ข้ามไปที่เนื้อหา
|

คุ้มจัด ชัดจริง ! Samsung 48JU6400 4K UHD รุ่นเริ่มต้น..แต่ภาพเหนือชั้น

เขียนโดย: EDITOR LCDTVTHAILAND โพสต์เมื่อ: 22 Jan 2022 0 ความคิดเห็น

UHD TV หรือ Ultra HD TV คือทีวีที่มีความละเอียดสูงในระดับ 3840 x 2160 พิกเซล สูงกว่า Full HD TV ที่เป็นมาตรฐานในอดีตและยังคงรวมถึงปัจจุบันถึง 4 เท่า เป้าหมายหลักของ Samsung คือการนำเสนอทีวี UHD ออกสู่ตลาดในราคาที่ถูกลงและจับต้องใด้มากขึ้น  ประเด็นหลักที่ต้องพิจารณาในตอนนี้มิใช่ทีวี…หากเป็นคอนเทนต์ 4K UHD แท้ๆ ซึ่งยังมีออกมาไม่มากนัก ดังนี้ในช่วงปี 2015-2016 คอนเทนต์ Full HD ก็ยังคงเป็นมาตรฐานต่อไปก่อน ผมจึงอยากให้โฟกัสความสามารถของทีวี 4K UHD ในกาถ่ายทอดภาพความละเอียดแค่ Full HD ว่าจะทำได้ดีขนาดไหน? ผมเองได้ Samsung UHD TV รุ่น 48JU6400 มาทดสอบ โดย J จัดเป็นซีรี่ส์ใหม่ในปีนี้ ในขณะที่ตัวอักษร U ก็บ่งถึงความละเอียดหน้าจอระดับ UHD ส่วน 6400 หรือ ซีรีย์ 6 เป็นตัวกลางบน ในปีที่ผ่านมาซีรีย์ 6400 เป็นทีวี Full HD ที่ยอดเยี่ยมทั้งเรื่องภาพและลูกเล่น ส่วนปีนี้ 6400 ถูกจับให้เป็นตัวเริ่มต้นของทีวี UHD ตอกย้ำให้เห็นว่า Samsung เปิดเกมรุกทีวี UHD แบบเต็มตัว

Best Value 4K LED TV Award : Samsung JU6400

ราคาเปิดตัว 37,990 บาท

ความละเอียดหน้าจอในปัจจุบัน

HD = 1366 x 768

Full HD = 1920 x 1080

4K UHD = 3840 x 2160
 

Samsung 48JU6400 (48″ UHD LED TV)

– UHD 3840 x 2160

– UHD Upscaling

– PurColor

– Tizen OS

– Quad Core Processor

– HDMI x 4

– USB x 3

– ราคาเปิดตัว 37,990 บาท

ดีไซน์

ครั้นพบสบตาครั้งแรก…ก็เห็นดีไซน์ของ Samsung JU6400 ได้รับการถ่ายทอดคอนเซปต์มาจากตัวท็อปอย่างพวกซีรีส์ JS เริ่มจากฐานตั้งแบบ Sleek Stand แบบ V Shape  ดูผอมเพรียวประหยัดพื้นที่โดยไม่ทิ้งความแข็งแกร่งมั่นคง (ปีก่อน รุ่นนี้เป็นแบบ 4 แฉกเฮลิคอปเตอร์) ส่วนตัวกรอบทีวีเป็นสีดำ “ขอบบาง” ตามสมัยนิยม ด้านหลังเครื่องเป็นกรอบสีดำเรียบ มีปุ่มกดแบบ “จอยสติ๊ก” ที่เลื่อนขึ้นลงซ้ายขวาได้เหมือนคันโยกเกม Arcade ใช้งานง่ายสะดวกมากขอบอก ส่วนรีโมทคอนโทรลยังคงรูปแบบเดิม พร้อมปุ่มลัดที่จำเป็นใช้งานบ่อยๆอย่าพวกโหมดภาพและเสียงสำเร็จรูป รวมถึงปุ่ม Smart ไว้เข้าเล่น Smart TV แบบฉับไว ครั้งนี้จะไม่ได้เป็นการเข้าไปหน้า Smart Hub เหมือนครั้งก่อนๆ แต่เป็นการเรียกแผงเมนูลัดของ Tizen OS ขึ้นมาแทน โดยรวมแล้วก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งรุ่นที่สวยหรูไม่ว่าจะตั้งชั้นวางหรือแขวนผนัง

