Skip to content
|

Samsung จาก 253 กรัม สู่ 201 กรัม: มือถือจอพับที่เบาที่สุดในโลก

by EDITOR LCDTVTHAILAND โพสต์เมื่อ: 09 Sep 2026

นับตั้งแต่เปิดตัว Galaxy Fold รุ่นแรกในปี 2019 ด้วยน้ำหนัก 276 กรัม ซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ ได้เดินหน้าพัฒนาศักยภาพของมือถือจอพับมาอย่างต่อเนื่อง ด้วยการยกระดับทั้งออกแบบบานพับ หน้าจอ ความทนทาน และประสบการณ์ใช้งานในทุก ๆ เจเนอเรชัน

เมื่อเทคโนโลยีพัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซัมซุงยังเดินหน้ารับมือกับความท้าทายที่สำคัญ นั่นคือ การทำให้มือถือจอพับหน้าจอใหญ่และพกพาสะดวกยิ่งขึ้นในทุกวัน แต่ยังคงมอบประสบการณ์การใช้งานเฉพาะตัวอันโดดเด่นของฟอร์มแฟกเตอร์จอพับไว้อย่างครบถ้วน

ความมุ่งมั่นดังกล่าวส่งผลให้ Galaxy Z Fold5 มีน้ำหนักอยู่ที่ 253 กรัม และ Galaxy Z Fold6 ลดลงเหลือ 239 กรัม

จนกระทั่ง Galaxy Z Fold7 ซัมซุงได้ตั้งเป้าหมายที่ท้าทายยิ่งกว่าเดิม: 

“มือถือจอพับจะเบากว่ามือถือเรือธงแบบ Bar-type ได้หรือไม่?” 

ในเวลานั้น Galaxy S25 Ultra หนึ่งในมือถือเรือธงแบบ Bar-type ของซัมซุง มีน้ำหนักอยู่ที่ 218 กรัม ทีมพัฒนาจึงตั้งเป้าหมายให้ Galaxy Z Fold7 มีน้ำเบาเพียง 215 กรัม

ซึ่ง Galaxy Z Fold7 สามารถบรรลุเป้าหมายนั้นได้ และในวันนี้ Galaxy Z Fold8 ได้ต่อยอดนวัตกรรมจอพับที่สะสมมาหลายปี ด้วยการผสานฟอร์มแฟกเตอร์ใหม่เข้ากับความก้าวหน้าของเทคโนโลยีที่นำหนึ่งก้าวเสมอ วัสดุ และการออกแบบภายในตัวเครื่อง จนทำให้ตัวเครื่องมีน้ำหนักเพียง 201 กรัม เบากว่า Galaxy Z Fold5 ถึง 52 กรัม และส่งผลให้ Galaxy Z Fold8 กลายเป็นมือถือจอพับที่เบาที่สุดในโลก 

พัฒนาการด้านน้ำหนักและความบางของ Galaxy Z Fold ในแต่ละเจเนอเรชัน ตั้งแต่ Galaxy Fold รุ่นแรกที่มีน้ำหนัก 276 กรัม และความหนา 17.1 มม. สู่ Galaxy Z Fold8 ที่มีน้ำหนักเพียง 201 กรัม และบาง 9.7 มม. ซึ่งเป็นมือถือจอพับที่เบาที่สุดในโลก รวมทั้ง Galaxy Z Fold8 Ultra ที่มีความบางเพียง 8.9 มม.

แต่ผู้บริโภคคาดหวังมากกว่าแค่มือถือจอพับที่มีน้ำหนักเบาลง 

จากผลสำรวจของYouGov ในปี 2024 พบว่าดีไซน์ที่เทอะทะหรือมีน้ำหนักมาก ยังคงเป็นหนึ่งในข้อกังวลของผู้บริโภคที่ไม่มีแผนจะซื้อมือถือจอพับ ขณะที่อายุการใช้งานแบตเตอรี่ ความทนทาน และคุณภาพหน้าจอ เป็นปัจจัยสำคัญอันดับต้น ๆ สำหรับผู้บริโภคที่กำลังพิจารณาซื้อมือถือจอพับ

ข้อมูลเชิงลึกนี้จึงกลายเป็นเป้าหมายสำคัญด้านวิศวกรรมของซัมซุง คือการทำให้มือถือจอพับบางและเบาลง โดยยังคงประสบการณ์หลักที่ผู้ใช้ให้ความสำคัญไว้

