล้องเพิ่มเติม เพื่อเพิ่มศักยภาพลดทดอนการสั่นไหวได้ดีขึ้น)

AX700 สามารถถ่ายภาพนิ่งความละเอียดสูง 14.2M pixels (16:9) และ 12M pixels (3:2) ผ่าน “Photo Mode” ไฟล์ที่ได้เป็นฟอร์แม็ต JPEG (ไม่รองรับ RAW)

คุณภาพของภาพนิ่งที่ได้นั้นถือว่าใช้การได้ดีทีเดียว อย่างไรก็ดีการตั้งค่ากล้องเชิงลึกบางอย่างเมื่อถ่ายภาพนิ่งค่อนข้างจำกัด เช่น ไม่สามารถกำหนดจุดโฟกัส (ระบบฯ จะเลือกจุดโฟกัสให้แบบออโต้), ความเร็วชัตเตอร์ 1/50s – 1/10000s ขาดความยืดหยุ่นในบางสถานการณ์ จึงไม่สามารถแทนที่กล้องถ่ายภาพนิ่งได้เบ็ดเสร็จ… แต่ประเด็นนี้คงมิใช่เรื่องที่ต้องตำหนิ เพราะหน้าที่หลักใช้งาน AX700 เป็นกล้องวิดีโอได้ยอดเยี่ยมก็เพียงพอ การถ่ายภาพนิ่งถือเป็นของแถม

ตัวอย่างภาพนิ่งจาก AX700 ที่ระยะ 29mm F/2.8 1/60 ISO200

ขนาดรูรับแสงกว้างสุดที่ F/2.8 ส่งผลให้ AX700 มีความไวแสงพอตัว นำไปถ่ายเวลากลางคืนในสถานที่ที่มีไฟประดับก็ไม่ต้องดัน ISO สูงมาก แต่ในแง่ความสามารถละลายฉากหลังนั้น F/2.8 กับเซ็นเซอร์รับภาพขนาด 1 นิ้ว การแยก subject ออกจากฉากหลังยังไม่ถึงกับโดดเด่น ส่วนใหญ่ภาพที่ได้จะออกไปทางชัดลึกมากกว่า ซึ่งในแง่ความชัด ทำได้คมยัดขอบ ไม่มีจุดให้ต้องติติงที่ระยะ Wide

7 กลีบรูรับแสงที่ F/2.8 (ระยะ 29mm) ให้ Bokeh ค่อนข้างกลม แต่โอกาสเห็น Bokeh ตามการใช้งานปกติคงไม่บ่อยนัก (ถ้าไม่ตั้งใจถ่ายไฟแบบปรับโฟกัสให้เบลอ)

ตัวอย่างภาพนิ่งทดสอบคุณภาพเลนส์ของ AX700 เมื่อเปิดรูรับกว้างสุด ที่ระยะ Wide 29mm (F/2.8) เปรียบเทียบกับที่ระยะ Telephoto 348mm (F/4) ตัวอย่างภาพนิ่งทดสอบคุณภาพเลนส์ของ AX700 เมื่อเปิดรูรับกว้างสุด ที่ระยะ Wide 29mm (F/2.8) เปรียบเทียบกับที่ระยะ Telephoto 348mm (F/4)

ภาพข้างต้น ทำการ Crop 100% ให้เห็นรายละเอียดคุณภาพเลนส์จากทั้ง 2 ระยะ ชัดๆ

หากทำการซูมจากมุมกว้าง ไปที่ระยะเทเลโฟโต้ รูรับแสงจะหดแคบลงเรื่อยๆ จาก F/2.8 ไปหยุดที่ F/4 นอกจากนี้คุณภาพของภาพที่ได้ช่วงระยะเทเลโฟโต้จะตกลงเล็กน้อย ทั้งคอนทราสต์ ความคมชัด และมีโอกาสเห็นขอบม่วง (Chromatic Aberration) ง่ายกว่า ภาพติดฟุ้งนิดๆ แต่โดยรวมยังถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดี (ภาพที่เห็นมีโทนสีแตกต่างกันเล็กน้อยเนื่องจากผลของ Auto White Balance) บางจุดสามารถแก้ไขได้ง่ายๆ ด้วยโปรแกรมแต่งรูป ซึ่งด้วยระยะเลนส์ซูมที่ไกลมาก ยังคงเป็นจุดแข็งหลักที่จะได้ใช้ประโยชน์ในสถานการณ์จริงอยู่บ่อยครั้ง