หน้าตรงของ Samsung 48JU6400 ขนาด 48″

ฐานตั้งแบบ Sleek Stand รูปตัว V

ด้านหลังเรียบง่าย พร้อมรูปลั๊กแบบ 2 รู

ของบางกำลังดี

รีโมททรงเดิม มีปุ่มลัดเข้าใช้งานฟีเจอร์สำคัญให้ครบถ้วน

ช่องต่อ Samsung 48JU6400 

– HDMI x 4

– USB x 3 (รองรับการเล่นไฟล์ 4K)

– AV x 1 (ร่วมกับ Component)

– Component x 1 (ร่วมกับ AV)

– Antenna In x 1 รองรับดิจิตอลทีวี

– LAN x 1

– Optical Out x 1

– Audio In x 1

– มี Wireless LAN Built In รองรับการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตไร้สาย

ช่องต่อด้านข้างและด้านหลัง

ภาพ

มาถึงไฮไลท์ของรีวิวซึ่งก็คือเรื่องภาพนั่นเอง สเป็คด้านภาพของ Samsung 48JU6400 มีความละเอียดหน้าจอแบบ 4K Ultra HD (3840 x 2160) มีระบบ UHD Upscaling คอยอัพเสเกลภาพ HD / Full HD ให้เทียบเคียง 4K UHD  บอกไว้ก่อนว่ารุ่นนี้ไม่มี 3D นะ ซึ่ง Samsung เองมองว่ากระแส 3D เริ่มล้มหายตายจากไป..ไม่เหมือนซักช่วง 3-4 ปีก่อนที่ฟู่ฟ่ามาก พวก 3D จะเอาไปใส่ในซีรีส์ท็อปๆเท่านั้น ถึงแม้จะเป็น แค่ UHD TV รุ่นเริ่มต้น หลังจากทดสอบภาพแล้วขอบอกเลยว่าภาพไม่ธรรมดาเลย!!

Samsung 48JU6400 Calibration Data 

– ใช้โหมด Movie ซึ่งค่าภาพเที่ยงตรงที่สุดในการปรับภาพ

– ตัวเลือก UHD Deep Color ยังไม่ส่งผลใดๆ กับมาตรฐานคอนเทนต์ปัจจุบัน 

– Color Space ครอบคลุมแค่มาตรฐาน Rec.709 ซึ่งถือเป็นปกติสำหรับ 4K/UHD TV ราคาไม่สูง 

– สามารถปรับภาพให้มีความถูกต้อง เที่ยงตรง คุ้มราคา โดย White Balance และ CMS ให้ได้ผลลัพธ์ดีเยี่ยมเช่นเคย 

– ไม่มีตัวเลือก Local Dimming (ปกติเมนูจะชื่อ Smart LED) แต่สเป็คดันเขียนว่ามี Micro Dimming 

ค่าก่อนปรับภาพ ภาพจะติดน้ำเงินแนวสดชื่นเล็กน้อยตามสไตล์ Samsung

หลังปรับภาพค่า White Balance และ CMS ยอดเยี่ยมมาก เดี๋ยวนี้รุ่นกลางบนค่าหลังปรับภาพทำได้ดีไม่แพ้รุ่นท็อป

