ระดับอ้างอิง !!! รีวิว Panasonic TH-P55VT60 Plasma TV อัศวินรัตติกาล…ผงาด
ระดับอ้างอิง !!! รีวิว Panasonic TH-P55VT60 Plasma TV อัศวินรัตติกาล…ผงาด
Panasonic Plasma TV กล่าวชื่อนี้ผมเชื่อว่า “นักเลงทีวี” ในวงการภาพและเสียงบ้านเราคงนึกถึง “คุณภาพของภาพ” เป็นอันดับแรก ในปี 2012 ที่ผ่านมา Panasonic VT50 ก็ได้รับรางวัล Best of The Best TV หรือรางวัลทีวีที่ดีที่สุดจากการตัดสินของเว็บ LCDTVTHAILAND ของพวกเราร่วมกับนิตยสารเครื่องเสียงอย่าง Audiophile Videophile >> คลิ๊กที่นี่เพื่อดูผลรางวัล <<< เป็นเครื่องพิสูจน์ถึง “คุณภาพที่อยู่เหนือคุณภาพ” ของทีวี Panasonic อย่างแท้จริง มาในปี 2013 นี้ Panasonic ก็ได้จัดส่ง 55VT60 Plasma TV และ 55WT60 LED TV ซึ่งเป็นตัวท็อปทั้งคู่มาให้ทีมงานได้รีวิว โดยผมใช้อำนาจบาตรใหญ่ในการเลือกทีวีเพื่อที่จะทำการทดสอบ และก็เลือก Plasma TV 55VT60 เนื่องจากมันได้รับการยกย่อง (อวย) ไว้เยอะในงาน CES 2013 เมื่อต้นปีที่ผ่านมา ต้องขอย้อนถึงมาตรฐานของการทดสอบทีวีของพวกเราซึ่งมีหลายท่านอาจยังสงสัยอยู่ ทางเราทดสอบด้วยอุปกรณ์ปรับภาพทั้งซอฟท์แวร์และฮารด์แวร์ระดับโปรเฟสชั่นแนล ผนวกกับสถานที่ทดสอบที่ทางออฟฟิศของเราที่แอบได้เปรียบกว่าสถานที่ทดสอบของสำนักรีวิวต่างประเทศ กล่าวคือทางเราทดสอบในห้องที่มีสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกันทั้ง 2 แบบได้แก่ 1) ห้องโฮมเธียเตอร์คุมแสงได้ 100% มืดสนิทเสมือนโรงหนัง 2) ห้องนั่งเล่นภายในบ้านพร้อมหน้าต่างโปร่งแสง ซึ่งมีม่านเปิด/ปิดคุมแสง เพื่อให้ผลการทดสอบสอดรับกับลักษณะการรับชมของ “คนไทยบ้านเฮา” มากที่สุด ว่าแล้วก็เริ่มกระสันวิชา…ลงมือทดสอบ VT60 กันเลยดีกว่า !

Panasonic TH-P55VT60
• 1080p Full HD Resolution
• 3,000 Focused Field Drive
• Dual Core with Hexa Processing Engine
• THX 2D and 3D
• Fast Switching Phosphors
• Touch Pen Function (touch pen not included)
• 2D to 3D Conversion
• Side Speakers (VR-Audio Pro Stage 2.1)
• ISFccc
• Viera Connect™1
• Skype™ Video Calling
• VIERA Touch Pad Controller
• 3 HDMI
• 3 USB
• VIERA Remote 2
• Media Player (movie and photo-capable)
• Web Browser
• VIERA Touch Pad Controller
• VIERA Link™
• 2 Pairs of Active 3D Glasses Included
• Built-in Wireless LAN and Bluetooth®
• Mercury and Lead-free Panel
• Long Panel Life (up to 100,000 hours)
ราคา 109,990 บาท (โดยประมาณ)
ดีไซน์
ผมแอบประทับใจ Panasonic Plasma TV ตัวนี้แล้วแต่แรกพบ เนื่องจากการแพ็กทีวีในกล่องมีความหนาแน่นและเอาใจใส่สูงมาก ไม่ว่าจะเป็นความหนาของกล่องกระดาษ โฟมกันกระแทกทั้งด้านหน้าและด้านหลัง การห่อหุ้มอุปกรณ์เสริมอย่างพวกน็อต, แบตเตอรี่ ที่หนาแน่นมาก จัดได้ว่าเป็นแบรนด์ทีวีที่ให้ความสำคัญของกล่องแพ็กเกจมากที่สุดเท่าที่ผมได้เคยสัมผัสมาก (ว้าว) ท่านที่มีโอกาสได้แกะกล่องทีวีตัวใหม่หลายๆแบรนด์จะรู้สึกได้แบบเดียวกับผม รูปทรงดีไซน์ของ Panasonic 55VT60 คราวนี้ยังคงคอนเซปต์ One Sheet Of Glass กระจกแผ่นเดียวเรียบหรูทั้งผืน มีขอบจอบางเพียง 3 ซม. คอขาตั้งดีไซน์ใหม่เป็นรูปตัว V พร้อมฐานตั้งอันมั่นคงแข็งแรง ดีไซน์ลำโพงแบบใหม่ติดลำโพงเอาไว้ด้านซ้ายและขวาของจอ ยิงเสียงออกมาด้านหน้าแบบ Front Firing มิได้ยิงเสียงลงข้างล่างแบบเดิมๆอีกต่อไป มี Subwoofer เล็กๆซ่อนอยู่ข้างในแผงหลังตัวเครื่อง มีกล้องเว็บแคมติดมาให้บนตัวเครื่องเลย ในขณะที่ปีก่อนๆเป็นแบบแยกชิ้นต้องมานั่งเสียบสาย USB ติดตั้งเอง ซึ่งกล้องก็ทำหน้าที่เพิ่มขึ้นนอกเหนือจากเล่น Skype คุยวีดีโอแบบเห็นหน้าแล้ว ยังช่วย Login ด้วยใบหน้าเพื่อเข้าไปยัง My Home Screen หรือหน้าจอหลักส่วนตัวของแต่ละผู้ใช้ได้ (จะกล่าวถึงในช่วงทดสอบลูกเล่น) ของแถมที่ให้หาด้วยก็ได้แก่รีโมทคอนโทรลแบบธรรมด้า..ธรรมดา 1 อัน และรีโมทคอนโทรลแบบ Touch Pad ที่ไม่ธรรมดามาอีก 1 อัน โดยเราสามารถใช้ “นิ้วโป้ง” สัมผัสควบคุมทิศทางแบบเมาส์ไร้สายได้ มีรูไมโครโฟนรับคำสั่งเสียง Voice Interaction และล่าสุดก็มี Electronic Touch Pen ปากการะบบสัมผัสสีขาวจั๊วะมาให้เพื่อใช้งานกับพวก App วาดรูปและเกมส์ ซึ่งคอนเซปต์ปากการะบบสัมผัสหลายท่านอาจจะเคยพบเจอใน Plasma TV ของแบรนด์ LG ไปแล้วบ้างในปีที่แล้ว ซึ่งจัดได้ว่าเป็นคอนเซปต์เดียวกันก็ว่าได้ โดยปากกา Touch Pen จะซิงค์กับทีวีด้วยสัญญาณ Bluetooth บ่องตง ! เจ้า Touch Pen เป็นของเล่นใหม่ที่น่าสนใจมากเพราะสามารถเปลี่ยนจอ Plasma TV หลายเป็นกระดาน White Board ได้ทันที สุดท้ายคือแว่น 3 มิติแบบ Active ให้มา 2 อัน รูปทรงมิได้หวือหวานัก มีน้ำหนักเบา ใส่สบาย

