ข้ามไปที่เนื้อหา
|

หนึ่งในปฐพี !! รีวิว VELOCITA ROME V สุดยอดสายลำโพง ไฮเอ็นด์ทั้งตัวและหัวใจ

เขียนโดย: EDITOR LCDTVTHAILAND โพสต์เมื่อ: 21 Jan 2022 0 ความคิดเห็น

Speaker Cable with Banana Connectors

VELOCITA ROME V Single-wire

หนึ่งในปฐพี!! สุดยอดสายลำโพง
ไฮเอ็นด์ทั้งตัวและหัวใจ

หากกล่าวถึงอุปกรณ์เครื่องเสียง-โฮมเธียเตอร์ แน่นอนว่าปัจจัยที่ใช้กำหนดคุณภาพเสียง คือ ฮาร์ดแวร์หลักอย่างแหล่งโปรแกรม ภาคขยาย และลำโพง อย่างไรก็ดีการที่ชุดเครื่องเสียง-โฮมเธียเตอร์จะทำงานอย่างเป็นระบบโดยสมบูรณ์ (ใช้งานได้ มีเสียงออก) อุปกรณ์เสริมที่ต้องใช้งานควบคู่กันอย่าง สายสัญญาณ และ สายลำโพง จะละเลยมิให้ความสำคัญเสียมิได้

เมื่อได้อุปกรณ์ชุดเครื่องเสียงครบถ้วนแล้ว แนวทางอัพเกรดอุปกรณ์ที่จะช่วยส่งเสริมให้ระบบฯ สามารถถ่ายทอดเสียงได้เต็มศักยภาพ คงไม่มีสิ่งใดชัดเจนไปกว่า “การอัพเกรดสายลำโพง” ความเปลี่ยนแปลงนั้นถ้าได้สายลำโพงคุณภาพ จะสัมผัสรับรู้ได้ง่ายๆ เลยครับ

คลิกที่รูปเพื่อเข้าสู่เว็บไซต์

กล่าวถึง Velocita ซึ่งเป็นแบรนด์อุปกรณ์เสริมสำหรับเครื่องเสียง เน้นสายเคเบิลรูปแบบต่างๆ หลากหลายรุ่น หลายระดับราคา ปัจจุบันอ้างอิงจากเว็บไซต์ มีรายละเอียดดังต่อไปนี้

ROME Series: Hi-End Speaker Cable สายลำโพงระดับไฮเอ็นด์ เข้าหัวสำเร็จจากโรงงาน ปัจจุบันมี 2 รุ่น คือ Rome V และ Rome I สำหรับสายลำโพงที่จะกล่าวถึงในรีวิวนี้ต่อไป คือ รุ่น “Rome V” ซึ่ง ณ เวลานี้ เป็นสายลำโพงรุ่นสูงสุดของ Velocita

NAPLES Series: Speaker Cable (Roll) หมวดถัดมาเป็นสายลำโพงเช่นกัน แต่เป็นรูปแบบ “สายตัดแบ่ง” แบ่งขายตามความยาว จะเอาสั้นยาวเพียงใดเพื่อนำไปใช้งานกับลำโพงคู่หน้า เซ็นเตอร์ หรือเซอร์ราวด์ได้ตามสะดวก ระดับราคาเริ่มต้นแบบสบายกระเป๋าที่หลักร้อยบาทต่อความยาว 1 ม. เท่านั้น แบ่งเป็น 3 รุ่น เรียงตามระดับราคา คือ Naples I, Naples V และ Naples X นอกจากนี้ท่านใดที่มีสายลำโพงอยู่แต่ยังไม่มีหัวต่อ ทาง Velocita ก็มีคอนเน็คเตอร์สำหรับเข้าสายลำโพงแบบ หัวบานาน่า จำหน่ายด้วย

MILANO Series: Hi-End HDMI Cable สาย HDMI น้องใหม่ล่าสุด ปัจจุบันมี 2 รุ่น คือ MILANO V (อ่านรีวิว << คลิก) และ MILANO I

