Samsung 65Q80T Full Arrray Local Dimming QLED TV ราคาแจ่ม พร้อมชม AIS Play, HBO Go, Apple TV
Samsung 65Q80T QLED TV

Full Array Local Dimming ราคาแจ่ม พร้อมชม AIS Play, HBO Go, Apple TV

Samsung TV ประจำปี 2020 หลายรุ่น มีระดับราคาที่ย่อมเยาลงเมื่อเทียบกับรุ่นปี 2019 หนึ่งในนั้น คือ Q80T อีกหนึ่ง QLED TV ระดับกลาง-สูง ที่มาพร้อมคุณสมบัติเด่นครบครัน แต่จะต่างจากรุ่นก่อนหรือไม่ อย่างไร? ตามมาพิสูจน์กันในรีวิวนี้ได้เลย…
ปัจจุบัน Samsung Q80T มีให้เลือก 4 ขนาด คือ 55, 65, 75 และ 85 นิ้ว ซึ่งรุ่นที่จะทำการรีวิวต่อไปนี้ คือ 65Q80T ขนาด 65 นิ้ว ครับ
สามารถรับชม Samsung 65Q80T ในรูปแบบ Video Review ได้ ที่นี่
ดีไซน์

การออกแบบดูเรียบง่าย ใช้วัสดุสีดำเป็นหลัก ในส่วนของผิวจอจะเป็นแบบกึ่งเงากึ่งด้าน

แม้จะเป็นจอภาพที่ใช้โครงสร้าง LED Backlight แบบ Full Array Local Dimming แต่ก็มีความหนาไม่มาก โดยรวมยังคงดูเพรียว ไม่เทอะทะ

ด้านหลังเป็นวัสดุสังเคราะห์ที่ทำเป็นลายเท็กเจอร์ไม่ให้ดูเรียบเกินไป ส่วนบนเจาะช่องระบายความร้อนเล็กๆ เป็นแนวยาว ส่วนล่างมีการเซาะร่องให้สามารถเหน็บสายไฟ และสายสัญญาณบางรูปแบบที่ไม่หนา เพื่อร้อยสายไปออกที่ฐานตั้งด้านหลังได้ *ข้อสังเกต เนื่องจากรุ่นนี้ไม่มีกล่อง One Connect ช่องต่อรับสัญญาณต่างๆ จึงถูกติดตั้งไว้ที่ด้านหลังจอฝั่งซ้าย (เมื่อมองจากด้านหลัง)

ขารองรับเป็นโลหะติดตั้งบริเวณกึ่งกลาง ไม่จำเป็นต้องใช้ชั้นวางกว้างๆ ก็ตั้งได้ ขานี้ยังช่วยยกจอให้สูงขึ้นเผื่อวาง Soundbar ด้านล่าง

One Remote รีโมตคอนโทรลขนาดกะทัดรัด นอกจากใช้สั่งการทีวีแล้วยังใช้ควบคุมอุปกรณ์อื่นๆ ในระบบได้ด้วย มีปุ่ม Shortcut สำหรับ Netflix, Amazon Prime Video และ Web Browser เพื่อการเข้าถึงความบันเทิงยุคใหม่อย่างรวดเร็ว และที่ขาดไม่ได้ คือ ปุ่มไมโครโฟน เพื่อรับคำสั่งเสียง
ช่องต่อ

เมื่อไม่มี One Connect ช่องต่อรับสัญญาณต่างๆ ของ 65Q80T เลยย้ายมาอยู่ที่ด้านหลังฝั่งซ้ายของจอเหมือนทีวีทั่วไป ประกอบไปด้วย HDMI In จำนวน 4 ช่อง รองรับ ARC/eARC ที่ HDMI In 3 ทั้งหมดรองรับสัญญาณ High Frame Rate สูงสุดที่ 1440p120 Hz/FPS และคาดว่าจะรองรับ 4K 120 Hz/FPS ที่ HDMI In 4 (HDMI 2.1)

