เครื่องเดียวก็เอาอยู่ !! รีวิว Acer P1500 DLP Projector ดูหนังเยี่ยม พรีเซนต์เทชั่นยอด
เครื่องเดียวก็เอาอยู่ !! รีวิว Acer P1500 DLP Projector ดูหนังเยี่ยม พรีเซนต์เทชั่นยอด
นับตั้งแต่ทีมงานได้มีโอกาสรีวิว Acer Projector รุ่นความละเอียดตั้งแต่ HD มา ก็รู้สึกประทับใจในเรื่อง “ความคุ้มค่า” ของมันเป็นอย่างมาก กับการที่เราได้เครื่องฉายคุณภาพดีในระดับราคาไม่สูงนัก ทำให้เราสามารถดูหนังจอใหญ่ๆเทียบเคียงโรงภาพยนตร์ได้ในราคาย่อมเยาว์ ทำเอารุ่น Acer รุ่น P1340W ที่รีวิวไปเมื่อหลายเดือนที่แล้วขายดีเป็นเทน้ำเทท่า วันนี้ Acer ส่ง DLP Projector ตัวใหม่รุ่น P1500 ขนาดกระทัดรัด มาพร้อมความละเอียด Full HD เทคโนโลยี 3 มิติแบบ Active กับราคาที่เขยิบขึ้นมาอีกหน่อยมาให้ผมรีวิว จึงไม่รอช้าขอแกะกล่องทดสอบแต่ทันใด

Acer DLP Projector P1500
– Full HD 1920 x 1080
– 16:9 Widescreen
– Contrast Ratio 10000:1
– 3D DLP
– 3000 ANSI , 2400 ANSI (Eco Mode)
– Keystone Correction : Vertical +-40°
– Lamp Life 4000 Hrs, Eco Mode 5000 Hrs
– HDMI (3D)
Price
– Acer P1500 : Price 31,900 Baht
– 3D Glasses : Price 2,990 Baht
ดีไซน์
Acer P1500 เป็น DLP prodjector ขนาดกระทัดรัด กว้าง x ยาว x สูง = 3.1″ x 10.4″ x 8.7″ น้ำหนักประมาณ 4.85 ปอนด์ ไม่เล็กไม่ใหญ่จนเกินไปนัก พกพาใส่ประเป๋าที่แถมมาสะดวกหากจำเป็นต้องเอาไปพรีเซนต์งานข้างนอก ตัวเครื่องมาพร้อมบอดี้สีดำเงาดูทันสมัย มีสกรีนโลโก้ Acer และไอคอนจุดขายต่างๆบริเวณด้านบนของตัวเครื่อง สำหรับตัวเลนส์มีก้านปรับเลนส์สำหรับซูมเข้าและออก และรวมถึงตัวปรับโฟกัส มีปุ่มสำหรับปรับเมนูต่างด้านหน้ามีช่องสำหรับพัดลมระบายความร้อน ส่วนด้านหลังเป็นแหล่งรวมช่องต่อต่างๆไว้










ด้านหลังเครื่องมีทั้งช่องเสียบสายไฟและพอร์ทช่องต่อต่างๆซึ่งประกอบไปด้วย HDMI / VGA in-out / S-Video/ AV / Audio Out / USB / RS232

ภาพ
Acer P1500 Full HD DLP Projector ใช้หลอดฉายของ Osram ใช้ชิพ DLP by Texas Instrument ด้วยระยะฉายสามารถฉายภาพได้ใหญ่ขนาดระหว่าง 45″ ไปจนถึง 300″ (ระยะฉายใกล้สุด 1.5 เมตร) สามารถปรับ Keystone +-40 องศา สามารถฉายแบบ Front Projection / Rear Projection / หรือแขวนเพดานแล้วกลับหัวฉาย โดยในเมนูภาพจะมีให้เลือกว่าจะฉายแบบไหน
โหมดภาพสำเร็จรูป : Display Mode
ทาง Acer เองให้โหมดภาพสำเร็จรูปในรูปแบบต่างๆมาเพื่อให้ง่ายต่อการใช้งานกับประเภทคอนเทนต์ต่างๆ อาทิเช่น โหมด Presentation สำหรับพรีเซนต์งาน หรือโหมด User ที่แสงสีค่อนข้างเที่ยงตรงเอาไว้สำหรับดูภาพยนตร์ ซึ่งผมแนะนำให้ทุกท่านใช้โหมดนี้หากจะรับชมภาพยนตร์ หรือจะเปิดโหมด Eco (ประหยัดพลังงาน) เสิรมเข้าไป รับรองดูสบายตามาก



