Samsung QA65Q950TSKXXT QLED 8K TV ตระการตา 33 ล้านพิกเซลกับเสียงรอบจอ พร้อมชม 8K YouTube, AIS Play, HBO Go
Samsung 65Q950TS QLED 8K TV


ตระการตา 33 ล้านพิกเซล กับเสียงรอบจอ
พร้อมชม 8K YouTube, AIS Play, HBO Go
Samsung เป็นหนึ่งในผู้ผลิตแบรนด์แรกๆ ที่ไม่ใช่แค่เปิดตัว 8K TV ก่อนใคร แต่ยังนำเข้ามาทำตลาดในประเทศไทยตั้งแต่ปี 2019 เพื่อให้เราๆ ท่านๆ ได้สัมผัสความละเอียดภาพระดับ 33 ล้านพิกเซล พร้อมๆ กับอีกหลายประเทศทั่วโลก และในปี 2020 นี้ ยังเพิ่มตัวเลือกมากขึ้น โดยวางจำหน่าย QLED 8K ถึง 2 ซีรีส์ด้วยกัน คือ Q950T ตัวท็อป และ Q800T ที่มีราคาย่อมเยาลงมา…

หากนับรวมกับรุ่น Q900R ของปีที่แล้ว เท่ากับว่าเวลานี้ Samsung วางจำหน่าย QLED 8K ไปแล้ว 3 รุ่นด้วยกัน โดยในส่วนของรุ่นใหม่ Q950TS และ Q800T จะมีให้เลือก 3 ขนาด คือ 65, 75 และ 82 นิ้ว ซึ่งรุ่นที่จะทำการรีวิวต่อไปนี้ คือ 65Q950TS ขนาด 65 นิ้ว ครับ
ดีไซน์

Samsung Q950TS มาพร้อมกับดีไซน์ที่ดูโดดเด่นแตกต่างจากทีวีในท้องตลาด ด้วยลักษณะของ Infinity Q Screen ที่มีขอบบางมากๆ ให้ภาพเต็มจอแทบประชิดสุดขอบ เปิดประสบการณ์รับชมแบบไร้ขีดจำกัด

ผิวจอดำเงาตัดด้วยกรอบโลหะสีเงิน ดูโดดเด่นด้วยการเจาะรูไว้โดยรอบ เหตุผลเพื่อให้เสียงของลำโพงที่ติดตั้งอยู่ภายในสามารถกระจายออกมาได้รอบทิศทาง ตามหลักการที่เรียกว่า Object Tracking Sound+ (จะกล่าวถึงอีกครั้งช่วงรายงานคุณภาพเสียง)

โลโก้ Samsung ติดตั้งอยู่มุมขวาล่าง

ขารองรับติดตั้งบริเวณกึ่งกลาง ไม่จำเป็นต้องใช้ชั้นวางกว้างๆ ก็ตั้งได้ ขานี้ยังช่วยยกจอให้สูงขึ้นเผื่อวาง Soundbar ด้านล่าง

การจัดวางบนฐานตั้ง จอภาพจะเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยตามภาพ นัยว่าให้รับกับสายตา ซึ่งเป็นมุมที่ฟิกซ์มาจากโรงงาน (ปรับไม่ได้)

ด้านหลังมีเพียงจุดเชื่อมต่อสายสัญญาณขนาดเล็กเพียงเส้นเดียวที่มีชื่อเรียกว่า One Invisible Connection ช่วยให้การจัดระเบียบและเก็บซ่อนสายทำได้อย่างสะดวก ดูกลมกลืน ไม่รุงรัง

สาย One Invisible Connection จะเชื่อมต่อไปยังกล่อง One Connect ซึ่งทำหน้าที่เหมือนศูนย์รวมช่องต่อรับสัญญาณต่างๆ การจัดวางสามารถตั้งห่างจากจอทีวีได้ตามความเหมาะสม