ช่องต่อ USB ทั้ง 2 ช่องเป็นเวอร์ชั่น2.0 สามารถเชื่อมต่อกับ USB Flash Drive, External HDD และอาจรวมถึง Keyboard, Mouse ฯลฯ
ช่องต่ออื่นๆ ที่ให้มา ได้แก่ Analog Composite Video & Audio Input, Digital Optical Audio Output, Ethernet Port (มี Wi-Fi & Bluetooth Built-in ให้ด้วย) และ DVB-T2 Antenna In แต่ไม่มีช่องต่อ Audio/Headphones Out ทว่าสามารถเชื่อมต่อหูฟังไร้สายผ่าน Bluetooth ได้
สรุปจำนวนช่องต่อของ Samsung 65Q80T ได้ดังนี้
| HDMI™ In | 4 (ด้านข้าง) เป็น HDMI 2.1 1 ช่อง |
| USB | 2 (ด้านข้าง) |
| Ethernet | 1 (ด้านข้าง) พร้อม Wi-Fi Built-In |
| Composite Video In | 1 (ด้านข้าง) |
| Component Video In | – |
| RF (Antenna) In | 1 (ด้านข้าง) พร้อม DVB-T2 Digital Tuner |
| PC HD15 In | – |
| Analog Audio In | 1 (ด้านข้าง ร่วมกับ Composite) |
| Digital Audio Out | 1 (Optical ด้านข้าง) |
| Audio/Headphone Out | – |
| Bluetooth Audio | Yes |
ภาพ
Q80T เป็น QLED TV อีกหนึ่งรุ่นของปี 2020 ที่ได้รับการพัฒนาเรื่องของมุมมองการรับชม โดยผู้ผลิตทำการซ้อนชั้นของฟิลเตอร์เพื่อให้การหักเหและกระจายแสงเป็นไปอย่างเหมาะสม หากเทียบกับทีวีที่ใช้ VA Panel ปกติ จะพบว่ารุ่นนี้ให้มุมมองการรับชมดีกว่ามาก หากมองในมุมเฉียงบ้างก็ยังให้สีสันที่สดใสไม่ซีดจางทั้งแนวตั้งและแนวนอน ภาพอาจจะฟุ้งขึ้นบ้างแต่ก็เพียงเล็กน้อยเท่านั้น โดยรวมยังคงระดับคอนทราสต์ดีตามแบบฉบับจอ VA

อีกหนึ่งคุณสมบัติด้านภาพที่เพิ่มเติมเข้ามากับ Samsung TV ประจำปี 2020 คือ โหมดภาพที่เรียกว่า Filmmaker Mode โดยนัยจะให้ภาพที่มีสีสันเที่ยงตรงใกล้เคียงกับที่ผู้ผลิตภาพยนตร์ใช้อ้างอิงในสตูดิโอนั่นเอง

อย่างไรก็ดีผล Lab Test พบว่า Filmmaker Mode ไม่ได้ให้ผลลัพธ์ที่แตกต่างจาก Movie มากนัก อาจพูดได้ว่าทั้งคู่ให้ความเที่ยงตรงอยู่ในเกณฑ์ดีไม่ต่างกัน ภาพจะดูนุ่มนวลสบายตา ไม่เร่งความคมชัด ปรุงแต่งสีสัน หรือแทรกเฟรมภาพเคลื่อนไหว จึงให้ความเป็นธรรมชาติสูงเหมาะแก่การรับชมในบ้าน แต่แน่นอนว่าถ้าเทียบกับโหมดอื่น ความสว่างจะต่ำกว่า และสีสันจะดูไม่สดจี๊ดจ๊าดนัก ทั้งนี้ในบางสภาพแวดล้อมหากรู้สึกว่าภาพ Movie หรือ Filmmaker Mode ดูสว่างหรือมืดเกินไป ก็สามารถปรับลดความสว่างที่ตัวเลือก “Brightness”* ตามความเหมาะสม
หมายเหตุ*: Samsung เปลี่ยนชื่อตัวเลือกสำหรับปรับระดับความสว่าง จาก Backlight เป็น Brightness และเปลี่ยนตัวเลือก Brightness เดิม เป็น Shadow Detail

