ข้ามไปที่เนื้อหา
|

รีวิว Acer V6810 4K HDR DLP Projector ตอบรับฟุตบอลโลก 4K! เชียร์บนจอใหญ่ในราคาเบาๆ

เขียนโดย: EDITOR LCDTVTHAILAND โพสต์เมื่อ: 04 Mar 2022 0 ความคิดเห็น

Home Theater Projector

Acer V6810

ตอบรับฟุตบอลโลก 4K เชียร์ให้มันบนจอรับภาพขนาดใหญ่ในราคาเบาๆ !!

เมื่อสัก 2 – 3 ปี ก่อน จะซื้อ 4K HDR Projector สักเครื่องหนึ่งคงต้องกุมขมับ เพราะราคาที่สูงแตะหลายแสนบาท แต่บัดนี้ความฝันที่จะได้รับชมความบันเทิงบนจอฉายขนาดใหญ่โดยเฉพาะช่วงออกอากาศบอลโลก 4K นี้ ก็เป็นจริงได้ด้วย Acer V6810 ราคาเบาๆ…

Acer มักจะสร้างความฮือฮาได้อยู่เสมอโดยเฉพาะเรื่องของราคาสินค้าที่น่าดึงดูดโดยเฉพาะหากพิจารณาศักยภาพที่ได้รับเทียบกับคู่แข่งในท้องตลาด หากจำกันได้เมื่อปีที่แล้ว Acer เพิ่งเปิดตัว V9800 4K HDR Projector ระดับไฮเอ็นด์ในราคาหนึ่งแสนต้นๆ ถึงแม้จะเป็นงบประมาณที่ค่อนข้างสูง แต่เมื่อเทียบกับประสิทธิภาพที่ได้รับก็นับว่าคุ้มค่า เพราะสามารถท้าชนรุ่นที่ออกมาก่อนหน้าราคาสูงกว่า 2 เท่าได้สบายๆ… รายละเอียดของรุ่น V9800 สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่ลิงค์แนบ

และด้วยพัฒนาการทางเทคโนโลยี ส่งผลให้ปีนี้มีสินค้ารุ่นใหม่ๆ ที่มีระดับราคาต่ำลง เป็นการเพิ่มทางเลือกให้ผู้บริโภคอย่างเราๆ ท่านๆ หนึ่งในนั้น คือ V6810 4K HDR Projector ราคาประหยัดของทาง Acer รุ่นล่าสุดที่จะทำการรีวิวต่อไปนี้ หากเทียบกันแล้ว ระดับราคาเปิดตัวต่ำกว่ารุ่น V9800 ไม่น้อยกว่า 3 เท่า เลยทีเดียว! แค่กำเงินไป 4 หมื่นนิดๆ ก็ซื้อได้แล้วครับ

ก่อนลงรายละเอียด ขอแจ้งข้อมูลสักนิดหนึ่งว่า Acer มี 4K HDR Projector 2 รุ่นที่มีรูปลักษณ์และคุณสมบัติคล้ายคลึงกันมาก คือ V6810 และ H6810 (ตัวอักษรนำหน้า V กับ H) ความต่างจากสเป็กคร่าวๆ คือ V6810 จะใช้ Color Wheel แบบ RGBRGB ระดับความสว่าง 2200 ANSI lumens เหมาะสำหรับระบบโฮมเธียเตอร์ที่คุมแสงได้ ในขณะที่รุ่น H6810 ใช้แบบ RGBCYW ระดับความสว่าง 3300 ANSI lumens เหมาะสำหรับงานพรีเซนเทชั่นหรืองานจัดแสดงในสภาพที่มีแสงรบกวน ซึ่งรุ่นที่จะทำการรีวิวต่อไปนี้ คือรุ่น V6810 สำหรับระบบโฮมเธียเตอร์ครับ


ดีไซน์

V6810 มาพร้อมขนาดตัวเครื่องที่ค่อนข้างเล็ก น้ำหนักไม่มาก สามารถยกอุ้มได้สบายๆ และไม่ต้องกังวลเรื่องของโครงสร้างยึดแขวนมากนักกรณีที่จะห้อยกับเพดาน ผิววัสดุสีขาวเงาดูสะอาดตา ฝุ่นเกาะยาก สามารถทำความสะอาดได้ง่าย

