Skip to content
|

ซับวูฟเฟอร์ระดับอ้างอิงจากผู้ผลิตสัญชาติอเมริกัน !!! รีวิว Klipsch R-110SW Reference Series Subwoofer

by EDITOR LCDTVTHAILAND โพสต์เมื่อ: 19 Jan 2022 0 comments

Active Subwoofer

Klipsch R-110SW

ซับวูฟเฟอร์ระดับอ้างอิง
จากผู้ผลิตสัญชาติอเมริกัน !!!

หากกล่าวถึงระบบโฮมเธียเตอร์ อุปกรณ์ชิ้นหนึ่งที่สำคัญ เพราะเกี่ยวเนื่องถึงอรรถรสการรับชมภาพยนตร์โดยตรง คือ ลำโพงซับวูฟเฟอร์ อันด้วยหน้าที่หลักเพื่อถ่ายทอดเสียงย่านต่ำลึก อันเป็นย่านเสียงที่ให้ความสนุกระทึกใจอย่างมาก มาพิสูจน์กันว่าลำโพงซับวูฟเฟอร์จาก Klipsch ผู้ผลิตสัญชาติอเมริกันแท้ๆ ที่คร่ำหวอดในวงการระบบเสียงในโรงภาพยนตร์มาช้านาน จะสร้างแรงสั่นสะเทือนให้กับซิสเต็มโฮมเธียเตอร์ของเราๆ ท่านๆ เพียงใด…

R-110SW คือ หนึ่งในลำโพงซับวูฟเฟอร์รุ่นใหม่ จาก “ซีรี่ส์อ้างอิง” หรือ Reference Series ซึ่งนอกจากรุ่นนี้แล้ว ยังมีรุ่นพี่ร่วมซีรี่ส์ขนาดใหญ่กว่าอีก 2 รุ่น คือ R-112SW และ R-115SW

หากกล่าวถึงด้านการใช้งานนั้น ทาง Klipsch ออกแบบรุ่นนี้มาให้ใช้งานร่วมกับ Reference Premiere Speaker Series ซึ่งเป็นซีรี่ส์ลำโพงใหม่ล่าสุดที่เพิ่งเปิดตัวไปไม่นาน

Design – การออกแบบ

เมื่อพิจารณารูปลักษณ์ภายนอก จะพบกับเอกลักษณ์อันโดดเด่นไม่เหมือนใครของ Klipsch คือ ไดรเวอร์สีทองแดง ติดตั้งแบบ “ยิงหน้า” ซึ่งผลิตขึ้นจากการผสมผสานวัสดุที่เรียกว่า Spun-copper Ceramatalic woofer โดยรุ่น R-110SW มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางตัวขับเสียง 10 นิ้ว

เหตุผลที่ทาง Klipsch นำวัสดุ 2 ชนิด อย่างเซรามิกและโลหะมาทำตัวขับเสียง ก็ด้วยจุดเด่นที่จะส่งเสริมในแง่ความแกร่ง อันมีส่วนช่วยลดปัญหาความเพี้ยนที่เกิดจากตัววูฟเฟอร์เสียรูป (breakup)

ความพิเศษอีกจุดของลำโพงซับวูฟเฟอร์ Reference Series นี้ คือ จะไม่เห็นหัวน็อตที่ยึดไดรเวอร์กับแผงหน้าตัวตู้แบบที่เห็นในลำโพงทั่วไป ซึ่งเป็นเทคนิคเดียวกับที่ Klipsch ใช้ในซีรี่ส์ลำโพง Reference Premiere ด้วยเช่นกัน ข้อดีคือดูสวยงาม การเก็บงานจะดูลงตัว เรียบร้อยกว่าปกติมาก

ส่วนประกอบอีกประการที่ส่งผลถึงประสิทธิภาพการทำงานของซับวูฟเฟอร์ คือ วงจรภาคขยาย โดยในรุ่น R-110SW ติดตั้งภาคขยายดิจิทัลกำลังขับ 200 วัตต์ (450 วัตต์พีค) ซึ่งให้ประสิทธิภาพสูงกว่าภาคขยายแบบอะนาล็อกในอดีต

