ข้ามไปที่เนื้อหา
|

Samsung The Premiere Smart 4K Projector พลิกโฉมวงการด้วย Triple Laser ขอบเขตสีกว้างถึง Rec.2020

เขียนโดย: EDITOR LCDTVTHAILAND โพสต์เมื่อ: 19 Oct 2021 0 ความคิดเห็น

เมื่อแบรนด์ทีวียักษ์ใหญ่อย่าง Samsung หันมาผลิต Smart 4K Ultra Short Throw Projector ย่อมสั่นสะเทือนวงการความบันเทิงผ่านจอฉายขนาดใหญ่ กับความสามารถแสดงขอบเขตสีกว้างถึง Rec.2020 ที่ก่อนนี้ไม่เคยมีจอภาพเคยใดทำได้มาก่อน !?

Samsung ตั้งชื่อ Smart 4K Ultra Short Throw Laser Projector ว่า The Premiere ปัจจุบันมี 2 รุ่น คือ LSP9T และ LSP7T ต่างกันที่ LSP9T ความสว่างสูงกว่า ฉายขึ้นจอใหญ่ได้ถึง 130 นิ้ว

การออกแบบLSP9T คือ พี่ใหญ่ของซีรีส์ The Premiere จึงมีขนาดที่ใหญ่กว่ารุ่น LSP7T เล็กน้อย แต่ก็ได้มาซึ่งคุณสมบัติที่เหนือกว่า ทั้งนี้การออกแบบตัวเครื่องให้มีความโค้งมน มองดูไม่เทอะทะ สีขาวสะอาดตายังดูกลมกลืนเข้ากับสภาพการตกแต่งภายในบ้านได้ง่าย

โลโก้ Samsung บนผ้าหุ้มสีขาวเทา เข้ากับตัวเครื่องขาวเงา ดูกลมกลืนLSP9T ออกแบบเป็น Ultra Short Throw Projector ตำแหน่งเลนส์ฉายจึงติดตั้งที่ด้านบนของตัวเครื่อง โดยซ่อนหลบอยู่ในซอกและมีแผ่นกระจกใสปิดไว้อีกชั้น ซึ่งช่วยลดโอกาสที่เลนส์ถูกกระทบกระแทกเสียหาย แต่เนื่องจากไม่มีอะไรคลุมปิด อาจต้องทำความสะอาดฝุ่นออกบ้างเมื่อใช้งานไประยะหนึ่งด้านข้างทั้ง 2 ฝั่ง เป็นช่องเปิดระบายความร้อน รุ่นนี้ต้องบอกว่าเสียงพัดลมเบาดีครับ จากระยะนั่งชมห่างสัก 2 – 3 ม. แทบไม่ได้ยินเสียงด้านล่างมีขารองรับ 3 จุด โดย 2 จุด ด้านหลังใช้ปรับระดับตัวเครื่องโปรเจคเตอร์ให้ได้ระนาบ ซึ่งควรให้ความสำคัญหากต้องการให้ภาพฉายออกมาดีที่สุด (เพื่อหลีกเลี่ยงการใช้ Digital Keystone)รีโมทคอนโทรลดีไซน์คุ้นเคย แต่ยังเป็นแบบใช้แบต AAA ยังไม่ใช่โซลาร์เซลล์ชาร์จแบตในตัวแบบของทีวีรุ่นใหม่ มีไมโครโฟนใช้รับคำสั่งเสียงได้เหมือนกัน

สามารถเชื่อมต่อเสาอากาศ รับสัญญาณดิจิตอลทีวี (DVB-T2) ได้ด้วย มี Ethernet พร้อม Wi-Fi/Bluetooth ในตัว

การเชื่อมต่อระบบเสียงกับ Soundbar หรือ AV Receiver ทำได้ผ่าน HDMI eARC ที่ HDMI 1 หรือ Optical (S/PDIF) Out (ไม่มี Analog Audio 3.5 mm), ช่องต่อ USB 2.0 ให้มา 1 ช่อง สามารถเชื่อมต่อ Flash Drive รวมถึง Keyboard/Mouse

