ข้ามไปที่เนื้อหา
|

รีวิว 8K Samsung 85QN900B Neo QLED ภาพสวยคมกริ๊ป ดำลึก mini-LED ของจริงต้องแบบนี้

เขียนโดย: EDITOR LCDTVTHAILAND โพสต์เมื่อ: 16 Jun 2022 0 ความคิดเห็น

พอมีใครพูดถึงว่าจะซื้อทีวีความละเอียด 8K หลายคนมักคิดไปก่อนว่าซื้อมาแล้วจะเอาคอนเทนต์อะไรดู ? ผมอยากจะให้ทุกคนลองเปลี่ยนความคิดดูนะครับ เพราะทีวีความละเอียด 8K ในยุคนี้พัฒนาขึ้นไปอย่างมาก โดยเฉพาะรุ่นที่ผมจับมาทำรีวิวให้ทุกคนได้ดูกันในคราวนี้ นั่นก็คือ Samsung Neo QLED 8K รุ่น 85QN900B ตัวท็อปของแบรนด์ในปีนี้ ไม่ว่าจะเป็นการดีไซน์ ฟีเจอร์ การอัปสเกล การควบคุมความดำ ความถูกต้องของภาพ ทั้งหมดล้วนอยู่ในเกณฑ์ดีเยี่ยม

สเปกเบื้องต้นของ Samsung 85QN900B

  • ขนาด 85″
  • ความละเอียด 8K (7680 x 4320)
  • Full Array mini-LED
  • รองรับ VRR, Free Sync Premium Pro
  • ลำโพง 90W 6.2.4 แชนแนล
  • Tizen OS
  • รองรับ Google Assistant
  • ราคา 349,990 บาท

Design – การออกแบบ

ถึง 85QN900B เป็นทีวีขนาดใหญ่ถึง 85” แต่ก็ได้รับการออกแบบคิดคำนึงถึงการจัดวางภายในห้องของผู้ใช้เป็นอย่างดี ดูได้จากฐานตั้งของทีวีที่วางตำแหน่งไว้อยู่บริเวณตรงกลางของตัวเครื่อง ทำให้ชั้นวางที่ใช้ไม่จำเป็นที่จะต้องมีความกว้างมากนักก็ได้ วัสดุตัวฐานตั้งก็แข็งแรงทำจากโลหะ รองรับน้ำหนักได้ดี ส่วนบริเวณด้านหลังของฐานตั้งยังเป็นตำแหน่งของที่วางกล่อง One Connect ด้วย

จอใหญ่มาก ขนาด 85″

จุดติดตั้งตัวฐานอยู่บริเวณกึ่งกลางของตัวเครื่อง ตัวฐานเป็นโลหะสีเงินไทเทเนี่ยม มั่นคงแข็งแรง

ตัวจอของ 85QN900B ก็มีความโดดเด่นไม่แพ้กัน คงความ “เรียบหรู ดูดี” เอาไว้ เริ่มจากกรอบด้านข้างที่ใช้เป็นสีเงินเงางาม พร้อมร่องฉลุตลอดทั้งแนว ความหนาของขอบประมาณ 1.5 เซ็นติเมตรเท่านั้น และเป็นความหนาเท่ากันตลอดทั้งตัวเครื่อง ที่เป็นแบบนี้ เพราะนอกจากแผงวงจรบางส่วนถูกยกไปในกล่อง One Connect แล้ว อีกปัจจัยหนึ่งที่สำคัญก็คือรุ่นนี้ได้ใช้หลอดแบ็คไลท์แบบใหม่คือ Quantum Mini LED ซึ่งมีขนาดเล็กกว่า LED ทั่วไปในระดับ 1/40

ความหนาเท่ากันตลอดทั้งตัวเครื่อง และถ้าสังเกตดูบริเวณหน้าจอจะเห็นได้ว่าภาพแทบจะไร้กรอบเลย

ด้านขวาล่างมีโลโก้ Samsung แปะเสริมไว้

กล่อง One Connect ที่ใช้กับตัว 85QN900B มีขนาดใหญ่พอประมาณ เราสามารถที่จะเอาไปวางไว้ด้านนอก หรือจะติดไว้ที่ด้านหลังทีวีตรงขาตั้งก็ได้ เพราะในกล่อง One Connect จะมีสายสัญญาณมาให้สองแบบคือ “แบบยาว” กับ “แบบสั้น”

