หล่อเข้มดุดันกว่าเดิม Wireless ภาค 3 !! รีวิว Sennheiser RS220 Wireless Stereo Headphones
สวัสดีครับเหล่าสาวกแฟนๆ กลับมาพบกับนาย OatState กันอีกครั้งแล้วนะครับ สำหรับช่วงนี้ก็เข้าสู่ช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2012 กันแล้ว และเมื่อช่วงปริ่มๆ กลางเดือนกันยายนก็มีงานเปิดตัวสินค้าระดับพระกาฬที่หลายคนรอคอยกันมานานแสนนานนั้นก็คืองานเปิดตัว iPhone 5, iPod Touch Gen 5 และ iPod Nona จากค่ายผลไม้หรือ Apple
ซึ่งกระผมก็ได้ร่วมปักหลักรายงานสถานการณ์สดให้แฟนๆ เว็บไซต์ทุกท่านได้ติดตามรับชมกันใน Facebook Fanpage ของLCDTVTHAILAND นั่นเอง!!

สำหรับรีวิวนี้กระผมได้มี Gadget ดีๆ มาฝากท่านที่ชื่นชอบการฟังเพลงเป็นชีวิตจิตรใจ รวมถึงท่านที่สนใจและกำลังมองหาหูฟัง Headphones เทพๆ มาใช้งานสักชุด ซึ่ง Gadget ด้านเสียงที่กระผมนำมารีวิวในวันนี้คือ Sennheiser รุ่น RS220 หรือหูฟังแบบไร้สายนั่นเองจะว่าไปแล้วก็เป็นรีวิวภาคที่ 3 กันแล้วยาวนานมากๆ โดยก่อนหน้านี้คุณ Boomerang ได้เคยรีวิวหูฟัง Sennheiser รุ่น RS-170 และรุ่น RS-180 ไปเมื่อไม่นานมานี้ และในวันนี้กระผมจะมารับหน้าที่อาสาพาทุกๆ ท่านไปสัมผัสถึงจิตรวิญญาณของความเป็น Sennheiser รุ่น RS220 ถ้าพร้อมแล้วไปชมรีวิวกันเลยจ้า!!!
สรรพคุณและคุณสมบัติคร่าวๆ ของ Sennheiser รุ่น RS220 มีดังนี้

ดีไซน์
ก่อนที่เราจะไปสดับรับฟังความล้ำลึกของพลังเสียงกัน เราก็ต้องมาเริ่มที่รูปลักษณ์และงานดีไซน์ของเจ้า RS220 กันก่อน ชิมิ ^^

แพ็คเกจสวยงามและแข็งแรง แถมยังมีการสกรีนรายละเอียดต่างๆ อย่างชัดเจน

อุปกรณ์ที่ให้มาในกล่องนั้นมากมายก่ายกองเต็มไปหมด (อัดแน่นจริงๆ)
อุปกรณ์ที่ให้มาภายในกล่องประกอบไปด้วยชิ้นส่วนต่างๆ ดังนี้
1. ตัวหูฟัง (HDR 220 Headphone)
2. ฐานตั้งหรือที่เรียกว่า Transmitter (TR 220 Transmitter)
3. ถ่านชาร์จชนิด AAA จำนวน 2 ก้อน
3. คู่มือพร้อมแผ่น CD คู่มือในการใช้งาน จำนวน 1 ชุด
4. หัวแปลงจากพอร์ต Stereo Audio ไปเป็นแจ็คขนาด 3.5 มิลลิเมตร จำนวน 1 ชิ้น
5. อแดปเตอร์ขนาดกำลังไฟ 9 โวลต์/ 1 แอมป์
6. สาย Coaxial จำนวน 1 เส้น
7. สาย Stereo Audio จำนวน 1 ชุด
8. หัวแปลงปลั๊กไฟอแดปเตอร์ จำนวน 4 แบบ

ด้านหน้าของ Transmitter เสริมด้วยวัสดุสีดำที่มีความมันวาว
ทำให้ดูแล้วมีความพรีเมี่ยมไปในตัว!!
หลายๆ ท่านอาจจะแอบสังสัยกันใช่ไหมล่ะครับว่าเจ้า Transmitter มันมีไว้ทำอะไร? โดยเจ้า Transmitter ที่ว่านี้มันก็คือตัวส่งสัญญาณเสียงไร้สายไปยังหูฟัง (Headphones) นั่นเองครับ ซึ่งนอกจากจะทำหน้าที่ในการส่งคลื่นสัญญาณวิทยุย่านความถี่ 2.4 GHz ไปยังตัวหูฟังแล้วมันยังทำหน้าที่เป็นแท่นสำหรับชาร์จแบตเตอรี่ให้กับตัวหูฟังอีกด้วย