โหมดภาพสำเร็จรูปสามารถเลือกได้ด้วยการเข้าไปที่เมนู Picture หรือหากเอาเร็วก็ให้กดปุ่มลัด “P.Mode” บนรีโมทคอนโทรล มีให้เลือกตั้งแต่ Dynamic, Standard, Natural, Movie เริ่มทดสอบคอนเทนต์ 2 มิติแบบ Full HD ด้วยเรื่อง Man of Steel โทนหนังจะมีอารมณ์ประมาณ “ดาร์คๆ หดหู่” หากเซ็ตค่าทีวีถูกต้อง ทีวีก็จะสามารถแสดงภาพดาร์คๆ ดั่งที่ผู้กำกับต้องการถ่ายทอดออกมาได้ หากพูดให้ไพเราะดูดีก็คงกล่าวได้ว่าเราจะได้ เสพเนื้อแท้แห่งภาพดั่งที่ผู้กำกับบรรจงรังสรรค์ขึ้น” วิธีการเลือกโหมดภาพสำเร็จรูปที่ทีมงานแนะนำคือโหมด Movie ซึ่งเป็นโหมดค่าสำเร็จรูปจากโรงงานที่ใกล้เคียงความถูกต้องที่สุด หากรู้สึกว่ามืดไปแนะนำการปรับเพิ่ม Backlight ขึ้นมา 

เจ้า JU6400 แสดงภาพออกมาอยู่ในเกณฑ์ดี ให้ความสะอาดสะอ้าน สีสันมีความถูกต้องเป็นธรรมชาติ แอบเห็นลายเกล็ดเสื้อน้ำเงินเข้มแบบดาร์คๆ ของพระเอกคลาร์ก เคนท์ได้อย่างชัดเจน จังหวะต่อสู้ฉวัดเฉวียน ทำลายตึกวินาศสันตะโรไป 8 ตลบก็ถือว่าทำได้ประทับใจเกินคาด ภาพเคลื่อนไหวไวๆ เอาอยู่หมัด เหนือชั้นกว่า 4K UHD ระดับเริ่มต้นที่เคยทดสอบมาแทบทั้งหมด แนะนำว่าฟีเจอร์ Motion Plus แทรกเเฟรมภาพแทบ “ไม่ต้องเปิด” เพื่อช่วยพยุงภาพเหมือนรุ่น 1-2 ปีก่อนแล้ว อนึ่งการเปิด Motion Plus ไม่ว่าจะเป็นระดับ Standard หรือ Smooth จะทำให้เกิดอาการวุ้นเรื่องตามขอบภาพ ขอแนะนำว่าให้ปิดซะ

Man of Steel เรื่องสีสันและภาพเคลื่อนไหวอยู่ในเกณฑ์ดีเยี่ยม

เพื่อความแน่ใจเลยขอหยิบ X-Men 2 มาทดสอบในฉาก “เดินลงบันได” อันเป็นฉากอ้างอิงสุดคลาสสิคของทีมงาน ผลลัพธ์ก็เป็นไปตามที่เกริ่นข้างต้นว่าเดี๋๋ยวนี้ไม่จำเป็นต้องพึ่งพา Motion Plus ในการรับมือกับภาพเคลื่อนไหวของคอนเทนต์ Full HD อีกแล้ว และยิ่งไปกว่านั้นยังมีฟีเจอร์เด็ดซ่อนอยู่ก็คือ Black Frame Insertion (BFI) หรือการแทรกเฟรมดำซึ่ง Samsung เรียกว่า LED Motion Control เมนูจะถูกซ่อนอยู่ใน Motion Plus : Custom นี่แหละ เมื่อเปิดใช้งานฟีเจอร์นี้ภาพจะดูมืดลง 1 ระดับเพราะการแทรกเฟรมดำ 1 เฟรมระหว่างภาพเฟรมต้นฉบับ 2 เฟรมเพื่อลดอาการ “ลากและเบลอ” ของภาพ ซึ่งหลังจากทดสอบก็พบว่าภาพเคลื่อนไหวมีความสมูธแบบเป็นธรรมชาติ แม้นภาพจะแลดูทึมไปซักนิด แต่ก็แอบได้กลิ่นอายภาพจาก Plasma TV อยู่เนืองๆ สรุปว่าสามารถเลือกที่จะ “ปิด” Motion Plus หากอยากได้ภาพสว่างกระจ่างแจ้ง หรือเลือกที่จะ “เปิด” LED Motion Control หากอยากได้ภาพลื่นๆแนว Plasma TV ครับ

