ข้ามไปที่เนื้อหา
|

ลำโพงมอนิเตอร์ คุณภาพงานสร้างระดับมาสเตอร์พีซ !!? รีวิว KEF LS50

เขียนโดย: EDITOR LCDTVTHAILAND โพสต์เมื่อ: 16 Jan 2022 0 ความคิดเห็น

Mini Monitor Speaker

KEF LS50

ลำโพงมอนิเตอร์
คุณภาพงานสร้างระดับมาสเตอร์พีซ !!?

 

ขึ้นชื่อว่าคำหวาน แม้บางทีจะเป็นเรื่องโกหกแต่คนส่วนใหญ่ก็ชอบเพราะฟังแล้วรื่นหู ผิดกับความจริง ที่มีทั้งดีและไม่ดี บางทีก็โหดร้าย จนอาจจะรับไม่ได้ บ่อยครั้งคนเราจึงลือกฟังแต่คำหวานเพื่อจะได้หลีกหนีความจริงไปเสีย…

แล้วพฤติกรรมการเลือกลำโพงของเรา เป็นอย่างการเลือกฟังคำหวานไหม?

ไม่ใช่เรื่องแปลกถ้าจะมองหาลำโพงที่ให้แนวเสียงที่ (คิดว่า) ชอบ และในท้องตลาดก็มีลำโพงมากมายหลากหลายแนวให้เลือกตามรสนิยม ในจำนวนนี้หลายๆ รุ่นให้เสียงที่ฟังแล้วติดหูเหมือนเช่น “คำหวาน” แต่เราจะฟังเสียง (ดี?) แบบหลอกๆ ที่บิดเบือนความเป็นจริงอยู่ได้นานแค่ไหน?

 

ลำโพงมอนิเตอร์ เหมาะสำหรับใช้งานในสตูดิโอเท่านั้นจริงหรือ?
ภาพประกอบจาก stereophile.com

 

หน้าที่สำคัญของลำโพงมอนิเตอร์ก็เหมือนลำโพงที่ถ่ายทอดดุลเสียงตามความเป็นจริง มันจึงถูกใช้งานในขั้นตอน post production ในสตูดิโอบันทึกเสียง หากบันทึกเสียงมาดี ลำโพงมอนิเตอร์จะถ่ายทอดออกมาว่าดี ครั้นการบันทึกเสียงมีจุดบกพร่อง มันก็จะฟ้องว่าไม่ดี ซึ่งเมื่อรู้แล้วก็สามารถประเมินปัญหาเพื่อค้นหาว่าเป็นเพราะจุดใด จะได้ดำเนินการปรับปรุงแก้ไขให้ดีขึ้น ถูกต้องขึ้น ซึ่งถ้าหากใช้งานลำโพงที่มีการบิดเบือนดุลเสียง การฟังเพื่อประเมินผลจะผิดเพี้ยนออกทะเลไปกันหมด

ในประเด็นนี้ KEF เป็นผู้บุกเบิกผลิตลำโพงมอนิเตอร์มาช้านาน รุ่นที่ขึ้นชื่อ คือ LS3/5A ขนาดที่ว่า BBC นำไปใช้อ้างอิงกับงานกระจายเสียง (Broadcast) เลยทีเดียว

 

เปรียบเทียบลำโพงรุ่น LS3/5A (ซ้าย) ลำโพงมินิมอนิเตอร์ในยุคเริ่มแรกที่สร้างชื่อให้กับ KEF และ LS50
ลำโพงมินิมอนิเตอร์ยุคใหม่ อันเป็นผลงานชิ้นโบว์แดงจากประสบการณ์ที่สั่งสมมากว่า 50 ปี
ของผู้ผลิตลำโพงสัญชาติอังกฤษนี้ 
ภาพประกอบจาก pinterest.com

 