กล่อง One Connect ที่ใช้งานคู่กับ Samsung 85QN900B

แผงช่องต่อของกล่อง One Connect

ช่องต่อทั้งหมด

  • Ethernet (LAN)
  • Optical Digital
  • Antenna
  • USB x 2, USB 5V 1A x 1 (for HDD)
  • HDMI 2.1 x 4
  • Wi-Fi 6

กล่อง One Connect สามารถนำไปติดไว้กับขาตั้งที่ด้านหลังได้

รีโมทแบบใหม่ เบาขึ้นไร้ถ่าน ชาร์จไฟได้ผ่าน USB-Type C และแผงโซลาร์เซล

Picture – ภาพ

ถ้ามีงบประมาณมากพอ แล้วอยากจะเล่นทีวีจอใหญ่ ยังไงก็ต้องความละเอียด 8K (7680 x 4320) นี่คือนิยามที่ผมอยากจะบอกทุกคน หลังจากได้เห็นภาพบนทีวีจอใหญ่ที่ขนาดเกิน 65” ขึ้นไปเทียบกันระหว่าง 4K vs 8K เพราะยิ่งเมื่อจอมันมีขนาดใหญ่ขึ้น ภาพที่ทีวีแสดงออกมาก็จะ “ฟ้อง” ให้เราเห็นได้ง่ายขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความคมชัด การควบคุมความดำ มุมมองภาพ ภาพเคลื่อนไหวต่าง ๆ ทำให้ก่อนที่จะรีวิว ผมก็แอบหวิวๆ ใจ เหมือนกันว่า 8K 85QN900B Neo QLED TV รุ่นใหม่ ท็อปสุดของ Samsung ปีนี้จะทำได้ดีขนาดไหน

85QN900B ใช้พาเนลแบบ VA คุณภาพสูง มีจุดเด่นในเรื่องของความสว่าง แถมมุมมองด้านข้างก็ยังดูดีสีแทบจะไม่ดรอป จัดวางโครงสร้างแบบ Full Array ที่มีหลอดแบ็คไลท์วางเต็มอยู่ทั่วทั้งจอ รุ่นนี้ได้ใช้หลอดแบ็คไลท์แบบ mini-LED ที่มีขนาดเล็กกว่าหลอด LED ทั่วไปหลายเท่า เมื่อหลอดแบ็คไลท์เล็กลง ก็สามารถวางจำนวนหลอดแบ็คไลท์ได้มากขึ้น ตัวแสงที่เปล่งออกมาก็สามารถบีบได้แคบลง ทำให้ควบคุมระดับสีดำได้ดียิ่งขึ้น แถมยังทำความสว่างได้มากกว่าเดิม แต่นี่คือสิ่งที่ Samsung บอกกับเราออกมา แต่มันจริงเท็จแค่ไหนล่ะ?

ซ้ายหลอด LED ทั่วไป / ขวาหลอด mini-LED

พอแกะกล่องประกอบทีวีเรียบร้อย สิ่งแรกที่ผมได้ลองทดสอบเลยก็คือเรื่องความดำครับ เปลี่ยนมาใช้หลอด mini-LED ทั้งที ก็อยากรู้ว่าจะทำได้ดีแค่ไหน เลยจับเปิดคอนเทนต์ปราบเซียนของตระกูล LED สักหน่อย นั่นก็คือ “พลุ” เพราะคอนเทนต์ประเภทนี้จะมีฉากรอบ ๆ เป็นสีดำ แล้วพอมีแสงสว่างจากพลุจุดขึ้นมาพร้อมกระจายตัวออกไป เราก็จะได้รู้เลยว่าทีวีคุมหลอดแบ็คไลท์ได้ดีแค่ไหน ทำงานไวหรือเปล่า เพราะเขาเคลมไว้ว่าสามารถทำระดับความสว่างได้ถึง 14-bit หรือ 16,384 ระดับ

