กำเนิดหุ่นกระป๋องเขียว !!! รีวิว Toshiba 39L4300VT แอนดรอยด์ทีวีสุดแหล่ม
Toshiba อีกหนึ่งแบรนด์ญี่ปุ่นที่มาพร้อมกับคุณภาพ ในช่วงปลายปี 2013 ต้นปี 2014 นี้ก็ได้ทำการเปิดตัว Android TV หรือวาทีวีที่มีระบบปฏิบัติการ “แอนดรอยด์” เฉกเช่นโทรศัพท์มือถือ Smart Phone โดยรุ่นที่ว่าคือ Pro Theater L4300 ซึ่งมีขนาด 39″ และ 50″ ถือว่าเป็นการเติมเต็มไลน์อัพ Smart TV ของ Toshiba ซึ่งในช่วงปีที่ผ่านมาไม่ค่อยโดดเด่นเรื่องแอพพลิเคชั่นนัก ดังนี้การบังเกิดของ Android TV นั้นจัดได้ว่าเป็นอาวุธเด็ดที่ยกระดับให้ Smart TV ของ Toshiba โดดเด่นเทียบเท่าหรืออาจกล่าวได้ว่าเหนือกว่า Smart TV ของค่ายคู่แข่งในหลายจุดด้วยซ้ำ โดยเฉพาะเรื่องจำนวนของแอพพลิเคชั่นที่คัดสรรมาให้กว่า 3,000 แอพส์ โดยตัวที่ผมได้มาทดสอบคือ 39L4300VT ซึ่งเป็น Android TV รุ่นปฐมฤกษ์ของ Toshiba มาดูกันซิว่ามันจะเล่นแอพส์เจ๋งๆได้เยอะขนาดไหน

Toshiba 39L4300VT ราคาเปิดตัว 18,990 บาท

Design – การออกแบบ
ดีไซน์ของ Toshiba 39L4300VT ต่อยอดมากจากรุ่นที่ออกมาก่อนหน้านี้ในปี 2013 ด้วยกรอบบางเฉียบสีดำเงาพร้อมโลโก้ Toshiba ที่ไปอยู่ตำแหน่งซ้ายล่าง และไฟวงกลม LED แสดงสถานะเปิด/ปิดวงกลมอันเป็นเอกลักษณ์อยู่มุมล่างขวา เนื่องด้วยตัวเครื่องใช้ Backlight แบบ Direct LED ทำให้ยังมีความหนาของตัวเครื่องอยู่บ้าง อาจจะไม่ได้บางสุดขีดเหมือนรุ่นพี่ที่ใช้ Edge LED คอขาตั้งและฐานตั้งมีสีเงิน แต่น่าเสียดายที่ขาตั้งหมุนไม่ได้ ส่วนรีโมทคอนโทรลมีขนาดเล็กกำลังดี ไม่เทอะทะปุ่มลัดต่างๆในการปรับภาพก็มีมาให้ใช้อย่างพอเหมาะ สรุปแล้วดีไซน์ของ 39L4300 นั้นก็สวยเรียบแบบกระทัดรัด ยกประกอบคนเดียวได้แบบไม่เหนือบ่ากว่าแรง

หน้าตรงของ Toshiba 39L4300VT กรอบทีวีเป็นสีดำเงาบางเฉียบเป็นพิเศษ (Narrow Bezel)

คอขาตั้งและฐานตั้งสีเงิน

ไฟ LED แสดงสถานะเปิด/ปิดของเครื่อง

โลโก้ Toshiba มาอยู่มุมซ้ายล่าง

เนื่องจากใช้หลอดแบ็คไลท์แบบ Direct LED ตัวเจึงไม่ได้บางเฉียบมาก
แต่การวางหลอดแบบนี้ได้ข้อดีเรื่องระดับความสว่างที่สม่ำเสมอกันทั่วจอ