ตำแหน่งเลนส์ฉายติดตั้งเยื้องไปทางขวา เมื่อมองจากด้านหน้าตัวเครื่อง

ตำแหน่งกระบอก Zoom และ Focus อยู่ด้านบน (ไม่มีกลไก Lens Shift)

แผงควบคุมพร้อมไฟแสดงสถานะการทำงานอยู่ที่ด้านบนตัวเครื่องเช่นกัน แต่เยื้องไปทางด้านหลัง

ด้านข้างเป็นตำแหน่งของช่องเปิดระบายลมร้อน โดยรุ่นนี้ใช้หลอดไฟชนิด UHP 240 วัตต์ ความสว่างอิงสเป็กที่ 2200 lumens อายุการใช้งาน 4,000 (Normal), 10,000 (Eco) และ 15,000 (Extreme Eco) ชม.

ด้านล่างติดตั้งขารองรับแบบปรับระดับได้ พร้อมจุดยึดสกรูเข้ากับขาแขวนเพดาน

รีโมตคอนโทรลสีขาวขนาดกะทัดรัด มี Back-lit สว่างเห็นชัดทุกปุ่มแม้ใช้งานในห้องมืด สามารถรับรับสัญญาณ IR จากรีโมตผ่านเซ็นเซอร์ที่ด้านหน้าและด้านหลังตัวเครื่อง

 

ช่องต่อ

V6810 รับสัญญาณภาพความละเอียดระดับ 4K Ultra HD ผ่านทาง HDMI Input จำนวน 2 ช่อง โดย HDMI In 1 เท่านั้นที่เป็น Version 2.0 (with HDCP 2.2) รองรับสัญญาณภาพความละเอียดสูงสุดที่ 4K/60Hz (หรือ 1080p 120Hz) พร้อม HDR จึงแนะนำให้เชื่อมต่อ 4K HDR Blu-ray Player หรือ 4K Game Console ที่ช่องนี้

ส่วน HDMI In 2 เป็น Version 1.4 (with HDCP 1.4) รองรับสัญญาณภาพความละเอียดสูงสุดที่ 4K/30Hz

ช่องรับสัญญาณภาพลำดับถัดมา คือ VGA In เผื่อว่าจำเป็นต้องใช้เชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์รุ่นเก่าๆ สามารถรับสัญญาณได้ทั้ง PC (RGB) และ Component (YPbPr/YCbCr)

และยังมี USB, DC 12V Trigger และ RS232 สำหรับการเชื่อมต่ออุปกรณ์หลากหลาย

นอกจากนี้ V6810 ยังติดตั้งลำโพงพร้อมภาคขยาย 10 วัตต์ (Mono) มาด้วย สามารถเชื่อมต่อสัญญาณเสียงจากภายนอกที่ช่อง 3.5mm Audio In หรือจะเชื่อมต่อสัญญาณเสียงไปยังชุดเครื่องเสียงภายนอกผ่านทาง 3.5mm Audio Out ก็ได้เช่นเดียวกัน

 

เพิ่มเติม

V6810 ติดตั้งเลนส์ฉายพร้อมระบบซูม 1.2 เท่า กรณีที่จะฉายขึ้นจอรับภาพขนาดใหญ่จำเป็นต้องเผื่อระยะฉายไกลสักหน่อย ยกตัวอย่าง หากเป็นจอรับภาพขนาด 70 นิ้ว ระยะตั้งวางโปรเจคเตอร์ใกล้สุดจะอยู่ที่ 2.3 ม. แต่ถ้าขยายจอรับภาพเป็นขนาด 100 นิ้ว ต้องเขยิบโปรเจคเตอร์ห่างออกมาที่ 3.3 ม. เป็นอย่างน้อย

V6810 มีตัวเลือก Test Pattern ไว้ให้อ้างอิงในการติดตั้ง เพิ่มความสะดวกในการปรับตำแหน่งตั้งวางโปรเจคเตอร์ให้พอดีกับจอรับภาพ (รุ่นนี้ยังไม่มีระบบ Lens Shift แนะนำให้ตั้งตำแหน่งโปรเจคเตอร์พอดีกับจอฉายเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อหลีกเลี่ยงการใช้ Digital Keystone ที่อาจลดทอนคุณภาพของภาพลง)

