สัมผัสบรรยากาศสด กับชุดลำโพงอังกฤษระดับพระกาฬ !! รีวิว KEF R Series Speaker Set
Home Theater Speaker Set
KEF R Series

สัมผัสบรรยากาศสด
กับชุดลำโพงอังกฤษระดับพระกาฬ !!

หากพูดถึงลำโพงที่เป็นตำนาน มีประวัติเรื่องราวอันน่าจดจำ คงจะขาด KEF ไปมิได้ และหากพูดถึงคุณภาพเสียง ลำโพงแบรนด์อังกฤษยี่ห้อนี้ก็ได้สร้างสีสันให้กับวงการอยู่มาก พอๆ กับรูปลักษณ์ของลำโพงรุ่นคอนเซ็ปต์เรืองธงทั้ง 2 รุ่นที่โดดเด่นไม่แพ้กัน อย่าง Muon และ BLADE

ลำโพง KEF ซีรี่ส์คอนเซ็ปต์เรือธงทั้ง 2 รุ่น คือ Muon และ BLADE
ภาพโดย Nishant Padhiar
ทั้ง 2 รุ่นข้างต้นล้วนแล้วแต่ถูกรังสรรค์ขึ้นเพื่อสนองตอบความต้องการเข้าถึงอรรถรสด้านเสียงขั้นสูงสุด และด้วยนวัตกรรมด้านเสียงที่ถูกคิดค้นขึ้นเพื่อการณ์นี้ ปัจจุบันถูกถ่ายทอดลงมายังลำโพงรุ่นใหม่ๆ ของ KEF เพื่อเป้าหมายเดียวกัน

เปรียบเทียบ R Series (R900) กับ Reference Series (Reference 3)
หากลำดับซีรี่ส์แล้ว ถ้าไม่นับรุ่นคอนเซ็ปต์เรือธง อาทิ Muon และ BLADE จะพบว่า R Series เป็นรองเพียง Reference Series เท่านั้น ซึ่งในส่วนของนวัตกรรมด้านเสียงที่ถ่ายทอดลงมา ดูจะใกล้เคียงกับ Reference Series มากเป็นพิเศษในขณะที่มีค่าตัวต่ำกว่า… มาดูกันว่า พื้นฐานการออกแบบขั้นสูงที่ส่งกับคุณภาพเสียงของ R Series นั้น มีอะไรบ้าง และโดดเด่นเพียงใด?
Design – การออกแบบ
นวัตกรรมด้านเสียงที่สร้างชื่อให้กับ KEF อิงที่มาจากรุ่นคอนเซ็ปต์เรือธง และถูกถ่ายทอดลงมายังรุ่นอื่นๆ จนเป็นเอกลักษณ์ของลำโพง KEF ยุคใหม่ คือ เทคโนโลยีตัวขับเสียงที่เรียกว่า Uni-Q

KEF เป็นผู้ผลิตลำโพงเจ้าแรกๆ ที่นำทวีตเตอร์ไปติดตั้งไว้ที่ใจกลางของวูฟเฟอร์ เพื่อผลด้านความกลมกลืนของรอยต่อเสียง ผลลัพธ์จะเป็นดังเช่น เสียงที่ออกมาจากจุดกำเนิดเดียวตามอุดมคติ
เทคนิคการนำตัวขับเสียง 2 ชนิต คือ ทีวีตเตอร์และวูฟเฟอร์ไว้ในแกนกลางเดียวกันของ KEF มีรายละเอียดที่โดดเด่นแตกต่างจากเจ้าอื่น ส่วนของตัวขับเสียงกลาง .ในส่วนของไดอะแฟรมขึ้นรูปจากวัสดุผสมที่มีความแกร่งสูง คือ Magnesium และ Aluminum เสริมด้วยโครงสร้างพิเศษเพื่อป้องกันเสียรูป ในส่วนของขอบเซอร์ราวด์ที่เรียกว่า Z-flex จะทำอีกหน้าที่ คือ ป้องกันมิให้เสียงของทวีตเตอร์สะท้อนกับแผงหน้าตัวตู้ไปพร้อมๆ กันด้วย
ส่วนทวีตเตอร์โดมที่อยู่ใจกลางนั้นเสริมด้วยโครงสร้างจีบโลหะเป็นแฉกๆ ที่เรียกว่า Tangerine Waveguide ทำหน้าที่ควบคุมมุมกระจายเสียง เพิ่มความไว (Sensitivity) ให้กับทวีตเตอร์
ทั้งทวีตเตอร์และวูฟเฟอร์ของ Uni-Q ถูกขับเคลื่อนด้วยวอยซ์คอล์ยภายใต้แม่เหล็ก (นีโอไดเมียมสำหรับทวีตเตอร์ และเฟอร์ไรต์สำหรับมิดเรนจ์) ขนาดใหญ่ รับกำลังขับจากภาคขยาย ถ่ายทอดไดนามิกได้อย่างเต็มที่