แผ่นหลังเรียบๆ

Connectivity – ช่องต่อ
ช่องต่อของ Toshiba 39L4300VT ประกอบไปด้วย
– HDMI x 2
– AV x 1
– Component x 1
– RGB PC x 1
– Antenna x 1 (รับ Analog TV อย่างเดียว)
– LAN x 1
– Audio Out x 1
– PC Audio In x 1
– USB x 3
และยังมีตัว USB WiFi Adaptor แถมมาให้ 1 อัน เพื่อทำการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตไร้สาย ข้อสังเกตคือให้ช่องต่อ USB มามากถึง 3 ช่อง นอกเหนือจากเสียบ Thumb Drive เล่นไฟล์พวกภาพ เพลง วีดีโอ (28 Formats) ได้เป็นปกติแล้ว ก็ยังสามารถเชื่อมต่อกับเมาส์และคีย์บอร์ดสำหรับการเล่นฟีเจอร์ Android TV อีกด้วย จึงเป็นเหตุผลที่กระหน่ำช่อง USB มาให้เยอะเป็นพิเศษ

ช่องต่อด้านหลัง

ช่องต่อด้านข้าง ให้ USB มาถึง 3 ช่อง
Picture – ภาพ
มาถึงเรื่องภาพกันบ้าง Toshiba 39L4300VT ขนาด 39″ มีความละเอียดหน้าจอแบบ FUll HD 1920 x 1080 พร้อมชิพประมวลผลภาพแบบ 10 Bit พร้อมหลอดแบ็คไลท์ Direct LED โดยจอ LED-LCD ขนาด 39″ เป็นขนาดที่ค่อนข้างยอดฮิตในปีนี้ มีหลายแบรนด์ใช้อยู่เยอะเลย กล่าวคือลูกค้าอยากได้จอใหญ่กว่า 32″ แต่ขอไม่เกิน 42″ จึงทำให้ขนาด 39″ เป็นขนาดที่ลงตัวพอดี
โหมดภาพสำเร็จรูป : Picture Mode
โหมดภาพสำเร็จรูปของ 39L4300VT มีมาให้เลือกสรรเยอะมากทั้ง แต่โหมดที่ให้แสงสีค่อนข้างถูกต้องแม่นยำพร้อมระดับความสว่างที่ดูสบายตาก็ได้แก่ โหมด Mild และ PC ผมจึงแนะนำทุกท่านให้ใช้ 2 โหมดนี้เป็นหลักหากจะรับชมจริง หากคิดว่าติดมืดนิดหน่อยให้ปรับระดับ Backlight ให้สูงขึ้นไปเพื่อเร่งความสว่าง แนะนำให้ปิดพวก Contrast Booster และ Noise Reduction ทิ้งไปด้วย ส่วนโหมด Dynamic และ Football จะให้แสงสีที่แรงบาดใจไปซักนิด เหมาะกับการไปเปิดโชว์ตามหน้าร้านมากกว่า ส่วนอีกโหมด Intelligent Auto View จะปรับแสงสีของภาพให้สอดคล้องกับความสว่างภายในห้องอัตโนมัติ แต่ภาพยังอมแดงอยู่นิดหน่อยอยู่ดี สรุปแล้วเลือกโหมดภาพสำเร็จรูปดีก็มีชัยไปกว่าครึ่ง

ส่วนโหมด Movie จะต้องปรับลดค่า Color ลงหน่อย
ทีมงานเองก็ได้ทดสอบโหมดภาพและปรับภาพขั้นสูงทั้ง White Balance และ Color Management System ผ่านเมนู 3D Color Management โดยใช้โหมดภาพ Standard ยืนพื้น รวมทั้งปรับอุณหภูมิสีให้เป็น Warm ผลลัพธ์ที่ได้ถือว่าน่าพอใจมาก สามารถปรับค่าแสงสีให้เที่ยงตรงกว่า 50L2300VT ที่เคยรีวิวมา และคุณให้ภาพของภาพโดยรวมเนียนสะอาดตากว่านิดหน่อย อย่างไรก็ตามการปรับภาพจำเป็นต้องอาศัยอุปกรณ์และซอฟท์แวร์ระดับโปรเฟสชั่นแนล จึงแนะนำให้ใช้โหมดภาพสำเร็จรูปอย่าง Mild / PC หรือ Movie (ต้องลดค่า Color ไม่ให้จัดจนเกินไป) ซึ่ง “ดีเพียงพอ” กับการใช้งานทั่วไปแน่นอน