ฉาก “เดินลงบันได” สุดคลาสสิคจากหนังเรื่อง X-Men 2 เป็นฉากอ้างอิงในการทดสอบภาพเคลื่อนไหว ทีวีตัวไหนไม่แน่จริง..เอาฉากนี้ไม่อยู่แน่ ! ทดสอบเปิดฟีเจอร์ LED Motion Control ภาพจะมืดลงไป 1 ระดับ แลกกับภาพเคลื่อนไหวที่สมูธขึ้น

หลังจากนั้นผมหยิบแผ่นหนังเรื่อง Interstellar ทะยานดาวกู้โลก ซึ่งผมมีโอกาสได้ไปรับชมในโรง IMAX ที่พารากอน ประทับใจฉากที่ใช้กล้อง IMAX ถ่าย จะเต็มจอ 16:9 พอดี (มักจะเป็นฉากเริ่มต้นของแต่ละ Chapter ตามสไตล์ผู้กำกับคริสโตเฟอร์ โนแลน) โดยเฉพาะฉากที่เหล่านักสำรวจเดินทางมาถึงดาวน้ำแข็ง เจ้า JU6400 สเกลภาพระดับ Full HD ให้เป็น UHD ได้อย่างเนียนตา คือรู้สึกเนียนจนบอกไม่ถูกอะ…ไม่ได้ติดหยาบกร้านเหมือนทีวี UHD TV ราคาถูก ภูเขาน้ำแข็งหลายลูกเรียงรายกันเป็นวิวทิวทัศน์ที่อลังการ…ทว่ากลับส่งความรู้สึกอ้างว้างและสิ้นหวังให้เราสัมผัสได้ ผมนั่งดูในระยะประมาณ 2 เมตรกว่า ยอมรับว่าแอบ ถึงใจ..ถึงอารมณ์” มิใช่น้อย 

ส่วนประเด็นเรื่องความดำของจอ 48JU6400 ไม่ได้มีฟีเจอร์ Smart LED ที่สามารถเลือกเปิด/ปิดการดิมหลอดไฟ LED แบบ Local Dimming มาให้ แต่สเป็คแจ้งว่ามี Micro Dimming ก็เลยแอบบงง (Samsung เรียกว่า Micro Dimming ส่วนศัพท์กลางคือ Local Dimming) น่าจะเป็นการดิมอัตโนมัติในโหมด Dynamic อย่างเดียว ส่วนโหมด Movie จะแช่ไว้ไม่มีดิม ทดสอบเรื่องความดำกับเรื่อง Interstellar นี่แหละ ผลที่ได้ก็น่าพอใจมาก แสงไฟ LED ที่เปล่งออกมามีความสมดุลสูง เกลี่ยแสงอย่างทั่วถึงทั่วจอ ไม่มีรั่วเป็นหย่อมให้รำคาญใจ จึงทำให้ระดับสีดำอยู่ในเกณฑ์ดีเยี่ยม แม้นจะไม่ดำสุดฤทธิ์เหมือน JS9500 ตัวท็อปที่ใช้หลอดแบบ Full LED Backlight แต่ก็อยู่ระดับหัวแถวของพวก Direct / Edge LED TV เลยเชียวแหละ

ฉากนักสำรวจในดาวน้ำแข็ง ตรึงตราตรึงอารมณ์มาก

ทดสอบคอนเทนต์ 4K UHD กันบ้าง ผมใช้ไฟล์หนัง 4K UHD แท้สกุล mkv เรื่อง Star Trek : Into the Darkness เสียบเข้าช่องต่อ USB ด้านข้างเครื่อง สิ่งที่ได้เพิ่มขึ้นมาแบบเห็นๆ เลยคือรายละเอียดและความคมชัดที่สูงขึ้นแบบจับต้องได้ ใบหน้าของตัวละครและขอบภาพคมขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ฉาก “เผ่นเป็นป่าราบ” ในช่วงเริ่มเรื่อง  ที่ชนเผ่าไล่ล่าฝ่ายพระเอกก็ให้โมชั่นภาพเคลื่อนไหวก็ดีขึ้นกว่าการดูด้วยคอนเทนต์แบบ Full HD อยู่พอควร ทดสอบไปเรื่อยๆหากท่านจะคิดว่าหนัง 4K แท้ๆจะมีดีแค่เรื่องความคมชัดที่สูง ขอบอกเลยว่าคิดผิดถนัด สิ่งที่ได้เพิ่มอย่างเหลือเชื่อคือ “มิติของภาพ” จำนวนพิกเซลที่มากขึ้น ละเอียดขึ้น ทำให้ภาพคมขึ้น ส่งเสริมให้มิติชัดตื้น-ชัดลึกให้อัพเกรดขึ้นอย่างก้าวกระโดด จนสามารถให้มิติภาพกึ่ง 3 มิติได้ในแบบฉบับ 2 มิติ เห็นแบบนี้ก็หวังภาวนาให้หนัง 4K UHD แท้ๆรีบออกมาแบบเป็นทางการเสียทีเถอะ เทคโนโลยีทีวีมันล้ำหน้าเจ้าไป 2-3 ปีแล้ว