ด้านข้างของ Transmitter เมื่อแขวนคู่กับตัว Headphone ถือว่าดูดีและลงตัวมากใช้ได้

ด้านหลังและด้านของ Transmitter จะใช้เป็นวัสดุสีดำชนิดด้าน และแข็งแรงมากๆ จับแล้วไม่ก๊อปแก๊บแม้แต่นิดเดียว

หูฟัง (Headphones) ทั้ง 2 ข้างเป็นแบบเปิด (Open-aire ) มาในมาดเข้มโทนสีดำเช่นเดียวกับตัว Transmitter

มาดูในส่วนของปุ่มควบคุมบนหูฟังกันบ้าง โดยปุ่มควบคุมต่างๆ ของ RS220 ได้รับการออกแบบให้มีความสวยงาม ด้วยการแบ่งปุ่มต่างๆ ไว้บนหูฟังแต่ละข้างดังนี้
โดยหูฟังทางด้านซ้ายจะประกอบไปด้วย ปุ่ม Power On/Off และปุ่มสำหรับเลือกโหมด Input พอร์ตที่เชื่อมต่ออยู่กับตัว Transmitter ถัดมาที่หูฟังข้างขวาซึ่งประกอบไปด้วย ปุ่ม Balance, ปุ่มเพิ่ม Volume/L และปุมลด Volume/R

ส่วนของด้านบนมีการบุด้วยหนังอย่างดีพร้อมกับมีการปั้มคำว่า Sennheiser ลงไปบนแผ่นหนังอีกด้วย
ช่องต่อ
ดูดีไซน์กันไปแล้วมาในส่วนของช่องต่อของ RS220 กันบ้างดีกว่าครับ อยากรู้จังว่าจะมีช่องต่อแบบไหนมาให้เราได้เลือกใช้งานกันบ้างนะ งั้นเราไปดูกันเลยดีกว่า

โดยช่องต่อที่ให้มาใน Transmitter ก็มีดังนี้
1. ช่องต่ออแดปเตอร์ขนาดกำลังไฟ 9 โวลต์/ 1 แอมป์
2. ช่องต่อสัญญาณเสียงแบบอนาล็อก Input/Output อย่างละ 1 ชุด
3. ช่องต่อสัญญาณเสียงแบบดิจิตอล (Coaxial) ทั้ง Input/Output อย่างละ 1 ช่อง
4. ช่องต่อสัญญาณเสียงแบบดิจิตอล (Optical) ทั้ง Input/Output อย่างละ 1 ช่อง
5. ปุ่ม Volume สำหรับปรับระดับเสียง
6. ปุ่ม Pairing

ด้านข้างของหูฟังแต่ละข้างจะมีช่องสำหรับใส่ถ่านชนิด AAA ซ่อนอยู่อย่างแนบเนียนข้างละ 1 ก้อนแหนะ

และเจ้านี่ก็คือแถบโลหะที่จะทำหน้าที่ในการชาร์จไฟเข้าไปยังตัวหูฟัง โดยแถบโลหะที่ว่านี้ จะอยู่บนตัว Transmitter และตัวหูฟัง

เสียง
ดูรูปลักษณ์ภายนอกกันไปแล้ว คราวนี้เรามาเริ่มทดสอบคุณภาพเสียงของ RS220 ด้วยการใช้ไฟล์เสียงระดับ Audiophile และไฟล์เสียงระดับ Lossless กันเลยดีกว่าครับ ก่อนอื่นกระผมก็ต้องขอบอกไว้ก่อนว่าหูฟัง Sennheiser รุ่น RS220 นั้นเป็นหูฟังไรสายแบบ Uncompressed Digital Audio Transmission หรือพูดง่ายๆ ก็คือมันเป็นหูฟังแบบไร้สายที่ส่งสัญญาณแบบไม่มีการบีบอัดข้อมูลเสียงเลยแม้แต่นิดเดียว

