ข้ามไปที่เนื้อหา
|

รีวิว Sony KDL-48W650D ภาพได้มาตรฐาน แถมมีอินเทอร์เน็ตเล่น!!

เขียนโดย: EDITOR LCDTVTHAILAND โพสต์เมื่อ: 20 Jan 2022 0 ความคิดเห็น

สำหรับ “เทรนด์” ในวงการทีวีแต่ละปีนั้นต่างก็มีความแตกต่างกัน อย่างในปีนี้ที่เห็นได้ชัดๆ ก็คือทางผู้ผลิตต่างจะเน้นไปที่ความละเอียด 4K และฟีเจอร์ HDR (High Dynamic Range) แต่นั่นเป็นเรื่องของซีรีส์ท็อปๆ ส่วนซีรีส์กลางๆ ก็จะเน้นในเรื่องของวิดีโอสตรีมมิ่งเป็นหลัก อย่างรุ่น 48W650D ที่ทุกท่านได้อ่านกันอยู่นี้ เป็นทีวีที่มีความสามารถของ Smart แบบครึ่งควบลูก หรืออีกความหมายก็คือทีวีสามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต เล่นแอปฯ ใช้บริการต่างๆ ได้ เพียงแต่จะไม่เต็มระบบเหมือน Android TV*

*ในปี 2016 ทาง Sony ตัดสินใจว่า Android TV จะมีอยู่ในเฉพาะรุ่นความละเอียด 4K เท่านั้น

Sony 48W650D ราคาเปิดตัว 21,490 บาท

สเปคเบื้องต้นของ Sony 48W650D

  • EDGE LED
  • Full HD 1920 x 1090
  • X Reality Pro
  • Wi-Fi Built In
  • Support YouTube, Netflix, Application

ดีไซน์

การออกแบบของ 48W650D ถึงแม้ว่าจะไม่ได้โดดเด่นหรูหรา แต่ก็ไม่ธรรมดาจืดชืด ตัวกรอบทีวีมีความกว้างประมาณครึ่งเซ็นติเมตร มุมซ้ายบนมีสกรีนคำว่า “Bravia” ติดเอาไว้ ส่วนบริเวณตรงกลางด้านล่างจะเป็นโลโก้ Sony พร้อมไฟแสดงสถานะ ไล่ลงมาจนถึงฐานทีวี ที่ออกแบบมาในรูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่มีความพิเศษตรงลักษณะพื้นผิวแบบดำด้านขัดเงา

กรอบจอไม่หนา มุมซ้ายบนสกรีนคำว่า Bravia

กรอบจอตรงกลางด้านล่างมีโลโก้ Sony พร้อมไฟแสดงสถานะ

ฐานรูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่ขัดผิวแบบมีรอยเส้น ดูสวยงามเข้ากับกรอบจอ

 

ช่องต่อ

ช่องต่อบริเวณด้านหลังเครื่องแบ่งออกเป็นสามส่วน ไม่ว่าจะเป็นคนใช้มือใหม่ หรือรุ่นเก๋า ที่เคยจับทีวีมาบ้าง อาจจะงุนงง เพราะไม่ค่อยมีทีวีรุ่นไหนออกแบบการจัดวางช่องต่อแบบนี้ แต่สิ่งที่น่าชมเชยก็คือการออกแบบอย่างนี้ค่อนข้างเอื้อประโยชน์ในการนำทีวีไปแขวนผนัง

ด้านหลังของ Sony 48W650D เป็นสี่เหลี่ยมไล่ระดับ

ช่องต่อจุดแรกอยู่บริเวณด้านหลังมี HDMI 1 ช่อง และช่องสำหรับต่อสาย Optical

ด้านล่างออกแบบมาในลักษณะเสียบจากล่างขึ้นบนมีช่องต่อประเภท Analog และพอร์ต Ethernet

 

ด้านข้างเป็นช่องต่อประเภท Hot Swap ที่ต้องถอดเข้าออกบ่อยๆ

ช่องต่อทั้งหมดของ Sony 48W650D

  1. HDMI x 2
  2. USB x 2
  3. Headphone x 1
  4. Optical Digital Audio Out x 1
  5. LAN x 1
  6. AV x 1
  7. LAN x 1
  8. Antenna x 1

รีโมทของปีนี้มีปุ่มควบคุมครบครัน และสังเกตเห็นอะไรไหมมีปุ่ม Netflix!!!

