รีวิว Acer V6810 4K HDR DLP Projector ตอบรับฟุตบอลโลก 4K! เชียร์บนจอใหญ่ในราคาเบาๆ
Home Theater Projector
Acer V6810

ตอบรับฟุตบอลโลก 4K เชียร์ให้มันบนจอรับภาพขนาดใหญ่ในราคาเบาๆ !!
เมื่อสัก 2 – 3 ปี ก่อน จะซื้อ 4K HDR Projector สักเครื่องหนึ่งคงต้องกุมขมับ เพราะราคาที่สูงแตะหลายแสนบาท แต่บัดนี้ความฝันที่จะได้รับชมความบันเทิงบนจอฉายขนาดใหญ่โดยเฉพาะช่วงออกอากาศบอลโลก 4K นี้ ก็เป็นจริงได้ด้วย Acer V6810 ราคาเบาๆ…
Acer มักจะสร้างความฮือฮาได้อยู่เสมอโดยเฉพาะเรื่องของราคาสินค้าที่น่าดึงดูดโดยเฉพาะหากพิจารณาศักยภาพที่ได้รับเทียบกับคู่แข่งในท้องตลาด หากจำกันได้เมื่อปีที่แล้ว Acer เพิ่งเปิดตัว V9800 4K HDR Projector ระดับไฮเอ็นด์ในราคาหนึ่งแสนต้นๆ ถึงแม้จะเป็นงบประมาณที่ค่อนข้างสูง แต่เมื่อเทียบกับประสิทธิภาพที่ได้รับก็นับว่าคุ้มค่า เพราะสามารถท้าชนรุ่นที่ออกมาก่อนหน้าราคาสูงกว่า 2 เท่าได้สบายๆ… รายละเอียดของรุ่น V9800 สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่ลิงค์แนบ
และด้วยพัฒนาการทางเทคโนโลยี ส่งผลให้ปีนี้มีสินค้ารุ่นใหม่ๆ ที่มีระดับราคาต่ำลง เป็นการเพิ่มทางเลือกให้ผู้บริโภคอย่างเราๆ ท่านๆ หนึ่งในนั้น คือ V6810 4K HDR Projector ราคาประหยัดของทาง Acer รุ่นล่าสุดที่จะทำการรีวิวต่อไปนี้ หากเทียบกันแล้ว ระดับราคาเปิดตัวต่ำกว่ารุ่น V9800 ไม่น้อยกว่า 3 เท่า เลยทีเดียว! แค่กำเงินไป 4 หมื่นนิดๆ ก็ซื้อได้แล้วครับ

ก่อนลงรายละเอียด ขอแจ้งข้อมูลสักนิดหนึ่งว่า Acer มี 4K HDR Projector 2 รุ่นที่มีรูปลักษณ์และคุณสมบัติคล้ายคลึงกันมาก คือ V6810 และ H6810 (ตัวอักษรนำหน้า V กับ H) ความต่างจากสเป็กคร่าวๆ คือ V6810 จะใช้ Color Wheel แบบ RGBRGB ระดับความสว่าง 2200 ANSI lumens เหมาะสำหรับระบบโฮมเธียเตอร์ที่คุมแสงได้ ในขณะที่รุ่น H6810 ใช้แบบ RGBCYW ระดับความสว่าง 3300 ANSI lumens เหมาะสำหรับงานพรีเซนเทชั่นหรืองานจัดแสดงในสภาพที่มีแสงรบกวน ซึ่งรุ่นที่จะทำการรีวิวต่อไปนี้ คือรุ่น V6810 สำหรับระบบโฮมเธียเตอร์ครับ
ดีไซน์

V6810 มาพร้อมขนาดตัวเครื่องที่ค่อนข้างเล็ก น้ำหนักไม่มาก สามารถยกอุ้มได้สบายๆ และไม่ต้องกังวลเรื่องของโครงสร้างยึดแขวนมากนักกรณีที่จะห้อยกับเพดาน ผิววัสดุสีขาวเงาดูสะอาดตา ฝุ่นเกาะยาก สามารถทำความสะอาดได้ง่าย

ตำแหน่งเลนส์ฉายติดตั้งเยื้องไปทางขวา เมื่อมองจากด้านหน้าตัวเครื่อง

ตำแหน่งกระบอก Zoom และ Focus อยู่ด้านบน (ไม่มีกลไก Lens Shift)

แผงควบคุมพร้อมไฟแสดงสถานะการทำงานอยู่ที่ด้านบนตัวเครื่องเช่นกัน แต่เยื้องไปทางด้านหลัง

ด้านข้างเป็นตำแหน่งของช่องเปิดระบายลมร้อน โดยรุ่นนี้ใช้หลอดไฟชนิด UHP 240 วัตต์ ความสว่างอิงสเป็กที่ 2200 lumens อายุการใช้งาน 4,000 (Normal), 10,000 (Eco) และ 15,000 (Extreme Eco) ชม.

