ข้ามไปที่เนื้อหา
|

ประกายดาวแห่งวงการไฮไฟ !! รีวิว Wharfedale MovieStar DX-1 HCP

เขียนโดย: EDITOR LCDTVTHAILAND โพสต์เมื่อ: 19 Jan 2026 0 ความคิดเห็น

ตามสภาวะเศรษฐกิจถดถอยแบบนี้ผู้บริโภคในวงการเครื่องเสียงอย่างเราๆยิ่งจะต้องไตร่ตรองเลือกสินค้าให้ดี จะซื้อแพงเกินตัวก็กลัวจะเป็นภาระหนักแทนที่จะมีความสุขกับความบันเทิงภายในบ้าน ฉะนั้นแล้ววันนี้ผมจะมาแนะนำชุดโฮมเธียเตอร์ 5.1 แชนแนลไซส์เล็กๆ อย่าง WharfedaleMovieStar” DX-1 HCP ให้ทุกท่านได้รับชมกัน นับว่าเป็นครั้งแรกของแบรนด์นี้บนเว็บเราก็ว่าได้ครับ

Wharfedale เป็นแบรนด์ลำโพงชื่อดังจากเกาะอังกฤษ โด่งดังจากเซ็ตลำโพงที่ขึ้นชื่ออย่าง “Jade Series” และ “Diamond Series”(ซึ่งจะได้รับชมรีวิวเร็วๆนี้) ด้วยสไตล์เสียงนุ่มนวลอันเป็นเอกลักษณ์ พร้อมงานประกอบประณีตงดงามดูดีเกินราคา สำหรับซีรี่ย์ DX-1 HCP หรือ Home Cinema Package นั้นถูกออกแบบมาเพื่อตอบสนองผู้ใช้ที่มีเนื้อที่การใช้งานที่ค่อนข้างจำกัด ด้วยขนาดเล็กกระทัดรัดจึงสามารถจัดเข้าเซ็ตเฟอร์นิเจอร์ได้ไม่ยาก ส่วนประสิทธิภาพนั้นทาง Wharfedale การันตีว่ามี DNA เดียวกันกับ Diamond 10.1 ที่ขายดิบขายดีในหลายประเทศ ซึ่งก็ต้องมาดูกันต่อในรีวิวนี้ครับผมว่าจะเป็นเช่นไร

Wharfedale DX-1 HCP Specification
– 5.1 Channel Home Theater Package
– High power subwoofer driven by built-in 150W Class D amplifier
– Adjustable crossover for excellent system control
– Silk dome tweeter with high frequency response

ราคาโปรโมชั่น 17,900 บาท

Design – การออกแบบ

บอกเลยนะครับว่า Wharfedale MovieStar เซ็ตนี้ถึงแม้จะเป็นเซ็ตลำโพงราคาไม่ค่อยแรง แต่ดูผิวเผินภายนอกแล้วจะเห็นถึงความโฉบเฉี่ยวในการออกแบบเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะเซ็ตสีขาวที่เราได้มาทดสอบนี้ เมื่อลองเทียบสีที่ตัดกับตัวไดร์เวอร์ทำให้ดูน่าหลงใหลมากยิ่งขึ้น

มาดูที่แซทเทิลไลท์ DX-1 Satellite ครับผม ใช้ไดร์เวอร์เบสขนาด 75mm เป็นลำโพงสองทาง
ตอบสนองความถี่ได้ 120Hz-20kHz ตัวตู้เคลือบเงาสีขาวสวยมาอย่างดี

ตัวทวีตเตอร์เป็นโดมผ้าขนาด 19mm ต้องดูแลกันดีๆหน่อยเพราะค่อนข้างจะบอบบางนะครับผม
ตัวหน้ากากผ้าสีดำสามารถถอดออกได้ เป็นแบบสลักเสียบลงไปในรูที่เห็นด้านบนครับ
สำหรับคู่หน้าซ้ายขวา และคู่หลังเซอร์ราวด์จะใช้ DX-1 Satellite เหมือนกันหมด 4 ตัวเลยครับ

