Skip to content
|

จัดเต็ม ครบครันทั้ง Dolby Atmos และ Auro-3D !! รีวิว Denon AVR-X4100W

by EDITOR LCDTVTHAILAND โพสต์เมื่อ: 19 Jan 2022 0 comments

 

4K/60Hz Ready Network AV Receiver

Denon AVR-X4100W

ปลายปี 2014 ต่อเนื่องถึงปีนี้ นับเป็นจุดเริ่มต้นของระบบเสียงรอบทิศทางยุคใหม่ ที่นำมาก่อนใครเพื่อน คือ Dolby Atmos ตามติดมาด้วย Auro-3D ส่วน DTS ก็ไม่ขอตกขบวน ทยอยปล่อยข้อมูลของ DTS:X ออกมาเช่นกัน ซึ่งแวดวงโฮมเธียเตอร์ต่างตอบรับในเรื่องนี้อย่างกระตือรือร้น ดังจะเห็นได้จากการที่ผู้ผลิตโดยเฉพาะฟากฝั่งญี่ปุ่น หลายยี่ห้อที่เราคุ้นเคยกันดีวางตลาด Dolby Atmos A/V Receiver รวมแล้วไม่น้อยกว่า 10 รุ่น

และโดยเฉพาะสำหรับ AVR ของ Denon จะมิใช่แค่รองรับแค่ “Dolby Atmos”
แต่พร้อมสำหรับ “Auro-3D” ด้วยครับ!!

หากพิจารณา Denon AVR 2014-2015 จะพบว่ามีอยู่ทั้งหมด 7 รุ่น ไล่เรียงตั้งแต่รุ่นเล็ก AVR-X510BT ไปจนถึงรุ่นใหญ่ AVR-X7200W

ในจำนวนนี้มี 3 รุ่นใหญ่ คือ AVR-X4100W, AVR-X5200W และ AVR-X7200W รองรับทั้งระบบเสียง Dolby Atmos (Included) และ Auro-3D (Upgradable)

ความสามารถในส่วนของ Dolby Atmos นั้นใช้งานได้ตั้งแต่แกะกล่อง ทว่า Auro-3D ผู้ใช้จะต้องอัพเกรดซอฟต์แวร์ก่อน ซึ่งสามารถดำเนินการผ่านอินเทอร์เน็ตได้ ไม่จำเป็นต้องยกเครื่องเข้าศูนย์บริการแต่อย่างใด ทว่าในขั้นตอนอัพเกรดนี้จะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมอยู่ที่ 149€ (เข้าใจว่าจำนวนหนึ่ง Denon จะจ่ายเป็นค่าลิขสิทธิ์ให้กับทาง Auro-3D) เจ้าของ AVR-X4100W ท่านใดที่พร้อมจ่ายตรงนี้ สามารถดำเนินการตามขั้นตอนผ่านลิงค์ที่แนบไว้ให้ข้างบนได้เลย

รายละเอียดของระบบเสียง Auro-3D จะกล่าวถึงอีกครั้งช่วง Setup – การติดตั้ง

จากข้อมูลข้างต้น เท่ากับว่า AVR-X4100W คือ AVR รุ่นระดับกลาง-สูง ของ Denon ที่พร้อมสำหรับระบบเสียงรอบทิศทางยุคใหม่ มาดูว่ารุ่นนี้จะให้ความคุ้มค่า รองรับอนาคตอย่างไรบ้างครับ…

Design – การออกแบบ

หากสังเกต จะเห็นว่า AVR รุ่นใหม่ประจำปี 2014 – 2015 ของ Denon แทบทุกรุ่นจะมีตัวอัพษร “W” ต่อท้าย* ซึ่งมาจาก Wireless นั่นเอง หรือก็คือ รองรับการเชื่อมต่อสัญญาณแบบไร้สาย ทั้ง Wi-Fi และ Bluetooth ได้ทันที ไม่ต้องติดตั้งอุปกรณ์เสริมเพิ่มเติมใดๆ ทั้งสิ้น