ขณะเดียวกัน อายุการใช้งานแบตเตอรี่ ประสิทธิภาพของกล้อง ระบบจัดการความร้อน และความทนทาน ก็ยังต้องได้รับการพัฒนาให้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ความสำเร็จนี้ไม่ได้เกิดขึ้นจากการเปลี่ยนชิ้นส่วนใดชิ้นส่วนหนึ่ง แต่วิศวกรของซัมซุงต้องกลับมาทบทวนการออกแบบอุปกรณ์ใหม่ทั้งเครื่อง ตั้งแต่การยกระดับเทคโนโลยีพื้นฐานของจอพับ การเลือกใช้วัสดุใหม่ไปจนถึงการปรับชิ้นส่วนหลักและชิ้นส่วนประกอบหลายร้อยรายการอย่างละเอียดในระดับเศษเสี้ยวของกรัม

จากน้ำหนัก 253 กรัม เหลือเพียง 201 กรัม ด้วย 3 นวัตกรรมทางวิศวกรรมที่ช่วยพลิกโฉมการออกแบบครั้งนี้

จาก Galaxy Z Fold5 สู่ Galaxy Z Fold8 ที่ซัมซุงสามารถลดน้ำหนักลงได้ถึง 52 กรัม จนทำให้ Galaxy Z Fold8 เป็นมือถือจอพับที่เบาที่สุดในโลก

ยิ่งบางและเบา ยิ่งต้องอาศัยวิศวกรรมที่แม่นยำยิ่งกว่าเดิม

การทำให้มือถือจอพับบางและเบาลง ถือเป็นความท้าทายใหม่ทางวิศวกรรม 

ชิ้นส่วนที่ซ้อนกันภายในหน้าจอต้องบางลง แต่ยังต้องตอบโจทย์เกณฑ์ความทนทานและความน่าเชื่อถือตามมาตรฐานของซัมซุง แผ่นโลหะรองรับหน้าจอต้องคงความเรียบเนียนสนิทแม้จะบางลงกว่าเดิม ขณะที่บานพับต้องรองรับแรงกดมหาศาลจากการพับและกางซ้ำ ๆ โดยต้องออกแบบให้ลงตัวกับขนาดและโครงสร้างของตัวเครื่องในแต่ละรุ่น

ตลอดหลายเจเนอเรชัน ซัมซุงได้พัฒนารายละเอียดชั้นหน้าจอ เทคโนโลยีการขึ้นรูปโลหะบางพิเศษด้วยความแม่นยำสูง และนวัตกรรมบานพับอันเป็นหัวใจสำคัญอย่างต่อเนื่อง 

ซึ่งหนึ่งในตัวอย่างที่ชัดเจนก็คือ เทคโนโลยี Flex Titanium ที่มีชั้นฟิล์มโลหะผสมไทเทเนียม (Titanium Alloy Film) ออกแบบมาเพื่อโครงสร้างหน้าจอพับโดยเฉพาะสำหรับ Galaxy Z Fold8 และ Galaxy Z Fold8 Ultra

โดยฟิล์มดังกล่าวมีความหนาเพียงไม่กี่สิบไมโครเมตร หรือคิดเป็นเพียง 1 ใน 3 ของความหนาเส้นผมมนุษย์ โดยคุณสมบัติของวัสดุและโครงสร้างทำงานร่วมกันเพื่อรักษาประสิทธิภาพสูงสุดไว้แม้จะอยู่ภายใต้ความบางเฉียบระดับนี้

แผ่นโลหะที่ทำหน้าที่รองรับหน้าจอก็เป็นอีกหนึ่งความท้าทาย

แผ่นโลหะบางส่วนถูกขึ้นรูปให้มีความหนาประมาณ 0.2 มิลลิเมตร และบางจุดมีความหนาเพียง 0.15 มิลลิเมตร ซึ่งการจะได้ความบางระดับนี้ แค่การทำให้โลหะบางลงอย่างเดียวไม่เพียงพอ เพราะโลหะที่บางเกินไปมีโอกาสเกิดการบิดงอได้ง่ายขึ้นระหว่างกระบวนการผลิต และแม้รูปทรงจะเปลี่ยนไปเพียงเล็กน้อย ก็อาจส่งผลต่อความแม่นยำในการประกอบหรือคุณภาพพื้นผิวของหน้าจอได้