V6810 ยังรองรับอุปกรณ์เสริมอย่าง WirelessCAST Dongle (MWA3) เพิ่มความสามารถ “รับสัญญาณภาพและเสียงแบบไร้สาย” จาก Smartphone เพื่อฉายขึ้นจอใหญ่ผ่านแอพฯ eDisplay Pro ได้ด้วย

แอพพลิเคชั่น Acer eDisplay Pro สำหรับใช้ร่วมกับ WirelessCAST Dongle (MWA3)อุปกรณ์เสริมในการส่งภาพจากสมาร์ทโฟนไปยังโปรเจคเตอร์


ภาพ

อย่างที่ทราบกันว่า โปรเจคเตอร์เทคโนโลยี DLP หากเป็นรุ่นที่แจ้งความละเอียด 4K จะใช้หลักการที่เรียกว่า 4K XPR โดยอาศัย Single DMD (Digital Micromirror Device) Chip จาก Texas Instrument พร้อมจำนวน micromirrors ทั้งสิ้น 2716 x 1528 (หรือ 1920 x 1080 ในรุ่นที่ใช้ Single DMD chip ขนาด 0.47 นิ้ว) เพื่อสะท้อนแสงผ่าน Optical Actuator ที่ทำงานรวดเร็วมากจนสามารถสร้างเป็นภาพนิ่ง (frame) ที่มีรายละเอียดจำนวนพิกเซลเพิ่มขึ้น 2 – 4 เท่า รวมกันทั้งสิ้นจะได้ความละเอียดเท่ากับ 8.3 ล้านพิกเซล ตรงตามมาตรฐาน 4K (UHD) จากการรับรองของ Consumer Technology Association หรือ CTA

ซึ่งข้อดีของ DLP 4K XPR (Single DMD chip) คือ รายละเอียดความคมชัดของภาพจากการที่ไม่มีปัญหาสีเหลื่อม หรือ Misconvergence รบกวนโดยสิ้นเชิง (หากโฟกัสได้เป๊ะ และไม่มีความจำเป็นต้องทำ Panel Alignment ซึ่งเป็นขั้นตอนก่อนใช้งานที่ค่อนข้างยุ่งยาก) พิสูจน์มาแล้วกับรุ่นไฮเอ็นด์อย่าง Acer V9800

อย่างไรก็ดีด้วยข้อจำกัดเรื่องระดับราคาของโปรเจคเตอร์รุ่นเริ่มต้น (อาทิ V6810 และรุ่นอื่นๆ ที่มีระดับราคาเดียวกัน) ปัจจัยอย่างคุณภาพเลนส์ฉายที่ลดทอนลง จึงพบอาการสีเหลื่อมอยู่บ้าง (Chromatic Aberration โดยเฉพาะบริเวณใกล้ๆ กับมุมจอรับภาพ) แต่จะสามารถสังเกตเห็นได้ต้องเพ่งมองในระยะใกล้เท่านั้น ระยะรับชมทั่วไปมิได้มีนัยนัก เพราะสังเกตความแตกต่างได้ยากครับ

V6810 ให้โหมดภาพสำเร็จรูปทั้งสิ้น 5 ตัวเลือก (รวม User 1 และ 2) ถึงแม้จำนวนไม่มากนักเมื่อเทียบกับรุ่นใหญ่อย่าง V9800 แต่จุดที่เชิดหน้าชูตาให้กับรุ่นนี้ คือ โหมดภาพที่ให้มาเกือบทั้งหมด (ยกเว้น Bright) ให้ผลลัพธ์ด้านความเที่ยงตรงของสีสันดีเกินมาตรฐานโปรเจคเตอร์รุ่นเริ่มต้น กล่าวคือ ค่าอุณหภูมิสีทำได้ยอดเยี่ยมใกล้เคียง D65 และโดยเฉพาะโหมด Movie สามารถใช้รับชมภาพยนตร์ (SDR) ได้ดีใกล้เคียงมาตรฐานอ้างอิงจากอุตสาหกรรมภาพยนตร์เลยทีเดียว คำแนะนำเพิ่มเติมมีนิดหนึ่ง คือ ให้ทำการปรับลดตัวเลือก Contrast ลงมาที่ราวๆ 36-38 จะแก้ปัญหาอาการภาพโพลนช่วง Highlight details ได้ การแจกแจงรายละเอียดภาพจะดียิ่งขึ้นครับ