หมายเหตุ: * เสาอากาศคู่รับสัญญาณ Wi-Fi และ Bluetooth นี้ จะมีให้ตั้งแต่รุ่นเล็กอย่าง AVR-X1100W ไปจนถึงรุ่นท็อป AVR-X7200W เฉพาะรุ่นเล็กสุด AVR-X510BT เท่านั้นที่รองรับ Bluetooth เพียงอย่างเดียว

จุดที่เกี่ยวเนื่องกับข้อสังเกตข้างต้น คือ รุ่นใหม่จะมี “เสาอากาศคู่” ติดตั้งอยู่ทางด้านหลัง ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการกระจายรับ-ส่งสัญญาณไร้สายนี้ให้ครอบคลุมยิ่งขึ้น สามารถพับปรับมุม หรือถอดเสาออกได้เมื่อไม่ต้องการใช้

จุดเด่นของรุ่นนี้ สามารถสังเกตุที่สติกเกอร์บอกจุดขายได้เช่นเคย หลักๆ ก็มี

    อุปกรณ์อื่นๆ ที่ให้มานอกจากตัวเครื่อง AVR ก็เหมือนเช่นทุกครั้ง คือ มีรีโมตคอนโทรล, Audyssey Setup Mic., เสาอากาศรับวิทยุ FM/AM, คู่มือการใช้งาน และสติกเกอร์แถบสีสำหรับติดที่ปลายสายลำโพง

    แต่ที่พิเศษ แถมเพิ่มมาให้ในครั้งนี้ คือ ขาตั้ง Audyssey Setup Mic. โดยจะมาในรูปแบบของกระดาษแข็ง พับประกอบเพื่อใช้งาน

    ขาตั้ง Setup Mic. นี้สำคัญมาก ถือเป็นอุปกรณ์ที่ขาดมิได้ เพราะถ้าไม่มีขาตั้งที่มั่นคงจะส่งผลกระทบให้ขั้นตอนตรวจวัดตั้งค่าลำโพงรอบทิศทางผิดเพี้ยนไป เดิมทีจะต้องใช้ร่วมกับขาตั้งกล้อง (Tripod) แต่บัดนี้สามารถประกอบขาตั้งกระดาษที่ทาง Denon แถมให้มาเพื่อใช้งานร่วมกันได้เลย

    ขาตั้งกระดาษนี้มีความยืดหยุ่นสูง สามารถปรับความสูงให้ตรงกับระดับหูของผู้ฟังได้ 2 ระดับ ถ้าจะตั้งวางขาตั้งนี้บนเก้าอี้โซฟา ระดับความสูงของไมค์บนขาตั้งจะอยู่ราวๆ ตำแหน่ง B แต่ถ้าจะตั้งวางขาตั้งกับพื้นโดยตรง จะเป็นระดับที่สูงที่สุด ดังภาพ

    รีโมตคอนโทรลไร้สายที่แถมมากับ AVR-X4100W จะมีขนาดที่ใหญ่และจำนวนปุ่มที่มากกว่ารีโมตของ AVR รุ่นเล็ก
    น่าเสียดายที่ไม่มี Backlit แต่สามารถเรืองแสงเล็กน้อยในที่มืดได้ (บางปุ่ม)

    Connectivity – ช่องต่อ

    ลักษณะแผงหน้าของ AVR-X4100W ใช้ดีไซน์อิงตามรุ่นใหญ่ โดยจะมีบานพับปิดบังปุ่มและช่องต่อเอาไว้เมื่อไม่ใช้ เพื่อกันฝุ่น และยังช่วยให้ดูไม่รกตา ความพิเศษ คือ โครงสร้างจะเก็บซ่อนบานพับบางส่วนไว้ด้านใน ขนาดของบานพันจึงไม่ยื่นยาวออกมาดูเกะกะ

    จุดเชื่อมต่อสัญญาณที่แผงหน้าจะมี HDMI Input (ยังไม่รองรับ MHL), USB Input, Analog AUX Input, Setup Mic. Input และ Headphone 1/4″ Output

    แผงหลังเป็นตำแหน่งติดตั้งช่องต่อจำนวนมาก จุดสำคัญนอกจาก HDMI In จำนวน 7+1 ช่อง และ HDMI Out 3 ช่องแล้ว ยังมีช่องต่อสัญญาณภาพและเสียงอื่นๆ ครอบคลุมทั้งดิจิทัลและอะนาล็อกครบครัน

