ข้ามไปที่เนื้อหา
|

รีวิว TCL 65C747 QLED Gaming TV ภาพดีมากกว่าแค่ใช้เล่นเกม ด้วย Quantum Dot + Full-array LED Local Dimming

เขียนโดย: EDITOR LCDTVTHAILAND โพสต์เมื่อ: 24 Sep 2024 0 ความคิดเห็น

ความสามารถเอื้อต่อการเล่นเกม High Frame Rate 144Hz VRR FreeSync Premium Pro เมื่อก่อนจะถูกจำกัดเฉพาะทีวีระดับท็อปราคาแรง แต่เดี๋ยวนี้รุ่นกลาง ๆ ราคาย่อมเยาก็ทำได้ อย่างเช่น TCL C747 เครื่องนี้… แต่ทีเด็ดมันมีมากกว่าแค่เล่นเกม เพราะคุณภาพของภาพก็ไม่ธรรมดา ด้วย Full-array LED Local Dimming พร้อมระบบประมวลผล ควบคุมแบ่งโซนดิมแสง รองรับ IMAX Enhanced สเปคน้อง ๆ ตัวตึง C855 !

ปัจจุบัน TCL C747 มีให้เลือก 2 ขนาด คือ 55 และ 65 นิ้ว ซึ่งรุ่นที่จะทำการรีวิวต่อไปนี้ คือ “65C747” ขนาด 65 นิ้ว ใหญ่ที่สุดของซีรี่ส์ครับ

Design – รูปลักษณ์

รูปลักษณ์เรียบง่าย วัสดุไม่หวือหวาตามสไตล์ทีวีรุ่นกลาง ๆ แต่ที่น่าสนใจ คือ คุณสมบัติลึก ๆ ที่ซ่อนรูปอยู่

C747 ติดตั้ง “ไมโครโฟนมากับจอทีวีเลย” จึงรับคำสั่งเสียง Google Assistant ได้โดยตรงแบบ Handsfree ไม่ต้องพึ่งรีโมท ตำแหน่งสวิตช์เปิด-ปิด จะอยู่ใต้โลโก้ TCL เยื้องมาทางซ้าย ตามภาพ

ส่วนปุ่มควบคุมทีวีอยู่ตรงกลาง ใช้เปิด-ปิดเครื่อง, เปลี่ยนช่อง, เพิ่ม-ลดเสียง ฯลฯ

รุ่นนี้จอภาพอาจจะดูหนาหน่อย เพราะติดตั้ง Backlight แบบ Full-array LED Local Dimming ข้อดีที่สำคัญ คือ การควบคุมแบ่งโซนดิมแสง ป้องกันแสงลอด จะดีกว่าทีวีจอสลิมบางแบบ Edge LED ชัดเจน

ขาตั้งโลหะทรงกิ่งไม้ ชั้นวางต้องยาวหน่อย แต่ให้ความมั่นคงแข็งแรงดี

ด้านหลังทำเท็กเจอร์ลายตาราง ช่วยให้ดูไม่เรียบจนเกินไป ตำแหน่งช่องรับสัญญาณต่าง ๆ จัดวางอยู่ฝั่งซ้าย

ด้านหลังบริเวณกึ่งกลาง มีแถบยางสำหรับรัดสายเคเบิล ช่วยจัดระเบียบให้ดูเรียบร้อยไม่รุงรัง

รีโมตคอนโทรลดีไซน์คุ้นตา ขอบมุมมีความโค้งมน ขนาดดูไม่เทอะทะ สามารถจับถือได้กระชับ มีปุ่มลัดเข้าแอป Netflix, Prime Video, YouTube ฯลฯ พร้อมไมโครโฟนรับคำสั่งเสียงไทย/อังกฤษ ผ่าน Google Assistant ได้อีกทางหนึ่ง (นอกจากไมโครโฟนที่ทีวี)