ผลการทดสอบการรับชมสัญญาณภาพ SDR กับโหมดภาพโรงงาน Movie พบว่าให้สมดุลสีอยู่ในเกณฑ์ดีมาก อุณหภูมิสีเฉลี่ย 6562K ค่าความผิดเพี้ยนของสมดุลสี (dE) ต่ำเพียง 2.12 เท่านั้น! ส่วนขอบเขตสีหรือ Color Space ทำได้ครอบคลุมราว 97.8% ของมาตรฐาน sRGB/Rec.709

ทดลองรับชม SDR Content จากรายการดิจิทัลทีวี โดยเชื่อมต่อสัญญาณผ่าน DVB-T2 Set-top Box ร่วมกับโหมด Movie บนจอรับภาพขนาด 92 นิ้ว พบว่า ถึงแม้จะเปิดไฟในห้องไว้บางส่วน แต่ภาพที่ได้ก็ยังดูสว่างดี V6810 จึงสามารถใช้งานในสภาวะที่ภายในห้องมีแสงรบกวนได้บ้าง แต่แน่นอนว่าสำหรับโปรเจคเตอร์นั้น แนะนำใช้งานในห้องมืดสนิทจะให้ภาพดีที่สุดครับ

อีกหนึ่งทางเลือกโหมดภาพโรงงานของ V6810 กรณีที่จะใช้งานร่วมกับ PC (งาน Graphic/Presentation) คือ Standard เนื่องจากโหมดนี้จะให้ผลลัพธ์ที่ดีใกล้เคียงมาตรฐาน sRGB มากที่สุด ความสว่างก็สู้แสงรบกวนได้เป็นที่น่าพอใจทีเดียว ซึ่ง Standard จะให้ระดับความสว่างสูงกว่า Movie นิดหนึ่ง (ราวๆ 6%) ที่ค่า Gamma ประมาณ 2.18 ส่วนสมดุลสีทำได้ดีไม่แพ้กัน

กรณีที่ใช้งานโปรเจคเตอร์ในห้องที่มืดสนิท สามารถปรับเปลี่ยน Lamp Mode จาก Normal เป็น Eco ได้ ความสว่างจะลดลงบ้าง (ราว 34%) แต่ก็เพียงพอสำหรับใช้งานในห้องมืด ที่สำคัญคือสามารถยืดอายุหลอดไฟออกไปได้ถึง 10,000 – 15,000 ชม. (จาก 4,000 ชม.) และประหยัดไฟลง 25% (236 วัตต์ เทียบกับ 315 วัตต์) แต่ถ้าต้องการให้เสียงพัดลมระบายความร้อนเงียบลงอย่างมีนัยสำคัญ แนะนำให้ On ตัวเลือก Silent เพิ่มเติมด้วยครับ

V6810 รองรับการปรับภาพละเอียด โดยสามารถไฟน์จูนในส่วนของ White Balance (2-point), CMS และ Gamma ซึ่งภายหลังดำเนินการพบว่าให้ผลลัพธ์ความเที่ยงตรงเพิ่มขึ้น จากที่ดีอยู่แล้วในโหมดโรงงานก็ดีเพิ่มขึ้นอีกเล็กน้อย ค่าความผิดเพี้ยนของสมดุลสี (dE) ต่ำเพียง 1.82 ขอบเขตสีที่ได้หลัง Calibrate จะแคบลงนิดหนึ่ง (96.9% Rec.709/sRGB) แต่ได้ค่าความผิดเพี้ยนที่ต่ำลง