ด้านหลังเป็นขั้วต่อสายลำโพงแบบไบน์ดิ้งโพสต์และสลักสำหรับยึดผนัง

ทางด้านนี้เป็น DX-1 Centre เป็นลำโพงสองทางเช่นเดียวกัน
ใช้ไดร์เวอร์เบสและทวีตเตอร์ขนาดเท่ากันกับ DX-1 Satellite ต่างกันที่จำนวนไดร์เวอร์เบสที่มีมากกว่า

ตัว DX-1 สามารถตอบสนองความถี่ต่ำได้ที่ 80Hz-20kHz
เปิดหน้ากากออกละดูดุดันอย่างที่ผมบอกใช่ไหมครับ แม้จะเป็นตัวตู้สีขาวก็ตาม

ด้านหลังตัว DX-1 Centre จะเป็นขั้วเสียบสายลำโพง และท่อยิงเบสพร้อมโฟมอุด
ในกรณีที่เบสล้นจนเกินไป

ซับวูฟเฟอร์ใช้ไดร์เวอร์เบสขนาด 200mm ตอบสนองความถี่ได้ 20-200Hz
เป็นแอคทีฟซับวูฟเฟอร์ที่มีแอมป์ขับในตัวครับ (Class AB)

ด้านหลังเป็นตัวหมุนปรับระดับเสียง,เฟส,จุดตัดความถี่ และช่องเสียบสายสัญญาณแบบ RCA
นอกจากนี้ยังมีสวิตช์เปิด-ปิด และช่องเสียบสายไฟแบบ IEC ลักษณะท่อลมเป็นแบบยิงออกหลัง
ต้องระวังอย่าให้วางชิดผนังจนเกินไป ไม่งั้นเบสจะบวมได้ครับผม

ถ่ายรูปหมู่รวมๆอีกซักทีเป็นที่ระลึก เป็นเซ็ตที่ดูภายนอกสีขาวจะออกแนวเรียบๆ
แต่พอเปิดหน้ากากโชว์ไดร์เวอร์ละภายในดุดันน่าค้นหา ซึ่งเราจะได้มาค้นหากันแน่นอนครับ

Connectivity – ช่องต่อ

สำหรับช่องต่อในเซ็ตลำโพงก็ไม่มีอะไรมากครับ อย่างตัว DX-1 Satellite,Centre ก็มีอย่างเดียวคือช่องเสียบสายลำโพง
แบบไบน์ดิ้งโพสต์ ที่ค่อนข้างจะได้เปรียบคู่แข่งพอสมควร เพราะมีจุดยืดหยุ่นในการอัพเกรดที่มากกว่า
เพราะเราสามารถใช้สายที่มีขนาดใหญ่ขึ้นที่เข้าหัวสำเร็จมาเสียบได้ ในขณะที่คู่แข่งเป็นแบบสปริงหนีบ
จะใช้ได้แต่สายขนาดเล็กเท่านั้น

ในส่วนของซับวูฟเฟอร์ก็เป็นช่องเสียบสายสัญญาณ RCA อย่างที่เห็นครับผม อยากเสียบสองช่อง
หรืออยากเสียบแค่ช่องเดียวก็จัดไป ตามอัธยาศัยและกำลังทรัพย์

Setup – การติดตั้ง

การติดตั้งลำโพงเซ็ตนี้นั้นสามารถทำได้เองง่ายๆไม่ได้ยากอย่างที่คิดถ้าเกิดใครอยากจะลองวางเอง หลังจากเราได้แกะลำโพงออกมาจากกล่องเรียบร้อยแล้ว ก็เริ่มมาจัดวางในตำแหน่งด้านล่างแล้วเสียบสายเลยครับ โดยผมจะอ้างอิงแบบ 5.1 แชนแนลตามที่ลำโพงเซ็ตนี้ได้ออกแบบมาครับ ทว่าจุดสำคัญอยู่ที่ฐานรองใต้ลำโพงครับ เราควรที่จะหาปุ่มยางรองกันกระแทกมาแปะไว้ที่ใต้ฐานสักเล็กน้อย เพื่อทอนแรงสั่นจากการขับเสียงของลำโพง