ฟังแล้วดูเหมือนว่าลำโพงมอนิเตอร์จะเหมาะกับการใช้งานในสตูดิโอ แล้วจะมีประโยชน์อันใดกับการใช้งานทั่วไปในบ้านพักอาศัย? เคยได้ยินคำกล่าวที่ว่า “การถ่ายทอดเสียงเป็นธรรมชาติ” ไหมครับ? ซึ่งเสียงที่เป็นธรรมชาตินี้จะหาได้เฉพาะกับลำโพงที่มี “สมดุลเสียง” เท่านั้น และลำโพงมอนิเตอร์เตอร์ส่วนใหญ่ ก็ถูกออกแบบมาเพื่อการณ์นี้

KEF LS50 ก็เป็นดังเช่นสายเลือดลำโพงมอนิเตอร์ที่สืบสานมาจาก LS3/5A ผสานกับเทคโนโลยีการออกแบบผลิตลำโพงขั้นสูงยุคใหม่ที่มาจากประสบการณ์ของผู้ผลิตที่สั่งสมมานานกว่า 50 ปี อัดแน่นเข้าไว้ในลำโพงมินิมอนิเตอร์คู่นี้ จนได้ผลลัพธ์เป็นประติกรรมทางเสียงชิ้นเอก ที่แทบไม่น่าเชื่อว่าจะหาได้จากลำโพงระดับราคาครึ่งแสน!

 

เปรียบเทียบผลการตอบสนองความถี่ในห้องไร้เสียงสะท้อน (Anechoic) ระหว่าง LS3/5A และ LS50 พบว่า LS50 ได้รับการไฟน์จูนจนได้สมดุลเสียงที่มีความเที่ยงตรงยิ่งกว่า LS3/5A ขึ้นไปอีกขั้นจนใกล้เคียงอุดมคติ (ภาพข้อมูลจาก KEF) ส่วนหนึ่งเป็นผลจากเทคโนโลยีตัวขับเสียงยุคใหม่ที่ถ่ายทอดลงมาจากรุ่นคอนเซ็ปต์เรือธงระดับราคา 7 หลัก อย่าง “Blade”… เห็นอย่างนี้เริ่มสนใจลำโพงมินิมอนิเตอร์รุ่นนี้กันบ้างหรือยังครับ?

 

Design – การออกแบบ

อะไรที่ทำให้ลำโพงมอนิเตอร์รุ่นนี้เป็นดั่งประติมากรรมชิ้นเอก?

เช่นเดียวกับลำโพงยุคใหม่รุ่นอื่นๆ ของ KEF ที่มีการอิงนวัตกรรมด้านเสียงระดับสูงมาจากรุ่นคอนเซ็ปต์เรือธง จนเป็นเอกลักษณ์ของลำโพงอังกฤษยี่ห้อนี้ คือ เทคโนโลยีตัวขับเสียงที่เรียกว่า Uni-Q

 

ดังเช่นที่เห็นด้วยตาว่า Uni-Q เป็นเทคนิคที่นำทวีตเตอร์ไปติดตั้งไว้ที่ใจกลางของวูฟเฟอร์ เพื่อต้องการผลลัพธ์ด้านความกลมกลืนของรอยต่อเสียงตามอุดมคติ ให้เป็นดังเช่นเสียงที่ออกมาจากจุดกำเนิดเดียว (Point source)

อย่างไรก็ดี LS50 เป็นลำโพงมินิมอนิเตอร์ที่ Uni-Q Driver จะทำหน้าที่ถ่ายทอดเสียงครอบคลุมตลอดย่านรับฟัง ตั้งแต่ความถี่สูง ไล่ไปจนถึงความถี่ต่ำ มิได้ทำหน้าที่ถ่ายทอดเฉพาะเสียงสูงและกลางแบบ Uni-Q Driver ที่ติดตั้งอยู่ในซีรี่ส์อื่นรุ่นลำโพงตั้งพื้น (ที่มาพร้อมการติดตั้งหลายตัวขับเสียงแบ่งแยกหน้าที่ตอบสนองความถี่)

จากภาระที่หนักกว่าของ Uni-Q Driver ใน LS50 จึงมีการไฟน์จูนเพิ่มเติมเพื่อผลด้านการตอบสนองความถี่ที่ราบเรียบ และมีเสถียรภาพ ซึ่งถ้าเปรียบเทียบกับ Uni-Q Driver ของ KEF R Series จะพบว่าขอบเซอร์ราวด์ของ LS50 จะมีโครงสร้างลอนหยัก มิได้เรียบเนียนเหมือนกับ R Series อันเป็นเทคนิคที่ KEF ไฟน์จูนเพิ่มเติมในส่วนของ “Z-flex”