ด้านล่างติดตั้งขารองรับแบบปรับระดับได้ พร้อมจุดยึดสกรูเข้ากับขาแขวนเพดาน

รีโมตคอนโทรลสีขาวขนาดกะทัดรัด มี Back-lit สว่างเห็นชัดทุกปุ่มแม้ใช้งานในห้องมืด สามารถรับรับสัญญาณ IR จากรีโมตผ่านเซ็นเซอร์ที่ด้านหน้าและด้านหลังตัวเครื่อง
ช่องต่อ
V6810 รับสัญญาณภาพความละเอียดระดับ 4K Ultra HD ผ่านทาง HDMI Input จำนวน 2 ช่อง โดย HDMI In 1 เท่านั้นที่เป็น Version 2.0 (with HDCP 2.2) รองรับสัญญาณภาพความละเอียดสูงสุดที่ 4K/60Hz (หรือ 1080p 120Hz) พร้อม HDR จึงแนะนำให้เชื่อมต่อ 4K HDR Blu-ray Player หรือ 4K Game Console ที่ช่องนี้

ส่วน HDMI In 2 เป็น Version 1.4 (with HDCP 1.4) รองรับสัญญาณภาพความละเอียดสูงสุดที่ 4K/30Hz
ช่องรับสัญญาณภาพลำดับถัดมา คือ VGA In เผื่อว่าจำเป็นต้องใช้เชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์รุ่นเก่าๆ สามารถรับสัญญาณได้ทั้ง PC (RGB) และ Component (YPbPr/YCbCr)
และยังมี USB, DC 12V Trigger และ RS232 สำหรับการเชื่อมต่ออุปกรณ์หลากหลาย
นอกจากนี้ V6810 ยังติดตั้งลำโพงพร้อมภาคขยาย 10 วัตต์ (Mono) มาด้วย สามารถเชื่อมต่อสัญญาณเสียงจากภายนอกที่ช่อง 3.5mm Audio In หรือจะเชื่อมต่อสัญญาณเสียงไปยังชุดเครื่องเสียงภายนอกผ่านทาง 3.5mm Audio Out ก็ได้เช่นเดียวกัน
เพิ่มเติม

V6810 ติดตั้งเลนส์ฉายพร้อมระบบซูม 1.2 เท่า กรณีที่จะฉายขึ้นจอรับภาพขนาดใหญ่จำเป็นต้องเผื่อระยะฉายไกลสักหน่อย ยกตัวอย่าง หากเป็นจอรับภาพขนาด 70 นิ้ว ระยะตั้งวางโปรเจคเตอร์ใกล้สุดจะอยู่ที่ 2.3 ม. แต่ถ้าขยายจอรับภาพเป็นขนาด 100 นิ้ว ต้องเขยิบโปรเจคเตอร์ห่างออกมาที่ 3.3 ม. เป็นอย่างน้อย

V6810 มีตัวเลือก Test Pattern ไว้ให้อ้างอิงในการติดตั้ง เพิ่มความสะดวกในการปรับตำแหน่งตั้งวางโปรเจคเตอร์ให้พอดีกับจอรับภาพ (รุ่นนี้ยังไม่มีระบบ Lens Shift แนะนำให้ตั้งตำแหน่งโปรเจคเตอร์พอดีกับจอฉายเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อหลีกเลี่ยงการใช้ Digital Keystone ที่อาจลดทอนคุณภาพของภาพลง)

V6810 ยังรองรับอุปกรณ์เสริมอย่าง WirelessCAST Dongle (MWA3) เพิ่มความสามารถ “รับสัญญาณภาพและเสียงแบบไร้สาย” จาก Smartphone เพื่อฉายขึ้นจอใหญ่ผ่านแอพฯ eDisplay Pro ได้ด้วย


แอพพลิเคชั่น Acer eDisplay Pro สำหรับใช้ร่วมกับ WirelessCAST Dongle (MWA3)อุปกรณ์เสริมในการส่งภาพจากสมาร์ทโฟนไปยังโปรเจคเตอร์
ภาพ