ที่ด้านหลังยังติดตั้งวูฟเฟอร์ หรือลำโพงถ่ายทอดย่านเสียงต่ำ

One Remote รีโมตคอนโทรลขนาดกะทัดรัด สวยงามด้วยผิวโลหะหรูหราซึ่งน่าจะคุ้นเคยกันดีเพราะเห็นมาตั้งแต่รุ่นก่อนหน้า นอกจากใช้สั่งการทีวีแล้วยังใช้ควบคุมอุปกรณ์อื่นๆ ในระบบได้ด้วย มีปุ่ม Shortcut สำหรับ Netflix และ Amazon Prime Video เพื่อการเข้าถึงความบันเทิงยุคใหม่อย่างรวดเร็ว และที่ขาดไม่ได้ คือ ปุ่มไมโครโฟน เพื่อรับคำสั่งเสียงนั่นเอง
ช่องต่อ

ช่องต่อทางด้านหลังกล่อง One Connect ของ 65Q950TS ประกอบไปด้วย HDMI In จำนวน 4 ช่องในจำนวนนี้มี 1 ช่อง (HDMI 4) เป็นมาตรฐาน HDMI 2.1 รับสัญญาณภาพความละเอียด 8K HDR ได้ ทั้งหมดรองรับสัญญาณ High Frame Rate สูงสุดที่ 120 Hz/FPS
ช่องต่ออื่นๆ ที่ให้มา ได้แก่ Analog Component/Composite Video & Audio Input, Digital Optical Audio Output, Ethernet Port (มี Wi-Fi & Bluetooth Built-in ให้ด้วย), DVB-T2 Antenna In, 3.5mm Service port, ไม่มีช่องต่อ Audio/Headphones Out แต่สามารถเชื่อมต่อหูฟังไร้สายผ่าน Bluetooth ได้

สาย One Invisible Connection จากด้านหลังจอทีวี จะมาเชื่อมต่อเข้าที่กล่อง One Connect ที่ตำแหน่งนี้

ส่วนด้านข้าง เป็นตำแหน่ง USB 2.0 จำนวน 3 ช่อง สามารถเชื่อมต่อกับ USB Flash Drive, External HDD, Keyboard, Mouse ฯลฯ
สรุปจำนวนช่องต่อของ Samsung QA65Q950TSKXXT ได้ดังนี้
| HDMI™ In | 4 (ด้านหลัง) ในจำนวนนี้ 1 ช่องใช้รับ 8K |
| USB | 3 (ด้านข้าง) |
| Ethernet | 1 (ด้านหลัง) พร้อม Wi-Fi Built-In |
| Composite Video In | 1 (ด้านหลัง) |
| Component Video In | – |
| RF (Antenna) In | 1 (ด้านหลัง) พร้อม DVB-T2 Digital Tuner |
| PC HD15 In | – |
| Analog Audio In | 1 (ด้านหลัง ร่วมกับ Composite) |
| Digital Audio Out | 1 (Optical ด้านหลัง) |
| Audio/Headphone Out | – |
| Bluetooth Audio | Yes |
ภาพ

Q950TS เป็นการนำเทคโนโลยี Quantum Dot ประสานเข้ากับเทคนิคการผลิตจอภาพแบบใหม่ที่มีโครงสร้างพิกเซลเล็กลงกว่าเดิมมาก จนอัดแน่นรวมกันได้มากถึง 33 ล้านพิกเซล ซึ่งมากกว่า 4K TV ถึง 4 เท่า แต่ที่พิเศษคือมุมมองด้านข้างจะกว้างกว่าพาเนล VA ปกติ แม้มองในมุมเฉียง สีก็ไม่ซีดดร็อปลงมากแต่อย่างใด อย่างไรก็ดีในส่วนของมุมมองบน-ล่าง ยังคงแนะนำให้รับชมในตำแหน่งที่เหมาะ ซึ่งการที่ Samsung แหงนจอของรุ่นนี้เล็กน้อย ก็ช่วยให้รับกับสายตาดูลงตัวในหลายๆ สถานการณ์ได้อยู่
![]()
ลักษณะพิกเซลของ QLED 8K ที่มีขนาดเล็กมากๆ ซึ่งในแต่ละซับพิกเซลยังซอยย่อยลงในระดับ “ครึ่งซับพิกเซล” ได้อีก เพื่อให้การผสมไล่สีและความเข้มแสงทำได้ละเอียดยิ่งกว่า ถึงแม้โครงสร้างแบบนี้จะทำให้มีอัตราส่วนเส้นสีดำ (ระยะห่างระหว่างแถวพิกเซลในแนวนอน) เพิ่มขึ้น เมื่อเทียบกับโครงสร้างแบบ QLED VA Panel ยุค 4K