ความแปลกตาที่ดูงดงามของ KEF จากตัวขับเสียง มิได้มีเพียงแค่ Uni-Q
หากสังเกตที่ Bass Driver จะเห็นความแตกต่างที่โดดเด่นเช่นเดียวกัน
ตัวขับเสียงเบสของ KEF จะไม่เหมือนลำโพงทั่วไปที่มีลักษณะเป็นกรวยเว้าลึกลงไป ทว่าเกือบเป็นแผ่นเรียบ และไม่มีเฟสปลั๊กหรือดัสท์แค็ปเป็นรอยต่อตรงใจกลางให้เกะกะลูกตา แต่ในความแปลกนี้ก็แฝงไว้ด้วยนวัตกรรมทางเสียงเช่นกัน…

ตัวไดอะแฟรมสีดำที่เห็นนั้นขึ้นรูปแบบไฮบริด โดยมีวัสดุหลัก คือ โลหะอะลูมิเนียม ทั้งนี้เพื่อให้มีความแกร่งแต่น้ำหนักเบา การขยับเคลื่อนตัวก็จะทำได้สะดวกและรวดเร็วขึ้น ยังผลให้การตอบสนองความถี่ต่ำลงได้ลึก และถ่ายทอดไดนามิกได้อย่างเต็มที่

โครงสร้างตัวตู้ที่ดูสวยงามจากสีสันที่เงางามดั่งเปียโน ดูสะอาดตาไม่มีหัวสกรูให้เห็น ภายในยังพิถีพิถันเผื่อผลด้านความแกร่ง
มีการกั้นส่วนตัวตู้ คาดโครง พร้อมกับแดมป์ป้องกันการสั่นสะเทือนตามจุดต่างๆ ดังเช่นลำโพงระดับสูง
นอกจากนี้ในส่วนของการไฟน์จูนเสียงความถี่ต่ำด้วยท่อเปิด มีการคำนวณจำลองการไหลเวียนมวลอากาศด้วยคอมพิวเตอร์โดยละเอียด เพื่อให้แรงดันอากาศภายในตัวตู้มีการถ่ายเทเข้าออกได้อย่างรวดเร็ว

ขั้วลำโพงของ R Series เป็นไบดิ้งโพสต์แบบไบไวร์ ทว่าแตกต่างจากลำโพงทั่วไป (อีกแล้ว) เพราะจัมเปอร์โลหะจะซ่อนอยู่ด้านในด้วยกลไกพิเศษ การปรับรูปแบบการเชื่อมต่อสายลำโพงระหว่างซิงเกิลไวร์ และไบไวร์ ทำได้โดยปุ่มปรับหมุนที่อยู่ระหว่างขั้วลำโพงด้านบนและล่าง

ฐานพร้อมเดือยแหลมรองรับตัวตู้ลำโพงเป็นอีกจุดที่น่าสนใจ เพราะนอกจากช่วยให้ปรับระดับลำโพงได้อย่างเที่ยงตรงแล้ว ยังให้ความมั่นคง และสวยงามไปพร้อมๆ กัน