Design – การออกแบบ

หลายท่านคงเคยผ่านตากับแพคเกจสาย HDMI ของยี่ห้อนี้จากรีวิวรุ่น Milano V คงจะคุ้นเคยกับแพ็คเกจกล่องสีดำ ตัดกับโลโก้ยี่ห้อ Velocita สีเงิน ซึ่งในส่วนของสายลำโพง Rome V / Rome I ขนาดกล่องจะใหญ่ขึ้น ตามขนาดสายที่บรรจุข้างในครับ

เมื่อเปิดฝากล่องออกมา จะพบสายลำโพง Velocita Rome V ม้วนอยู่เรียบร้อย พร้อมบัตรรับประกัน Lifetime Warranty Card การ์ดพลาสติกแข็งประมาณบัตรเครดิต จะแสดงรายละเอียดข้อมูลร้านที่ซื้อ รุ่น และวันที่ เพื่อนำไปใช้แสดงสิทธิ์ “การรับประกันตลอดชีพ” หากสุดวิสัยพบปัญหาไม่สามารถใช้งานสายเคเบิลของ VELOCITA สามารถนำไปเคลมกับร้านที่ซื้อได้ตามข้อกำหนดฯ

ขนาดโครงสร้างสายลำโพง Velocita Rome V มีขนาดที่ใหญ่และหนักพอดู สายค่อนข้างแข็ง
ภายในอัดแน่นไปด้วยเทคนิคระดับไฮเอ็นด์ที่เอื้อต่อการถ่ายทอดคุณภาพเสียง ดังนี้

คุณสมบัติเด่นด้านการออกแบบของ Velocita Rome V Single-wire Speaker Cable

Grand Spiral Concentric: เทคนิคการจัดเรียงโครงสร้างตัวนำแกนเดี่ยว จำนวน 13 ชุด โดยแกนกลางเป็นตัวนำที่อยู่ในโครงสร้างท่ออากาศ (Air-tube) และมีตัวนำอีก 12 ชุด ตีเกลียวล้อมรอบ ยังผลลัพธ์ที่เรียกว่า “Synergistic Effect” ลดทอนสัญญาณรบกวน และเพิ่มประสิทธิภาพการส่งผ่านสัญญาณตลอดย่านความถี่เสียงได้อย่างราบรื่น ให้แบ็คกราวด์ที่สงัดอย่างแท้จริง

Single Crystal Copper: ตัวนำถือเป็นส่วนสำคัญสูงสุดสำหรับสายเคเบิล ซึ่งในจุดนี้ Velocita เลือกใช้ Single Crystal Copper ทองแดงที่มีคุณสมบัติดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ แทนที่จะใช้ทองแดงคุณสมบัติพื้นๆ แล้วทำการเคลือบผิวด้วยโลหะชนิดอื่น ซึ่งด้วยเทคนิคการรีดตัวนำทองแดงเพื่อให้ได้ผลึกโมเลกุลที่ยาว ส่งผลถึงความต่อเนื่องในการส่งผ่านสัญญาณที่ดีที่สุดตามอุดมคติ

Solid Core: ลักษณะตัวนำแกนเดี่ยวเพื่อผลด้านการลดทอนปัญหา Skin Effect  ที่เกิดขึ้นจากการใช้ตัวนำแบบฝอย ด้วยขนาดหน้าตัดตัวนำขนาดใหญ่ออกแบบอย่างพิถีพิถันให้เอื้อต่อการส่งผ่านสัญญาณได้ครบถ้วนตลอดทั้งย่านความถี่เสียงอย่างเท่าเทียม ไม่เพิ่มหรือลดย่านใดเป็นพิเศษ เมื่อผสานกับการจัดเรียงแบบ Grand Spiral Concentric เพื่อลดทอนการเหนี่ยวนำสัญญาณรบกวนและคงสภาพโครงสร้างสาย คุณภาพเสียง พละกำลัง ที่ถ่ายทอดไปยังลำโพงจะเด่นชัดขึ้นเมื่อเทียบกับสายลำโพงทั่วไป