ตัวอย่างการวางลำโพง 5 ตัวในแบบ 5.1 แชนแนล ซึ่งตัวเลขด้านบนเป็นเพียงการจำลองคร่าวๆครับผม
สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามสะดวกครับผม โดยจุดสำคัญจะอยู่ที่ลำโพงคู่หน้าครับที่เป็นตัวกำหนดขนาดเวทีเสี่ยง
หากรู้สึกว่าลำโพงมีการโฟกัสมากเกินไปให้ขยับห่างจากกัน แต่ถ้าเกิดรู้สึกว่ากลางหลวมให้ขยับเข้าหากันครับ

ในที่นี้ขอเสริมเรื่องการวางลำโพงนิดนึงครับ สำหรับท่านที่แขวนผนังก็สามารถนำลำโพงทั้ง 5 ตัวยึดกับตัวแขวนผนังและจัดการติดตั้งได้เลย แต่สำหรับท่านใดที่ไม่อยากเจาะผนังให้เป็นรูก็สามารถวางกับขาตั้งได้เช่นเดียวกันครับ แต่ว่าเราต้องทำการยึดลำโพงติดกับขาตั้งให้มั่นคงด้วยดินน้ำมันวิทยาศาสตร์ครับผม ซึ่งในจุดนี้นอกจากจะช่วยเรื่องความปลอดภัยกันลำโพงร่วงหล่นจากขาตั้งแล้ว ยังช่วยลดแรงสั่นที่ลำโพงกระทำต่อพื้นผิวซึ่งจะไปทอนคุณภาพเสียงให้แย่ลงอีกด้วย

คู่แท้ประจำเซ็ต DX-1 HCP สำหรับท่านที่อยากจะวางลำโพงกับขาตั้งครับผม
ยางรองใต้ฐานลำโพง และขาตั้งจาก Wharfedale

นอกจากการจัดวางลำโพงแล้วการปรับตัั้งค่าที่แอมป์ก็เป็นเรื่องสำคัญในการติดตั้งชุดลำโพงชุดนี้เหมือนกัน ด้วยความที่ลำโพงที่ขับเสียงหลักของเซ็ตนี้ที่เรียกว่าลำโพงแซทเทิลไลท์ มีช่วงการตอบสนองความถี่ที่จำกัดอันเกิดมาจากขนาดตัวที่เล็ก จึงมีความสามารถด้อยกว่าไม่เหมือนกับลำโพงตั้งพื้น(Floorstanding) ที่มีไดร์เวอร์ครบช่วงกว่า ฉะนั้นเราจึงจะต้องตั้งค่าที่ตัว A/V Receiver เพื่อตัดความถี่เสียงต่ำบางย่านไปให้กับซับวูฟเฟอร์ช่วยขับออกมาครับผม

สเปคลำโพงแซทเทิลไลท์และเซ็นเตอร์ตามอัตราการตอบสนองความถี่

ค่าที่สำคัญอย่างอื่น นอกเหนือจากจุดตัดความถี่แล้วยังเป็นระดับความดัง และระยะห่างระหว่างลำโพงจากจุดนั่งฟัง ซึ่งในจุดนี้เราอาจจะต้องพึ่งเครื่องมือสักเล็กน้อยในการวัดค่าสองค่าดังกล่าว โดยส่วนใหญ่แล้วผมจะใช้ Sound Level Meter (เครื่องวัดระดับเสียง) กับตลับเมตร เป็นเครื่องมือสำหรับการตั้งค่าสองอย่างนี้แบบแมน่วล แต่ถ้าเกิดว่าแอมป์ในบ้านใครที่มีระบบ Auto Calibration อย่าง YPAO(Yamaha) หรือ Audyssey(Onkyo,Marantz,etc.) ก็สามารถหยิบมาใช้งานได้เช่นเดียวกัน ซึ่งระบบดังกล่าวจะจัดการเรื่องค่าต่างๆให้เราแบบอัตโนมัติ แค่คุณทำห้องให้เงียบๆตามคำแนะนำก็พอครับ