KEF R Series ประกอบไปด้วย
– ลำโพงตั้งพื้น 3 รุ่น ได้แก่ R900, R700 และ R500
– ลำโพงวางขาตั้ง 2 รุ่น ได้แก่ R300 และ R100
– ลำโพงเซ็นเตอร์ 2 รุ่น ได้แก่ R600C และ R200C
– ลำโพงเซอร์ราวด์ (Di-pole) 1 รุ่น ได้แก่ R800ds
– ลำโพงซับวูฟเฟอร์ 1 รุ่น คือ R400b
– ลำโพง Dolby Atmos Enabled Speaker 1 รุ่น คือ R50
ผลการทดสอบต่อไป จะเป็นการอ้างอิงเฉพาะรุ่น R900, R700, R600C และ R500
Setup – การติดตั้ง
การติดตั้งทดสอบในครั้งนี้ เป็นการอ้างอิงใช้งานในห้องบรรยายของ รร.แลนด์มาร์ค ช่วงจัดงาน BAV Hi-End Show 2015 เมื่อกลางปีที่ผ่านมา ความท้าทายของห้องนี้ คือ ขนาดที่สามารถจุผู้มาร่วมฟังบรรยายได้กว่าร้อยคน

KEF R Series ซิสเต็มนี้ เมื่ออยู่ในห้องหับตามบ้าน มันจะดูใหญ่โตมาก
แต่เมื่อมาอยู่ภายในห้องบรรยายของโรงแรมก็ดูเล็กลงไปถนัดตา…
แต่ด้วยปริมาตรพื้นที่ที่กว้างขวางขนาดนี้ กลับยิ่งส่งเสริมให้ซิสเต็มลำโพงของ KEF ชุดนี้
แสดงศักยภาพตามแบบฉบับลำโพงตั้งพื้นออกมาได้อย่างน่าทึ่ง อันเป็นประสบการณ์ที่ยากจะสัมผัสจากในห้องหับตามบ้านพักอาศัย !

KEF R900 พี่ใหญ่ รับหน้าที่เป็นลำโพงคู่หน้าที่มีความสำคัญมากที่สุด
ด้วยพื้นฐานขนาดตัวขับเสียงเบสคู่ ขนาด 8 นิ้ว ภายใต้โครงสร้างตัวตู้ที่มั่นคง
แม้ห้องบรรยายมีขนาดกว้างใหญ่ ก็ยังเติมเต็มน้ำหนักเสียงได้อย่างเต็มอิ่ม

เช่นเดียวกับ R600C ถึงแม้ขนาดจะมิได้ใหญ่เท่ากับ R900 ทว่าด้วยลักษณะที่เป็นลำโพงเซ็นเตอร์รุ่นใหญ่ที่สุดของซีรี่ส์
ศักยภาพนั้นไม่ธรรมดา ดุลเสียงสอดรับกับลำโพงคู่หน้าได้อย่างสมน้ำสมเนื้อ

KEF R700 เทียบความหล่อกับคุณ Tony จะเห็นว่าขนาดย่อมลงจาก R900 เพียงเล็กน้อย
ทำหน้าที่เป็นลำโพงเซอร์ราวด์ด้านข้างแบบได้น้ำได้เนื้อมาก

ส่วน KEF R500 รับหน้าที่เป็นลำโพงเซอร์ราวด์หลัง จากรูปอยู่ไกลไปทางด้านหลังห้อง แต่ด้วยตัวตู้สีขาวโดดเด่น
จึงมองเห็นได้ไม่ยากครับ เช่นเดียวกับศักยภาพที่แม้ว่าจะเป็นลำโพงตั้งพื้นขนาดเล็กที่สุดของ R Series
ทว่าผลลัพธ์ก็พิสูจน์ชัดเจนว่า สามารถเติมเต็มเวทีเสียงด้านหลัง
ให้ความต่อเนื่องสอดรับกับลำโพงแชนเนลอื่น ที่มีขนาดใหญ่กว่าได้ไม่ตกหล่น

ส่วนซิสเต็มเครื่องเสียงที่ใช้อ้างอิงร่วม ก็เหมือนเช่นงานบรรยายครั้งก่อนๆ คือ
Onkyo PR-SC5509+PA-MC5501 Processor + 9-ch Poweramp
แหล่งโปรแกรมต้นทางประกอบไปด้วย Oppo BDP-95: BD Player, Sony PS3: Game Console
และ Acer Revo One: Mini PC
ลำโพงซับวูฟเฟอร์ ประกอบไปด้วย SVS PB13 Ultra และ Klipsch R-112SW
ในส่วนของ R900 เชื่อมต่อสายลำโพง Velocita: Rome V แบบ Single-wire 2 ชุด แบบ Bi-amp
R600C เชื่อมต่อสายลำโพง Velocita: Rome V แบบ Bi-wire
นอกนั้นเชื่อมต่อสายลำโพง Velocita: Naple X แบบ Single-wire
Sound – เสียง

