โรมันบุกเยอรมัน ! เปิดตัว Sony Hi-Res Audio “Signature Series” เพื่อนักฟังหูทอง
For Music Lovers by Music Lovers
— เมื่อจิตวิญญาณของผู้ผลิตและนักฟังหลอมรวมเป็นหนึ่ง —
— รังสรรค์โดยผู้รัการฟังเพลง…เพื่อผู้รักการฟังเพลงโดยเฉพาะ —
สวัสดีพี่น้องชาว LCDTVTHAILAND.COM และ HOMETHEATERTHAILAND.COM กระผม “นายโรมัน” ได้รับเกียรติเรียนเชิญในฐานะสื่อมวลชนแวดวงภาพและเสียงให้บินลัดฟ้าจากกรุงเทพสู่กรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมัน เพื่อเข้าร่วมงานแถลงข่าวเปิดตัวสินค้า Sony Hi-Res Audio รุ่นใหม่ ในไลน์อัพท็อปสุดซึ่งมีชื่อว่า “Signature Series” โดยทริปนี้เริ่มออกเดินทางกลางคืนวันที่ 30 สิงหาคม ลากยาวไปจนถึงวันที่ 4 กันยายน 2016 ต้องยอมรับว่ากระแสเครื่องเล่นเพลง Hi-Res แบบพกพาและพวกหูฟังนั่นกำลังมาแรง มีอัตราการเติบโตขึ้นทุกปี จนเป็นหมวดสินค้าน้องใหม่ไฟแรงที่สร้าง “ผลกำไรบวก” ให้ทั้งบริษัทแม่และสาขาในประเทศไทย
แนะนำ Sony Hi-Res Audio : Signature Series
ทำไมต้อง Hi-Res Audio ?
คำว่า High Resolution Audio หรือเสียงความละเอียดสูง หากเปรียบในวงการภาพที่เราคุ้นเคยก็เปรียบดั่งการถ่ายทำภาพยนตร์ด้วยกล้องความละเอียดสูงถึง 4K แต่กลับถูกบีบอัดเพื่อให้รับชมกันภายในบ้านเพียงแค่ Full HD 1080 หรือความละเอียดระดับ DVD อย่าง 576 เท่านั้น รายละเอียดที่เราเสพมัน “หายไปเยอะ” ทำให้อรรถรรสการรับชมย่อมถดถอยลงไป ไม่เป็นดั่งที่ผู้สร้างภาพยนตร์หรือผู้กำกับต้องการให้เราได้ซึมซับ วงการเพลงก็เช่นกัน ศิลปินนักร้องบันทึกเพลงในสตูดิโอที่ให้ต้นฉบับความละเอียดสูง แต่ก็มักถูกบีบอัดลงมาหลายเท่า จนเหลือขนาดกระจิ๊ดริ๊ดอย่างพวก MP3 หรืออย่างดีหน่อยก็ความละเอียดเท่าแผ่น CD Audio รายละเอียดและความชัดเจนถูกลดทอนลงไป เช่นเดียวกับขนาดไฟล์ที่เล็กลงมาเพื่อที่จะได้สะดวกในการดาวน์โหลด, บรรจุ และพกพา เราจึงมิได้เสพในสิ่งที่ผู้ผลิตเพลงเขาต้องการสื่ออย่างครบถ้วน 100% จึงเป็นที่มาของคำว่า High Resolution Audio ไฟล์เพลงความละเอียดสูงดั่งต้นฉบับในสตูดิโอ ผู้รักการฟังเพลงอย่างแท้จริงจะได้ “เต็มที่ทุกรายละเอียดและเข้าถึงทุกอารมณ์ดนตรี” นั่นเอง !