 

ถึงแม้จะเป็นเทคโนโลยีเดียวกัน ทว่า Uni-Q Driver ของ LS50 ก็ได้รับการไฟน์จูนเพิ่มเติมในรายละเอียดปลีกย่อย
จนมีความต่างจาก Uni-Q Driver ของลำโพง KEF ซีรี่ส์อื่นๆ
(คลิกที่รูปเพื่อขยาย)

 

ลักษณะขอบเซอร์ราวด์ Z-flex ที่เพิ่มเติมลอนหยักนี้ KEF ให้เหตุผลเพื่อใช้ควบคุมการกระจายเสียงให้กลมกลืนสัมพันธ์กับหน้าที่ของ Uni-Q Driver ที่ต้องถ่ายทอดตลอดย่านความถี่ ทั้งความถี่สูง กลาง และต่ำ โดยเสียงความถี่สูงจากทวีตเตอร์ทีติดตั้งในใจกลางของวูฟเฟอร์ จะไม่ถูกรบกวนโดยโครงสร้างรอบๆ ที่ทำหน้าที่เป็นวูฟเฟอร์

เมื่อผนวกกับโครงสร้างจีบโลหะแฉกๆ ของทวีตเตอร์โดม ที่เรียกว่า Tangerine Waveguide มุมกระจายเสียงความถี่สูงจะกว้างขวางมากขึ้น sweet spot จะไม่กระจุกตัวอยู่เพียงมุมแคบๆ และยังเพิ่มความไว (Sensitivity) ให้กับทวีตเตอร์ด้วย ซึ่งผลการตอบสนองความถี่ของทวีตเตอร์โดมโลหะของ LS50 สามารถขยายขอบเขตขึ้นไปได้ถึง 40KHz โดยไม่เกิดการเสียรูป ทั้งนี้ด้วยรูปทรงอะลูมิเนียมโดมที่ออกแบบเฉพาะ เสริมด้วยการแดมป์เพิ่มที่บริเวณโดยรอบว้อยซ์คอล์ยอีกชั้นหนึ่ง

 

ในส่วนของวูฟเฟอร์ไดอะแฟรม ผลิตจากวัสดุโลหะผสม Magnesium/Aluminium ที่มีความแกร่งแต่น้ำหนักเบา เผื่อผลการตอบสนองต่อสัญญาณฉับพลันได้ดี และสามารถตอบสนองเสียงความถี่ต่ำได้ลึกแม้จะมีขนาดเล็ก โครงสร้างโดยรอบเป็นอะลูมิเนียมขึ้นรูป

ทั้งทวีตเตอร์และวูฟเฟอร์ของ Uni-Q ถูกขับเคลื่อนด้วยวอยซ์คอล์ยภายใต้แม่เหล็ก (นีโอไดเมียมสำหรับทวีตเตอร์ และเฟอร์ไรต์สำหรับวูฟเฟอร์) ขนาดใหญ่ รับกำลังขับจากภาคขยาย ถ่ายทอดไดนามิกได้อย่างเต็มที่ เรียกว่า ให้เสียงได้ใหญ่โตเกินกว่าขนาดตัวเลยทีเดียว

 

Design – การออกแบบ

 

ท่อเปิด Bass-reflex ด้านหลังของ LS50 นั้นค่อนข้างแปลก นอกจากมิได้เป็นท่อทรงกลมแล้ว วัสดุยังมีคุณสมบัติอ่อนหยุ่นคล้ายยาง หาใช่ท่อพลาสติกทื่อๆ แข็งๆ เหมือนลำโพงทั่วไป ซึ่งมีเหตุผลครับ… รูปทรงรีดังกล่าวเป็นผลเนื่องมาจากผลการวิจัยพฤติกรรมการไหลของของเหลวด้วยคอมพิวเตอร์หรือ CFD (Computational Fluid Dynamics) จนได้ข้อมูลลักษณะของท่อเปิดที่ให้การเคลื่อนตัวของแรงดันอากาศเป็นไปอย่างลื่นไหล ลดการรบกวนของมวลอากาศไหลวนที่ปลายท่อ

