ประกายดาวแห่งวงการไฮไฟ !! รีวิว Wharfedale MovieStar DX-1 HCP

ตามสภาวะเศรษฐกิจถดถอยแบบนี้ผู้บริโภคในวงการเครื่องเสียงอย่างเราๆยิ่งจะต้องไตร่ตรองเลือกสินค้าให้ดี จะซื้อแพงเกินตัวก็กลัวจะเป็นภาระหนักแทนที่จะมีความสุขกับความบันเทิงภายในบ้าน ฉะนั้นแล้ววันนี้ผมจะมาแนะนำชุดโฮมเธียเตอร์ 5.1 แชนแนลไซส์เล็กๆ อย่าง Wharfedale“MovieStar” DX-1 HCP ให้ทุกท่านได้รับชมกัน นับว่าเป็นครั้งแรกของแบรนด์นี้บนเว็บเราก็ว่าได้ครับ

Wharfedale เป็นแบรนด์ลำโพงชื่อดังจากเกาะอังกฤษ โด่งดังจากเซ็ตลำโพงที่ขึ้นชื่ออย่าง “Jade Series” และ “Diamond Series”(ซึ่งจะได้รับชมรีวิวเร็วๆนี้) ด้วยสไตล์เสียงนุ่มนวลอันเป็นเอกลักษณ์ พร้อมงานประกอบประณีตงดงามดูดีเกินราคา สำหรับซีรี่ย์ DX-1 HCP หรือ Home Cinema Package นั้นถูกออกแบบมาเพื่อตอบสนองผู้ใช้ที่มีเนื้อที่การใช้งานที่ค่อนข้างจำกัด ด้วยขนาดเล็กกระทัดรัดจึงสามารถจัดเข้าเซ็ตเฟอร์นิเจอร์ได้ไม่ยาก ส่วนประสิทธิภาพนั้นทาง Wharfedale การันตีว่ามี DNA เดียวกันกับ Diamond 10.1 ที่ขายดิบขายดีในหลายประเทศ ซึ่งก็ต้องมาดูกันต่อในรีวิวนี้ครับผมว่าจะเป็นเช่นไร
Wharfedale DX-1 HCP Specification
– 5.1 Channel Home Theater Package
– High power subwoofer driven by built-in 150W Class D amplifier
– Adjustable crossover for excellent system control
– Silk dome tweeter with high frequency response
ราคาโปรโมชั่น 17,900 บาท
Design – การออกแบบ
บอกเลยนะครับว่า Wharfedale MovieStar เซ็ตนี้ถึงแม้จะเป็นเซ็ตลำโพงราคาไม่ค่อยแรง แต่ดูผิวเผินภายนอกแล้วจะเห็นถึงความโฉบเฉี่ยวในการออกแบบเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะเซ็ตสีขาวที่เราได้มาทดสอบนี้ เมื่อลองเทียบสีที่ตัดกับตัวไดร์เวอร์ทำให้ดูน่าหลงใหลมากยิ่งขึ้น

มาดูที่แซทเทิลไลท์ DX-1 Satellite ครับผม ใช้ไดร์เวอร์เบสขนาด 75mm เป็นลำโพงสองทาง
ตอบสนองความถี่ได้ 120Hz-20kHz ตัวตู้เคลือบเงาสีขาวสวยมาอย่างดี

ตัวทวีตเตอร์เป็นโดมผ้าขนาด 19mm ต้องดูแลกันดีๆหน่อยเพราะค่อนข้างจะบอบบางนะครับผม
ตัวหน้ากากผ้าสีดำสามารถถอดออกได้ เป็นแบบสลักเสียบลงไปในรูที่เห็นด้านบนครับ
สำหรับคู่หน้าซ้ายขวา และคู่หลังเซอร์ราวด์จะใช้ DX-1 Satellite เหมือนกันหมด 4 ตัวเลยครับ