ปุ่ม On/Standby ติดตั้งอยู่ที่ด้านหลังนี้ด้วย เช่นเดียวกับจุดเชื่อมต่อสายไฟมาตรฐาน IEC ที่จัดวางถัดลงมาด้านล่าง

Special Features – ลูกเล่น

ได้ชื่อว่า Smart Projector เพราะ LSP9T มาพร้อม Tizen OS ลูกเล่นความสามารถต่าง ๆ จึงทำได้ไม่ต่างกับ Samsung Smart TV อาทิ แอปความบันเทิงหลากหลาย และอัปเดตรองรับ Google Assistant เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

แอปที่น่าสนใจ อาทิ HBO Go สามารถรับชมภาพยนตร์ซีรีส์ Exclusive หลากหลาย

VIU รับชมซีรีส์เกาหลีมากมายNetflix รองรับการแสดงผล 4K HDR10 การรับฟังระบบเสียง Dolby Atmos (DD+) แนะนำให้เชื่อมต่อ HDMI ARC ไปยังชุดเครื่องเสียงภายนอกApple TV รับชม iTunes Movies & tv+ ในแบบ 4K HDR10 รองรับระบบเสียง Dolby Atmos (DD+) เมื่อเชื่อมต่อกับ AVR/SB

Amazon Prime อีกหนึ่งผู้ให้บริการวิดีโอสตรีมมิ่งคุณภาพ รองรับ 4K HDR

YouTube สามารถรับชมที่ความละเอียด 4K (2160p) HDR

น่าเสียดายที่ช่วงเวลาทดสอบ Tizen OS ยังไม่รองรับ Disney+ Hotstar อย่างเป็นทางการ (ยังไม่มีแอป) แต่สามารถแคสต์จาก Smartphone หรือรับชมผ่าน Web Browser ได้

Installation – การติดตั้ง

LSP9T ติดตั้งเลนส์ระยะฉายแบบ Ultra Short-throw โดยการฉายให้พอดีกับขนาดจอรับภาพจะใช้วิธีถอยตัวเครื่องโปรเจคเตอร์ออกมา ยิ่งถอยห่างมากก็จะฉายได้ใหญ่ขึ้น แต่ก็ต้องแลกกับระดับความสว่างที่จะทอนลงเล็กน้อย โดยทั่วไปขนาดของจอรับภาพสัก 100 – 130 นิ้ว กำลังดี ระยะห่างจะอยู่ประมาณ 12 – 24 ซม.

หากต้องการให้ LSP9T แสดงศักยภาพออกมาเต็มที่ ควรใช้งานร่วมกับ Ambient Light Rejecting Screen ที่ออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับ Ultra Short Throw Projector ซึ่งจอรับภาพรูปแบบนี้จะรับแสงได้ดีจากทางด้านล่าง และตัดแสงรบกวนที่มาจากด้านบน เพียงเท่านี้ก็จะสามารถใช้งานในห้องรับแขกที่มีแสงรบกวนเล็กน้อยได้ (แต่โปรเจคเตอร์ก็ยังจะให้ภาพที่ดีกว่า เมื่อใช้ในห้องมืดไร้แสงรบกวนเสมอครับ)LSP9T ติดตั้งระบบ Lens Focus แบบ “Motorized” ปรับผ่านรีโมตคอนโทรลไร้สายได้ที่ตัวเลือกเมนู Projector Settings –> Motor Focus เคล็ดลับการปรับโฟกัสของรุ่นนี้ให้ดูความคมชัดของภาพทั้งจอ โดยในจุดที่เหมาะสม รายละเอียดภาพส่วนบน กลาง และส่วนล่างบนจอรับภาพ จะต้องคมชัดใกล้เคียงกัน