Gold Plated Banana Plug: คอนเน็คเตอร์เป็นส่วนสำคัญของสายลำโพงไม่แพ้ส่วนประกอบอื่น ทาง Velocita เลือกใช้ BFA Banana สามารถเสียบต่อเข้ากับขั้วลำโพงของแอมป์สเตริโอ และเอวีรีซีฟเวอร์ รวมถึงขั้วต่อของลำโพงได้อย่างแน่นหนา การเคลือบทองบนหน้าสัมผัสนอกจากผลลัพธ์ทางเสียงแล้ว ยังป้องกันการเกิดออกไซด์ที่ลดทอนคุณสมบัติของหน้าสัมผัส ผนวกกับกระบวนการเชื่อมต่อเข้ากับตัวนำของสายลำโพงใช้เทคนิคการเข้าหัวแบบพิเศษ ไม่ใช้ตะกั่วเป็นตัวประสาน จึงไม่สูญเสียคุณสมบัติของโลหะตัวนำไปกับความร้อน คงการส่งผ่านสัญญาณให้เป็นไปอย่างราบรื่น

Finest Metal Shell: โครงสร้างบอดี้คอนเน็คเตอร์แบบ “Finest Non-Magnetic Metal” เป็นโลหะที่มีคุณสมบัติพิเศษ นอกจากความคงทน แข็งแรงแล้ว ยังช่วยป้องกันสัญญาณรบกวนจากการเหนี่ยวนำโดยสนามแม่เหล็ก

สายภายนอกหุ้มแจ็คเก็ตเส้นใยสังเคราะห์ สีขาวสลับดำ งานเรียบร้อยดี
ปลายสายติดตั้งคอนเน็คเตอร์แบบ BFA Banana เคลือบทอง การเข้าหัวใช้วิธีบีบอัด ไม่ใช้ตะกั่วบัดกรี

ในส่วนของบอดี้หัวต่อ ผลิตจาก Non-Magnetic Metal เพื่อป้องกันการเหนี่ยวนำจากการรบกวนโดยสนามแม่เหล็ก
มีสัญลักษณ์สีกำกับ เพื่ออ้างอิงเชื่อมต่อเข้ากับขั้วบวก (แดง) และลบ (ขาว)

ต่อไป มาทดลองใช้งาน Hi-End Speaker Cable กัน

การติดตั้งใช้งานสายลำโพงนั้นไม่ยุ่งยาก ปกติขั้วต่อสายลำโพงมาตรฐานสำหรับอุปกรณ์เครื่องเสียงและโฮมเธียเตอร์ ไม่ว่าจะเป็นแอมป์หรือลำโพง จะเป็นรูปแบบไบดิ้งโพสต์ รองรับคอนเน็คเตอร์สายลำโพงแบบบานาน่าได้แทบทั้งสิ้น วิธีการเพียงแค่เสียบปลายสายลำโพงด้านต้นทางเข้ากับแอมปลิฟายเออร์ และด้านปลายทางเข้ากับลำโพง โดยดูทิศทางจากลูกศรบนตัวสาย การหันทิศทางจะเป็นประมาณนี้ “Amplifier ► Speaker”

ไม่ว่าจะเป็นแอมปลิฟายเออร์ของซิสเต็มฟังเพลง 2 แชนเนล หรือโฮมเธียเตอร์
ใช้ร่วมกับ AV Receiver หรือมัลติแชนเนลเพาเวอร์แอมป์ สามารถเสียบต่อใช้งานสายลำโพง Rome V ได้อย่างมั่นคง

บางอุปกรณ์ หากออกแบบโครงสร้างขั้วต่อสายลำโพงสั้นสักหน่อย อาจดูเหมือนเสียบเข้าไม่สุด ทว่ามิได้ส่งผลกับความมั่นคงใดๆ สามารถใช้ได้ตามปกติ แต่มีข้อควรระวังนิดหน่อย คือ ด้วยโครงสร้างสายลำโพง Rome V ที่ค่อนข้างแข็ง และน้ำหนักมากพอดู อาจต้องพิจารณาพื้นที่ว่างเพื่อใช้ในการเสียบต่อสาย และน้ำหนักของอุปกรณ์จะต้องมากพอเพื่อมิให้ถูกน้ำหนักสายลำโพงถ่วงจนร่วงลงมา

Extra – เพิ่มเติม

Special Tips!