 

ขอบมุมตัวตู้มีการลบมุมเล็กน้อย แต่แผงหน้ามีลักษณะโค้งเว้าชัดเจน
นี่เป็นอีกจุดจากประสบการณ์ออกแบบลำโพงของ KEF ที่ส่งเสริมให้ลำโพงรุ่นนี้ “ไม่ธรรมดา”

โครงสร้างตัวตู้โค้งมนที่ดูสวยเงางาม แผงหน้าผลิตจากวัสดุสังเคราะห์ออกแบบขึ้นรูปด้วยคอมพิวเตอร์เพื่อผลในแง่ลดทอนการหักล้าง อันเกิดจากเสียงส่วนเกินที่สะท้อนกับแผงหน้าไปรบกวนกับเสียงหลัก ผิวของวัสดุในส่วนนี้จะมีเท็กเจอร์ละเอียด ให้ความรู้สึกด้านและสากๆ ผิดกับตัวตู้ส่วนหลังที่เป็นสีมันเงา ส่วนตัวผมชอบรุ่นตัวตู้สีขาวสะอาดตา ตัดด้วยสีน้ำเงินของตัวขับเสียง Uni-Q ที่ไม่เหมือนใคร แต่ตัวตู้สีขาวนี้ต้องระมัดระวังมากกว่าสีดำเพราะจะเปื้อนง่ายกว่า แต่ไม่ว่าสีไหน ก็ดูสวยงามแบบแหวกแนวดีมาก

 

ภายในตัวตู้ LS50 ยังพิถีพิถันมากเป็นพิเศษ เมื่อเคาะดูจะรับรู้ได้เลยว่า “แน่นหนา” ทุกด้าน ไม่ได้เสริมแค่ด้านใดด้านหนึ่ง ส่งผลถึงน้ำหนักที่มากกว่าลำโพงมินิมอนิเตอร์ทั่วไปมาก มีการดามตัวตู้ด้วยเทคนิคที่เรียกว่า CLD (Constrained Layer Damping) ที่นอกจากใช้เพื่อเสริมความแกร่งแล้วยังผนวกวัสดุที่ทำหน้าที่แดมป์ป้องกันการสั่นสะเทือนไปพร้อมๆ กัน

 

ขั้วต่อสายลำโพงไบดิ้งโพสต์แบบซิงเกิลไวร์ ดูดี
เช่นเดียวกับความมั่นคง แข็งแรง รองรับสายลำโพงขนาดหน้าตัดใหญ่และหนักได้

 

ความเก๋อีกประการของลำโพงรุ่นนี้ คือ ดีไซน์ยี่ห้อลำโพง ซึ่งอยู่ด้านบนตู้ลำโพง
นี่กระมังที่เรียกว่า “ไม่พยายามให้เด่น แต่ก็ดูเด่น” ในรุ่นตัวตู้สีขาวจะมองเห็นลางๆ ต้องมองในมุมที่มีแสงสะท้อนดีๆ

 

จุดที่แตกต่างจากรุ่นตัวตู้สีดำ (ล็อตแรก) นอกจากสี คือ รุ่นสีขาวจะไม่มีตัวหนังสือกำกับ 50th Anniversary Model ที่แผงหน้า และโลโก้ 50th Anniversary ที่ด้านหลัง นอกนั้นเหมือนกัน

 

คู่มือการใช้งาน

 

โฟมอุดท่อเบส ที่ KEF ให้มาเพื่อใช้ไฟน์จูนปริมาณเสียงย่านต่ำของ LS50 ในกรณีที่มีข้อจำกัดต้องตั้งวางลำโพงชิดผนัง
หรือบางสภาพแวดล้อมที่ส่งผลกระทบทำให้เบสบวม

 