ทดสอบหนัง 4K แท้เรื่อง Star Trek : Into the Darkness ดีขึ้นทั้งเรื่องและรายละเอียด, โมชั่นภาพเคลื่อนไหว และที่สำคัญคือมิติภาพลอย+ลึกขึ้นด้วย

อัตราการบริโภคไฟในโหมด Movie เล่นภาพ Full HD เต็มจออยู่ประมาณ 130 Watts บวกลบ จริงๆมีโหมดประหยัดพลังงานหรือ Eco Mode ซ่อนอยู่ในหน้าเมนู จะช่วยประหยัดไฟได้อีกแลกกับการลดระดับความสว่างของภาพลง

ทดสอบการรับชมดิจิตอลทีวีซักหน่อย สามารถกดปุ่ม Record บันทึกรายการลง External Harddisk หรือ USB Flash Drive ได้ด้วยนะ

เสียง

เรื่องระบบเสียง Samsung 48JU6400 ให้ลำโพงกำลังขับ 10 + 10 Watts (RMS) ดีไซน์แบบยิงลงล่างหรือ Down Firing Speaker มีโหมดเสียงสำเร็จรูปอย่าง Standard / Music / Movie / Clear Voice  ผมใช้แผ่นคอนเสิร์ตของป๋า (หรือป้า) Elton John อีกหนึ่งศิลปินคนโปรด โดยทดสอบ 2 เพลงได้แก่ Dont let the sun go down on me และ Crocodile Rock และหนังเรื่อง Interstellar ดูจนจบเรื่อง คุณภาพเสียงอยู่ในเกณฑ์ปานกลาง คือดูหนังฟังเพลงทั่วไปที่ถือว่าพอใช้ได้ ไม่ได้ติดอะไร แต่หากจะเน้นคุณภาพทั้งนำหนักเสียงและความใสยังถือว่าเป็นรองทีวีที่ผนวกวูฟเฟอร์มาให้อย่างพวกรุ่นท็อป จังหวะท่อนฮุกของเพลง Crocodile Rock ทั้งเครื่องดนตรีและเสียงร้องยังมีกลืนกันไปบ้าง สรุปว่าคุณภาพเสียงไม่ได้เหนือไปกว่า H6400 และ HU7000 มีปีที่แล้วมากนัก ซึ่งก็ไม่ได้ผิดคาดแต่ประการใด แนะนำว่าเนื่องจากลำโพงยิงลงล่าง…การติดตั้งแบบวางชั้นวางจะให้น้ำหนักเสียงที่ดีกว่าเพราะมันมีชั้นวางให้เสียงได้สะท้อน

ทดสอบคุณภาพเสียงกับคอนเสิร์ตของป้า Elton John

เพิ่มเติม

ระบบปฏิบัติการ Tizen OS คือระบบปฏิบัติการ Smart TV แบบใหม่ในปี 2015 ของ Samsung 2015 ซึ่งใช้โครงสร้างภาษาแบบ HTML5 ในอนาคตจะสะดวกกับการสตรีมมิ่งวีดีโอคอนเทนต์แบบ 4K และยังส่งผลให้การเล่นแอพส์ลื่นไหลมากยิ่งขึ้น หน้าตาเมนูเมื่อเรากดปุ่ม Smart บนรีโมทก็จะมีเมนู Smart Hub แบบใหม่ในรูปแบบ Shortcut Bar ขึ้นมาเพื่อให้เราเลือกเข้าแอพส์ที่ใช้ประจำหรือแอพส์ล่าสุดได้ ยอมรับว่าคล้ายๆ กับ webOS ของค่ายคู่แข่งอยู่ แต่การใช้งานนั้นสะดวกและรวดเร็วขึ้นจากเดิมเป็นกอง นอกจากนี้ยังสามารถดาวโหลดแอพพลิเคชั่นต่างๆได้เช่นเดิม