สิ่งสำคัญจึงอยู่ที่ความสามารถในการขึ้นรูปโลหะบางพิเศษระดับ 0.2 มิลลิเมตร ให้ได้รูปทรงและความเรียบตามที่ต้องการอย่างสม่ำเสมอ

ซัมซุง จึงปรับปรุงลำดับการขึ้นรูป เครื่องมือ สภาวะการหล่อเย็น และตั้งค่าพารามิเตอร์ต่าง ๆ ในกระบวนการผลิตใหม่ทั้งหมด โดยแบ่งการทำงานออกเป็นหลายขั้นตอนเพื่อรักษาความแม่นยำในระดับที่ต้องการ

ส่วนของบานพับก็ต้องการความใส่ใจในระดับเดียวกัน

นอกจากการเปิด-ปิดทั่วไปแล้ว บานพับยังต้องสามารถกระจายแรงจากการพับและกางซ้ำ ๆ ให้ทั่วทั้งตัวเครื่อง เพื่อรักษาเสถียรภาพทางโครงสร้าง 

ซึ่งข้อกำหนดเหล่านี้จะแตกต่างกันไปตามขนาดและสถาปัตยกรรมของมือถือแต่ละรุ่น

วิศวกรซัมซุงจึงออกแบบบานพับขึ้นมาเฉพาะสำหรับแต่ละฟอร์มแฟกเตอร์ โดยคำนวณความสมดุลทั้งการกระจายแรง ความแข็งแรง ความทนทาน พื้นที่ภายใน และน้ำหนักอย่างพิถีพิถัน แทนการย่อขนาดบานพับจากรุ่นก่อนหน้าเพียงอย่างเดียว

การสร้างมือถือจอพับที่บางและเบาลง จึงไม่ใช่แค่การลดขนาดชิ้นส่วนลงทีละชิ้น แต่เกิดจากความแม่นยำที่สูงขึ้นในทุกมิติ ทั้งกระบวนการขึ้นรูปวัสดุ การบริหารจัดการแรง และการออกแบบโครงสร้างภายใต้พื้นที่อันจำกัด

เบาลง พร้อมโครงสร้างทรงพลัง ด้วยการเริ่มต้นจากนวัตกรรมวัสดุศาสตร์

มิติที่สองคือการใช้นวัตกรรมด้านวัสดุศาสตร์

แต่ละส่วนของมือถือจอพับมีหน้าที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง บางจุดต้องการความแข็งเกร็งสูง บางจุดต้องทนต่อการเคลื่อนไหวซ้ำ ๆ และบางจุดต้องระบายความร้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ซัมซุงคัดสรรและพัฒนาวัสดุให้ตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะด้าน เพื่อส่งมอบประสิทธิภาพสูงสุดในแต่ละส่วน ควบคู่ไปกับการรีดน้ำหนักและประหยัดพื้นที่ใช้สอยให้ได้มากที่สุด

ใน Galaxy Z Fold8 และ Galaxy Z Fold8 Ultra เทคโนโลยี Flex Titanium ได้ผสานฟิล์มโลหะผสมไทเทเนียมเข้ามาช่วยเสริมโครงสร้างหน้าจอพับ 

ส่วนโครงสร้างภายนอกเลือกใช้ Advanced Armor Aluminum เพื่อมอบความแข็งแรงและความทนทานที่จำเป็นสำหรับเฟรมตัวเครื่องที่บางเบา

นอกจากนี้ วัสดุยังมีบทบาทสำคัญในการจัดการความร้อน 

เมื่อตัวเครื่องบางลง พื้นที่สำหรับระบายความร้อนภายในย่อมลดลงตามไปด้วย ซัมซุงจึงเลือกใช้กราไฟต์ที่มีประสิทธิภาพการถ่ายเทความร้อนสูงขึ้น พร้อมปรับโครงสร้างระบายความร้อนให้เหมาะกับขนาดและระดับประสิทธิภาพของแต่ละรุ่น

สำหรับ Galaxy Z Fold8 Ultra ซึ่งมีขนาดตัวเครื่องโดยรวมใกล้เคียงกับ Galaxy Z Fold7 ได้มีการเพิ่มปริมาตรของชั้นกราไฟต์ระบายความร้อนขึ้นประมาณ 7% เพื่อรองรับการทำงานที่ทรงพลังยิ่งขึ้น