ภาพ

48W650D เป็นทีวีความละเอียด Full HD (1920 x 1080) ซึ่งยังคงเป็นความละเอียดมาตรฐานในปัจจุบันที่อย่างน้อยๆ ก็ยังคงใช้กันเกินกว่า 3ปี แน่นอน ถึงแม้ว่าราคาทีวีแบบ Ultra HD (3840 x 2160) จะเริ่มตกลงเยอะแล้ว แต่พวกเครื่องเล่นที่ใช้ก็เพิ่งจะได้ฤกษ์วางจำหน่ายในปี 2016 นี้ แถมยังคงมีราคาสูงอยู่ ทำให้มันยังไม่เป็นที่แพร่หลายในเร็ววัน ก่อนที่ออกทะเลไปไกล กลับเข้าฝั่งมาดูความสามารถเรื่อง “ภาพ” ของรุ่นนี้กัน

อันดับแรกมาทดสอบกับการดูหนังจากแผ่นบลูเรย์กันก่อน สไตล์ภาพของรุ่นนี้จะออกแนวเข้ม หนักแน่น แตกต่างจากรุ่นใหญ่ที่จะออกแนวธรรมชาติ นุ่มนวล โดยพื้นฐานแล้วรุ่นนี้ให้โหมดภาพอัตโนมัติมาด้วยกันทั้งหมด 3 โหมด คือ Vivid, Standard และ Custom สำหรับคนที่ซื้อไปแล้วอยากได้ภาพที่อุณหภูมิสีดูดี เป็นธรรมชาติ โดยไม่ต้องจ้างผู้เชี่ยวชาญมาปรับภาพให้ ก็ขอให้เลือกใช้โหมดภาพ standard แล้วเลือกปรับ Color Temperature เป็น Warm เมื่อปรับแบบนี้แล้วเราก็จะได้ภาพที่สีไม่สดปรี๊ดแบบ Vivid อย่างไรก็ดีถ้าเห็นว่าภาพมันดูสว่างเกินไปก็สามารถเลือกเป็นแบบ Custom ได้ ทั้งสองโหมดนี้ระหว่าง Standard กับ Custom ให้ค่าอุณหภูมิสีเฉลี่ยแล้วใกล้เคียงกันต่างกันที่ระดับความสว่างเท่านั้น

เรื่องนี้จาก Total Recall สีสันถือว่าอิ่มเข้มไม่เหมือนกับรุ่นท็อปที่ออกนวลตา

อีกฟีเจอร์หนึ่งที่ส่งผลกับภาพค่อนข้างเยอะก็คือ Reality Creation ฟีเจอร์นี้จะช่วยเพิ่มความคมชัดให้กับภาพ ส่งผลทำให้เราเห็นรายละเอียดมากขึ้น แต่ก็ต้องแลกมาด้วย Noise ที่เห็นยุบยับเต็มไปหมด เท่าที่ลองเล่นดูควรจะปิด Off ไว้ดีกว่า แล้วไปเลือกปรับความคมของภาพที่ Sharpness แทน สักระดับ 12-13 ก็ถือว่าได้ภาพคมกำลังดี อย่างในตอนที่ผมทดสอบกับเรื่อง Jurassic World ซึ่งเดิมทีหนังเรื่องนี้ก็มี Noise อยู่แล้ว พอเปิดฟีเจอร์นี้จึงไปกันใหญ่ ภาพมันดูไม่สะอาด ดังนั้นขอแนะนำว่าถ้าใครอยากได้ภาพคมๆ ควรปรับที่ Sharpness แทน

