Skip to content
|

มาเล่นเกมระบบเสียง Dolby Atmos กัน พร้อมวิธีตั้งค่า… บอกเลยบรรยากาศเสียงแจ่มมาก !!

by EDITOR LCDTVTHAILAND โพสต์เมื่อ: 11 Dec 2025

หลายคนอาจยังไม่รู้ว่า “เกม” ก็มีระบบเสียง Dolby Atmos ซึ่งการถ่ายทอดเสียงรอบทิศทางในแบบ Immersive Audio ไม่แพ้ภาพยนตร์ เผลอๆ จะเหนือกว่าในแง่การดึงอารมณ์ร่วมของเกมเมอร์เสมือนว่าอยู่ท่ามกลางเหตุการณ์จริง ในบทความนี้จะนำเสนอวิธีการตั้งค่าใช้งานระบบเสียง Dolby Atmos ร่วมกับเกม ไว้ใช้เล่นแก้เบื่อในช่วงเก็บตัวจากสถานการณ์ Covid-19 กันครับ

Dolby Atmos คืออะไร?

Dolby Atmos คือ ระบบเสียงเพื่อความบันเทิงล่าสุดของ Dolby Laboratories สามารถให้เสียงโอบล้อมรอบทิศทางในแบบ Immersive Audio ครอบคลุมไปถึงทิศทางจากด้านบน เหนือศีรษะผู้ฟัง (Top Surround)

หัวใจสำคัญของระบบเสียง Dolby Atmos คือ กระบวนการบันทึกเสียงแบบ Object-based Audio ที่มีความยืดหยุ่นโดยเฉพาะในขั้นตอนเล่นกลับ (Playback) รองรับจำนวนแชนเนลลำโพงหลากหลาย เริ่มตั้งแต่โฮมเธียเตอร์เล็กๆ แบบ 2.1.2 แชนเนล ไปจนถึงโรงภาพยนตร์ขนาดย่อม จำนวนลำโพงสูงสุด 24.1.10 แชนเนล ให้บรรยากาศโอบล้อมตำแหน่งนั่งฟังเป็นสามมิติใกล้เคียงอุดมคติมากยิ่งขึ้น

ทำความรู้จัก “Dolby MAT”… เกี่ยวอะไรกับการเล่นเกมระบบเสียง Dolby Atmos?

หลายคนคงคุ้นเคยกันดีอยู่แล้วว่า ระบบเสียงของสื่อบันเทิงอย่าง “ภาพยนตร์-คอนเสิร์ต-สารคดี” ที่เรารับชมร่วมกับระบบโฮมเธียเตอร์นั้น Dolby จะทำการเข้ารหัสข้อมูลเสียงแบบ “บีบอัด” ทั้งนี้ก็เพื่อความสะดวกในการเผยแพร่ นอกจากประหยัดเนื้อที่ในการจัดเก็บข้อมูลลงในแผ่น Blu-ray Disc แล้ว ยังช่วยให้การส่งผ่านข้อมูลในรูปแบบออนไลน์สตรีมมิ่งเป็นไปอย่างราบรื่นขึ้น เพราะบิตเรตที่ต่ำลงช่วยให้ไม่เปลืองแบนด์วิดธ์มาก

เดิมทีทาง Dolby จะใช้การเข้ารหัส (Encode) ข้อมูลเสียง Dolby Atmos 2 รูปแบบ แบบแรก จะใช้ Codec แบบ Dolby TrueHD เป็นการบีบอัดที่ไม่มีการสูญเสีย (Lossless Compression – Variable bit rate) สามารถรองรับรายละเอียดเสียงได้สูงถึงระดับ “Hi-res” ปัจจุบันพบได้กับสื่อแบบ “Blu-ray Disc” เพียงอย่างเดียวเท่านั้น

ส่วนแบบที่ 2 ใช้ Codec แบบ Dolby Digital Plus ซึ่งในขั้นตอนบีบอัดจะสูญเสียข้อมูลไปบ้าง (Lossy Compression – Variable bit rate) แต่ด้วยบิตเรตที่ต่ำลง ข้อมูลจะมีขนาดเล็กกว่า สะดวกแก่การเผยแพร่แบบออนไลน์มากกว่า พบได้กับสื่อแบบ “Streaming”

ปัจจุบันสื่อบันเทิงอย่าง “เกม” ทยอยรองรับระบบเสียง Dolby Atmos เช่นกัน แต่ด้วยลักษณะการนำเสนอที่แตกต่างไปจากฟอร์แม็ตภาพยนตร์… เกมต้องอาศัย การประมวลผลภาพกราฟิกและให้ตำแหน่งทิศทางเสียงเอฟเฟ็กต์แบบเรียลไทม์ ทาง Dolby จึงหาแนวทางลดขั้นตอนเข้ารหัสข้อมูลเสียง Dolby Atmos สำหรับเกมเสียใหม่ ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ลดภาระของหน่วยประมวลผลลง…