จากภาพด้านบนจะเห็นได้ว่าตามขอบของเส้นพลุที่กระจายออกมาแทบจะไม่สังเกตเห็นแสงเรือง (Blooming Effect) เลย ขอบด้านนอกก็มืดสนิท ส่วนบริเวณกึ่งกลางที่กำลังระเบิดประกายพลุก็สว่างวาบสมจริง ซึ่งระดับ Local Dimming ที่รุ่นนี้มีให้เลือกใช้มีทั้งหมด 3 ระดับ คือ Low, Standard และ High จากการทดสอบ ขอแนะนำว่าให้เลือกระดับ High หรือ Standard ความแตกต่างของทั้งสองระดับมีดังนี้ครับ ระดับ High จะควบคุมหลอด Mini-LED ได้รวดเร็ว และให้ความสว่างมากที่สุด ส่วนระดับ Standard ก็ยังให้ความดำที่ดีอยู่ ความสว่างจะเพลาลงมา แต่การคุมหลอด Mini-LED จะไม่รวดเร็วเท่า (แต่ไม่หนีกันเยอะ) สุดท้ายคือระดับ Low ที่แทบจะไม่มีการคุมแบ็คไลท์เลย ซึ่งการจะใช้ระดับไหนก็ขึ้นอยู่กับความชอบส่วนตัวแล้ว ถ้าอยากได้แสง HDR แบบเต็มที่เจิดจรัสสุดๆ ก็ต้อง High แต่ถ้าอยากได้แสงเบาลงมาหน่อยก็ต้อง Standard

ลองเปิดไฟดูจากฉากท่อระบายน้ำในเรื่อง It’s กันบ้างสังเกตเห็นได้เลยว่าแสงไฟจากไฟฉายสาดเข้าหน้าจนแสบตาเลย ขณะเดียวกันรอบด้านก็ยังคงมืดอยู่

นอกจากเรื่องความดำจะทำได้ดีมากแล้ว เรื่องของความสว่างในรุ่นนี้ก็ทำได้ดีด้วยแบบไม่ได้คิดไปเอง เพราะจากที่ใช้เครื่องมือปรับภาพจับค่าดู พบว่า 85QN900B ตัวที่ทางเราได้รับมาทดสอบ มีความสว่างอยู่ราว 4,463 nits สู้แสงตอนกลางวันได้สบาย ส่วนขอบเขตสีมาตรฐาน DCI-P3 ก็ทำได้อยู่ที่ราว 95% ตรงจุดนี้ไม่แตกต่างจากซีรีส์เดิม QN900A มากนัก ส่วนในเรื่องของโหมดภาพในการรับชม ยังคงแนะนำเป็น Filmmaker Mode เพราะโทนภาพอบอุ่นสบายตา แถมยังสีสันเที่ยงตรงที่สุดไม่ว่าจะดูคอนเทนต์แบบ SDR หรือ HDR

SDR Post Calibration


HDR Post Calibration

จอใหญ่ 85″ ขนาดนี้การอัปสเกลเป็นยังไง ? ต้องยอมรับว่าชิปประมวล รวมไปถึงเทคโนโลยีการอัปสเกลภาพในปัจจุบันของทีวีพัฒนาไปค่อนข้างมาก ผมจะไม่ขอพูดถึงการอัปสเกลจาก 4K > 8K เพราะสอบผ่านอยู่แล้ว แต่จะขอพูดถึงการอัปสเกลภาพจากสัญญาณต้นทางที่เป็นความละเอียดแบบ Full HD 1080p แทน คอนเทนต์ที่ใช้ทดสอบก็เปิดจากหนังใน Netflix, YouTube ทั่วไปเลยครับที่เราได้ใช้ดูบ่อยที่สุด ยอมรับเลยว่าหากดูในระยะใกล้ภาพจะนวลตาไม่คมเท่า 4K (เป็นเรื่องปกติ) แต่ถ้าดูในระยะรับชมปกติสัก 2.5 – 3 เมตร ภาพก็ดูดีใช้ได้เลยสอบผ่านครับ

ไม่ใช่แค่การดูหนัง แต่การที่มีโอกาสได้เล่นเกมบนจอใหญ่ขนาด 85″ มันให้ความเต็มอิ่มมากกว่าเดิม จนถึงขนาดที่ผมต้องลุกขึ้นมาเล่นเลย ค่า Input lag ในโหมดเกม จะอยู่ที่ราว 14.4 ms (กรณีเปิดภาพแบบ 4K@60Hz) แต่ถ้าเราอยากจะได้ค่า Input lag ที่น้อยลงกว่านี้อีกก็สามารถปิดตัว Game Motion ได้ ค่าจะลงไปเหลือราว 9.6 ms แถมตัวเครื่องยังรองรับ VRR, FreeSync Premium Pro ด้วยนะ เล่นแล้วไม่เจอภาพฉีกขาดแน่

