ข้ามไปที่เนื้อหา
|

ตะลึงงันไปกับเทคโนโลยี HDR ด้วยความเจิดจรัสระดับไม่มีใครเกิน !!? รีวิว Sony 65Z9D Flagship 4K HDR TV

เขียนโดย: EDITOR LCDTVTHAILAND โพสต์เมื่อ: 06 Feb 2022 0 ความคิดเห็น

Sony 65Z9D Flagship 4K HDR TV

ตะลึงงันไปกับเทคโนโลยี HDR
ด้วยความเจิดจรัสระดับไม่มีใครเกิน !!?

ปี 2016 Sony สร้างความฮือฮาแก่วงการความบันเทิงด้านภาพและเสียงหลายประการ ที่ดูเป็นกระแสร้อนแรงมากทั้งในบ้านเราและต่างประเทศ คงไม่พ้นการเปิดตัวและวางจำหน่ายเครื่องเกมคอนโซลตัวแรง PlayStation 4 Pro ซึ่งมาพร้อมคุณสมบัติรองรับการแสดงผล “เกม” ที่ความละเอียด 4K HDR แต่แน่นอนว่าการรับชมนั้น ต้องการจอแสดงผลที่รองรับมาตรฐาน 4K HDR ด้วย ซึ่งทีวีที่คู่ควรกับหน้าที่นี้คงไม่มีใครเด่นดีไปกว่า “ทีวีรุ่นเรือธง” อย่าง KD-Z9D และล่าสุด Sony ก็เพิ่งเปิดตัว “โฮมซินีม่าโปรเจ็คเตอร์เรือธงใหม่” รองรับ 4K HDR อย่าง VPL-VW5000ES (ราคา 60,000USD) ตามมาอีก เรียกว่าแต่ละรุ่นจัดเต็มด้วยดีกรีระดับ “สุดยอด” ของวงการทั้งนั้น.!

 

โฉมหน้านวัตกรรมความบันเทิงด้านภาพและเสียงระดับสุดยอดของวงการประจำปี 2016 จาก Sony อันได้แก่ เครื่องเกมคอนโซล PS4 Pro, ทีวีรุ่นเรือธง KD-Z9D และโฮมซินีม่าโปรเจ็คเตอร์รุ่นเรือธง VPL-VW5000ES ซึ่งทั้งหมดได้เดินทางมาถึงเมืองไทยเป็นที่เรียบร้อย… บ่งบอกถึงการมาอย่างเต็มรูปแบบของมาตรฐาน “4K HDR”!! และวันนี้ เมื่อตัวแซมเปิลของทีวีรุ่นเรือธงขนาด 65 นิ้ว จาก Sony คือ KD-65Z9D ถูกส่งมาถึงมือทีมงาน LCDTVTHAILAND จึงไม่พลาดที่จะทำการทดสอบให้ทุกท่านได้รับชมประสิทธิภาพกันเช่นเคยครับ…


ดีไซน์

การออกแบบ 4K Android TV ในซีรี่ส์ระดับสูงอย่าง X และ Z Series ประจำปี 2016 มาในคอนเซ็ปต์ที่เรียกว่า “Slice of Living”

โดยแนวคิดในขั้นแรกเกิดจากการพยายามค้นหาคำตอบว่า หากจะออกแบบทีวีสักเครื่องหนึ่ง จะทำอย่างไรให้ทีวีเครื่องนั้นมีรูปลักษณ์ที่ “กลมกลืน” เข้ากับการตกแต่งภายในห้องอย่างลงตัว? (คลิกที่รูปด้านบนเพื่อรับชมวิดีโอ)

 

จากการสังเกตของทีมออกแบบพบว่า รูปทรงสิ่งของต่างๆ ที่มีอยู่ภายในห้องทั่วไปนั้น มักมีลักษณะเป็น “แผ่นเรียบบาง” (Slate-like objects) ไม่ว่าจะเป็นจานบนโต๊ะอาหาร หนังสือบนชั้น หรือแม้แต่กรอบรูปบนผนัง หากทีวีมีรูปทรงที่ใกล้เคียงกับสิ่งของเหล่านี้ ก็ย่อมกลายเป็น “ส่วนหนึ่ง” ของห้องได้ไม่ยาก… อาจกล่าวได้ว่า รูปลักษณ์ วัสดุ และชิ้นส่วนที่ประกอบขึ้นเป็นทีวีของ Sony รุ่นนี้ มีที่มาจากสิ่งของรอบๆ ตัว ที่เราคุ้นเคยกันดีในชีวิตประจำวันนั่นเอง

 

ด้านข้าง เปรียบเทียบระหว่างภาพคอนเซ็ปต์ (ซ้าย) กับ Final Product (ขวา)