เพื่อให้การใช้งานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ผมมีแนวทางการใช้งานสายลำโพงเพิ่มเติมให้พิจารณา ดังนี้

ปกติถ้าเป็นการเชื่อมต่อใช้งานลำโพงปกติ และเสียบสายเชื่อมระหว่างแอมป์กับลำโพงโดยดูทิศตามลูกศร
ก็สามารถใช้งานได้แล้ว แต่ในกรณีที่ลำโพงออกแบบขั้วลำโพงแบบ “ไบไวร์” จะมีขั้นตอนที่พิเศษกว่าเล็กน้อย

เชื่อมต่อ “สายลำโพงซิงเกิลไวร์” กับ “ลำโพงไบไวร์” อย่างไร ให้เสียงดี?

โดยทั่วไปลำโพงที่ติดตั้งขั้วต่อแบบไบไวร์ จะมาพร้อมกับ จัมเปอร์ (Jumper) ที่มีลักษณะเป็นโลหะเชื่อมระหว่างขั้วบน (HF) และขั้วล่าง (LF) จัมเปอร์นี้อาจมาเป็นแท่งโลหะกลมๆ หรือแบนๆ ก็ได้ แล้วแต่ดีไซน์ของผู้ผลิตลำโพง รูปลักษณ์อาจต่างไปบ้างแต่ทำหน้าที่เหมือนกัน

เป็นที่ทราบดีว่า คุณภาพของจัมเปอร์จะส่งผลกับคุณภาพเสียง เพราะทำหน้าที่เป็นทางผ่านสัญญาณ (แทนการแยกสายลำโพง 2 ชุด แบบไบไวร์) แต่ปัญหาที่พบ คือ จัมเปอร์ที่แถมมากับลำโพงมักมีคุณภาพไม่สู้ดีนัก กรณีที่เชื่อมต่อสายลำโพงแบบซิงเกลไวร์ ร่วมกับลำโพงไบไวร์ ก็ไม่สามารถเลี่ยงจัมเปอร์นี้ได้เสียด้วย แต่ก็มีแนวทางการเชื่อมต่อสายลำโพงซิงเกิลไวร์ เพื่อใช้ในการไฟน์จูนเสียงได้ ดังนี้

แนวทางที่หนึ่ง เสียบสายลำโพงกับขั้วบน (HF) สัญญาณจากภาคขยายผ่านสายลำโพงตรงไปยังขั้ว HF โดยไม่ผ่านจัมเปอร์ จะส่งผลให้ได้เสียงที่เปิดกระจ่างเต็มที่ตามศักยภาพของลำโพงจะแจกแจงได้ เสียงร้องเป็นธรรมชาติมากที่สุด จากความคลุมเครือที่เกิดขึ้นน้อยกว่าแนวทางการเชื่อมต่ออีก 2 แนวทาง ที่จะกล่าวถึงต่อไป แต่จุดด้อย คือ เบสจะคลุมเครือลงบ้าง เมื่อเทียบกับรูปแบบที่เสียบสายลำโพงกับขั้วล่าง (LF)

แนวทางที่สอง เสียบสายลำโพงกับขั้วล่าง (LF) สัญญาณจากภาคขยายที่ตรงไปยังขั้ว LF โดยไม่ผ่านจัมเปอร์ คุณภาพเสียงย่านต่ำจะเด่นที่สุดเมื่อเทียบกับอีก 2 แนวทาง กล่าวคือ เบสจะเป็นตัวตนชัดเจนกว่าการเชื่อมต่อลักษณะอื่น ทว่าจุดด้อย ต้องแลกกับความคลุมเครือของย่านกลางแหลม ในบางกรณีหากแม็ตชิ่งซิสเต็มไม่ลงตัว แล้วพบว่าซิสเต็มให้เสียงที่ติดสว่างเกินไป การเชื่อมต่อสายลำโพงซิงเกิลไวร์กับขั้ว LF อาจช่วยให้เสียงที่เจิดจ้าเกินไปนั้น ประนีประนอมลง แต่หากคุณภาพจัมเปอร์ไม่สู้ดีนัก เสียงกลางจะติดแห้ง มิติเสียงจะย่อหย่อนลง