ส่วนเรื่องการแสดงรายละเอียดในที่มืด ผมขอให้คะแนนรุ่นนี้อยู่ในระดับกลาง เพราะจากที่ทดสอบกับหนังหลายเรื่อง ตัวทีวีไม่สามารถขับรายละเอียดภาพออกมาได้ อย่าง Batman Dark knight ในฉากที่ต่อสู้กับ Joker หรือในเรื่อง Jurassic World ที่เป็นฉากไล่ล่ากันในป่า บางช่วงบางตอนทีวียังไม่สามารถขุดรายละเอียดภาพออกมาได้ นอกจากนี้ในเรื่องภาพเคลื่อนไหว (Motion) สำหรับรุ่นนี้แม้จะให้ฟีเจอร์ LED Motion มาเพิ่มประสิทธิภาพเรื่องภาพเคลื่อนไหวก็จริง แต่เมื่อเปิดใช้งานแล้วกลับทำให้ความสว่างภาพกลับดรอปลงเกือบ 50% จึงขอไม่เปิดใช้ยังดีกว่า เพราะเท่าที่ดูในฉากต่อสู้ หรือแพนกล้องต่างๆ ภาพไม่ได้กระตุกระชาก อะไรมากมาย ถือว่าน่าประทับใจเลยทีเดียวกับทีวีระดับราคาสองหมื่นบาทต้นๆ

ฉากแพนกล้องตอนดูไดโนเสาร์อยู่ในระดับปกติ ไม่เหนื่อยล้า ภาพก็มีความคมชัดอยู่ในระดับประทับใจ

เอามาดูกับแอนิเมชันก็ไม่เลวร้ายเพราะจากสีที่ค่อนข้างสดเข้ม ทำให้ดูสนุกไปอีกแบบ

รับสัญญาณดิจิตอลทีวีได้ปกติ ด้วยสัญญาณ 1080i ที่ส่งมา เมื่อฉายบนจอขนาด 48″ ก็ไม่ได้ลำบากกินแรง

เสียง

Sony 48W650D มีจุดวางลำโพงสองจุดคือบริเวณใต้กรอบทีวีด้านล่าง ซ้าย-ขวา สามารถสร้างเสียงสเตอริโอ กำลังขับ 5Wx2 การจัดวางแบบนี้ก็เป็นแบบมาตรฐาน โหมดเสียงอัตโนมัติมีให้เลือกหลายแบบแต่ที่แนะนำให้ใช้ ก็คือโหมด Standard ไม่ก็โหมด Cinema ครับ เพราะสองโหมดนี้จะให้เสียงที่กระจ่าง ไม่อุดอู้เหมือนกับโหมดอื่น เสียงที่ยิงสะท้อนออกมาให้เราได้ยินได้ฟัง จะออกแนวสดใส ไม่แหบแห้ง จดบาดหู ขาดความนุ่มลึก และเบสไปบ้าง แต่เรื่องระดับความดังของลำโพงขอให้วางใจได้เลยแค่ระดับเสียงประมาณ 40 ก็ได้ยินชัดเจนแล้ว

แนะนำเลือกโหมดเสียงแบบ Standard หรือ Cinema

ลำโพงเสียงใส พอเอามาฟังกับเพลง หรือคอนเสิร์ต เสียงนักร้องก็จะดูชัด เพียงแต่ยังดูขาดน้ำหนักไปหน่อย

เพิ่มเติม

ในการเชื่อมต่อกับเครือข่ายของรุ่นนี้รองรับทั้งแบบใช้สาย (Ethernet หรือบ้านๆ ก็คือ LAN) และแบบไร้สาย Wireless LAN ซึ่งลูกเล่นที่มีในรุ่นนี้แม้ว่าจะไม่เทียบกับรุ่นใหญ่ที่เป็น Android แต่ก็ถือว่าเพียงพอต่อการใช้งานเบื้องต้น โดยหลักๆ จะเน้นไปในเรื่องของ Video Streaming ผู้ใช้สามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชันบน Opera TV Store มาติดตั้งลงบนเครื่องได้ แต่ผมขอแนะนำว่าอย่าเลือกแอปฯ ที่ใช้ทรัพยากรเครื่องเยอะ เพราะด้วยขีดจำกัดทางด้านฮาร์ดแวร์จะไม่สามารถประมวลผลได้