ดีไซน์แบบ One Sheet of Glass

ดีไซน์คอขาตั้งแบบใหม่ทรง V Shape เก๋ไปอีกแบบ แต่ตินิดหน่อยคือปรับหมุนซ้ายขวาไม่ได้

สติ๊กเกอร์บ่งบอกจุดเด่นของ VT60 อย่าง NeoPlasma, My Home Screen, Voice Interaction, 3000Hz Focused Field Drive

ความบางกำลังดี

แผ่นหลังอันเข่งขรึม ช่องเสียบสายไฟแบบ IEC 3 ขาแบบมีตัวล็อค สามารถอัพเกรดสายไฟได้

ปุ่มกด Hard Button ด้านข้างตัวเครื่อง

กล้องเว็บแคม เป็นระบบเลื่อนขึ้น-ลงแบบอัตโนมัติ สามารถใช้มือปรับองศาของกล้องได้

รีโมทคอนโทรลแบบธรรมดา มีแสงแบ็คไลท์สีส้มส่องสว่างในที่มืด


ปากกา Touch Pen ระบบสัมผัสหน้าจอ

ในปีนี้มีรีโมท Touch Pad แบบใหม่ให้มาด้วย นอกจากใช้นิ้วโป้งควบคุมทิศทางบนแป้นได้แล้ว ยังมีปุ่มและรูปไมโครโฟนรองรับคำสั่งเสียง Voice Interaction อีกด้วย (ปี 2012 ยังไม่มี) เพียงแค่กดปุ่มรูปไมค์แล้วก็เปล่งเสียงท่านท่านเข้าไปในรีโมท

คำสั่งเสียงของ Voice Interaction เช่น My Home Screen = เพื่อเข้าเมนูหน้าหลักส่วนตัว , Volume Up / Down = เพื่อเพิ่ม-ลดระดับความดังของเสียง เป็นต้น

จะเข้าเว็บเล่นอินเตอร์เนตก็พูดคำว่า “อิน-เตอ-เนต” (Internet)
ภาพ
Panasonic 55VT60 เป็น Plasma TV ตัวท็อปในปีนี้ ให้สเป็คด้านภาพแบบจัดเต็มมากอันได้แก่ หน้าจอความละเอียด Full HD 1920 x 1080 ใช้ Panel แบบ NeoPlasma 3000 พร้อมฟิลเตอร์ Infinite Black Ultra อันเลื่องชื่อ โดยแผ่นฟิลเตอร์นอกจากทำหน้าที่ลดแสดงสะท้อนแล้ว ยังเป็นแผ่นที่รองรับระบบสัมผัสของปากกา Touch Pen อีกด้วย สามารถไล่แสดงเฉดสีได้ถึง 30,720 ระดับ ช่วยทำให้สามารถแสดงขอบเขตของสีได้กว้างถึง 98% ของมาตรฐานสตูดิโอ พร้อมเทคโนโลยีภาพ 3 มิติแบบ Active โหมดภาพสำเร็จรูปอย่าง THX และ Professional (ISF) ก็มีมาให้สำหรับขาฮาร์ดคอร์เรื่องภาพที่แสดงแสงสีได้อย่างถูกต้องแม่นยำ
โหมดภาพสำเร็จรูป
โหมดภาพสำเร็จของ Panasonic มีมาให้หลากหลายเหมาะกับการใช้งานรับชมในแต่ละสถานการณ์เช่นโหมด Dynamic เอาไว้เปิดโชว์ในห้าง สู้แสงสุดๆ โหมด Normal เอาไว้รับชมช่องฟรีทีวีทั่วไปเป็นต้น แต่ที่ผมอยากเน้นย้ำคือโหมด THX Cinema และ THX Bright Room เป็นโหมดภาพสำเร็จรูปถูกปรับจูนตามมาตรฐานของ THX ให้แสงสีใกล้กับค่าอ้างอิงมาก โดยโหมด THX Cinema จะเหมาะกับการรับชมในสภาพห้องที่มืดสนิทเหมือนโรงหนัง และ THX Bright Room ที่เหมาะอย่างยิ่งในการรับชมภาพยนตร์หรือหนัง HD ต่างๆในห้องที่สภาพแสงแบบปกติ (สว่างพอประมาณ) ในขณะที่โหมด Professional (ISF) ซึ่งมันเป็น “เมนูลับ” ต้องไปเปิดให้เป็น On ที่ Setup / Professional Mode (isfccc) สามารถให้ท่านเข้าไปปรับภาพเบื้องลึกทั้ง White Balance และ Color Management System ได้ โดยระดับความสว่างของโหมด Professional ค่อนข้างเหมาะสมดูตอนกลางคืนหรือห้องที่มืดสนิท ให้โทนแสงสีเป็นธรรมชาติสมจริง เด็กดูได้ผู้ใหญ่ดูดี ทางทีมงานเลยใช้ 3 โหมดภาพนี้เป็นหลักในการทดสอบรับชมจริงๆระหว่างเขียนบทความ