ถัดมาดูในส่วนของความเที่ยงตรงในการแสดงสีสันกันบ้าง ในบรรดาโหมดภาพทั้ง 4 โหมดที่ให้ความเที่ยงตรงของสีสันเหมาะสำหรับการรับชม SDR Content มากที่สุด คือ Movie เช่นเคย

โหมด Movie จะให้ภาพที่ดูนุ่มนวลสบายตา ไม่ปรุงแต่งสีสันหรือเร่งความคมชัด จึงให้ความเป็นธรรมชาติสูงเหมาะแก่การรับชมในบ้าน แต่หากยังรู้สึกว่าภาพดูสว่างหรือมืดเกินในบางสภาพแวดล้อม ก็สามารถปรับลดหรือเพิ่มได้ตามความเหมาะสมครับ

มีข้อสังเกตสำหรับ QLED 8K TV รวมถึง Samsung TV รุ่นอื่นๆ ประจำปี 2020 พบว่ามีการปรับเปลี่ยนชื่อพารามิเตอร์ที่ใช้ในการปรับภาพเล็กน้อย อย่าง Backlight ที่เดิมอ้างอิงในการปรับระดับความสว่าง ก็เปลี่ยนเป็น “Brightness” แทน

การเปลี่ยนแปลงนี้อาจจะทำให้สับสนกับตัวเลือก Brightness เดิม ที่เอาไว้ปรับชดเชยในส่วนของ Shadow Detail ซึ่งหน้าที่นี้รุ่นปัจจุบันก็ถูกเปลี่ยนชื่อเป็น “Shadow Detail” แทน ซึ่งก็ดูตรงความหมายดี… ข้อมูลนี้แจ้งไว้เผื่อใครจะปรับภาพเพิ่มเติม จะได้ไม่สับสนครับ

ผล Lab Test โหมดภาพโรงงาน Movie ของ 65Q950TS พบว่ามีความเที่ยงตรงของสีสันอยู่ในเกณฑ์ดีทีเดียว ผลอุณหภูมิสีเฉลี่ยอยู่ที่ราว 6384K ติดโทนอุ่นนิดๆ ทว่าค่าความผิดเพี้ยนสมดุลแสงขาว (Grayscale Avg dE) ยังต่ำเพียง 2.2 ขอบเขตสีก็ทำได้เที่ยงตรงอิงมาตรฐาน Rec.709/sRGB ค่าความผิดเพี้ยน (Color Space Avg dE) ยังต่ำเพียง 1.7 ซึ่งก็ดูเหมาะกับการใช้งานตามบ้านแล้ว

อย่างไรก็ดีความยอดเยี่ยมของ 65Q950TS จะฉายแววเด่นชัดมากยิ่งขึ้นภายหลังดำเนินการปรับภาพละเอียด ค่าความผิดเพี้ยนสมดุลแสงขาว (Grayscale Avg dE) ลดต่ำลงมาเหลือเพียง 0.7 ค่าความผิดเพี้ยน (Color Space Avg dE) เหลือเพียง 1

ยืนยันการถ่ายทอดสีสันที่เที่ยงตรงหลังปรับภาพของ 65Q950TS อีกที ด้วยผล SDR ColorChecker กับค่าความผิดเพี้ยน Saturation Avg dE ที่ 1.2 (Max 2.7) เยี่ยมมา