Tips : แนะนำให้ไปโหลดแอพ SmartView 2.0 มาติดตั้งบนโทรศัพท์ Smart Phone ของท่านเพื่อแปลงมือถือให้เป็นรีโมทคอนโทรลควบคุมเจ้า JU6400 และรวมถึงการแชร์ไฟล์รูปภาพ, เพลง, วีดีโอ กลับขึ้นไปเล่นบนทีวีได้อีกด้วย

แถบ Smart Hub แบบใหม่ของ Tizen OS เมื่อกดปุ่ม Smart มันจะเด้งขึ้นมาแบบ

หน้ารวมแอพส์ : มีแอพส์ทั้งไทยและเทศให้เลือกสรร ส่วนแอพส์ไทยตอนนี้ถูกย้ายจาก OS เดิมปี 2014 มาบ้างแล้วอย่างเช่น SF Showtime และ Thai TV 3 เป็นต้น

โหลดแอพ Real Madrid ทีมบอลสุดโปรดของผมมาลอง เป็นแอพรวบรวมข่าวสารของทีมนี้ เห็น Facebook ของ Real Madrid ประชาสัมพันธ์ให้แฟนๆไปลองโหลดมาเล่นอยู่บ่อยๆ

ลองเล่น Web Browser เข้าเว็บตัวเองซะหน่อยแสดงผลได้ค่อนข้างสมบูรณ์ ส่วน Flash ก็ยังไม่ค่อยรองรับตามสูตร (เป็นแทบทุกค่ายทีวี)

แอพเช็ครอบหนังของ SF Cinema

แอพจากช่อง 3

แอพวีดีโออันดับ 1 ตลอดกาลอย่าง YouTube ก็มีนะ รองรับการเล่นแบบ HD ชัดแจ๋วซะด้วย

ส่วนฟีเจอร์อื่นๆก็อย่างเช่นการนำภาพที่กำลังแสดงบนจอทีวีไปเล่นยัง Smart Phone ผ่านแอพ Smart View 2.0

ชะ ชะ ช่า !! นอกจากนี้แอพ Smart View 2.0 ยังแปลงให้ Smart Phone เป็นรีโมทควบคุม Smart TV ได้อีกด้วย (ในใจแอบคิดพอกันทีรีโมทแบบโบราณ แต่เอาเข้าจริงรีโมทธรรมดาแบบเดิมนี่แหละดีสุด)

สรุป

ข้อดี

1. แสดงภาพคอนเทนต์ความละเอียด Full HD ได้เนียนตา สะอาดใส รับมือภาพเคลื่อนไหวเร็วๆได้ดีขึ้นโดยมิต้องพึ่ง Motion Plus

2. รองรับการเล่นไฟล์ 4K UHD ผ่านช่องต่อ USB และสามารถแสดงภาพได้คมชัดมีมิติ

3. Tizen OS แบบใหม่ ปรับการใช้งาน Smart TV ให้สะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น

4. ลูกเล่นการเชื่อมต่อกับ Smart Phone เยอะ อาทิ แอพ Smart View หรือแม้กระทั่ง Screen Mirroring

5. ดีไซน์สวยเรียบ ได้กลิ่นอายตัวท็อปโดยเฉพาะขาตั้ง

ข้อเสีย

1. บางแอพส์ไทยยังมิได้ถูกผนวกมาใน Tizen OS ใหม่นี้ คงต้องรอ Samsung ถ่ายโอนอีกซักระยะถึงจะมีให้โหลดกัน