Hi-Res Audio VS CD Audio
ตัวผมเองมีความประทับใจกับสินค้า Sony Walkman ตั้งแต่เด็ก ซักหลายสิบปีที่แล้วในยุคอนาล็อคคาบเกี่ยวดิจิตอล คุณพ่อเคยซื้อ Walkman ที่เล่นม้วนเทป Cassette มาให้ ในตอนนั้นผมยังไม่รู้จักมันในนาม Walkman หากเป็นคำว่า Soundabout ที่กลายเป็น Generic Name สำหรับการเรียกชื่อประเภทสินค้าชนิดนี้ในสมัยนั้น (เป็นชื่อทางการตลาดในไทยและอเมริกา) ผมเองมีเทปเพลงโปรดจากค่าย RS และเพลงสากลฝรั่งเพราะๆอยู่มิน้อย (ผมมันวัยรุ่นยค 90″ จ้า) เพียงแค่ใส่หูฟังที่แถมมากับตัวเครื่องก็สามารถเข้าสู่โหมดสำราญแบบส่วนตั๊วะส่วนตัว จุดหักเหที่สำคัญที่ผมแอบหลงรัก Walkman อย่างสุดหัวใจก็อยู่ตอนที่ถูกส่งไปไปเรียนภาษาที่ประเทศอังกฤษเป็นเวลา 1 เดือน ตอนนั้นผมยังเด็กมากกกส์…คิดดูสิบกว่าขวบเอง เมื่อถูกส่งไปผจญภัยอย่างโดดเดี่ยวในประเทศที่ไม้คุ้นเคยก็เกิดอาการ Home Sick = คิดถึงบ้าน ตามประสาเด็กน้อยวัยนมยังไม่แตกพาน อนึ่งบ้านของครอบครัวชาวอังกฤษที่ผมได้ไปพำนักก็ดันอยู่โซนชานเมืองอันเวิ้งว้างที่จะเรียก “สงบ” ก็คงไม่ใช่ หากเรียก “สงัด” คงถูกต้องกว่า !!!!
ผมถูกจัดแจงให้นอน “ห้องใต้หลังคา” ใกล้ชิดกับลมหนาวสุดๆมีเพียงกระจกสำหรับเปิดระบายอากาศเท่านั้นที่ป้องกันการปะทะจากสภาพอากาศอันเลวร้ายภายนอก ประเด็นคือใช้ชีวิตอยู่ได้ซัก 2-3 วัน ฮีทเตอร์ (เครื่องทำความร้อน) ในห้องนอนดันเสียซะดื้อๆ อากาศหนาวก็หนาว + อารมณ์เหงาก็เหงา ก็มีแต่เจ้า Walkman พร้อมกับม้วนเทปอั้ลบั้มรวมฮิตเพลงสากลสุดไพเราะ ช่วยประคับประครองให้ผ่านแต่ละคืนเหงาไปได้ ซึ่งหนึ่งในนั้นมีเพลง Run to me ของ Bee Gees ที่ความหมายออกแนวเหงาปนเศร้า ประมาณว่า…โปรดวิ่งมาให้ฉันถ้าหากเธอรู้สึกเหงาและต้องการไหล่ให้ซบ Run to me whenever you are lonely โอ้ย โอ้ย เอะอะก็ร้องเหงา ! ด้วยบรรยากาศอันเย็นยะเยือกในคืนวันนั้น ผสานกับความหมายของเพลงที่รัญจวนใจ จึงกระตุ้นต่อมอารมณ์เศร้าให้ปะทุจนเกินกว่าที่จะรับไหว น้ำตาก็ไหลพรั่งพรูอาบเต็มสองแก้มในทันใด ระบายความเหงาและคิดถึงบ้านออกมาอย่างหมดสิ้น ปล่อยโฮอย่างไม่กลัวเสียเชิงชายแม้แต่นิด
พอโตขึ้นมาก็ยังแอบคิดเลยว่านี่สินะที่เขาเรียกว่า “การเข้าถึงอารมณ์ดนตรีอย่างแท้จริง” หาใช่ขี้แยซะที่ไหน (ฮา) เป็นเรื่องจริงที่เศร้าปนซึ้งของตัวผมเอง ได้สร้างความประทับใจให้ผมต่อ Sony Walkman ตั้งแต่เยาว์วัย นับเป็นความทรงจำที่ดีมากที่สุดความทรงจำหนึ่ง จึงขอนำมาเล่าขานสู่กันฟังอย่างไม่เคอะเขิน ^ ^

Walkman รุ่นแรก TPS-LT2 ถือกำเนิดตั้งแต่ปี 1979 (35 ปีแล้ว)
เพราะผู้บริหาร Sony บินไปประชุมต่างประเทศบ่อย
ต้องการเครื่องเล่นเพลงขนาดพกพาไม่ไม่ส่งเสียงกวนใคร
จึงเป็นจุดเริ่มต้นของประวัติศาสตร์ Walkman !