    มาตรฐานช่องต่อที่ดูจะแหวกแนวกว่าที่เห็นใน AVR ทั่วๆ ไป คือ Denon Link HD โดยต้องใช้งานร่วมกับอุปกรณ์เพลเยอร์ของ Denon (อาทิ DBT-3313UD) เท่านั้น หน้าที่เพื่อควบคุม clock timing signal เพิ่มเติม อันจะช่วยส่งเสริมการส่งผ่านสัญญาณดิจิทัลระหว่างเพลเยอร์กับ AVR ให้มีความเที่ยงตรงยิ่งขึ้น

    และยังมี Phono Input พร้อมเชื่อมต่อสัญญาณ (MM) จากเครื่องเล่นแผ่นเสียง (Turntable) ได้อีกด้วย

    มุมบนทั้ง 2 ฝั่ง ซ้ายและขวา จะเป็นตำแหน่งติดตั้งเสาอากาศ Wi-Fi และ Bluetooth

    การติดตั้งจัดวางขั้วลำโพง ยังคงจัดวางในแนวนอนเพื่อให้สามารถเชื่อมต่อสายลำโพงได้สะดวก และไม่ลืมที่จะทำแถบสีกำกับ เพื่อให้แบ่งแยกลำโพงแต่ละแชนเนลได้ง่ายเช่นเคย

    หมายเหตุ: แม้จำนวนจุดเชื่อมต่อลำโพงของ AVR-X4100W จะมีมาก แต่สามารถเชื่อมต่อใช้งานลำโพงพร้อมๆ กัน อิงตามจำนวนภาคขยายที่มีได้เท่ากับ 7 แชนเนล

    วิธีการอ้างอิงตำแหน่งเชื่อมต่อสายลำโพงว่าจะต้องเชื่อมต่อที่ช่องไหนบ้าง สามารถอ้างอิงจากคู่มือการใช้งาน หรือดูผ่านหน้าจอ Setup Menu → Speaker/Amp Assign

    Setup – การติดตั้ง


    ดังที่เรียนไปว่า AVR-X4100W มี “Wi-Fi Built-in” จึงสามารถเชื่อมต่อกับเครือข่ายไร้สาย
    วิธีการเปิดใช้ Wi-Fi ทำได้โดยไปที่ Setup Menu → Network → Connection เปลี่ยนตัวเลือก Connect Using เป็น Wireless (Wi-Fi) จากนั้นดำเนินการตั้งค่าเชื่อมต่อ Wi-Fi ร่วมกับเราเตอร์อีกเล็กน้อย ก็สามารถใช้งานได้

    กรณีที่ต้องการปิดใช้งานฟังก์ชั่น Wi-Fi ก็เพียงเปลี่ยนตัวเลือก Connect Using ให้เป็น Wired (Ethernet)เท่านั้นเอง
    หมายเหตุ: หากต้องการใช้งาน Wi-Fi อย่าเสียบสาย LAN คาไว้

    ส่วนของ “Bluetooth Built-in” ให้เริ่มต้นใช้งานโดยเปลี่ยนอินพุตของ AVR-X4100W ไปเป็น Bluetooth AVR จะเข้าสู่สถานะ “Pairing Mode” โดยอัตโนมัติ

    จากนั้นไปที่ Smart Devices ทำการเปิดฟังก์ชั่น Bluetooth ทำการค้นหา จะเจอรายชื่อ Denon AVR-X4100W ขึ้นมา ให้ใช้นิ้วแตะเพื่อเข้าสู่กระบวนการจับคู่อุปกรณ์ ในขั้นตอนนี้ให้สังเกตคำแนะนำจาก AVR-X4100W ที่แสดงบนจอทีวี กับบนหน้าจอ Smart Devices แล้วดำเนินการตาม ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาดเมื่อการเชื่อมต่อเสร็จสิ้น เสียงจาก Smart Devices จะถูกส่งไปดังออกลำโพงโฮมเธียเตอร์ที่เชื่อมต่อกับ AVR-X4100W ครับ