| Display Mode | CTT | Gamma |
| Bright | 5980 | 2.08 |
| Presentation | 5820 | 2.06 |
| Standard | 6368 | 2.42 |
| Video | 6400 | 2.66 |
| User | 6348 | 2.64 |
| User (Eco) – Calibrated | 6384 | 2.22 |
โหมดภาพต่างๆกับอุณหภูมิสีและ Gamma ที่วัดได้
ส่วนสุดท้ายทีมงานใช้โหมด user พร้อม Lamp แบบ Eco ในการปรับภาพและทดสอบ
สัดส่วนภาพ : Aspect Ratio
สัดส่วนภ่าพแบบสำเร็ตรูปก็มีให้มาเลือกเช่นกันทั้ง Auto / Full / 4:3 / 16:9 โดยทางทีมมงานเลือกใช้โหมด “Full” เพื่อให้แสดงภาพออกมาได้ครบอย่างหมดจด ถูกต้องทั้งอินพุทและเอาท์พุทแบบพิกเซลต่อพิกเซล ส่วนพวก Letterbox จะเอาไว้ในกรณีหากอยากดูเต็มจอ เพราะมันจะซูมภาพเข้าไปให้เต็มขึ้นแต่จะติดปัญหาเรื่องขอบภาพด้านข้างจะถูกครอปหายไปหน่อยนึง ในรูปตัวอย่างเป็นฉากในหนังเรื่อง iRobot


เมนูปรับ Aspect Ratio สัดส่วนภาพ รวมถึงพวก Keystone แนวตั้งเอาไว้ปรับภาพให้ฟิตเปรี๊ยะพอดับกับจอรับภาพ
ทดสอบภาพ 2 มิติ
ทกสอบภาพ 2 มิติด้วยโหมดภาพ User พร้อม Aspect Ratio แบบ Full โดยฉายเข้าจอขนาด 90″ ปิดไฟมืดสนิท โดยห้องทดสอบเป็นห้องโฮมเธียเตอร์คุมแสงได้ 100% อุปกรณ์ร่วมทดสอบใช้ Blu-ray Player Oppo BDP-95 พร้อมสาย HDMI Jericho ยาว 10 เมตร เล่นแผ่นหนัง Blu-ray ต่างๆ เริ่มจาก iRobot ประเดิมก่อนเลยเพราะเป็นแผ่นคุณภาพเด่นทั้งภาพและเสียง คาแรกเตอร์ภาพของ Acer Full HD DLP Projector P1500 ตัวนี้ออกแนว นุ่มนวลสบายตา แสงสีมีได้ออกแนวพันชี่รุกเร้า จะออกแนวสุภาพชนซักหน่อย อย่างฉากที่วิลสมิธพระเอกของเรากระโดดจากสะพานลงไปวิ่งไล่ล่าหุ่นยนต์ก็ดูลื่นสบายตา สีผิวหมึกก็จัดได้ว่าเทียบเคียงกับจอฉายโรงภาพยนตร์แบบ 2K คือเป็นธรรมชาติมิได้แต่งแต้มให้จะแจ้งจนโอเวอร์ ประเด็นความคมชัดก็จัดว่าอยู่ในระดับดีพอประมาณ กล่าวคือคมกว่าพวก HD 720p แบบสังเกตได้ ถือว่าหากอยากอัพเกรดจาก 720p มาเป็น 1080p ด้วยงบอีกหมืนกว่าบาทก็เห็นผลแตกต่างอยู่พอสมควร ซึ่งโดยส่วนตัวผมว่า “ค่อนข้างคุ้ม” ที่จะอัพเกรดให้จอฉายแมตช์ชิ่งกับแหล่งสัญญาณที่จะเล่น หรือหากจะเทียบกับจอฉายแบบ Full HD ราคาระดับนี้หรือสูงกว่านี้นิดหน่อยซัก 2 ปีก่อน Acer P1500 ก็ยังเหนือกว่าอย่างชัดเจนเช่นกัน แต่หากจะบอกว่าคมกริบเทียบเท่ากับจอฉายเทวดาราคาเป็นแสนๆเลยไหม ? ก็คงตอบว่ายังไม่ถึงขั้นนั้น ระยะฉายใกล้ไกลมีผลด้วยเช่นกันโดยระยะทดสอบผมตั้งห่างประมาณ 4 เมตร ก็ได้ภาพที่ค่อนข้างสมดุลทั้งระดับความสว่างและความคมชัดที่อยู่ในระดับน่าพอใจแล้ว