ก่อนที่จะเริ่มสัมผัสถึงจิตวิญญาณของเสียงได้นั้น เราต้องจัดแจงเสียบสายเข้ากับตัวเครื่องเล่นให้เรียบร้อย จากนั้นก็ทำการกดปุ่ม Power ที่ตัวหูฟังได้ทันที โดยจะมีไฟแสดงสถานะสีน้ำเงินโชว์ขึ้นมาทันที แสดงว่าหูฟังพร้อมส่งกระแสคลื่นเสียงมาที่หูของเราแล้ว จากที่เปิดหูฟังเรียบร้อยแล้วกระผมได้ทำการเปิดด้วยเพลงทั่วๆ ไปสักพักหนึ่ง เพื่อที่จะเบิร์นตัวไดรเวอร์ของหูฟังให้ขยับตัวเด้งดึ๋งๆ ก่อนที่จะไปทดสอบพลังเสียงและสมรรถนะกันอย่างจริงจัง

WAV, Flac เป็นต้น
เมื่อเบิร์นเจ้า RS220 ทิ้งไว้จนได้ที่ ก็มาเริ่มทดสอบด้วยเพลง “November Rain ของ Gun N” Roses” ซึ่งแผ่นที่กระผมนำมาทดสอบนั้นเป็นเวอรชั่น Cover ใหม่มาในแนวเพลง Jazz ฟังสบายๆ ชิวๆ เข้ากับช่วงฤดูฝนเลยครับ
โดยจากที่ได้ทดลองฟังคุณภาพของเสียงที่ได้จาก RS220 อย่างเช่นเสียงแซกโซโฟนและเสียงเครื่องดนตรีชิ้นอื่นๆ นั้นถือว่าเปล่งออกมาได้ค่อนข้างเป็นธรรมชาติและสมจริงมากมายเหมือนยังกับว่ามีคนมาเป่าแซกโซโฟนให้ฟังอยู่ตรงหน้าเราเลย ส่วนรายละเอียดของคนร้องสื่ออกมาได้อย่างคมเข้มและสดใส ไม่ว่าจะเป็นการออกเสียง “ส และ ซ” ถือว่าเปิดกว้างและถอดน้ำเสียงไปได้ไกล
ต่อมากระผมก็ได้ลองฟัง RS220 กับเพลง “Donna Donna (Original Version) ของ Joan Baez” ซึ่งเป็นเพลงแนวขับร้องที่ผสมผสานกับการคลอเคลียของเสียงดนตรีนิดๆ และจะมีเสียงแซกโซโฟนเด่นขึ้นมาเป็นช่วงๆ โดยส่วนตัวแล้วกับเพลงแนวนี้เจ้า RS220 ถือว่าฟังได้อย่างเพลินๆ และคล่องหูเลยครับ เพราะว่ารายละเอียดของเสียงร้องในสเกลเสียงต่ำไปยันเสียงสูงทำออกมาได้ดีกว่าที่คิดไว้มากๆ

หลังจากที่ทดลองกับ Audiophile ไปแล้ว เปลี่ยนมาทดสอบกับไฟล์บ้านๆ อย่างไฟล์ Flac กันบ้างดีกว่า โดยกระผมได้เลือกใช้เพลงแนว Alternative Rock เพื่อที่จะได้ทดสอบพลังเบสและเสียงโดยรวมที่ขับออกจาก RS220 ซึ่งเป็นหูฟังแบบ Open-aire ว่าแรงเตะของเสียงเบสจะหนักหน่วงกันสักเพียงไหน?
กระผมเลยขอจัดด้วยเพลง “We Want War ของ These New Puritans” ซึ่งเป็นเพลงที่มีจังหวะมันส์มาก ซึ่งจังหวะของเพลงนี้จะประกอบไปด้วยเสียงเบสและเสียงกลองหลากหลายประเภท แถมเสียงคนร้องนั้นจะออกแนวหลอนๆ ผมว่าถ้าใครยังไม่เคยฟังต้องลองแล้วล่ะครับ ผลที่ได้จากการตีลังกาฟังก็พบว่ารายละเอียดของเบสและเสียงกลองที่แสดงออกมามีความกระชับและแม่นยำใช้ได้เลย ไม่ครวญครางเวิ่นเวิ้อจนเกินไป!!!
ก่อนจะไปยังหน้าสุดท้ายขอแถมเพลงไทยอีกสักเพลงสักเพลงแล้วกันครับ นั่นก็คือเพลง “ทุ้มอยู่ในใจ (Acoustic Version)” ซึ่งเป็นเพลงประกอบภาพยนตร์ Suck Seed โดยเพลงนี้เป็นอีกหนึ่งเพลงที่กระผมชอบมากเลย เมื่อนำมาฟังกับ RS220 ก็ฟังได้นุ่มละมุนหูตามสไตล์เพลง Acoustic ที่ฟังได้เรื่อยๆ นั่นล่ะครับ ^^
สรุป
และแล้วก็มาถึงบทสรุปสุดท้ายของมหากาฬ Sennheiser รุ่น RS220 กันแล้วล่ะครับ หลังจากที่กระผมได้คิ้วขมวดตีลังกาทดสอบเข้มเจ้า RS220 มาประมาณ 1 สัปดาห์เต็ม ความรู้สึกที่ได้สัมผัสและคลุกคลีกับเจ้านี่มันเป็นอะไรที่พระเจ้าจอร์จมันยอดมากจริงๆ นะซาร่า โดยเฉพาะการสวมใส่เจ้า RS220 กับศีรษะนั้นกระชับมากๆ ไม่ว่าจะใส่เดินรอบบ้านหรือใส่ตีลังกาเจ้าหูฟังตัวนี้ก็ไม่สามารถหลุดออกจากศีรษะของเราๆ ท่านๆ ได้อย่างแน่นอน
นอกจากนี้การสวมใส่ก็สบายหูมากๆ เนื่องจากตรงส่วนที่ครอบกับหูเรานั้นมีการบุด้วยฟองน้ำที่หุ้มด้วยผ้ากำมะหยี่ (สามารถถอดออกได้) พร้อมทั้งด้านบนที่รองรับกับศีรษะของเรานั้นก็มีการบุด้วยหนังที่หนาและนิ่มมากๆ ทั้งนี้ตัวหูฟังโดยรวมมีน้ำหนักพอประมาณไม่หนักมากนัก แต่อาจจะรู้สึกว่าหน่วงๆ ศีรษะนิดหน่อย!!