ได้ทีวีระดับนี้มาทั้งที ผู้ซื้อหลายคนต้องอยากเอาไปปรับภาพด้วยอยู่แล้ว Samsung เขาเลยเพิ่มฟีเจอร์ Smart Calibration หรือ การปรับภาพด้วยตัวเองมาให้ด้วย การใช้งานก็ง่ายมากเพียงแค่ไปโหลดแอปพลิเคชัน Smart Things มาติดไว้ในเครื่องพร้อมล็อกอินเข้าระบบให้เรียบร้อย จากนั้นเข้าไปที่หัวข้อการปรับเทียบอัจฉริยะ จากนั้นก็ให้เลือกว่าจะปรับแบบโหมดพื้นฐาน หรือโหมดอาชีพ ซึ่งถ้าเลือกโหมดอาชีพก็จะปรับละเอียดหน่อย ในการปรับภาพตัวทีวีก็จะใช้การอ่านค่าจากกล้องของสมาร์ทโฟนนั่นเอง เพียงแต่จากการทดสอบแล้วค่าที่ได้จาก Smart Calibration ยังไม่เป็นที่พอใจนัก แนะนำใช้โหมดภาพเดิม ๆ จะดีกว่า

*การปรับภาพแบบ Smart Calibration สามารถใช้งานได้กับทั้งสมาร์ทโฟน Android / iOS ปัจจุบันรองรับในรุ่น QN900B/QN800B/QN700B/QN95B/QN90B

ระหว่างที่ทีวีกำลังวัดค่า ต้องถือสมาร์ทโฟนให้นิ่งที่สุดนะ

Sound – เสียง

จำนวนลำโพงที่มีอยู่ในตัว 85QN900B มีมากถึง 6.2.4 แชนแนล กำลังขับรวม 90W ทำให้พลังเสียงจึงใหญ่ตามจอเป็นเงาตามตัว ซึ่งการจัดวางตำแหน่งลำโพงของรุ่นนี้มีการคิดคำนึงถึงตำแหน่งของอ็อบเจ็กต์ของคอนเทนต์ส่วนใหญ่ที่มักจะเอานักแสดงไว้ตำแหน่งกึ่งกลาง ทำให้เสียงพูดต่างเหมือนกับว่าออกมาตรงตำแหน่งปากของภาพจริง ๆ นอกจากนี้ Samsung ยังมีฟีเจอร์ Adaptive Sound+ ที่จะช่วยปรับจูนเสียงที่ออกมาให้เหมาะสมกับคอนเทนต์นั้น ๆ อีกด้วย

ลำโพงที่อยู่ด้านหลัง

สไตล์เสียงของ 85QN900B จะออกแนวใส แต่ไม่บางมีน้ำหนักกำลังดี กระจายเสียงได้เต็มพื้นที่ด้านหน้า มีโหมดเสียงให้เลือกใช้อยู่ด้วยกันสองโหมดคือ Standard กับ Amplify โดยโหมดเสียง Amplify จะมีน้ำหนักเบสมากกว่า Standard ซึ่งก็แล้วแต่ความชอบของแต่ละคนที่ชอบเสียงสไตล์ไหน และถ้าเกิดใครอยากจะอัปเกรดคุณภาพเสียงให้ดียิ่งขึ้น ขอแนะนำให้ซื้อซาวด์บาร์ของ Samsung มาใช้ร่วมกันครับ เพราะสามารถใช้งานฟีเจอร์ Q-Symphony ที่มีอยู่ได้ โดยฟีเจอร์นี้จะเป็นการนำพลังเสียงระหว่าง ทีวี + ซาวด์บาร์ มารวมกันทำให้ได้เสียงที่ดียิ่งขึ้น

มีโหมดเสียงให้เลือก 2 แบบ

Feature – ลูกเล่น

ระบบปฏิบัติการ Tizen OS ที่ทำงานอยู่ทีวีปี 2022 นี้ จะเป็นเวอร์ชันที่ปรับปรุงส่วนต่าง ๆ มากกว่าของปีก่อนค่อนข้างมาก เริ่มจากกราฟิกยูสเซอร์ อินเตอร์เฟซ (GUI) หน้าหลักที่แสดงขึ้นมาเวลาเรากดปุ่ม Home ได้เปลี่ยนจากป๊อบอัพเมนูบาร์ มาเป็นแสดงผลแบบเต็มหน้าจอ เน้นรูปแบบการแสดงผลวิดีโอแนะนำจากแอปฯ ต่าง ๆ ให้เห็นง่ายขึ้น ส่วนเมนูคีย์ลัดถูกเปลี่ยนไปไว้ทางฝั่งซ้ายมือแทน

