4K ULTRA HD TV ระดับกลาง – รีวิว LG 55UB850T ของดีที่ไม่ได้แพงอย่างที่คิดกัน
หากพูดถึง 4K ULTRA HD TV หลายคนคงทั้งชอบ และขยาดไปในเวลาเดียวกัน ส่วนที่ชอบก็เป็นเพราะความละเอียดภาพที่มากกว่า Full HD ถึง 4 เท่า (3,840×2,160 vs 1,920×1,080) ส่วนที่ไม่ชอบและขยาดก็คงเป็นเพราะราคาที่ดูมันจะเกินเอื้อมเกินไปหน่อย แต่ถ้าผมบอกว่าในเวลานี้ 4K ULTRA HD TV อยู่ในราคาที่สามารถเอื้อมถึงแล้วคงมีใครหลายคนสนใจกันไม่น้อย โดยรุ่นที่จะนำเสนอกันในคราวนี้คือ LG 55UB850T ที่มีราคาเปิดตัวอยู่ 109,990บาท ซึ่งในปัจจุบันราคาได้ลดลงไปประมาณ 15-20%

สเปคเบื้องต้นของ LG55UB850T
-ความละเอียด 3840×2160
-HDMI 2.0 -4K Up scaling
-ชิพประมวลผลภาพ Tru Ultra HD Engine Pro
-ระบบปฏิบัติการใหม่ LG WebOS ใช้งานง่าย -ราคาเปิดตัว 109,990
การออกแบบ
ภาพรวมการดีไซน์ 55UB850T นั้นให้ความนุ่มนวลมากกว่ารุ่นพี่ใหญ่อย่าง 84UB980T ค่อนข้างมาก ส่วนสำคัญที่ทำให้ผมเกิดความรู้สึกแบบนี้นั้นมาจากตัวฐานที่มีความโค้งมนต่างกับรุ่นพี่ที่เป็นเหลี่ยมดูแหลมคม ด้านปุ่มฮาร์ดคีย์ของรุ่นนี้ก็ไม่ได้เป็นธรรมดาๆ เพราะใช้ปุ่ม Power แค่ปุ่มเดียวในการควบคุมทั้งหมด โดยปุ่ม Power นี้ออกแบบมาลักษณะคล้ายๆ กับ Joystick ของเครื่องเล่นเกม สามารถโยกซ้าย ขวา บน ล่างได้ การโยกปุ่ม Power ไปทางซ้ายหรือขวา จะเป็นการเพิ่ม/ลด ระดับเสียง และถ้าเรากดปุ่ม Power ไปหนึ่งครั้งก็จะมีเมนูให้เลือกว่าจะปิดเครื่อง หรือจะเปลี่ยนอินพุต








ช่องต่อ
ช่องต่อด้านหลังนั้นยังจัดวางเหมือนเดิมเพียงแต่อัพเกรดให้มีความสามารถมากขึ้น พอร์ต HDMI 1.4 เป็น HDMI 2.0 ซึ่งรองรับความละเอียดภาพ 4K@60Hz แตกต่างจาก HDMI 1.4 ที่ทำได้แค่เพียง 30Hz เท่านั้น นอกจากนี้แล้วพอร์ต USB ก็ให้มามากถึง 3ช่อง แถมหนึ่งในนั้นเป็น USB 3.0