พัฒนาจาก เทป => CD => Mini Disc (MD) และมาสู่ยุคไฟล์เพลง mp3

เครื่องเล่น MD Walkman หรือ Mini Disc เป็นอีกหนึ่งก้าวของ Walkman สู่ยุค Digital Music
ก่อนพัฒนามาเป็นเครื่องเล่น mp3 อย่างเต็มตัว
จวบจนวันนี้เทคโนโลยีเคลื่อนที่ไปไกลมาก ทุกสิ่งล้วนย่อมมีพัฒนาการ วงการเครื่องเล่นเพลงพกพาก็เช่นกัน จากม้วนเทปอนาล็อกสู่ไฟล์เพลงดิจิตอลระดับ Hi-Resolution ความละเอียดสูงเฉกเช่นต้นฉบับที่ศิลปินบันทึกในสตูดิโอ ส่วน Hardware ทั้งเครื่องเล่นเพลงขนาดพกพาและตัวหูฟังก็มีเทคโนโลยีและนวัตกรรมเข้ามาอัพเกรดคุณภาพเสียงให้ดีขึ้กว่าสมัยก่อนอย่างมา่กมาย ในปี 2016 นี้ทาง Sony เห็นเป็นฤกษ์งามยามดีในการเปิดตัวไลน์อัพ “Signature Series” ซึ่งเป็นรุ่นท็อปของท็อปสุด คือไม่ใช่แทนตัวท็อปตัวเดิม แต่เป็นการก้าวยาวๆให้สูงขึ้นไปอีกขั้นเพื่อยกระดับบัลลังก์ให้เหนือกว่าตำแหน่งเดิม

ประกอบไปด้วยสินค้า 3 ทหารเสือ 1) หูฟัง 2) แอป์หูฟัง 3) เครื่องเล่นเพลง Hi-Res ขนาดพกพา
โดย Signature Series ประกอบไปด้วยสินค้าไฮไลท์ 3 อย่างด้วยกันได้แก่
1. NW-WM1Z : เครื่องเล่นเพลงขนาดพกพา Hi-Res Audio Player สีทองเด่นเป็นสง่า ราคาเปิดตัวประมาณ 3,000 USD
—— 1.1 NW-WM1A : เครื่องเล่นพกพารุ่นรองท็อปสีดำ
2. MDR-Z1R : หูฟังแบบ Over Ear ระดับอ้างอิง ราคาเปิดตัวประมาณ 2,500 USD
3. TA-ZH1ES : แอมป์หูฟัง ราคาเปิดตัวประมาณ 2,200 USD
ซึ่งเจ้า 3 ทหารเสือนี้ทาง Sony แนะนำให้ให้ใช้ร่วมกันเพื่อบรรลุเสียงในอุดมคติที่เรียกว่า “One Signature Sound” เพราะทางวิศวกรเขาพิถีพิถันในการจูนเสียงตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำประมาณว่าเกิดมาคู่กันแล้วก็ไม่ควรแคล้วกัน เอาหละตามผมมาดูบรรยากาศงานเปิดตัวในวันที่ 1 กันยายน 2016 ณ โรงแรมฮิลตัน กรุงเบอร์ลิน กันเลยดีกว่าครับ

กรุงเบอร์ลิน เมืองหลวงแห่งประเทศเยอรมัน วันแรกที่ไปท้องฟ้าสีสวยมากบรรยากาศดีเหมือนในหนัง

พระราชวัง Sanssouci Palace ในมุมมหาชน ตั้งอยู่ชานเมืองเบอร์ลิน
ขอเที่ยวให้คุ้มก่อน เดี๋ยวเวลาที่เหลือจะได้โฟกัสเรื่องการเรื่องงานอย่างไม่วอกแวก ^ ^

สถานที่จัดงานคือโรงแรม Hilton Berlin อยู่ใจกลางเมืองใกล้กับแหล่งท่องเที่ยวสำคัญมากมาย
อยู่ติดกับสถานีรถไฟ U-Bahn อย่าง Statmitte ทำให้การเดินทางนั้นยิ่งสะดวกเข้าไปใหญ่
เสร็จงานตอนเย็นจึงแอบย่องไปท่องราตรีได้อย่างสบายใจเฉิบ

บรรยากาศในห้องประชุมที่ใช้เปิดตัวสินค้า
มีสื่อและดีลเลอร์จากไทยและเทศเข้าร่วมอย่างคับคั่ง

พี่น้องสื่อแวดวงเครื่องเสียงและภาพจวบจนสายแก็ดเจ็ตไอทีบ้านเราที่ร่วมชีวิตด้วยกันในทริปนี้ได้แก่
1) “นายโรมัน” หน้ามนคนเดิมเพิ่มเติมคือ “รอยยิ้ม” จากเว็บ LCDTVTHAILAND (ซ้าย)
2) อาจารย์วิจิตร บุญชู จากนิตยสาร The Wave (บน) 3) คุณธานี โหมดสง่า จากนิตยสาร GM2000 (กลาง)
4) คุณอติชาญ เชิงชวโน จากรายการทีวี Digilife ช่อง Nation (ขวา)

สินค้าในไลน์ Signature Series ถูกตั้งโชว์ไว้ในตู้กระจก
หากสังเกตดีๆจะเห็น Hi-Res Audio Player อยู่ 2 ตัว ซึ่งประกอบไปด้วย
1) NW-WM1A สีดำ (ซ้ายสุด) 2) NW-WM1Z สีทอง