ด้านหลังเป็นขั้วต่อสายลำโพงแบบไบน์ดิ้งโพสต์และสลักสำหรับยึดผนัง

ทางด้านนี้เป็น DX-1 Centre เป็นลำโพงสองทางเช่นเดียวกัน
ใช้ไดร์เวอร์เบสและทวีตเตอร์ขนาดเท่ากันกับ DX-1 Satellite ต่างกันที่จำนวนไดร์เวอร์เบสที่มีมากกว่า

ตัว DX-1 สามารถตอบสนองความถี่ต่ำได้ที่ 80Hz-20kHz
เปิดหน้ากากออกละดูดุดันอย่างที่ผมบอกใช่ไหมครับ แม้จะเป็นตัวตู้สีขาวก็ตาม

ด้านหลังตัว DX-1 Centre จะเป็นขั้วเสียบสายลำโพง และท่อยิงเบสพร้อมโฟมอุด
ในกรณีที่เบสล้นจนเกินไป

ซับวูฟเฟอร์ใช้ไดร์เวอร์เบสขนาด 200mm ตอบสนองความถี่ได้ 20-200Hz
เป็นแอคทีฟซับวูฟเฟอร์ที่มีแอมป์ขับในตัวครับ (Class AB)

ด้านหลังเป็นตัวหมุนปรับระดับเสียง,เฟส,จุดตัดความถี่ และช่องเสียบสายสัญญาณแบบ RCA
นอกจากนี้ยังมีสวิตช์เปิด-ปิด และช่องเสียบสายไฟแบบ IEC ลักษณะท่อลมเป็นแบบยิงออกหลัง
ต้องระวังอย่าให้วางชิดผนังจนเกินไป ไม่งั้นเบสจะบวมได้ครับผม

ถ่ายรูปหมู่รวมๆอีกซักทีเป็นที่ระลึก เป็นเซ็ตที่ดูภายนอกสีขาวจะออกแนวเรียบๆ
แต่พอเปิดหน้ากากโชว์ไดร์เวอร์ละภายในดุดันน่าค้นหา ซึ่งเราจะได้มาค้นหากันแน่นอนครับ
Connectivity – ช่องต่อ


สำหรับช่องต่อในเซ็ตลำโพงก็ไม่มีอะไรมากครับ อย่างตัว DX-1 Satellite,Centre ก็มีอย่างเดียวคือช่องเสียบสายลำโพง
แบบไบน์ดิ้งโพสต์ ที่ค่อนข้างจะได้เปรียบคู่แข่งพอสมควร เพราะมีจุดยืดหยุ่นในการอัพเกรดที่มากกว่า
เพราะเราสามารถใช้สายที่มีขนาดใหญ่ขึ้นที่เข้าหัวสำเร็จมาเสียบได้ ในขณะที่คู่แข่งเป็นแบบสปริงหนีบ
จะใช้ได้แต่สายขนาดเล็กเท่านั้น

ในส่วนของซับวูฟเฟอร์ก็เป็นช่องเสียบสายสัญญาณ RCA อย่างที่เห็นครับผม อยากเสียบสองช่อง
หรืออยากเสียบแค่ช่องเดียวก็จัดไป ตามอัธยาศัยและกำลังทรัพย์
Setup – การติดตั้ง
การติดตั้งลำโพงเซ็ตนี้นั้นสามารถทำได้เองง่ายๆไม่ได้ยากอย่างที่คิดถ้าเกิดใครอยากจะลองวางเอง หลังจากเราได้แกะลำโพงออกมาจากกล่องเรียบร้อยแล้ว ก็เริ่มมาจัดวางในตำแหน่งด้านล่างแล้วเสียบสายเลยครับ โดยผมจะอ้างอิงแบบ 5.1 แชนแนลตามที่ลำโพงเซ็ตนี้ได้ออกแบบมาครับ ทว่าจุดสำคัญอยู่ที่ฐานรองใต้ลำโพงครับ เราควรที่จะหาปุ่มยางรองกันกระแทกมาแปะไว้ที่ใต้ฐานสักเล็กน้อย เพื่อทอนแรงสั่นจากการขับเสียงของลำโพง

สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามสะดวกครับผม โดยจุดสำคัญจะอยู่ที่ลำโพงคู่หน้าครับที่เป็นตัวกำหนดขนาดเวทีเสี่ยง
หากรู้สึกว่าลำโพงมีการโฟกัสมากเกินไปให้ขยับห่างจากกัน แต่ถ้าเกิดรู้สึกว่ากลางหลวมให้ขยับเข้าหากันครับ
ในที่นี้ขอเสริมเรื่องการวางลำโพงนิดนึงครับ สำหรับท่านที่แขวนผนังก็สามารถนำลำโพงทั้ง 5 ตัวยึดกับตัวแขวนผนังและจัดการติดตั้งได้เลย แต่สำหรับท่านใดที่ไม่อยากเจาะผนังให้เป็นรูก็สามารถวางกับขาตั้งได้เช่นเดียวกันครับ แต่ว่าเราต้องทำการยึดลำโพงติดกับขาตั้งให้มั่นคงด้วยดินน้ำมันวิทยาศาสตร์ครับผม ซึ่งในจุดนี้นอกจากจะช่วยเรื่องความปลอดภัยกันลำโพงร่วงหล่นจากขาตั้งแล้ว ยังช่วยลดแรงสั่นที่ลำโพงกระทำต่อพื้นผิวซึ่งจะไปทอนคุณภาพเสียงให้แย่ลงอีกด้วย


คู่แท้ประจำเซ็ต DX-1 HCP สำหรับท่านที่อยากจะวางลำโพงกับขาตั้งครับผม
ยางรองใต้ฐานลำโพง และขาตั้งจาก Wharfedale
นอกจากการจัดวางลำโพงแล้วการปรับตัั้งค่าที่แอมป์ก็เป็นเรื่องสำคัญในการติดตั้งชุดลำโพงชุดนี้เหมือนกัน ด้วยความที่ลำโพงที่ขับเสียงหลักของเซ็ตนี้ที่เรียกว่าลำโพงแซทเทิลไลท์ มีช่วงการตอบสนองความถี่ที่จำกัดอันเกิดมาจากขนาดตัวที่เล็ก จึงมีความสามารถด้อยกว่าไม่เหมือนกับลำโพงตั้งพื้น(Floorstanding) ที่มีไดร์เวอร์ครบช่วงกว่า ฉะนั้นเราจึงจะต้องตั้งค่าที่ตัว A/V Receiver เพื่อตัดความถี่เสียงต่ำบางย่านไปให้กับซับวูฟเฟอร์ช่วยขับออกมาครับผม

สเปคลำโพงแซทเทิลไลท์และเซ็นเตอร์ตามอัตราการตอบสนองความถี่
ค่าที่สำคัญอย่างอื่น นอกเหนือจากจุดตัดความถี่แล้วยังเป็นระดับความดัง และระยะห่างระหว่างลำโพงจากจุดนั่งฟัง ซึ่งในจุดนี้เราอาจจะต้องพึ่งเครื่องมือสักเล็กน้อยในการวัดค่าสองค่าดังกล่าว โดยส่วนใหญ่แล้วผมจะใช้ Sound Level Meter (เครื่องวัดระดับเสียง) กับตลับเมตร เป็นเครื่องมือสำหรับการตั้งค่าสองอย่างนี้แบบแมน่วล แต่ถ้าเกิดว่าแอมป์ในบ้านใครที่มีระบบ Auto Calibration อย่าง YPAO(Yamaha) หรือ Audyssey(Onkyo,Marantz,etc.) ก็สามารถหยิบมาใช้งานได้เช่นเดียวกัน ซึ่งระบบดังกล่าวจะจัดการเรื่องค่าต่างๆให้เราแบบอัตโนมัติ แค่คุณทำห้องให้เงียบๆตามคำแนะนำก็พอครับ
Sound – เสียง
Wharfedale DX-1 HCP มีชื่อเรียกสั้นๆว่า “MovieStar” เข้าใจว่าทาง Wharfedale น่าจะดีไซน์เซ็ต 5.1 แชนแนลเซ็ตนี้มาเพื่อการดูหนังอย่างจริงจังเป็นแน่แท้ ฉะนั้นผมจึงจะขอเริ่มการทดสอบในครั้งนี้ด้วยภาพยนตร์ในฟอร์แมต Blu-ray ก่อนกันเลยละกันครับผม สำหรับเซ็ตที่ใช้ทดสอบคู่กันนั้นผมใช้เพลเยอร์ OPPO BDP-95 เก่าแต่ยังเก๋า ขับจากแอมป์ Onkyo TX-NR727 ตัวใหม่ที่เพิ่งส่งมาให้เราทดสอบ ทั้งหมดนี้จัดเซ็ตเข้าชุดกันอยู่ใน “ห้องเหม็น” ห้องทดสอบเครื่องเสียงขาประจำของเรา