    ในระหว่างที่ AVR-X4100W อยู่ในโหมดรับสัญญาณผ่าน Bluetooth จะมี Option ให้เลือกปรับแต่งใช้งาน
    ที่พิเศษ จะเป็นการเปลี่ยนสถานะที่แสดงบนจอทีวี โดยสามารถเปลี่ยนให้เป็นภาพสัญญาณวิดีโอจากแหล่งโปรแกรมอื่นๆ ที่เชื่อมต่อกับ AVR-X4100W ได้ โดยการกดปุ่ม Option ที่รีโมต แล้วเลือกหัวข้อ Video Select

    Features – ลูกเล่น

    ความสามารถของ Network AV Receiver นอกจากแชร์เพลงร่วมกับ Media Server (PC, NAS หรือ AirPlay ร่วมกับ iDevices) ผ่านระบบเครือข่ายแล้ว ยังสามารถเข้าถึง Online Content อย่างสถานีวิทยุออนไลน์ (Internet Radio) ได้ด้วย และพิเศษสำหรับ Denon คือ การรับชมภาพถ่ายออนไลน์ผ่าน flickr ได้อีก

    ส่วน USB Input ก็ไว้เชื่อมต่อกับ USB Flash Drive หรือ HDD ซึ่งบรรจุไฟล์เพลงเพื่อมารับฟังร่วมกับ AVR-X4100W สำหรับไฟล์ฟอร์แม็ตที่รองรับ เช่น MP3, WMA, MPEG-4 AAC รวมถึงฟอร์แม็ต Hi-res (up to 24-bit/192kHz) อย่าง WAV, FLAC, AIFF, ALAC และ DSD (2.8MHz; .dsf/.dff)

    ทว่าการแสดงสถานะรายละเอียดชื่อเพลง ศิลปิน อัลบั้ม รวมถึงภาพปก จะมีเฉพาะ MP3 เท่านั้นที่ระบบฯ สามารถแสดงได้ครบถ้วน

    การควบคุมผ่าน Denon Remote App ยังคงดำเนินการทดแทนรีโมตได้ดีเช่นเคย

    กรณีที่รับฟัง Network/USB Content หรือ Internet Radio จะแสดงรายละเอียดบนหน้าจอของ Smart Devices ได้แบบเรียลไทม์ด้วย ทว่าหากต้องการแชร์เพลงจาก Smart Devices ไปฟังกับ AVR โดยสตรีมมิ่งผ่าน Remote app จะยังไม่สามารถทำได้

    Sound – เสียง

    ถึงแม้ว่า AVR-X4100W จะรองรับระบบเสียงรอบทิศทางยุคใหม่ ทั้ง Dolby Atmos และ Auro-3D (ภายหลังอัพเกรด) แต่ปัญหาคือ ลักษณะของลำโพงที่ใช้เสริมเลเยอร์มิติเสียงด้านสูงเกี่ยวเนื่องไปถึงตำแหน่งติดตั้งลำโพงดังกล่าว แตกต่างกัน! ดังนั้นถ้าต้องการประสิทธิภาพสูงสุดจากทั้ง 2 ระบบ จึงจำเป็นต้องแยกลำโพงที่ทำหน้าที่นำเสนอมิติเสียงด้านสูงออกจากกัน

    เดิมทีการติดตั้งลำโพงระบบเสียง Dolby Atmos ทาง Dolby จะแนะนำให้ติดตั้งลำโพงสำหรับมิติเสียงด้านสูง รูปแบบ Top Surround ซึ่งติดตั้งบนฝ้าเหนือศรีษะ หรือ Dolby Atmos Enabled Speakers ซึ่งใช้หลักการสะท้อนเสียงจากฝ้าเพดานลงมา 

    แต่ Auro-3D มีรูปแบบติดตั้งลำโพงที่ต่างออกไป เพราะเป็นการนำเสนอโดยแบ่งเลเยอร์หรือลำดับชั้นของลำโพงรอบทิศทางออกเป็น 3 ระดับ

    ซึ่ง Height Layer จะเน้นใช้งานลำโพง Front Height และ Surround Height ติดตั้งที่ผนังเหนือลำโพง Front และ Surround ของ Lower Layer ส่วน Voice of God channel หรือแชนเนลลำโพงเสริมพิเศษซึ่งตำแหน่งติดตั้งอยู่เหนือศรีษะโดยตรงนั้น จะมีเพียงแชนเนลเดียว วางอยู่กึ่งกลางเหนือจุดรับฟังหลัก