Pre-Calibration ในโหมด Standard สมดุลแสงขาวจะติดเขียวนิดๆ

จัดได้ว่าแซงรุ่นน้องอย่าง L2300 เรื่องความถูกต้องของขอบเขตการแสดงเฉดสี (Colorimetry)
| Toshiba 39L4300 | CTT | Gamma | Luminance | Consumption | Backlight |
| avg | avg | FL | Watts | ||
| Dynamic | 11746 | 1.38 | 103.3 | 79 | Max |
| Football | 11817 | 1.5 | 102.3 | 78 | Max |
| Standard | 8896 | 2.28 | 64.5 | 63 | 70 |
| Mild | 8781 | 2.5 | 50.4 | 58 | 60 |
| Movie | 6505 | 2.48 | 25.1 | 43 | 30 |
| Eco Mode | 11370 | 1.33 | 40.5 | 43 | N/A |
| Game | 8764 | 2.26 | 49.9 | 53 | 50 |
| PC | 8652 | 2.52 | 35.5 | 58 | 60 |
| Intelligent Auto | 6654 | 2.28 | 51.9 | 56 | N/A |
| Calibrated | 6472 | 2.43 | 49.8 | 68 | 81 |
หลังจากที่ปรับภาพก็ได้อุณหภูมิสีใกล้เคียงกับอุดมคติคือ 6500K
ได้ค่า Gamma และระดับความสว่าง Luminance ที่เหมาะสมกับการรับชมในห้องนั่งเล่นภายในบ้านปกติ
ส่วนเรื่องการกินไฟไม่ต้องห่วง ประหยัดไฟแทบทุกโหมดภาพจ้า
สัดส่วนภาพ : Picture Format
หากจะดูหนัง HD หรือจากแผ่น Blu-ray ให้ได้อรรถรสก็ต้องเลือกสัดส่วนภาพให้ถูกต้องด้วย โดยโหมด “Native” เป็นสัดส่วนภาพที่จะทำให้ทีวีแสงภาพแบบ 1:1 Pixel Mapping กล่าวคือคอนเทนต์ส่งมาอย่างไร จอทีวีก็แสดงภาพออกไปแบบนั้นแบบพิกเซลต่อพิกเซลเลย ทำให้ได้ภาพที่ถูกต้อง 100% ไม่มีการครอปด้านข้างให้หายไป แต่ถ้าหากดูฟรีทีวีทั่วไปเราก็ใช้เป็นโหมด Wide ภาพก็จะเต็มจอพอดี

ทดสอบภาพ 2 มิติ
เอาหละมาเริ่มทดสอบกันเลย ผมเองทดสอบโดยใช้โหมด Mild (Calibrated) และปิดพวก Contrast Booster และ Active Backlight Control โดยหนังเรื่องแรกที่ทดสอบคือ The Great Gatsby รักเธอนะสุดที่รัก โดยเรื่องนี้ภาพและฉากหลังอลังการสวยงาม มาพร้อมความจัดจ้านของแสงสี จึงเหมาะเอามาทดสอบอย่างยิ่ง สีผิวของลีโอนาร์โด้ ดิคาปริโอ้ (แสดงเป็นเจย์ แกสต์บี้) ออกนวลตาเป็นธรรมชาติ ความเนียนและความสะอาดสะอ้านของภาพอยู่ในเกณฑ์พอเหมาะ ส่วนอีกจุดที่แนะนำให้ชัตดาวน์ (ปิด) ก็ได้แก่ Contrast Booster ซึ่งยกระดับให้ภาพสว่างขึ้นจริง แต่ภาพจะติดอมแดงขึ้นมาทันที โดยส่วนตัวผมว่าโหมดภาพสำเร็จรูปอย่าง Mild หรือ PC ก็ดีพออยู่แล้ว มิจำเป็นต้องเอาฟีเจอร์ตัวช่วยภาพมาเสริมเติมแต่งแต่อย่างใด