หน้าหลักแบบใหม่ของ Tizen OS

พอหน้าหลักเปลี่ยนการแสดงผลมาเป็นแบบเต็มจอแบบนี้ เวลากดปุ่ม Home แต่ละทีหน้าหลักมันก็จะบดบังสิ่งที่เรากำลังรับชมอยู่ ซึ่งในบางครั้งมันก็ไม่ค่อยสะดวก Samsung จึงยังเหลือวิธีการเรียกหน้าต่างการตั้งค่าแบบป๊อบอัปขึ้นมาไว้ให้ โดยเราสามารถกดปุ่ม 123 บนรีโมทก็จะสามารถเรียกหน้าต่างตั้งค่าแบบป๊อบอัปขึ้นมาได้

เป็นที่รู้กันดีว่า Samsung ให้ความใส่ใจกับศิลปะ และไลฟ์สไตล์ของผู้ใช้งานค่อนข้างมาก ใน Tizen OS เวอร์ชันใหม่ ได้มีการเปิดช่องทางการซื้อขายภาพ NFT ผ่าน Nifty Gateway  ผู้ใช้สามารถเข้าไปเลือกภาพ NFT หลากหลายแบบได้ที่นี่ ดูแล้วถูกใจชิ้นไหนอยากเป็นเจ้าของก็สามารถชำระเงินซื้อได้เลย บางภาพก็เป็นภาพนิ่ง บางภาพก็เป็นภาพเคลื่อนไหว ยังไงก็ลองเข้าไปดูกันได้เผื่ออาจจะมีภาพที่คุณชอบก็ได้นะ

ซื้อภาพ NFT ได้เลย

บางภาพขยับได้ มีลูกเล่นสวยงาม

ระบบการสั่งงานด้วยเสียงบน 85QN900B จะมีให้เลือกใช้อยู่ด้วยกันสองแบบ คือ Bixby ระบบที่พัฒนาโดย Samsung เอง กับอีกแบบคือ Google Assistant ในตัวของ Bixby เราคงไม่ต้องทดสอบอะไรกันเยอะ เพราะทำงานได้ดีเหมือนเดิมอยู่แล้ว แต่ในส่วนของ Google Assistant ที่เพิ่งจะเพิ่มเข้ามา ก็พบว่าทำงานตอบสนองได้ดี ฟังได้ทั้งภาษาไทย และภาษาอังกฤษ ใช้ถามได้ คุยเล่นได้ มีสิ่งที่ควรปรับปรุงอยู่เล็กน้อยคือพวกสระลอยของข้อความเท่านั้น

ข้อความภาษาไทยมีสระลอยเห็นอยู่ แต่สั่งงานได้ปกตินะ

ด้านแอปพลิเคชันสตรีมมิ่งชั้นนำทั้งหลายก็ยังคงมีอยู่ครบ ไม่ว่าจะเป็น VIU, YouTube, Apple TV, Amazon Prime Video และสุดท้ายคือ Netflix ที่อัปเดตมาให้ดียิ่งขึ้นเพราะรองรับ Dolby Atmos แล้ว ไม่เหมือนกับเมื่อก่อน หากจะให้ตัวแอปฯ ขึ้น Dolby Atmos จะต้องต่อกับอุปกรณ์อื่นที่รองรับ เช่นพวกซาวด์บาร์ ส่วนแอปฯ YouTube บนเครื่องนี้ก็รองรับความละเอียด 8K  แล้ว เผื่อใครอยากดูภาพแบบ 8K แบบสตรีมมิ่ง ก็สามารถหาดูคอนเทนต์จากตรงนี้ได้

*บนรีโมทมีปุ่ม Disney+ แล้ว แต่ตัวแอปฯ ยังไม่มาสามารถใช้ Apple Airplay โยนขึ้นแทนไปก่อน

Dolby Atmos ในตัวไม่ต้องต่อซาวด์บาร์แล้ว

YouTube รองรับความละเอียด 8K

Multi View อีกหนึ่งฟีเจอร์ที่คนที่ชอบดูอะไรหลายจอพร้อมกันน่าจะชอบ ผู้ใช้สามารถเปิดดูคอนเทนต์จากสองแหล่งสัญญาณที่แตกต่างกันได้ในเวลาเดียวกัน เช่นจอหนึ่งเราอาจจะเปิด YouTube ส่วนอีกจอเราอาจจะเปิดหนังจาก HDMI ก็ได้ ซึ่งเราสามารถเลือกได้ด้วยว่าจะให้แสดงสองจอเท่ากัน หรือจะให้จอหนึ่งใหญ่ จอหนึ่งเล็ก หรือจะเป็นแบบ PiP (Picture in Picture) ก็ทำได้