ตัวตู้ประกอบขึ้นจาก MDF พร้อมเสริมความแกร่งตามจุดต่างๆ และทำการไฟน์จูนการตอบสนองความถี่ต่ำลึกด้วยช่องเปิดแบบ Slot port โดยเป็นช่องสี่เหลี่ยมยาวไม่ได้เป็นท่อแบบลำโพงทั่วไป ก่อนปิดผิวภายนอกด้วยวีเนียร์โพลิเมอร์ลวดลายปัดเสี้ยน ดูสวยงามและทนทานกว่าผิวตัวตู้ที่เป็นไวนีล

สุดท้ายบริเวณส่วนล่างตัวตู้ มีฐานไม้รองรับอีกชั้นโดยติดตั้งมาให้พร้อมจากโรงงาน ถึงแม้ R-110SW จะไม่ได้มีเดือยแหลมเพื่อลดทอนแรงสั่นสะเทือนแบบที่เห็นในลำโพงปกติหรือลำโพงซับวูฟเฟอร์บางรุ่น แต่โครงสร้างฐานก็ถูกออกแบบให้ควบรวมหน้าที่นี้ไปด้วย อย่างไรก็ดีพื้นที่ติดตั้ง R-110SW ควรมั่นคงและได้ระดับ ไม่เป็นหลุม เป็นบ่อ เพื่อเสถียรภาพที่ดี

สำหรับท่านที่อยากสวมหน้ากากผ้า เพื่อปิดบังป้องกันตัวขับเสียงของซับวูฟเฟอร์ ทาง Klipsch จะให้หน้ากากผ้ามาด้วย ทว่าแยกชิ้นส่วนแพ็คมาต่างหากภายในกล่อง ไม่ได้ติดตั้งมากับตัวตู้ลำโพงครับ

เมื่อสวมหน้ากากผ้าให้กับ R-110SW แล้ว หน้าตาออกมาดูเคร่งขรึมเช่นนี้แล

ถัดมาดูด้านหลัง ซึ่งเป็นตำแหน่งติดตั้งปุ่มปรับเซ็ต และจุดเชื่อมต่อสายสัญญาณ
มีอะไรบ้าง เชิญทัศนา…

Connectivity – ช่องต่อ

ไล่จากข้างบนลงมา ทางซ้ายมือจะเป็นสวิทช์เพาเวอร์ สามารถกำหนดได้ 3 ตำแหน่ง คือ On, Auto, และ Standby โดยปกติตั้งไว้ที่ Auto เมื่อมีสัญญาณเสียงเข้ามาที่ซับวูฟเฟอร์ ระบบฯ จะเปิดทำงานให้เอง และเมื่อไม่มีสัญญาณเข้ามาสักพักก็จะเข้าสู่โหมด Standbyโดยอัตโนมัติ สะดวกดีมาก

ถัดมาเป็นสวิตช์ปรับเฟส แบบ 2 ตำแหน่ง 0 และ 180 องศา, ปุ่มปรับหมุนสำหรับตั้งจุดตัดความถี่ครอสโอเวอร์ (Low-pass) และปุ่มปรับระดับวอลลุ่ม (Gain) รายละเอียดสวิตช์และปุ่มปรับเหล่านี้ จะกล่าวถึงอีกครั้งที่หัวข้อ Setup การติดตั้ง

สำหรับจุดเชื่อมต่อสัญญาณ R-110SW จะมีเพียงแค่ Line In หรือ Low-level Input เท่านั้น โดยใช้วิธีเชื่อมต่อสัญญาณผ่านสาย RCA ยังไม่มี High-level Input ที่ใช้วิธีเชื่อมต่อสัญญาณผ่านสายลำโพงโดยจะเหมาะกับซิสเต็มฟังเพลงที่ไม่มีช่อง Pre Out หรือ Sub Out แต่สำหรับการใช้งานร่วมกับซิสเต็มโฮมเธียเตอร์ ช่องต่อแบบ High-level Input ไม่มีความจำเป็นแต่อย่างใดครับ แค่ Low-level Input อย่างเดียวก็เพียงพอ การติดตั้งเชื่อมต่อสัญญาณ ดูเพิ่มเติมที่หัวข้อ Setup การติดตั้ง