แนวทางที่สาม ไขว้ระหว่างขั้วบน (HF) และขั้วล่าง (LF) วิธีนี้จะเป็นการบาลานซ์จากทั้ง 2 แนวทางที่กล่าวไปข้างต้น อย่างไรก็ดีหากจัมเปอร์มีคุณภาพไม่สู้ดีนัก ผลลัพธ์จากแนวทางนี้จะไม่มีความเด่น (เพราะทุกย่านจะถูกลดทอนโดยคุณภาพของจัมเปอร์) หากแนะนำให้ทดลองเชื่อมต่อตามแนวทางแรกก่อนครับ คือ เสียบสายกับขั้วบน (HF) เหตุที่ให้ความสำคัญย่านกลางแหลมก่อน เพราะเป็นย่านที่ได้รับผลกระทบจากคุณภาพจัมเปอร์มากกว่าย่านต่ำ และเป็นย่านที่กำหนดความเป็นธรรมชาติของย่านเสียง แต่หากต้องการไฟน์จูน เพื่อเพิ่มเติมหรือลดทอนบางด้าน จะลองสลับรูปแบบอื่นเพื่อเปรียบเทียบหาความลงตัวดูก็ได้ ตามความเหมาะสม

หากไบไวร์ดีกว่าในทางทฤษฎี… ถ้าอย่างนั้นเลือกสายลำโพง “ซิงเกิลไวร์” หรือ “ไบไวร์” ดี?

ถ้าซิสเต็ม “ถึง” ทั้งภาคขยายที่มีกำลังสูงพอ กับลำโพงที่ออกแบบแยกครอสโอเวอร์อย่างพิถีพิถันเพื่อให้ไบไวร์ รวมถึงงบไม่เป็นปัญหา ผลลัพธ์การใช้งานร่วมกับสายลำโพงแบบไบไวร์ (หรือไบแอมป์) ย่อมจะสนองตอบในแง่ประสิทธิภาพสูงกว่าซิงเกิลไวร์ อย่างไรก็ดี มีคำถามตามมาว่า หากต้องเลือกระหว่าง สายลำโพงคุณสมบัติต่ำกว่า ที่มีโครงสร้างแบบไบไวร์ กับ สายลำโพง “ไฮเอ็นด์” แบบซิงเกลไวร์ แบบไหนจะให้ผลลัพธ์ดีกว่ากัน?

แม้ว่ารูปแบบ “ไบไวร์” ที่ทำการแยกโครงสร้างสายลำโพง 2 ชุดอิสระ จะได้เปรียบในเชิงทฤษฎี แต่สิ่งหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน คือ คุณภาพของสายลำโพง (จากโครงสร้าง วัสดุตัวนำ ฯลฯ) ทั้งนี้หากสายลำโพงมีคุณสมบัติสูงกว่ามาก การใช้งานเพียงเชื่อมต่อแบบซิงเกิลไวร์ ก็สามารถให้ความลงตัวเชิงผลลัพธ์ได้ดีกว่าสายลำโพงทั่วไปที่มีคุณสมบัติต่ำกว่า แต่เชื่อมต่อใช้งานแบบไบไวร์เสียอีก… ซึ่งกรณีของ Velocita Rome V – Single-Wire นั้น ให้ผลลัพธ์สูงกว่าสายลำโพงไบไวร์ระดับทั่วๆ ไป อย่างเห็นได้ชัดเช่นกันครับ 

No compromise = Double Bi-Wire/Bi-Amp !?

หากซิสเต็มถึงพร้อม และงบประมาณไม่ใช่ปัญหา การเชื่อมต่อสายลำโพงแบบ Double Bi-Wire หรือดีกว่านั้น คือ Bi-Amp ที่เบิ้ลจำนวนสายลำโพง 2 ชุด (รวมถึงภาคขยาย 2 ชุด สำหรับไบแอมป์) ให้ผลลัพธ์ดีที่สุด! อย่างไรก็ดีด้วยงบประมาณดำเนินการที่ค่อนข้างสูง หากเทียบความคุ้มค่าแล้ว การอัพเกรดสายลำโพงไปเป็น Rome V – Single Wire จะให้ความคุ้มค่าสูงที่สุดครับ