สรุปช่องต่อทั้งหมดของ LG 55UB850T
1.HDMI x 4
2.USB x 3 (USB2.0 x 2 + USB3.0 x 1)
3.RS-232C
4.LAN (RJ-45)
5.Optical Digital Audio OUt
6.Auodio In
7.Component
8.Antenna
9.Ex.Speaker 3.5mm
ภาพ
ในการทดสอบภาพของ 55UB850T ผมใช้เครื่องเล่นบลูเรย์ LG BP740 ที่มีความสามารถ Ultra HD Upscaling เอาท์พุตสัญญาณภาพและเสียงโดยตรงเข้าทีวีเลย และสิ่งที่ผมอยากรู้เป็นลำดับแรกเลยเมื่อได้ทดสอบทีวีที่มีความละเอียด 4K (3,840 x 2,160) คือระหว่างทีวีกับเครื่องเล่นบลูเรย์ อันไหนจะอัพสเกลภาพ 4K ได้ดีกว่ากัน โดยการทดสอบตรงนี้ผมใช้ฉากในภาพยนตร์เรื่อง The Wolverine ตอนที่โลแกนไปงานศพปลอมๆ ของโยชิดะ หลังจากที่ดูอย่าง “จับผิด” อยู่นานสองนานผลก็เป็นไปตามที่คาดครับ 55UB850T สามารถอัพสเกลภาพ 4K ได้ดีกว่าเครื่องเล่นบลูเรย์อยู่หลายช่วงตัว อีกทั้งถ้าหากปล่อยทีวีทำหน้าที่อัพสเกลภาพยังพบว่าสามารถควบคุมการเคลื่อนไหวของภาพ (LG เรียกว่า TruMotion) ได้ดีกว่าด้วย โดย TruMotion ในตัวเครื่องนั้นแบ่งออกเป็น 4 ระดับคือ Off/Smooth/Clear/User และเพื่อให้ได้การเคลื่อนไหวในฉากแพนภาพอย่างเป็นธรรมชาติผมจึงตั้งค่า Motion ด้วยตัวเองโดยปรับ De-Judder ที่ระดับ 2 และ De-Blur ที่ระดับ 4
ข้อควรระวัง! หากให้เครื่องเล่นอัพสเกลภาพ 4K ส่งเข้า 55UB850T เราจะไม่สามารถปรับเปลี่ยน Aspect Ratio ได้ เพราะถูกข้อจำกัดทางด้านตัวเครื่องที่ต้องคำนวณอัตราพิกเซลแบบ 1:1 Pixel Matching ตัวเครื่องจึงบังคับเป็นอัตราส่วน 16:9 โดยอัตโนมัติไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้


TruMotion จะเลือกใช้งานหรือไม่ใช้งานก็ได้แต่แนะนำว่าให้เปิดจะดีกว่าครับ
เพราะฉากในภาพยนตร์หลายเรื่องมีการแพนกล้องอยู่บ่อยครั้งบางทีจะทำให้เกิดสะดุดอารมณ์ในการดูได้

หากปรับระดับ Motion ในระดับที่เหมาะสมจะเห็นภาพเคลื่อนไหวที่เป็นธรรมชาติ เฟรมที่แทรกเข้ามาไม่เป็นวุ้น
โหมดภาพสำเร็จรูปในรุ่นนี้มีอยู่ด้วยกันทั้งหมด 8 โหมด ประกอบไปด้วย Vivid, Standard, APS, Cinema, Soccer, Game, Photo, ISF Expert1 และ ISF Expert 2 สำหรับในการชมภาพยนตร์ผมขอแนะนำโหมด ISF Expert ครับ เพราะภาพที่ได้จะดูสบายตา Sharpness ไม่เยอะ รายละเอียดดี เพียงแต่โทนสีจะติดอมเหลืองเล็กน้อย จะเลือกใช้ ISF Expert1 หรือ ISF Expert2 ก็ได้เพราะทั้งคู่ต่างปรับค่าภาพมาเหมือนกัน แต่ที่ให้มาสองโหมดก็เพื่อให้ผู้ใช้มีความยืดหยุ่นในการใช้งาน เช่น ISF Expert1 ปรับค่าภาพให้เหมาะกับการดูตอนกลางวัน ส่วน ISF Expert2 ปรับค่าภาพให้เหมาะกับการดูตอนกลางคืน
ก่อนการปรับภาพ ทางเราได้มีการวัดอุณหภูมิสีไว้ด้วย โหมด ISF Expert ที่ผมได้แนะนำไปนั้นมีค่าอุณหภูมิสีอยู่ที่ 6846K ซึ่งถือว่าเป็นค่าอุณหภูมิสีที่ดี และหลังจากที่ทีมงานได้ทำการปรับภาพแล้ววัดค่าใหม่อีกครั้งผลที่ได้คือเท่ากับ 6486K เป็นค่าที่ใกล้เคียงกับอุดมคติคือ 6500K จึงเรียกได้ว่าในเรื่องของสีสันนั้นดีเพียงพออยู่แล้วตั้งแต่โงงาน ยิ่งพอผ่านการปรับภาพแล้วค่าที่ได้ก็ยิ่งดีเข้าไปใหญ่ ภาพจากที่เคยติดเหลืองเล็กน้อยก็ถูกแก้ไขให้ดีขึ้น