ด้วยการจัดวางโครงสร้าง Backlight แบบ Full Array LED กระจายอยู่จำนวนมากจึงต้องการพื้นที่ติดตั้งด้านหลังจอภาพ เหตุนี้จึงไม่สามารถทำให้จอภาพแบนบางได้เหมือนดังภาพคอนเซ็ปต์ที่ตั้งไว้ แต่สุดท้ายภาพลักษณ์โดยรวมยังคงเอกลักษณ์รูปทรงตามแนวความคิดขั้นต้นได้ไม่น้อยทีเดียว

 

สังเกตที่ฐานตั้งและจอทีวี จะเห็นว่าประกอบขึ้นจากรูปทรงของแผ่นบางหลายชิ้น จัดวางในมุมที่ส่งเสริมในแง่ของความบาลานซ์ ดูเข้ากันอย่างลงตัว

 

นอกจากนี้ยังเพิ่มความน่าสนใจด้านหลัง ด้วยเท็กเจอร์ลายตาราง

 

ส่วนด้านข้างนำวัสดุคล้ายโลหะสีทองแชมเปญ ตัดกับเส้นสีดำเพื่อเพิ่มความหรูหรา

 

การออกแบบทางด้านหลังนอกจากประเด็นความสวยงามแล้ว ยังเสริมในเรื่องของฟังก์ชั่นใช้งาน อย่างการจัดวางช่องต่อรับสัญญาณต่างๆ พร้อมโครงสร้างฝาครอบที่หน้าที่จัดการเส้นสายต่างๆ เหล่านั้นให้ดูเป็นระเบียบเรียบร้อยไปพร้อมกัน

 

ช่องต่อ

 

ภาพด้านหลังโดยรวมของ 65Z9D เมื่อเปิดฝาครอบฝั่งขวาออก จะเห็นตำแหน่งศูนย์รวมช่องต่อรับสัญญาณต่างๆ โดยจัดวางให้เสียบต่อสายจากทางด้านหลังและด้านข้าง ซึ่งด้านข้างแบ่งเป็น 2 ฝั่ง ซ้ายและขวาด้วย

 

ช่องต่อทางด้านหลัง เป็นรูปแบบ Analog Component Video + Audio ส่วนช่องต่อด้านข้างฝั่งซ้าย มี HDMI In 3 ช่อง (รองรับ 4K/60Hz และ HDCP2.2) และสายอากาศ (DVB-T2)

 

ช่องต่อด้านข้างฝั่งขวามี USB 3 ช่อง, Analog Audio/Headphone Out 1 ช่อง, HDMI In 1 ช่อง (รองรับ 4K/60Hz และ HDCP2.2), Analog Composite Video + Audio 1 ช่อง, Optical Audio Out 1 ช่อง และ LAN พร้อม Wi-Fi Bulit-in (Certified 802.11a/b/g/n/ac)

เมื่อสรุปจำนวนช่องต่อทั้งหมดของ Sony 65Z9D จะมีดังต่อไปนี้

HDMI™ In  4 (ด้านข้าง) 
USB 3 (ด้านข้าง)
การเชื่อมต่อ Ethernet 1 (ด้านข้าง) พร้อม Wi-Fi Built-In
ช่องต่อเข้าวีดีโอ Composite 1 (ด้านข้าง), 1 (ด้านหลัง ใช้ร่วมกับ Component ได้)
ช่องต่อเข้าวีดีโอ Component 1 (ด้านหลัง สามารถใช้งานเป็น Composite ได้)
ช่องต่อเข้า RF (Antenna) 1 (ด้านข้าง) พร้อม DVB-T2 Digital Tuner
ช่องต่อเข้า PC HD15
ช่องต่อเข้าเสียงแบบอะนาล็อก 1 (Mini Jack ด้านข้าง)
ช่องต่อออกเสียงแบบดิจิทัล 1 (Optical ด้านข้าง)
ช่องต่อออกเสียงแบบอะนาล็อก/ช่องต่อหูฟัง 1 (ด้านข้าง ร่วมกับช่องต่อหูฟัง)
การเชื่อมต่อเสียงแบบ Bluetooth Yes

 

เพิ่มเติม

 

ปุ่มควบคุมที่ทีวี ติดตั้งอยู่ใกล้ๆ กับตำแหน่งศูนย์รวมจุดเชื่อมต่อสายสัญญาณ โดยจะอยู่ด้านหลังเยื้องไปทางขอบจอฝั่งขวา (เมื่อมองจากด้านหลังจอภาพ) ลักษณะปุ่มเป็นแบบกด

ตั้งแต่ที่ Sony ปรับเปลี่ยนนำระบบปฏิบัติการ Android มาใช้กับ Smart TV ของตนเมื่อปีที่แล้ว (2015) ดูเหมือนจะเป็นการตัดสินใจที่ดี เพราะลูกเล่นได้รับการเพิ่มเติมปรับปรุงให้มีความยืดหยุ่นกว่า Sony Internet TV ยุคก่อนหน้าอย่างเห็นได้ชัด และสำหรับ Sony Android TV ในปี 2016 นี้ ก็ได้รับการอัพเกรดสู่เวอร์ชั่น 6.0 มาดูกันว่ามีสิ่งน่าสนใจใดเพิ่มเติมเข้ามาบ้างครับ…