หลักการคือ จะไม่ทำการ Re-encode บีบอัดข้อมูลเสียงในแบบ Dolby TrueHD หรือ Dolby Digital Plus แต่เปลี่ยนมาใช้รูปแบบ Dolby MAT (Metadata-enhanced Audio Transmission) แทน ซึ่งเป็นกระบวนการส่งข้อมูลเสียงรอบทิศทางแบบตรงไปตรงมาไม่ซับซ้อน ไม่ต้องการสเป็คฮาร์ดแวร์สูง

ผลลัพธ์ – เกมเมอร์จะได้สัมผัสเสียงรอบทิศทางคุณภาพสูง โดยไม่ต้องพึ่งการประมวลผลของฮาร์ดแวร์ซับซ้อน และที่สำคัญ กระบวนการดังกล่าวมี “Latency ต่ำ” ตัดปัญหาเสียงดีเลย์ ภาพที่ปรากฏบนจอกับทิศทางเสียงที่ได้ยินจะตอบสนองได้ต่อเนื่องสัมพันธ์กัน ซึ่งสำคัญมากสำหรับการเล่นเกม โดยแนวทางนี้จำเป็นต้องใช้ “ตัวกลาง” ในการแปลงระบบเสียงรอบทิศทางของเกม ให้เข้ากับมาตรฐานระบบเสียง Dolby Atmos คือ ซอฟต์แวร์ที่มีชื่อว่า Dolby Access

เปรียบเทียบรูปแบบการถอดรหัสเสียง Dolby Atmos โดย AV Receiver จากรูปแบบ audio codecs ทั้ง 3 แหล่งที่มา (Blu-ray, Streaming, Game)… ข้อสังเกตคือ Audio Info ของ Dolby Atmos แบบ Dolby MAT จะไม่โชว์ข้อมูลเสียงว่าเป็น Atmos ตรงๆ เนื่องจาก Dolby Access app ทำการ encode ข้อมูลเสียง Atmos แล้วส่งออกไปในฟอร์แม็ต Uncompressed Multi-channel PCM จากนั้นหน้าที่ของ AVR คือ mapping สัญญาณเสียงที่ได้รับมา แจกจ่ายไปยังลำโพงแต่ละแชนเนลที่ติดตั้งอยู่ในระบบ ซึ่งรวมถึงลำโพงเอฟเฟ็กต์ด้านสูงตามมาตรฐาน Dolby Atmos

ย้ำอีกทีว่า รูปแบบการเข้ารหัสเสียง Dolby Atmos แบบ Dolby MAT หากตรวจสอบการถอดรหัสเสียง (Audio Info) ของ AV Receiver จะแสดงข้อมูลเป็น Multi-channel PCM ไม่โชว์ว่าเป็น Atmos แต่ไม่ได้หมายความว่ามันเป็น “Atmos ปลอมนะครับ !

วิธีแยกแยะความแตกต่างว่าเกมไหนรองรับระบบเสียง Dolby Atmos (Dolby MAT) จริงๆ หรือเป็นแค่ Multi-channel 5.1/7.1 (ยังไม่รองรับ Atmos) ทำได้โดยสังเกต Audio Info ของ AV Receiver ตามภาพ แต่วิธีการนี้จะเช็คได้กับเกมที่เล่นผ่าน PC เท่านั้น ไม่สามารถใช้อ้างอิงกับเครื่องคอนโซล Xbox One S/X (เป็นปัญหาของฟีเจอร์ Channel upmixer ของ Dolby Access app เวอร์ชั่น Xbox One… จะกล่าวถึงต่อไป)

จะเล่นเกมระบบเสียง Dolby Atmos ต้องใช้อุปกรณ์อะไรบ้าง?