หมายเหตุ: ก่อนดำเนินการปรับโฟกัส ควรติดตั้งเครื่องโปรเจคเตอร์ และจอรับภาพ ให้อยู่ในระนาบตรงกันก่อน

ภาพ

LSP9T ติดตั้ง Digital Micro Mirror Device ขนาด 0.66 นิ้ว พร้อมเทคโนโลยี 4K XPR ซึ่งอาศัย Optical Actuator ทำงานขยับตำแหน่งพิกเซลรวดเร็วมากจนสามารถสร้างเป็นภาพนิ่ง (frame) ที่มีรายละเอียดจำนวนพิกเซลเพิ่มขึ้น รวมกันทั้งสิ้นจะได้ความละเอียดเท่ากับ 8.3 ล้านพิกเซล ตรงตามมาตรฐาน 4K (UHD) ตามการรับรองของ Consumer Technology Association หรือ CTA

แต่ความเหนือล้ำของรุ่นนี้ คือ การผสมผสานเทคโนโลยีแหล่งกำเนิดแสงแบบ Triple Laser สามารถทลายขีดจำกัดด้านการแสดงขอบเขตสีจนทำได้เทียบเคียง Rec.2020 !! ตามอุดมคติขั้นสุดของมาตรฐาน HDR ซึ่งที่ผ่านมายังไม่มีจอภาพใด ไม่ว่าจะเป็นทีวี หรือมอนิเตอร์ เคยทำได้มาก่อน…

ผลการทดสอบยืนยันว่า LSP9T ให้ขอบเขตสีกว้างถึงระดับ Rec.2020 จริง หากกำหนดตัวเลือก Color Space – Native (ค่า Default ของโหมด Dynamic, Standard) บางเฉดสี เช่น แดง และ เขียว จะกว้างเลยขอบเขต Rec.2020 ออกไปด้วยซ้ำ

ส่วนโหมดภาพ Movie/Filmmaker ซึ่งถูกกำหนด Colorspace – Auto นั้น ระบบจะคุมขอบเขตสีอัตโนมัติอิงตามมาตรฐานคอนเทนต์ที่รับชม กรณีรับชม HDR content ผลลัพธ์ที่ได้จะใกล้เคียง DCI-P3 (P3 in Rec.2020 Colorspace มาตรฐานที่ใช้กับจอภาพทั่วไปที่รองรับ HDR ในปัจจุบัน) สามารถปรับเปลี่ยนตัวเลือก Colorspace ได้ที่หัวข้อเมนู Picture –> Advanced Settings

– SDR –รุ่นนี้ให้โหมดภาพสำหรับรับชมคอนเทนต์แบบ SDR มา 4 โหมด น้อยกว่าทีวีของ Samsung ด้วยกัน ตรงที่ไม่มีโหมด Natural แต่ประเด็นนี้ไม่ได้ส่งผลอะไรกับการใช้งาน

ผล Lab Test พบว่าโหมดภาพที่ให้ผลลัพธ์เหมาะกับการรับชม SDR คือ Movie และ Filmmaker เพราะให้สมดุลและขอบเขตสีใกล้เคียงมาตรฐาน Rec.709 ระดับความสว่างต่ำกว่า Dynamic และ Standard เล็กน้อย โดยรวมสามารถใช้งานในห้องคุมแสงมืดสนิท หรือในสภาพที่มีแสงรบกวนเล็กน้อยได้ ถ้าใช้งานร่วมกับจอรับภาพแบบ ALR

ระดับความสว่างที่สูงกว่าเล็กน้อยของโหมด Dynamic และ Standard อาจเป็นตัวเลือกไว้ใช้งานในห้องที่ไม่ได้คุมแสงมืดสนิท อย่างไรก็ดีเนื่องจาก 2 โหมดนี้ ถูกกำหนด Colorspace – Native ขอบเขตสีจึงกว้างกว่ามาตรฐาน Rec.709 ถึงเกือบ 200% ! สีสันจะดูสดจัดเกินไปบ้าง (Over Saturation) และสมดุลแสงขาว (White Balance) จะติดโทนเย็น