Sound – เสียง

น่าเสียดายช่วงที่ทางตัวแทนจำหน่ายให้ยืมลำโพง KEF R Series มาทดสอบ ไม่ได้ส่งรุ่นที่เป็นลำโพงวางหิ้ง (R300) มาด้วย ไม่งั้นจะจับมาฟัดกับ LS50 ดูสักหน่อยว่า 2 ซีรี่ส์จากผู้ผลิตเดียวกัน จะมีความโดดเด่นแตกต่างกันเพียงใด อย่างไรก็ดีผมทดลองหาลำโพงอื่นๆ ที่ขึ้นชื่อว่าให้เสียงแบบลำโพงมอนิเตอร์ เพื่อดูผลลัพธ์ว่าแตกต่างอย่างไรกับ LS50 ถึงแม้ระดับราคาของตัวเปรียบเทียบจะต่ำกว่าอยู่บ้าง แต่อย่างน้อยก็น่าจะช่วยให้เห็นภาพของประสิทธิภาพ LS50 ที่ชัดเจนขึ้น

 

ตัวเปรียบเทียบได้แก่ PSB Alpha B1 ลำโพงไฮไฟวางหิ้งราคาประหยัด กับ Quad 11L ลำโพงสัญชาติอังกฤษเช่นเดียวกับ KEF ทั้งคู่เป็นลำโพง Hi-Fi ที่ขึ้นชื่อเรื่องสมดุลเสียงเช่นเดียวกับลำโพงมอนิเตอร์ อันที่จริงอยากได้ตัวเลือกอื่นๆ ที่ราคาใกล้เคียงกับ LS50 มาเทียบ แต่หาไม่ทันครับ (ฮา)

 

Frequency Response Comparison (On-axis)
KEF LS50 vs Quad 11L vs PSB Alpha B1
“In-room” Nearfield Measurement (1/12 Octave Smoothing)
(คลิกที่รูป เพื่อขยาย)

 

การตัดสินลำโพงนั้นๆ ว่าสมควรจะเรียกเป็นลำโพงมอนิเตอร์ได้เต็มปากหรือไม่ ก็ต้องดูที่ “สมดุลเสียง” ว่าเป็นอย่างไร ซึ่งจากผลการตอบสนองความถี่ในห้องทดสอบก็ยืนยันว่า ทั้ง 3 รุ่น ให้สมดุลเสียงที่ราบเรียบ ผลลัพธ์ใกล้เคียงกันมาก ซึ่งไม่แปลกสำหรับ “มาตรฐาน” ลำโพงมอนิเตอร์ กระนั้นแม้ดุลเสียงจะคล้ายกัน แต่รายละเอียดเสียงปลีกย่อยไม่เหมือนกันครับ

Sensitivity ตามสเป็กของ LS50 อยู่ที่ 85dB ซึ่งต่ำกว่าลำโพงอีก 2 รุ่น จุดนี้เมื่ออ้างอิงจากผลการใช้งานจริงก็ออกมาสัมพันธ์กัน หากอ้างอิงที่ตำแหน่งวอลลุ่มของภาคขยายเท่ากัน ระดับเสียงของ LS50 จะเบากว่าอยู่ราว 3dB ตรงนี้จะพูดว่า LS50 “กินวัตต์” มากกว่าก็คงได้ แต่ถ้าจะประเมินว่า LS50 “กินแรง” ภาคขยายมากไหม? ก็ขอตอบว่า ไม่ครับ

จริงอยู่ว่าคุณภาพเสียงจะผันแปรไปตามคุณภาพของภาคขยาย แต่จากการทดลองใช้งานร่วมกับอินทิเกรตแอมป์ตั้งแต่ราคาหมื่นกว่าบาทไปจนถึงปรีโปรเซสเซอร์+เพาเวอร์แอมป์หลักแสนอัพ เริ่มต้นก็ยังให้ผลลัพธ์ออกมาเป็นที่น่าพอใจมากทีเดียว สำหรับภาคขยายราคาไม่สูง ที่ระดับเสียงการรับฟังปกติ LS50 ยังคงดุลเสียงที่เที่ยงตรงได้ เสียงกลางที่เป็นธรรมชาติ ไม่แปรผันตามคุณภาพของภาคขยายมากนัก (หากมิใช่ใช้งานร่วมกับภาคขยายที่มีความเพี้ยนสูง) แม้ความสามารถในการผลักดันย่านต่ำจะย่อหย่อนลงบ้างเมื่อเปรียบเทียบกับการใช้งานร่วมกับเพาเวอร์แอมป์ราคาสูง แต่โดยรวม LS50 มิใช่ลำโพงที่ทำตัวโหดร้ายกับภาคขยายมากนัก