โหมดภาพสำเร็จรูป โหมด THX Cinema ให้ค่าแสงสีได้แม่นยำที่สุด รองลงมาก็พวก THX Bright Room, Professional และ Cinema

Pre-Calibration ค่า White Balance และ Color Gamut ของโหมด THX Cinema แม่นยำมากสุดๆ

รวมถึงโหมด Professional 1 แสดงค่าได้แม่นยำมากเช่นกัน

หลังจากปรับภาพเสร็จค่า RGB Balance สมบูรณ์แบบมาก บอกได้เลยว่า Panasonic 55VT60 คือ “ทีวีระดับอ้างอิง” อย่างแท้จริง
| Picture Mode | CTT | Gamma | Luminance |
| avg | avg | FL | |
| Dynamic | 13855 | 0.52 | 43.6 |
| Normal | 9661 | 1.76 | 15.1 |
| Cinema | 6678 | 1.97 | 23.2 |
| THX Cinema | 6558 | 2.17 | 24.4 |
| THX Bright Room | 6638 | 1.75 | 41.4 |
| Custom | 9662 | 1.57 | 15.4 |
| Professional1 | 6641 | 2.36 | 23.1 |
| Professional2 | 6669 | 2.13 | 23.9 |
สัดส่วนภาพ : Aspect Selection
หากต้องการดูแบบ 1:1 Pixel Mapping กล่าวคือแสดงภาพจากต้นฉบับออกมาครบถ้วนแบบเป๊ะๆ ไม่มีครอปด้านข้างก็ต้องไปปิด 16:9 Overscan ให้เป็น Off ให้หมวด Setup เสียก่อน แล้วค่อยเลือก Aspect Selection เป็น 16:9 หรืออีกทางจะเลือกโหมดภาพพวก THX ไปเลยซึ่งจะปรับสัดส่วนภาพให้ถูกต้องอัตโนมัติ โหมดภาพอื่นๆสามารถกดปุ่ม Aspect ที่เป็นรูปจอพร้อมลูกศร 4 ทิศ บนรีโมทคอนโทรลเลือกได้ตามใจชอบ อนึ่งสัดส่วนภาพที่ถูกต้องดังกล่าวข้างต้นมีผลอย่างยิ่งยวดต่อความคมชัดของภาพที่แสดงออกมา เพราะแต่ละเม็ดพิกเซลจะส่องสว่างได้อย่างถูกต้องสอดคล้องกับแหล่งสัญญาณต้นทางมากที่สุด กล่าวคือแต่ละเม็ดพิกเซลจึงมีความคมชัดในตัวมันเองมากที่สุดจึงส่งผลให้ภาพทั้งภาพมีความคมชัดสูงสุดทั้งนั่นเอง

สัดส่วนภาพ ปิด 16:9 Overscan ให้เป็น Off แล้วเลือก 16:9 ใน Aspect Selection
** ส่วนโหมด Just มันจะยืดขอบข้างให้ภาพ 4:3 เต็มจอโดยคงตำแหน่งตรงกลางจอไว้ไม่ให้ยืด
ทดสอบภาพ 2 มิติ
ผมรู้สึกตื่นเต้นมากที่ได้ทดสอบ Panasonic VT60 ซึ่งสำนักรีวิวทั่วโลกให้การยอมรับเรื่องคุณภาพของภาพเป็นอย่างมาก อย่างแรกที่สัมผัสได้คือระดับความสว่างของ VT60 มีมากกว่า VT50 ปีที่แล้วอยู่เล็กน้อย ทว่าสภาพการรับชมที่ดีที่สุดที่จะขุดศักยภาพของ VT60 ออกมาให้หมดจดคือห้องมืดๆหรือห้องที่คุมแสงได้ 100% ก็ตาม ผมทดสอบโดยใช้คอนเทนต์ที่คุ้นเคยเพื่อเป็นมาตรฐานในการอ้างอิงอย่างเรื่อง Journey 2 : The Mysterious Island โดยผมทดสอบตอนค่ำๆส่งเสริมให้ VT60 แสดงภาพออกมาได้โดดเด่นที่สุด วิเคราะห์ภาพอย่างแรกคือเม็ดสีมี “น้ำหนัก” มากกว่าเม็ดสีของทีวีทั่วไปที่ผมเคยทดสอบมา จึงถ่ายทอดภาพออกมาได้อย่าง “อิ่มเอิบ” กระนั้นในภาพรวมของภาพก็ยังคงไว้ซึ่งความ “นวลนุ่ม” ตามแบบฉบับของทีวีประเภทนี้ มองกลับกันการแสดงสีดำของ VT60 ก็ทำได้อย่างยอดเยี่ยม พื้นหลังมีความ “ดำสงัด” จึงยิ่งส่งเสริม “มิติเชิงลึก” ระหว่าง “ตัววัตถุ” กับ “ฉากหลัง” ในที่นี้คือการแยกแยะมิติตัวละครอย่างคุณพ่อแฮงค์ (The Rock) กับต้นไม้ใบหญ้าและฉากหลังของป่าตอนกลางคืนที่มืดสนิท หรือฉากที่ผมประทับใจที่สุดคือฉากนาทีที่ 48 กว่าๆที่กลุ่มนักผจญภัยเดือนข้ามหินบนลำธาร ซึ่งฉีกหนีมิติแบนราบของพวก LED และ LCD ราคาถูกๆไปอย่างหมดสิ้น (เป็นข้อดีของ Plasma TV ระดับไฮเอนด์) เป็นภาพ 2 มิติในอุดมคติที่มีความ “ล้ำลึก” ลงไปอย่างเป็นธรรมชาติ มิใช่การยัดเยียดภาพให้ลอยเคว้งออกมาด้วยการแทรกเฟรมที่มักจะนำพาความมึนหัวมาให้ ซึ่งแบบนี้เรียกว่า “มิติหลอกๆ”