มาดูหนังเต็มจอ Widescreen อย่างเรื่อง Journey 2 กันบ้าง แนวภาพออกชัดแบบนุ่มนวล ไม่ได้ติดคมจนหยาบกร้าน ระดับสีสันก็เป็นธรรมชาติ สีเขียวของต้นไม้ใบหญ้าออกแนวสมจริง มีความมันวาวให้เห็นพอประมาณซึ่งช่วยเสริมเรื่องมิติของวัตถุให้ดูจับต้องได้มากขึ้น และภาพเคลื่อนไหวกับฉากที่คุณลุงอเล็กซานเดอร์แนะนำคณะสำรวจให้รู้จักเมืองแอตเลนติสที่สาบสูญ จะมีฉากแพนกล้องปราบเซียนอยู่ ซึ่ง P1500 ก็ฉับไวพอที่จะรับมือกับฉากนี้ถึงแม้จะมีจำนวนเม็ดพิกเซลที่ต้องควบคุมถึง 2.1 ล้านพิกเซล ถือว่าเกือบคู่คี่สูสีกับรุ่นเริ่มต้นอย่าง P1340W ที่เป็น Projector ความละเอียด 720p ซึ่งมีเม็ดพิกเซลจำนวนน้อยกว่า ผลลัพธ์คือสามารถรับมือกับฉากเคลื่อนไหวเร็วๆได้ดีกว่าเพราะประมวลผลน้อยกว่ากันเกือบ 2 เท่า

ฉากคุณปู่อเล็กซานเดอร์วัดความถูกต้องของสีสันบนใบหน้าตลอดจนภาพเคลื่อนไหวในฉากแพนกล้องได้เลย
สำหรับการแสดงายละเอียดในที่มืดนั้น ต้องยอมรับว่าหากเป็น Projector ก็แทบไม่มีปัญหาเลย ระดับ Brightness ที่ให้มาเป็นค่าแรกเริ่มถือว่าทำมาได้ดี ฉากเรือดำน้ำที่รายละเอียดในที่มืดของอุปกรณ์ต่างๆบนเรือมักจะจมหายไปกับทีวี Plasma และ LED เจ้า P1500 ก็สามารถแสดงออกมาได้ชัดเจน นั้นแหละว่ารายละเอียดต่างๆที่ผู้กำกับต้องการสื่อออกมาให้เราเห็นผ่านภาพนั้นก็ออกมาให้เราได้รับรู้ทั้งหมดตรงตามวัตถุประสงค์ สำหรับความดำนั้น P1500 ก็แสดงออกมาได้อยู่ในระดับปานกลาง ผมใช้คำว่าพอๆกับตัว P1340 ก็แล้วกัน คือยังไม่ได้ดำสนิทใจถึงขนาดนั้น ซึ่งเป็นเรื่องปกติกับ Projector ระดับราคาประมาณนี้

รายละเอียดในที่มืดแสดงได้ดี ส่วนเรื่องการแสดงสีดำก็อยู่ในเกณฑ์ปานกลาง ไม่ถึงกับดำสุดใจ

ฟีเจอร์ Dynamic Black ก็แนะนำให้ Off เอาไว้จะดีกว่า ผมลองเปิดใช้ดูภาพจะออกโพลนๆซักหน่อย
Eco Mode เป็นไฮไลท์ของ Acer P1500 ตัวนี้เลยก็ว่าได้ ผมเองทดสอบดูคอนเสิร์ต Eagles : Farewell Tour I เปิด Eco Mode ไปด้วย ภาพที่ได้จะซอฟท์ลงมา จ้าตาน้อยลง จึงดูสบายตามากยิ่งขึ้น (ข้อมูลสเป็คจากผู้ผลิตบอกว่าจาก 3000 ANSI เหลือ 2400 ANSI) ด้วยระดับความสว่างประมาณนี้ผมเชื่อว่าบางท่านที่ชอบภาพซอฟท์ๆนวลๆจะชื่นชอบมากกว่าการใช้โหมด User ปกติด้วยซ้ำ ผลดีทางอ้อมคือสามารถช่วยยืดอายุการใช้งานของหลอดฉายให้ยาวนานขึ้น พัดลมระบายอากาศทำงานหนักน้อยลง เสียงรบกวนก็จะเบาลง และสุดท้ายคือเรื่องของการประหยัดไฟที่ช่วยได้อีกเล็กน้อย

เปิด Eco Mode ระดับความสว่างซอฟท์ลงมาอีกระดับ แถมได้ประโยชน์ทางอ้อมเรื่องยืดอายุการใช้งานของหลอดฉายอีกต่อ