ผู้บริหารชาวญี่ปุ่นกล่าวประวัติความเป็นมาของ Sony Walkman ซึ่งถือกำเนิดเมื่อ 35 ปีที่แล้ว
ด้วยตัวจุดประกายที่ว่า ผู้บริหาร Sony เดินทางด้วยไปประชุมที่ต่างประเทศด้วยเครื่องบินบ่อย
และต้องการฟังเพลงแบบไม่รบกวนผู้โดยสารคนอื่น โดยขนาดเครื่องเล่นต้องเล็กพอที่จะพกพาไปไหนต่อไหนได้

1) NW-WM1Z : Hi-Res Audio Player ขนาดพกพารุ่นท็อปสุด

โครงสร้างภายใน : ตัวถังและแผงเซอร์กิต
1) NW-WM1Z : Hi-Res Audio Player
– รองรับ DSD Native (11.2 Mhz)
– รองรับไฟล์ i-Res หลากรูปแลลทั้ง DSD, WAV, AIFF, FLAC, ALAC
– S-Master HX + DSEE HX
– ฟีเจอร์ LDAC เล่นไฟล์เพลงไร้สายผ่าน Bluetooth ทว่ายังคงคุณภาพระดับ Hi-Res อยู่
– ตัวเคสทำจาก Gold Plated Oxygen Free Copper ความบริสุทธิ์สูงถึง 99.96%
– สายภายโดย Kimber-Kable
– Balanced Out 4.4 mm
– เมโมนี่ภายใน 256 GB
– ช่อง Micro SD Card
– ราคาเปิดตัวประมาณ 3,000 USD

เริ่มจากไฮไลท์เด็ดสุดในงานก่อนคือ Hi-Res Audio Player รุ่นใหม่ : NW-WM1Z สีทองอร่าม
ตัว Chassis ทำจากวัสดุชั้นยอดอย่าง Gold Plated Oxygen Free Copper
หรือทองแดงชุบทองบริสุทธิ์ นอกเหนือจากความแข็งแรงที่ได้รับ ยังช่วยลดสัญญาณรบกวนจากภายนอก
และยังช่วยป้องกันการเกิดอ็อกไซด์ได้อีกด้วย เพื่อคุณภาพเสียงที่มีความบริสุทธิ์สูงสุด
(ส่วนตัวรองท็อปอย่าง NW-WM1A จะทำจากอลูมีเนียมแทน)

ด้านข้างสีทองอร่ามสวยจริง พร้อมปุ่มกดแบบ Hard Button ขนาดใหญ่

ด้านหลังบุหนังและประทับโลโก้ Walkman เอาไว้

หากดูโครงสร้างข้างในจะรู้เลยว่า NW-WM1Z ไม่ธรรมดาจริงๆ
เพราะคัดสรรแต่วัสดุชั้นเลิศมาเป็นส่วนประกอบอย่างไร้การประนีประนอม

2) หูฟัง MDR-Z1R แบบ Over Ear ตัวท็อป

Made in Japan ซะด้วยบอกเลย !
2) หูฟัง MDR-Z1R
– หูฟังครอบหูขนาดใหญ่
– ไดรเวอร์ขนาดใหญ่ถึง 70 มม. ตัวโดมทำจากแมกนิเซียมและ Liquid Crystal Polymer
– ผลิตในประเทศญี่ปุ่น
– หน้ากากดีไซน์โค้งเกลียวแบบ Fibonacci เพื่อกระจายเสียงความถี่สูง
– แจ็ค Balanced แบบ 4.4 มม. มาตรฐานใหม่
– ตัว Pad หุ้มด้วย “หนังแกะ”
– ราคาเปิดตัวประมาณ 2,500 USD

มีการแยกโครงสร้างให้ดูแบบเจาะลึกเช่นกัน
ประกอบไปด้วยไดรเวอร์ขนาดใหญ่ถึง 70 มม. ตัวไดอะแฟรมทำจากวัสดุแมกนีเซียม
พร้อมหน้ากากครอบดีไซน์เกลียววังน้ำวนที่เรียกว่า Fibonacci เพื่อช่วยกระจายเสียงความถี่สูงให้เจิดจรัสขึ้นอีกระดับ

3) แอมป์หูฟังแบบตั้งโต๊ะ TA-ZH1ES ขุมกำลังที่ช่วยยกระดับเสียงได้อย่างไม่น่าเชื่อ !
3) แอมป์หูฟังแบบตั้งโต๊ะ TA-ZH1ES
– วงจรภาคขยาย D.A Amplifier Circuit แบบไฮบริดพร้อม S-Master HX เพื่อเสียงที่เป็นธรรมชาติ
– ทำจากวัสดุโลหะผสมอลูมีเนียม พร้อมโครงสร้างตัวถังแบบ Frame-Beam-Wall ลดการสั่นสะเทิอน
– ตัวฐานด้านล่างเบิ้ล 2 ชั้น เพื่อความแข็งแกร่งและเสถียร
– มีช่องต่อ Balanced หลากรูปแบบ
– รองรับสาย Balanced ขนาด 4.4 มม.
– ราคาเปิดตัวประมาณ 2,200 USD