เคล็ดลับหนึ่งที่ส่งผลให้ Q950TS ถ่ายทอดภาพออกมาได้อย่างยอดเยี่ยม นอกจากเทคโนโลยี Quantum Dot ที่ให้ผลเรื่องของสีสันแล้ว การติดตั้ง LED Backlight แบบ “Full Array Local-dimming” ยังช่วยให้ Black Level ดูดำลึก ความเปรียบต่างของแสงเด่นชัดดูมีมิติมากขึ้น โดยสามารถปรับการทำงานได้ 3 ระดับ ที่หัวข้อ Local Dimming
คำแนะนำ คือ ระดับ Low เหมาะสำหรับรับชม SDR Content เพราะจะดูสบายตากว่า การเปลี่ยนระดับแสงจากซีนมืดไปสว่างจะไม่กระชากมากเท่ากับระดับอื่น และหากใช้ระดับนี้รับชม HDR Content จะเพลาในส่วนของ Peak Brightness ไม่ให้สูงมากนัก ส่วนสว่างจะดูไม่จ้ามาก ความเปรียบต่างของซีนมืดและสว่างจะเป็นแบบค่อยเป็นค่อยไป ไม่วูบวาบ จึงดูได้นาน ไม่ล้าสายตา
ส่วนระดับ Standard และ High จะเหมาะกับการรับชม HDR Content เพราะให้ความเปรียบต่างของแสงได้เจิดจรัสสุด โดยระดับ High ให้ Peak Brightness สูงที่สุด และ Black Level ดำลึกที่สุด Standard เพลาลงมาเล็กน้อย แต่ทั้ง 2 ระดับนี้ อาจพบอาการแสงวูบวาบบ้าง โดยเฉพาะเมื่อรับชมฉากมืดๆ พร้อมๆ กับเปิดแสดงซับไตเติลสีขาวไว้

ด้านการแสดงผล HDR รุ่น 65Q950TS จะรองรับมาตรฐาน Static HDR ทั้ง HDR10 และ HLG ส่วน Dynamic HDR รองรับมาตรฐาน HDR10+ โดยสามารถให้ระดับความสว่าง HDR Peak Brightness สูงถึง 2750 nits ในโหมด Dynamic ส่วนโหมด Movie ความสว่างจะเพลาลงมาอยู่ที่ 1335 nits ทว่าจะได้สีสันเป็นธรรมชาติ ภาพดูนุ่มนวลสบายตามากกว่า

ในแง่ความเที่ยงตรงของสีสัน HDR ในโหมด Movie ก็นับว่าอยู่ในเกณฑ์ดี (Avg dE 6.6 – 6.7) ส่วน HDR Color Space ทำได้ครอบคลุม 89.89/93% ของมาตรฐาน DCI-P3 (xy/uv) หรือเท่ากับ 64.71/69.13% Rec2020 (xy/uv)

และเช่นเคย ว่าหลังปรับภาพให้ความเที่ยงตรงโดดเด่นมากยิ่งขึ้น (Avg dE 1.1 – 1.6) และในแง่การทำ HDR Tone Mapping ก็ดูลงตัวกว่ารุ่นก่อนๆ อนาคตเมื่อรุ่นนี้รองรับ CalMAN AutoCal แล้ว ผลลัพธ์ที่ได้หลังปรับภาพน่าจะยิ่งเพอร์เฟ็กต์มากขึ้น

Post Saturation Sweeps (HDR Movie)

ทดสอบ 8K AI Upscaling ของ Q950TS ด้วยการรับชมภาพยนตร์เกาหลี Parasite ผ่าน Netflix ความละเอียด 1080p ผลลัพธ์ออกมาดูดีทีเดียว ที่ระยะรับชมห่างประมาณ 2.5 ม. กับจอภาพขนาด 65 นิ้ว ภาพที่ผ่านการอัพสเกลดูมีความคมชัดใกล้เคียงต้นฉบับ 4K มาก