1. อุปกรณ์อย่างแรกที่ต้องมี คือ “ชุดโฮมเธียเตอร์” ที่รองรับระบบเสียง Dolby Atmos อาจจะเป็น AV Receiver พร้อมชุดลำโพงเซอร์ราวด์รอบทิศทางติดตั้งครอบคลุมเหนือศีรษะ (แนะนำ) หรือเป็นรูปแบบ Soundbar ที่ติดตั้ง Upward-firing Speakers (ใช้ได้), ส่วนระบบภาพจะเป็น ทีวี โปรเจคเตอร์ หรือมอนิเตอร์ ก็แล้วแต่สะดวก

ถ้าไม่มีชุดโฮมเธียเตอร์หรือซาวด์บาร์ จะใช้ หูฟัง (Headphones) เล่นเกมระบบเสียง Dolby Atmos ได้ไหม? คำตอบคือ ได้ และผลลัพธ์ก็นับว่าดีทีเดียวครับ โดยหลังจากที่ติดตั้ง Dolby Access app แล้ว จะมีตัวเลือกให้ใช้ฟีเจอร์จำลองเสียง Atmos ร่วมกับหูฟัง (Headphones) แต่ฟีเจอร์นี้จะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมราว 500 กว่าบาท (ราคาไม่แน่นอนขึ้นกับช่วงเวลา) นอกจากนี้ ด้วยเทคนิคจำลองเสียงผ่านหูฟังแบบสเตอริโอ ในแง่การถ่ายทอดบรรยากาศทิศทางเสียงจากหูฟัง จะยังเป็นรองลำโพงโฮมเธียเตอร์หรือซาวด์บาร์ อยู่บ้าง

2. ลำดับถัดมา คือ “เครื่องเกม” ที่รองรับระบบเสียง Dolby Atmos อาจจะเป็น คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล (PC) หรือ เครื่องเกมคอนโซล* Xbox One S/X ก็ได้ และทำการเชื่อมต่อสายสัญญาณ HDMI ไปยังชุดโฮมเธียเตอร์ หรือซาวด์บาร์ (ขั้นตอนการตั้งค่า PC หรือ Xbox One ให้รองรับ Dolby Atmos จะกล่าวถึงต่อไป)

*หมายเหตุ: PS4 ยังไม่รองรับ Dolby Atmos Games

3. สุดท้าย ขาดไม่ได้ คือ “ซอฟต์แวร์เกม” ที่รองรับระบบเสียง Dolby Atmos หากอิงรายชื่อจากเว็บของ Dolby จะมีอยู่ 13 เกม ตามภาพ ทว่าจำนวนนี้ยังไม่อัพเดท! ปัจจุบันมีเพิ่มเติมอีกหลายเกม อาทิ Call of Duty: War Zone, Overwatch, Gears 5, Star Wars: Battlefront II, Ori and the Will of the Wisps, Borderlands 3… บางเกมอาจจะรองรับเฉพาะ PC บ้างก็เฉพาะ Xbox One X แต่ดูจากรายชื่อแล้ว ระดับเกรด A ก็เยอะ คุณภาพเน้นๆ ทั้งนั้น

เมื่อเตรียมอุปกรณ์ทุกอย่างพร้อมแล้ว ก็ถึงเวลา “เซ็ตอัพ” ตั้งค่าใช้งานระบบเสียง Dolby Atmos จาก PC หรือเครื่องเกมคอนโซล ร่วมกับชุดโฮมเธียเตอร์กันครับ…

การตั้งค่าใช้งานระบบเสียง Dolby Atmos กับคอมพิวเตอร์ (Windows 10 PC)

1. เชื่อมต่อสัญญาณ HDMI จากคอมพิวเตอร์ ไปยังชุดโฮมเธียเตอร์หรือซาวด์บาร์ ที่รองรับ Dolby Atmos 

2. ดาวน์โหลดและติดตั้ง Dolby Access app จาก Microsoft Store

3. รัน Dolby Access app หากเข้ามาถึงหน้าของโปรแกรมตามภาพ ให้คลิกที่ “Skip” เพื่อข้ามไปยังหน้าหลักของ app

4. คลิกที่ “Products”

5. เลือก Dolby Atmos for Home Theater แล้วคลิกที่ “Setup”

6. ตรวจสอบชื่อ Audio Devices ว่าตรงกับอุปกรณ์โฮมเธียเตอร์ที่เชื่อมต่อกับ PC อุปกรณ์นี้จะต้องรองรับระบบเสียง Dolby Atmos (ในภาพผมเชื่อมต่อสาย HDMI จาก Nvidia Graphic Card ไปยัง Onkyo TX-NR696 AV Receiver) แล้วคลิกที่ “Continue”

7. หากไม่มีอะไรผิดพลาด เพียงเท่านี้ PC ก็พร้อมรองรับระบบเสียง Dolby Atmos จากเกม (รวมถึง Streaming app อย่าง Netflix) แล้ว