สรุป

ศักยภาพอันโดดเด่นจากระบบโฟกัสที่รวดเร็ว แม่นยำ บวกกับลูกเล่นที่ให้อรรถประโยชน์หลากหลาย AX700 จึงนับเป็นอุปกรณ์สร้างสรรค์งานวิดีโอสำหรับยุค 4K HDR ที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง เชื่อว่าอนาคตเราคงจะได้เห็นผลงานคุณภาพรูปแบบใหม่นี้อย่างแพร่หลาย เพราะคอนเทนต์วิดีโอแบบ HDR จะไม่จำกัดที่มา เฉพาะจากสตูดิโอใหญ่ๆ แต่เพียงอย่างเดียว เราๆ ท่านๆ ก็มีสิทธิ์ทำออกมาเผยแพร่ได้ไม่ยาก

จุดเด่นของ Sony FDR-AX700

  • ความสามารถระดับกล้องวิดีโอ Prosumer ความละเอียด 4K แต่มีขนาดบอดี้ค่อนข้างเล็ก น้ำหนักเบา ออกแบบให้จับถนัดมือ
  • Back Illuminated Exmor RS stacked CMOS sensor ขนาด 1″ ล่าสุด ให้การถ่ายโอนข้อมูลไปยังหน่วยประมวลผล BIONZ X ได้อย่างรวดเร็ว รองรับการถ่ายวิดีโอแบบ High Frame Rate สูงสุดถึง 1000 fps (Slow Motion)
  • Fast Hybrid Auto Focus โดดเด่น โดยเฉพาะการติดตามวัตถุ ให้ความแม่นยำสูง ตอบสนองรวดเร็วฉับไว จุดโฟกัส 273 จุด (PDAF) ครอบคลุม 84% ของพื้นที่เซ็นเซอร์ 
  • เลนส์ซูม 12 เท่า มาตรฐาน Zeiss Vario-Sonnar T* ครอบคลุมระยะ Wide-angle ถึง Telephoto ให้ความยืดหยุ่นสูง ควบคุมด้วยอิเล็กทรอนิกส์มอเตอร์ทำงานเงียบ ให้ฮูดครอบป้องกันหน้าเลนส์มาด้วย
  • คุณภาพวิดีโอโดดเด่น รายละเอียดคมชัดทั้ง 4K และ Full HD; HLG Picture Profile (PP10) สามารถเก็บ Dynamic Range ได้กว้างขึ้นจริง นำไปใช้ได้ทั้ง SDR และ HDR สะดวกเมื่อนำไปรับชมกับจอภาพทั้ง 2 มาตรฐาน แม้ไม่ผ่านการเกรดดิ้งก็ไม่ต้องกังวลว่าสีจะบิดเบือนผิดเพี้ยน
  • Slow & Quick Motion และ Super Slow Motion (up to 1000 fps) ไปจนถึง NightShot ฟีเจอร์เสริมที่สร้างสรรค์งานวิดีโอให้น่าสนใจแปลกใหม่ และเพิ่มประโยน์ใช้สอยมากยิ่งขึ้น
  • ช่องต่อครบครันตามมาตรฐานคอนซูเมอร์ ทั้ง HDMI Out (4K 30p 8-bit 4:2:2 Output), Headphone/Mic Stereo Minijack, Multi Interface Shoe, LANC port, Multi/Micro USB และ DC In พร้อม Dual Mem card slots และ Wi-Fi/NFC
  • ให้รีโมตคอนโทรลไร้สายมาด้วย ช่วยให้การควบคุมตั้งกล้องถ่ายตัวเองสะดวกขึ้น แต่ยังจำเป็นต้องต้องตั้งค่าส่วนใหญ่ผ่านตัวกล้องอยู่เนื่องจากรีโมตมีขนาดเล็ก ปุ่มน้อย ไม่ครอบคลุมทุกฟังก์ชั่น, สามารถเพิ่มเติมรีโมตภายนอกแบบใช้สายได้