หมายเหตุ: อายุการใช้งานแหล่งกำเนิดแสง Laser ของ LSP9T อยู่ที่ 20,000 ชม. ไม่ว่าจะเลือกใช้งานโหมดภาพใด

Rec.709 – Post Color CheckerSDR – Post Calibration


SDR – Pre Calibration

ผล Lab Test ของโหมดภาพ Movie/Filmmaker ค่าเดิมๆ จากโรงงาน (Pre Calibration) ดุลสีดีมากทีเดียว อุณหภูมิสีเฉลี่ย 6800K ค่าความผิดเพี้ยนแสงขาว Grayscale Avg dE ต่ำกว่า 2 จะใช้งานเลยโดยไม่ปรับภาพก็ยังได้

หลังปรับภาพ (Post Calibration) ผลลัพธ์ดีขึ้นเล็กน้อย ค่าความผิดเพี้ยนเฉลี่ยทั้ง Grayscale Avg dE และ Colorspace Avg dE จะลดลงมาเหลือ 1.5 และ 4.6 ตามลำดับ ขอบเขตสีครอบคลุม 97.8% Rec.709

Rec.709 Color Checker หลังดำเนินการปรับภาพ มีค่าความผิดเพี้ยนเฉลี่ย (Saturation Avg dE) ที่ 3.9

– HDR –นอกเหนือจากความสามารถด้านการแสดงขอบเขตสีที่กว้างมากถึงระดับ Rec.2020 แล้ว ความพิเศษที่เกี่ยวเนื่องกับการแสดงผล HDR คือ LSP9T รองรับมาตรฐาน Dynamic HDR อย่าง HDR10+ ด้วย เพิ่มเติมนอกเหนือจาก HDR10 และ HLG

ค่าความสว่างสูงสุดที่แจ้งไว้ในสเปค คือ 2800 ANSI Lumens หากใช้งานร่วมกับ Ambient Light Rejecting Screen ที่ออกแบบสำหรับ UST Projector ภายในห้องมืดสนิท LSP9T ก็พอจะแสดงแสงเอฟเฟ็กต์ HDR ออกมาได้ แต่แน่นอนว่าความเจิดจรัสจะน้อยกว่าเทคโนโลยีจอภาพ Direct View อย่าง HDR TV อยู่บ้าง ทว่าลักษณะการรับชมแสงที่สะท้อนผ่านจอรับภาพของโปรเจคเตอร์ ก็มีส่วนช่วยให้ดูสบายตา การปรับเปลี่ยนระดับความสว่างระหว่างฉากมืด-สว่างดูไม่กระชาก และได้อารมณ์เหมือนกับโรงภาพยนตร์

อีกหนึ่งความสามารถที่ LSP9T ทำได้เหมือนทีวีของ Samsung คือ “ระบบแทรกเฟรมภาพเคลื่อนไหว” โดยปรับระดับการจำลองแทรกเฟรมได้ละเอียดที่ตัวเลือก Picture Clarity Settings –> Judder Reduction (ไม่มีตัวเลือก Blur Reduction แบบทีวี) แต่ต้องยอมรับว่าการรับชมผ่านโปรเจคเตอร์นั้น แม้จะ Off ตัวเลือกนี้ ก็สามารถรับชมภาพเคลื่อนไหวได้เป็นธรรมชาติ ไม่รู้สึกว่าติดขัดอะไร แต่ทั้งนี้ก็แล้วแต่ความชอบครับ