โหมดภาพ Filmmaker Mode (หรือ Movie) ของ 65Q80T พบว่ามีความเที่ยงตรงของสีสันอยู่ในเกณฑ์ดีทีเดียว ผลอุณหภูมิสีเฉลี่ยอยู่ที่ราว 6870K ติดโทนเย็นนิดๆ ทว่าค่าความผิดเพี้ยนสมดุลแสงขาว (Grayscale Avg dE) ยังต่ำเพียง 2.1 ขอบเขตสีก็ทำได้เที่ยงตรงอิงมาตรฐาน Rec.709/sRGB ค่าความผิดเพี้ยน (Color Space Avg dE) ดีมากเพียง 1.5 การใช้งานตามบ้านอาจไม่จำเป็นต้องปรับภาพเพิ่ม

หลังดำเนินการปรับภาพ 65Q80T ให้ผลลัพธ์ที่ดีใกล้เคียงอุดมคติมากยิ่งขึ้นตามคาด ค่าความผิดเพี้ยนสมดุลแสงขาว (Grayscale Avg dE) ลดต่ำลงมาเหลือเพียง 0.8 ในขณะที่ค่าความผิดเพี้ยน (Color Space Avg dE) เหลือเพียง 0.7

ยืนยันการถ่ายทอดสีสันที่เที่ยงตรงหลังปรับภาพของ 65Q80T ด้วยผล SDR ColorChecker กับค่าความผิดเพี้ยน Saturation Avg dE ที่ 1.1 (Max 2.6) เยี่ยมมาก

65Q80T เป็น QLED TV ระดับกลาง-สูง ที่มาพร้อมเทคโนโลยี LED Backlight แบบ “Full Array Local dimming” ถึงแม้ว่าการแบ่งโซนควบคุมหรี่ไฟจะไม่ละเอียดเท่ารุ่นท็อปๆ แต่ด้วยระดับราคาต้องถือว่าผลลัพธ์ดีมาก ซึ่งไม่ว่าจะกำหนดตัวเลือก Local Dimming ที่ระดับใด ก็พบอาการแสงวูบวาบน้อยมาก ในหลายสถานการณ์ไม่รู้สึกว่ารบกวนการรับชมแต่อย่างใด การหรี่แสงด้วย Local Dimming อาจทอนระดับคอนทราสต์ลงบ้าง เนื่องจากภาพจะทึมลงกว่าปกติบ้าง แต่ก็ส่งผลให้ซับไตเติลสีขาวดูไม่จ้าเกินไป ช่วยให้ไม่ล้าสายตา และแน่นอนว่าฟีเจอร์นี้มีส่วนให้ Black Level ของ LED TV ดูดำลึกขึ้น ที่ระดับ High จะให้ความเปรียบต่างของแสงเด่นชัดดูมีมิติมากขึ้นเหมาะกับการรับชม HDR content
การแสดงผล HDR รุ่น 65Q80T รองรับมาตรฐาน Static HDR ทั้ง HDR10 และ HLG ส่วน Dynamic HDR รองรับมาตรฐาน HDR10+ โดยสามารถให้ระดับความสว่าง HDR Peak Brightness ที่ 1328 nits ในโหมด Dynamic ส่วนโหมด Movie/Filmmaker ความสว่างจะเพลาลงมาอยู่ที่ 830 nits ตัวเลขทั้งคู่จะต่ำลงจากจากรุ่น Q80R ระดับหนึ่ง ทว่าในแง่สีสันที่เป็นธรรมชาติทำได้ดีไม่แพ้กัน ด้านความเที่ยงตรงของ HDR Tone Mapping รุ่นใหม่ดูจะทำได้ดีกว่าเล็กน้อย

ความเที่ยงตรงของสีสัน HDR ในโหมด Movie/Filmmaker ของ Q80T นับว่าอยู่ในเกณฑ์ดี (Avg dE 4.1 – 4.6) ส่วน HDR Color Space ทำได้ครอบคลุม 89.32/93.42% ของมาตรฐาน DCI-P3 (xy/uv) หรือเท่ากับ 65.34/72.4% Rec2020 (xy/uv)

และเช่นเคย ว่าหลังปรับภาพ HDR ในโหมด Movie/Filmmaker ให้ความเที่ยงตรงโดดเด่นมากยิ่งขึ้น (Avg dE 1.4 – 1.6) และในแง่การทำ HDR Tone Mapping ก็ดูลงตัวกว่าเจนเนอเรชั่นก่อนๆ