 

ถ่าย System Info ให้ดู เพื่อยืนยันว่ารุ่นนี้เป็น “Android 6.0” แล้ว จริงๆ นะ

คุณสมบัติหนึ่งที่เพิ่มเติมเข้ามาในเวอร์ชั่น 6.0 คือ ผู้ใช้สามารถย้ายดาต้าในการติดตั้งแอพฯ บางส่วน ไปลงไว้ใน USB Flash Drive ได้ ถือเป็นการขยับขยายแก้ข้อจำกัดเรื่องของหน่วยความจำภายในตัวเครื่องได้เป็นอย่างดี ทว่าในแง่เสถียรภาพกรณีที่ข้อมูลใน Flash Drive อาจเสียหาย หรือผู้ใช้เผลอลืมถอดออกไปแล้วจะส่งผลกับการใช้งานในระยะยาวหรือไม่ คงต้องลอง (แต่ตอนนี้หน่วยความจำภายใน 16GB ยังไม่เต็ม เลยไม่ได้ลองครับ อิ อิ)

 

อินเทอร์เฟสหน้า Home ดูไม่แตกต่างจากเวอร์ชั่นก่อน ซึ่งน่าจะเป็นข้อดีเพราะไม่ต้องทำความคุ้นเคยกันใหม่ ที่รีโมตจะมีไมโครโฟนสำหรับใช้ Voice Search ได้ทันที ซึ่งการตอบสนองและจับคำพูดทำได้ดีทีเดียว

 

จุดเด่นของ Android TV ในปัจจุบัน คงไม่พ้นจำนวนแอพ ที่พัฒนาเพิ่มจำนวนมากขึ้นกว่าแต่ก่อน ปัจจุบันน่าจะมีราวๆ 700 แอพได้ ในภาพด้านบนเป็นตัวอย่างความหลากหลายในหมวดเกม จะเห็นว่ามีตัวเลือกน่าสนใจเยอะทีเดียว

 

จำนวนแอพของ Android TV ส่วนหนึ่งก็เป็นเกมเสียมาก ทดลองเล่นสักหนึ่งเกม โดยใช้งานร่วมกับ DualShock 4 Controller ความลืนไหลของเฟรมเรตที่ได้จากการประมวลผลอาจไม่รวดเร็วเหมือน Smart Phone หรือ Tablet สเป็กแรงๆ แต่การใช้งานก็ถือว่าทดแทน Android Box ทั่วไปได้ดีทีเดียว

 

แอพวิดีโอก็มีมากไม่แพ้กัน ที่ฮิตใช้กันประจำคงไม่พ้น YouTube เดิมที่ Sony Android TV รองรับการแสดงผลแบบ 4K YouTube ได้ตั้งแต่เจนฯ ก่อน (รุ่นปี 2015) จึงไม่แปลกที่รุ่นใหม่ประจำปี 2016 อย่าง 65Z9D จะทำได้เช่นเดียวกัน อย่างไรก็ดีความสามารถของ Android TV 6.0 ที่ว่าเพิ่มเติมรองรับ YouTube HDR แต่เท่าที่ลองกับ 65Z9D ยังไม่ได้นะครับ ตรงนี้ไม่ทราบว่า YouTube ปล่อยคลิป HDR จริงๆ มาแล้วหรือยัง จะไปอ้างอิงกับ PC หรืออุปกรณ์อื่นก็ยังหาคำตอบไม่ได้ (เพราะยังไม่รองรับเหมือนกัน) คงต้องรอดูกันต่อไป

 

Netflix ผู้ให้บริการวิดีโอสตรีมมิ่งอันดับหนึ่ง สามารถรับชมผ่าน Sony 4K Android TV ได้ด้วยนะ ซึ่งนอกจากภาพยนตร์ ซีรี่ส์ความบันเทิงที่มีจำนวนมากแล้ว ยังรองรับความละเอียดระดับ HD ไปจนถึง 4K เลยทีเดียว

 

ปัจจุบันเริ่มมีภาพยนตร์และซีรี่ส์ ที่รองรับ HDR ออกมาด้วย ในภาพเป็นซีรี่ส์จากทางญี่ปุ่นเรื่อง Hibana -Spark- รองรับ 4K HDR (สังเกตที่สัญลักษณ์ HDR)

 

ทดลองรับชมกับ 65Z9D สามารถแสดงผลแบบ 4K HDR ได้จริงครับ คุณภาพของภาพดีทีเดียว

 