จุดที่ LS50 โดดเด่นแตกต่างจาก Alpha B1 อย่างเห็นได้ชัด คือ การขึ้นรูปอิมเมจที่เป็นตัวเป็นตนชัดเจนกว่า นั่นรวมถึงความสามารถในการชี้ชัดตำแหน่งชิ้นดนตรีสำหรับแนวเพลงที่ซับซ้อนอย่าง Big Band Jazz และ Classics

 

การตัดสินลำโพงนั้นๆ ว่าสมควรจะเรียกเป็นลำโพงมอนิเตอร์ได้เต็มปากหรือไม่ ก็ต้องดูที่ “สมดุลเสียง” ว่าเป็นอย่างไร ซึ่งจากผลการตอบสนองความถี่ในห้องทดสอบก็ยืนยันว่า ทั้ง 3 รุ่น ให้สมดุลเสียงที่ราบเรียบ ผลลัพธ์ใกล้เคียงกันมาก ซึ่งไม่แปลกสำหรับ “มาตรฐาน” ลำโพงมอนิเตอร์ กระนั้นแม้ดุลเสียงจะคล้ายกัน แต่รายละเอียดเสียงปลีกย่อยไม่เหมือนกันครับ

Sensitivity ตามสเป็กของ LS50 อยู่ที่ 85dB ซึ่งต่ำกว่าลำโพงอีก 2 รุ่น จุดนี้เมื่ออ้างอิงจากผลการใช้งานจริงก็ออกมาสัมพันธ์กัน หากอ้างอิงที่ตำแหน่งวอลลุ่มของภาคขยายเท่ากัน ระดับเสียงของ LS50 จะเบากว่าอยู่ราว 3dB ตรงนี้จะพูดว่า LS50 “กินวัตต์” มากกว่าก็คงได้ แต่ถ้าจะประเมินว่า LS50 “กินแรง” ภาคขยายมากไหม? ก็ขอตอบว่า ไม่ครับ

จริงอยู่ว่าคุณภาพเสียงจะผันแปรไปตามคุณภาพของภาคขยาย แต่จากการทดลองใช้งานร่วมกับอินทิเกรตแอมป์ตั้งแต่ราคาหมื่นกว่าบาทไปจนถึงปรีโปรเซสเซอร์+เพาเวอร์แอมป์หลักแสนอัพ เริ่มต้นก็ยังให้ผลลัพธ์ออกมาเป็นที่น่าพอใจมากทีเดียว สำหรับภาคขยายราคาไม่สูง ที่ระดับเสียงการรับฟังปกติ LS50 ยังคงดุลเสียงที่เที่ยงตรงได้ เสียงกลางที่เป็นธรรมชาติ ไม่แปรผันตามคุณภาพของภาคขยายมากนัก (หากมิใช่ใช้งานร่วมกับภาคขยายที่มีความเพี้ยนสูง) แม้ความสามารถในการผลักดันย่านต่ำจะย่อหย่อนลงบ้างเมื่อเปรียบเทียบกับการใช้งานร่วมกับเพาเวอร์แอมป์ราคาสูง แต่โดยรวม LS50 มิใช่ลำโพงที่ทำตัวโหดร้ายกับภาคขยายมากนัก

จุดที่ LS50 โดดเด่นแตกต่างจาก Alpha B1 อย่างเห็นได้ชัด คือ การขึ้นรูปอิมเมจที่เป็นตัวเป็นตนชัดเจนกว่า นั่นรวมถึงความสามารถในการชี้ชัดตำแหน่งชิ้นดนตรีสำหรับแนวเพลงที่ซับซ้อนอย่าง Big Band Jazz และ Classics

 

