( รีวิว ) มากกว่าเสียงดีคือดีไซน์โดนใจ! JBL Live 780NC หูฟัง Over-Ear ที่วัยรุ่นต้องมี

ต้องบอกเลยว่ายุคนี้หูฟังไม่ได้เป็นแค่ไอเทมไว้สำหรับฟังเพลงเพียงอย่างเดียว แต่มันคือ "แฟชั่น" และ "เครื่องประดับ" ที่บ่งบอกถึงไลฟ์สไตล์ของผู้ใช้ด้วยเช่นกัน วันนี้ผมจะพามาเจาะลึก JBL Live 780NC หูฟังครอบหู (Over-Ear) ที่เกิดมาเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนในยุคนี้ ที่มีดีทั้งดีไซน์สุดป็อป และ "คุณภาพของเสียง"
ดีไซน์ & การสวมใส่ แฟชั่นไอเทมที่ใส่สบายตลอดวัน

JBL Live 780NC เป็นหูฟังได้รับการออกแบบมาอย่างตั้งใจ ดูมีเอกลักษณ์ มีความเรียบหรู น้อยแต่มาก เรียบแต่โก้ พรีเมี่ยมเกินราคา มีสีสันให้เลือกแมตช์กับลุค OOTD เพียบ(ดำ,น้ำเงิน,แชมเปญ,ขาว,เขียว,ม่วง และ ส้ม) บานพับจับแล้วรู้สึกเย็น วัสดุเป็นโลหะสีเดียวกับหูฟัง แข็งแรงทนทาน ออกแบบมาให้พับเก็บได้แบบแบนราบ และพับทบเข้าด้านในได้ ประหยัดพื้นที่ในกระเป๋าสะพายหรือ Tote Bag ฟองน้ำครอบหู หุ้มด้วยหนังสังเคราะห์เกรดนุ่มพิเศษ แนบสนิทไปกับสรีระรอบใบหูโดยไม่บีบรัดรุนแรง ส่วนก้านคาดหัว ลองจับดูน่าจะทำจากพลาสติกบุด้วยซิลิโคนคืนตัวได้ดี ให้ความรู้สึกนุ่มนวลและรองรับศีรษะได้ดี ที่ช่วยกระจายน้ำหนักได้ดีเยี่ยม ลดอาการกดทับกลางศีรษะ และมีน้ำหนักเบาเพียง 260 กรัม ใส่เรียนออนไลน์ ทำงาน หรือนั่งชิลในคาเฟ่ได้ยาวๆ ไม่รู้สึกหนีบหูแต่อย่างใด

สเปคเสียง (Audio Performance)

หัวใจหลักคือไดรเวอร์ขนาด 40 มิลลิเมตร ให้ย่านความถี่เสียงกว้างตั้งแต่ 10Hz - 40kHz (ระดับ Hi-Res) รองรับการส่งผ่านเสียงความละเอียดสูง (LDAC) สตรีมเพลงผ่าน Apple Music หรือ Tidal ได้คุณภาพเสียงเนียนกริบ ระดับ Lossless นอกจากนี้หูฟังได้จูนเสียงมาในสไตล์ออริจินัลของ JBL เบสลงลึกเป็นลูกชัดเจน(มาก) คนที่ชอบเบสน่าจะถูกใจเลยทีเดียว เสียงกลางและเสียงร้องคมชัด พุ่งใสเคลียร์ เหมาะกับนำไปฟังพอดแคสต์ไปจนถึงฟังเพลงแนว Pop, Hip-Hop หรือ EDM นอกจากนี้ยังมี ฟีเจอร์สุดล้ำอย่าง Personi-Fi 3.0 ที่มี Ai วิเคราะห์การฟังของผู้ใช้งาน และสร้าง "โปรไฟล์เสียงส่วนตัว" (Custom Hearing Profile) ชดเชยย่านเสียงที่เราอาจจะได้ยินน้อยลง เพื่อให้ได้เสียงที่เพอร์เฟกต์ที่สุดสำหรับหูเราโดยเฉพาะ ซึ่งฟังก์ชั่นนี้หายากมากในหูฟังระดับราคาเดียวกัน

ความเห็นส่วนตัวของผม ผมรู้สึกว่าตัวหูฟัง JBL Live 780NC ให้เสียงเบสที่หนักพอสมควร ผู้ที่ชื่นชอบในเสียงเบสอาจจะถูกใจ แต่สำหรับผมอาจ เกินความต้องการไปหน่อย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็สามารถปรับลดระดับเสียงเบสได้ผ่านแอปฯของหูฟัง เพื่อการฟังที่สบายขึ้น และได้สมดุลกว่า

ระบบตัดเสียงและเปิดรับเสียง (ANC & Smart Ambient)