อีกหนึ่งผู้ให้บริการวิดีโอสตรีมมิ่งสำหรับคนไทย คือ Doonee มีทั้งภาพยนตร์ซีรี่ส์ฝรั่ง จีน ไทย ให้เลือกบันเทิงกันเต็มอิ่ม

 

การใช้งาน Web Browser สามารถแสดงภาษาไทยได้ แต่การควบคุมและพิมพ์ข้อความผ่านรีโมตคอนโทรลค่อนข้างลำบาก แนะนำให้เชื่อมต่อกับคียบอร์ด+เมาส์ไร้สาย จะสะดวกขึ้นครับ

 

คุณสมบัติเด่นของ 65Z9D ยังมีอีกมากที่ยังมิได้กล่าวถึงในบททดสอบนี้ ในข้อมูลเพิ่มเติมอื่นๆ สามารถรับชมผ่านคลิปวิดีโอแนะนำของทีมงาน LCDTVTHAILAND ด้านบนนี้ได้เลยครับ

 

ภาพ

ด้วยดีกรีรุ่นเรือธง ความคาดหวังเรื่องของคุณภาพของภาพและเสียงจึงต้องมีมากตามไปด้วย มาดูกันว่า 65Z9D เครื่องนี้ ทำได้โดดเด่นเพียงใด…

เริ่มแรกทดสอบกันที่ความสามารถถ่ายทอดระดับความสว่างสูงสุด หรือ Peak Brightness ผลลัพธ์น่าประทับใจมากครับ ในโหมดแสดงผลแบบ HDR นั้น (โดยวัดจาก 10% Windows Pattern ตามมาตรฐานอ้างอิง) 65Z9D ทำความสว่างได้สูงมากที่ 1668 nits เรียกว่าสูงที่สุดในบรรดา 4K HDR TV ที่มีจำหน่ายในประเทศไทย !! อันเป็นอานิสงส์จากจำนวนหลอด LED Backlight จำนวนมาก แบ่งการทำงานอิสระครอบคลุมกว่า 600 โซน กระจายอยู่ทั่วพื้นที่ด้านหลัง LCD Panel ที่ Sony เรียกว่า “Backlight Master Drive” จากคุณสมบัตินี้ ไม่ต้องเดาก็บอกได้ว่าส่งผลกับการรับชมคอนเทนต์ยุคใหม่ทั้งภาพยนตร์และเกมแบบ HDR ได้เจิดจรัสกว่าใคร !

 

คลิปวิดีโอสาธิตการทำงานของ Backlight Master Drive จากบูธ Sony ภายในงาน IFA 2016

ซึ่งจุดเด่นของ Backlight Master Drive ยังส่งอานิสงส์ต่อเนื่องไปถึงการควบคุมแสงไฟส่องหลังมิให้เล็ดลอดออกมายามเมื่อจอภาพต้องแสดงสีดำได้เป็นอย่างดีอีกด้วย พื้นที่บริเวณที่เป็นสีดำจะดำลึกเพราะไฟส่องหลังบริเวณนั้นดับลง ในขณะที่ส่วนส่วางยังคงเจิดจ้า อีกทั้งการตอบสนองของ LED Backlight ที่ต้องเปิด-ปิดให้สัมพันธ์ตามการแสดงผลตามภาพบนจอ ก็ทำได้รวดเร็วฉับไวดีมาก ผลการถ่ายทอดความเปรียบต่างของแสงจากทั้งความสว่างและความมืด Z9D จึงทำได้ยอดเยี่ยมดังคาด ในบางคอนเทนต์นั้น โดยเฉพาะฉากที่ไม่ซับซ้อน (มีการแยกพื้นที่ส่วนมืด-ส่วนสว่างชัดเจน) ความดำจะให้ผลลัพธ์น้องๆ OLED เลยทีเดียว ในขณะที่ความสว่างนั้นเจิดจ้ากว่ามาก

ตัวเลือกตั้งค่าที่เกี่ยวข้องกับการทำงาน Backlight Master Drive โดยตรง คือ Auto Local Dimming ซึ่งระดับ High จะให้ความเปรียบต่างของแสงสูงที่สุด แต่ระดับ Normal จะคุมพื้นที่ควบคุมการทำงานของ Backlight แบบละเอียดในแต่ละจุดได้ดีกว่าเล็กน้อย

Sony 65Z9D Pre Calibration Data (SDR Mode)

Picture Mode CTT Gamma Luminance Backlight Color Power
avg avg fL Temp W
Vivid 15123 1.52 195.1 Max Cool 279
Standard 9746 2.46 135.3 35 Neutral 203
Cineama Pro 6552 2.4 135.2 40 Expert1 199
Cinema Home 6562 2.16 144.9 35 Expert1 207
Sports 9730 2.46 85.7 Max Neutral 152
Animation 9800 2.73 139.4 35 Neutral 205
Photo-Custom 6639 2.2 146.6 35 Expert1 229
Game 6558 2.22 101.6 35 Expert1 162
Graphics 6648 2.2 134 40 Expert1 245
Custom 6642 2.2 133.9 40 Expert1 246
Custom (calibrated) 6501 2.34 131.4 40 Expert1 198