Q950TS มาพร้อมฟีเจอร์ ALLM หรือ Auto Low Latency Mode ซึ่งจะปรับสถานะการแสดงผลเข้าสู่ “Game Mode” อัตโนมัติเมื่อมีการเชื่อมต่อสัญญาณภาพจากคอมพิวเตอร์ หรือเกมคอนโซล เพื่อให้สามารถตอบสนองได้อย่างรวดเร็ว ค่า Input Lag ที่วัดได้ต่ำเพียง 11.1 ms เท่านั้น ! และความพิเศษสำหรับการเล่นเกมร่วมกับ Samsung QLED TV ระดับสูง คือ ทางเลือกเพิ่มเติมการประมวลผลจำลองแทรกเฟรมภาพเคลื่อนไหวที่มีชื่อเรียกว่า Game Motion Plus ซึ่งจะกระทบกับ Input Lag น้อยมากๆ อยู่ที่ 26.7 ms
หมายเหตุ: Game Motion Plus ไม่สามารถเปิดใช้งานร่วมกับการแสดงผลแบบ VRR

Q950TS ยังมาพร้อมคุณสมบัติ Variable Refresh Rate (VRR) โดยใช้เทคโนโลยีของทาง AMD ที่มีชื่อเรียกว่า FreeSync อันเป็นกระบวนการที่ช่วยให้จอภาพสามารถ “ปรับเปลี่ยนรีเฟรชเรตแบบเรียลไทม์” สัมพันธ์กับ “อัตราเฟรมเรตของเกมที่ไม่คงที่ได้” จึงแก้ปัญหาอาการภาพขาดเป็นริ้วหรือ Screen Tearing ปัจจุบันเมื่อเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ HDMI 2.0 อย่างคอมพิวเตอร์ หรือ Xbox One X/S จะรองรับ FreeSync ที่ความละเอียด 4K 60Hz, 1440p 120Hz แต่ในอนาคตคาดว่า Q950TS จะรองรับ 4K 120Hz ร่วมกับอุปกรณ์ HDMI 2.1 (ทาง HDMI In 4)
เสียง
![]()
ความพิเศษกรณีเชื่อมต่อระบบเสียงของ 2020 QLED 8K TV ร่วมกับ 2020 Q Series Soundbar คือ ฟีเจอร์ที่เรียกว่า Q-Symphony โดยหลักการจะผสานการทำงานของลำโพงของทีวี ร่วมกับชุดลำโพง Soundbar เข้าด้วยกัน เพื่อเติมเต็มการถ่ายทอดเสียงโอบล้อมรอบทิศทางได้อย่างสมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น ซึ่งรูปแบบนี้เติมเต็มเอฟเฟ็กต์ระบบเสียง Dolby Atmos ให้มีความเจนจัดชัดเจนมากยิ่งขึ้นด้วย)

การเชื่อมต่อกับชุดโฮมเธียเตอร์ (ร่วมกับ AV Receiver) หรือ Soundbar ทาง HDMI eARC/ARC พบว่า Q950TS สามารถ Pass-through ระบบเสียง Dolby Atmos ได้ (ในภาพทดสอบกับ Samsung Q800T Soundbar พบว่าสามารถรับฟังระบบเสียง Dolby Atmos จาก Netflix ได้)