โหมดภาพ THX Bright Room ก็ยังทำหน้าที่ได้ดีหากห้องท่านยังคุมแสงได้ไม่ดีนัก โดยโหมดนี้จะเน้นความสว่างสดใสของภาพและยังคงความถูกต้องของแสงสีไว้ได้ดี ทดสอบด้วยหนัง James Bond 007 : Casino Royale ซึ่งตอนแรกผมว่าจะดูภาคใหม่ล่าสุดคือ SkyFall แต่คุณชานมตัวดีแอบจิ๊กเอาไปดูที่บ้านซะงั้น ผมเลยต้องซ้ำภาคเก่าซะเลย ในฉากเล่นไพ่โป๊กเกอร์ รายละเอียดผิวหน้าของพระเอก Daniel Craig เป็นธรรมชาติ (มาก) ในการรับชมระยะประมาณ 2 เมตร การไล่แสงและเงาผ่านเส้นผมไปยังพื้นหลังซึ่งดำได้ดีมากๆเช่นกัน มิติภาพอันเป็นธรรมชาติสะกิดให้ผมจินตนาการถึงระยะห่างของตัวละครด้านหน้าและด้านหลังว่ามันอยู่ห่างกันกี่เมตร ด้วยระดับความดำของจอและความอิ่มแน่นของเม็ดสีจึงสามารถถ่ายทอดอารมณ์ “เคร่งขรึม” ในจังหวะการบลัฟคู่แข่งระหว่างการเล่นไพ่ได้อย่างบีบหัวใจ การรับชมระยะเวลานานก็ยังให้ความรู้สึก “สบายตา” ตามสไตล์พลาสม่าทีวีเค้าหละ

อีกเรื่องคือ Batman : The Dark Knight Rises ซึ่งมีฉากมืดๆบ่อยมาก ผมเปรียบ Panasonic VT60 เหมือน Batman กล่าวคือ “เก่งกลางคืน” การดูฉากเดียวกัน แต่ต่างสภาพแวดล้อม ให้ผลลัพธ์ที่ค่อนข้างแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง อย่างฉาก Batman อยู่ในที่มืด หากดูในห้องสว่างที่คุมแสงไม่ได้ ต้องยอมรับว่าภาพดร็อปลงกว่า 50% ทั้งความอิ่มเอิบและมิติภาพเนื่องด้วยระดับความสว่างหรือ Panel Luminace มันค่อนข้างน้อยจึงไม่สู้แสง ถึงแม้จะมีพวกฟิลเตอร์ระดับเทพแค่ไหนคอยพยุงช่วยอยู่ก็ตาม…โดยส่วนตัวผมว่ามัน “เอาไม่ค่อยอยู่” เสียเท่าไหร่ อย่างไรก็ดีด้วยคุณสมบัติของฟิลเตอร์แบบใหม่ที่ช่วยลดแสงสะท้อนได้มากขึ้น ก็เรียกได้ว่ายังแสดงภาพในที่สว่างได้ดีกว่าพวก XT50 / XT60 อยู่หลายช่วงตัว ในทางกลับกันผมแบกเจ้า VT60 ไปทดสอบในห้องโฮมเธียเตอร์แล้วปิดไฟดู พลังภาพของ VT60 เหมือนถูกงัดออกมาเกิน 120% ด้วยความอิ่ม เจิดจรัส ทว่ายังสบายตาของภาพ (มันไม่จ้าแยงตาเลย ^ ^) ลายของชุดเกราะ Batman ซึ่งเป็นสีดำอยู่แล้วทีวีสามารถแสดงให้เห็นถึงลายส่วนเว้าส่วนโค้งและรอยแสงตกกระทบที่สาดลงชุดเกราะได้อย่างแจ่มแจ้ง มิติความดำของฉากหลังที่ซ้อนลงลึกไปจากสีดำของชุดเกราะก็ยังสามารถแยกรายละเอียดต่างๆเหล่านี้ได้อย่างน่าทึ่ง ทางผมเคยรีวิวพวก VT50 / VT30 / VT20 / V20 ยอมรับว่าพวกนั้นก็มีดีระดับหนึ่งแล้ว แต่มาเจอ VT60 ซึ่งผมยกให้เป็น “อัศวินรัตติกาล” ตัวจริงที่พร้อม “ผงาด” เมื่ออยู่ในความมืด!