ส่วนช่องต่อแปลกๆ ที่เห็นอยู่ข้างล่าง Line In คือ WA-2 Port สำหรับติดตั้งใช้งานร่วมกับตัวรับสัญญาณแบบไร้สายนั่นเอง แต่เป็นอุปกรณ์เสริมที่ต้องซื้อเพิ่มนะครับ ซึ่งมาตรฐาน WA-2 Port นี้ นอกจาก Klipsch แล้ว จะมีใช้งานกับแบรนด์ Energy, Mirage และ Jamo ด้วยครับ

ตำแหน่งล่างสุด เป็นจุดเชื่อมต่อสายไฟเอซี มาตรฐาน IEC สามารถถอดเปลี่ยนสายไฟได้

Setup – การติดตั้ง

ดังที่เรียนไปว่า Klipsch R-110SW มีอินพุตรับสัญญาณเสียงแบบ Low-level Input เพียงอย่างเดียว การเชื่อมต่อจึงเป็นการใช้งานร่วมกับสายสัญญาณ Unbalanced RCA ซึ่งถ้าเป็นซิสเต็มไฮไฟ ที่เชื่อมต่อใช้งานซับวูฟเฟอร์ร่วมกับอินทิเกรตแอมป์ หรือ ปรีแอมป์ จะแตกต่างกับซิสเต็มโฮมเธียเตอร์ ที่เชื่อมต่อใช้งานซับวูฟเฟอร์ร่วมกับ AVR หรือ Pre Processor

A. การเชื่อมต่อใช้งานซับวูฟเฟอร์ R-110SW กับซิสเต็มไฮไฟ

– การใช้งานร่วมกับปรีแอมป์หรืออินทิเกรตแอมป์ของซิสเต็มไฮไฟนั้น ต้องการช่องสัญญาณ Pre Out สำหรับเชื่อมต่อกับลำโพงซับวูฟเฟอร์ หากอินทิเกรตแอมป์ใดไม่มีช่องสัญญาณ Pre Out จะไม่สามารถใช้งานร่วมกับ R-110SW ได้

– จากนั้นใช้สายสัญญาณ RCA 1 ชุด (2 เส้น) เชื่อมต่อมาที่ช่อง Line In ของซับวูฟเฟอร์

– ทำการปรับตั้ง Gain, Low-pass Crossover, และ Phase ของซับวูฟเฟอร์ ให้สัมพันธ์กับลำโพงหลัก ซึ่งทั้ง 3 ปุ่มนี้ ไม่มีตัวเลขอ้างอิงตายตัว เป้าหมายการปรับตั้ง คือ เป็นตัวช่วยให้เสียงของซับวูฟเฟอร์ผสานกลมกลืนเข้ากับลำโพงหลักตามสภาพแวดล้อมนั้นๆ เพื่อเสียงที่มีความต่อเนื่องเป็นธรรมชาติ

B. การเชื่อมต่อใช้งานซับวูฟเฟอร์ R-110SW กับซิสเต็มโฮมเธียเตอร์

– การใช้งานร่วมกับ AVR หรือ Pre Processor สามารถเชื่อมต่อสัญญาณจากช่อง Subwoofer Out โดยใช้สายสัญญาณซับวูฟเฟอร์แบบ RCA 1 เส้น ไปยังช่อง Line In (L/LFE) ของซับวูฟเฟอร์

– ในเบื้องต้นสามารถปรับตั้ง Gain ไว้ที่ตำแหน่งราว 9 ~ 12 นาฬิกา ส่วน Low-pass Crossover ให้ปรับตั้งไปที่ตำแหน่ง “LFE” (หมุนตามเข็มนาฬิกาไปจนสุด) เพื่อเป็นการบายพาสวงจรครอสโอเวอร์ภายในลำโพงซับวูฟเฟอร์ และสุดท้าย คือ Phase ตั้งไว้ที่ 0 องศา ที่ให้ดำเนินการเช่นนี้เนื่องจากหน้าที่ตัดความถี่ครอสโอเวอร์และชดเชยเฟสนั้น ระบบ Bass Management ภายใน AVR/Pre Processor จะมีศักยภาพสูงกว่าทั้งในแง่ความยืดหยุ่น และความเที่ยงตรง