หากทีวีเร่งความคมชัด (Sharpness) มากเกินไป หน้าจะหยาบกร้านติดเกลื้อนทันที
แนะนำผู้ผ่านเอาไปลองทดสอบดู
อีกเรื่องคือ Journey 2 : The Mysterious Island ซึ่งผมดูจนเอียนกันไปข้างแล้วแต่เป็นเรื่องที่อ้างอิงได้ดีมาก ได้ทั้งสีผิวคน ต้นไม้ใบหญ้า และภาพเคลื่อนไหว เรื่องนี้ Toshiba 39L4300 แสดงภาพได้เนียนกว่าเรื่อง Great Gatsby เพราะต้นฉบับมาสะอาดกว่า หากท่านไหนคุ้นกับ Panel ขนาด 39″ ของค่ายอื่น ภาพก็จะออกซอฟท์เนียนๆแนวเดียวในโหมดภาพที่ถูกต้อง แต่ทว่าจะออกจัดจ้านและติดกร้านในโหมดภาพโอเว่อร์อย่าง Dynamic อีกจุดที่น่าประทับใจคือรายละเอียดในที่มืดที่ทำออกมาได้ดี ผมใช้คำว่ารายละเอียดฉากถ้ำมืดๆหรือตามซอกต้นไม้ใบหญ้าในป่าแสดงออกมาได้ “กระจ่าง” นั่นหมายถึงว่าถึงแม้เป็น Panel 39″ ในระดับกลาง (เข้าใจว่าเป็น VA) แต่ก็ยังได้กลิ่นอายของ Panel ระดับท็อปมาบรรจุอยู่ในตัวบ้าง

เรื่อง Journey 2 : ทดสอบรายละเอียดในที่มืดและสีสันโดยรวม
เรื่องสุดท้ายที่ทดสอบคือเรื่อง The Avengers เรื่องแสงสีนี่ไม่น่าห่วงอยู่แล้ว ทำได้ดีอยู้ในระดับราคาของมัน ส่วนเรื่องภาพเคลื่อนไหวแบบไวสุดขีดในฉากตะลุมบอนของเหล่าซูเปอร์ฮีโร่กับพวกเอเลี่ยนก็แสดงออกมาอยู่ในเกณฑ์ปานกลาง ถือว่าพอเอาอยู่ ต้องยอมรับว่ายิ่งจอเล็กยิ่งไม่ค่อยขี้ฟ้องเท่าไหร่ โดยรวมแล้วด้วยระดับราคาหมื่นกว่าบาท ผมค่อนข้างพอใจกับคุณภาพของภาพที่ได้

ภาพเคลื่อนไหวต้องใช้เรื่อง The Avengers ในฉากตะลุมบอน

ผ่านการทดสอบจากทีมงานแล้วว่าให้ “ปิด” ทิ้งไปซะ ภาพที่ได้ดีกว่าและเป็นธรรมชาติกว่าเปิด
เนื่องจากหลอดแบ็คไลท์เป็น Direct LED ความสว่างโดยรวมของ ระดับความดำในฉากพระจันทร์ในคืนมืด หากเป็นตอนกลางวันถือว่าดูดีเลยแหละ หากเป็นตอนกลางคืนผมว่ามันก็มีแสงลอด (ไม่ใช่แสงรั่ว) แบบเป็นธรรมชาติ ไม่ได้เป็นหย่อมๆแบบ Edge LED ที่ทำ Local Dimming ไม่เก่ง ซึ่งจัดได้ว่าน่าพอใจ มีโหมด Active Backlight Control ที่จะลด/เร่งความสว่างของหลอดแบ็คไลท์ทั้งหมดโดยรวมให้ใช้หากรับชมตอนกลางคืนและอยากได้ภาพที่สงัดยิ่งขึ้น แต่ความเห็นส่วนตัวเนื่องจากจอ 39″ มีขนาดไม่ใหญ่นัก ผมจึงแนะนำว่าไม่จำเป็นต้องเปิด Active Backlight Control ก็ได้ เวลารับชมจริงก็ไม่ต่างเท่าไหร่ ตัดปัญหาภาพวูบวาบหากจ้องสังเกตแบบจับผิดไปได้ด้วย