รายละเอียดของชุดเกราะสีดำแสดงได้ดี เห็นจุดโค้งเว้าและแสงตกกระทบ ตลอดจนการไล่ Greyscale สีดำ-เทา-ขาว เพื่อแสดงมิติภาพในที่มืด

อีกเรื่องคือ The Three Musketeers สีสันของเสื้อผ้าตัวละครเรื่องนี้จัดจ้านได้ใจ แต่ก็มีฉากทดสอบหลายๆฉากถึงความอลังการของสีสัน สีผิวของคนที่ถูกต้องเป็นธรรมชาติ ฉากต่อสู้ที่ทีวีสามารถแสดงภาพเคลื่อนไหวได้อย่างราบลื่นไร้รอยต่อ พวกตัวช่วยภาพทั้งหลายอย่าง Noise Reduction / MPEG Remaster / Resolution Remaster / Caption Smoother ผมปิดทิ้งทั้งหมด เพื่อ “ความถูกต้องของภาพ” จากแหล่งสัญญาณต้นฉบับซึ่งปราศจาการแต่งเติม ที่มีพอใช้ได้บ้างก็อย่าง Panel Luminance Setting : Low / Mid / High โดยเป็นการแก้ไขข้อจำกัดเดิมของ Panasonic Plasma TV ซึ่งมีความสว่างหน้าจอค่อนข้างน้อย โดยเราสามารถเลือกระดับ Low ให้เป็น Mid ได้ ภาพจะสว่างขึ้นเหมือนเพิ่ม Cell Light แต่หากเป็นระดับ High ภาพสว่างขึ้นก็จริงแต่สีจะออกเพี้ยนไปซักเล็กน้อยเลยไม่แนะนำ หรือหากพวกภาพเคลื่อนไหวจากคอนเทนต์ 50Hz/60Hz กับโหมด Intelligent Frame Creation หรือ คอนเทนต์ 24Hz กับโหมด 24p Smooth Film ระดับ Min ก็ช่วย “หล่อลื่น” ภาพเคลื่อนไหวได้พอเป็นกระษัยโดยยังไม่ทอนความเป็นธรรมชาติกับการแสดงเฟรมภาพเร็วๆที่ถูกต้องไปมากนัก อย่างไรก็ดีถ้าหากอยากได้ถูกต้องเป็นธรรมชาติจริงๆ..ก็ปิดทิ้งไปเลยจะดีที่สุด (เพราะบางโหมดภาพจะตั้งค่าเริ่มต้นมาที่ Min หรือ Max บ้าง ระวังให้ดีจ้า)

ในขณะที่การรับชมฟรีทีวี โดยเฉพาะ Digital TV (ทีวี Panasonic ปี 2013 ตัวกลางๆ-ท็อป มีจูนเนอร์ DVB T-2 มาให้หมด) โดยเฉพาะช่อง HD อย่างช่อง 5 HD และ ThaiPBS HD ให้ความคมชัดสูง Plasma TV ก็ถ่ายทอดภาพออกมาชัดแบบสบายตาตามคาด โหมดภาพอย่าง THX Bright Room ก็ทำหน้าที่ได้อย่างดีในการรับชมฟรีทีวี แนวภาพออกเปิดสว่าง ไม่ได้ติดทึมเหมือนโหมด Professional การจูนดิจิตอลทีวีต้องเปิดการจูนที่ Setup ==> Digital TV Tuning Menu เสียก่อน มันจะซ่อนเอาไว้ซึ่งหากเราจูนแบบดุ่มๆเลยก็จะเป็นการจูนแบบ Analog แทน และแน่นอนภาพและเสียงแบบ Digital มีความคมชัดกว่า Analog แบบจับต้องได้ครับ ฟันธง !
หมายเหตุ : ให้กดปุ่ม “TV” บนรีโมทเพื่อการสลับดูรายการทีวี Digital และ Analog ผมเลยดูเปรียบเทียบเช่นช่อง 9 แบบ Digital VS Analog เลยรู้ว่าแบบ Digital มันเทพกว่าเยี่ยงไร !

ช่อง 5 HD 1080i ชัดกำลังดี

ช่อง 3 แบบ 576i ดูแบบ Digital ชัดกว่า Analog เยอะ

สามารถตรวจสอบความแรงสัญญาณได้ที่ Setup => Digital TV Tuning Menu => Signal Condition

ทดสอบความดำของภาพ
การทดสอบความดำของภาพก็ต้องใช้คอนเทนต์พระจันทร์ในคืนมืดอ้างอิง ระดับพื้นหลังมีความดำสงัดในเกณฑ์ “ดีมาก (ๆ)” หากเจาะลึกแบบ “หาเรื่องจับผิด” เมื่อเอาตาไปส่องใกล้ๆจอก็จะเห็น “Dithering Noise” ยิ่บๆสีขาวๆอยู่เล็กน้อย แต่เหมือนจะน้อยกว่า VT50 อยู่นิดหน่อย อย่างไรก็ตามเมื่อมานั่งชมในระยะปกติก็จะไม่สังเกตจุดเหล่านั้น (แม้แต่นิดเดียว) ก็ต้องยอมรับว่ามันคือ Plasma TV ที่แสดงสีดำได้ดีที่สุดตัวหนึ่งเท่าที่เคยทดสอบมา กระนั้นเองผมก็ยังไม่มีโอกาสได้ทดสอบ Samsung F8500 ซึ่งแสดงสีดำได้ดำสงัดเช่นเดียวกัน หากได้เทียบแล้วจะเอามาแจ้งแถลงไขอีกรอบ ส่วนการแสดงรายละเอียดในที่มืดหรือ Shadow Detail กับฉากใบหน้าคุณลุง Bruce Willis ใน Die Hard 4.0 ก็แสดงรายละเอียดได้ดี หนวดเคราเข้มปี๋แต่ก็ยังสามารถเห็นแบบฝอยเคราแบบพอสังเขปโดยที่ไม่ต้องพึ่งตัวช่วยภาพอะไรเลย

พื้นหลังสีดำแสดงได้ดีเยี่ยม มืดสงัดในระยะรับชมแบบปกติ

รายละเอียดหนวดเคราใต้คางดำมะเมื่อม อีกทั้งยังเห็นรายละเอียดฝอยๆได้ดี ซึ่งฉากนี้หากเป็น LED TV ทั่วไปจะเห็นรายละเอียดหนวดเคราใต้คางก็จริง แต่ส่วนมากออกแนวขาวโพลนเหมือนมีหลอดไฟสาดเข้าใส่ใต้คาง