ในด้านการควบคุมความดำหรือพูดอีกแง่ก็คือการควบคุมความสว่างของ Backlight ของรุ่นนี้ถือว่าอยู่ในระดับกลางๆ ไม่ดีและไม่แย่จนเกินไป แต่ถ้าหากเทียบกับรุ่นเกือบท็อป ของปีที่แล้วถือว่าดีกว่ากันมาก ในฉากมืดรุ่นนี้สามารถควบคุมความดำได้ดีกว่าแม้ไม่ถึงกับดำสนิทแต่ก็ไม่ดำโพลน การควบคุมระดับ Backlight ตรงนี้ผมดูจาก LED Local Dimming ของตัวเครื่อง ที่มีให้ปรับใช้ถึง 4 ระดับแบ่งเป็น Off/Low/Medium/High และจากการทดสอบด้วยตัวเองพบว่าระดับ High สามารถควบคุมแสงได้ดีที่สุดอีกทั้งยังสามารถคงรายละเอียดไนที่มืดไว้ได้อย่างในตัวอย่างที่ยกฉากตอนที่เดอะร็อคกำลังเล่นกีตาร์กลางป่าเขา จากเรื่อง Journey 2 มาเป็นตัวทดสอบ ซึ่งในฉากนี้หากทีวีไม่ “เก๋า” จริง รับรองว่าไม่สามารถแสดงรายละเอียดต้นไม้ใบหญ้าที่อยู่ด้านหลังความมืดอันมืดได้ เพียงแต่ที่ติดใจคือแม้ว่าในฉากมืดจะคุมแสงได้ดีกว่าในปีที่แล้วมากมาย ทว่าในฉากสว่างกลับพบเห็นขอบดำตามมุมขอบของจอบ้างเล็กน้อย ซึ่งก็ไม่ได้ส่งผลกระทบอะไรมากมายต่อคุณภาพของภาพโดยรวม


ฉากแสดงสีสันจากเรื่องพ่อมดออสก็ไม่น้อยหน้าแสดงเฉดสีต่างๆ ได้ดี
นอกจากภาพสองมิติที่ดีแล้ว เทคโนโลยีภาพสามมิติของ LG ในเวลานี้ถือว่าลอยลำไปค่อนข้างไกลแล้ว ไปไกลขนาดที่ว่ามีผู้ผลิตทีวีหลายแบรนด์นำเทคโนโลยี Passive 3D ของ LG ไปใช้ จุดเด่นที่ทำให้ Passive 3D เป็นที่นิยมก็เพราะภาพสามมิติแบบนี้นอกจากจะได้มิติเชิงลึกแล้ว การลอยของวัตถุยังทำได้ดีด้วย ซึ่งโดยปกติแล้วค่าเดิมๆ ของการตั้งค่าภาพ 3D ที่มาจากโรงงานนั้นถือว่าดีอยู่แล้วไม่ต้องปรับแต่งเพิ่มเติมอะไร แต่ถ้าใครอยากเห็นภาพลอยมากขึ้นก็สามารถปรับแต่งเพิ่มเติมได้เช่นกัน โดยการเพิ่มค่า 3D Dept ให้มากขึ้น ซัก 2 ระดับก็เพียงพอ เพราะถ้าเพิ่มมากเกินไปจะเกิดอาการ Crosstalk นอกจากเรื่องภาพที่โดดเด้งแล้วแว่นตาที่ไม่ต้องใช้แบตเตอรี่ มีน้ำหนักเบา ดีไซน์หลากหลายก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ 3D Passive ของ LG กินขาดเช่นกัน