– สำหรับ AVR/Pre Processor รุ่นปัจจุบันที่มาพร้อมกับระบบ Speaker Auto Calibration (Audyssey, AccuEQ, ARC, MCACC, YPAO) สามารถดำเนินการได้เลย ระบบฯ จะทำการปรับตั้ง Level, Low-pass Crossover, และ Phase ของซับวูฟเฟอร์ให้เอง หากขั้นตอนดำเนินการถูกต้อง และระบบฯ มีความเที่ยงตรงพอ สามารถใช้อ้างอิงได้เลย กรณีที่พบว่ายังมีจุดที่ไม่ลงตัว สามารถไฟน์จูนพารามิเตอร์ Bass Management หรือที่ซับวูฟเฟอร์เพิ่มเติมตามความเหมาะสม

หมายเหตุ: แนะนำให้ทำการเบิร์นอินลำโพงซับวูฟเฟอร์จนคุณภาพเสียงนิ่งเสียก่อน เพราะในช่วงก่อนพ้นเบิร์นอิน เสียงของซับวูฟเฟอร์ที่ยังไม่นิ่งจะสร้างความรู้สึกแปลกแยก อันจะส่งผลกระทบต่อการอ้างอิงปรับตั้งเสียงของซับวูฟเฟอร์

Sound – เสียง

การทดสอบคุณภาพเสียงที่จะกล่าวถึงต่อไป ทั้งระบบเสียงสเตริโอ (2.1) และมัลติแชนเนล (5.1/5.1.4) เป็นการใช้งานร่วมกับ AVR โดยเชื่อมต่อสัญญาณจาก Subwoofer Pre Out มายังลำโพงซับวูฟเฟอร์ R-110SW ซึ่งสัญญาณเสียงได้รับการตัดความถี่จากระบบ Bass Management ภายใน AVR เช่นเดียวกับกรชดเชยเรื่องของเฟส ที่ทำได้ละเอียดกว่าการปรับตั้งผ่านสวิทช์เฟสด้านหลังลำโพงซับวูฟเฟอร์ ที่ปรับได้เพียง 2 ตำแหน่ง (0 และ 180 องศา)

จากรูปแบบการติดตั้งใช้งานดังกล่าว ระดับวอลลุ่ม (Gain) ที่ R-110SW ปรับตั้งไว้ที่ตำแหน่ง 9 นาฬิกา (เมื่อใช้งานร่วมกับ Onkyo TX-NR3030) ก็สามารถเติมเต็มเสียงในห้องทดสอบขนาดพื้นที่ราว 20 ตร.ม. ได้สบายๆ เมื่อบวกกับขนาดตัวตู้ที่ไม่ได้ใหญ่เทอะทะ การหาตำแหน่งจัดวางจึงดำเนินการได้ไม่ลำบาก

ในการจับคู่กับลำโพงหลักนั้น พบว่า R-110SW ด้วยดุลเสียงที่เที่ยงตรงกว่า และ High-pass Filter ไม่ถึงกับต่ำเกินไปนักที่ 125Hz (-3dB) จึงสามารถจับคู่กับลำโพงหลักได้ยืดหยุ่นหลากหลายขนาดมากกว่า ไม่ว่าลำโพงวางหิ้งขนาดเล็ก หรือลำโพงแซทเทลไลท์ที่ขนาดใหญ่สักหน่อย สามารถใช้งานร่วมกับ R-110SW ได้ ซึ่งจะให้ความต่อเนื่องของย่านเบสต้นไล่ลงไปถึงเบสลึกได้ลงตัวไม่ยาก เมื่อเปรียบเทียบกับซับวูฟเฟอร์รุ่นต่ำกว่าอย่าง SW-350, SW-450 ที่จะเน้นชดเชยปริมาณดุลเสียงย่านเบสลึกมากกว่า หากจะให้ความกลมกลืนต่อเนื่องของย่านการตอบสนองความถี่ควบรวมไปถึงเบสต้นได้นั้น การใช้งานร่วมกับลำโพงขนาดใหญ่ที่มีอัตราตอบสนองความถี่ย่านต่ำพอสมควร จะดำเนินการแม็ตชิ่งได้ง่ายกว่า