ซัมซุงยังนำวัสดุ Clad Metal มาใช้บริเวณฝาหลังของตัวเครื่อง โดยผสานจุดเด่นของโลหะต่างชนิดเข้าด้วยกัน วัสดุนี้จึงช่วยลดน้ำหนักลงได้ โดยยังคงประสิทธิภาพการระบายความร้อนที่จำเป็นสำหรับโครงสร้างอันบางเฉียบไว้ได้ครบถ้วน

นวัตกรรมด้านวัสดุจึงไม่ใช่แค่การเลือกใช้วัสดุที่เบาลง แต่คือการเลือกใช้วัสดุที่ใช่ ในตำแหน่งที่เหมาะสมที่สุด เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุดโดยใช้น้ำหนักและพื้นที่น้อยที่สุด

เจาะลึกทุกรายละเอียดของอุปกรณ์ทั้งเครื่อง – ลงลึกถึงความละเอียดระดับ 0.001 กรัม

เทคโนโลยีหลักและวัสดุใหม่เพียงอย่างเดียวมีขีดจำกัดในการทำให้เบาลง

สำหรับมือถือจอพับที่ภายในอัดแน่นไปด้วยชิ้นส่วนที่ทำงานกันอย่างซับซ้อน การจะทำให้เบาลงได้เพียงไม่กี่กรัม หมายถึงการต้องตรวจทานชิ้นส่วนภายในใหม่ทั้งหมดอีกครั้ง

วิศวกรของซัมซุงได้ตรวจทานชิ้นส่วนประมาณ 270 รายการ และชิ้นส่วนประกอบย่อยอีกกว่า 180 ชนิด

ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่หน้าจอ บานพับ กล้อง ไปจนถึงแผงวงจร เสาอากาศ ขายึด เทปกาว และตัวยึดต่าง ๆ

ความแม่นยำนี้ครอบคลุมไปถึงการลดขนาดลงทีละ 0.1 กรัม และ 0.1 มิลลิเมตร โดยชิ้นส่วนประกอบย่อยบางชิ้น สามารถลดน้ำหนักลงได้ถึงระดับ 0.001 กรัม

แผงวงจรพิมพ์ (PCB) ได้รับการออกแบบใหม่เพื่อตัดวงจรที่ไม่จำเป็นออก ปรับตำแหน่งจัดวางชิ้นส่วน และลดขนาดพื้นที่แผงวงจรให้เล็กลงที่สุด

ขณะที่เสาอากาศแบบ MFC (Magnetic Flux Channel) ก็ได้รับการออกแบบใหม่เช่นกันเพื่อลดการซ้อนทับและการเบียดบังพื้นที่กับชิ้นส่วนรอบข้าง ช่วยให้สามารถใช้พื้นที่ภายในตัวเครื่องที่มีอยู่อย่างจำกัดได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ชิ้นส่วนประกอบย่อยทุกชิ้นไม่ว่าจะเล็กเพียงใดล้วนผ่านการตรวจทานอย่างละเอียด

จากชิ้นส่วนประกอบย่อยที่เคยใช้อยู่กว่า 180 ชนิด ถูกตัดออกไปประมาณ 15 ชนิด

จากนั้นวิศวกรได้ปรับปรุงชิ้นส่วนที่เหลืออีก 170 ชนิด ทั้งการตัดแต่งส่วนเกิน ปรับรูปทรง และคำนวณมิติใหม่ให้เหมาะสม รวมถึงควบรวมชิ้นส่วนหลายชิ้นเข้าเป็นโครงสร้างเดียวกันในจุดที่ทำได้

แม้ในบางจุดจะประหยัดน้ำหนักได้เพียง 0.001 กรัม

และดูเป็นตัวเลขที่น้อยมากเมื่อมองแยกชิ้น แต่เมื่อนำมารวมกันทั้งเครื่อง เศษเสี้ยวของหนึ่งกรัมเหล่านั้นก็รวมกันกลายเป็นน้ำหนักที่ลดลงอย่างเห็นได้ชัด

การลดน้ำหนักบนมือถือหนึ่งเครื่อง จึงเป็นผลลัพธ์จากการตัดสินใจทางวิศวกรรมชิ้นเล็ก ๆ นับร้อย ๆ ครั้งเข้าด้วยกัน