การเชื่อมต่อกับ PC หรือเครื่องเกมคอนโซลนั้น LSP9T รองรับความละเอียด 4K 60Hz และ 1080p 60Hz พร้อมเปิดการแสดงผล HDR10 ได้รุ่นนี้ยังรองรับ HGiG (HDR Gaming Interest Group) เป็นการยืนยันว่าสามารถปรับการแสดงผล HDR เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ลงตัว การแสดงรายละเอียดครบถ้วน เมื่อใช้เล่นเกมที่รองรับมาตรฐานเดียวกันGame Mode ไม่มีนัยสำคัญนักสำหรับรุ่นนี้ โดยค่า HDMI Input Lag ที่ 55.6 – 56 ms ใกล้เคียงกันทุกโหมดภาพ (อ้างอิงกับสัญญาณภาพ 2160p @60 Hz, ปิดโมชั่นแทรกเฟรม) แม้ตัวเลขดูไม่ต่ำมากเท่ากับทีวีหรือมอนิเตอร์ แต่ก็เป็นระดับที่ดีมากหากอิงมาตรฐาน 4K UST Projector ในท้องตลาด ทั้งนี้การรับชมผ่านจอฉายขนาดใหญ่ระดับ 120 – 130 นิ้ว ได้อรรถรสเต็มตา ได้อารมณ์ร่วมเวลาเล่นเกมมากยิ่งขึ้น และคุณภาพของภาพจาก LSP9T ก็ส่งเสริมในจุดนี้ได้อย่างดี ด้วยรายละเอียดที่คมชัด สีสันโดดเด่นสะดุดตา

เสียง

LSP9T ติดตั้งตัวขับเสียงในแบบสเตอริโอ ผ่านตัวขับเสียง 2 ชุด แยกซ้าย-ขวาอิสระ ในแต่ละชุดประกอบไปด้วย Acoustic beam ที่ส่วนบน และจัดวาง Tweeter กับ Woofer ถัดลงมา ให้กำลังขับรวมทั้งระบบ 40 วัตต์

เนื่องจากถ่ายทอดเสียงตรงมายังผู้ฟัง และขนาดตัวขับเสียงก็ใหญ่กว่าลำโพงทีวี จึงให้รายละเอียดเสียงได้ชัดเจนโดดเด่นกว่า โดยศักยภาพแล้วถือว่าคุณภาพเสียงใกล้เคียง Soundbar 2.0 ปริมาณเบสอาจไม่จุใจมากเท่ากับลำโพงซับวูฟเฟอร์แยกชิ้น แต่ก็พอเหมาะกับขนาด ไม่รู้สึกว่าขาดแคลน ยังสามารถใช้งานดูหนังฟังเพลงได้ลงตัวLSP9T ยังมาพร้อม HDMI eARC และ Optical Out กรณีที่ต้องการอัพเกรดคุณภาพเสียงร่วมกับ AVR หรือ Soundbar อาทิ HW-Q950A หากเชื่อมต่อ eARC จะรองรับระบบเสียง (Pass-through) ได้สูงสุดถึง Dolby Atmos/TrueHD ทว่าจะยังไม่รองรับ DTS ทุกฟอร์แม็ต ถ้าเป็นไปได้แนะนำให้เชื่อมต่อสัญญาณจาก Player ตรงเข้า Soundbar จะได้ระบบเสียงครอบคลุมกว่า

สรุป

ไม่ผิดจากที่คาด เมื่อ Samsung ก้าวสู่วงการโปรเจคเตอร์ ย่อมจะได้เห็นความเปลี่ยนแปลงแบบพลิกโฉม ด้วย Triple Laser Light Source ส่งผลให้ The Premiere ก้าวข้ามขีดจำกัดด้านการแสดงขอบเขตสีเทียบเคียงมาตรฐาน Rec.2020 ถึงแม้ระดับความสว่างจาก Ultra Short Throw Projector จะยังไม่สูงมากเท่าเทคโนโลยี Direct View อย่างทีวี แต่ประเด็นเรื่องการแสดงเฉดสีสันในแบบ HDR นั้น พูดได้ว่านาทีนี้คงไม่มีใครเกิน !