    หากยึดถือข้อกำหนดการติดตั้งลำโพงดังกล่าวอย่างเคร่งครัด
    จึงไม่สามารถใช้งานระบบลำโพง Auro-3D ร่วมกับ Dolby Atmos ได้ 

    แต่ก็พอจะมีทางออกหากต้องการใช้งานทั้ง Dolby Atmos และ Auro-3D โดยใช้ลำโพงชุดเดียวร่วมกัน
    โดยใช้งานรูปแบบลำโพงสำหรับเลเยอร์เสียงด้านสูงแบบ “Front Height” ดังภาพด้านล่าง

    รูปแบบการติดตั้งลำโพงด้านสูง (Height Speakers) หากต้องการใช้งานระบบเสียง Auro-3D
    และ Dolby Atmos ด้วยลำโพงชุดเดียวกันผ่าน AVR-X4100W

    ข้อสังเกตการใช้งานระบบเสียง Dolby Atmos และ Auro-3D ร่วมกับ AVR-X4100W

    – สำหรับ AVR-X4100W ซึ่งติดตั้งภาคขยายจำนวน 7 แชนเนล หากต้องการติดตั้งใช้งานลำโพงชุดเดียวให้รองรับทั้ง Dolby Atmos และ Auro-3D เท่ากับว่าจะมีลำโพงในแนวระนาบ 5 แชนเนล คือ Front-L, Front-R, Center, Surround-L และ Surround-R บวกกับลำโพงเลเยอร์เสียงด้านสูง 2 แชนเนล คือ Front Height-L และ Front Height-R กับแอ็คทีฟซับวูฟเฟอร์อีก 1 หรือ 2 ตัว

    – กรณีที่เพิ่มเติมเพาเวอร์แอมป์ภายนอกอีก 2 แชนเนล โดยเชื่อมต่อสัญญาณผ่าน Pre out ของ AVR-X4100W จะทำให้ได้จำนวนภาคขยายทั้งหมดเป็น 9 แชนเนล เมื่อใช้งานระบบเสียง Auro-3D สามารถใช้งานลำโพง Front Height-L และ Front Height-R ร่วมกับ Surround Height-L และ Surround Height-Rได้ เพื่อความสมบูรณ์ของบรรยากาศด้านสูง

    ทว่า Dolby Atmos ไม่รองรับรูปแบบลำโพง Surround Height อย่างที่ Auro-3D รองรับ ดังนั้นรูปแบบลำโพงข้างต้นเมื่อใช้งานร่วมกับระบบเสียง Dolby Atmos จะเป็นแบบ 5.1.2 (with Front Height only) เท่านั้น

    – หากต้องการใช้งานระบบเสียง Dolby Atmos 5.1.4 ร่วมกับ AVR-X4100W สามารถทำได้เมื่อเพิ่มเพาเวอร์แอมป์ภายนอกอีก 2 แชนเนล (เชื่อมต่อสัญญาณไปยังเพาเวอร์แอมป์ผ่าน Pre out) ทว่าจะต้องดำเนินการติดตั้งร่วมกับระบบลำโพงตามข้อกำหนดของ Dolby เท่านั้น คือ Top Surround (ฝัง/แขวนฝ้า) หรือ Dolby Atmos Enable Speakers ซึ่งลำโพงทั้ง 2 รูปแบบนี้ ไม่สามารถใช้งานร่วมกับระบบ Auro-3D

    การตั้งค่าลำโพงสัมพันธ์กับลักษณะการติดตั้งจริง เป็นเรื่องสำคัญที่ผู้ใช้จะต้องดำเนินการให้ถูกต้องเป็นอันดับแรก!! สำหรับ Denon AVR ให้ดำเนินการผ่านหัวข้อ Setup Menu → Speakers → Amp Assign