เสียงปืนใหญ่อาจจะขาดมวลเสียงย่านต่ำลึกไปบ้างเมื่อเทียบกับลำโพงใหญ่ แต่ยังคงได้กลิ่นอายความหนักแน่นจากปากกระบอกปืนอยู่ เช่นเดียวกับเสียงเครื่องดนตรีในวงออร์เคสตร้าที่ไม่ได้รู้สึกว่าขาดอรรถรส แม้ย่านต่ำลึกจะเบาบางแต่ก็ทดแทนด้วยเบสต้นที่สะอาด หากเปรียบเทียบกับ Alpha B1 แม้การตอบสนองความถี่ย่านต่ำจะไม่แตกต่างกันมากนัก แต่ผลการใช้งานจริงกลับรู้สึกว่า LS50 ให้น้ำหนักเสียงต่ำได้ดีกว่า โดยรวมเสียง “แน่น” กว่า ฐานเบสก็จับต้องได้เป็นตัวเป็นตนมากกว่า ส่วน 11L แม้ในเชิงปริมาณเบสต้นดูจะสูสี ทว่าการตอบสนองของเสียงต่ำจะดูเฉื่อยช้ากว่าอยู่บ้าง สรุปได้ว่าในแง่การตอบสนองความถี่ต่ำนั้น LS50 ได้เปรียบลำโพงทั้ง 2 รุ่นตามคาด ซึ่งฟังออกได้ไม่ยากทั้งในเชิงคุณภาพ และเบสที่ลงได้ลึกว่าด้วยครับ

ในส่วนของการถ่ายทอดเวทีเสียง LS50 ทำได้โอ่อ่าขยายเกินขอบเขตตำแหน่งลำโพงเล็กได้ดี และยังให้ความเด็ดขาดในการแจกแจงระดับชั้นด้านลึกได้ดีกว่าอีก 2 รุ่น อ้อ สำหรับการทดสอบว่า Uni-Q ของ LS50 ให้เสียงได้กลมกล่อมไหลลื่นเพียงใด ลองฟังร่วมกับแทร็กที่ 5 (On The Beautiful Blue Danube Waltz, Op. 314) ครับ

เนื่องจาก LS50 เป็นลำโพงแบบพาสซีฟ การจะไฟน์จูนเสียงกรณีที่จะนำซับวูฟเฟอร์มาใช้งานร่วมด้วยอาจจะดำเนินการได้ลำบากกว่าลำโพงมอนิเตอร์แบบ “แอ็คทีฟ” อยู่บ้าง อย่างไรก็ดีสำหรับเทคโนโลยีในปัจจุบันที่ภาคขยายผนวกฟังก์ชั่น Auto Speaker Calibration และ Bass Management มาด้วย การปรับเซ็ตให้เสียงลำโพงมอนิเตอร์แบบพาสซีฟ กลมกลืนเข้ากับลำโพงซับวูฟเฟอร์ อาจจะง่ายกว่าการใช้งานฟังก์ชั่นที่ลำโพงมอนิเตอร์แบบแอ็คทีฟให้มาด้วยซ้ำ

 

ข้อดีอีกประการของ Uni-Q คือ สามารถวางตะแคงได้โดยที่บาลานซ์และมุมกระจายเสียงไม่เปลี่ยน ผิดกับลำโพงทั่วไปที่แยกตัวขับเสียงติดตั้งวางเรียงกันมาแบบ “Line-array” ซึ่งส่วนใหญ่ผู้ผลิตมักจะออกแบบให้ลำโพงมีบาลานซ์และมุมการกระจายเสียงที่ดีที่สุดเฉพาะลักษณะการตั้งวางที่กำหนด (วางตั้งหรือวางนอนอย่างใดอย่างหนึ่ง) ประโยชน์ของ Uni-Q ตรงนี้เหมาะกับกรณีที่พื้นที่ตั้งวางจำกัด อย่างเช่น การนำไปไว้ในชั้นใต้ทีวี เพื่อทำหน้าที่เป็นลำโพงเซ็นเตอร์ ดังภาพ

 