ทดสอบการถ่ายทอดสนามเสียงโอ่อ่าและโอบล้อม อันเป็นผลจากศักยภาพของลำโพงที่สอดรับกันอย่างกลมกลืน ด้วยบลูเรย์ภาพยนตร์จีน Young Detective Dee: Rise of The Sea Dragon หรือชื่อไทย คือ “ตี๋เหรินเจี๋ย” ผจญกับดักเทพมังกร ฉากช่วงกลางของเรื่องที่มีการเล่นเทคนิคโยนเสียงจากหน้าไปหลัง หรือ หลังไปหน้าอยู่บ่อยครั้ง ตั้งแต่ปาอาวุธลับธรรมดาๆ อย่างมีด ไปจนถึงใช้ “ผึ้ง”

ทั้งนี้ R Series ให้สเกลน้ำหนักทิศทางของเสียงที่คงที่ ไม่เพิ่มขึ้นหรือลดลงไปตามความต่างของขนาดลำโพง ไปจนถึงให้ความต่อเนื่องของลำดับเวลาได้อย่างกลมกลืน ส่วนหนึ่งเป็นผลของการคำนึงถึงเรื่องของ Timbre Matching ที่ KEF ให้ความสำคัญตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบ ถึงแม้ลำโพงจะคนละรุ่น ขนาดตัวขับเสียงและตัวตู้ต่างกัน ทว่าซีรี่ส์เดียวกันก็ให้ความกลมกลืนเป็นเนื้อเดียวกันได้ ส่วนหนึ่งน่าจะเป็นอานิสงส์จากการใช้ตัวขับเสียงกลาง-แหลมแบบ Uni-Q สเป็กเดียวกัน ขนาดเท่ากัน ตั้งแต่ R100 ไปจนถึง R900…
อย่างไรก็ดีในประเด็นด้านความต่อเนื่องนี้ การไฟน์จูนในส่วนของการกำหนด Bass Management ที่ AVR เพื่อแม็ตชิ่งการตอบสนองเสียงความถี่ต่ำตามศักยภาพของลำโพงแต่ละแชนเนล และการกำหนดดีเลย์ตามระยะห่างของลำโพง (Distance) ถือเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องดำเนินการอย่างพิถีพิถันเช่นเดียวกัน
จากภาพยนตร์จีนเรื่องเดิม ทดสอบต่อเนื่องไปจนถึงช่วงท้ายที่พระเอกต้องเผชิญหน้ากับเทพมังกรขนาดมหึมา KEF R Series มีส่วนส่งเสริมอรรถรสได้มากอย่างมีนัยสำคัญ การถ่ายทอดพลัง ความยิ่งใหญ่ จากบรรยากาศเสียงโอบล้อมที่โอ่อ่า สัมพันธ์กับสเกลขนาดของภาพที่ปรากฏบนจอฉายโปรเจ็กเตอร์ขนาด 120 นิ้ว นั้น ช่วยดึงอารมณ์ร่วม จะเรียกว่าเสียงดีขึ้น ช่วยให้ดูหนังสนุกขึ้นก็คงไม่ผิดนัก

