Klipsch T5 II True Wireless Sport หูฟัง True Wireless สายลุย เสียงดี ทนทาน แบตอึด ตามสไตล์อเมริกัน!!

กลับมาอีกครั้งสำหรับ Kilipsch ด้วยการส่งหูฟังไร้สายรุ่นใหม่ล่าสุดอย่าง Klipsch T5 II True Wireless Sport มาเอาใจนักฟังเพลงสายสปอร์ต และแอคทิวิตี้ ซึ่งในครั้งนี้ทีมงาน LCDTVTHAILAND ก็ได้จับเอาเจ้าหูฟังรุ่นนี้มารีวิวเจาะลึกกันให้แฟนๆ ได้อ่านกัน หูฟังรุ่นนี้จะมีจุดเด่นและน่าใช้งานมากขนาดไหนเดี๋ยวมาอ่านกันในรีวิวนี้ได้เลยครับ
– หูฟังแบบ True-Wireless
– ส่งสัญญาณผ่าน Bluetooth เวอร์ชั่น 5.0
– รองรับการถอดรหัสสัญญาณทั้ง AptX, AAC, SBC
– รองรับมาตรฐานกันน้ำกันฝุ่น IP67
– ตัวหูฟังใช้งานได้ยาวนานสูงสุด 8 ชั่วโมง
– เคสชาร์จสามารถชาร์จหูฟังได้ทั้งหมด 24 ชั่วโมง
– ราคาเปิดตัว 9,990 บาท
Design – การออกแบบ
ดีไซน์ของ Klipsch T5 II True Wireless Sport จะมาในโทนของความสปอร์ตตั้งแต่ตัวแพ็คเกจเลยก็ว่าได้ นับตั้งแต่กล่องที่เป็นภาพของหูฟังที่พร้อมกับด้านหลังเป็นรูปของน้ำ เป็นการบอกว่าหูฟังรุ่นนี้กันน้ำอย่างแน่นอน โดยตัวเคสหูฟังจะมีดีไซน์ที่ดูบึกบึนพร้อมด้วยเชือกไว้สำหรับการห้อยเคสไว้กับกระเป๋าเวลาเดินทางไปไหนมาไหนเหมาะกับไลฟ์สไตล์ของนักกีฬา, นักเดินทาง และผู้ที่ชื่นชอบกิจกรรมแอคทิวิตี้ต่างๆ
และถึงแม้ว่าเคสจะมีความบึกบึนแต่น้ำหนักของเคสชาร์จก็ถือว่าไม่ได้หนักเลยแม้แต่นิดเดียว ส่วนแบตเตอรี่ของเคสถือว่าอึดหายห่วงเพราะเจ้าเคสสามารถชาร์จแบตเตอรี่ให้กับหูฟังได้มากถึง 24 ชั่วโมงเลยทีเดียวแถมยังกันน้ำกันฝุ่นเช่นเดียวกับหูฟังด้วยเรียกได้ว่าเอาไปลุยไหนก็ไม่ต้องคอยกังวลเลย เท่านั้นยังไม่พอตัวเคสยังได้รับการออกแบบมาเป็นพิเศษโดยตัวเคสจะไม่จมเมื่อตกลงไปในน้ำเสียด้วย
สำหรับการชาร์จแบตเตอรี่ให้กับเคสนั้นสามารถชาร์จได้ด้วยกัน 2 วิธี วิธีแรกผ่านพอร์ต USB-C ที่อยู่ภายในเคส และวิธีที่สองเป็นการชาร์จแบบ Wireless Charging เพียงแต่ว่าแท่นชาร์จไร้สายต้องไปหาซื้อเพิ่มเติม

แพ็คเกจสวยงาม

เคสชาร์จดีไซน์ดูดุดัน สวยงาม

ภายในเคสชาร์จจะมีการใส่วัตถุกันความชื้นมาให้ด้วย (ด้านขวามือในรูป)
Klipsch T5 II True Wireless Sport ได้ทำการปรับดีไซน์จากหูฟังในซีรีส์ Klipsch T5 II ให้ดูมีความสปอร์ตมากขึ้นเพื่อตอบรับกับวัตถุประสงค์ของผู้ใช้งานที่จะนำหูฟังรุ่นนี้ไปออกกำลังกายหรือทำกิจกรรมต่างๆ ได้มากขึ้น
ไม่ว่าจะเป็นการลดน้ำหนักของหูฟังให้เบาลงกว่าเดิม รวมไปถึงดีไซน์หูฟังที่เกาะหูแน่นกระชับมากขึ้นแถมยังมีชิ้นส่วนพิเศษอย่าง Earwing ที่เป็นแหวนยางซึ่งทำให้หูฟังนั้นไม่หลุดออกจากหูได้ง่ายๆ อีกด้วย ส่วนแบตเตอรี่นั้นสามารถใช้งานได้ต่อเนื่องสูงสุด 8 ชั่วโมงเมื่อร่วมกับเคสชาร์จอีก 24 ชั่วโมงจะทำให้เราสามารถใช้งานหูฟังได้สูงสุดต่อเนื่องถึง 32 ชั่วโมงกันไปเลย