Connectivity – ช่องต่อ

C747 ให้ HDMI 2.1 In 2 ช่อง รองรับ 4K 144Hz ที่ HDMI 1 In และ 4K 120Hz ที่ HDMI 2 In ที่เหลือเป็น HDMI 2.0 (up to 4K 60Hz) ส่วน ARC/eARC รองรับที่ HDMI 4 In

ช่องต่ออื่นๆ ที่ให้มา ได้แก่ Digital Optical Audio Output, Ethernet Port (มี Wi-Fi & Bluetooth Built-in ให้ด้วย), AV (Composite Video & Audio) In, DVB-T2 Antenna In และมี Audio/Headphones Out จึงเชื่อมต่อกับหูฟังได้ทั้งแบบมีสาย และไร้สาย (Bluetooth Headphones)

ช่องต่อ USB 3.0 1 ช่อง และ USB 2.0 1 ช่องสามารถเชื่อมต่อกับ USB Flash Drive, External HDD (5V/0.5A) และอาจรวมถึง Keyboard, Mouse ฯลฯ

รุ่นนี้รองรับ AirPlay สามารถรับภาพและเสียงตรงจากอุปกรณ์ iOS ได้ ส่วนอุปกรณ์ Android ก็ส่งผ่าน Chromecast

สรุปจำนวนช่องต่อของ TCL 65C747 ได้ดังนี้

HDMI™ In  4 (ด้านข้าง) เป็น HDMI 2.1 2 ช่อง
USB 2 (ด้านข้าง) เป็น USB 3.0 1 ช่อง
Ethernet 1 (ด้านข้าง) พร้อม Wi-Fi Built-In
Composite Video In 1
Component Video In
RF (Antenna) In 1 (ด้านข้าง) พร้อม DVB-T2 Digital Tuner
PC HD15 In
Analog Audio In 1 (ร่วมกับ Composite Video)
Digital Audio Out 1 (Optical ด้านข้าง)
Audio/Headphones Out Yes
Bluetooth Audio Yes

 

Picture – ภาพ

ตามที่เกริ่นนำไปว่า เคล็ดลับที่ทำให้ C747 ถ่ายทอดภาพออกมาได้ดี คือ การใช้งาน LED Backlight แบบ Full-array Local Dimming จึงคุมแสงลอดได้ดี

การเปิดใช้งาน หรือ ปรับเปลี่ยนตัวเลือกตั้งค่าดิมแสง Full-array LED Local Dimming ของรุ่นนี้ จะใช้ชื่อว่า Local Contrast ซึ่งอาจทำให้ผู้ใช้งานสับสน ทั้งนี้สามารถปรับการดิมแสงได้ 2 ระดับ (Low และ High) หรือจะปิด (Off) ก็ได้ แต่แนะนำให้เปิดใช้งานดีกว่า

การเลือกใช้ Low หรือ High สำหรับรุ่นนี้จะต้องชั่งน้ำหนักเอา High จะคุมแสงลอดได้ดีที่สุด Black level ดำลึก ในหลาย ๆ ซีนแทบไม่เห็นแสงลอดเลย ทว่าความสว่างโดยรวมจะถูกกดลงเล็กน้อย โดยเฉพาะในฉากมืดภาพจะดูทึมกว่าระดับ Low จึงเหมาะสำหรับดูเวลากลางคืน หรือในห้องคุมแสง – สำหรับรีวิวนี้ ผมจะอ้างอิงที่ระดับ High เป็นหลัก

ส่วน Low จะคุมดำได้ไม่ดีเท่า เพราะระบบจะปล่อยให้มีแสงลอดออกมาเล็กน้อย (แต่ยังคุมดำได้ดีกว่า Off ที่ไม่คุมแสงลอดเลย) สิ่งที่ได้กลับมา คือ ความสว่างโดยรวมของภาพจะสูงกว่า จึงเหมาะใช้งานตอนกลางวัน หรือในห้องเปิดไฟสว่าง