หากใครคิดว่าภาพลอยไม่พอก็สามารถปรับระดับให้ภาพลอยกว่าเดิมได้ แต่ถ้ามากไปก็ต้องระวังการเหลื่อมล้ำของภาพ
มีหลายท่านเป็นกังวลใจว่าด้วยภาพที่คมชัดมากขึ้นระดับ 4K จะส่งผลกับการรับชมฟรีทีวีหรือไม่? ผมก็คงต้องเรียนตามตรงครับว่าถ้าเป็นสัญญาณแบบอนาล็อก ภาพอาจไม่ดีเท่าไหร่ แต่ก็นับว่าโชคดีเพราะตอนนี้บ้านเรามีการออกอากาศแบบดิจิตอลแล้ว สำหรับบ้านไหนที่มีเสาก้างปลา หรือเสาหนวดกุ้งก็สามารถนำมาต่อเข้ากับตัวเครื่องได้เลย เนื่องจาก 55UB850T มี DVB-T2 Tuner ในตัว ไม่ต้องพึ่งกล่อง DVB-T2 Set Top Box ในการรับสัญญาณ ด้วยสัญญาณภาพแบบดิจิตอลบวกกับระบบอัพสเกลภาพที่ดีจึงทำให้ภาพที่ออกมาคมชัดน่าดู ไม่เป็นรองทีวีระดับ Full HD

เสียง
ในเมื่อพูดถึงเรื่องภาพกันไปแล้วครั้นจะไม่ให้พูดถึงพลังเสียงก็คงจะไม่ได้ ระบบเสียงที่อยู่ใน 55UB850T เป็นระบบเสียงแบบ Virtual Surround Plus ซึ่งเป็นระบบเก่าจึงถือว่าเป็นรองกับรุ่นใหญ่ที่ใช้ระบบเสียงแบบ Ultra Sound อยู่บ้าง แนวเสียงที่ได้ฟังนั้นออกแนวทุ้มแต่ยังขาดความหนักแน่น ไม่ใส่ก้องกังกวาล แต่โดยรวมแล้วก็อยู่ในระดับที่ใช้ได้ โดยโหมดเสียงที่แนะนำให้ใช้เลยคือโหมด Standard และเมื่อเปิดเสียงในระดับดังที่สุดลำโพงก็ยังไม่ออกอาการเสียงแตกสาว เพียงแต่ถ้าใช้งานจริงก็ขอแนะนำว่าเปิดระดับกลางๆ แค่ 60-75 ก็พอ

เพิ่มเติม
การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของ LG ในปีนี้ผมมองว่าไม่ใช่เรื่องทีวีความละเอียด 4K หรือการดีไซน์ที่ชวนมอง หากแต่เป็นระบบปฏิบัติการของทีวีที่ทำการยกเครื่องใหม่ทั้งหมด โดย LG ใช้ชื่อระบบปฏิบัติการนี้ว่า WebOS ซึ่งผมกล้าพูดได้เลยว่าหากใครได้ลองใช้เป็นต้องติดใจแน่นอน เพราะมันทั้งสวยงาม รวดเร็ว และใช้งานง่ายมากเพราะมีส่วนคล้ายคลึงกับระบบปฏิบัติการวินโดวส์ที่อยู่บนคอมพิวเตอร์ และระบบปฏิบัติการ Android ที่อยู่บนสมาร์ทโฟน กับแท็บเล็ต โดยหน้า Menu Launcher ของ LG WebOS ก็เปรียบได้ดั่งกับหน้า Desktop ของคอมพิวเตอร์ ที่จะประกอบไปด้วย Short Cut ทางลัดเข้าสู่โปรแกรมต่างๆ ในหน้า Menu Launcher ตรงนี้ก็ไม่ต่างกันด้านในจะประกอบไปด้วย Short Cut เข้าสู่แอพพลิเคชั่นชั้นนำ เช่น LG Store, Major Cineplex, YouTube รวมไปถึงการสับเปลี่ยนอินพุต, บราวเซอร์, การตั้งค่าต่างๆ ก็สามารถทำได้ผ่านตรงนี้ได้โดยตรง