8. สามารถเข้าเล่นเกมได้เลย แต่บางกรณีอาจพบว่า ต้องทำการเปลี่ยนตัวเลือกเสียงใน Options ของเกมนั้นๆ เพิ่มเติม เพื่อให้การถ่ายทอดเสียงรอบทิศทางแบบ Dolby Atmos เป็นไปอย่างถูกต้อง เต็มศักยภาพ (ตัวอย่างในภาพ คือ ตัวเลือก Audio Options ของเกม Resident Evil 2)

หมายเหตุ: 

1. หากดำเนินตามขั้นตอนแล้วพบปัญหา ยังใช้การระบบเสียง Dolby Atmos ไม่ได้ เบื้องต้นให้ทำการรีสตาร์ทเครื่อง PC แล้วดำเนินขั้นตอนผ่าน Dolby Access app (ข้อ 3 – 7) หากยังไม่ได้อีก ให้อัพเดท Windows และ Dolby Access app เป็นเวอร์ชั่นล่าสุด รวมถึงอัพเดทไดรเวอร์อุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ต่างๆ

2. กรณีของ PC หาก Shut Down หรือ Restart เมื่อเปิดเครื่องมาจะต้องตั้งค่า Dolby Access app ตามข้อ 3 – 7 ซ้ำทุกครั้ง หากต้องการรับฟังระบบเสียง Dolby Atmos

การตั้งค่าใช้งานระบบเสียง Dolby Atmos กับเครื่องเกม Xbox One S/X

ขั้นตอนตั้งค่า Dolby Access app ร่วมกับ Xbox One S/X จะคล้ายคลึงกับ PC แต่มีจุดที่แตกต่างกันเล็กน้อย..

1. เชื่อมต่อสัญญาณ HDMI จาก Xbox One X/S ไปยังชุดโฮมเธียเตอร์ หรือซาวด์บาร์ ที่รองรับ Dolby Atmos

2. ดาวน์โหลดและติดตั้ง Dolby Access app จาก Microsoft Store

3. รัน Dolby Access app หากเข้ามาถึงหน้าของโปรแกรมตามภาพ ให้กดปุ่ม “Y” เพื่อข้ามไปยังหน้าหลักของ app

4. ไปที่ “Products” เลือก Dolby Atmos for Home Theater แล้วทำการ “Setup” หากไม่มีอะไรผิดพลาด เพียงเท่านี้ Xbox One S/X ก็พร้อมรองรับระบบเสียง Dolby Atmos จากเกม

5. มีข้อสังเกตที่เป็นจุดต่างจาก PC เล็กน้อย คือ Dolby Access app เวอร์ชั่นของ Xbox One จะมาพร้อมกับฟีเจอร์ที่เรียกว่า Channel upmixer กล่าวคือ Dolby Access จะ “จำลองเสียง” ใดๆ ไม่ว่า Stereo หรือ Multi-channel ให้เป็น Dolby Atmos (Dolby MAT) โดยอัตโนมัติ (ผลลัพธ์จะคล้ายระบบจำลองเสียง Dolby Surround upmixer ของ AVR) อย่างไรก็ดีฟีเจอร์นี้ไม่สามารถปิดการทำงานได้ (แม้จะ Off ตัวเลือกตามภาพ ก็ไม่เป็นผล) เหตุนี้จึงไม่สามารถทำการตรวจสอบได้ว่าเกมไหนของ Xbox One ที่รองรับระบบเสียง Dolby Atmos จริงๆ หรือแค่ระบบทำการจำลองเสียง (Upmix) ให้

หมายเหตุ: แม้จะ Turn Off หรือ Restart เครื่อง Xbox One S/X ก็ไม่มีความจำเป็นต้องตั้งค่า Dolby Access ใหม่ เนื่องจากระบบจะจำค่าอุปกรณ์ที่เคยเชื่อมต่อไว้ แต่ถ้ามีการสลับเปลี่ยนชุดโฮมเธียเตอร์-ซาวด์บาร์ จะต้องดำเนินการใหม่

Sound – เสียง

เมื่ออุปกรณ์พร้อม ตั้งค่าทุกอย่างพร้อม ก็มาลองฟังเสียงกัน… ช่วงที่ทำการทดสอบและเขียนบทความนี้ ทาง Steam เปิดให้เล่น Gears 5 ฟรีพอดี (แบบจำกัดช่วงเวลา ปัจจุบันหมดโปรไปแล้ว) เลยมีโอกาสได้ลองกับระบบเสียง Dolby Atmos แม้ไม่ใช่เกมใหม่ล่าสุด แต่พูดได้ว่าเป็นอีกเกมที่แนะนำสำหรับใครที่ต้องการเล่นเกมระบบเสียงรอบทิศทางครับ จะเอามาลองระบบเสียง 5.1/7.1 ไม่จำเป็นต้อง Atmos ก็ได้เหมือนกันนะ