ดีไซน์ของหูฟังมีขนาดเล็กน้ำหนักเบา นอกจากนี้ยังมีไฟ LED สำหรับการแสดงสถานะของหูฟังไว้อีกด้วย

มีการใช้สีบ่งบอกการแยกฝั่ง ซ้าย – ขวาได้อย่างชัดเจน หูฟังจะมี Earwing เพิ่มความกระชับในการสวมใส่ขั้นสูงสุด

เมื่อสวมใส่ตัวหูฟังก็จะแนบสนิทกับหูได้เป็นอย่างดี แถมยังกระชับไม่หลุดง่ายซะด้วย

ภายในแพ็คเกจจะมีจุกหูฟังให้แถมมาหลายขนาด สามารถเลือกใส่ให้เหมาะสมกับรูหูได้

อุปกรณ์ทั้งหมดที่แถมมาในแพ็ตเพจจะประกอบไปด้วย หูฟัง, สายชาร์จ, เคสชาร์จ, จุกหูฟัง, Earwing และคู่มือ
Extra – เพิ่มเติม
Klipsch T5 II True Wireless Sport จะมาพร้อมการเชื่อมต่อแบบไร้สายโดยใช้ Bluetooth 5.0 ตัวหูฟังนั้นจะรองรับการถอดรหัสเสียงตั้งแต่ AptX, AAC และ SBC ซึ่งก็ถือว่าครอบคลุมและตอบโจทย์การใช้งานได้เป็นอย่างดี
นอกจากนี้ทาง Klipsch ยังได้เพิ่มเติมส่วนฟีเจอร์พิเศษต่าง ๆ ให้กับหูฟังรุ่นนี้อีกเพียบทั้งการมาพร้อมกับไมโครโฟน cVc 8.0 Quad-mic แบบ 4 ทิศทางเพื่อให้สายสนทนานั้นมีความคมชัดเคลียร์สะอาดไม่พร่ามัวแม้ว่าจะอยู่ในจุดที่มีเสียงรบกวนโดยรอบ
ตัวหูฟังยังมีฟีเจอร์ Transparency Mode สำหรับให้เสียงรอบตัวนั้นสามารถทะลุเข้ามาข้างในเพื่อให้ผู้สวมใส่นั้นสามารถได้ยินเสียงโดยรอบได้อย่างชัดเจนแม้ว่าจะกำลังฟังเพลงอยู่ ซึ่งฟีเจอร์นี้ค่อนข้างมีประโยชน์ต่อความปลอดภัยมากขึ้น
ยกตัวอย่างสถานการณ์อย่างการวิ่ง หรือการปั่นจักรยานในย่านที่มีผู้คน, รถชุกชุม ผู้ใช้งานก็สามารถฟังเสียงของสภาพแวดล้อมรอบตัวได้อย่างชัดเจนโดยไม่จำเป็นต้องถอดหูฟังออกจากหู ส่วนการเปิดโหมดดังกล่าวก็เพียงแค่กดปุ่มบนตัวหูฟังด้านซ้ายก็เท่านั้นเอง

Transparency Mode อีกหนึ่งฟีเจอร์เด็ดของ Klipsch
และอีกหนึ่งจุดเด่นของหูฟังรุ่นนี้ก็คือการกันน้ำกันฝุ่นในระดับ IP67 ที่เรียกได้ว่าเราสามารถนำหูฟังรุ่นนี้ไปลุยกันได้อย่างสบายใจในทุก ๆ กิจกรรมกันเลยทีเดียวเพราะว่าไม่ว่าเหงื่อหรือฝุ่นหูฟังรุ่นนี้ก็ถือว่าทนทานหายห่วง
ตัวเคสยังมีการบรรจุซ็อกเก็ตสำหรับใส่สารกันชื้นชนิดพิเศษของ Klipsch ไว้อีกด้วยโดยสารกันชื้นนี้จะสามารถใช้งานได้เป็นระยะเวลานานและถ้าคุณสมบัติกันชื้นลดลงผู้ใช้งานยังสามารถที่จะนำซ็อกเก็ตกันชื้นนั้นไปอุ่นในไมโครเวฟเพื่อกระตุ้นประสิทธิภาพในการทำงานของสารกันชื้นได้อีกด้วย