ฟีเจอร์ Multi View เปิดสองจอพร้อมกันได้

Conclusion – สรุป

ข้อดีของ 85QN990B

  • ฐานตั้งอยู่ตำแหน่งกึ่งกลางเครื่อง ง่ายต่อการหาชั้นวาง
  • รีโมทแบบใหม่ไม่ต้องใช้ถ่าน ชาร์จไฟได้ทั้งจากไฟฟ้า และพลังธรรมชาติ
  • Mini-LED เจนที่สองคุมแสงได้ดีขึ้นมาก บลูมมิ่งแทบไม่เห็น
  • ความสว่างสูงแตะหลัก 4,000 nits
  • โหมดภาพ Film Maker mode สีสันค่อนข้างเที่ยงตรงใช้งานได้เลย
  • มี Q-Symphony ผนวกกำลังเสียงร่วมกับซาวด์บาร์ของ Samsung ได้
  • มี Multi View เปิดภาพสองจอขึ้นมาพร้อมกันได้

ข้อสังเกตของ 85QN990B

  • การปรับภาพด้วยตัวเอง Smart Calibration ยังได้ผลที่ไม่เที่ยงตรงนัก
  • Q-Symphony สงวนใช้งานเฉพาะกับซาวด์บาร์ของ Samsung
  • บนรีโมทมีปุ่ม Disney+ แต่ยังไม่มีตัวแอปฯ อาศัย Airplay เอาแทน
  • ภาษาไทยของ Google Assistant ยังพบเรื่องสระลอย
  • Multiview ใช้งานไม่ได้กับทุแอปฯ ต้องเป็นแอปฯ ที่รองรับ

ถือได้ว่า Samsung 85QN900B Neo QLED 8K TV รุ่นนี้เป็นทีวีที่ครบเครื่อง และ “สุด” ในทุก ๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องภาพที่จอใหญ่ขนาด 85″ ความละเอียดสูงที่สุดรองรับอนาคตแบบ 8K ใช้หลอดแบ็คไลท์แบบ mini-LED ที่คุมระดับสีดำ และให้ความสว่างได้สูงมาก และเสียงจากลำโพงที่มากถึง 6.2.4 แชนแนล รองรับ Dolby Atmos ตัว Tizen OS ก็ปรับปรุงใหม่น่าใช้งาน เพิ่มฟีเจอร์ใหม่ ๆ มากขึ้น ใครที่อยากได้ความสุดแนะนำว่าได้รุ่นนี้ไปรับรองไม่ผิดหวัง

Sample Image Gallery

SPRING SUMMER LOOKBOOK

Sample Block Quote

Praesent vestibulum congue tellus at fringilla. Curabitur vitae semper sem, eu convallis est. Cras felis nunc commodo eu convallis vitae interdum non nisl. Maecenas ac est sit amet augue pharetra convallis.

Sample Paragraph Text

Praesent vestibulum congue tellus at fringilla. Curabitur vitae semper sem, eu convallis est. Cras felis nunc commodo eu convallis vitae interdum non nisl. Maecenas ac est sit amet augue pharetra convallis nec danos dui. Cras suscipit quam et turpis eleifend vitae malesuada magna congue. Damus id ullamcorper neque. Sed vitae mi a mi pretium aliquet ac sed elitos. Pellentesque nulla eros accumsan quis justo at tincidunt lobortis deli denimes, suspendisse vestibulum lectus in lectus volutpate.
ถัดไป
ก่อนหน้า

แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็นในบล็อกทั้งหมดจะถูกตรวจสอบก่อนที่จะเผยแพร่

ขอบคุณสำหรับการสมัคร!

อีเมลนี้ได้รับการลงทะเบียนแล้ว!

เลือกซื้อรูปลักษณ์

ตัวเลือก

Have Questions?
Back In Stock Notification
ถูกเพิ่มลงในตะกร้าสินค้าของคุณ

ตัวเลือก

this is just a warning

รีเซ็ตรหัสผ่าน

กรุณากรอกอีเมลที่คุณเคยลงทะเบียนไว้