3Dได้ เน็ตมี ของดีคนไทย!! – รีวิว Aconatic AN-LT4712 ไม่ลอง ไม่รู้
3Dได้ เน็ตมี ของดีคนไทย!! – รีวิว Aconatic AN-LT4712 ไม่ลอง ไม่รู้
การจะเลือกซื้อสิ่งของอะไรสักชิ้นหนึ่งอย่างแรกที่ต้องคำนึงถึงเลยก็คือเงินในกระเป๋า อย่างที่สองก็คือความคุ้มค่าในสิ่งที่ได้รับมาหลังจากจ่ายเงินออกไป และในวันนี้ผมจะมานำเสนอทีวีแบรนด์ไทย Aconatic กับรุ่น AN-LT4712 ซึ่งเป็น 3D LED TV ขนาด 47” ราคาเพียง 29,900บาท ที่ผมกล้าบอกได้เลยว่าทั้งเรื่องภาพ และฟีเจอร์ต่างๆ คุ้มค่าคุ้มราคาต่อการซื้อหาอย่างแน่นอน

สเปคเบื้องต้นของ Aconatic AN-LT4712
– ความละเอียด Full HD 1920 x 1080
– 3D LED TV ขนาด 47″
– รองรับการเชื่อมต่อกับ Internet
– รองรับการคุมทีวีผ่านอุปกรณ์พกพา
– USB 3.0
ดีไซน์
Aconatic AN-LT4712 มีดีไซน์ธรรมดาไม่โดดเด่นหวือหวาหากแต่ทันสมัย ด้วยกรอบทีวีที่บางเฉียบ ฐานตั้งที่เป็นกระจก ยิ่งถ้านำเครื่องนี้ไปตั้งที่บ้านแล้วล่ะก็ มันจะกลายเป็นทีวีที่เข้ากับเฟอร์นิเจอร์ที่บ้านท่านได้อย่างดี ในด้านช่องต่อและแผงปุ่มกดควบคุมได้ถูกจัดวางอยู่รอบๆ ตัวเครื่องทางซ้าย โดยช่องต่อประเภทที่ต้องมีการถอด-เปลี่ยนบ่อยๆ จะจัดวางไว้ทางด้านข้าง ส่วนช่องต่อประเภทที่เสียบคาไว้ตลอดเวลาจะอยู่ที่ด้านหลัง

แม้ดีไซน์จะเรียบร้อยแต่ก็ดูทันสมัยในตัว

ฐานเป็นกระจกใสบวกกับแกนยึดทีวีสีเงินเข้ากันสุดๆ

ไฟแสดงสถานะทางด้านล่างขวาเป็นสีเขียวอำพัน

ช่องต่อ
ช่องต่อที่เครื่องนี้ให้มานั้นเรียกได้ว่าครบครันอย่างเหลือเฟือครับ โดยเฉพาะพอร์ต USB3.0 ที่เอาไว้สำหรับเล่นไฟล์จากสื่อบันทึกข้อมูลภายนอกอย่างฮาร์ดดิกส์ รวมไปถึงมีช่องเพื่ออ่าน SD Card แถม HDMI ยังให้มามากถึง 4 ช่อง โดยช่องแรกยังมีคุณสมบัติพิเศษเป็น MHL อีกด้วย
ช่องต่อทั้งหมดของตัวเครื่อง
1.HDMI x 4
2.VGA x 1
3.Antenna x 1
4.LAN x 1
5.Audio In x 1
6.Component x 1
7.SD Card Slot x 1
8.USB 2.0 x 3
9.USB 3.0 x 1
10.Microphone x 1

ช่องต่อด้านหลังเครื่อง

ช่องต่อด้านข้าง

USB 2.0 ด้านบนสำหรับเชื่อมต่อกับ Web Cam

รีโมทของ Aconatic AN-LT4712 ใช้งานง่าย จับสบายมือ
ภาพ
ส่วนที่สำคัญที่สุดสำหรับทีวีก็คงหนีไม่พ้นเรื่องการแสดง “ภาพ” แรกเริ่มเดิมทีที่เห็นภาพจาก Aconatic AN-LT4712 เครื่องนี้ผมรู้สึกแปลกใจ เพราะภาพที่ผมเห็นนั้นไม่ค่อยสมกับที่เป็นทีวีความละเอียด Full HD สักเท่าไหร่ และสิ่งที่ผู้ใช้ธรรมดาอย่างเราๆ เมื่อเจอกับภาพแบบนี้ก็ต้องทดลองเปลี่ยนโหมดภาพสำเร็จรูปที่มาพร้อมกับตัวเครื่องก่อน ซึ่งโหมดภาพสำเร็จรูปที่ตัวเครื่องมีมาให้มีด้วยกันทั้งหมด 4 โหมด คือ Dynamic, Standard, Soft และ Vivid ส่วนโหมด User มีไว้สำหรับปรับแต่งค่าภาพต่างๆ ตามแต่สไตล์การดูภาพของผู้ใช้แต่ละคน