เกมระบบเสียง Dolby Atmos มักไม่ต้องรอนาน เราจะได้สัมผัสศักยภาพในแบบ Immersive Audio กันตั้งแต่ฉากแรก เปิดเกมมาฉากโรยตัว เสียงเฮลิคอปเตอร์บนหัวชัดมาก เมื่อถึงพื้นดิน (น้ำ) ด้านล่าง บรรยากาศเสียงโดยรอบยอดเยี่ยม เสียงนกที่อยู่สูงเหนือศีรษะ เสียงแมลงต่างๆ ที่ก้องกังวานอยู่โดยรอบ มีเสียงน้ำที่ไหลผ่านโครงสร้างอาคารด้านบนตกลงมาเบื้องล่างให้ได้ยินเป็นระยะ ตัดกับเสียงน้ำตกขนาดใหญ่ซึ่งจะค่อยๆ เฟดลงไปตามระยะทางที่เดินห่างออกไป ไปจนถึงทิศทางเสียงสนทนาของสมาชิกในกลุ่ม และหุ่นยนต์ที่บินวนเวียนอยู่ล้อมรอบตัวเอก

เดินต่อสักพักเมื่อเข้าไปในตัวอาคาร โครงสร้างจะถล่มลงมา นอกจากเสียงความถี่ต่ำที่หนักแน่น เศษหินเศษปูนที่ร่วงหล่นลงมาจากด้านบนก็ทำได้น่าตื่นตาตื่นใจดี ส่วนทิศทางเสียงของศัตรู หากอ้างอิงกับซิสเต็มลำโพง 5.1.2 (Top Middle Surround) อาจไม่ได้อานิสงส์จากระบบเสียง Dolby Atmos มากนัก เพราะตำแหน่งศัตรูที่อยู่เหนือศีรษะแทบไม่มี (ตำแหน่งอาจอยู่สูงบ้าง แต่อยู่ในระยะที่ไกล) จุดนี้ไม่ใช่ว่าไม่ดี เพียงแต่มันจะไม่ต่างจากระบบ 5.1/7.1 ที่ทำได้ดีมากอยู่แล้วครับ กรณีที่ต้องการแยกแยะเลเยอร์ของทิศทางเสียงด้านสูงให้มีความชัดเจนมากขึ้น การอัพเกรดซิสเต็มลำโพงเป็น 5.1.4 (Top Front + Top Rear Surround) จะตอบโจทย์ในจุดนี้ได้

หากมีซิสเต็มโฮมเธียเตอร์ หรือซาวด์บาร์ Dolby Atmos อยู่ ลองหาโอกาสทดลองกันดู เชื่อว่าจะเปิดประสบการณ์เล่นเกมให้เหนือขึ้นไปอีกระดับหนึ่งแน่นอนครับ

เพิ่มเติม: เกมระบบเสียง Dolby Atmos อื่นๆ ที่แนะนำว่าห้ามพลาด คือ Battlefield 1 และ Shadow of the Tomb Raider ซึ่งในแง่คุณภาพเสียงรอบทิศทางไม่แพ้ Gears 5 ดูจะเสียงดีกว่าด้วยครับ ปัจจุบันราคาก็ไม่แพงแล้ว (โดยเฉพาะ Battlefield 1) หรือถ้าจะลองเกมใหม่ๆ Call of Duty: Warzone ก็แจ่ม…

 

Sample Image Gallery

SPRING SUMMER LOOKBOOK

Sample Block Quote

Praesent vestibulum congue tellus at fringilla. Curabitur vitae semper sem, eu convallis est. Cras felis nunc commodo eu convallis vitae interdum non nisl. Maecenas ac est sit amet augue pharetra convallis.

Sample Paragraph Text

Praesent vestibulum congue tellus at fringilla. Curabitur vitae semper sem, eu convallis est. Cras felis nunc commodo eu convallis vitae interdum non nisl. Maecenas ac est sit amet augue pharetra convallis nec danos dui. Cras suscipit quam et turpis eleifend vitae malesuada magna congue. Damus id ullamcorper neque. Sed vitae mi a mi pretium aliquet ac sed elitos. Pellentesque nulla eros accumsan quis justo at tincidunt lobortis deli denimes, suspendisse vestibulum lectus in lectus volutpate.
Prev post
Next post

Thanks for subscribing!

This email has been registered!

Shop the look

Choose options

Have Questions?
Back In Stock Notification
is added to your shopping cart.

Choose options

this is just a warning

รีเซ็ตรหัสผ่าน

กรุณากรอกอีเมลที่คุณเคยลงทะเบียนไว้