อย่างที่ทราบกันว่า โปรเจคเตอร์เทคโนโลยี DLP หากเป็นรุ่นที่แจ้งความละเอียด 4K จะใช้หลักการที่เรียกว่า 4K XPR โดยอาศัย Single DMD (Digital Micromirror Device) Chip จาก Texas Instrument พร้อมจำนวน micromirrors ทั้งสิ้น 2716 x 1528 (หรือ 1920 x 1080 ในรุ่นที่ใช้ Single DMD chip ขนาด 0.47 นิ้ว) เพื่อสะท้อนแสงผ่าน Optical Actuator ที่ทำงานรวดเร็วมากจนสามารถสร้างเป็นภาพนิ่ง (frame) ที่มีรายละเอียดจำนวนพิกเซลเพิ่มขึ้น 2 – 4 เท่า รวมกันทั้งสิ้นจะได้ความละเอียดเท่ากับ 8.3 ล้านพิกเซล ตรงตามมาตรฐาน 4K (UHD) จากการรับรองของ Consumer Technology Association หรือ CTA
ซึ่งข้อดีของ DLP 4K XPR (Single DMD chip) คือ รายละเอียดความคมชัดของภาพจากการที่ไม่มีปัญหาสีเหลื่อม หรือ Misconvergence รบกวนโดยสิ้นเชิง (หากโฟกัสได้เป๊ะ และไม่มีความจำเป็นต้องทำ Panel Alignment ซึ่งเป็นขั้นตอนก่อนใช้งานที่ค่อนข้างยุ่งยาก) พิสูจน์มาแล้วกับรุ่นไฮเอ็นด์อย่าง Acer V9800

อย่างไรก็ดีด้วยข้อจำกัดเรื่องระดับราคาของโปรเจคเตอร์รุ่นเริ่มต้น (อาทิ V6810 และรุ่นอื่นๆ ที่มีระดับราคาเดียวกัน) ปัจจัยอย่างคุณภาพเลนส์ฉายที่ลดทอนลง จึงพบอาการสีเหลื่อมอยู่บ้าง (Chromatic Aberration โดยเฉพาะบริเวณใกล้ๆ กับมุมจอรับภาพ) แต่จะสามารถสังเกตเห็นได้ต้องเพ่งมองในระยะใกล้เท่านั้น ระยะรับชมทั่วไปมิได้มีนัยนัก เพราะสังเกตความแตกต่างได้ยากครับ

V6810 ให้โหมดภาพสำเร็จรูปทั้งสิ้น 5 ตัวเลือก (รวม User 1 และ 2) ถึงแม้จำนวนไม่มากนักเมื่อเทียบกับรุ่นใหญ่อย่าง V9800 แต่จุดที่เชิดหน้าชูตาให้กับรุ่นนี้ คือ โหมดภาพที่ให้มาเกือบทั้งหมด (ยกเว้น Bright) ให้ผลลัพธ์ด้านความเที่ยงตรงของสีสันดีเกินมาตรฐานโปรเจคเตอร์รุ่นเริ่มต้น กล่าวคือ ค่าอุณหภูมิสีทำได้ยอดเยี่ยมใกล้เคียง D65 และโดยเฉพาะโหมด Movie สามารถใช้รับชมภาพยนตร์ (SDR) ได้ดีใกล้เคียงมาตรฐานอ้างอิงจากอุตสาหกรรมภาพยนตร์เลยทีเดียว คำแนะนำเพิ่มเติมมีนิดหนึ่ง คือ ให้ทำการปรับลดตัวเลือก Contrast ลงมาที่ราวๆ 36-38 จะแก้ปัญหาอาการภาพโพลนช่วง Highlight details ได้ การแจกแจงรายละเอียดภาพจะดียิ่งขึ้นครับ

ผลการทดสอบการรับชมสัญญาณภาพ SDR กับโหมดภาพโรงงาน Movie พบว่าให้สมดุลสีอยู่ในเกณฑ์ดีมาก อุณหภูมิสีเฉลี่ย 6562K ค่าความผิดเพี้ยนของสมดุลสี (dE) ต่ำเพียง 2.12 เท่านั้น! ส่วนขอบเขตสีหรือ Color Space ทำได้ครอบคลุมราว 97.8% ของมาตรฐาน sRGB/Rec.709

ทดลองรับชม SDR Content จากรายการดิจิทัลทีวี โดยเชื่อมต่อสัญญาณผ่าน DVB-T2 Set-top Box ร่วมกับโหมด Movie บนจอรับภาพขนาด 92 นิ้ว พบว่า ถึงแม้จะเปิดไฟในห้องไว้บางส่วน แต่ภาพที่ได้ก็ยังดูสว่างดี V6810 จึงสามารถใช้งานในสภาวะที่ภายในห้องมีแสงรบกวนได้บ้าง แต่แน่นอนว่าสำหรับโปรเจคเตอร์นั้น แนะนำใช้งานในห้องมืดสนิทจะให้ภาพดีที่สุดครับ