Sound – เสียง

Wharfedale DX-1 HCP มีชื่อเรียกสั้นๆว่า “MovieStar” เข้าใจว่าทาง Wharfedale น่าจะดีไซน์เซ็ต 5.1 แชนแนลเซ็ตนี้มาเพื่อการดูหนังอย่างจริงจังเป็นแน่แท้ ฉะนั้นผมจึงจะขอเริ่มการทดสอบในครั้งนี้ด้วยภาพยนตร์ในฟอร์แมต Blu-ray ก่อนกันเลยละกันครับผม สำหรับเซ็ตที่ใช้ทดสอบคู่กันนั้นผมใช้เพลเยอร์ OPPO BDP-95 เก่าแต่ยังเก๋า ขับจากแอมป์ Onkyo TX-NR727 ตัวใหม่ที่เพิ่งส่งมาให้เราทดสอบ ทั้งหมดนี้จัดเซ็ตเข้าชุดกันอยู่ใน “ห้องเหม็น” ห้องทดสอบเครื่องเสียงขาประจำของเรา

เข้าเซ็ตกันแล้วก็ดูหล่อไม่ใช่ย่อย เปิดหน้ากากโชว์ความอลังไปเลย

เริ่มต้นทดสอบด้วย Kung Fu Panda แอนิเมชั่นสุดสนุกที่มาในระบบเสียง Dolby TrueHD มีหลายฉากให้เราเลือกใช้มากแต่ผมขอเริ่มฟังด้วยฉากสะพานแขวนที่ มีการซัดรัวหมัดกันอิรุงตุงนัง ซึ่งเสียงเบสในจังหวะตุ้บตั้บนั้นกระชับฉับไวตอบสนองดีมากครับ ต่อด้วยเรื่อง Life of Pi ในฉากปลาบินได้ที่มีเสียงเฟี้ยวฟ้าวให้แชนแนลหลังได้ทำงานกันบ้าง มิติเสียงออกมาค่อนข้างดีครับซ้ายขวาหน้าหลัง ปลาที่บินขึ้นมาและพุ่งผ่านพระเอกไป DX-1 เซ็ตนี้จัดจำลองเสียงขึ้นมาให้เราเข้าไปอยู่ในเหตุการณ์ยังไงอย่างนั้น

ยังคงเทสต์ภาพยนตร์ต่อครับผมด้วยภาพยนตร์เรื่อง Red ที่แอ็คชั่นกระจุยกระจายตามสไตล์คนอึด บรูซ วิลลิส ฉากที่เลือกใช้ก็คือ จังหวะที่หน่วยคอมมานโดเข้าถล่มบ้านพักของเฮียบรูซ เพื่อผมเลือกที่เน้นฟังจังหวะการยิงถล่มและระเบิดซึ่งจากผลลัพธ์ผมก็คอจะเดาสไตล์เสียงของเซ็ตลำโพง Wharfedale DX-1 เซ็ตนี้ได้คร่าวๆ ว่าเป็นลำโพงสไตล์ Punchy หรือมีแรงปะทะที่ชัดเจน ปลายเสียงไม่แผดสว่างมาก เสียงกลางกลมมนมีเนื้อเสียงให้ได้สัมผัสจับต้องได้ เรื่องเสียงต่ำแน่นอนว่าซับวูฟเฟอร์เรากระชับใช้ได้ ในจังหวะเสียงเบสที่รัวๆกันออกมายังคงสัมผัสแยกจากกันเป็นลูกๆชัดเจนอยู่ ไม่เกาะกลุ่มอื้ออึง เรียกว่าเกิดมาเพื่อดูหนังได้อย่างดีจริงๆสำหรับ MovieStar เซ็ตนี้

ดูหนังกันจนอิ่มไปแล้ว มาลองฟังเพลงกันบ้างครับ เช่นเคยนะครับว่าลำโพงคู่หน้าของเราซึ่งเป็นหัวใจหลักในการฟังเพลงเป็นแซทเทิลไลท์ขนาดเล็ก ซึ่งมีอัตราการตอบสนองที่ไม่กว้างเท่ากับแบบตั้งพื้นซึ่งมีไดร์เวอร์ครบช่วง ฉะนั้นการฟังเพลงเราจึงต้องฟังแบบสเตอริโอ 2.1 แชนแนลเปิดซับวูฟเฟอร์ช่วยเพื่อเก็บฐานเสียงต่ำมิฉะนั้นแล้วการเปิดแซทเทิลไลท์สองตัวโดดๆ เสียงจะออกมาบางจ๋อยฟังแล้วไม่สนุกครับผม