อย่างไรก็ดีหากจะนำ R-110SW ไปจับคู่ใช้งานกับลำโพงแซทเทลไลท์ขนาดเล็กเกินไป ที่อัตราตอบสนองความถี่ย่านต่ำจำกัดมากคงไม่เหมาะ

ท่านที่ได้ลองหลายๆ คอนเทนต์ที่บันทึกระบบเสียง Dolby Atmos คงเป็นที่ประจักษ์ถึงศักยภาพการบันทึกเสียงย่านต่ำลึก ที่ทั้งลึก หนักแน่น และกระแทกกระทั้นกว่าที่เคย การทดสอบกับ Dolby Atmos Amaze Trailer ในแผ่นบลูเรย์ Dolby Atmos Demonstration Disc เสียงเอฟเฟ็กต์ความถี่ต่ำลึกที่หนักหน่วง หากซับวูฟเฟอร์ไม่ไหวก็จะออกอาการ “สำลัก” ให้ได้ยิน ทว่า R-110SW ตอบสนองในจุดนี้ได้อย่างสมบูรณ์ ผมทดลองเร่ง Master Volume ขึ้นสูงเกินกว่าระดับรับฟังปกติไปเล็กน้อย ก็ไม่มีทีท่าว่าจะไม่ไหวแต่อย่างใด

เช่นเดียวกับ Dolby Atmos อีกหนึ่งไตเติล คือ Transformers Age of Extinction โดยเฉพาะเสียงจากแชปเตอร์แรก R-110SW ยังคงความดุดันทั้งเบสลึกที่ให้ได้อย่างพอเพียง อาจจะลงได้ลึกกว่าลำโพงแอ็คทีฟซับวูฟเฟอร์ขนาดไดรเวอร์ 12 นิ้ว บางตัวด้วยซ้ำ

ทดสอบฟังกับดนตรีแบบ 2.1 ดูบ้าง จากเจ้าพ่อเพลงประกอบภาพยนตร์ Thomas Bergersen กับอัลบั้ม Sun โดยแทร็คหนึ่งในนั้น คือ Final Frontier ถูกนำมาใช้เป็นเพลงประกอบตัวอย่างภาพยนตร์ Interstellar พบว่า ย่านต่ำที่ได้จากการส่งเสริมโดย R-110SW สร้างความยิ่งใหญ่อลังการจากการบรรเลงโดยวงออร์เคสตร้าขึ้นได้อย่างน่าประทับใจ มวลเสียงมีความหนาแน่น การโฟกัสรายละเอียดเสียงย่านต่ำอยู่ในเกณฑ์ดี ต้องยกให้ตัวขับเสียงแบบ Spun-copper Ceramatalic woofer ที่ทำงานได้ฉับไว และระดับความเพี้ยนที่ต่ำ แน่นอนว่าในจุดนี้ R-110SW สามารถตอบสนองได้ดีกว่า ซับวูฟเฟอร์หลายๆ ตัว

แล้วถ้าเป็นเพลงแนวอื่นที่มิใช่คลาสิกล่ะ? โดยดุลเสียงของ R-110SW ที่บาลานซ์เบสลึก กับเบสต้นมากำลังดี แม้น้ำหนักเบสลึกจะมากกว่านิดๆ ก็ถือว่าเป็นข้อดีเพราะช่วยให้ดนตรีบางแนว อาทิ คลาสิก ดูยิ่งใหญ่ขึ้น ในส่วนของเบสต้นที่ค่อนข้างสมดุล กับเพลงแนวพ็อพ หรือแจ๊ซ ก็ยังให้ความคึกคัก ฉับไวได้ดี แม้แรงปะทะย่านต่ำลึกจะให้ความรู้สึกรุกเร้าอยู่บ้างกับแนวเพลงผ่อนคลาย แต่โดยรวมไม่ได้สร้างปัญหาครับ