แอปฯ วิดีโอสตรีมิ่งหลักบนรุ่นนี้ไม่ใช่ YouTube อย่างเคยหากแต่เป็น Netflix ซึ่งเปิดบริการแล้วในบ้านเรา ผู้ใช้สามารถเข้าถึงแอปฯ ได้ผ่านทางปุ่มบนรีโมทคอนโทรลได้เลยสะดวกสุดๆ และในอนาคตช่วงประมาณเดือนพฤษภาคม ทาง Sony ก็เตรียมจะอัพเดทเฟิร์มแวร์ใหม่ที่จะเพิ่ม Opera Web Browser เข้ามา ทำให้รุ่นนี้สามารถท่องอินเทอร์เน็ตได้ด้วย !!

แม้จะไม่ใช่ Android แต่ก็ติดตั้งแอปฯ ลงบนเครื่องได้

แอปฯ ที่อยู่บน Opera TV Store มีให้เลือกหลากหลายแต่แนะนำให้โหลดแอปประเภทวิดีโอสตรีมมิ่งมาใช้ เพราะถ้าเป็นแอปฯ ประเภทอื่นจะกินความสามารถของฮาร์ดแวร์มากไป

Netflix ที่กำลังมาแรงมากๆ ในบ้านเรา เข้าโดยตรงผ่านปุ่มบนรีโมทได้เลย

ดู YouTube ลื่นไหล ปรับความคมชัดอัตโนมัติตามความแรงอินเทอร์เน็ต

500px แอปสำหรับใช้ดูภาพ

ส่วนการเล่นไฟล์ผู้ใช้ยังคงต้องเข้าโปรแกรมเล่นให้ถูกประเภทเหมือนเคย ยกตัวอย่างเช่นถ้าต้องการเล่นไฟล์วิดีโอ ก็ต้องเข้าไปที่ Video เพราะถ้าหากเข้าตัวโปรแกรมเล่นผิดประเภทก็จะไม่เจอไฟล์ที่เราอยากจะเล่น ในการทดสอบผมก็จะใช้ไฟล์วิดีโอนามสกุล .mkv เป็นหลัก ซึ่งจากเท่าที่ลองเล่นหลายๆ ไฟล์  ตัวโปรแกรมสามารถเห็นเสียง เห็นซับไตเติลที่มากับไฟล์ได้เกือบทั้งหมด แต่จะมีความยุ่งยากในการเปลี่ยนเล็กน้อยเพราะตัวโปรแกรมที่เล่นไฟล์ไม่ได้แสดงลิสต์รายการซับไตเติ้ล และไฟล์เสียงแบบเครื่องเล่น ผู้ใช้จึงต้องค่อยๆ เลือกเปลี่ยนซับไตเติ้ลแต่ละอัน จนกว่าจะพบซับไตเติ้ลที่ต้องการ

อยากเล่นไฟล์แบบไหนต้องเข้าโปรแกรมเล่นให้ถูกประเภท

.mkv นี่เล่นได้เนียนๆ เลย

สรุป

Sony 48W650D ราคาเปิดตัว 21,490 บาท

 

ข้อดีของ Sony 48W650D

  1. การออกแบบช่องต่อด้านหลังค่อนข้างเอื้อต่อการนำทีวีไปแขวน
  2. รีโมทคอนโทรลมีปุ่ม Netflix ในตัว ถือว่าชูโรงมาก
  3. แม้ว่าจะไม่สามารถปรับภาพได้แบบละเอียด แต่ก็ยังสามารถรักษาอุณหภูมิสีประมาณ 6700K ซึ่งใกล้เคียงกับ 6500K ได้
  4. ภาพเคลื่อนไหวเป็นธรรมชาติ ซึ่งหาได้ยากในระดับราคาเท่านี้
  5. คุ้มค่าคุ้มราคากับสิ่งที่ได้มา