 

หมายเหตุ: มาตรฐานอุณหภมิสี คือ 6500K, ระดับ Reference Gamma อยู่ที่ราว 2.2 – 2.4 (Power และ ITU BT.1886)

 

มาดูในส่วนความเที่ยงตรงของการแสดงสีสันกันบ้าง มาตรฐานทีวีจาก Sony ที่ผ่านมาไม่ทำให้ผิดหวังสักครั้งและครั้งนี้ก็เช่นกัน โหมดภาพจากโรงงานหลายๆ โหมด ไม่ว่าจะเป็นโหมดที่เหมาะกับการรับชมภาพยนตร์, ทำงานกราฟิก (Graphics), ควบรวมไปถึงโหมด Game พบว่า ให้สมดุลแสงขาวได้ดีมาก แต่ถ้าให้เลือกโหมดที่เที่ยงตรงที่สุด แนะนำ “Cinema Pro” เหมาะกับการใช้งานรับชมภาพยนตร์หรือรายการทีวีต่างๆ ในสภาพแวดล้อมห้องรับแขกทั่วไปได้ดี หรือจะเลือกใช้งานโหมดภาพ “Cinema Home” ได้อีกโหมดหนึ่ง (สว่างกว่า Cinema Pro นิดหน่อย)

ในกรณีที่ต้องการใช้งานในห้องที่มีแสงรบกวนมาก อาจทำการปรับเพิ่มในส่วนของ Brightness (Backlight) ตามความเหมาะสมจะดีกว่าเลือกใช้โหมดภาพ Vivid ที่แม้จะสว่างที่สุด (สำหรับ SDR) แต่ลดทอนความถูกต้องของสีสันให้ผิดเพี้ยนไปพอสมควร

ส่วนท่านที่จะนำไปใช้ในห้องมืดหรือห้องสลัวแล้วไม่ต้องการให้ทีวีสว่างจ้าเกินไปจนแสบตา สามารถ On ในส่วนของ Light Sensor เพื่อให้ทีวีปรับความสว่างอัตโนมัติตามสภาพแวดล้อม หรือจะปรับลด Brightness (Backlight) ลงด้วยตัวเองตามความต้องการก็ได้เช่นกัน

 

ทุกโหมดภาพของ 65Z9D รองรับการไฟน์จูนปรับภาพเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ถูกต้องใกล้เคียงอุดมคติยิ่งขึ้น โดยในส่วนของ White Balance สามารถปรับได้ละเอียดถึงระดับ “10P” เลยทีเดียว ผลลัพธ์ RGB Balance จึงทำได้เพอร์เฟ็กต์! แต่ทว่ายังไม่สามารถปรับชดเชยในส่วนของ CMS (Color Management System) ในจุดนี้จึงย่อหย่อนจากรุ่นเรือธงของแบรนด์อื่นอยู่บ้าง ทว่าผลลัพธ์เมื่อเปรียบเทียบในการใช้งานจริง อาจสังเกตความแตกต่างในจุดนี้ได้ยาก 

 

65Z9D มีตัวเลือกให้เปิด-ปิดฟังก์ชั่นการแสดงผลแบบ HDR ได้ที่หัวข้อ Video options แต่เพื่อป้องกันความสับสน (เพราะทีวี Sony จะไม่มี Info แจ้งว่าทีวีกำลังแสดงผล HDR อยู่หรือไม่) แนะนำให้ตั้ง Auto ไว้ กรณีที่ไม่ต้องการให้มีระบบฯ ของทีวีทำการแสดงผล HDR ก็ให้ไปตั้งค่า (ปิดฟังก์ชั่น HDR) ที่เครื่องเล่นแทนจะยืดหยุ่นกว่า

ตัวเลือก Color Space ของ 65Z9D นอกเหนือจาก Auto แล้ว สามารถปรับได้ 3 โหมด  คือ sRGB/BT.709, DCI และ BT.2020 แต่ถึงแม้จะตั้งไว้ที่ BT.2020 ขอบเขต Color Space ก็ยังทำได้ครอบคลุมเพียง 85.1% ของ DCI-P3 (อ้างอิงเมื่อแสดงผลแบบ HDR ด้วยโหมดภาพ Vivid หากอ้างอิงโหมดภาพ Cinema Pro จะอยู่ที่ 82.7% และหลังปรับภาพจะอยู่ที่ 83.4%) ซึ่งห่างจากตัวเลขที่มาตรฐาน Ultra HD Premium กำหนดไว้อยู่ถึง 5% ผิดวิสัยสำหรับพาเนลแบบ Triluminos อย่างไรก็ดีในจุดนี้น่าจะเป็นปัญหาที่ตัว Sample หากมีโอกาสได้ทดสอบ 65Z9D ตัวขายจริงแล้ว จะมารายงานผลในส่วนของ Color Space อีกครั้งครับ