ประสิทธิภาพ Local Dimming โดยสรุป หากเทียบกับตัวท็อป ๆ ของ TCL ปีนี้ อย่าง 65C855 ที่ใช้ Mini LED Backlight (>1000 Dimming Zones) ความละเอียดในการดิมแสงผ่าน Full-array LED (up to 160 Zones) ของ 65C747 จะย่อหย่อนกว่า เพราะโซนไม่ละเอียดเท่า สังเกตได้ในซีนยาก ๆ ที่มีแหล่งกำเนิดแสงเล็ก ๆ กระจายอยู่ในภาพ

แต่กับการรับชมทั่ว ๆ ไป เมื่อกำหนด Local Contrast – High ถือว่า C747 คุมแสงลอดดีมาก อย่างการเก็บแสงลอดรอบวัตถุบนพื้นหลังดำแบบในภาพ ทำได้ดี แสงไม่เรืองลอดออกมาเป็นบล็อคตารางใหญ่ ๆ แบบเจนเนอเรชั่นก่อน

อีกจุดที่ผมมองว่าสำคัญกว่าความละเอียด Dimming Zones คือ การตอบสนองที่ฉับไว สามารถปรับเปลี่ยนการดิมแสงเท่าทันกับความเปลี่ยนแปลงของภาพบนจอ การไล่ระดับแสงมีความต่อเนื่อง ไม่รู้สึกวูบวาบรำคาญตา อีกปัจจัยที่ส่งเสริมกัน คือ VA Panel ช่วยคุมแสงฟุ้งได้ดีเมื่อรับชมมุมตรง C747 จึงถ่ายทอดระดับคอนทราสต์ออกมาได้โดดเด่น !

ระดับความสว่าง <1000 nits (HDR Peak เมื่อกำหนด Local Contrast – High) ความดุดันของแสงเอฟเฟ็กต์ HDR จึงถูกลดทอนความเจิดจรัสลงไปบ้างหากเทียบกับตัวท็อป ๆ อย่าง C855 รวมถึงความสามารถสู้แสงในสภาพแวดล้อมที่มีแสงรบกวนก็อาจทำได้ไม่เด่นเท่า ทว่าเมื่อเทียบกับราคาแล้ว ถือว่าไม่ใช่จุดที่ต้องติติง ศักยภาพด้านภาพโดยรวม C747 ทำหน้าที่ได้คุ้มค่าตัว

– SDR –

รุ่นนี้ไม่มีโหมดภาพ Filmmaker เช่นเดียวกับทีวีของ TCL รุ่นอื่น ๆ ตัวเลือกโหมดภาพที่มีความเที่ยงตรง “ใกล้เคียง” มาตรฐานอุตสาหกรรมภาพยนตร์มากที่สุด เมื่อรับชม SDR Content จะเป็นโหมด Movie, Game และ PC ครับ

ทั้ง 3 โหมด อ้างอิงจากผล Lab Test พบว่า ทางโรงงานจูนอุณหภูมิสีมาค่อนข้างโอเค ติดโทนอุ่นอยู่เล็กน้อย ราว 6200K ปรับแก้ Color Temperature เพิ่มเป็น -4 ถึง -3 และปรับชดเชย Gamma เป็น 1 เพื่อแก้ปัญหาดำจม ก็จะดึงศักยภาพของ C747 ออกมาได้ดีแล้ว ทั้งนี้ Movie/PC จะกำหนดความสว่างมาไม่สูงนักเพื่อให้ดูแล้วสบายตา แต่สามารถปรับความสว่างเพิ่มได้ตามความจำเป็น

สำหรับใครที่จริงจัง TCL เปิดโอกาสให้ปรับภาพแบบละเอียดได้ ซึ่งผลลัพธ์ออกมาดีเลย ดูได้จากผล Lab Test ในส่วนของ SDR – Post Calibration และ Rec.709 – Post Color Checker