จุดเด่นของ Samsung LSP9T

  • ตัวเครื่องสีขาวเงา มีความโค้งมน มองดูไม่เทอะทะ, Motorized Focus ปรับผ่านรีโมทคอนโทรลไร้สายได้สะดวกและละเอียด ฉายภาพได้ใหญ่ถึง 130 นิ้ว
  • DLP 4K XPR ร่วมกับ Triple Laser Technology ให้ขอบเขตสีกว้างมาก เทียบเคียง Rec.2020 และรองรับ HDR10+, HGiG
  • แหล่งกำเนิดแสง Laser อายุการใช้งานยาวนานถึง 20,000 ชม., เสียงพัดลมเงียบ, การเปิด-ปิดเครื่อง ไม่ต้องรอนาน
  • ลำโพงสเตอริโอในตัว คุณภาพเสียงเทียบเคียง Soundbar 2.0, ใช้งานเป็นลำโพงไร้สายผ่าน Bluetooth ได้, มี HDMI eARC และ Optical Out สำหรับเชื่อมต่อชุดเครื่องเสียงภายนอก
  • TIZEN OS พร้อมแอปความบันเทิงครบครัน Netflix, apple tv รองรับภาพ 4K HDR และเสียง Atmos (เมื่อเชื่อมต่อกับ AVR/SB)

จุดด้อยของ Samsung LSP9T

  • หากระยะตั้งห่างจากผนังไม่มาก จุดเชื่อมต่อด้านหลังจะเสียบสายลำบากหน่อย สามารถขยับเครื่องเพื่อให้เสียบง่ายขึ้นได้ แต่ก็อาจทำให้ตำแหน่งภาพบนจอเคลื่อน
  • จำนวนช่องต่อรับสัญญาณภาพเสียงไม่มาก
  • ช่วงที่ทำการทดสอบ ยังไม่รองรับ Disney+ Hotstar อย่างเป็นทางการ (ต้องใช้วิธีซิกแซ็กหน่อยถ้าต้องการดูช่วงนี้)

หมายเหตุ : มาตรฐานคะแนนปี 2021

ราคาเปิดตัว Samsung LSP9T

249,990 บาท (เฉพาะตัวเครื่อง ไม่รวมจอรับภาพ)
ระยะเวลารับประกัน 3 ปี

Sample Image Gallery

SPRING SUMMER LOOKBOOK

Sample Block Quote

Praesent vestibulum congue tellus at fringilla. Curabitur vitae semper sem, eu convallis est. Cras felis nunc commodo eu convallis vitae interdum non nisl. Maecenas ac est sit amet augue pharetra convallis.

Sample Paragraph Text

Praesent vestibulum congue tellus at fringilla. Curabitur vitae semper sem, eu convallis est. Cras felis nunc commodo eu convallis vitae interdum non nisl. Maecenas ac est sit amet augue pharetra convallis nec danos dui. Cras suscipit quam et turpis eleifend vitae malesuada magna congue. Damus id ullamcorper neque. Sed vitae mi a mi pretium aliquet ac sed elitos. Pellentesque nulla eros accumsan quis justo at tincidunt lobortis deli denimes, suspendisse vestibulum lectus in lectus volutpate.
ถัดไป
ก่อนหน้า

แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็นในบล็อกทั้งหมดจะถูกตรวจสอบก่อนที่จะเผยแพร่

ขอบคุณสำหรับการสมัคร!

อีเมลนี้ได้รับการลงทะเบียนแล้ว!

เลือกซื้อรูปลักษณ์

ตัวเลือก

Have Questions?
Back In Stock Notification
ถูกเพิ่มลงในตะกร้าสินค้าของคุณ

ตัวเลือก

this is just a warning

รีเซ็ตรหัสผ่าน

กรุณากรอกอีเมลที่คุณเคยลงทะเบียนไว้