คำแนะนำในการตั้งค่าส่วนของตัวเลือก Color Space แนะนำให้ตั้งไว้ที่ “Auto” ระบบฯ จะปรับการแสดงผลอิงตามมาตรฐาน Color Space ของคอนเทนต์ที่กำลังรับชม เพื่อป้องกันการแสดงสีสันที่ผิดเพี้ยน ทว่ากรณีที่ต้องการเติมเต็มสีสันบางส่วนให้กับคอนเทนต์ยุคก่อนอย่าง Full HD Blu-ray, DVD-Video, HDTV ฯลฯ อาจกำหนดในส่วนของตัวเลือก Live Color เพิ่มเติมได้ตามความเหมาะสม  (ไม่แนะนำให้ใช้ตัวเลือก BT.2020 กับคอนเทนต์ยุคเก่า เพราะสีจะเพี้ยนหนักมาก)

 

X-tended Dynamic Range เป็นตัวเลือกที่ใช้จำลองแสดงผลคอนเทนต์ปกติ (SDR) ให้มีลักษณะเหมือนกับ HDR ได้ พูดง่ายๆ ว่าเป็นตัวเลือกที่ใช้จำลองการแสดงผลแบบ HDR นั่นเอง และกรณีเปิดใช้งานตัวเลือกนี้กับการรับชมคอนเทนต์แบบ HDR แท้ ก็จะช่วยเพิ่มระดับ Peak Brightness ขึ้นไปอีกเล็กน้อย (เมื่อเทียบกับ Off) เช่นเดียวกับตัวเลือก Adv. contrast enhancer (ทั้ง 2 ตัวเลือกนี้ กับหลายๆ โหมดภาพ จะถูก On ไว้เป็น Default เมื่อทีวีแสดงผลแบบ HDR)

แต่บางท่านอาจรู้สึกว่าตัวเลือกเหล่านี้  (โดยเฉพาะ Adv. contrast enhancer) ทำให้รายละเอียดบริเวณส่วนสว่างของภาพหดหายไปบางส่วน (อาจสังเกตได้กับบางคอนเทนต์) ก็สามารถปิดใช้งานได้ ไม่มีข้อกำหนดตายตัว ทดลองแล้วพิจารณาดูว่าชอบหรือไม่ครับ

 

ทดลองเล่นเกมแบบ HDR ดูบ้าง กับ The Last Of Us ผ่าน PS4 รุ่นเก่า (1080p HDR) พบว่า สามารถแสดงผลได้ไม่มีปัญหา ได้อรรถรสจากความสวยงามของแสงและรายละเอียดสีสัน เฉดสี โดดเด่นกว่าทีวียุคก่อนที่ยังไม่มี HDR ชัดเจน ในส่วนของความเจิดจ้า (Peak Brightness) Z9D ก็ทำได้ดีกว่ารุ่นน้อง X9300D ขึ้นไปอีกระดับ สังเกตความแตกต่างได้ไม่ยาก

ทั้งนี้การตรวจสอบว่าทีวีกำลังแสดงผลแบบ HDR อยู่หรือไม่ สำหรับ Sony จะไม่มี Info แจ้งบอก จึงอ้างอิงได้ยากหน่อย แต่เบื้องต้นสามารถสังเกตจากตัวเลือก Brightness (Backlight) โดยระบบฯ จะปรับเปลี่ยนค่าเป็น Max ให้โดยอัตโนมัติ (รวมถึงการปรับเปลี่ยนตัวเลือกอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง) เมื่อกำลังแสดงผลแบบ HDR ครับ

ส่วนท่านที่ซีเรียสเรื่อง HDMI Input Lag เมื่อเล่นเกม จากการทดสอบพบว่าหากเปิด MotionFlow เอาไว้ ค่าจะสูงอยู่ที่ราว 96ms แต่ถ้าเปลี่ยนโหมดภาพเป็น Game จะลดลงเหลือ 47ms อย่างไรก็ดีโหมดภาพที่มี Input Lag ต่ำที่สุดสำหรับ 65Z9D คือโหมด Graphic อยู่ที่ 42ms ครับ

 

MotionFlow เป็นอีกหนึ่งจุดเด่นจากรุ่นนี้ที่ทำได้ดี ซึ่งตัวเลือกสำเร็จรูปอย่าง Standard ให้ผลลัพธ์ได้ดี ช่วยลดทอนอาการภาพสะดุดจากคอนเทนต์เฟรมเรตต่ำได้ดี ในขณะที่ยังคงความเป็นธรรมชาติอยู่ แต่หากกำหนดเองในส่วนของ Custom ก็จะให้ผลลัพธ์ที่ยืดหยุ่น ลงตัวกับมาตรฐานคอนเทนต์ภาพเคลื่อนไหวที่หลากหลายได้ลงตัวมากยิ่งขึ้น