ดูคอนเสิร์ต Eagles แบบชิลชิล สบายตามั่กๆ เลยทดสอบลำโพงขนาดเล็กกำลังขับ 2 วัตต์ที่ติดมากับตัวเครื่องด้วยก็ถือว่าพอฟังได้เลย
ทดสอบภาพ 3 มิติ
P1500 เป็น 3D แบบ Active ใช้แว่น Active Shutter Glasses เวลาใส่แผ่นหนัง 3D เล่นเข้าไป ตัวเครื่องจะตรวจจับสัญญาณ 3D แล้วจะฉายภาพออกมาเป็น 3D ให้อัตโนมัติ ทดสอบกับหนังเรื่อง Life Of Pi 3D ภาพคมชัดเต็มตา ยิ่งห้องมืดสนิทก็ไม่มีข้อจำกัดของแว่นมาให้กวน Crosstalk น้อยมาก ความคมชัดอยู่ในเกณฑ์ดี อรรถรสที่ได้ผมค่อนข้างพอใจมาก เพราะผมเคยไปดูหนัง 3 มิติในโรง RealD 3D เป็นประจำ อย่างล่าสุดเรื่อง Thor : The Dark World จะได้สวนคนละหมัด กล่าวคือ ReadD3D จะลอยกว่า Acer P1500 นิดหน่อยเพราะเป็นระบบ Passive ทว่าภาพของ Acer P1500 คมกริบกว่าพอตัวเลยแหละ !


ส่วนการนำมาใช้เป็น Projector สำหรับพรีเซนต์งานก็ทำได้ดี (มาก) ด้วยระดับความสว่างถึง 3000 ANSI Lumen ก็ถือว่าเอาอยู่กับห้องฉายที่ไม่มืดสนิทออกแนวๆสลัวๆ แนะนำปิดพวก Eco Mode ทิ้ง และสามารถใช้โหมดภาพอย่าง Presentation เพื่อเพิ่มความสดใสและคมชัดของภาพที่ถูกถ่ายทอดออกไป อันนี้ผมทดสอบฉายเว็บไซต์ขึ้นจอแล้วลองอ่านตัวหนังสือตัวอักษรต่างๆในระยะรับชมซัก 3-4 เมตรก็ชัดเจนดีไม่มีปัญหาแต่ประการใด ฉะนั้นด้วยขนาดของที่ค่อนข้างพกพาสะดวก ผมใช้คำว่ามันค่อนข้างสารพัดประโยชน์อย่างแรงเลยแหละทั้งคุณภาพของการรับชมหนัง, พรีเซนต์เทชั่น และเล่นเกมส์ มันไม่ลำบากเลยหากจะเคลื่อนย้ายไปมา
หมายเหตุ : ตามข้อมูลของผู้ผลิตแล้วโหมด Standard ปกติหลอดฉายจะมีอายุการใช้งานประมาณ 4,000 ชั่วโมง แต่หากใช้ Eco Mode ก็จ่วยยืดอายุการใช้งานของหลอดให้เป็น 5,000 ชั่วโมง (เพิ่มมาประมาณ 1,000 ชั่วโมง)

แสดงตัวอย่างการพรีเซนต์งานจากโน็ตบุ๊ค ลองแสดงหน้าเว็บไซต์ LCDTVTHAILAND แนะนำใช้โหมดภาพ Presentation
สรุป
ข้อดี
1. โหมด User ให้แสงสีได้ค่อนข้างแม่นยำ ชัดเจน แสงสีนุ่มนวลเป็นธรรมชาติ
2. คุณภาพของภาพ 3D แบบ Active อยู่ในเกณฑ์ดีน่าพอใจ
3. โหมด Eco ค่อนข้างช่วยให้ภาพซอฟท์สมดุลกับสายตาของผู้ใช้งานที่ไม่ชอบแสงจ้าๆ แถมช่วยยืดอายุการใช้งานของหลอดฉายได้อีกทาง
4. ขนาดของตัวเครื่องไม่เล็กไม่ใหญ่กำลังดี พกพาใส่ประเป๋าที่แถมมาให้ไปพรีเซนต์งานข้างนอกก็สะดวก
ข้อเสีย
1. ไม่มีเมนูปรับภาพ Color Management System -_- !
2. รีโมทคอนโทรลน่าจะมีแบ็คไลท์จะได้เรืองแสงได้ในที่มืด
สรุป
Acer P1500 เป็น Full HD DLP Projector ที่ให้ความคุ้มค่าสูงอีกตัวหนึ่ง ด้วย Resolution แบบ Full HD 1080pจัดเต็มเพื่อคอหนังไฮเดฟ และในทางกลับกันด้วยระดับความสว่างที่สูงเป็นพิเศษของมันก็ยังสามารถเอาไปใช้พรีเซนต์งานในห้อง/หอประชุมได้อย่างสบาย แนวภาพจะออกชัดแบบสุภาพชน นุ่มนวล ดูสบายตา เด็กดูได้ ผู้ใหญ่ดูดี ดังนี้ Acer P1500 จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่มิควรมองข้ามว่าหากท่านอยากดูหนัง Full HD จอใหญ่ กับงบประมาณเพียงสามหมื่นกว่าบาทเท่านั้น เชื่อว่ามันสร้างจะคุณค่าให้กับท่านได้เกินราคาแน่นอน