สำหรับในส่วนของเสียงที่เป็นจุดเด่นของ RS220 ก็คือ น้ำเสียงที่ได้ค่อนข้างจะเด่นไปทางเสียงแหลมที่เปิดกว้างและสดใส ทำให้เสียงคนร้องมีความชัดเจน พร้อมกันนี้พลังเสียงเบสที่เปล่งออกมาถือว่าหนักแน่น กระชับพื้นที่ใช้ได้เลย (ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับแนวเพลงนั้นๆ ด้วยถึงจะเห็นผลครับ) ส่วนตัวส่งสัญญาณหรือ Transmitter ก็ส่งได้ไกลดีทีเดียวประมาณว่าถ้าเป็นบ้าน 2 ชั้นรับรองว่าเอาอยู่ครับ (ขึ้นอยู่กับสิ่งขีดขวางและความหนาของกำแพงบ้าน)
ทั้งนี้ RS220 ไม่ได้มีแค่ข้อดีอย่างเดียวเท่านั้น ซึ่งก็เป็นไปตามกฎแห่งกรรมล่ะครับเมื่อมีข้อดีแล้วย่อมต้องมีข้อเสีย โดยข้อเสียมีอยู่นิดเดียวเท่านั้นตรงที่ตัวหูฟังนั้นมีลักษณะเป็นแบบ Open-aire ซึ่งอาจจะมีเสียงจากภายนอกเล็ดลอดเข้ามารบกวนเราได้ถ้าหากฟังในที่ๆ มีเสียงดัง!! เพื่อเป็นการหลีกเลี่ยงเสียงรบกวนไม่ควรไปฟัง RS220 ในที่ๆ มีเสียงดังเท่านั้นเองครับเจ้านาย ^^
ข้อดีของ Sennheiser รุ่น RS220
1. เสียงแหมใสเปิดกว้าง เสียงคนร้องชัดเจน และเสียงเบสหนักแน่นกระชับ
2. แบตเตอรี่สามารถใช้ได้นานมากกว่า 6 ชั่วโมงขึ้นไปต่อการชาร์จไฟ 1 ครั้ง
3. หูฟังสวมใส่แล้วให้ความรู้สึกกระชับ แม้จะโยกหรือก้มศีรษะหยิบของก็ไม่หลุดได้ง่ายๆ
4. การส่งสัญญาณไร้สายมีคุณภาพสูงปราศจากการบีบอัด และไม่มีการขาดตอนของสัญญาณแม้แต่นิดเดียว
ข้อเสียของ Sennheiser รุ่น RS220
1. หูฟังเป็นแบบ Open-aire ทำให้เสียงจากภายนอกสามารถเข้ามารบกวนได้ง่าย
2. ตัวหูฟังกระชับกับหูมากไปหน่อยฟังเป็นเวลานานมากๆ อาจจะรู้สึกปวดหูนิดได้