มุมทดสอบฟังเสียงแบบจริงจัง ก็ต้องมายืนต่อคิวกันหน่อยหากอยากจะบริหารหู
ถ้าหากได้ที่นั่งฟังแล้วไม่ควรลุกเลย เพราะคนต่อคิวรอฟังเยอะมาก หากเผลอลุกแล้วเสียชัยภูมิแน่นอน (ฮา)

ตัวเครื่องมีการลงเพลงความละเอียด Hi-Res เอาไว้พอสมควรเพื่อรองรับความหลากหลายในการทดสอบฟัง ตัวอย่างเป็นไฟล์เพลง Green Aphrodisiac ของนักร้องสาว Corinne Bailey Rae
ในรูปแบบ Flac ความละเอียดแบบ Hi-Resolution 96Khz/24Bit
จากการทดลองฟังทั้ง 3 สิ่งมัดรวมกัน ก็ยอมรับคุณภาพเสียงนั้นอยู่ในเกณฑ์ “ดีเลิศ” มีความเป็นธรรมชาติสูงเนื้อเสียงมีความชัดกระจ่าง สะอาด แบ็คกราวนด์สงัด บุคลิกมีความสดใสคึกคักฟังสนุก หากฟังแผ่นแอมป์หูฟังด้วยแล้วจะได้ความอิ่มฉ่ำของเนื้อเสียงมากขึ้น พร้อมมิติเสียงที่ลึกและสงัดขึ้นไปอีกขั้น ให้ผมสรุปเป็นภาษาชาวบ้านก็ขอให้นิยามว่า “เสียงแพง” ฟังแล้วยากที่จะกลับไปเปรมปรีดากับของเดิมที่เคยทดสอบไปเมื่อปีที่แล้วอย่าง Sony A15 Walkman รุ่นเล็ก + หูฟัง MDR-1ABT เพราะบรรทัดฐานหูได้เสียไปแล้ว (ฮา) จะบอกว่า Walkman ของเดิมในมือมันสั่นไปหมดแล้วก็แอบเกรงใจ ! ของแบบนี้ Before & After แล้วเปรียบต่างได้ไม่ยาก เฉกเช่นดูหนัง 4K HDR แท้ๆแล้วให้มาดูหนัง Blu-ray 1080i/p ทั่วไปแล้วรู้สึกว่ารับไม่ค่อยได้ เป็นต้น หากให้หาจุดติ..ก็อาจมีเพียงพอร์ทเชื่อมต่อที่จะใช้ในแบบของตัวเอง (อารยธรรม Sony) มิใช่ Micro USB ที่เป็นมาตรฐานของแบรนด์เครื่องเล่น Hi-Res Player ทั่วไปและตลอดจนพวกโทรศัพท์มือถือ Android ด้วย ฉะนั้นหากจะชาร์จแบตเตอรี่ก็ต้องใช้สายของ Sony เท่านั้น
สินค้า Signature Series ทั้ง 3 อย่างนี้ช่วยยกระดับให้ Sony Hi-Res Audio “ก้าวทะลุขอบเขตไฮเอ็นด์จุดเดิมของตัวเอง” หากเปรียบเทียบให้เข้ากับเมืองที่ Sony เลือกใช้ในการเปิดตัวสินค้าในวันนี้ ก็คงเปรียบดั่ง “กำแพงเบอร์ลินถูกทลาย” เพื่อรวมประเทศเยอรมันให้เป็นหนึ่ง เป็นการเริ่มต้นก้าวสู่อนาคตที่สดใสและยั่งยืนกว่า ราคาสูงไม่ว่าขอให้คุณภาพเสียงสูงจริงตามราคาเป็นพอ เพราะนั่นคือจุดหมายปลายทางของนักฟังหูทองที่ต้องการเสพเพลงอย่างจริงจัง หากมีโอกาสทดสอบ Signature Series แบบลึกซึ้งในช่วงสินค้านำเข้ามาขายในไทยแล้วก็จะมีรีวิวให้รับชมกันอย่างละเอียดกว่านี้ครับ

ในมุมทดลองฟัง จะใช้สายหูฟัง Balanced 4.4 มม. แบบพิเศษของ Kimber Kable ทั้งหมด
จะสังเกตเอกลักษณ์เด่นจากจากการถักสายไขว้กันตามสไตล์ของ Kimber