Post Saturation Sweeps (HDR Filmmaker Mode)

Q80T มาพร้อมฟีเจอร์ ALLM หรือ Auto Low Latency Mode ซึ่งจะปรับสถานะการแสดงผลเข้าสู่ “Game Mode” อัตโนมัติเมื่อมีการเชื่อมต่อสัญญาณภาพจากคอมพิวเตอร์ หรือเกมคอนโซล เพื่อให้สามารถตอบสนองได้อย่างรวดเร็ว ค่า Input Lag ที่วัดได้ต่ำเพียง 9.5 ms เท่านั้น ! และความพิเศษสำหรับการเล่นเกมร่วมกับ Samsung QLED TV ระดับสูง คือ ทางเลือกเพิ่มเติมการประมวลผลจำลองแทรกเฟรมภาพเคลื่อนไหวขณะเล่นเกมที่มีชื่อเรียกว่า Game Motion Plus ซึ่งจะกระทบกับ Input Lag น้อยมากๆ อยู่ที่ 20.4 ms
หมายเหตุ: Game Motion Plus ไม่สามารถเปิดใช้งานร่วมกับการแสดงผลแบบ VRR

Q80T ยังมาพร้อมคุณสมบัติ Variable Refresh Rate (VRR) โดยใช้เทคโนโลยีของทาง AMD ที่มีชื่อเรียกว่า FreeSync อันเป็นกระบวนการที่ช่วยให้จอภาพสามารถ “ปรับเปลี่ยนรีเฟรชเรตแบบเรียลไทม์” สัมพันธ์กับ “อัตราเฟรมเรตของเกมที่ไม่คงที่ได้” จึงแก้ปัญหาอาการภาพขาดเป็นริ้วหรือ Screen Tearing ปัจจุบันเมื่อเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ HDMI 2.0 อย่างคอมพิวเตอร์ หรือ Xbox One X/S จะรองรับ FreeSync ที่ความละเอียด 4K 60Hz, 1440p 120Hz แต่ในอนาคตคาดว่า Q80T จะรองรับ 4K 120Hz ร่วมกับอุปกรณ์ HDMI 2.1 อาทิ PS5 หรือ Xbox Series X ทาง HDMI In 4
เสียง

ระบบเสียงของ Q80T อาจดูไม่หวือหวานัก เนื่องจากลักษณะการติดตั้งลำโพงไว้ที่ส่วนล่างของจอนั้นมีให้เห็นโดยทั่วไป ทว่าหากพิจารณาผลลัพธ์ในแง่การถ่ายทอดคุณภาพเสียงถือว่าทำได้ดีเกินคาด ดุลเสียงมีความกลมกลืนตลอดย่าน รายละเอียดเสียงไม่คลุมเครือ เสียงสนทนาฟังชัด เบสก็มีน้ำหนักไม่ขาดแคลน จะใช้ดูหนังก็ได้ ฟังเพลงก็โอเคสำหรับมาตรฐานลำโพงทีวีระดับนี้
การรับชมภาพยนตร์ในรูปแบบ Streaming อย่าง Netflix หากเชื่อมต่อ Q80T กับ AV Receiver หรือ Soundbar ที่รองรับผ่านทาง HDMI eARC/ARC พบว่า Q80T สามารถ Pass-through ระบบเสียง Dolby Atmos (DD+) ได้

และถ้าเชื่อมต่อสัญญาณภาพและเสียงจาก 4K Blu-ray Player ผ่าน Q80T พบว่า ด้วยคุณสมบัติ HDMI eARC สามารถ Pass-through ระบบเสียง Dolby Atmos/TrueHD ไปยัง AV Receiver หรือ Soundbar รุ่นที่รองรับได้ (เช่น Pioneer VSX-LX504) แต่แนะนำว่า หาก AVR หรือ Soundbar มี HDMI In มากพอ การเชื่อมต่อสัญญาณจาก Player ตรงเข้า AVR จะให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าต่อผ่านทีวีและเชื่อมต่อเสียงทาง HDMI eARC/ARC ทั้งในแง่คุณภาพเสียง และเสถียรภาพ
เพิ่มเติม