อัตราการกินไฟในโหมด Professional ประมาณ 217 Watts หากเป็นโหมดที่สว่างกว่านี้ก็ดีดไปที่ 300-400 Watts จัดได้ว่ามากว่า LED TV ประมาณ 3-4 เท่า
ภาพ
Panasonic ใช้เทคโนโลยี 3D แบบ Active พร้อมโหมดภาพแบบ THX 3D Certified มาตรฐานเดียวกับโรงภาพยนตร์ 3D ทีได้รับการรับรองจาก THX มีโหมดภาพ THX 3D ซะด้วยซึ่งเป็นโหมดสำเร็จรูปของ 3D ที่แนะนำ รองรับ 3D Side by Side / Top & Bottom และการแปลง 2D to 3D ให้แว่นแบบ Active มา 2 อัน ซิงค์สัญญาณด้วยสัญญาณ RF ใช้แบตเตอรี่แบบถ่านเม็ดกระดุม แว่นมีน้ำหนักเบาใส่สบาย การซิงค์กับทีวีก็ง่ายเพียงแค่กดปุ่ม Power บนหัวแว่น ทดสอบกับหนัง 3D ทั้ง Titanic 3D และ The Three Musketeers 3D มิติภาพจัดอยู่ในเกณฑ์ดี มิติเป็น “เชิงลึก” ลงไป ฉากเสากระดงเรือที่ถ่ายจากที่สูงลงมาให้เห็นภาพของเรือโดยรวมในช่วงเริ่มของหนัง Titanic ทำให้ผมมีความรู้สึกอยากจะเอาล้วงไปคว้านหยิบเอามันออกมาจากจอ การแสดงสีดำช่วยให้มิติภาพ 2 มิติโดดเด่นอยู่แล้ว เลยมาต่อยอดกับ 3 มิติได้ไม่ยาก ด้วยระดับความสว่างของหน้าจอที่กำลังพอดีก็ทำให้การดู 3D จาก VT60 ในห้องคุมแสงได้นั้นเป็นไปอย่างราบรื่น การกระพริบของแว่นมีนิดหน่อยหากดูในห้องสว่างตามประสาแว่น Active แต่ทางผมเองแนะนำการรับชม 3D Active ในห้องที่มืดสนิทเพื่อคุณภาพสูงสุดและเป็นการก้าวข้ามข้อจำกัดเรื่องของการกระพริบ ความคมชัดอยู่ในเกณฑ์ดีเยี่ยม หนัง 3 มิติยังมี Crosstalk บ้างในบางจังหวะเคลื่อนไหวเร็วๆ (หากสังเกตใกล้ๆแบบจับผิด) ลองเล่นเกมส์ KillZone ยิงปืนล้างผลาญแบบ 3D จากเครื่อง PS3 หากเป็นพวกกราฟฟิกจากเกมส์ขอบภาพจะคบกริบกว่าพวกหนัง Blu-ray ทั่วไปที่ใช้คนแสดง พวกลูกเล่นปรับระดับ 3D Depth แนะนำอย่าไปเล่นเลยเพราะปรับเพิ่มขึ้นแค่ Level เดียวก็เกิดอาการ Crosstalk แล้ว ในขณะที่เจ้าอื่นๆอาจจะต้องปรับเพิ่มถึง 2-3 ระดับภาพถึงเกิด Crosstalk ดังนี้ก็ขอแนะนำว่าไม่ต้องไปปรับเสริมเติมแต่งระดับความลึกและมิติภาพของ VT60 เลยแม้แต่นิดเดียว ค่าภาพแรกเริ่มที่ให้มาแหล่มพอดีคำแล้ว

แว่น 3D แบบ Active ให้มา 2 อัน

ฉากพวกปล่องและเสากระดงของเรือไททานิคมีมิติแบบล้วงลึก

ผมลองใส่แว่นรับชมหนัง Titanic 3 มิติ
เสียง
ระบบเสียงของ VT60 คราวนี้มาแปลกแตกต่างจากเจ้าอื่นคือให้ลำโพงแบบ “ยิงข้างหน้า” (Front-Firing) แบบ Stereo ซ้าย-ขวา พร้อมซับวูฟเฟอร์ในตัว หากอ้อมไปดูข้างหลังจะเห็นเสาลำโพงซ้าย-ขวาจัดวางแยกออกมาจากตัวเครื่องอย่างอิสระ (จะเห็นเป็นก้านเลย) มีกำลังขับ 5+5+10 Watts รวมเป็น 20 Watts มีระบบเสียงรอบทิศทาง VR-Audio Pro Stage 2.1 เลยเป็นนิมิตหมายอันดีของการฉีกแนวไม่เอาลำโพงไปไว้ข้างใต้ นั่นหมายถึงการให้ความสำคัญในเรื่องของคุณภาพของเสียงมากยิ่งขึ้นตั้งแต่ต้นทางซึ่งก็คือตำแหน่งจัดวางทางกายภาพนั่นเอง คุณภาพเสียงก็ไม่ทำให้ผิดหวัง เสียงหนักแน่น มีพลัง คงต้องขอบคุณเจ้าซับวูฟเฟอร์ที่แอบฝังอยู่ในตัวเครื่องช่วยเสียงย่านความถี่ต่ำให้มีน้ำมีนวลขึ้น ตลอดจนเสียงกลางและสูงมี่มีความชัดเจน จนกล่าวได้ว่าใสจนน่าพอใจสำหรับลำโพงทีวีด้วยกัน มิได้เบลอเพราะโดนน้ำหนักเสียงต่ำกลบแบบทีวีรุ่นถูกๆที่พยายามแอบเข้ม ดูฟรีทีวีโดยเฉพาะช่อง HD การอ่านข่าวของนักข่าวช่อง ThaiPBS HD สมบูรณ์แบบขึ้นทั้งภาพและเสียง ส่วนการรับชมคอนเสิร์ต Eagles : Farewell Tour 1 Live in Melbourne เปิด Volume เต็ม 100 รายละเอียดเสียงก็ครบถ้วนดี ไม่มีเบลอหรือแตกซ่าน น่าพอใจอย่างยิ่งยวด หากให้ติก็คือเรื่องระดับความดังที่แม้เปิดดังเต็ม 100 แล้ว ก็ยังไม่ค่อยดังสะใจเสียเท่าไหร่ (20 Watts บางแบรนด์ให้เสียงได้ดังกว่านี้ แต่ก็มีเสียงพร่าบ้างหากเปิดดังสุด) หากเป็นห้องโถงขนาดใหญ่ก็อาจจะครอบคลุมมิได้ทั้งหมด แต่หากเป็นห้องรับแขกหรือห้องนั่งเล่นปกติภายในบ้านก็สบายบรื๋อ !