ทดสอบการเล่นเกมส์
โดยโหมดภาพสำเร็จรูปมีให้โหมด Game มาซึ่งจะช่วยลด Input lag ช่วยให้การตอบสนองต่อคำสั่งของคอนโทรลเลอร์ได้ฉับไวขึ้น ทดสอบกับการเล่นเกมส์วินนิ่ง เรื่องสีสันสวยงามหายห่วง ส่วนเรื่องภาพเคลื่อนไหวยังมีโกสท์ให้เห็นนิดๆหน่อยๆบ้างซึ่งเป็นเรื่องธรรมดาของ Panel ระดับกลาง แต่บอกตามตรงว่าหากใช้เล่นเกมส์จริงๆแบบไม่จ้องจับผิดก็ถือว่าสบายบรื๋อ

ทดสอบเกมส์ Winning ใช้โหมดภาพ Game

ตัวอักษรคมชัดดูสบายตา
Sound – เสียง
Toshiba 39L4300 ให้ลำโพงมาแบบ 10+10 Watts พร้อมลูกเล่นเรื่องเสียงมากมายทั้งโหมดเสียงสำเร็จรูปในแบบต่างๆ Dynamic / Natural / Clear Voice มีฟีเจอร์ Audio Source Filtering (ASF) ซึ่งจะเป็นการยกระดับระหว่าง “เสียงบทสนทนา” หรือ “เสียงแบ็คกราวด์” อย่างใดอย่างหนึ่งให้มีความเด่นออกมา ตัวอย่างเช่นอยากฟังเสียงพูดชัดๆให้ลอยเด่นเหนือเสียงแบ็คกราวนด์ ก็แค่เลื่อนแถบ ASF ไปยังด้านซ้ายเข้าหาทางรูป “โทรโข่ง” ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของ “เสียงบทสนทนา” เป็นต้น
หมายเหตุ : วิธีการใช้งาน ASF ก็ไม่ยาก ให้กดปุ่ม Volume + หรือ – ก็ได้บนรีโมดแถบ ASF ก็จะปรากฏออกมา และให้กดปุ่มติ๊ก OK เพื่อเปิดใช้งาน ASF
ตัวลำโพงเป็นแบบ Down Firing ยิงลงล่าง มี Power Bass Booster ระดับสูง กลาง ต่ำ ช่วยเพิ่มปริมาณของเสียงเบส และด้วยลักษณะทางกายภาพของตัวเครื่องซึ่งมิได้บางมาก ทำให้มีพื้นที่ในการติดตั้งดอกลำโพงได้ใหญ่ขึ้น ส่งผลให้คุณภาพเสียงดีขึ้น โดยรวมผมทดสอบดูฟรีทีวี ดูหนังและคอนเสิร์ต ถือว่าอยู่ในเกณฑ์น่าพอใจ น้ำเสียงมีน้ำหนัก ยังฟังอวบอิ่มพอสมควรถึงแม้ไม่ได้มีพวก Woofer เป็นลูกๆมาให้เหมือนบางค่าย ระดับความดังถือว่าเสียงดังเกินตัว เปิดโวลุ่มซัก 50-60 ก็ดังพอดูกันได้ทั้งบ้านแล้ว โหมดเสียงที่แนะนำคือ Natural, ปรับ Audio Source Filtering อยู่ตรงกลาง และปิดพวก Surround Sound ให้หมด จะได้เสียงที่คมชัดมีความสมดุลที่ดี