Conclusion – สรุป

สมกับเป็นรุ่นฉลองครบรอบ 50 ปี ของผู้ผลิตลำโพงที่อยู่ในวงการมายาวนาน ทั้งรูปลักษณ์ที่โดดเด่นมีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร บวกกับเทคนิคขั้นสูงในด้านการออกแบบลำโพงที่อัดแน่นแบบจัดเต็ม LS50 จึงเป็นลำโพงมินิมอนิเตอร์ที่ควรค่าสำหรับผู้ที่ต้องการ “ของจริง” ไม่อิงนิยายครับ

 

หมายเหตุประกอบการให้คะแนน
– ประติมากรรมด้านเสียงที่เกิดจากประสบการณ์ออกแบบผลิตลำโพงที่สั่งสมมาร่วม 50 ปี ของ KEF ทุกอย่าง “จัดเต็ม” อัดแน่นภายในตู้โครงสร้างแน่นหนาขนาดกะทัดรัด โดดเด่นด้วยแผงหน้าโค้งมน และตัวขับเสียง Uni-Q อันเป็นเอกลักษณ์ ด้วยสีที่ตัดกับตัวตู้มันเงา
– เทคนิคการออกแบบที่ทำให้รุ่นเรือธงเสียงดีอย่างไรนั้น มันถูกถ่ายทอดลงมาสู่ LS50 เท่าที่ลำโพงงบครึ่งแสนจะให้ได้ ถึงแม้ด้วยข้อจำกัดด้านงบประมาณทำให้บางจุดอ่อนด้อยจากรุ่นเรือธงอยู่บ้าง ทว่าคงจะหาตัวเปรียบเทียบที่ถ่ายทอดคุณภาพเสียงได้ใกล้เคียงกับลำโพงมินิมอนิเตอร์คู่นี้ได้ยาก กับความลงตัวทั้งดุลเสียงและการถ่ายทอดสุนทรียะ
– มีโฟมอุดท่อเบสสำหรับใช้ไฟน์จูนเสียงความถี่ต่ำกรณีที่ต้องวางลำโพงชิดผนังหลัง
– ขั้วลำโพงไบดิ้งโพสต์แบบซิงเกิลไวร์ ยึดสายลำโพงได้มั่นคงแน่นหนา รับสายลำโพงหน้าตัดใหญ่และมีน้ำหนักได้สบาย
– เป็นผลงานฉลองครบรอบ 50 ปี ที่ไม่ผิดหวัง อาจมิใช่ลำโพงที่เสียงดีที่สุด แต่สมควรแก่การเป็นผลงานเลอค่าประดับวงการไฮไฟที่เหมาะแก่การเป็นเจ้าของยิ่ง

by ชานม !
2015-09

ราคา KEF LS50 (Promotion)
52,600.-

Sample Image Gallery

SPRING SUMMER LOOKBOOK

Sample Block Quote

Praesent vestibulum congue tellus at fringilla. Curabitur vitae semper sem, eu convallis est. Cras felis nunc commodo eu convallis vitae interdum non nisl. Maecenas ac est sit amet augue pharetra convallis.

Sample Paragraph Text

Praesent vestibulum congue tellus at fringilla. Curabitur vitae semper sem, eu convallis est. Cras felis nunc commodo eu convallis vitae interdum non nisl. Maecenas ac est sit amet augue pharetra convallis nec danos dui. Cras suscipit quam et turpis eleifend vitae malesuada magna congue. Damus id ullamcorper neque. Sed vitae mi a mi pretium aliquet ac sed elitos. Pellentesque nulla eros accumsan quis justo at tincidunt lobortis deli denimes, suspendisse vestibulum lectus in lectus volutpate.
ถัดไป
ก่อนหน้า

แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็นในบล็อกทั้งหมดจะถูกตรวจสอบก่อนที่จะเผยแพร่

ขอบคุณสำหรับการสมัคร!

อีเมลนี้ได้รับการลงทะเบียนแล้ว!

เลือกซื้อรูปลักษณ์

ตัวเลือก

Have Questions?
Back In Stock Notification
ถูกเพิ่มลงในตะกร้าสินค้าของคุณ

ตัวเลือก

this is just a warning

รีเซ็ตรหัสผ่าน

กรุณากรอกอีเมลที่คุณเคยลงทะเบียนไว้