Conclusion – สรุป

ลำโพงซับวูฟเฟอร์ซีรี่ส์ “ระดับอ้างอิง” ของ Klipsch ที่ให้ทั้งความดุดัน เสียงเบสที่ลึก และกระชับ เติมเต็มอรรถรสการรับชมภาพยนตร์ได้เป็นอย่างดี

หมายเหตุประกอบการให้คะแนน
– โครงสร้างดูแน่นหนา โดดเด่นด้วย Spun-copper Ceramatalic woofer สีทองแดงอันเป็นเอกลักษณ์ของ Klipsch, ผิวตัวตู้วีเนียร์โพลิเมอร์ลวดลายปัดเสี้ยน ดูสวยงามและทนทานกว่าไวนีล

– เสียงดุดัน หนักแน่น กระแทกกระทั้น สมใจอยาก Bass lover โดยเฉพาะผู้ที่ชอบชมภาพยนตร์แอ็คชั่น และยังให้ความฉับไวเมื่อรับฟังดนตรีแนวคึกคัก 

– แม้ว่าไม่มีลูกเล่นหวือหวาซับซ้อนอย่างระบบควบคุมแบบดิจิทัล หรือ Auto EQ แต่ในส่วนของปุ่มปรับเซ็ตพื้นฐานเพื่อใช้ปรับตั้งเสียงของลำโพงซับวูฟเฟอร์ให้ได้ความกลมกลืนนับว่าครบครัน

– มีเพียง Line Input รองรับสัญญาณแบบ Low-level เท่านั้น ยังไม่มี High-level Input แต่การใช้งานปกติทั่วไป โดยเฉพาะซิสเต็มโฮมเธียเตอร์จะใช้งานรูปแบบ Low-level เป็นหลักอยู่แล้ว จุดที่พิเศษคือมี WA-2 Port รองรับการเชื่อมต่อสัญญาณแบบไร้สาย (เป็นอ็อพชั่นเสริม) 

– ลำโพงแอ็คทีฟซับวูฟเฟอร์ที่ให้ความลงตัวในแง่การถ่ายทอดความถี่ต่ำลึกอันหนักแน่น ดุดัน เสียงครอบคลุมพื้นที่ห้อง ภายใต้ตัวตู้ที่ไม่ใหญ่เทอะทะจนเกินไป

by ชานม !
2015-01

ราคา Klipsch R-110SW
32,900 โปรโมชั่น 23,900

Sample Image Gallery

SPRING SUMMER LOOKBOOK

Sample Block Quote

Praesent vestibulum congue tellus at fringilla. Curabitur vitae semper sem, eu convallis est. Cras felis nunc commodo eu convallis vitae interdum non nisl. Maecenas ac est sit amet augue pharetra convallis.

Sample Paragraph Text

Praesent vestibulum congue tellus at fringilla. Curabitur vitae semper sem, eu convallis est. Cras felis nunc commodo eu convallis vitae interdum non nisl. Maecenas ac est sit amet augue pharetra convallis nec danos dui. Cras suscipit quam et turpis eleifend vitae malesuada magna congue. Damus id ullamcorper neque. Sed vitae mi a mi pretium aliquet ac sed elitos. Pellentesque nulla eros accumsan quis justo at tincidunt lobortis deli denimes, suspendisse vestibulum lectus in lectus volutpate.
Prev post
Next post

Leave a comment

All blog comments are checked prior to publishing

Thanks for subscribing!

This email has been registered!

Shop the look

Choose options

Have Questions?
Back In Stock Notification
is added to your shopping cart.

Choose options

this is just a warning

รีเซ็ตรหัสผ่าน

กรุณากรอกอีเมลที่คุณเคยลงทะเบียนไว้