Extra – เพิ่มเติม
ระบบ Android TV ของ Toshiba คือ Jelly Bean 4.2.1 พร้อมพื้นที่ความจุในตัวเครื่องประมาณ 2.3 GB โดยทาง Google Play Store เองได้คัดเลือกแอพส์ที่เหมาะสมกับการมาแสดงบนจอทีวีให้ถึง 3,000 แอพส์ โดยส่วนมากจะเป็นแอพส์วีดีโอคอนเทนต์และเกมส์ หากเปรียบเทียบกับ Smart TV ของค่ายอื่น แอพส์ของเจ้า Android TV จะมีจำนวนมากกว่าทันที (แซงทางโค้ง) รวมถึง Web Browser ไว้ท่องเว็บไซต์ต่างๆก็มีให้ โดยเราสามารถเชื่อมต่อกับ “เมาส์และคีย์บอร์ด” ไม่ว่าจะเป็นแบบไร้สายหรือมีสายก็ได้ที่ช่องต่อ USB ด้านข้าง เพื่อใช้อุปกรณ์เหล่านั้นควบคุมการใช้งานแทนรีโมทคอนโทรล บ่องตงเลยว่าสะดวกกว่ากันเยอะ ! แต่ก่อนจะเริ่มเล่นนั้นเราต้องเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตให้กับ Toshiba ผ่านสาย LAN หรือ USB WiFi Dongle ก่อน เท่านี้ก็สนุกกับการใช้งาน Android TV ได้แล้วจ้า

เชื่อมต่อเมาส์และคีย์บอร์ดเข้าพอร์ท USB ด้านข้างเท่านี้ก็พร้อมลุย !

หน้าจอหลักของ Android TV

หน้าของแอพพลิเคชั่นที่ถูกโหลดมาติดตั้งแล้ว

สามารถ “ปรับแต่ง Widget” ให้กับหน้าจอได้ด้วย ในรูปผมเอานาฬืกามาใส่ไว้ข้างหน้าเลย

นี่ครับ Widget ต่างๆ เลือกมาปรับแต่งหน้าเมนูของเราได้

มาดูที่ Playstore กันบ้างมีแอพส์ให้เลือกสรรกว่า 3000 แอพส์
โดยส่วนมากจะเป็นวีดีโอคอนเทนต์และเกมส์ (ส่วนพวกแอพส์สื่อสารและ Social Media จะไม่มี)

เล่นเกมส์ Fruit Ninja ใข้เมาส์ฟันๆๆๆๆๆเลย ผมว่ามันส์กว่าใช้นิ้วเขี่ยๆบนมือถืออีกนะ

เกมส์ Hello Kitty เสิร์ฟอาหารแนว Dining Dash น่ารักและเล่นง่ายดี

เกม Doraemon Repair Shop ก็มาแนวเดียวกัน

เกมส์สร้างเมือง ทำให้ย้อนวัยไปตอนเคยเล่น SimCity 555+

วิธีการโหลดเกมส์ก็ไปที่ Playstore เลือกหรือค้นหาแอพส์ที่ต้องการ แล้วก็กด “Install”

โหลดเกมส์แมว Garfield’s Pet Hospital มาเล่น

วีดีโอคอนเทนต์จาก YouTube

อีกฟีเจอร์ที่น่าสนใจคือ Screen Mirroring หรือฟีเจอร์โคลนนิ่งหน้าจอมือถือไปแสดงบนหน้าจอทีวีผ่าน WiFi Direct โดยปกติฟีเจอร์นี้จะมีอยู่ในทีวีรุ่นท็อปราคาสูง แต่ Toshiba L4300 ก็ใจดีผนวกให้มา โดยโทรศัพท์มือถือ Android รุ่นใหม่ๆจะมีฟีเจอร์ Screen Mirroring มาให้ด้วย เพียงแค่เลือก Screen Mirroring บนจอทีวีและเปิด Screen Mrirroing ของโทรศัพท์มือถือให้มัน Scan หาสัญญาณ WiFi ของเครื่องทีวี แล้วกดเชื่อมต่อกัน เท่านี้ภาพจากจอมือถือก็จะไปแสดงบนจอทีวีสมใจแล้ว