ซึ่งผมถามวิศวกรของ Sony ว่า “ทำไมต้องเป็น Kimber Kable ? ทำไมไม่ใช้แบรนด์อื่น ?” เขาตอบว่า Kimber เป็นแบรนด์สายสัญญาณดังระดับโลก และทาง Sony เองก็มีสายสัมพันธ์ที่ดีกับ Mr.Ray Kimber เจ้าของแบรนด์อยู่แล้ว ดังนั้นการทำงานร่วมกันในการจูนสายสัญญาณเพื่อเติมเต็มคุณภาพเสียงให้กับสินค้าในไลน์ Signature Series ก็มิใช่เรื่องยาก แน่นอนสำหรับเครื่องเสียงบ้าน แบรนด์และสไตล์สายถักไขว้กันของ Kimber นั้นเป็นที่ยอมรับในวงกว้างอยู่แล้ว มาคราวนี้ก็ได้ต่อยอดสู่สายหูฟังให้ทุกท่ายได้ทดลองกันอย่างเป็นชิ้นเป็นอัน แต่ช้าก่อน…อย่าเพิ่งดีใจไป ! สาย Kimber Kable เป็นอุปกรณ์เสริม ต้องซื้อเพิ่มเอาเอง

ซักภาพกับวิศวกรญี่ปุ่นของทาง Sony ที่ให้ข้อมูลเบื้องลึกกับผมได้อย่างดีเยี่ยม

ผู้บริหารทั้ง 4 ท่านร่วมโชว์สินค้าไฮไลท์ Signature Series
สรุปได้ว่าการเปิดตัว Signature Series นี้เป็นหนึ่งในก้าวที่สำคัญอย่างยิ่งยวดที่ยกระดับสินค้ากลุ่ม Hi-Res ให้สูงขึ้นทั้งเรื่องคุณภาพและแบรนด์อิมเมจ ผมให้เวลามากเป็นพิเศษในมุมทดลองฟังเพื่อที่จะได้ฟันธงเล็กๆในเรื่องคุณภาพเสียง ซึ่งก็ไม่ทำให้ผิดหวังแต่อย่างใด ต้องยอมรับว่าคุณภาพเสียงที่ดี…มิได้มาเพราะโชคช่วย หากเป็นการใส่ใจทุกรายละเอียดต่างหาก ท่านที่อยู่วงการเครื่องเสียงจะรู้ว่าทุกสิ่งล้วนมีผลต่อคุณภาพเสียงทั้งสิ้น จึงไม่แปลกที่เห็นความพิถีพิถันในทุกส่วนประกอบตั้งแต่วัสดุที่ทำตัวถังจรดสายสัญญาณที่ใช้ทั้งภายในและภายนอก สอดคล้องกับปรัชญาการออกแบบของ Sony ที่ว่า Made For Music Lovers by Music Lovers หรือ รังสรรค์โดยผู้รัการฟังเพลง…เพื่อผู้รักการฟังเพลงโดยเฉพาะ
ด้วยความที่วิศวกรผู้ออกแบบมี “จิตวิญญาณ” แบบเดียวกับนักฟังเพลง คือเหตุผลที่สามารถบรรลุถึงความต้องการของนักฟังเพลงได้มากที่สุด จึงสามารถผลิตสินค้าออกมา “ถูกต้องและถูกใจ” นักฟังเพลงมากที่สุด ผมเชื่อเหลือเกินว่าเมื่อสินค้าเข้าไทยในช่วงเดือน 10-11 จะสร้างกระแสฮือฮาให้กับตลาดเครื่องเล่นเพลง Hi-Res พกพาและหูฟังอย่างแน่นอน !

หน้าถัดไปจะพาไปบุกงาน IFA งานแสดงสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าและเทคโนโลยีที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคยุโรป
สำหรับหน้าที่ 2 ผมอาสาทุกท่่านพาทัวร์บูธ Sony ในงาน IFA ครับ เกริ่นก่อนว่างาน IFA เป็นงานแสดงสินค้าอิเล็คโทรนิคส์ที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคยุโรป จัดขึ้นทุกปี ณ กรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมัน ภายในงานมีฮออล์จัดแสดงสินค้าอย่างอลังการเกือบ 30 ฮอลล์ ขนาดของแต่ละฮอลล์ก็ใหญ่บะลั๊กกั่ก ผมเดินทั่วงานนี่ก็รวมระยะทางเป็นสิบๆกิโลเมตรโดยวัดจาก Smart Watch ที่ใส่ไปด้วย เล่นเอาต้องกลับมานวดน้ำมันมวยที่ห้องเกือบทุกคืน โดยไฮไลท์หลักในรีวิวนี้ผมจะเน้นไปที่บูธ Sony เพียงอย่างเดียว มาดูกันสิว่าจะมีนวัตกรรมสินค้าอะไรใหม่ๆในบูธของแบรนด์ญี่ปุ่นแบรนด์นี้กันบ้าง ?