ผมเริ่มฟังด้วยเพลงคลาสสิค Vivaldi 4 Seasons ของ Mariko Senju ความใหญ่ของเวทีที่โอบล้อมทำได้ค่อนข้างดีครับ อิมเมจของเวทีเสียงที่มีวงออเครสต้าบรรเลงโผล่ขึ้นมาให้เห็นลางๆ เปลี่ยนแนวต่อด้วย Pop Acoustic – Platinum Records ที่เป็นงานคัฟเวอร์เพลงฮิตติดชาร์ทผ่านเสียงร้องใสๆกับดนตรีเบาๆ เพื่อฟังความหวานของเสียงร้อง ต่อเนื่องด้วย Tay Kewei สาวเจ้าของเสียงระดับออดิโอไฟล์ จากการฟังต่อเนื่องกันความหวานของเสียงร้องที่เซ็ตนี้ขับออกมาไม่ได้เปิดแหลมพุ่งปะทะ ตัวโน้ตน้ำเสียงที่ได้ยินจะเป็นเอกลักษณ์กลมๆมนๆ ในสไตล์สุภาพแบบอังกฤษแท้ๆเลย

เปลี่ยนอารมณ์มาฟัง Brent Lewis เพื่อฟังจังหวะกลองโจ๊ะๆ และเสียงเบสตึ่มตึ๊มทดสอบความสนุกที่เซ็ตนี้ให้เราได้ตามประสาคนชอบเสพย์เสียงเบสของผม ต่อด้วยเพลงร็อคแบบ Dream Theater, Aerosmith, 30 Seconds to Mar และอีกหลากหลายวงร็อคที่สรรหามาฟังได้ ซึ่งหลังจากนั้นจะพอสรุปคร่าวๆได้ว่าเบสที่ออกมาจาก ซับวูฟเฟอร์ลูกขาวสวยลูกนี้ค่อนข้างมีแรงปะทะชัดเจนอยู่ แต่จะให้ล้วงลึกถึงทรวงก็คงจะยังไม่ลึกมากมายอะไรนัก ทว่าหากเทียบขนาดลูกเบสที่ถูกยิงออกมากับขนาดตัวแล้ว ผมว่าซับตัวนี้ให้น้ำหนักเสียงที่สะเด่าเกินขนาดตัวมากเลย บอกตรงๆตามประสาคนชอบเบสเลยว่าประทับใจมากๆครับ

ห้องนั่งเล่นธรรมดาก็ยังให้เสียงที่เป็นสไตล์เดียวกันกับห้องทดสอบครับ
เพียงแต่ว่าควรจะต้องระวังเรื่องปริมาณเบสกันสักนิดนึง ยิ่งวางใกล้ผนังยิ่งมาแยะ เพราะซับเราเป็นแบบยิงออกหลังนั่นเอง

Conclusion – สรุป

อยากจะบอกว่า Wharfedale MovieStar DX-1 HCP เซ็ตนี้ให้ประสิทธิภาพเสียงที่เกินขนาดตัวและเกินราคาพอสมควรครับ เริ่มจากการดูหนังก่อนเลยให้เสียงสนุกเร้าใจ จังหวะเซอร์ราวด์ออกน้ำหนักชัดเจนมิติที่จำลองขึ้นมารับรู้สัมผัสได้ไม่ต้องเพ่งสมาธิค้นหา ซับวูฟเฟอร์จำแลงลูกระเบิดออกมาปะทะจะๆ เป็น Movie Star ที่ผมประทับใจมิใช่น้อย เมื่อสลับสับเปลี่ยนมาลองฟังเพลงแบบ 2.1 แชนแนล เนื้อเสียงที่ออกมายังคงชัดเจน ทว่าปลายเสียงไม่ทอดตัวยาวเท่าไรนัก มีลักษณะกลมมน ไม่เปิดสว่างสาดแสง แต่ก็เป็นข้อดีที่เราสามารถอยู่กับเครื่องเสียงเซ็ตนี้ได้ค่อนข้างนาน เนื่องจากฟังแล้วไม่เครียดเท่าเซ็ตที่เสียงแผดพุ่งครับผม