ลดอีก 6 กรัม เพื่อเพิ่มพื้นที่ให้มากขึ้น

เป้าหมายคือการนำพื้นที่และน้ำหนักที่ลดลงจากการพัฒนาด้านวิศวกรรมกลับมาใช้เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในส่วนที่ผู้ใช้งานสัมผัสได้จริง ไม่ว่าจะเป็นแบตเตอรี่ กล้อง และระบบระบายความร้อน

Galaxy Z Fold8 Ultra เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่แสดงให้เห็นถึงการนำแนวทางนี้มาประยุกต์ใช้

แม้ Galaxy Z Fold8 Ultra และ Galaxy Z Fold7 จะมีขนาดตัวเครื่องโดยรวมใกล้เคียงกัน และมีน้ำหนักเท่ากันที่ 215 กรัม แต่ Galaxy Z Fold8 Ultra สามารถเพิ่มความจุแบตเตอรี่จาก 4,400 mAh ขึ้นเป็น 5,000 mAh ได้สำเร็จภายใต้น้ำหนักเท่าเดิม

แต่การเพิ่มความจุแบตเตอรี่ก็มาพร้อมความท้าทายใหม่ เพราะตัวแบตเตอรี่เองมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นมาประมาณ 6 กรัม

ทีมพัฒนาจึงต้องเผชิญกับคำถามใหม่ว่า “เราจะไปตามหา 6 กรัมนี้มาจากจุดไหนอีก?”

คำตอบไม่ได้อยู่ที่การปรับเปลี่ยนชิ้นส่วนใดชิ้นส่วนหนึ่งเพียงอย่างเดียว

ทีมวิศวกรจึงใช้วิธีการทำงานเชิงระบบกับตัวเครื่องทั้งหมด ทั้งวัสดุ โครงสร้าง การจัดวางแผงวงจร ตำแหน่งชิ้นส่วน ลงลึกไปจนถึงชิ้นส่วนประกอบย่อยที่เล็กที่สุด เพื่อค้นหาจุดที่พอจะลดน้ำหนักลงได้จากทุกองค์ประกอบ

กลยุทธ์นี้ยังครอบคลุมไปถึงการบริหารจัดการพื้นที่ภายใน

ด้วยการลดส่วนที่ซ้อนทับกันโดยไม่จำเป็นระหว่างหน้าจอ แผงวงจร เสาอากาศ และชิ้นส่วนรอบข้าง พร้อมเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดวางโครงสร้าง ซัมซุงจึงสามารถเพิ่มพื้นที่สำหรับแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ขึ้น รวมถึงพัฒนาระบบระบายความร้อนและระบบกล้องให้ดียิ่งขึ้นได้

ส่งผลให้ Galaxy Z Fold8 Ultra สามารถรองรับแบตเตอรี่ความจุ 5,000 mAh พร้อมขยายปริมาตรแผ่นกราไฟต์ระบายความร้อนขึ้นประมาณ 7% เมื่อเทียบกับ Galaxy Z Fold7 ที่มีขนาดใกล้เคียงกัน

นอกจากนี้ Galaxy Z Fold8 Ultra ยังมาพร้อมกล้องหลักความละเอียด 200 MP และเป็นครั้งแรกของ Galaxy Z Fold ที่มีกล้อง Ultra-Wide ความละเอียด 50 MP 

แนวทางของซัมซุงในการสร้างมือถือจอพับที่บางและเบาลง จึงไม่ใช่การตัดทอนความสามารถออกไป

แต่เป็นการบริหารจัดการน้ำหนักและพื้นที่ที่ประหยัดได้ นำกลับไปทุ่มเทให้กับประสบการณ์ระดับเรือธงที่ผู้ใช้งานให้คุณค่ามากที่สุด

จาก 253 กรัม สู่ 201 กรัม: นิยามใหม่แห่งมาตรฐานน้ำหนักมือถือจอพับ

เส้นทางของมือถือจอพับเริ่มต้นขึ้นจาก Galaxy Fold รุ่นแรกในปี 2019 ซึ่งมีน้ำหนัก 276 กรัม โดยตลอด 8 เจเนอเรชันที่ผ่านมา ซัมซุงไม่เคยหยุดยั้งในการพัฒนานวัตกรรม เทคโนโลยี วัสดุ และโครงสร้างภายในตัวเครื่องของมือถือจอพับ

โดยเฉพาะในช่วงไม่กี่เจเนอเรชันล่าสุด ความก้าวหน้านี้เกิดขึ้นอย่างก้าวกระโดด จาก 253 กรัมใน Galaxy Z Fold5 สู่ Galaxy Z Fold8 ด้วยน้ำหนักเพียงเพียง 201 กรัม