งาน IFA งานแสดงสินค้าอิเล็กโทรนิกส์ใหญ่ที่สุดประจำปีในภาคพื้นยุโรป
จัดขึ้นประจำทุกปีที่ Messe Berlin, กรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมัน
ขอซัก 1 แชะ เดี๋ยวจะหาว่ามาไม่ถุึงงาน !

ในช่วงบ่ายวันนั้นทาง Sony ได้จัดแถลงข่าวสินค้าในงาน IFA อย่างเป็นทางการ
ไฮไลท์หลักประกอบด้วย 1) Sony Hi-Res Audio : Signature Series (พระเอก)
2) Wireless Noise Cancelling Headphone 3) Sony XPERIA XZ
4) โปรเจกเตอร์แบบ 4K HDR 5) PlayStation VR 6) ตะเกียงไฟฟ้ามีลำโพงในตัว

บูธ Sony เหมาทั้งฮอลล์ ใหญ่โตสวยงาม จะมีสินค้าอะไรบ้างตามไปชมกัน Lets Go

ตะเกียงไฟฟ้า มีลำโพงในตัว เป็นอีกหนึ่งนวัตกรรมที่เข้ากับไลฟ์สไตล์ในยุคนี้

Sony XPERIA XZ มือถือรุ่นท็อปก็ได้ฤกษ์เผยโฉมตัวจริงเสียงจริงในงานนี้เช่นกัน

กรี๊ด ! 4K Blu-ray Player ตัวเป็นๆออกมาให้ยลโฉมในงานแล้ว หลังจากรอมานานจนรากงอก
กำหนดการขายน่าจะปลายเดือน 3 ของปี 2017 นู้นเลย รอไปก่อนนะแฟนบอยทุกท่าน

Sony สาธิต 4K Blu-ray Player ด้วยคอนเทนต์อย่าง Smurfs 2
ในฉากแสงสายฟ้าสีน้ำเงินนี่แหละ HDR เจิดจรัสนัก…บอกเลย !
ดูภาพ 4K HDR แท้ๆจากเครื่องเล่น 4K Blu-ray Player ของ Sony

4K SXRD Projector รองรับ HDR

4K = From Lens to Home
เทคโนโลยี 4K มันเริ่มเคลื่อนจาก “เลนส์” ของกล้องถ่ายภาพยนตร์ สู่ “บ้าน” ในรูปแบบจอทีวีและโปรเจกเตอร์

เอาหละ มาดู Sony ZD9 ความละเอียด 4K รองรับ HDR เป็นรุ่นท็อปของรุ่นท็อปประจำปี 2016
มีขนาดจัมโบ้ทั้ง 65″ 75″ และ 100″

ตะลึง ! Sony 100ZD9 ขนาดยักษ์ 100 นิ้ว เป็น 4K HDR LED TV ตัวท็อปที่สุดและมีขนาดใหญ่ที่สุดใน พ.ศ.นี้ ส่วนจะเข้าไทยหรือไม่ ? คงต้องติดตามตอนต่อไป !

ภาพสวยมาก สดกำลังดี ไม่เน้นโอเวอร์ สำหรับ 100ZD9 (100 นิ้ว)

มาพร้อมฐานตั้งทรงขากิ่งไม้ขนาดใหญ่ ไม่ต้องหาโต๊ะวางทีวีให้เมื่อยตุ้ม หาแค่พื้นที่ว่างๆให้มันก็พอ

ตัวเครื่องมิได้บางนักเพราะโครงสร้าง Backlight แบบ Full Array LED แบบใหม่
ที่มีชื่อเรียกว่า Backlight Master Drive ที่ซ่อนอยู่ใต้แผ่นหลัง

ผ่าจอ ! มีโซนสาธิตผ่าจอให้เห็นถึงการดิมไฟที่ละเอียดยิ่บของ Backlight Master Drive
ที่น่าตกใจคือสามารถดิมเข้าขอบโค้ง-เฉียงได้อย่างเนียนเรียบ
ก้าวผ่านข้อจำกัดเดิมของ Full LED และ Edge LED ในอดีตทั้งปวง
ภาพสาธิตความยอดเยี่ยมของ Backlight Master Drive ของ Sony ZD9 ขนาด 100 นิ้ว
มาดูกันว่า “ดิมไฟเข้าขอบได้เนียนกริ๊บ” นั้นหมายถึงอะไร ?