    วิดีโอสเกลเลอร์ความละเอียด 4K นั้น Denon ติดตั้งให้กับ AVR เจนก่อนหน้ามาสักระยะหนึ่ง
    การอ้างอิงในส่วนของพารามิเตอร์ที่เกี่ยวข้องกับการอัพสเกลจึงไม่มีการเปลี่ยนแปลงจากเดิม

    ผู้ใช้สามารถเลือกโหมดภาพสำเร็จรูป ไปจนถึงไฟน์จูนปรับแต่งภาพพื้นฐาน และลดทอนจุดบกพร่องของสัญญาณวิดีโอความละเอียดต่ำด้วยพารามิเตอร์ Noise Reduction และ Enhancer (ผลลัพธ์คล้าย Sharpness) ได้ แต่จะยังไม่สามารถดำเนินการในจุดที่ซับซ้อนอย่างการชดเชยอุณหภูมิสี (Color Temp)


    จุดที่อัพเกรดขึ้นของภาควิดีโอจาก Denon AVR รุ่นก่อนๆ จะเป็นเรื่องของ 4K/UHD 60Hz Pass-through ที่รองรับเต็มรูปแบบถึงมาตรฐาน Pure Color 4:4:4 รายละเอียดสีสันของภาพจะไม่ถูกบีบอัดลดทอน ทว่าน่าเสียดายที่ยังขาดในเรื่องของการรองรับ HDCP 2.2 ครับ

    อย่างไรก็ดีทั้งมาตรฐาน 4K/UHD 60Hz 4:4:4 และ HDCP 2.2 ต่างก็เป็นมาตรฐานอนาคตที่ยังต้องใช้เวลาอีกสักพักจึงจะเริ่มเห็นความชัดเจน ใช่ว่าจะได้ใช้งานจริงจังกันในเร็ววันนี้

    แม้ว่าช่วงเวลาทดสอบ AVR-X4100W จะพร้อมรองรับระบบเสียง Auro-3D แล้ว แต่เนื่องจากเครื่องทดสอบยังไม่ได้ผ่านการอัพเกรด (ซึ่งมีค่าใช้จ่ายอยู่ที่ 149€) การทดสอบนี้จะอ้างถึงเฉพาะการใช้งานระบบเสียง Dolby Atmos เท่านั้น โดยจะอ้างอิงการใช้งานแบบ 5.1.2 เท่ากับจำนวนภาคขยายของ AVR-X4100W

    ส่วนท่านใดที่เป็นเจ้าของ AVR-X4100W แล้วต้องการทดสอบระบบเสียง Auro-3D ปัจจุบันมีแผ่นบลูเรย์เดโม คือ Auro-3D 2014 Demonstration Disc ให้ทดลองเสียงกันก่อนได้ครับ ส่วนภาพยนตร์หรือคอนเทนต์รูปแบบอื่นๆ น่าจะทยอยตามออกมา สามารถติดตามรายชื่อแผ่นบลูเรย์ระบบเสียง Auro-3D ได้ >>ที่นี่<<

    เมื่อกดปุ่ม Sound Mode ที่รีโมต ซึ่งแยกเป็นหมวด Movie Music Game และ Pure
    จะเป็นการเรียก Sound Mode Menu ขึ้นมาดังภาพ

    หมายเหตุ:
    – เมื่อทำการอัพเกรด Auro-3D แล้ว Sound Mode จะมีตัวเลือก Auro-3D เพิ่มมาด้วย
    – การรับฟังระบบเสียง Dolby Digital, Dolby TrueHD, Dolby Atmos เพื่อให้ได้ระดับไดนามิกเสียงเต็มที่ แนะนำให้ Off หัวข้อ Loudness Management ในเมนู Surround Parameter

    หากกดปุ่ม INFO ที่รีโมต จะเป็นการเรียกดูสถานะการถอดรหัสเสียงของ Denon AVR
    ทั้งระบบเสียงต้นฉบับ, ลำโพงที่ใช้งาน, Audyssey Mode ที่ใช้งาน, สถานะ Eco Mode ฯลฯ

    AVR-X4100W มาพร้อมระบบ Auto Calibration ทรงประสิทธิภาพ Audyssey MultEQ XT32 ซึ่งทั้งความยืดหยุ่นและผลลัพธ์การใช้งานอันเกี่ยวเนื่องถึงคุณภาพเสียงที่เที่ยงตรง นับว่าโดดเด่น