นอกจากความล้ำด้านภาพแล้ว เรื่องเสียงของ 2020 QLED 8K TV ก็ไม่ธรรมดาเช่นกัน โดย Q950TS (และ Q800T) จะมาพร้อมเทคนิคที่เรียกว่า Object Tracking Sound+ โดยติดตั้งตัวขับเสียงไว้โดยรอบจอภาพ ตำแหน่งติดตั้งประกอบไปด้วย ด้านข้าง ด้านบน และด้านหลัง พร้อมวูฟเฟอร์ อย่างละ 2 ชุด ผสานเข้ากับการประมวลผลติดตามการเคลื่อนที่ของแหล่งกำเนิดเสียง ศักยภาพของลำโพงทีวีรุ่นนี้จึงสามารถถ่ายทอดเสียงออกไปรอบทิศทาง ได้บรรยากาศที่กว้างกว่าลำโพงทีวีทั่วไปที่มักจะมีตัวขับเสียงติดตั้งเฉพาะที่ส่วนล่างของจอเท่านั้น คำแนะนำเพิ่มเติมในส่วนของย่านความถี่ต่ำจากวูฟเฟอร์ที่ติดตั้งอยู่ทางด้านหลังนั้น หากสามารถวางตำแหน่งทีวีให้ใกล้กับผนังได้ จะช่วยให้เพิ่มมวลเสียงให้อิ่มหนาขึ้นได้

การเชื่อมต่อใช้งาน Q950TS ร่วมกับ Soundbar พบว่า สามารถยกระดับคุณภาพเสียงขึ้นทุกด้าน นอกจากความชัดเจน และบรรยากาศโอบล้อมแล้ว ลำโพงแอ็คทีฟซับวูฟเฟอร์ยังช่วยเติมเต็มเสียงเอฟเฟ็กต์ย่านต่ำให้มีพลังหนักแน่น รองรับการชมภาพยนตร์เสียงรอบทิศทาง และฟังเพลงในแบบสเตริโอได้อย่างมีอรรถรสมากยิ่งขึ้น

Q950TS มาพร้อม HDMI eARC สามารถ Pass-through ระบบเสียง Lossless อย่าง Dolby Atmos/True HD เมื่อเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ที่รองรับ
เพิ่มเติม

ระบบปฏิบัติการ Smart TV Tizen OS ของ Samsung มีระบบอัจฉริยะที่เรียกว่า SmartThings โดยจะลิงค์ระบบกับอุปกรณ์ Smart Home Devices อื่นๆ เช่น สมาร์ทโฟน ตู้เย็น ไมโครเวฟ เครื่องซักผ้า ฯลฯ เพื่อแชร์ข้อมูลสถานะ หรือประสานควบคุมการทำงานบนหน้าจอทีวีอย่างเป็นระบบ

นอกจากใช้รับชมรายการความบันเทิงและดูสถานะการควบคุมอุปกรณ์ Smart Home Devices แล้ว QLED 8K ยังทำหน้าที่เป็น “เฟอร์นิเจอร์ตกแต่งบ้าน” ด้วยการแสดงภาพพักหน้าจอที่สวยงามผ่านฟีเจอร์ Ambient Mode

อินเทอร์เฟส Tizen OS ในแบบเมนู 2 ชั้น ซ้อนขึ้นมาที่ด้านล่างจอภาพ พร้อมแสดง Content Preview ดูสวยงาม

ความสามารถใหม่ คือ การรับชมแบบ 2 จอพร้อมกันด้วย Multi View เช่น แคสวิดีโอจาก Smartphone ไปรับชมพร้อมๆ กับรายการทีวีได้

แคสภาพจาก iPhone ไปรับชมบนจอ QLED 8K TV ผ่าน AirPlay

หรือถ้าใช้งานร่วมกับ Samsung Smartphone อาทิ Galaxy S20 Series สามารถแคสวิดีโอความละเอียด 8K ไปรับชมบนจอ QLED 8K TV ได้เลย

YouTube app สามารถรับชมที่ความละเอียด 8K (4320p) HDR ได้แล้ว ภาพคมชัดดีมาก

ในปี 2020 นี้ Samsung ยังจัดเต็มเพิ่มเติมแอพฯ เพื่อความบันเทิงมากมาย ปัจจุบันหลายแอพยังมีให้บริการเฉพาะ Samsung Smart TV เท่านั้น

อาทิ AIS Play ซึ่งสามารถรับชมภาพยนตร์จากค่าย Warner Bros. และรายการกีฬาจาก beIN Sports รวมถึงซีรีส์ดังทั้งไทยและเทศ