อีกหนึ่งทางเลือกโหมดภาพโรงงานของ V6810 กรณีที่จะใช้งานร่วมกับ PC (งาน Graphic/Presentation) คือ Standard เนื่องจากโหมดนี้จะให้ผลลัพธ์ที่ดีใกล้เคียงมาตรฐาน sRGB มากที่สุด ความสว่างก็สู้แสงรบกวนได้เป็นที่น่าพอใจทีเดียว ซึ่ง Standard จะให้ระดับความสว่างสูงกว่า Movie นิดหนึ่ง (ราวๆ 6%) ที่ค่า Gamma ประมาณ 2.18 ส่วนสมดุลสีทำได้ดีไม่แพ้กัน

กรณีที่ใช้งานโปรเจคเตอร์ในห้องที่มืดสนิท สามารถปรับเปลี่ยน Lamp Mode จาก Normal เป็น Eco ได้ ความสว่างจะลดลงบ้าง (ราว 34%) แต่ก็เพียงพอสำหรับใช้งานในห้องมืด ที่สำคัญคือสามารถยืดอายุหลอดไฟออกไปได้ถึง 10,000 – 15,000 ชม. (จาก 4,000 ชม.) และประหยัดไฟลง 25% (236 วัตต์ เทียบกับ 315 วัตต์) แต่ถ้าต้องการให้เสียงพัดลมระบายความร้อนเงียบลงอย่างมีนัยสำคัญ แนะนำให้ On ตัวเลือก Silent เพิ่มเติมด้วยครับ

V6810 รองรับการปรับภาพละเอียด โดยสามารถไฟน์จูนในส่วนของ White Balance (2-point), CMS และ Gamma ซึ่งภายหลังดำเนินการพบว่าให้ผลลัพธ์ความเที่ยงตรงเพิ่มขึ้น จากที่ดีอยู่แล้วในโหมดโรงงานก็ดีเพิ่มขึ้นอีกเล็กน้อย ค่าความผิดเพี้ยนของสมดุลสี (dE) ต่ำเพียง 1.82 ขอบเขตสีที่ได้หลัง Calibrate จะแคบลงนิดหนึ่ง (96.9% Rec.709/sRGB) แต่ได้ค่าความผิดเพี้ยนที่ต่ำลง

คุณสมบัติเด่นอีกประการของ V6810 ที่ไม่กล่าวถึงมิได้ คือ การรองรับ HDR10 โดยจะปรับเปลี่ยนการแสดงผลอัตโนมัติเมื่อได้รับสัญญาณจาก 4K HDR Blu-ray Player หรือ 4K HDR Game Console สามารถตรวจสอบสถานะการแสดงผล HDR ได้ โดยการกดปุ่ม Info ตามภาพ

ซึ่งภาพ HDR ที่ได้รับชมผ่านจอฉายขนาด 92 นิ้ว ร่วมกับ V6810 นับว่าสร้างความตื่นตา อลังการดีทีเดียว โดยเฉพาะเมื่อดูราคาค่าตัวแล้วยิ่งเพิ่มความน่าสนใจ ทั้งนี้ถึงแม้จะยังไม่รองรับ Wide Color Gamut โดยขอบเขตสีทำได้ราว 74.1% ของ DCI-P3 แต่ด้วยระบบจัดการในส่วนของ HDR Tone Mapping ที่เหมาะสมบวกกับความเที่ยงตรงของดุลสี ภาพที่ได้ก็ยังดูสวยงาม ความสว่างเพียงพอต่อการสร้างไฮไลท์ของแสงให้ดูเตะตาได้ในห้องที่มืดสนิท ส่วนความดำก็นับว่าน่าพอใจสำหรับ DLP Projector รุ่นเริ่มต้นที่ไม่มีระบบ Dynamic Iris

ทั้งนี้ V6810 จะมีตัวเลือกเสริมพิเศษขณะรับชม HDR คือ ผู้ใช้สามารถกำหนดในส่วนของ EOTF ( Electro-Optical Transfer Function) ได้ 3 ระดับ เพื่อใช้ไฟน์จูนการแสดงผลของภาพ กล่าวคือ ระดับ Low จะให้ระดับ Black Level ได้ดีแต่แลกกับภาพที่ดูมืดทึมลงเล็กน้อย (เหมาะกับภาพยนตร์ที่เน้นฉากมืด) ในขณะที่ระดับ High ภาพจะดูสว่างขึ้น แต่ Shadow Details จะติดโพลนนิดๆ (เหมาะกับภาพยนตร์ที่เน้นถ่ายทำกลางแจ้ง) ส่วน Mid (Default) จะบาลานซ์ระหว่าง 2 ตัวเลือกข้างต้น
ด้านภาพเคลื่อนไหว V6810 ยังไม่มีฟังก์ชั่นประมวลผลแทรกเฟรม (Frame Interpolation) แต่ก็ให้ความต่อเนื่องของเฟรมต้นฉบับที่ดูเป็นธรรมชาติใกล้เคียงตามต้นฉบับจนอาจไม่มีความจำเป็นต้องพึ่งระบบเสริมดังกล่าว ส่วนหนึ่งเป็นอานิสงส์จากการตอบสนองของอัตรา Refresh Rate ที่สูงถึง 120Hz