หากงบประมาณของซิสเต็มหลัก (ชุดเครื่องเสียง) ไม่สูงมากนัก เช่น ต่ำกว่าหนึ่งแสนบาทลงไป การใช้งานสายลำโพง Rome V Single-wire จะช่วยอัพเกรดคุณภาพเสียงขึ้นได้มากแล้ว แต่หากอนาคตมีการอัพเกรดซิสเต็มเพิ่มเติม จะจัดหาสายลำโพง Rome V Single-wire อีกชุด มา “ไบแอมป์” ก็ยังทำได้อยู่ หรือหากต้องการประหยัดงบลง จะใช้ Rome V Single-wire (เชื่อมต่อกับขั้วลำโพง HF) คู่กับสายลำโพงรุ่นรอง คือ Rome I Single-wire (เชื่อมต่อกับขั้ว LF) ก็ให้ผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยมเช่นกัน

ต่อไป พิสูจน์คุณภาพเสียงของสายลำโพง “Hi-End” กันครับ

Sound – เสียง

อย่าละเลยเรื่อง “เบิร์นอิน” !!?

ก่อนการประเมินคุณภาพเสียง ขั้นตอนสำคัญที่ห้ามละเลย คือ “การเบิร์นอิน” เป็นที่แน่ชัดว่าสายลำโพงไฮเอ็นด์ ราคาหลักหมื่น ย่อมต้องถูกคาดหวังว่าพอเปลี่ยนเข้ามาในระบบ แล้วควรจะเปลี่ยนแปลงให้ผลลัพธ์ดีขึ้นชัดเจนกันตั้งแต่วินาทีแรก… แต่ในความเป็นจริงจะละเลยเรื่อง “การเบิร์นอิน” มิได้ และสำหรับ VELOCITA ROME V พูดเลยว่า การรับฟังช่วงแรกกับหลังหลังจากเบิร์อินแล้วจะแตกต่างกันราวฟ้ากับเหว ดังนั้นต้องใจเย็นกันหน่อย อย่าใจร้อน เดี๋ยวดีเอง…

หากเปรียบเทียบกับสายลำโพงทั่วไป จะได้อะไรเพิ่มขึ้นจาก Velocita Rome V ทดสอบกับแผ่นดำ Supreme Stereo Sound No.5 – Audiophile Voices (LP version) Madona แทร็กแรก ของหน้า A ใช้ทดสอบศักยภาพของสายลำโพงเส้นนี้ได้เป็นอย่างดี รายละเอียดความก้องกังวานจากเสียงประสานภายในพื้นที่จัดแสดงถ่ายทอดผ่านไปยังลำโพงได้อย่างโอ่อ่าและยิ่งใหญ่ ช่วยให้สัมผัสถึง “บรรยากาศ” ได้อลังการดีมากฐานเบสลงได้ลึกลึกแผ่กว้าง หากเทียบกับสายลำโพงเล็กๆ ตรงนี้จะชัดเจนมากๆ

แทร็กที่ 2 ของหน้า A เพลง Beauty And The Beast จากเสียงร้องของ Susan Osborn ต่อด้วยแทร็กที่ 4 What A Wonderful World โดย Eva Cassidy ให้น้ำเสียงได้ไหลลื่นน่าฟัง เป็นการเติมเต็มความสมบูรณ์โดยไม่เติมเอกลักษณ์บางอย่างเพิ่มเข้าไป ตรงนี้จะแตกต่างจากสายลำโพงทั่วไปที่ใช้ตัวนำทองแดงเคลือบผิวด้วยตัวนำอื่น แม้เสียงจะดูชัดใสขึ้น แต่จะสูญเสียบอดี้ไป เสียงเครื่องดนตรีอย่างเปียโน ดูจะลงน้ำหนักเด่นชัดขึ้นกว่าเดิม แต่ไม่ได้ทำให้เสียงหนาขึ้น การแยกแยะเสียงหลักและฮาร์มอนิกคู่ควบออกจากกันไม่ตีรวนรวมกันเหมือนสายลำโพงราคาประหยัด

มาต่ออัลบั้มเพลงพ็อพจาก King of Pop Michael Jackson: Thriller 25th Anniversary (LP version) แผ่นที่ 1 หน้า B แทร็กที่ 2 Billie Jean เสียงของไมเคิลที่มีเอกลักษณ์ออกไปทางแหลมเล็ก บางช่วงจะติดพร่าและบาดหูนิดๆ Rome V ก็ไม่ได้กลบลบเสียจนเสียงกลมมน หรืออิ่มใหญ่ขึ้น แต่ยังคงเอกลักษณ์ของอัลบั้มนี้ไว้ มิได้เพิ่มเติมหรือเปลี่ยนแปลงดุลเสียงแต่อย่างใด การให้น้ำหนักเสียงที่โดดเด่น ช่วยให้ฟังสนุกขึ้น

การอัพเกรดสายลำโพง Rome V กับซิสเต็มฟังเพลงนั้นชัดเจน แล้วถ้านำมาใช้งานกับซิสเต็มโฮมเธียเตอร์ล่ะ จะเป็นอย่างไร?