เข้าเซ็ตกันแล้วก็ดูหล่อไม่ใช่ย่อย เปิดหน้ากากโชว์ความอลังไปเลย
เริ่มต้นทดสอบด้วย Kung Fu Panda แอนิเมชั่นสุดสนุกที่มาในระบบเสียง Dolby TrueHD มีหลายฉากให้เราเลือกใช้มากแต่ผมขอเริ่มฟังด้วยฉากสะพานแขวนที่ มีการซัดรัวหมัดกันอิรุงตุงนัง ซึ่งเสียงเบสในจังหวะตุ้บตั้บนั้นกระชับฉับไวตอบสนองดีมากครับ ต่อด้วยเรื่อง Life of Pi ในฉากปลาบินได้ที่มีเสียงเฟี้ยวฟ้าวให้แชนแนลหลังได้ทำงานกันบ้าง มิติเสียงออกมาค่อนข้างดีครับซ้ายขวาหน้าหลัง ปลาที่บินขึ้นมาและพุ่งผ่านพระเอกไป DX-1 เซ็ตนี้จัดจำลองเสียงขึ้นมาให้เราเข้าไปอยู่ในเหตุการณ์ยังไงอย่างนั้น
ยังคงเทสต์ภาพยนตร์ต่อครับผมด้วยภาพยนตร์เรื่อง Red ที่แอ็คชั่นกระจุยกระจายตามสไตล์คนอึด บรูซ วิลลิส ฉากที่เลือกใช้ก็คือ จังหวะที่หน่วยคอมมานโดเข้าถล่มบ้านพักของเฮียบรูซ เพื่อผมเลือกที่เน้นฟังจังหวะการยิงถล่มและระเบิดซึ่งจากผลลัพธ์ผมก็คอจะเดาสไตล์เสียงของเซ็ตลำโพง Wharfedale DX-1 เซ็ตนี้ได้คร่าวๆ ว่าเป็นลำโพงสไตล์ Punchy หรือมีแรงปะทะที่ชัดเจน ปลายเสียงไม่แผดสว่างมาก เสียงกลางกลมมนมีเนื้อเสียงให้ได้สัมผัสจับต้องได้ เรื่องเสียงต่ำแน่นอนว่าซับวูฟเฟอร์เรากระชับใช้ได้ ในจังหวะเสียงเบสที่รัวๆกันออกมายังคงสัมผัสแยกจากกันเป็นลูกๆชัดเจนอยู่ ไม่เกาะกลุ่มอื้ออึง เรียกว่าเกิดมาเพื่อดูหนังได้อย่างดีจริงๆสำหรับ MovieStar เซ็ตนี้