ความเร็วในการตอบสนองของ Magic Remote รวมไปถึงความเร็วในการเข้าถึงแอพพลิเคชั่นถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดีมาก การเข้าใช้แอพ โหลดแอพ ถือว่าลื่นไหล ดูสตรีมมิ่งคลิปวิดีโอได้อย่างไม่ติดขัด หากแต่น่าเสียดายเล็กน้อยตรงที่การท่องอินเทอร์เน็ตผ่านบราวเซอร์ยังมีจุดอ่อนอยู่เนื่องจากไม่สามารถแสดงปลั๊กอินประเภท Flash ได้


อีกฟีเจอร์หนึ่งที่คู่กับ LG มาอย่างยาวนาน คือ Time Machine ฟีเจอร์นี้ใช้สำหรับอัดรายการทีวีสด หรือรายการทีวีล่วงหน้าได้ โดยในการอัดตรงนี้ผู้ใช้สามารถเลือกได้ว่าจะให้บันทึกเข้า USB External Hard Drive หรือหน่วยบันทึกข้อมูลภายในเครื่องที่มีมาให้มากถึง 4.49GB และหลังจากที่เราบันทึกรายการทีวีที่อัดไว้แล้วยังสามารถแสดงผลได้เลย

การเล่นไฟล์ภาพและเสียงนามสกุลต่างๆ ควรทำผ่านช่องต่อ USB 3.0 เพราะในทางฤษฎีแล้ว USB 3.0 มีความเร็วมากกว่า USB 2.0 ถึงสิบเท่า ดังนั้นแม้จะเล่นไฟล์ .MKV หรือ .MP4 ความละเอียด 3840×2160 ก็ไม่ได้สร้างความลำบากให้กับ 55UB850T แต่อยางไร เพียงแต่ที่น่าเสียดายเล็กน้อยตรงที่ไฟล์เสียงแบบ .FLAC ไม่สามารถเล่นได้ นอกจากนั้นไม่ว่าจะเป็น .MP3, .WAV เล่นได้อย่างปกติ


สรุป
LG 55UB850T ถือเป็น 4K ULTRA HD TV ราคาประหยัด ช่วยให้คนที่มีงบกลางๆ สามารถซื้อหา 4K TV มาใช้งานได้ การแสดงผลภาพโดยรวมนั้นถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดี ไม่ว่าฉากมืดสนิทหรือฉากสว่างจ้าก็เห็นรายละเอียดภาพได้อย่างครบถ้วน สมดุลแสงขาว และอุณหภูมิสีดั้งเดิมที่ปรับไว้ในโหมด ISF Expert ก็ดีอยู่แล้วตั้งแต่โรงงาน แม้ไม่มีเครื่องมือปรับภาพก็มั่นใจได้เลยว่าภาพที่กำลังดูอยู่เป็นภาพที่ใกล้เคียงกับความเป็นจริง บวกกับทีวีรุ่นนี้ไม่ใช่ซื้อแล้วจะตกยุคเพราะพอร์ต HDMI เป็นเวอร์ชั่น 2.0 รองรับภาพ 4K@60Hz ถึงแม้ว่าตอนนี้จะหาคอนเทนท์เปิดยากสักหน่อย แต่ในอนาคตย่อมมีคอนเทนท์ความละเอียดสูงออกมาแพร่หลายอย่างแน่นอน นอกจากนี้แล้ว LG WebOS ยังเป็นระบบปฏิบัติการที่ยกโฉมใหม่ทั้งหมด ทั้งมีความรวดเร็ว ใช้งานง่าย อินเตอร์เฟซสวยงาม

จุดเด่นของ LG 55UB850T
1.ระบบการอัพสเกลภาพดีเยี่ยม
2.HDMI 2.0@60Hz รองรับการใช้งานในอนาคต
3.ปุ่ม Power แบบ Joystick แปลกใหม่ ใช้งานง่าย
4.ภาพสามมิติลอยลึก มีมิติชัดเจน
5.LG WebOS ระบบปฏิบัติการแบบใหม่ รวดเร็ว ใช้งานง่าย
จุดด้อยของ LG 55UB850T
1.เล่นไฟล์เสียง .FLAC ไม่ได้
2.เสียงยังไม่โดดเด่นเท่าที่ควร
3.เว็บบราวเซอร์ไม่แสดงผล Flash Plugin
4.ตามมุมขอบของทีวีพบขอบมืดเล็กน้อย