คุณสมบัติเด่นอีกประการของ V6810 ที่ไม่กล่าวถึงมิได้ คือ การรองรับ HDR10 โดยจะปรับเปลี่ยนการแสดงผลอัตโนมัติเมื่อได้รับสัญญาณจาก 4K HDR Blu-ray Player หรือ 4K HDR Game Console สามารถตรวจสอบสถานะการแสดงผล HDR ได้ โดยการกดปุ่ม Info ตามภาพ

ซึ่งภาพ HDR ที่ได้รับชมผ่านจอฉายขนาด 92 นิ้ว ร่วมกับ V6810 นับว่าสร้างความตื่นตา อลังการดีทีเดียว โดยเฉพาะเมื่อดูราคาค่าตัวแล้วยิ่งเพิ่มความน่าสนใจ ทั้งนี้ถึงแม้จะยังไม่รองรับ Wide Color Gamut โดยขอบเขตสีทำได้ราว 74.1% ของ DCI-P3 แต่ด้วยระบบจัดการในส่วนของ HDR Tone Mapping ที่เหมาะสมบวกกับความเที่ยงตรงของดุลสี ภาพที่ได้ก็ยังดูสวยงาม ความสว่างเพียงพอต่อการสร้างไฮไลท์ของแสงให้ดูเตะตาได้ในห้องที่มืดสนิท ส่วนความดำก็นับว่าน่าพอใจสำหรับ DLP Projector รุ่นเริ่มต้นที่ไม่มีระบบ Dynamic Iris

ทั้งนี้ V6810 จะมีตัวเลือกเสริมพิเศษขณะรับชม HDR คือ ผู้ใช้สามารถกำหนดในส่วนของ EOTF ( Electro-Optical Transfer Function) ได้ 3 ระดับ เพื่อใช้ไฟน์จูนการแสดงผลของภาพ กล่าวคือ ระดับ Low จะให้ระดับ Black Level ได้ดีแต่แลกกับภาพที่ดูมืดทึมลงเล็กน้อย (เหมาะกับภาพยนตร์ที่เน้นฉากมืด) ในขณะที่ระดับ High ภาพจะดูสว่างขึ้น แต่ Shadow Details จะติดโพลนนิดๆ (เหมาะกับภาพยนตร์ที่เน้นถ่ายทำกลางแจ้ง) ส่วน Mid (Default) จะบาลานซ์ระหว่าง 2 ตัวเลือกข้างต้น

ด้านภาพเคลื่อนไหว V6810 ยังไม่มีฟังก์ชั่นประมวลผลแทรกเฟรม (Frame Interpolation) แต่ก็ให้ความต่อเนื่องของเฟรมต้นฉบับที่ดูเป็นธรรมชาติใกล้เคียงตามต้นฉบับจนอาจไม่มีความจำเป็นต้องพึ่งระบบเสริมดังกล่าว ส่วนหนึ่งเป็นอานิสงส์จากการตอบสนองของอัตรา Refresh Rate ที่สูงถึง 120Hz

นอกจากความละเอียดระดับ 4K แล้ว V6810 ยังรองรับสัญญาณภาพ 1080p 120Hz ด้วย อานิสงส์ที่ได้รับคงไม่พ้นการเล่นเกม ซึ่งการถ่ายทอดภาพเคลื่อนไหวแบบ Real High Frame Rate บนจอรับภาพขนาดยักษ์ผ่านโปรเจคเตอร์เครื่องนี้ให้ความต่อเนื่องได้เป็นอย่างดี น่าจะสมใจคอเกม PC ระดับฮาร์ดคอร์แน่นอน