 

ข้อเสียของ Sony 48W650D

  1. LED Motion สามารถช่วยเรื่องภาพเคลื่อนไหวก็จริง แต่ก็ทำให้ความสว่างดรอปลงเกิน 50% ฉะนั้นไม่มียังดีกว่า
  2. ภาพโดยพื้นฐานจะติดอมแดงหน่อยๆ ต้องปรับค่า HUE ไปทางสีเขียวจะช่วยได้
  3. ภาพที่มืดมากในบางฉากจะขาดรายละเอียดไปบ้าง
  4. ตอนเล่นไฟล์วิดีโอ Media Player ในตัวเครื่องน่าจะมีตัวเลือกลิสต์รายการซับไตเติ้ล และไฟล์เสียงมาให้ 

 

Sony 48W650D ถือเป็นทีวีที่ครบเครื่องในเรื่องของมาตรฐานภาพและลูกเล่น แม้ว่ารุ่นนี้จะเน้นไปที่ความคุ้มค่าเป็นหลัก แต่ Sony ก็ไม่ได้ละเลยเรื่องภาพ ด้วยโหมดภาพอัตโนมัติที่ให้มาบวกกับตัวเลือกการปรับแต่งที่จำกัดก็ยังสามารถทำให้อุณหภูมิสีโดยเฉลี่ยได้ค่ามาตรฐาน คือประมาณ 6700K ข้อด้อยของภาพหลักๆ คือการแสดงรายละเอียดในที่มืดจะดูด้อยไปบ้างแต่ก็สามารถเร่ง Backlight เพื่อช่วยขุดรายละเอียดออกมาได้นิดหน่อย ในเรื่องของลูกเล่นก็ไม่ใช่เป็นแบบของแถม สามารถใช้งานได้จริง โดยเฉพาะอย่างยิ่งพวกแอปประเภทวิดีโอสตรีมมิ่งทั้งหลาย Netflix, YouTube ส่วนแอปด้านอื่นๆ จะดูโหลดไปบ้าง แต่นั่นก็เป็นเรื่องเข้าใจได้เพราะราคารุ่นนี้อยู่เพียงแค่ 21,490 บาท เท่านั้น

 

Sample Image Gallery

SPRING SUMMER LOOKBOOK

Sample Block Quote

Praesent vestibulum congue tellus at fringilla. Curabitur vitae semper sem, eu convallis est. Cras felis nunc commodo eu convallis vitae interdum non nisl. Maecenas ac est sit amet augue pharetra convallis.

Sample Paragraph Text

Praesent vestibulum congue tellus at fringilla. Curabitur vitae semper sem, eu convallis est. Cras felis nunc commodo eu convallis vitae interdum non nisl. Maecenas ac est sit amet augue pharetra convallis nec danos dui. Cras suscipit quam et turpis eleifend vitae malesuada magna congue. Damus id ullamcorper neque. Sed vitae mi a mi pretium aliquet ac sed elitos. Pellentesque nulla eros accumsan quis justo at tincidunt lobortis deli denimes, suspendisse vestibulum lectus in lectus volutpate.
ถัดไป
ก่อนหน้า

แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็นในบล็อกทั้งหมดจะถูกตรวจสอบก่อนที่จะเผยแพร่

ขอบคุณสำหรับการสมัคร!

อีเมลนี้ได้รับการลงทะเบียนแล้ว!

เลือกซื้อรูปลักษณ์

ตัวเลือก

Have Questions?
Back In Stock Notification

ฝากอีเมลของคุณไว้ แล้วเราจะแจ้งให้ทราบทันทีที่สินค้า/รุ่นสินค้ามีในสต็อกอีกครั้ง

ถูกเพิ่มลงในตะกร้าสินค้าของคุณ

ตัวเลือก

this is just a warning

รีเซ็ตรหัสผ่าน

กรุณากรอกอีเมลที่คุณเคยลงทะเบียนไว้