เท่าที่ผมสังเกตดูความเปลี่ยนแปลงของโหมดภาพสำเร็จรูปในแต่ละโหมด พบว่าโหมดทั้งสี่ไม่ได้มีความแตกต่างกันเท่าใดนัก ที่เห็นได้ชัดสุดๆ ก็เห็นจะเป็นพวกโทนสี และความสว่างเท่านั้น ดังนั้นผมจึงทดลองมาปรับค่าต่างๆ ที่อยู่ในโหมด User ดูบ้างครับ เช่น Contrast, Brightness, Sharpness ก็พบว่าให้ภาพที่ดีขึ้นเล็กน้อยแต่ก็ยังไม่เป็นที่น่าพอใจเท่าไหร่ เลยไปทดลองปรับพวกอัตราส่วนภาพดู ผลที่ได้ก็โป๊ะเชะ! เลยครับ ความลับมมันอยู่ตรงนี้นี่เองพอเปลี่ยนอัตราส่วนภาพจาก 16:9 เป็น DotbyDot ภาพที่ได้มีรายละเอียดเยอะขึ้นมากแบบเห็นได้ชัด อีกทั้งยังดูสบายตา สีสันอยู่ในระดับที่พอดี เรียกได้ว่าพอฟัดพอเหวี่ยงกับแบรนด์ชั้นนำเลยทีเดียว

ภาพแต่ละโหมดไม่ได้มีความแตกต่างกันเท่าใดนัก

พอเปลี่ยนอัตราส่วนภาพมาเป็น DotbyDot เท่านั้นแหล่ะครับ ภาพดีขึ้นมากๆ

ภาพดีไม่แพ้แบรนด์ชั้นนำเลยขอบอกๆ

ดูหนังก็ดี

นอกจากภาพสองมิติแล้ว Aconatic AN-LT4712 ยังสามารถแสดงภาพสามมิติได้ด้วย โดยเครื่องนี้ใช้เทคโนโลยีสามมิติแบบ Passive ที่เรียกได้ว่าเป็นการแสดงภาพสามมิติบนทีวีทีดีที่สุดในขณะนี้ ด้วยข้อดีอย่างแว่นที่สวมใส่เบาสบายไม่ต้องใช้แบตเตอรี่ ภาพสามมิติมีความลึกและลอยมากกว่า และมันก็ไม่ใช่สิ่งที่ผมพูดขึ้นมาลอยๆ นะครับ เพราะสิ่งที่ยืนยันเป็นอย่างดีก็คือมีหลายแบรนด์ที่เดิมทีเคยใช้เทคโนโลยีสามมิติแบบ Active มาก่อน ตอนนี้ก็เปลี่ยนมาเป็นแบบ Passive กันเกือบหมดแล้ว

สำหรับภาพสามมิติที่ได้รับชมจาก Aconatic AN-LT4712 เครื่องนี้คงต้องบอกว่าดูดีทีเดียวครับ ระดับมิติความลึกของภาพ การลอยของวัตถุล้วนอยู่ในเกณฑ์ดี เพียงแต่ภาพมีอาการ Cross talk บ้างเล็กน้อย ซึ่งไม่เป็นปัญหาต่อการรับชม และอีกข้อหนึ่งที่อยากแนะนำเลยก็คือให้เลือกโหมดภาพสามมิติเป็น 3D Positive ครับ เพราะ Cross talk จะน้อยกว่าแบบ 3D Negative

ฉากนี้น้ำสาดกระจายครับ
เสียง
ในเรื่องของเสียงเองก็มีความสำคัญไม่แพ้ภาพเช่นกัน โหมดเสียงสำเร็จรูปที่มีใน Aconatic AN-LT4712 มีทั้งหมดสี่โหมดด้วยกัน ประกอบไปด้วย Standard, Movie, Musicและ Sport ส่วนอีกโหมดหนึ่งคือ User ที่มีไว้ให้ผู้ใช้ปรับแต่งเสียงได้ด้วยตัวเอง จากการทดลองฟังเสียงจากโหมดสำเร็จรูปทั้งหมดพบว่าไม่ได้มีความแตกต่างกันมากนัก ในจำนวนนี้โหมดเสียงที่ฟังแล้วให้เสียงครบทุกย่านมากที่สุดก็เห็นจะเป็นโหมด Standard