นอกจากความละเอียดระดับ 4K แล้ว V6810 ยังรองรับสัญญาณภาพ 1080p 120Hz ด้วย อานิสงส์ที่ได้รับคงไม่พ้นการเล่นเกม ซึ่งการถ่ายทอดภาพเคลื่อนไหวแบบ Real High Frame Rate บนจอรับภาพขนาดยักษ์ผ่านโปรเจคเตอร์เครื่องนี้ให้ความต่อเนื่องได้เป็นอย่างดี น่าจะสมใจคอเกม PC ระดับฮาร์ดคอร์แน่นอน

ในส่วนของการตอบสนองผ่าน HDMI Input Lag อยู่ที่ราว 57.5 ms ทุกโหมดภาพ
สรุป
เมื่อก่อน การจะได้เป็นเจ้าของโปรเจคเตอร์ความละเอียด 4K รองรับการแสดงผล HDR ดูเป็นเรื่องที่ไกลเกินเอื้อม แต่บัดนี้กำเงิน 4 หมื่นนิดๆ ก็ได้รับความบันเทิงบนจอขนาดยักษ์กว่า 100 นิ้ว กันแล้ว ท่านใดที่ชอบความอลังการบนจอฉายอารมณ์แบบเดียวกับในโรงภาพยนตร์ พร้อมศักยภาพเพียงพอสำหรับใช้งานรับชมฟุตบอลโลกและเล่นเกมร่วมกับเพื่อนๆ หรือสมาชิกในครอบครัว บนจอฉายขนาดใหญ่ย่อมสะใจกว่าจอเล็ก ที่สำคัญความเที่ยงตรงของสมดุลสีที่ทำได้ใกล้เคียง V9800 (ราคาสูงกว่า 3 เท่า) V6810 จึงเป็นโฮมเธียเตอร์โปรเจคเตอร์ 4K HDR ที่สร้างความประทับใจในแง่ของความคุ้มค่าได้อย่างโดดเด่นทีเดียว

จุดเด่นของ Acer V6810
– เทคโนโลยี DLP 4K XPR รองรับการแสดงผล HDR และรับสัญญาณ 1080p 120Hz ได้
– ใช้กงล้อสี RGBRGB แบบเดียวกับโปรเจ็คเตอร์รุ่นสูง การถ่ายทอดสีสันมีความเที่ยงตรงดี
– โหมดภาพจากโรงงานให้ความเที่ยงตรงของสมดุลสีได้ดีมากใกล้เคียง D65 เกินมาตรฐานรุ่นระดับเริ่มต้น
– แหล่งกำเนิดแสง UHP สามารถยืดอายุการใช้งานได้นานถึง 10,000/15,000 ชม. ในโหมด Eco/Extreme Eco
– ติดตั้งลำโพง (Mono) มาด้วย ใช้รับชมรายการบันเทิงต่างๆ แบบลำลองได้ทันที
จุดด้อยของ Acer V6810
– ไม่มี Lens Shift ในบางสถานการณ์ที่ต้องปรับแก้ภาพจากตำแหน่งติดตั้งด้วย Digital Keystone อาจลดทอนคุณภาพของภาพลง
– ปกติสำหรับรุ่นเริ่มต้นที่คุณภาพเลนส์ฉายยังไม่เทพเท่ากับรุ่นสูง ขอบภาพมีฟุ้งบ้าง และเห็นสีเหลื่อมนิดๆ เมื่อเพ่งมองในระยะใกล้
– ขอบเขตสียังไม่ครอบคลุมถึง DCI-P3 แต่สำหรับมาตรฐาน sRGB/Rec.709 นั้น ทำได้ครอบคลุมดี
– ไม่รองรับการแสดงผล 3D
– ไม่มี Frame Interpolation แต่การรับชมภาพเคลื่อนไหวต่างๆ มิได้รู้สึกว่าสะดุดไปกว่าต้นฉบับ หรือขาดความต่อเนื่อง