แต่เรื่องราวทั้งหมดไม่ได้มีเพียงแค่การลดน้ำหนักตัวเครื่อง

เป้าหมายของซัมซุงคือการทำให้มือถือจอพับหน้าจอใหญ่พกพาสะดวกยิ่งขึ้น โดยไม่ต้องยอมลดทอนคุณสมบัติระดับเรือธงที่ผู้ใช้คาดหวัง

น้ำหนักและพื้นที่ที่ได้คืนมาจากความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี วัสดุ และการออกแบบชิ้นส่วน ถูกนำกลับมาเติมเต็มให้แบตเตอรี่ กล้อง ระบบระบายความร้อน และฟีเจอร์ระดับเรือธงทำงานได้อย่างสมบูรณ์แบบที่สุด

จาก 253 กรัม สู่ 201 กรัม

ไม่มีวัสดุหรือชิ้นส่วนใดเพียงชิ้นเดียวที่สร้างความเปลี่ยนแปลงนี้ได้

เบื้องหลังความสำเร็จนี้ คือผลลัพธ์การสั่งสมจากงานวิศวกรรมตลอด 8 เจเนอเรชันให้เกิดขึ้นจริง ผ่านการพัฒนานวัตกรรมหลัก การใช้วัสดุใหม่ ๆ และการคิดค้นดีไซน์ของตัวเครื่องใหม่ทั้งหมด เพื่อให้ Galaxy Z Fold พกพาง่ายยิ่งขึ้น โดยไม่ลดทอนประสบการณ์ความเป็นมือถือเรือธงแม้แต่น้อย

สรุปเส้นทางสู่ความบางและเบายิ่งขึ้นของ Galaxy Z Fold Series ในรูปแบบตัวเลข

-52 กรัม: Galaxy Z Fold8 มีน้ำหนักเบากว่า Galaxy Z Fold5 ถึง 52 กรัม

1/3, 0.2 มิลลิเมตร: ฟิล์มไทเทเนียมอัลลอยด์ในเทคโนโลยี Flex Titanium มีความบางประมาณ 1 ใน 3 ของความหนาเส้นผมมนุษย์ ขณะที่โครงสร้างโลหะรองรับหน้าจอได้รับการขึ้นรูปด้วยความแม่นยำสูงถึงประมาณ 0.2 มิลลิเมตร

~270 / 180+ / 0.001 กรัม: ซัมซุงตรวจทานชิ้นส่วนประมาณ 270 รายการ และชิ้นส่วนประกอบย่อยกว่า 180 ชนิด โดยปรับแต่งชิ้นส่วนบางชิ้นให้ลดน้ำหนักลงได้ถึงระดับ 0.001 กรัม

5,000 mAh / +~7% / 200 MP + 50 MP: Galaxy Z Fold8 Ultra มาพร้อมแบตเตอรี่ความจุ 5,000 mAh ปริมาตรแผ่นกราไฟต์ระบายความร้อนเพิ่มขึ้นประมาณ 7% กล้องห

ที่มา : ข่าวฝากประชาสัมพันธ์

Sample Image Gallery

SPRING SUMMER LOOKBOOK

Sample Block Quote

Praesent vestibulum congue tellus at fringilla. Curabitur vitae semper sem, eu convallis est. Cras felis nunc commodo eu convallis vitae interdum non nisl. Maecenas ac est sit amet augue pharetra convallis.

Sample Paragraph Text

Praesent vestibulum congue tellus at fringilla. Curabitur vitae semper sem, eu convallis est. Cras felis nunc commodo eu convallis vitae interdum non nisl. Maecenas ac est sit amet augue pharetra convallis nec danos dui. Cras suscipit quam et turpis eleifend vitae malesuada magna congue. Damus id ullamcorper neque. Sed vitae mi a mi pretium aliquet ac sed elitos. Pellentesque nulla eros accumsan quis justo at tincidunt lobortis deli denimes, suspendisse vestibulum lectus in lectus volutpate.
Prev post
Next post

Thanks for subscribing!

This email has been registered!

Shop the look

Choose options

Have Questions?
Back In Stock Notification
is added to your shopping cart.

Choose options

this is just a warning

รีเซ็ตรหัสผ่าน

กรุณากรอกอีเมลที่คุณเคยลงทะเบียนไว้