ดูหนังกันจนอิ่มไปแล้ว มาลองฟังเพลงกันบ้างครับ เช่นเคยนะครับว่าลำโพงคู่หน้าของเราซึ่งเป็นหัวใจหลักในการฟังเพลงเป็นแซทเทิลไลท์ขนาดเล็ก ซึ่งมีอัตราการตอบสนองที่ไม่กว้างเท่ากับแบบตั้งพื้นซึ่งมีไดร์เวอร์ครบช่วง ฉะนั้นการฟังเพลงเราจึงต้องฟังแบบสเตอริโอ 2.1 แชนแนลเปิดซับวูฟเฟอร์ช่วยเพื่อเก็บฐานเสียงต่ำมิฉะนั้นแล้วการเปิดแซทเทิลไลท์สองตัวโดดๆ เสียงจะออกมาบางจ๋อยฟังแล้วไม่สนุกครับผม
ผมเริ่มฟังด้วยเพลงคลาสสิค Vivaldi 4 Seasons ของ Mariko Senju ความใหญ่ของเวทีที่โอบล้อมทำได้ค่อนข้างดีครับ อิมเมจของเวทีเสียงที่มีวงออเครสต้าบรรเลงโผล่ขึ้นมาให้เห็นลางๆ เปลี่ยนแนวต่อด้วย Pop Acoustic – Platinum Records ที่เป็นงานคัฟเวอร์เพลงฮิตติดชาร์ทผ่านเสียงร้องใสๆกับดนตรีเบาๆ เพื่อฟังความหวานของเสียงร้อง ต่อเนื่องด้วย Tay Kewei สาวเจ้าของเสียงระดับออดิโอไฟล์ จากการฟังต่อเนื่องกันความหวานของเสียงร้องที่เซ็ตนี้ขับออกมาไม่ได้เปิดแหลมพุ่งปะทะ ตัวโน้ตน้ำเสียงที่ได้ยินจะเป็นเอกลักษณ์กลมๆมนๆ ในสไตล์สุภาพแบบอังกฤษแท้ๆเลย

เปลี่ยนอารมณ์มาฟัง Brent Lewis เพื่อฟังจังหวะกลองโจ๊ะๆ และเสียงเบสตึ่มตึ๊มทดสอบความสนุกที่เซ็ตนี้ให้เราได้ตามประสาคนชอบเสพย์เสียงเบสของผม ต่อด้วยเพลงร็อคแบบ Dream Theater, Aerosmith, 30 Seconds to Mar และอีกหลากหลายวงร็อคที่สรรหามาฟังได้ ซึ่งหลังจากนั้นจะพอสรุปคร่าวๆได้ว่าเบสที่ออกมาจาก ซับวูฟเฟอร์ลูกขาวสวยลูกนี้ค่อนข้างมีแรงปะทะชัดเจนอยู่ แต่จะให้ล้วงลึกถึงทรวงก็คงจะยังไม่ลึกมากมายอะไรนัก ทว่าหากเทียบขนาดลูกเบสที่ถูกยิงออกมากับขนาดตัวแล้ว ผมว่าซับตัวนี้ให้น้ำหนักเสียงที่สะเด่าเกินขนาดตัวมากเลย บอกตรงๆตามประสาคนชอบเบสเลยว่าประทับใจมากๆครับ