เพิ่มเติม
ด้านลูกเล่นการใช้งานเครื่องนี้ก็มีมากใช่เล่นเลยล่ะครับ เริ่มจากการเล่นไฟล์วิดีโอ ไฟล์ภาพ ไฟล์เสียง ผ่านอุปกรณ์บันทึกข้อมูลภายนอกอย่าง External Hard disk หรือ Flash Drive ด้วยพอร์ต USB3.0 ที่ให้มาทำให้อัตราความเร็วในการรับส่งข้อมูลทำได้ดีเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะการเล่นไฟล์วิดีโอที่มีขนาดใหญ่ ซึ่งจากการทดสอบเล่นไฟล์วิดีโอนามสกุลหลักๆ อย่าง .MKV พบว่าสามารถเล่นได้อย่างลื่นไหล ทว่ายังทำได้ไม่สมบูรณ์นัก เพราะบางไฟล์เสียงก็ไม่ออก ส่วนไฟล์ประเภท FullRip แบบ BDMV ก็สามารถเล่นได้เช่นกัน เพียงแต่เราจะเล่นโดยตรงแบบ Play Folderไม่ได้ ต้องเข้าไปยังโฟลเดอร์ที่เก็บตัวไฟล์หนังแล้วค่อยเล่น

เล่นไฟล์ USB ผ่าน File Manager

ด้วยพอร์ต USB 3.0 ทำให้การเล่นไฟล์วิดีโอขนาดใหญ่เป็นไปอย่างง่ายดาย

สามารถเลือกซับไตเติ้ล เลือกเสียงได้

ไฟล์แบบ BDMV ให้เข้าไปยังโฟลเดอร์ที่เก็บไฟล์หนังแล้วค่อยเล่น

ไฟล์ภาพหลักๆ .JPEG, .BMP, .PNG เล่นได้ทั้งหมด

ไฟล์เพลงที่เล่นกันบ่อยๆ อย่าง .mp3 ก็เล่นได้เช่นกัน
เพิ่มเติม
อีกลูกเล่นหนึ่งที่เป็นที่นิยมกันในทีวีสมัยนี้นั่นก็คือใส่ระบบปฏิบัติการ Android เข้ามาในทีวีด้วย เนื่องจากระบบปฏิบัติการ Android เป็นระบบที่ใช้งานง่าย มีแอพพลิเคชั่นมากมายให้ดาวน์โหลดจาก PlayStore แถมยังเป็นระบบปฏิบัติการที่ใช้งานกันอย่างแพร่หลายโดยเฉพาะอย่างยิ่งตลาดสมาร์ทโฟนที่มีผู้ใช้มากที่สุด

ก่อนที่จะใช้งานด้าน Android หรือฟีเจอร์อื่นๆ ที่เกี่ยวกับอินเทอร์เน็ตย่อมต้องมีการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตกันเสียก่อน Aconatic AN-LT4712 รองรับการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตทั้งแบบใช้สาย และแบบไร้สาย หลังจากเชื่อมต่อได้แล้วผมขอแนะนำให้หาเมาส์และคีย์บอร์ดมาใช้ด้วยนะครับ เพราะมันจะทำให้เราใช้งานฟีเจอร์ด้านอินเทอร์เน็ตได้ง่าย และสนุกมากขึ้น

ทว่าถ้าใครไม่มีเมาส์ หรือคีย์บอร์ดที่ไม่ได้ใช้ก็ไม่ต้องกังวลไปครับ ผมมีอีกหนึ่งทางเลือกที่เรียกได้ว่าดีกว่าการใช้เมาส์ และคีย์บอร์ดเสียอีก ทางเลือกนั้นก็คือการใช้สมาร์ทดีไวซ์ (สมาร์ทโฟน, แท็บเล็ต) ในการควบคุมทีวีแทน โดยฟีเจอร์นี้เรียกว่า App Mirroring