โซนไฮไลท์ของหมวด Hi-Res Audio ก็หนีไม่พ้น Signature Series ที่วางเรียงหน้าอยู่ในตู้โชว์

ว่าแล้วขอรีบก็ตู้ถ่ายภาพร่วมกันซักภาพเป็นที่ระลึก !
หลังจากนั้นมีเจ้าหน้าที่ประจำบูธเดินมาไล่ บอกอย่าเอาแขนเท้าตู้ (ฮา)

โครงสร้างภายในของแอมป์หูฟังตั้งโต๊ะ TA-ZH1ES

โครงสร้างแบบลึกซึ้งของหูฟังระดับอ้างอิงอย่าง MDR-Z1R

ขั้นตอนการทำเคสของ NW-WM1Z (สีทอง)
เริ่มจากชิ้นทองแดง OFC ก่อนนำมาชุบทอง ซึ้่งช่วยลดสัญญาณรบกวนและป้องกันอ็อกไซด์ได้
ส่วน NW-WM1A (สีดำ) รุ่นรองลงมาเคสจะทำจากอลูมิเนียมก่อนจะนำไปทำสีอีกที

ว่าแล้วรีบปรี่เข้าไปทดลองฟัง Signature Series ชุดสามทหารเสือชุดนี้ซะหน่อย
เพื่อจะได้มีโอกาสไปเจ๊าะแจ๊ะกับเจ้าหน้าที่สาวชาวยุโรปนางนี้…ชะละล่า !!!

สุดท้ายขอ Selfie กับสินค้าทั้ง 3 อนงค์ ในไลน์ของ Signature Series
ไม่ว่าจะเป็น เครื่องเล่น Hi-Res พกพา, หูฟัง, และแอมป์หูฟังตั้งโต๊ะ

ลากันด้วยภาพหมู่ของบรรดาสื่อมวลชนไทยและผู้บริหารจากโซนี่ไทยที่เข้าร่วมงาน IFA ในครั้งนี้
สรุปว่าทริป 5 วัน 4 คืนกับคณะของ Sony ณ กรุงเบอร์ลิน ก็จบลงด้วยความประทับใจ โดยเฉพาะกับตัวผมซึ่งมักจะโหยหาความสดใหม่ของเทคโนโลยีด้านภาพและเสียงเสมอ โดยส่วนตัวหลังจากได้ทดลองสินค้า Sony Hi-Res Audio ในไลน์ของ Signature Series ก็คิดว่าสินค้าและแบรนด์ของ Walkman จะกลับมาผงาดอย่างยิ่งใหญ่ในบ้านเราอีกครั้ง และไม่ใช่กลับมาแบบธรรมดานะ…แต่กลับมาแบบไฮเอ็นด์สุดขั้วเสียด้วย จะมาทั้งที่ก็ต้องสุดทางว่ามั๊ย ?! ยิ่งเป็นหมวดสินค้าที่สามารถสร้างผลกำไรที่ดีงามให้กับบริษัทแล้ว เขาก็ต้องยิ่งประคบประหงมเป็นพิเศษ
ส่วนนวัตกรรมอื่นๆที่ผมประทับใจมากที่สุดของที่สุดก็ได้แก่เทคโนโลยี Backlight Master Drive ที่สามารถดิมหลอดไฟ LED ให้เนียนเรียบเข้าขอบโค้งสัมพันธ์กับฉากมืดสว่างได้อย่างน่าตื่นตะลึง สร้างมิติความดำได้ดีเกินกว่าความเป็น LED TV พร้อมทั้งยังสามารถระเบิดพลังความสว่างให้โชติช่วงชัชวาลย์เมื่อจำต้องแสดงภาพ 4K HDR ให้สมกับมาตรฐาน Ultra HD Premium Certified ทีได้รับ จึงผลักดันให้ ZD9 ก้าวข้ามขีดจำกัดเดิมของ LED TV ไปอย่างหมดสิ้น ก้าวสู่แนวหน้าในเรื่องคุณภาพของภาพอีกครั้งหลังจากตีบตันด้านโทคโนโลยีมาซักระยะ สุดท้ายคือเครื่องเล่น 4K Blu-ray Player ที่ถึงแม้อวดโฉมเพียงแค่เครื่องต้นแบบ แต่นั้นก็เป็นสัญญาณที่ดีว่า “เดี๋ยวมีมาแน่นอน” โปรดติดตามตอนต่อไปในช่วงเดือน 3 ของปีหน้านู้น 2017 ว่าจะวางขายตามสัญญา…ขอเวลาอีกไม่นานหรือไม่ ? เอาหละสำหรับรีวิวนี้ขอพอแค่นี้ หากผมมีไปทัวร์ดูสินค้าใหม่เปิดหูเปิดตาที่ไหนอีก ก็จะไม่พลาดเก็บภาพบรรยากาศมาฝากอีกอย่างแน่นอน สวัสดีครับ // Roman