ห้องนั่งเล่นธรรมดาก็ยังให้เสียงที่เป็นสไตล์เดียวกันกับห้องทดสอบครับ
เพียงแต่ว่าควรจะต้องระวังเรื่องปริมาณเบสกันสักนิดนึง ยิ่งวางใกล้ผนังยิ่งมาแยะ เพราะซับเราเป็นแบบยิงออกหลังนั่นเอง
Conclusion – สรุป
อยากจะบอกว่า Wharfedale MovieStar DX-1 HCP เซ็ตนี้ให้ประสิทธิภาพเสียงที่เกินขนาดตัวและเกินราคาพอสมควรครับ เริ่มจากการดูหนังก่อนเลยให้เสียงสนุกเร้าใจ จังหวะเซอร์ราวด์ออกน้ำหนักชัดเจนมิติที่จำลองขึ้นมารับรู้สัมผัสได้ไม่ต้องเพ่งสมาธิค้นหา ซับวูฟเฟอร์จำแลงลูกระเบิดออกมาปะทะจะๆ เป็น Movie Star ที่ผมประทับใจมิใช่น้อย เมื่อสลับสับเปลี่ยนมาลองฟังเพลงแบบ 2.1 แชนแนล เนื้อเสียงที่ออกมายังคงชัดเจน ทว่าปลายเสียงไม่ทอดตัวยาวเท่าไรนัก มีลักษณะกลมมน ไม่เปิดสว่างสาดแสง แต่ก็เป็นข้อดีที่เราสามารถอยู่กับเครื่องเสียงเซ็ตนี้ได้ค่อนข้างนาน เนื่องจากฟังแล้วไม่เครียดเท่าเซ็ตที่เสียงแผดพุ่งครับผม

นอกจากประสิทธิภาพเสียงที่เป็นปัจจัยหลักในการเลือกซื้อแล้ว ความสามารถในการอัพเกรดต่อยอดยังคงเป็นอีกหนึ่งข้อพิจารณาที่ไม่ควรมองข้าม สำหรับเซ็ต DX-1 ลำโพงแซทเทิลไลท์และเซ็นเตอร์ทั้งหมดใช้ขั้วต่อสายแบบไบน์ดิ้งโพสต์ ซึ่งมีข้อดีที่สามารถอัพเกรดสายสัญญาณเพิ่มเติมได้ อย่างที่ออฟฟิศเราได้ใช้สายลำโพงที่เส้นใหญ่ขึ้น(ขนาด 12 AWG) ทำให้เนื้อเสียงที่ได้รับจะมีความอิ่มแน่นชัดเจนขึ้น ซึ่งเป็นข้อได้เปรียบเหนือคู่แข่ง ที่ทำให้ DX-1 เซ็ตนี้เป็นชุดโฮมฯขนาดเล็กที่เทียบเซ็ตลำโพงใหญ่ได้ไม่ยากเย็น ในระดับราคาทัดเทียมกัน ไฮลี่เร็คคอมเม็นเด็ดครับ !!!
LIKE
– น้ำหนักเสียงแน่นเกินขนาด ซับวูฟเฟอร์กระชับเก็บตัวเร็ว ฟังสนุกฟังได้นาน
– งานประกอบสวยงามปราณีต สีดำก็ดุดัน สีขาวก็หรูงดงาม คุ้มราคาไม่ใช่น้อย
– ลำโพงทั้ง 5 ตัวใช้ขั้วต่อสายลำโพงแบบไบน์ดิ้งโพสต์ สร้างความยืดหยุ่นในการอัพเกรดประสิทธิภาพสายสัญญาณในอนาคตได้
DISLIKE OR SUGGESTIONS
– ปลายเสียงไม่เปิดสว่าง ค่อนข้างติดขุ่นนิดๆ ตามสไตล์ลำโพงจากอังกฤษครับ
– บางจังหวะก็เกิดอาการเบสล้นได้เช่นเดียวกัน เนื่องจากซับวูฟเฟอร์มีท่อยิงออกด้านหลัง ถ้าวางติดผนังมากเกินไปจะทำให้เบสล้นออกมาได้
– การถอดใส่หน้ากากลำโพงต้องระมัดระวังสักหน่อย เพื่อมิให้สลักพลาสติกขนาดเล็กหัก

Wharfedale MovieStar DX-1 HCP
5.1 Channel Home Theater In The Box
ราคาโปรโมชั่น 17,900 บาท

ขอขอบคุณร้านไฮไฟทาวเวอร์(HiFi Tower) ร้านขายเครื่องเสียงที่ใหญ่ที่สุดในย่านฝั่งธน
โทร. 02-8817273-7 ที่เอื้อเฟื้ออุปกรณ์ในการทดสอบครั้งนี้ด้วยครับ