จุดด้อยของ Sony FDR-AX700

  • การบันทึกวิดีโอ 4K จำกัดคุณภาพสูงสุดที่ 4K 30p 4:2:0 8-bit 100Mbps ยังไม่รองรับ 4K 60p หรือ 4K 30p 10-bit
  • Optical Quality ของเลนส์ซูมช่วงปลาย Telephoto จะตกลงเล็กน้อย ภาพติดฟุ้งนิดๆ แต่ถือว่ายังอยู่ในเกณฑ์ดีมากสำหรับเลนส์ระยะช่วงซูมกว้างถึง 12 เท่า
  • ฟีเจอร์ควบคุมผ่านการสัมผัสหน้าจอ LCD Display ยังจำกัด การตอบสนองไม่ไวนัก บางครั้งต้องคอยกดย้ำๆ แต่ก็เพิ่มความสะดวกได้ในหลายสถานการณ์ โดยเฉพาะเมื่อใช้ร่วมกับฟีเจอร์ Lock-on AF
  • Optical SteadyShot ที่ระดับ Standard ลดการสั่นไหวได้แต่ต้องพยายามเกร็งมือให้นิ่ง ส่วนที่ระดับ Active ศักยภาพสูงขึ้น ลดการสั่นไหวได้ดีแม้ถือถ่ายมือเดียวแบบสบายๆ แต่ภาพจะถูกคร็อปหายไปบางส่วน
  • Photo Mode สามารถถ่ายภาพนิ่งและคุณภาพภาพที่ได้ก็อยู่ในเกณฑ์ดี แต่น่าเสียดายที่การตั้งค่ากล้องเชิงลึกเพื่อใช้ถ่ายภาพนิ่งจำกัดเกินไป จึงใช้งานได้ไม่ครอบคลุมทุกสถานการณ์

ราคา Sony FDR-AX700

64,990 บาท

Sample Image Gallery

SPRING SUMMER LOOKBOOK

Sample Block Quote

Praesent vestibulum congue tellus at fringilla. Curabitur vitae semper sem, eu convallis est. Cras felis nunc commodo eu convallis vitae interdum non nisl. Maecenas ac est sit amet augue pharetra convallis.

Sample Paragraph Text

Praesent vestibulum congue tellus at fringilla. Curabitur vitae semper sem, eu convallis est. Cras felis nunc commodo eu convallis vitae interdum non nisl. Maecenas ac est sit amet augue pharetra convallis nec danos dui. Cras suscipit quam et turpis eleifend vitae malesuada magna congue. Damus id ullamcorper neque. Sed vitae mi a mi pretium aliquet ac sed elitos. Pellentesque nulla eros accumsan quis justo at tincidunt lobortis deli denimes, suspendisse vestibulum lectus in lectus volutpate.
ถัดไป
ก่อนหน้า

แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็นในบล็อกทั้งหมดจะถูกตรวจสอบก่อนที่จะเผยแพร่

ขอบคุณสำหรับการสมัคร!

อีเมลนี้ได้รับการลงทะเบียนแล้ว!

เลือกซื้อรูปลักษณ์

ตัวเลือก

Have Questions?
Back In Stock Notification
ถูกเพิ่มลงในตะกร้าสินค้าของคุณ

ตัวเลือก

this is just a warning

รีเซ็ตรหัสผ่าน

กรุณากรอกอีเมลที่คุณเคยลงทะเบียนไว้