สารกันชื้นในเคสชาร์จไม่ต้องกลัวความชื้นจะไปทำอันตรายต่อหูฟังและเคสเลย
และคงจะขาดอีกหนึ่งแอปที่ช่วยเพิ่มความสะดวกให้กับการใช้งาน Klipsch T5 II True Wireless Sport ได้ดีกว่าเดิมอย่าง Klipsch Connect นั่นเอง โดยแอปนี้จะเป็นแอปที่ทำให้ผู้ใช้งานสามารดูรายละเอียดต่างๆ ของหูฟังไม่ว่าจะเป็นแบตเตอรี่คงเหลือ การปรับแต่งค่า EQ ของหูฟัง รวมไปถึงการเปิด-ปิดหรือปรับการตั้งค่าต่างๆ ของหูฟังก็สามารถทำได้ผ่านแอปพลิเคชั่นนี้เลย โดยแอปดังกล่าวจะมีให้ดาวน์โหลดทั้งระบบปฏิบัติการ iOS และ Android

หน้าตาของ Klipsch Connect

ตัวแอปจะแสดงรายละเอียดต่างๆ ของหูฟังไว้อย่างครบถ้วน, สามารถปรับแต่งค่าต่าง ๆ ของหูฟังได้

เลือกปรับแต่งฟีเจอร์ของหูฟังได้ผ่านแอปได้โดยตรง, สามารถลงทะเบียนสินค้าได้ผ่านแอปได้ด้วยเหมือนกัน
Sound – เสียง

มาถึงส่วนสำคัญที่สุดของหูฟังนั่นก็คือเรื่องเสียงนั่นเอง แต่ก่อนอื่นจะขอแนะนำให้รู้จักกับสเปคของเจ้าหูฟัง Klipsch T5 II True Wireless Sport กันเสียหน่อย โดยทาง Klipsch นั้นได้เลือกใช้ไดร์เวอร์แบบ Custom ขนาด 5 มม. ผสานเข้ากับ H-Resolution Diaphram ตอบสนองความถี่ตั้งแต่ 10Hz-19kHz ซึ่งทาง Klipsch ได้บอกว่าตัวหูฟังจะให้เสียงที่ใสชัดเจน หนักแน่นตามสไตล์แนวเสียงของแบรนด์เลย
ซึ่งจากการทดสอบก็บอกเลยว่าเสียงของหูฟังรุ่นนี้มีแนวเสียงในแบบฉบับของ Klipsch มาเต็มๆ เลยไม่ว่าจะเป็นรายละเอียดเสียงที่คมชัดแต่ไม่บาดหู เสียงเบสที่ออกมากำลังพอดี ในส่วนของเสียงร้องก็ทำได้อย่างลงตัวไม่บาดหูแยกแยะรายละเอียดของเสียงได้เป็นอย่างดี
ยิ่งบวกเข้ากับการดีไซน์หูฟังให้มีลักษณะของการซีลเสียงจากด้านนอกที่ทำได้ค่อนข้างดีด้วยแล้วยิ่งทำให้เวลาฟังเพลงจาก Klipsch T5 II True Wireless Sport ยิ่งรู้สึกว่าเราสามารถโฟกัสไปกับเสียงเพลงได้อย่างเต็มอรรถรสมากกว่าเดิมแม้ว่าจะไม่ได้เป็นหูฟังทีมีฟีเจอร์ Active Noise Cancelling ก็ตาม
โดยจากการทดสอบเจ้าหูฟังรุ่นนี้กับเพลงหลากหลายแนวไม่ว่าจะเป็น Hiphop, Rock, Metal หรือแนวเพลงที่มีจังหวะรุกเร้าก็ถือว่าทำได้ดียิ่งบวกกับความเป็นหูฟังแบบ Sport ท่ีทาง Klipsch ได้ทำการจูนเสียงออกมาให้ตัวหูฟังนั้นสามารถแมทช์กับแนวเพลงแบบนี้ได้อย่างลงตัวและกลมกล่อมยิ่งกว่าเดิม แต่ก็ใช่ว่า Klipsch จะไม่สามารถขับกล่อมเพลงในแนวเบาๆ สบายๆ ไม่ได้เลยเพราะว่าจากการลองฟังเพลงในแนวเพลง Acoustic หรือ Jazz เจ้าหูฟังรุ่นนี้ก็ตอบสนองแนวเพลงแบบนี้ได้ดีไม่แพ้กัน

จะเพลงแนวไหน Klipsch T5 II True Wireless Sport ก็เอาอยู่
การเชื่อมต่อของ Klipsch T5 II True Wireless Sport ก็ถือว่าทำได้ตอบโจทย์และลงตัวกับไลฟ์สไตล์ในปัจจุบันทั้งการรองรับการเชื่อมต่อผ่าน Bluetooth 5.0 ที่มีระยะการเชื่อมต่อที่กว้างและมีการรบกวนขอสัญญาณที่น้อยกว่า Bluetooth ในเวอร์ชั่นเก่า รวมไปถึงการรองรับการถอดรหัสเสียงทั้ง AptX, AAC และการถอดรหัสเสียงขั้นพื้นฐานอย่าง SBC โดยหากเป็นการเชื่อมต่อผ่าน AptX นั้นถือได้ว่าให้คุณภาพเสียงที่ดีที่สุดจากการทดสอบเลย