    การช่วยเหลือด้านการตั้งค่าระบบลำโพง อันเป็นพื้นฐานของระบบ Speaker Auto Calibration อย่างระยะลำโพง ระดับเสียง และ Bass Management ทำได้ดีดังคาด แต่จุดที่ใชยืนยันถึงศักยภาพของระบบฯ ได้เป็นอย่างดี คือ ระบบปรับชดเชยดุลเสียงจากสภาพแวดล้อม (Room EQ) ในกรณีที่ห้องไม่สามารถดำเนินการปรับจูนอะคูสติกโดยสมบูรณ์ สำหรับลำโพงหลัก (ลำโพงคู่หน้า เซ็นเตอร์ และเซอร์ราวด์ต่างๆ) สามารถเลือกระดับการชดเชยได้หลายแบบผลลัพธ์ต่างกัน แต่ให้ความเที่ยงตรงได้ดีทั้งคู่ การเลือกใช้ขึ้นอยู่กับซิสเต็มและสภาพแวดล้อม

    In room Frequency Response (1/6 Octave smoothing)
    No Calibration vs Audyssey Reference vs Audyssey Flat (Dynamic EQ – Off)
    AVR-X4100W + Front Left Speaker @ Listening Position (Far-field)

    Flat Mode จะให้ผลลัพธ์ดุลเสียงในเชิงอุดุมคติแบบ Linearity อย่างไรก็ดีการชดเชยย่านความถี่สูงช่วงปลายอาจจะทำให้เสียงติดรุกเร้าไปบ้างในบางซิสเต็ม โดยทั่วไปจะเหมาะกับปริมาตรห้องฟังที่ไม่ใหญ่ ลำโพงอยู่ใกล้จุดนั่งฟัง (Nearfield Listening) ไม่ต้องเร่งระดับวอลลุ่มสูง ส่วน Reference Mode จะให้สมดุลเสียงที่พอเหมาะกับซิสเต็มทั่วไป โดยเฉพาะกับการใช้งานในพื้นที่ห้องฟังขนาดใหญ่ ลักษณะการ roll-off ย่านความถี่สูงลงเล็กน้อย จะคล้ายๆ เทคนิคการชดเชย X-curve ที่ใช้ในโรงภาพยนตร์

    อ้างอิงจากซิสเต็มทดสอบพบว่า ระบบฯ สามารถลดทอนย่านความถี่ที่โด่งล้ำ และเติมเต็มให้น้ำหนักบางช่วงที่ขาดเพื่อให้เกิดความสมดุลได้ดี

    In room Frequency Response (1/6 Octave smoothing)
    No Calibration vs Audyssey Reference (Dynamic EQ – Off)
    AVR-X4100W + Subwoofer @ Listening Position (Far-field)

    ความพิเศษของ Audyssey MultEQ XT32 อีกประการ คือ การชดเชยแก้ไขดุลเสียงของซับวูฟเฟอร์ด้วย Sub EQ HT ซึ่งให้ผลลัพธ์น่าประทับใจมาก จากการทดสอบพบว่าสามารถแก้ไขปัญหาดุลเสียงของซับวูฟเฟอร์จากผลกระทบของ Room Mode ได้ ผลการตอบสนองความถี่ตั้งแต่ช่วงราว 30~125Hz จะราบเรียบกว่าอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งผลของ Audyssey Mode สำหรับซับวูฟเฟอร์ ทั้ง Reference และ Flat ให้ผลลัพธ์ที่ไม่แตกต่างกัน

    กรณีที่ติดตั้งซับวูฟเฟอร์ตัวที่ 2 ใช้งานร่วมกันแบบ Dual Subwoofer ระบบของ Sub EQ HT จะทำการไฟน์จูนเสียงของซับวูฟเฟอร์แยกอิสระเพื่อให้ได้ความกลมกลืนมากที่สุดด้วยครับ อย่างไรก็ดีพบว่ายังคงต้องทำการตรวจสอบเฟสของซับวูฟเฟอร์เพื่อความแน่ใจอีกครั้ง เพราะระบบอาจมิได้ชดเชยแก้ไขในจุดนี้