ปัจจุบันสายลำโพง Velocita Rome V มีขนาดความยาวเดียวที่ 2.4 ม. ซึ่งเป็นความยาวที่พอให้ความยืดหยุ่นในการติดตั้งจัดวางร่วมกับซิสเต็มลำโพงโฮมเธียเตอร์ หากจะนำไปใช้งานกับลำโพงหลักส่วนหน้า คือ ลำโพงหน้าซ้าย – หน้าขวา และเซ็นเตอร์* ได้

หมายเหตุ*: Velocita Rome Series ซึ่งเป็นสายลำโพงเข้าหัวสำเร็จจากโรงงาน ในแพ็คเกจจะมาเป็นคู่ (2 ข้าง) แต่หากจะนำไปใช้กับลำโพงเซ็นเตอร์ (ซึ่งใช้สายลำโพงเพียง 1 ข้าง) รู้สึกว่าจะแยกขายได้ครับ

โดยทั่วไปถ้าสายลำโพงใดให้รายละเอียดแจกแจงชิ้นดนตรีในระบบ 2 แชนเนล ได้ดี นำมาใช้งานกับซิสเต็มโฮมเธียเตอร์ก็จะได้ความเด่นในแง่การแจกแจงบรรยากาศโอบล้อมของเสียงรอบทิศทางได้โดดเด่นเช่นเดียวกัน อย่างไรก็ดีปัจจัยจะดีหรือไม่ ยังต้องพิจารณาการติดตั้งว่าให้บาลานซ์ความกลมกลืนดีแล้วหรือยัง สิ่งหนึ่งที่จะสัมผัสได้ชัด คือ ความจะแจ้งในรายละเอียดที่เพิ่มมากขึ้น ถึงแม้การเปลี่ยนแปลงสายลำโพงจะเกิดขึ้นกับลำโพงส่วนหน้าเป็นหลัก (ไม่ได้รวมถึงลำโพงเซอร์ราวด์) แต่เนื่องจากความสำคัญของระบบเสียงภาพยนตร์จะมาจาก 3 แชนเนลนี้นี่แหละ ความแตกต่างจากบรรยากาศมิติโอบล้อมจึงสัมผัสได้ไม่ยาก รายละเอียดปลีกย่อยเล็กๆ น้อยสามารถได้ยินได้ชัดเจนมากขึ้น น้ำหนักเสียงที่โดดเด่น แรงปะทะจากเสียงเอฟเฟ็ต์ต่างๆ จึงดูมีพลัง หนักแน่นมากกว่าเดิม เวทีเสียงขยายขอบเขตได้กว้างใหญ่ขึ้น เสียง (?) อวกาศอันเวิ้งว้างของภาพยนตร์ Gravity (BD 3D + BD) ระบบเสียง DTS-HD MA 5.1 อลังการขึ้นอย่างมีอรรถรส จุดหนึ่งที่ไม่พูดถึงมิได้ คือ เสียงสนทนาจากลำโพงเซ็นเตอร์ จะน่าฟังขึ้นเป็นกอง

อย่างไรก็ดี จากการทดสอบร่วมกับลำโพงหลายๆ รุ่น หลายระดับราคาพบว่า การเปลี่ยนสายลำโพงในระบบไปเป็น Rome V ระดับการพัฒนาจะแตกต่างไปตามคุณภาพของซิสเต็ม การใช้งานร่วมกับลำโพงราคาประหยัด แม้ว่าจะสังเกตความเปลี่ยนแปลงได้ไม่ยาก ทว่าจะยังมีขอบเขตการัพัฒนาที่แคบกว่าลำโพงที่มีคุณสมบัติสูงกว่า (ปรากฏการณ์นี้เป็นเช่นเดียวกับซิสเต็มฟังเพลง) ดังนั้น หากจะให้ได้ศักยภาพสูงสุดจากสายลำโพงระดับไฮเอ็นด์รุ่นนี้ แนะนำให้ใช้กับลำโพงรุ่นสูงหน่อย ระดับความเปลี่ยนแปลงจะให้ความคุ้มค่ามากกว่าครับ