โหมดเสียงสำเร็จรูป ที่ผมใช้ก็ 2 โหมดคือ Standard และ Music

ช่องต่อ
ช่องต่อ
– Tuner Tuner World 17-System, DVB-T2 (MPEG2 [H.264])
– HDMI Input 3 (3 side)
– Support Feature Audio Return Channel (Input 2)
– Component Video Input shared with Composite RCA phono type x 1 (lower)
– Composite Video Input RCA phono type x 1 (lower)
– USB 2.0 x 3
– SD Card x 1 (SDXC)
– LAN Port x 1 (lower)
– Digital Audio Output (Optical) x 1 (side)
ช่องต่อของ Panasonic ก็จัดมาให้เต็มอิ่มครับ ไม่ว่าจะเป็น HDMI 3 ช่อง, USB 3 ช่อง, SD Card 1 ช่อง (เป็นเพียงไม่กี่เจ้าที่ให้ช่อง SD Card มาด้วย) WiFi ไร้สาย Built In มาในตัวเครื่อง และรวมถึงช่อง Antenna In ที่รองรับทั้งแบบสัญญาณ Analog และแบบ Digital DVB-T2 ก็จัดได้ว่าเป็นทีวีแบรนด์แรกๆอีกเช่นกันที่มีความว่องไวในการทำให้ทีวีของตัวเองรองรับการการส่งสัญญาณแบบดิจิตอลถึงแม้ยังไม่ค่อยมีความชัดเจนแบบ 100% จาก กสทช. ก็ตาม

ช่องต่อด้านหลัง

ช่องต่อด้านข้าง
เพิ่มเติม
Smart Viera & Viera Connect : Panasonic Plasma TV รุ่น VT60 มีของเล่นเด็กแนวติดตัวมามากกว่าปีที่แล้วได้แก่กล้องเว็บแคมติดมากับตัวเครื่องเลยและรวมถึงปากกา Touch Pen ระบบสัมผัสหน้าจอ คือสามารถเอาปากกาเขียนลงบนหน้าจอแบบกระดานไวท์บอร์ดได้เลย ได้อารมณ์ปากกา Stylus เขียนหน้าจอ Pocket PC สมัยก่อน แต่เนื่องจากจอมันใหญ่มาก ประโยชน์ใช้สอยจากเจ้า Touch Pen เลยทวีคูณขึ้นตาม และตลอดจน Apps ต่างๆใน Viera Connect ทั้งเกมส์, Social Media, ข่าวสาร, วีดีโอคอนเทนต์ และอื่นๆอีกมากมาย เรียกได้ว่าการเร่งสปีดพัฒนา Smart Viera ในครั้งนี้ ก็เปรียบเหมือนการดริฟท์เข้าโค้งแบบเหี้ยมโหด จทำให้กลับมาคู่คี่สูสีทัดเทียมกับพวก Smart TV จากแบรนด์เกาหลีในทันใด !!!

“My Home Screen” หรือ “หน้าจอหลักส่วนตัว” สามารถสร้างหน้าเมนูส่วนตัวได้เช่น เอาพวก “พยากรณ์อากาศ” และ “ปฏิทิน” มาไว้หน้าแรก แล้วปรับแต่งเอามาเป็นหน้าจอของเราโดยเฉพาะ ด้วยการลงทะเบียนและ Login เข้าใช้งานด้วยใบหน้า ดังนี้สมาชิกในครอบครัวก็จะมีหน้า My Home Screen ส่วนตัวได้ทุกคนเช่นกัน

หรือจะปรับแต่งให้มี Apps ที่เราเล่นบ่อยๆเอามาไว้หน้า My Home Screen ก็ยังได้ ทั้งนี้เราสามารถ Add หน้า My Home Screen เพิ่มได้สูงสุดถึง 4 หน้า

หน้าของ Apps ที่เรามีอยู่ ณ ปัจจุบัน

Apps ใน Viera Market คล้ายๆของเดิม มี Apps ที่ต้องใช้คู่กับ Touch Pen ขึ้นมานิดหน่อย

พวก 3BB Movie Buffet ก็ยังมีอยู่ครับ ลงทะเบียนดูหนังด้วยโทรศัพท์มือถือ แล้วไปจ่ายตังค์ที่เซเว่นเพื่อเอา Code มากรอก แค่นี้ก็ดูหนังบุฟเฟต์ได้แล้ว (แต่อยากดูฟรีอะ !)