    2ch Playback Speaker Settings หรือการปรับแต่งระบบลำโพงสำหรับการฟังเพลง 2/2.1 แชนเนล
    ซึ่งแยกอิสระออกจากการตั้งค่าลำโพงเมื่อรับชมภาพยนตร์ได้

    Conclusion – สรุป

    • รูปลักษณ์เรียบง่าย การออกแบบฝาบานพับบนแผงหน้าเมื่อเปิดออกมีการซ่อนเก็บบางส่วน ไม่ยื่นยาวออกมาดูเทอะทะ
    • 4K/60Hz Video Pass-through รองรับมาตรฐานสูงสุด 4:4:4 Pure Color และยังมี 4K Video Scaler มาด้วย พร้อม Overlay GUI สวยงาม ทว่ายังไม่มีในส่วนของ HDCP 2.2
    • AVR รุ่นแรกของ Denon ที่รองรับระบบเสียงยุคใหม่ทั้ง Dolby Atmos และ Auro-3D ทว่าการอัพเกรดจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมอยู่ที่ 149€, คุณภาพเสียงโดดเด่น รายละเอียดดี, Audyssey MultEQ XT32 ยังให้ความยืดหยุ่นและความเที่ยงตรงสูงเช่นเคย ระบบ Sub EQ HT จะแยกปรับซับวูฟเฟอร์ 2 ตัวได้อิสระ
    • ลูกเล่นการใช้งานครอบคลุมเท่าทันยุคสมัย รองรับไฟล์ WAV/FLAC ที่ 192kHz/24-bit รวมถึง DSD (.dsf/.dff)พร้อม Internet Radio และ Network Features ครบครัน ไม่ละทิ้งฟีเจอร์ AirPlay รวมถึงการเชื่อมต่อ iDevices แบบ Digital Direct ทาง USB, GUI มีสีสันสวยงาม น่าใช้
    • มี HDMI Input ถึง 7 ช่อง บวก 1 ช่อง ด้านหน้า (แต่ยังไม่รองรับ MHL) และ HDMI Output ถึง 3 ช่อง รองรับ HDMI Zone 2, มี Wi-Fi & Bluetooth Built-in, ช่องต่อรับสัญญาณหลากหลายทั้งอะนาล็อกและดิจิทัล, จัดวางขั้วลำโพงให้เชื่อมต่อง่าย
    • หากมองถึงอนาคต AVR รุ่นนี้พร้อมสำหรับระบบเสียงยุคใหม่ถึง 2 มาตรฐาน เช่นเดียวกับระบบภาพแบบเต็มสตรีมด้วย 4K/60Hz 4:4:4 Pass-through จึงเป็นการจัดเต็มในงบประมาณที่มิได้สูงเลย

    by ชานม !
    2015-03

    ราคา Denon AVR-X4100W
    55,900 บาท

    Sample Image Gallery

    SPRING SUMMER LOOKBOOK

    Sample Block Quote

    Praesent vestibulum congue tellus at fringilla. Curabitur vitae semper sem, eu convallis est. Cras felis nunc commodo eu convallis vitae interdum non nisl. Maecenas ac est sit amet augue pharetra convallis.

    Sample Paragraph Text

    Praesent vestibulum congue tellus at fringilla. Curabitur vitae semper sem, eu convallis est. Cras felis nunc commodo eu convallis vitae interdum non nisl. Maecenas ac est sit amet augue pharetra convallis nec danos dui. Cras suscipit quam et turpis eleifend vitae malesuada magna congue. Damus id ullamcorper neque. Sed vitae mi a mi pretium aliquet ac sed elitos. Pellentesque nulla eros accumsan quis justo at tincidunt lobortis deli denimes, suspendisse vestibulum lectus in lectus volutpate.
    Prev post
    Next post

    Leave a comment

    All blog comments are checked prior to publishing

    Thanks for subscribing!

    This email has been registered!

    Shop the look

    Choose options

    Have Questions?
    Back In Stock Notification
    is added to your shopping cart.

    Choose options

    this is just a warning

    รีเซ็ตรหัสผ่าน

    กรุณากรอกอีเมลที่คุณเคยลงทะเบียนไว้