HBO Go สามารถรับชมภาพยนตร์ซีรีส์ Exclusive จากช่อง HBO เช่น West World

LOOX TV รับชมรายการดิจิตอลทีวีแบบออนไลน์ ไม่ต้องเชื่อมต่อสายอากาศ

Netflix ขวัญใจหลายๆ คน ยังมีอยู่เหมือนเดิม รองรับการแสดงผล 4K HDR10 การรับฟังระบบเสียง Dolby Atmos แนะนำให้เชื่อมต่อ ARC/eARC ไปยังชุดเครื่องเสียงภายนอก

Apple TV app รับชม iTunes Movies & TV Shows ในแบบ 4K HDR10 ได้ ไม่ต้องง้อกล่อง แต่จะยังไม่รองรับระบบเสียง Dolby Atmos ครับ
สรุป
ถึงแม้สถานการณ์ Covid-19 จะทำให้หลายอุตสาหกรรมชะงักงันไปบ้าง แต่ Samsung ก็ยังคงก้าวย่างต่อไปไม่หยุดนิ่งด้วย QLED 8K TV เจนเนอเรชั่นที่ 2 ที่ช่วยให้เราได้เห็นแนวทางของเทคโนโลยีความละเอียดสูงระดับ 33 ล้านพิกเซล ที่กำลังจะมีคอนเทนต์ตามมาในอนาคตได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น ระหว่างนี้ก็รับชม YouTube 8K ไปพลางๆ หรือจะดู Online content จากผู้ให้บริการใหม่ๆ อย่าง AIS Play หรือ HBO Go รอไปก่อนก็ได้ ซึ่งด้วยระบบ 8K AI Upscaling น่าจะมีส่วนช่วยเสริมประสบการณ์รับชมคอนเทนต์ในปัจจุบันได้อย่างมีอรรถรสยิ่งขึ้น

ข้อดีของ Samsung 65Q950TS
1. Infinity Q Screen แทบไม่มีขอบดำให้เห็น, ตัดขอบด้วยโลหะเงินเจาะรูกระจายเสียงโดยรอบ, ด้านหลังทีวีสายไม่รก
2. QLED 8K Panel ที่มีมุมมองการรับชมด้านข้างกว้างขึ้น พร้อม Full-array Local Dimming ควบคุม Black Level ให้ดำลึก, หลังปรับภาพให้สมดุลสีเที่ยงตรงดีมาก
3. สามารถรับสัญญาณ 8K ทาง HDMI 2.1 (HDMI 4), พร้อมแสดงผล HDR10+, HDR10 และ HLG ที่ระดับ Peak Brightness สูงสุดเกือบ 2750 nits รองรับ VRR (FreeSync) 120Hz
4. Object Tracking Sound+ ติดตั้งลำโพงรอบด้าน พร้อม Q-Symphony ประสานเสียงทีวีกับ Soundbar เข้าด้วยกัน
5. Tizen OS เพิ่มจำนวนแอพความบันเทิงมากยิ่งขึ้น อาทิ AIS Play, HBO Go, Loox TV ส่วน YouTube app ก็รองรับ 8K แล้ว
ข้อจำกัดของ Samsung 65Q950TS
1. ตำแหน่งรับชมควรสัมพันธ์กับการตั้งวางทีวี เพื่อให้ได้มุมมองรับชมด้านบน-ล่างที่เหมาะสม
2. ติดตั้งลำโพงรอบจอ ทว่ายังไม่สามารถถอดรหัสเสียง Dolby Atmos ด้วยลำโพงทีวี (แต่สามารถ ARC/eARC เสียง Atmos ไปยัง Soundbar/AVR ได้)
3. รองรับการค้นหาด้วยเสียงภาษาไทยเฉพาะกับ YouTube
4. ช่องต่อ USB ทั้ง 3 ช่อง เป็นเพียงเวอร์ชั่น 2.0