การถ่ายทอดเวทีเสียงที่โอ่าอ่าอลังการของ R Series นี้ ยิ่งชัดเจนเมื่อรับชมบลูเรย์คอนเสิร์ต เป็นการให้ “บรรยากาศสด” ที่หาได้ยากจากซิสเตมลำโพงทั่วๆ ไป
จริงอยู่ความโอ่อ่าที่ได้นี้ ส่วนหนึ่งเป็นผลพวงจากการใช้งานซิสเต็มลำโพงตั้งพื้นที่ให้ขนาดสเกลพื้นเสียงได้ดีกว่าลำโพงวางหิ้ง และจะยิ่งเห็นชัดโดยเฉพาะเมื่อต้องใช้งานในปริมาตรห้องขนาดใหญ่ อย่างไรก็ดีหากอ้างอิงจากงานบรรยายครั้งที่ผ่านๆ มา นี่มิใช่ครั้งแรกที่ทีมงานนำลำโพงตั้งพื้นไปใช้ ซิสเต็มแวดล้อม+สถานที่เหมือนเดิม เปลี่ยนแค่ลำโพงหลัก ทว่าผลลัพธ์ที่ได้รับนั้น ต่างกันอย่างเห็นได้ชัดครับ
นอกเหนือจากแนวเสียงที่เปลี่ยนไปตามสไตล์ของผู้ลิตแต่ละเจ้าแล้ว ยังมีประเด็นเรื่องของการคงดุลเสียงที่ระดับความดังสูง ซึ่งเป็นสิ่งที่เลี่ยงมิได้เมื่อต้องใช้งานในพื้นที่งานบรรยายที่เป็นห้องหับขนาดใหญ่เช่นนี้
แม้ว่าลำโพงตั้งพื้นจะถูกออกแบบให้สามารถทนกำลังขับได้สูงกว่าลำโพงวางหิ้งก็ตาม ทว่าลำโพงระดับรุ่นสูงๆ ก็ยังคงตอบสนองในจุดนี้ได้ดีกว่า ถึงแม้ภายนอกจะมีลักษณะเป็นลำโพงตั้งพื้นเหมือนๆ กันก็ตาม
โดยทั่วไปเครื่องเสียง+ลำโพงทุกซิสเต็ม จะมีลิมิตของมันอยู่ ผลของการใช้งานที่ไม่สมดุล มักจะมาในรูปแบบที่ซิสเต็มสูญเสียการควบคุม ดุลเสียงมักจะตีรวน ออกไปทางแข็งกร้าว อิมเมจและเวทีเสียงเริ่มเลือน อันเป็นผลจากระดับความเพี้ยนที่เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งเหตุการณ์ทำนองนี้มักจะเกิดจากภาคขยายไม่สามารถควบคุมลำโพงได้ ทว่าในอีกด้านหนึ่งก็ควรพิจารณาดูในส่วนของศักยภาพลำโพงด้วย
ด้วยลักษณะเสียงอันเป็นเอกลักษณ์ที่ KEF ยึดมั่นมาตลอดกว่า 50 ปี คือ ดุลเสียงที่เที่ยงตรง การถ่ายทอดเสียงที่เป็นธรรมชาติตลอดทุกย่านเสียง จึงมิใช่คำกล่าวอ้างลอยๆ เพื่อเอาใจหู อย่างไรก็ดีในประเด็นนี้สำหรับ R Series นั้น ยังคงสถานะนี้อย่างต่อเนื่องแม้จะใช้งานในระดับวอลลุ่มสูงอย่างในห้องบรรยาย
ซึ่งในสถานการณ์เดียวกันนี้หากเป็นลำโพงตั้งพื้นบางรุ่น เสียงจะเริ่มบีบบางลง ฟังไม่ได้อรรถรสเหมือนที่ระดับวอลลุ่มปกติฟังตามบ้านพักอาศัย แต่ R Series “เอาอยู่” ยังคงฟังได้สบายๆ ไม่รู้สึกล้าแต่อย่างใด ซึ่งสัมผัสได้ไม่เฉพาะกับภาพยนตร์ เมื่อรับชมบลูเรย์คอนเสิร์ต หรืออัลบั้มเพลง 2 แชนเนล ก็แสดงให้เห็นชัดเจนเช่นกัน และในจุดนี้ R900 และ R600C ที่รับหน้าที่สำคัญที่สุด จากการถ่ายทอดเสียงร้อง ก็ยิ่งฉายแววอันโดดเด่น

เหนือสิ่งอื่นใดอันเป็นจุดเด่นจุดเด่นของลำโพงอังกฤษ คือ เสียงกลางที่ไหลลื่น หากจะบอกว่า KEF เป็นหนึ่งในลำโพงที่ถ่ายทอดเสียงลูกคอของ Andrea Bocelli และ Sarah Brightman ในเพลง Time to Say Goodbye ได้น่าฟังที่สุดก็คงไม่เกินเลยไปนัก อันเป็นเสียงที่กระจ่างไร้สีสัน เมื่อบวกกับความโอ่อ่าของเวทีเสียงดังที่กล่าวไปก่อนหน้านี้ อัลบั้ม Vivere Live in Tuscany ผ่าน R Series จะตราตรึงอยู่ในความทรงจำของหลายๆ คนอย่างแน่นอน