พวก The Seed Show ดูฟรีเด้อ

App ของ MCOT ดูรายการทีวีช่อง 9 ย้อนหลังได้เด้อ

YouTube อินเตอร์เฟสใหม่ สวยกว่าเดิม

ดูหนังตัวอย่างใน Youtube “Marvel’s Agent of S.H.I.E.L.D.” หนังภาคแยกของ The Avenger ที่จะมาฉายในช่อง abc เร็วๆนี้

VOICE TV ดูรายการย้อนหลังได้

You2Play คลิปวีดีโอที่น่าสนใจ อัพเดทตลอดเวลา

เกมส์ Free Throw ชู๊ตบาสง่ายๆ

Web Browser เล่นเว็บได้จ้า แนะนำให้ใช้ Viera Touch Pad หรือโหลด App “Viera Remote 2” ใน Smart Phone ของท่าเอามาควบคุมจะง่ายกว่า

Electronic Touch Pen เอามาเขียนหน้าจอทีวี ใช้แทนพวกปากกาและไวท์บอร์ดได้เลย เหมือนโปรแกรม Paint Brush ที่เราเคยเล่นกันตอนเด็กๆนั่นแหละ มีดินสอสี เทสี ยางลบ และอื่นๆอีกมากมาย ขอบคุณคุณ Tony นายแบบหน้าใหญ่

เล่นเกมส์โดยใช้ Touch Pen ก็สนุกไปอีกแบบ

เอาปากกาจิ้มๆเล่นเกมส์ Otello รวดเร็วทันใจกว่าใช้รีโมทธรรมดาเยอะ

เล่น Skype จอใหญ่สะใจ ถึงแม้คุณ Tony จะทำท่า “ควิโยมิ” ซึ่งไม่เข้ากับใบหน้าแม้แต่น้อยก็ตาม

Swipe & Share เป็นการ “โยน” ไฟล์พวก ภาพ เพลง วีดีโอ จากโทรศัพท์มือถือ Smart Phone ไปแสดงบนจอทีวี โดยทำผ่าน App : Viera Remote 2 รองรับทั้ง iOS และ Android จ้า
สรุป

ข้อดี
1. โหมดภาพ THX และ Professional แม่นยำมาก ยิ่งปรับภาพอีกนิดหน่อยยิ่งแม่นยำสุดยอด
2. สีสันมีความอิ่มเอิบหนักแน่น สีดำดำแบบล้ำลึกมีมิติ แถมยังดูสบายตา
3. หากรับชมในห้องมืดจะเหมือนมีหีบสมบัติที่ฝาเปิดอยู่แล้วมีทองเจิดจรัสอยู่เต็มไปหมด
4. คุณภาพเสียงดีเยี่ยมถึงแม้ระดับโวลุ่มจะเบาไปซักนิด
5. รองรับ Digital TV ด้วยจูนเนอร์ DVB-T2 ล่าสุด
6. ของเล่นสุดจ๊าบอย่างกล้องเว็บแคม Built-In และ Electronic Touch Pen แหล่มจริง
ข้อเสีย
1. ไม่ค่อยสู้แสงภายนอกเทาไหร่ หากเจอจ้าๆ ภาพจะดร็อปลงไปพอสมควร
2. Dithering Noise ยิ่บๆสีขาวยังมีอยู่บ้างในฉากหลังสีดำ
3. แว่น 3D ยังมีกระพริบอยู่บ้างหากเจอแสงภายนอก แต่กับภาพจากจอทีวีก็ทำงานได้อย่างดีเยี่ยม
4. ป๊าด ! ทีวีปรับหมุนซ้าย-ขวาไม่ได้
5. ปากกา Touch Pen ใชได้เฉพาะหน้า Apps หลักm Apps เฉพาะอย่าง Apps วาดรูปหรือเกมส์, และ Web Browser เท่านั้น
สรุป
ภาพ VT60 ดีกว่า VT50 ไหม ? ==> ดีกว่า
เสียง VT60 ดีกว่า VT50 ไหม ? ==> ดีกว่า
ลูกเล่น VT60 ดีกว่า VT50 ไหม ? ==> ดีกว่า
โดยรวม VT60 ดีกว่า VT50 ไหม ? ==> แหล่มจริงลวกเพ่ !
หากท่านเคยหลงใหลใน Panasonic VT50 Plasma TV ซึ่งเป็นหนึ่งในจตุรเทพทีวีซึ่งผมเคยนำไปโชว์ในงาน BAV Show 2012 ที่ผ่านมา ผมอยากจะบอกว่า Panasonic VT60 ในปี 2013 นี้มีพัฒนาการที่ “ดีกว่า” ในทุกๆด้าน เริ่มจากจุดยิ่บย่อยอย่างลูกเล่นกล้องเว็บแคมตลอดจนปากกา Touch Pen ซึ่งพวกนี้มาเติมเต็ม “อรรถประโยชน์” ของทีวีให้คู่ควรกับคำว่า “Smart TV” ได้อย่างเต็มปากเต็มคำ คุณภาพเสียงก็ปรับปรุงขึ้นจนขึ้นอยู่ในระดับแนวหน้าของทีวีจอบางในสมัยนี้ คุณภาพของภาพถึงแม้จะติดข้อจำกัดเรื่องสภาพแวดล้อมในการรับชมหากเป็นห้องที่มีแสงลอดเข้ามามากทีวีก็จะแสดงศักยภาพได้ไม่เต็มที่หรืออาจะเรียกว่าต่ำกว่ามาตรฐานไปซักเล็กน้อยด้วยซ้ำ แต่ถ้าหากอยู่ห้องมืดสนิทหรือพอคุมแสงได้ VT60 จะระเบิดพลังภาพที่อิ่มแน่น คมชัดทว่านวลสบายตา ถ่ายทอดระดับสีดำได้อย่างดำสนิท ลึกซึ้งมีมิติ เปิดประสบการณ์ใหม่ของการรับชมทีวีที่แสดงภาพได้เป็นธรรมชาติ แสงสีถูกต้องสมบูรณ์แบบกว่าทีวีตัวไหนที่เคยปรับภาพมา อย่าหลงเชื่อภาพในห้างที่ LED TV มักจะได้เปรียบเสมอในสภาพแวดล้อมที่สว่างจ้า ลองมาวัดกับ Plasma TV ในห้องมืดแบบโรงหนัง รับรองว่าเหมือนหนังคนละม้วนกับที่ท่านดูมาจากห้างแน่นอน โดยส่วนตัวผมและทีมงานจึงขอสถาปนาสมญานามให้เจ้า Panasonic VT60 ว่า “อัศวินรัตติกาล….ผงาดดดด” !
*** มาตรฐานคะแนนปี 2013 ***