Rec.709 - Post ColorChecker

SDR - Post Calibration

SDR - Pre Calibration

หลังปรับภาพโดยละเอียด ค่าความผิดเพี้ยนสมดุลแสงขาว (Grayscale Avg dE) และค่าความผิดเพี้ยนสี (Color Space Avg dE) ลดต่ำลงมาเหลือเพียง 1.7 และ 1.5 ตามลำดับ ค่าความผิดเพี้ยนสีโดยรวมแบบเฉลี่ย (Rec. 709 Saturation Avg dE) ที่ 1.5 (Max dE = 2.2) ก็อยู่ในเกณฑ์ที่สามารถนำไปใช้เป็นจออ้างอิงกับงานระดับโปรเฟสชันนัลได้

– HDR –

รุ่นนี้รองรับมาตรฐาน Static HDR ทั้ง HDR10 และ HLG ส่วน Dynamic HDR ก็รองรับครบทั้ง Dolby Vision และ HDR10+ ไม่ต้องรักพี่เสียดายน้อง

ระดับความสว่าง HDR Peak Brightness (10% Window) ของ 65C747 หากกำหนด Local Contrast – High โหมด Dynamic ทำได้ที่ 732 nits ส่วนโหมด Movie ทำได้ที่ 663 nits

ขอบเขตสีครอบคลุม Wide Color Gamut ที่ 88.95/93.41% ของมาตรฐาน DCI-P3 (xy/uv) หรือเทียบเท่า 64.82/71.33% Rec2020 (xy/uv) ขับเน้นแสงสีจาก HDR Content ได้

P3 - Post Saturation Sweeps

HDR - Post Calibration

HDR - Pre Calibration

ค่าความเที่ยงตรงของสีสัน เมื่อรับชม HDR Content หากเป็นโหมด Movie, Game หรือ PC ค่าโรงงานจะจูนสีมาได้ดีกว่าโหมดภาพแบบ SDR จะใช้งานเลยโดยไม่ปรับภาพก็ได้

อย่างไรก็ดี หากปรับภาพ HDR แบบละเอียด ในโหมด Movie พบว่า ให้ความเที่ยงตรงดีขึ้นไปอีก Grayscale Avg dE และ Colorspace Avg dE ลดลงจาก 4.4 และ 4.1 เหลือเพียง 1.7 และ 1.4 ตามลำดับ ส่วนความสว่าง HDR Peak Brightness จะลดลงเล็กน้อยอยู่ที่ 658 nits (เมื่อกำหนด Local Contrast – High)

หลังปรับภาพ C747 ให้โทนสีเที่ยงตรง ดูมีมิติเป็นธรรมชาติ ในขณะที่คงระดับคอนทราสต์ได้ดี ตามสไตล์ Quantum Dot VA Panel + Full-array LED Local Dimming Backlight

C747 ได้การรับรองมาตรฐาน IMAX Enhanced เวลารับชม HDR Content จะมีโหมดภาพ IMAX เพิ่มเข้ามา แต่เท่าที่ลองดูพบว่า ภาพไม่มีความแตกต่างจากโหมด Movie อย่างมีนัยสำคัญ เวลารับชมจริงจึงแนะนำใช้โหมด Movie จะดีกว่า เพราะสามารถปรับจูนค่าภาพโดยละเอียดได้ (โหมด IMAX ไม่เปิดโอกาสให้ปรับจูนภาพ)

ใครที่ชอบการแทรกเฟรมภาพเคลื่อนไหว อยากได้แบบลื่น ๆ รุ่นนี้ก็ทำได้ผ่าน Motion clarity เปิดโอกาสให้ปรับจูนการแทรกเฟรมได้ละเอียด ซึ่งฟีเจอร์ทำนองนี้ของทีวีทุกค่าย ควรปรับให้พอเหมาะ หากแทรกเฟรมจำลองมากไป มันหลอกตา ดูไม่เป็นธรรมชาติครับ ทดลองปรับดูตามที่เห็นสมควร ส่วนตัวผมว่า Judder สัก 1 – 3 กำลังดี หรือจะ Off แทรกเฟรมไปเลย โดยส่วนตัวก็ดูได้นะ