Conclusion – สรุป
ข้อดี
1. Android TV มีแอพส์มากมายให้เลือกกว่า 3,000 แอพส์ (เน้นแอพส์วีดีโอและเกมส์) ยกระดับ Smart TV ของ Toshiba มายึดพื้นที่หัวหาดทันที
2. ใช้เมาส์และคีย์บอร์ดควบคุมได้ค่อนข้างสมบูรณ์
3. ถึงแม้เป็นรุ่นระดับกลาง แต่ก็ให้โหมดการปรับ White Balance และ 3D Color Management (CMS) สำหรับปรับภาพเบื้องลึก
4. มีโหมดภาพและเสียงสำเร็จรูปที่ดี พร้อมฟีเจอร์ปรับแต่งให้ใช้งานง่าย
ข้อเสีย
1. ในบางแอพส์อาจจะมีโฆษณาขยะเด้งดึ๋งส์ขึ้นมาระหว่างใช้งานบ้าง ใครใช้มือถือ Android Phone จะรู้ซึ้งดี
2. ขาตั้งปรับหมุนซ้ายขวาไม่ได้
3. WiFi ไร้สายต้องใช้ USB WiFi Adaptor ไม่ได้ให้มาแบบ Built-In ทำให้เสียพื้นที่ USB ไปอีก 1 ช่อง
4. มีการจำกัดแอพส์ทำให้แอพส์เชิง Social Media อย่าง Line, Facebook, Instragram มิได้ถูกผนวกมา

สรุป
นับว่าเป็นนิมิตหมายที่ดีของ Toshiba ในการริเริ่ม “นวัตกรรม” ใหม่ๆมาสู่วงการภาพและเสียงสำหรับการนำเอาระบบปฏิบัติการ Android มาใส่ไว้ในทีวี พร้อมแอพส์ที่คัดแล้วพร้อมใช้งานกว่า 3,000 แอพส์ ในขณะที่แบรนด์อื่นจะใช้ระบบปฏิบัติการของตัวเอง ซึ่งเป็นระบบปิด ทำให้การอัพเดทแอพพลิเคชั่นใหม่ๆนั้นน้อยเหลือเกิน หรือว่าบางแอพก็ใช้งานไม่ค่อยได้จริง หากใครใช้ Android Phone อยู่แล้วมาใช้ Toshiba L4300VT นี้ก็จะเรียนรู้การใช้งานได้ไวมาก เพราะแก่นหลักเรื่องการดาวน์โหลดแอพและการจัดวางจัดเรียงคล้ายๆกัน คุณภาพของภาพและเสียงหากเทียบกับ LED TV ระดับกลางก็อยู่ในเกณฑ์สมราคา ใช้งานดูหนังหรือดูรายการทีวีปกติได้อย่างสบาย ไม่ได้มีอะไรให้ติเป็นพิเศษ สรุปเลยว่าหากท่านไหนกำลังพิจารณาทีวี LED ระดับกลาง และอยากได้ของเล่นใหม่แกะกล่องอย่าง Android TV ไปเติมเต็มลูกเล่นการใช้งานให้กับสมาชิกครอบครัว เช่นคุณหนูๆเสียบเมาส์และคีย์บอร์ดเล่นเกมส์ ในขณะที่คุณพ่อคุณแม่ก็ดูรายการวีดีโอผ่านแอพส์กันไป Toshiba Android TV นี่แหละสารพัดประโยชน์ตัวจริง เหมาะสมกับสโลแกนที่ว่า Leading Innovation หรือนำสิ่งที่ดีสู่ชีวิต !