รองรับ AptX ซะด้วยไม่ธรรมดา
และไม่ได้มีเรื่องของเพลงเท่านั้นที่ทำได้ดีในเรื่องของการดูหนังหรือเล่นเกมก็ได้ทำยอดเยี่ยมไม่แพ้กัน เสียงของ Klipsch T5 II True Wireless Sport นั้นตอบสนองได้อย่างแจ่มแจ๋ว เสียงพูดหรือเสียงบรรยากาศของหนังหรือเกมก็ทำได้อย่างดีมีความคมชัด หนักแน่นตามสไตล์ของ Klipsch ส่วนของเสียงเวลาใช้คุยโทรศัพท์นั้นต้องบอกว่ามีความคมชัดเคลียร์ใสสามารถคุยสายได้อย่างราบรื่นไม่มีปัญหาเรื่องของเสียงรบกวนหรือสัญญาณขาดหายให้กังวลใจเลยครับ

เล่นเกมก็ทำได้ดีเสียงชัดไม่หน่วง

เสียงสนทนาชัดเจน
มาถึงเรื่องแบตเตอรี่ที่หูฟังรุ่นนี้ถือว่าใช้งานได้อย่างยาวนานตามที่ทางแบรนด์ได้เคลมไว้เลยจากการทดสอบจริงระยะเวลาใช้งานตั้งแต่แบต 100% จนหมดนั้นจะใช้เวลาราว 7 – 8 ชั่วโมงแล้วแต่ระดับความดังซึ่งถือว่าแบตอึดมากๆ เพียงพอกับการใช้งาน 1 วัน และแบตเตอรี่ของเคสชาร์จนั้นก็สามารถชาร์จแบตให้กับหูฟังได้อย่างรวดเร็วพอประมาณแม้ว่าจะไม่ได้มีฟีเจอร์ Fast Charge ก็ตาม
Conclusion – สรุป
Klipsch T5 II True Wireless Sport ถือว่าเป็นอีกหนึ่งหูฟังออกกำลังกายที่ตอบโจทย์การใช้งานได้อย่างครอบคลุม ไม่ว่าจะเป็นเสียงที่ดีหนักแน่นคมชัดตามสไตล์ Klipsch อีกทั้งดีไซน์ที่ออกแบบมาได้เหมาะสมกับการใช้งานในด้าน Sport/Activity รวมไปถึงฟีเจอร์ต่างๆ ที่สามารถใช้งานได้จริงทั้งการกันน้ำกันฝุ่นในส่วนของเคสและหูฟัง โหมดเสียงแบบ Transparent Mode อีกทั้งตัวหูฟังยังมีแบตเตอรี่ใช้งานได้อย่างยาวนานอีกด้วย และไม่ได้มีแค่เรื่องของการฟังเพลงที่ดีเท่านั้นหูฟังยังสามารถใช้งานในการพูดคุยโทรศัพท์ได้อย่างชัดเจน
อีกทั้งแบตเตอรี่ในการใช้งานก็สามารถทำได้อย่างจุใจถึง 8 ชั่วโมงยิ่งรวมกับเคสชาร์จจะสามารถใช้งานรวมกันได้มากถึง 32 ชั่วโมงแล้วนับว่าเป็นอีกหนึ่งหูฟังสาย Sport ในตลาดที่น่าสนใจมาก สำหรับใครที่กำลังมองหาหูฟังสำหรับการทำกิจกรรมต่างๆ ที่มีคุณสมบัติครบครันแล้วล่ะก็หูฟังรุ่นนี้ถือว่าเป็นหูฟังที่เราทีมงาน LCDTVTHAILAND แนะนำอีกหนึ่งรุ่นเลยครับ
ข้อดี
1. เสียงคุณภาพดีเหมาะสมกับราคา
2. มีฟีเจอร์ตัดเสียงรบกวนขณะโทร
3. น้ำหนักเบา สวมใส่สบาย กระชับ
4. ดีไซน์สวยงาม
5. หูฟังและเคสทนทานกันน้ำกันฝุ่นได้ถึงระดับ IP67
6. ตัวเคสมีซ็อกเก็ตกันชื้นอยู่ภายใน มีความแข็งแรง ทนทาน กันน้ำกันฝุ่น ลอยน้ำได้
7. แอปพลิเคชั่น Klispch Connect เพิ่มความสะดวกในการใช้งาน
ข้อสังเกต
1. เคสมีขนาดใหญ่นิดหน่อย
2. รองรับการถอดรหัสเสียงในระดับ AptX เท่านั้น