– Gaming –

TCL ชูรุ่นนี้ว่าเป็น Gaming TV คุณสมบัติด้านการเล่นเกมย่อมไม่ธรรมดา ตั้งแต่การรองรับ High Frame Rate ผ่าน HDMI 2.1 2 ช่อง (HDMI 1 In = 4K 144Hz, HDMI 2 In = 4K 120Hz) พร้อม FreeSync Premium Pro (Variable 48 – 144Hz) และเปิดการแสดงผล Dolby Vision/HDR10 ร่วมกับการเล่นเกมได้ไม่มีปัญหา จึงสามารถใช้งานกับทั้ง PC และ Game Console ยุคใหม่ ได้เป็นอย่างดี

โหมดภาพ Game ของ TCL จูนสีมาเหมือนกับโหมด Movie อาจดูไม่สดเด้งเตะตาแบบทีวีที่ Game Mode อิงค่าภาพแบบ Dynamic/Vivid ทว่าจะได้สีสันที่เน้นความเที่ยงตรงตามมาตรฐานอุตสหกรรมเกม-ภาพยนตร์ มากกว่า หากต้องการ สามารถปรับจูนค่าภาพแบบละเอียด เพื่อชดเชยอุณหภูมิสี ฯลฯ ได้

มี Game Bar แจ้งรายละเอียดสัญญาณภาพที่ด้านบน ส่วนด้านล่างมีตัวเลือกตั้งค่าภาพ กับฟีเจอร์ช่วยในการเล่นเกมอย่าง Aiming Aid (เป้าช่วยเล็ง)

ค่า HDMI Input Lag (Game Mode) ที่ 144Hz อยู่ที่ 4 ms, 120Hz = 4.9 ms และ 60Hz = 13.2 ms จึงให้การตอบสนองฉับไว สัมพันธ์กับการควบคุมของผู้เล่น

Sound – เสียง

ซีรี่ส์กลาง ๆ สเปคด้านเสียงจึงไม่หวือหวา รุ่นนี้ติดตั้งลำโพงแบบ 2.0 แชนเนล จัดวางตำแหน่งแยกซ้าย-ขวา ที่ด้านล่างจอภาพ พร้อมภาคขยาย 15 วัตต์ ต่อข้าง เปิดเสียงได้ดัง ศักยภาพโดยรวม ถือว่าใช้งานชมข่าว ดูละคร เล่นเกม ในห้องรับแขกตามบ้านทั่วไปได้ และยังถอดรหัสเสียง Dolby และ DTS เวลารับชมภาพยนตร์ได้อีก

อย่างไรก็ตาม หากจริงจังกับคุณภาพเสียง สามารถเชื่อมต่อกับ Home Theater หรือ Soundbar ผ่าน HDMI ARC/eARC หรือ Optical Out จะได้ผลลัพธ์เต็มที่กว่า โดยเฉพาะบรรยากาศจากระบบเสียงรอบทิศทางแบบ 5.1 ไปจนถึงมิติเสียงด้านสูงจาก Dolby Atmos

ความสามารถพิเศษด้านเสียงเพิ่มเติมของรุ่นนี้ นอกจากอัพเกรดเพิ่มลำโพงซับวูฟเฟอร์ภายนอก ให้ทำงานร่วมกับลำโพงทีวีได้แล้ว ยังใช้งานหูฟัง (ทั้งแบบมีสาย หรือไร้สาย) ไปพร้อมกับลำโพงทีวี หรือเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งได้ เผื่อว่าต้องการรับชมแบบส่วนตัว