2. ไม่มี 3D หากจะเล่น 3D ด้วยต้องขยับไปซีรีส์ที่สูงขึ้น

3. คุณภาพเสียงแค่พอดูหนัง ดูฟรีทีวีแบบปกติได้ ไม่ถึงกับฟังแล้วหลงรัก

Samsung 48JU6400K 4K UHD LED TV ราคาเปิดตัว 37,900 บาท

บทสรุปของ Samsung 48JU6400 UHD LED TV ตัวนี้ ถือเป็น “พัฒนาการ” อีกขั้นของทีวีความละเอียด 4K Ultra HD สามารถแสดงผลภาพจากคอนเทนต์ Full HD ได้ดีขึ้นมาก ได้ทั้งความเนียนของภาพตลอดจนการรับมือกับภาพเคลื่อนไหวที่ฉับไว ถึงแม้เป็นเพียง UHD TV รุ่นเริ่มต้น แต่ก็อัดสเป็คให้มาครบครัน ทั้งระบบ Smart TV แบบใหม่ “Tizen OS” ออกแบบมาให้เป็นมิตรกับผู้ใช้งาน (ใช้ง่ายขึ้น) รวมถึงช่องต่อที่ให้มาเยอะทั้ง HDMI 4 ช่อง USB 3 ช่อง รองรับ Device ในการชมคอนเทนต์ไม่ว่าจะเป็น 4K หรือ Full HD กันไปยาวๆ ท่านที่กำลังพิจารณาซื้อทีวีความละเอียดแค่ Full HD ขอจงให้พิจารณาใหม่โดยพลัน อย่าลืมว่าทีวี UHD มัน “รองรับอนาคต” เพราะสามารถการเล่นคอนทนต์ 4K UHD แท้ได้ ไม่ว่าจะเป็นจากเครื่องเล่นหรือสตรีมมิ่งก็ตาม ซึ่ง Full HD TV จะ “ไม่รองรับ” เรียกว่าจอมืดจอดำกันเลยทีเดียว เสียดายเล็กน้อยว่าเจ้า JU6400 ไม่ได้เป็นผนวกฟีเจอร์ 3 มิติมาให้ มิเช่นนั้นจะครบกระบวนท่ากว่านี้ ดังนี้ขออนุญาตฟันธงว่า Samsung 48JU6400 เป็น UHD TV ระดับเริ่มต้นที่ให้คุณภาพของภาพ “เหนือกว่า” ทีวีเกรดเดียวกันจากค่ายอื่น คุ้มค่ากับเงินที่จ่ายไปทุกบาททุกสตางค์แน่นอน

Sample Image Gallery

SPRING SUMMER LOOKBOOK

Sample Block Quote

Praesent vestibulum congue tellus at fringilla. Curabitur vitae semper sem, eu convallis est. Cras felis nunc commodo eu convallis vitae interdum non nisl. Maecenas ac est sit amet augue pharetra convallis.

Sample Paragraph Text

Praesent vestibulum congue tellus at fringilla. Curabitur vitae semper sem, eu convallis est. Cras felis nunc commodo eu convallis vitae interdum non nisl. Maecenas ac est sit amet augue pharetra convallis nec danos dui. Cras suscipit quam et turpis eleifend vitae malesuada magna congue. Damus id ullamcorper neque. Sed vitae mi a mi pretium aliquet ac sed elitos. Pellentesque nulla eros accumsan quis justo at tincidunt lobortis deli denimes, suspendisse vestibulum lectus in lectus volutpate.
ถัดไป
ก่อนหน้า

แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็นในบล็อกทั้งหมดจะถูกตรวจสอบก่อนที่จะเผยแพร่

ขอบคุณสำหรับการสมัคร!

อีเมลนี้ได้รับการลงทะเบียนแล้ว!

เลือกซื้อรูปลักษณ์

ตัวเลือก

Have Questions?
Back In Stock Notification

ฝากอีเมลของคุณไว้ แล้วเราจะแจ้งให้ทราบทันทีที่สินค้า/รุ่นสินค้ามีในสต็อกอีกครั้ง

ถูกเพิ่มลงในตะกร้าสินค้าของคุณ

ตัวเลือก

this is just a warning

รีเซ็ตรหัสผ่าน

กรุณากรอกอีเมลที่คุณเคยลงทะเบียนไว้