จุดเด่นของ Tizen OS จาก Samsung Smart TV ประจำปี 2020 คือ การเพิ่มเติมจำนวนแอปพลิเคชันความบันเทิงให้มีความหลากหลายมากยิ่งขึ้น ปัจจุบันหลายแอปยังไม่มีให้บริการกับ Smart TV แบรนด์อื่น

อาทิ AIS Play ซึ่งสามารถรับชมภาพยนตร์จากค่าย Warner Bros. และรายการกีฬาจาก beIN Sports รวมถึงซีรีส์ดังทั้งไทยและเทศ

HBO Go สามารถรับชมภาพยนตร์ซีรีส์ Exclusive จากช่อง HBO เช่น West World

VIU รับชมซีรี่ส์เกาหลีหลากหลาย

Netflix ขวัญใจหลายๆ คน ยังมีอยู่เหมือนเดิม รองรับการแสดงผล 4K HDR10 การรับฟังระบบเสียง Dolby Atmos (DD+) แนะนำให้เชื่อมต่อ HDMI ARC/eARC ไปยังชุดเครื่องเสียงภายนอก

Apple TV app รับชม iTunes Movies & TV Shows ในแบบ 4K HDR10 ได้ ไม่ต้องง้อกล่อง แต่จะยังไม่รองรับระบบเสียง Dolby Atmos ครับ

YouTube app สามารถรับชมที่ความละเอียด 4K (2160p) HDR
สรุป
Samsung QLED TV รุ่นกลาง-สูง ประจำปี 2020 ที่ให้ความคุ้มค่าจากศักยภาพการถ่ายทอดภาพ 4K HDR ได้โดดเด่นด้วยเทคโนโลยี Full Array LED Local Dimming Backlight การควบคุมแสงมีความกลมกลืนดูไม่ขัดตา อันมีส่วนช่วยให้ได้ Black Level ที่ดำลึก ในแง่ความสว่าง HDR Peak Brightness อาจไม่เจิดจรัสเท่ารุ่นก่อน (Q80R) แต่ก็ชดเชยด้วยมุมมองรับชมที่กว้างกว่า และความเที่ยงตรงของสีสันหลังปรับภาพที่ดีมาก บวกกับ HDMI 2.1 (HDMI In 4) รองรับเกมคอนโซลในอนาคตอย่าง PS5, Xbox Series X อีกทั้งยังเสริมจำนวนแอปพลิเคชันความบันเทิง HBO Go, AIS Play, Loox, VIU ฯลฯ เติมเต็มความหลากหลายทั้งภาพยนตร์-ซีรีส์-การ์ตูน-รายการทีวี-กีฬา ให้ดูกันเต็มอิ่มในแบบ Online Streaming

ข้อดีของ Samsung 65Q80T
1. พาแนลแบบใหม่มุมมองรับชมกว้างขึ้น พร้อม Full Array LED Local Dimming ปรับระดับแสงได้กลมกลืนไม่กระชาก
2. เพิ่ม Filmmaker Mode หลังปรับภาพให้สมดุลสีเที่ยงตรงดีมาก พร้อมแสดงผล HDR10+, HDR10 และ HLG
3. Game Mode Input Lag 9.1 ms ต่ำดีมาก พร้อม VRR (FreeSync) 120Hz, มี HDMI 2.1 (HDMI In 4) รองรับเครื่องเกมคอนโซลในอนาคตอย่าง PS5, Xbox Series X
4. Tizen OS เพิ่มจำนวนแอปความบันเทิงมากยิ่งขึ้น อาทิ AIS Play, HBO Go, Loox TV
5. ราคาเปิดตัวต่ำลง (เมื่อเทียบกับ Q80R)
ข้อจำกัดของ Samsung 65Q80T
1. ไม่มี One Connect (เมื่อเทียบกับ Q80R)
2. ไม่รองรับ CalMAN Autocal (เมื่อเทียบกับ Q80R)
3. รองรับการค้นหาด้วยเสียงภาษาไทยเฉพาะกับ YouTube
4. ช่องต่อ USB 2 ช่อง เป็นเพียงเวอร์ชั่น 2.0