Conclusion – สรุป

ข้อดี
1. ศักยภาพระดับไฮเอ็นด์ เติมเต็มศักยภาพของซิสเต็มได้อย่างโดดเด่น สไตล์เสียงค่อนไปทางเป็นกลางไม่เปลี่ยนแปลงดุลเสียงเดิม แต่จะช่วยเสริมให้ซิสเต็มถ่ายทอดคุณภาพเสียงเต็มศักยภาพ ใกล้เคียงอุดมคติยิ่งขึ้น
2. จุดที่เรียกว่าเด่นมาก คือ น้ำเสียงที่เนียนสะอาด ดึงเสียงหลักและฮาร์มอนิกออกมาได้อย่างเป็นธรรมชาติ  ให้สเกลเสียงสมจริง
3. งานประกอบดูดี สมราคา มาตรฐานสายประกอบสำเร็จจากโรงงาน เทคนิคการเข้าหัวแบบพิเศษใช้หน้าสัมผัส ไม่ใช้ตะกั่ว
4. ในงบประมาณ 2 หมื่นบาท สำหรับสายลำโพงสำเร็จ หาตัวเปรียบเทียบได้ยาก

ข้อเสีย
1. สายค่อนข้างแข็ง น้ำหนักมาก จากโครงสร้างสายที่เป็นแกนเดี่ยวแบบ Grand Spiral Concentric ขนาดหน้าตัดใหญ่
2. “ระยะเวลาเบิร์นอินนาน” ช่วงแรกก่อนพ้นเบิร์นอินเสียงจะไม่โดดเด่นมากนัก แต่หากพ้น 50 ชม. แรก จะดีขึ้นหลายเท่า จะให้ชัวร์ควรให้เวลาอย่างน้อย 100 ชม. จะเปิดเผยให้เห็นความโดดเด่นอย่างชัดเจนจนน่าทึ่ง
3. ปัจจุบันมีขนาดความยาวเดียว คือ 2.4 เมตร และคอนเน็คเตอร์มีเฉพาะแบบ BFA Banana ยังไม่มีแบบ Spade
4. ราคาโดดจากสายลำโพงตัดแบ่ง แต่แน่นอนว่าคุณภาพเสียงก็ห่างขึ้นไปมากเช่นกัน

สายลำโพงไฮเอ็นด์ VELOCITA ROME V : Single Wire
ราคา 19,990 บาท

Sample Image Gallery

SPRING SUMMER LOOKBOOK

Sample Block Quote

Praesent vestibulum congue tellus at fringilla. Curabitur vitae semper sem, eu convallis est. Cras felis nunc commodo eu convallis vitae interdum non nisl. Maecenas ac est sit amet augue pharetra convallis.

Sample Paragraph Text

Praesent vestibulum congue tellus at fringilla. Curabitur vitae semper sem, eu convallis est. Cras felis nunc commodo eu convallis vitae interdum non nisl. Maecenas ac est sit amet augue pharetra convallis nec danos dui. Cras suscipit quam et turpis eleifend vitae malesuada magna congue. Damus id ullamcorper neque. Sed vitae mi a mi pretium aliquet ac sed elitos. Pellentesque nulla eros accumsan quis justo at tincidunt lobortis deli denimes, suspendisse vestibulum lectus in lectus volutpate.
ถัดไป
ก่อนหน้า

แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็นในบล็อกทั้งหมดจะถูกตรวจสอบก่อนที่จะเผยแพร่

ขอบคุณสำหรับการสมัคร!

อีเมลนี้ได้รับการลงทะเบียนแล้ว!

เลือกซื้อรูปลักษณ์

ตัวเลือก

Have Questions?
Back In Stock Notification
ถูกเพิ่มลงในตะกร้าสินค้าของคุณ

ตัวเลือก

this is just a warning

รีเซ็ตรหัสผ่าน

กรุณากรอกอีเมลที่คุณเคยลงทะเบียนไว้