นอกจากประสิทธิภาพเสียงที่เป็นปัจจัยหลักในการเลือกซื้อแล้ว ความสามารถในการอัพเกรดต่อยอดยังคงเป็นอีกหนึ่งข้อพิจารณาที่ไม่ควรมองข้าม สำหรับเซ็ต DX-1 ลำโพงแซทเทิลไลท์และเซ็นเตอร์ทั้งหมดใช้ขั้วต่อสายแบบไบน์ดิ้งโพสต์ ซึ่งมีข้อดีที่สามารถอัพเกรดสายสัญญาณเพิ่มเติมได้ อย่างที่ออฟฟิศเราได้ใช้สายลำโพงที่เส้นใหญ่ขึ้น(ขนาด 12 AWG) ทำให้เนื้อเสียงที่ได้รับจะมีความอิ่มแน่นชัดเจนขึ้น ซึ่งเป็นข้อได้เปรียบเหนือคู่แข่ง ที่ทำให้ DX-1 เซ็ตนี้เป็นชุดโฮมฯขนาดเล็กที่เทียบเซ็ตลำโพงใหญ่ได้ไม่ยากเย็น ในระดับราคาทัดเทียมกัน ไฮลี่เร็คคอมเม็นเด็ดครับ !!!

LIKE
– น้ำหนักเสียงแน่นเกินขนาด ซับวูฟเฟอร์กระชับเก็บตัวเร็ว ฟังสนุกฟังได้นาน
– งานประกอบสวยงามปราณีต สีดำก็ดุดัน สีขาวก็หรูงดงาม คุ้มราคาไม่ใช่น้อย
– ลำโพงทั้ง 5 ตัวใช้ขั้วต่อสายลำโพงแบบไบน์ดิ้งโพสต์ สร้างความยืดหยุ่นในการอัพเกรดประสิทธิภาพสายสัญญาณในอนาคตได้

DISLIKE OR SUGGESTIONS
– ปลายเสียงไม่เปิดสว่าง ค่อนข้างติดขุ่นนิดๆ ตามสไตล์ลำโพงจากอังกฤษครับ
– บางจังหวะก็เกิดอาการเบสล้นได้เช่นเดียวกัน เนื่องจากซับวูฟเฟอร์มีท่อยิงออกด้านหลัง ถ้าวางติดผนังมากเกินไปจะทำให้เบสล้นออกมาได้
– การถอดใส่หน้ากากลำโพงต้องระมัดระวังสักหน่อย เพื่อมิให้สลักพลาสติกขนาดเล็กหัก

Wharfedale MovieStar DX-1 HCP
5.1 Channel Home Theater In The Box
ราคาโปรโมชั่น 17,900 บาท

ขอขอบคุณร้านไฮไฟทาวเวอร์(HiFi Tower) ร้านขายเครื่องเสียงที่ใหญ่ที่สุดในย่านฝั่งธน
โทร. 02-8817273-7 ที่เอื้อเฟื้ออุปกรณ์ในการทดสอบครั้งนี้ด้วยครับ

Sample Image Gallery

SPRING SUMMER LOOKBOOK

Sample Block Quote

Praesent vestibulum congue tellus at fringilla. Curabitur vitae semper sem, eu convallis est. Cras felis nunc commodo eu convallis vitae interdum non nisl. Maecenas ac est sit amet augue pharetra convallis.

Sample Paragraph Text

Praesent vestibulum congue tellus at fringilla. Curabitur vitae semper sem, eu convallis est. Cras felis nunc commodo eu convallis vitae interdum non nisl. Maecenas ac est sit amet augue pharetra convallis nec danos dui. Cras suscipit quam et turpis eleifend vitae malesuada magna congue. Damus id ullamcorper neque. Sed vitae mi a mi pretium aliquet ac sed elitos. Pellentesque nulla eros accumsan quis justo at tincidunt lobortis deli denimes, suspendisse vestibulum lectus in lectus volutpate.
ถัดไป
ก่อนหน้า

แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็นในบล็อกทั้งหมดจะถูกตรวจสอบก่อนที่จะเผยแพร่

ขอบคุณสำหรับการสมัคร!

อีเมลนี้ได้รับการลงทะเบียนแล้ว!

เลือกซื้อรูปลักษณ์

ตัวเลือก

Have Questions?
Back In Stock Notification
ถูกเพิ่มลงในตะกร้าสินค้าของคุณ

ตัวเลือก

this is just a warning

รีเซ็ตรหัสผ่าน

กรุณากรอกอีเมลที่คุณเคยลงทะเบียนไว้