 

ระบบภาพสามมิติของรุ่น Z9D ใช้เทคโนโลยี 3D Active Glasses เช่นเดียวกับรุ่นน้อง X9300D แต่กระนั้นผมมิได้ทดสอบในส่วนของประสิทธิภาพการแสดงผล 3D เนื่องจากไม่มีแว่นส่งมาด้วยครับ

 

เสียง

ฟีเจอร์ด้านเสียงจัดเต็มทั้งระบบ DSEE และ ClearAudio+ ที่ช่วยปรับปรุงคุณภาพเสียงสำหรับฟอร์แม็ตเสียงที่มีการบีบอัด นอกจากนี้ยังรองรับ Hi-res Audio ด้วย ทว่าในส่วนของลำโพงนั้นหากเทียบกับลำโพงทีวีทั่วๆ ไปก็นับว่าผ่าน แต่ด้วยความเป็นรุ่นท็อปอาจดูว่าคุณภาพเสียงกลับย่อหย่อนลงกว่า X9300C ซึ่งเป็นรุ่นท็อปของปีที่แล้วอยู่พอสมควร

ทว่าปัจจุบันสามารถอัพเกรดระบบเสียงของทีวีได้ไม่ยากด้วยการเพิ่มเติม Soundbar หรือระบบโฮมเธียเตอร์ และ 65Z9D ก็เอื้อในจุดนี้ ด้วยการเชื่อมต่อที่รองรับทั้ง HDMI ARC, Optical Output, AUX (Analog/Headphone) Output

ฟีเจอร์ด้านเสียงจัดเต็มทั้งระบบ DSEE และ ClearAudio+ ที่ช่วยปรับปรุงคุณภาพเสียงสำหรับฟอร์แม็ตเสียงที่มีการบีบอัด นอกจากนี้ยังรองรับ Hi-res Audio ด้วย ทว่าในส่วนของลำโพงนั้นหากเทียบกับลำโพงทีวีทั่วๆ ไปก็นับว่าผ่าน แต่ด้วยความเป็นรุ่นท็อปอาจดูว่าคุณภาพเสียงกลับย่อหย่อนลงกว่า X9300C ซึ่งเป็นรุ่นท็อปของปีที่แล้วอยู่พอสมควร

ทว่าปัจจุบันสามารถอัพเกรดระบบเสียงของทีวีได้ไม่ยากด้วยการเพิ่มเติม Soundbar หรือระบบโฮมเธียเตอร์ และ 65Z9D ก็เอื้อในจุดนี้ ด้วยการเชื่อมต่อที่รองรับทั้ง HDMI ARC, Optical Output, AUX (Analog/Headphone) Output

 

สรุป

 

Sony KD-65Z9D ราคาเปิดตัว 165,990.- พร้อมโปรโมชั่นพิเศษเพิ่มเติม เมื่อซื้อที่ Sony Store, Sony Center, Powerbuy, Powermall และตัวแทนจำหน่ายที่ได้รับการแต่งตั้งจาก Sony ภายในวันที่ 25 พฤศจิกายน 2015 – 15 มกราคม 2017 ได้แก่

a. PS4 Slim 500GB มูลค่า 12,990.- ให้ไปเล่นด้วยกันฟรีๆ

b. ขยายเวลารับประกันเพิ่มเป็น 3 ปี พร้อมความคุ้มครองภัยจากไฟไหม้ ฟ้าผ่า การขโมย โดยมีร่องรอยงัดแงะ อุบัติเหตุแตกหัก

c. รับสิทธิ์รับชมซีรีส์ฟรีจากแอพ DOONEE จำนวน 1 เดือน 

ข้อดีของ Sony KD-65Z9D

1. ดีไซน์รอบด้านดูดี ฐานตั้งสวยสะดุดตา ด้านหลังเล่นลวดลาย และมีฝาปิดเก็บซ่อนช่องต่อ-สายต่างๆ ให้ดูไม่รุงรัง

2. Peak Brightness ระดับ 1700 nits สูงที่สุดในบรรดา 4K HDR TV ประจำปี 2016 ส่งผลให้การรับชมคอนเทนต์ HDR เจิดจ้ามากๆ

3. Full LED Local Dimming ทำงานได้ยอดเยี่ยม การตอบสนองฉับไว การทดสอบไม่พบ artifacts รบกวน และผลการรับชมจริง บางฉากของภาพยนตร์ ดูเผินๆ Z9D สามารถควบคุมระดับ Black Level ได้ไม่ด้อยกว่า OLED เลย