น่าแปลก R Series ใช้วัสดุตัวขับเสียงเป็นโลหะทั้งสิ้น ทว่าเสียงไม่มีความแข็งกระด้างใดๆ เลย ตรงกันข้ามดุลเสียงด้านสูงกลับเนียนละเมียด มีส่วนคล้ายโดมผ้าบางส่วนทว่ายังคงความกังวานตามแบบฉบับของโลหะได้อย่างน่าฟัง การเก็บดีเทล แจกแจงรายละเอียดทำได้ดี เรียกว่าครบเครื่อง ฟังเพลงคึกคักหรือภาพนยตร์แอ็คชั่นก็ไม่น่าเบื่อ ครั้นจะฟังเพลงผ่อนคลาย ฟังเพื่อการพักผ่อนสบายๆ ก็เข้าทางมากๆ
R Series ให้จุกโฟมอุดท่อเบสมาด้วย ซึ่งไว้ใช้จูนเสียงเบสในกรณีที่สภาพการติดตั้งไม่เอื้ออำนวยจนส่งผลให้เบสบวม อันจะช่วยให้การติดตั้งเพื่อคงผลการตอบสนองความถี่ที่เที่ยงตรง มีความยืดหยุ่นมากขึ้น
การตอบสนองเสียงความถี่ต่ำ ตามสไตล์ลำโพงใหญ่ที่ได้น้ำได้เนื้อ ตัวขับเสียงเบสที่ผสมผสานโลหะกับวัสดุสังเคราะห์ บาลานซ์ความฉับไวกับเนื้อหนังได้ดี เบสลึกขึ้นตามขนาดตัวตู้ ไม่เน้นกระแทกดุดันพร่ำเพรื่อ ศักยภาพในส่วนของ R900 นำมาฟังคลาสิกเต็มวงได้อรรถรสดีมากทีเดียว
นอกเหนือจากเวทีเสียงอันโอ่อ่า การชี้ตำแหน่งชิ้นดนตรีก็ทำได้ไม่ยิ่งหย่อนกว่ากัน แน่นอนว่าในประเด็นนี้จะคงอยู่ แม้จะเปิดฟังในระดับเสียงที่สูงเกินกว่าระดับที่รับฟังในบ้าน ทั้งนี้หากอัพเกรดภาคขยายให้มีศักยภาพสูงขึ้นจากรุ่นทีใช้อยู่ ก็เชื่อว่าจะขยายศักยภาพอันโดดเด่นของลำโพงอังกฤษยี่ห้อนี้ให้ได้สัมผัสเพิ่มขึ้นอีกเป็นแน่แท้ แต่ผลลัพธ์ที่ได้ ณ เวลานี้ น่าพึงพอใจอย่างมากแล้วครับ

KEF R Series เสียงดีจริง ! ผมกับคุณโรมัน
และทีมงาน LCDTVTHAILAND / HDPLAYERTHAILAND ขอการันตีเลยจ้า
Conclusion – สรุป
ซิสเต็มลำโพงจากผู้ผลิตที่สั่งสมประสบการณ์มากว่า 50 ปี ซึ่งมีพัฒนาการต่อเนื่องเรื่อยมา เทคโนโลยีด้านเสียงส่วนใหญ่ถอดแบบมาจากรุ่น Reference ได้ใกล้เคียงมากๆ ในขณะที่ระดับราคาย่อมเยากว่าพอสมควร โครงสร้างภายนอกดูสวยงามโดดเด่นทั้งผิวเปียโนเงางาม โครงสร้างตัวขับเสียงที่สะดุดตา กับฐานโลหะพร้อมเดือยแหลมที่มั่นคงดูดี ที่สำคัญคือเสียงอันเป็นเอกลักษณ์สไตล์ผู้ดีอังกฤษ ผสมผสานกับดุลเสียงที่เที่ยงตรงแม้เปิดฟังในระดับความดังสูง อรรถรสทางเสียงที่ได้รับนี้ จึงเป็นความรู้สึกดึงดูดที่ยากแก่การถอนอย่างยิ่ง…
by ชานม !
2015-08
ราคา KEF R Series (Promotion)R900 = 109,000.-
R700 = 79,900.-
R500 = 59,900.-
R600C = 39,900.-