Features – ลูกเล่น

ระบบ Google TV ส่งผลให้ C747 เป็น Smart TV ที่ตอบโจทย์ความบันเทิงหลากหลาย ด้วยจำนวน app ยอดฮิตมากมาย เช่น

Netflix รองรับการแสดงผล 4K Dolby Vision และระบบเสียง Dolby Atmos (DD+)

Apple TV รองรับการแสดงผล 4K Dolby Vision และระบบเสียง Dolby Atmos (DD+)

Disney+ Hotstar รองรับการแสดงผล 4K Dolby Vision และระบบเสียง DD+ 5.1

true visions NOW เหมาะกับคอกีฬาที่ชอบรับชมการถ่ายทอดสด รวมถึงช่องรายการความบันเทิงต่าง ๆ

Conclusion – สรุป

เห็นราคา เทียบสเปค พร้อมกับดูภาพแล้ว ถือว่าน่าประทับใจ ส่วนหนึ่งต้องยกอานิสงส์ให้กับอัลกอริทึมที่ใช้ในการประมวลผลดิมแสง Full-array LED Backlight ของ TCL ที่พัฒนาขึ้นมาได้ดีกว่าเจนเนอเรชั่นก่อน เมื่อบวกกับ Quantum Dot VA Panel ก็ได้ภาพที่โดดเด่น ยิ่งได้ลูกเล่นเสริมเพื่อการเล่นเกม รองรับ 4K 144Hz FreeSync Premium Pro และลูกเล่น app ความบันเทิงหลากหลายจาก Google TV รับคำสั่งเสียงผ่านไมค์ตรง ไม่ต้องผ่านรีโมท ยิ่งเพิ่มความคุ้มค่าให้กับ C747 ได้มากยิ่งขึ้นไปอีก

ใครงบจำกัด แต่อยากได้ครบ ๆ คงต้องนำรุ่นนี้ไว้ในลิสต์เพื่อประกอบการพิจารณาก่อนเลยครับ

ใครงบจำกัด แต่อยากได้ครบ ๆ คงต้องนำรุ่นนี้ไว้ในลิสต์เพื่อประกอบการพิจารณาก่อนเลยครับ

ราคาเปิดตัว TCL C747 QLED Gaming TV

55 นิ้ว 25,990 บาท
65 นิ้ว 32,990 บาท

 

Sample Image Gallery

SPRING SUMMER LOOKBOOK

Sample Block Quote

Praesent vestibulum congue tellus at fringilla. Curabitur vitae semper sem, eu convallis est. Cras felis nunc commodo eu convallis vitae interdum non nisl. Maecenas ac est sit amet augue pharetra convallis.

Sample Paragraph Text

Praesent vestibulum congue tellus at fringilla. Curabitur vitae semper sem, eu convallis est. Cras felis nunc commodo eu convallis vitae interdum non nisl. Maecenas ac est sit amet augue pharetra convallis nec danos dui. Cras suscipit quam et turpis eleifend vitae malesuada magna congue. Damus id ullamcorper neque. Sed vitae mi a mi pretium aliquet ac sed elitos. Pellentesque nulla eros accumsan quis justo at tincidunt lobortis deli denimes, suspendisse vestibulum lectus in lectus volutpate.
ถัดไป
ก่อนหน้า

แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็นในบล็อกทั้งหมดจะถูกตรวจสอบก่อนที่จะเผยแพร่

ขอบคุณสำหรับการสมัคร!

อีเมลนี้ได้รับการลงทะเบียนแล้ว!

เลือกซื้อรูปลักษณ์

ตัวเลือก

Have Questions?
Back In Stock Notification
ถูกเพิ่มลงในตะกร้าสินค้าของคุณ

ตัวเลือก

this is just a warning

รีเซ็ตรหัสผ่าน

กรุณากรอกอีเมลที่คุณเคยลงทะเบียนไว้