ระบบตัดเสียงรบกวน ANC ทำออกมาได้สมูท และเป็นธรรมชาติดีครับ ด้วยระบบ True Adaptive Noise Cancelling 2.0 จะประมวลผลและปรับระดับการตัดเสียงรบกวนให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อม ณ วินาทีนั้นโดยอัตโนมัติ ซึ่งช่วยลดอาการหูอื้อได้เป็นอย่างดี เวลาไปนั่งปั่นงานใน Cafe ที่มีทั้งเสียงเครื่องบดเมล็ดกาแฟ เสียงคนคุยกัน แค่เปิด ANC โลกก็สงบลงทันที ขณะเดียวกันยังมีโหมด Ambient เพื่อเปิดรับเสียงภายนอก ซึ่งมีด้วยกัน 2 โหมดคือ Ambient Aware ที่ดึงเสียงรอบข้างเข้ามาให้เราได้ยินขณะฟังเพลง เหมาะ และปลอดภัย สำหรับเวลาเดินข้ามถนนหรือรอฟังประกาศเรียกคิว และอีกโหมดคือ TalkThru เพียงแค่กดปุ่มตัดเสียงรบกวนที่หูฟังข้างขวาสองครั้ง หูฟังจะดรอปเสียงเพลงลงและขยายเสียงพูดของเราและคนตรงหน้า ให้คมชัดขึ้นได้ทันทีโดยไม่ต้องถอดหูฟังออก ซึ่งสะดวกสบายมากๆ อ้อหูฟังรุ่นนี้ใส่ไมค์มาให้ถึง 6 ตัวด้วยกัน นั่นจึงทำให้สามารถตัดเสียงรบกวนได้ดี และยังส่งผลให้ใช้คุยโทรศัพท์ หรือประชุมออนไลน์ให้เสียงเสียงชั้ดเเจ๋วเลยทีเดียว
แบตเตอรี่ & การเชื่อมต่อ (Battery & Connectivity)

สิ่งหนึ่งที่ผมประทับใจในตัวหูฟังรุ่นนี้คือ เป็นหูฟังที่ค่อนข้างฮึดมากในเเง่การใช้งานของแบตเตอร์รี่ ซึ่งจากสเปคทางแบรนด์เคลมไว้ว่า หากเปิดโหมดตัดเสียงรบกวน (ANC) จะใช้งานได้สูงสุดถึง 50 ชั่วโมง และถ้าปิด ANC จะลากยาวได้ถึง 80 ชั่วโมง! เมื่อลองทดสอบใช้งานดูแล้วคิดว่าน่าเป็นไปได้จริงตามที่เขาเคลมเอาไว้ และยังรองรับการชาร์จเร็ว เพียงชาร์จ 5 นาทีก็สามารถใช้งานได้ถึง 4 ชั่วโมง! ซึ่งมันว้าวซ่า มาก ส่วนการเชื่อมต่อ JBL Live 780NC รองรับการเชื่อมต่อบลูทูธ เวอร์ชั่น 6.0 ซึ่งใหม่ล่าสุดในขณะนี้ การเชื่อมต่อก็มีความเสถียรดี ตอนที่ผมทดสอบยังไม่เจออาการหลุดการเชื่อมต่อแต่อย่างใด และตัวหูฟังยังรองรับฟังก์ชั่น AURACAST อีกด้วย ซึ่งเมื่อเทียบกับราคาค่าตัวของหูฟังรุ่นนี้แล้ว ผมว่ามันคุ้มมากเลยทีเดียว
สรุป

ปฏิเสธไม่ได้ว่าในเรทราคา 7,000 - 8,000 บาท ตลาดหูฟังนั้นดุเดือด และมีตัวเลือกจากหลากหลายแบรนด์ให้เปรียบเทียบกันแบบไม่หวาดไม่ไหว แต่ถ้าคุณกำลังมองหาหูฟังที่ "ซื้อแล้วจบ" ไม่ต้องมานั่งตั้งคำถามทีหลัง JBL Live 780NC คือตัวเลือกอันดับต้นๆ ที่ผมกล้าพูดได้เต็มปากว่า คุ้มค่า และน่าสนใจที่สุด ไม่ว่าจะเป็นความน่าเชื่อถือของแบรนด์ที่เป็นอันดับต้นๆของโลก หรือจะเป็นเรื่องดีไซน์ที่มีความเป็นเอกลักษณ์ ไม่มีความคล้าย หรือได้รับแรงบันดาลใจมาแบรนด์อื่นแต่อย่างใด และที่สำคัญที่สุดของการเป็นหูฟังที่ดีคือ คุณภาพของเสียงที่ดี มีมาตรฐาน มาพร้อมกับฟังก์ชั่นการใช้งานที่ครบ และใช้งานได้จริง ผมว่านี่แหละครับคือเหตุผลที่บอกว่า ทำไมหูฟังรุ่นนี้ถึงเป็นการลงทุนที่คุณจะไม่มีวันเสียดาย