ในส่วนของการตอบสนองผ่าน HDMI Input Lag อยู่ที่ราว 57.5 ms ทุกโหมดภาพ

สรุป

เมื่อก่อน การจะได้เป็นเจ้าของโปรเจคเตอร์ความละเอียด 4K รองรับการแสดงผล HDR ดูเป็นเรื่องที่ไกลเกินเอื้อม แต่บัดนี้กำเงิน 4 หมื่นนิดๆ ก็ได้รับความบันเทิงบนจอขนาดยักษ์กว่า 100 นิ้ว กันแล้ว ท่านใดที่ชอบความอลังการบนจอฉายอารมณ์แบบเดียวกับในโรงภาพยนตร์ พร้อมศักยภาพเพียงพอสำหรับใช้งานรับชมฟุตบอลโลกและเล่นเกมร่วมกับเพื่อนๆ หรือสมาชิกในครอบครัว บนจอฉายขนาดใหญ่ย่อมสะใจกว่าจอเล็ก ที่สำคัญความเที่ยงตรงของสมดุลสีที่ทำได้ใกล้เคียง V9800 (ราคาสูงกว่า 3 เท่า) V6810 จึงเป็นโฮมเธียเตอร์โปรเจคเตอร์ 4K HDR ที่สร้างความประทับใจในแง่ของความคุ้มค่าได้อย่างโดดเด่นทีเดียว 

จุดเด่นของ Acer V6810

– เทคโนโลยี DLP 4K XPR รองรับการแสดงผล HDR และรับสัญญาณ 1080p 120Hz ได้

– ใช้กงล้อสี RGBRGB แบบเดียวกับโปรเจ็คเตอร์รุ่นสูง การถ่ายทอดสีสันมีความเที่ยงตรงดี
– โหมดภาพจากโรงงานให้ความเที่ยงตรงของสมดุลสีได้ดีมากใกล้เคียง D65 เกินมาตรฐานรุ่นระดับเริ่มต้น

– แหล่งกำเนิดแสง UHP สามารถยืดอายุการใช้งานได้นานถึง 10,000/15,000 ชม. ในโหมด Eco/Extreme Eco

– ติดตั้งลำโพง (Mono) มาด้วย ใช้รับชมรายการบันเทิงต่างๆ แบบลำลองได้ทันที

จุดด้อยของ Acer V6810

– ไม่มี Lens Shift ในบางสถานการณ์ที่ต้องปรับแก้ภาพจากตำแหน่งติดตั้งด้วย Digital Keystone อาจลดทอนคุณภาพของภาพลง

– ปกติสำหรับรุ่นเริ่มต้นที่คุณภาพเลนส์ฉายยังไม่เทพเท่ากับรุ่นสูง ขอบภาพมีฟุ้งบ้าง และเห็นสีเหลื่อมนิดๆ เมื่อเพ่งมองในระยะใกล้

– ขอบเขตสียังไม่ครอบคลุมถึง DCI-P3 แต่สำหรับมาตรฐาน sRGB/Rec.709 นั้น ทำได้ครอบคลุมดี

– ไม่รองรับการแสดงผล 3D

– ไม่มี Frame Interpolation แต่การรับชมภาพเคลื่อนไหวต่างๆ มิได้รู้สึกว่าสะดุดไปกว่าต้นฉบับ หรือขาดความต่อเนื่อง

 

Sample Image Gallery

SPRING SUMMER LOOKBOOK

Sample Block Quote

Praesent vestibulum congue tellus at fringilla. Curabitur vitae semper sem, eu convallis est. Cras felis nunc commodo eu convallis vitae interdum non nisl. Maecenas ac est sit amet augue pharetra convallis.

Sample Paragraph Text

Praesent vestibulum congue tellus at fringilla. Curabitur vitae semper sem, eu convallis est. Cras felis nunc commodo eu convallis vitae interdum non nisl. Maecenas ac est sit amet augue pharetra convallis nec danos dui. Cras suscipit quam et turpis eleifend vitae malesuada magna congue. Damus id ullamcorper neque. Sed vitae mi a mi pretium aliquet ac sed elitos. Pellentesque nulla eros accumsan quis justo at tincidunt lobortis deli denimes, suspendisse vestibulum lectus in lectus volutpate.
ถัดไป
ก่อนหน้า

แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็นในบล็อกทั้งหมดจะถูกตรวจสอบก่อนที่จะเผยแพร่

ขอบคุณสำหรับการสมัคร!

อีเมลนี้ได้รับการลงทะเบียนแล้ว!

เลือกซื้อรูปลักษณ์

ตัวเลือก

Have Questions?
Back In Stock Notification
ถูกเพิ่มลงในตะกร้าสินค้าของคุณ

ตัวเลือก

this is just a warning

รีเซ็ตรหัสผ่าน

กรุณากรอกอีเมลที่คุณเคยลงทะเบียนไว้