4. ระบบ MotionFlow สามารถปรับแต่งเพื่อเพิ่มความต่อเนื่องของภาพเคลื่อนไหวได้หลากหลายรูปแบบตามแต่ละลักษณะคอนเทนต์ ซึ่งเมื่อให้น้ำหนักอย่างเหมาะสมก็จะได้ผลลัพธ์ที่ดี

5. ระบบปฏิบัติการ Android TV มีลูกเล่นหลากหลาย ผู้ที่ใช้งาน Android Smart Phone สามารถใช้งานได้อย่างคุ้นเคย, YouTube App รองรับการแสดงผล 4K (และน่าจะรวมถึง HDR ในอนาคต) พร้อมวิดีโอสตรีมมิ่งที่น่าสนใจอีกมากมาย อาทิ Netflix และ Doonee เป็นต้น, สามารถใช้จอยแพด (รองรับ PS4 Controller) ในการควบคุมทีวีและเล่นเกมได้

ข้อเสียของ Sony KD-65Z9D

1. วัสดุตกแต่งบางจุดยังดูไม่พรีเมียมมากนักเมื่อเทียบกับรุ่นเรือธงของคู่แข่ง โดยเฉพาะในส่วนด้านหลังทีวี แต่ก็ชดเชยด้วยลูกเล่นการเดินลายเส้นที่ดูไม่เรียบจนเกินไป

2. ยังไม่รองรับการไฟน์จูน CMS (Color Management System) แบบละเอียด ผิดกับตัวท็อปของยี่ห้ออื่นความเที่ยงตรงในการ calibrate จึงด้อยกว่าบ้าง และขอบเขตสี (Color Space) แคบกว่าที่ควรจะเป็น ตรงนี้เข้าใจว่าเป็นปัญหาที่ตัว Sample หากได้มีโอกาสทดสอบตัวขายจริง จะมาให้ข้อมูลอีกครั้งครับ

3. ไม่มี Info แจ้งสถานะว่าทีวีกำลังแสดงผล HDR อยู่หรือไม่ ต้องอาศัยสังเกตจากระดับ Brightness (Backlight) ที่ระบบฯ ทำการเปลี่ยนแปลงอัตโนมัติแทน

4. คุณภาพเสียงจากลำโพงในตัว หากเทียบมาตรฐานทีวีพื้นๆ ก็นับว่าใช้การได้ แต่หากเทียบกับ X9300C รุ่นท็อปของปีก่อนซึ่งทำไว้ได้ดีมาก ก็ต้องบอกตรงๆ ว่า Z9D ด้อยกว่า

5. การปิดทีวีจากปุ่ม Power Off (ทั้งที่ทีวีและรีโมต) ไม่ใช่การปิดจริงๆ แต่เป็นการ Standby จะกินไฟอยู่ที่ราว 20W, และบางครั้งเมื่อมีการปรับปรุงซอฟต์แวร์อัตโนมัติจะใช้เวลาบูตระบบนาน ซึ่งอาจทำให้เข้าใจผิดว่าทีวีมีปัญหา (เปิดไม่ติด)

*ทีวีรุ่นนี้รองรับการแสดงผลแบบ 3D แต่เนื่องจากไม่ได้รับแว่น 3D มาทดสอบร่วมด้วย จึงไม่สามารถให้คะแนนได้

หมายเหตุ : มาตรฐานคะแนนปี 2016หมายเหตุ : มาตรฐานคะแนนปี 2016

 

Sample Image Gallery

SPRING SUMMER LOOKBOOK

Sample Block Quote

Praesent vestibulum congue tellus at fringilla. Curabitur vitae semper sem, eu convallis est. Cras felis nunc commodo eu convallis vitae interdum non nisl. Maecenas ac est sit amet augue pharetra convallis.

Sample Paragraph Text

Praesent vestibulum congue tellus at fringilla. Curabitur vitae semper sem, eu convallis est. Cras felis nunc commodo eu convallis vitae interdum non nisl. Maecenas ac est sit amet augue pharetra convallis nec danos dui. Cras suscipit quam et turpis eleifend vitae malesuada magna congue. Damus id ullamcorper neque. Sed vitae mi a mi pretium aliquet ac sed elitos. Pellentesque nulla eros accumsan quis justo at tincidunt lobortis deli denimes, suspendisse vestibulum lectus in lectus volutpate.
ถัดไป
ก่อนหน้า

แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็นในบล็อกทั้งหมดจะถูกตรวจสอบก่อนที่จะเผยแพร่

ขอบคุณสำหรับการสมัคร!

อีเมลนี้ได้รับการลงทะเบียนแล้ว!

เลือกซื้อรูปลักษณ์

ตัวเลือก

Have Questions?
Back In Stock Notification
ถูกเพิ่มลงในตะกร้าสินค้าของคุณ

ตัวเลือก

this is just a warning

รีเซ็ตรหัสผ่าน

กรุณากรอกอีเมลที่คุณเคยลงทะเบียนไว้