สแกน QR Code แล้วเข้าไปดาวน์โหลดแอพได้เลย มีทั้งระบบปฏิบัติการ Android และ iOS

อย่างไรก็ดีแม้ว่าเราจะสามารถโหลดแอพพลิเคชั่นต่างๆ จาก PlayStore ได้ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าทุกแอพพลิเคชั่นที่โหลดมาจะสามารถทำงานบนทีวีได้ สาเหตุที่ทีวีไม่สามารถใช้งานทุกแอพพลิเคชั่นได้นั้นก็เพราะข้อจำกัดทางด้านฮาร์ดแวร์ และกระบวนการทำงานของแต่ละแอพพลิเคชั่น ดังนั้นแอพพลิเคชั่นที่ใข้งานได้ดีจะเป็นประเภท Social Network และเกมที่ใช้สเปคไม่สูงมากนัก

เกมมากมายให้ดาวน์โหลดบน Play Store

ฟีเจอร์สุดท้ายที่ไม่พูดถึงไม่ได้เลยก็คือ Sync View ความหมายของฟีเจอร์นี้ก็คือการแสดงภาพจากอินพุตสองแห่งพร้อมๆ กัน โดยอินพุตแรกจะถูกกำหนดตายตัวว่าจะต้องเป็น USB ส่วนอินพุตที่สองจะเป็น HDMI การแยกภาพจากอินพุตทั้งสองออกจากกันจะใช้แว่นสองแบบที่แถมมาให้ แน่นอนว่าหลักการทำงานของ Sync View ก็คือการสแกนภาพเลขคู่ และเลขคี่ จากแหล่งอินพุตที่ต่างกันแล้วค่อยแสดงผลออกมานั่นเอง เพียงแต่การใช้งาน Sync View ค่อนข้างจำกัดตำแหน่งในการรับชม โดยจุดที่รับชมและไม่เห็นภาพเหลื่อมซ้อนจะเป็นตำแหน่งกลางจอ

ฟีเจอร์ Sync View จะปรากฏขึ้นเมื่อเราเปิดเมนู 3D ขณะเล่นไฟล์บนผ่าน USB เท่านั้น

ดูเผินๆ ด้วยตาเปล่าจะแยกไม่ออกว่าขณะนี้ทีวีฉายภาพจากสองอินพุตพร้อมๆ กัน

พอได้สวมแว่นแล้วสายตาเราก็จะสามารถแยกการสแกนเส้นเลขคู่ เลขคี่จากทีวีได้
สรุป
จากสิ่งที่ผมได้นำเสนอไป ไม่ว่าจะเป็นเรื่องภาพก็ดี เรื่องลูกเล่นต่างๆ ก็ดี ที่มีอยู่ใน Aconatic AN-LT4712 ผมกล้าบอกได้เลยว่ามันคุ้มค่ากับเงิน 29,900บาท ที่จ่ายไปอย่างแน่นอน ถึงแม้ว่าการปรับแต่งเพื่อเพิ่มคุณภาพของภาพจะทำได้ไม่ลึกเหมือนรุ่นใหญ่ๆ แต่ภาพที่ได้ก็ต้องถือว่าดูดีทีเดียว ส่วนเรื่องลูกเล่นการใช้งานก็ต้องบอกว่าเครื่องนี้มีพร้อมสรรพ ทั้งการใช้งานแอพพลิเคชั่นบน Android, การเล่นไฟล์บนสื่อบันทึกข้อมูลภายนอก และที่สะดวกสบายสุดๆ ก็คงจะเป็นฟีเจอร์ App Mirroring ที่ให้ผู้ใช้สามารถควบคุมทีวีผ่านสมาร์ทดีไวซ์

ข้อดีของ Aconatic AN-LT4712
1.ภาพสองมิติที่ได้นับว่าดูดีมากในระดับเดียวกัน
2.ภาพสามมิติได้ทั้งในเรื่องระยะชัดลึก และการลอยของวัตถุ ตามแบบฉบับภาพสามมิติแบบ Passive
3.ฟีเจอร์ Sync View สามารถแสดงภาพจากสองอินพุตได้ในครั้งเดียว
4.สามารถควบคุมทีวีผ่านแอพพลิเคชั่นได้
ข้อเสียของ Aconatic AN-LT4712
1.ไม่สามารถปรับแต่งค่าภาพแบบลึกๆ ได้ อย่างพวก White Balance
2.ฟีเจอร์ Sync View จำกัดที่นั่งบริเวณตรงกลางเท่านั้น
3.การเรียกดูไฟล์ในฮาร์ดดิกส์ค่อนข้างหน่วงในบ้างครั้ง