ตัวท็อปรุ่นใหม่ !!! รีวิว LG 65UF950T Super UHD TV มีดีเรื่องสีสัน

LG อีกหนึ่งแบรนด์ขวัญใจชาวไทย ได้ฤกษ์เปิดตัวทีวีรุ่นใหม่ปี 2015 เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา โดยทิศทางหลักยังมุ่งเน้นเปิดตลาด 4K UHD TV ให้ครอบคลุมขึ้น ทั้งรุ่นเริ่มต้นราคาประหยัด ไปจนถึงรุ่นท็อปที่จัดเต็มทุกฟีเจอร์ รุ่นที่ผมได้มารีวิวคือ 65UF950T (Series 9) เป็น 4K UHD LED TV รุ่นท็อปที่สุดของ LG ในปีนี้ ที่สำคัญมันไม่ใช่ UHD TV ธรรมดาๆทั่วไป แต่ว่าเป็น “Super UHD TV” หรือ อีกขั้นที่เหนือกว่า UHD TV ด้วยการผนวกเทคโนโลยี Color Prime หรือภาษากลางเรียกว่า Quantum Dot เข้ามาที่ช่วยยกระดับการแสดงเฉดสีให้สดอิ่มยิ่งขึ้น มาดูสเป็คเจ้าตัวท็อปตัวนี้กันก่อนเลย

LG 65UF950T (65″) เป็น Super UHD TV รุ่นใหม่ตัวท็อปปี 2015
ราคาเปิดตัว 179,990 บาท
LG 65UF950T (65″ LED)
ภาพ
– ColorPrime เทคโนโลยีการเพิ่มเฉดสี
– ULTRA Luminance ปรับค่าความสว่างและอัตราคอนทราสต์อัตโนมัติ
– IPS 4K แสดงสีสันและคอนทราสต์ได้สม่ำเสมอไม่ว่ารับชมจากองศาใด
– Prime Mastering Engine ยกระดับคุณภาพภาพให้ดีเยี่ยม
– TruMotion 200Hz ภาพเคลื่อนไหวลื่นไหลไม่มีสะดุด
– 4K HEVC Decoder ถอดรหัสสัญญาณภาพ 4K สมบูรณ์แบบ
ดีไซน์
– ULTRA Slim จอภาพบางเฉียบ (ทีวีขนาด 65 นิ้ว บางเพียง 7.9 ม.ล. และ ทีวีขนาด 55 นิ้ว บางเพียง 8.5 ม.ล.)
– ขาตั้งแบบ Auditorium Stand
– ขอบจอบางแบบ CINEMA SCREEN
สมาร์ท ทีวี
– webOS2.0
– Launcher เข้าถึงคอนเทนต์โปรดแบบทันใจ
– Smart Share แชร์ภาพถ่าย วิดีโอ เพลง บนหน้าจอได้สะดวก
– Magic Remote (4 โหมด)
– Time Machine ย้อนเวลาดูรายการที่พลาดชม (ขึ้นอยู่กับประเทศที่จำหน่าย)
เสียง
– ลำโพง 4.2 ทิศทาง กำลังขับ 60W
– ระบบเสียงออกแบบโดย harman/kardon
– ระบบเสียงรอบทิศทาง ULTRA Surround
– โหมดปรับเสียงอัตโนมัติ Smart Sound
– Wireless Sound Sync สามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์อื่นๆ แบบไร้สายผ่านสัญญาณบลูทูธ
– Sound Station ฟังเพลงได้แม้ปิดจอ
ช่องต่อ
– HDMI x 4
– USB x 3
ราคาเปิดตัว 179,990 บาท
Design – การออกแบบ
ดีไซน์ของ UF950T โดดเด่นด้วยกรอบจออันบางเฉียบแบบ Cinema Screen หรือจอไร้ขอบเสมือนในโรงภาพยนตร์ ความบางของเครื่องในจุดที่บางที่สุดก็อยู่ที่แค่ 7.9 มิลลิเมตรเท่านั้น พร้อมแผ่นหลังสีขาว สวยสะอาดตา ส่วนขาตั้งมีการออกแบบที่เรียกว่า Auditorium Stand อ้างอิงจากโรงละครขนาดใหญ่ โดยที่นั่งจะโค้งเว้ารับกับเวทีแสดง จึงประยุกต์ให้ตัวขาตั้งโค้งเว้าได้องศา เพื่อช่วยส่องต่อเสียงจากลำโพงที่ยิงลงข้างล่างให้พุ่งไปยังจุด Sweet Spot ตรงกลางที่เรานั่งรับชม สุดท้ายรีโมทคอนโทรลก็ได้นำรีโมทแบบธรรมดามา “รวมร่าง” กับ Magic Remote กลายเป็น Magic Remote เวอร์ชั่นใหม่ล่าสุด ควบรวมทั้งปุ่มตัวเลขเปลี่ยนช่อง, วงล้อ Scroll, และควาสามารถของ Air Mouse ไว้ในรีโมทเดียว

หน้าตรงของ LG 65UF950T

ฐานตั้งแบบ Auditorium Stand โค้งเว้าเพื่อส่งต่อเสียงไปยังคนฟังตรงกลาง

บางเพียง 7.9 มิลลิเมตรเท่านั้น เทียบกับนิ้วมือให้ดู

โลโก้ LG ด้านหน้า

ด้านหลังขาวจั๊วะ น่าเจี๊ยะ !

Magic Remote แบบใหม่
ควบรวมคุณสมบัติของรีโมทธรรมดาและแบบ Magic แบบทูอินวัน
Connectivity – ช่องต่อ
ช่องต่อของ LG 65UF950T เนื่องจากเปHนรุ่นท็อป จึงจัดเยอะจัดเต็มการเชื่อมต่อให้ทุกรูปแบบ มีดังต่อไปนี้
HDMI 2.0 x 4
USB 2.0 x 2
USB 3.0 x 1
Component x 1
Composite x 1
LAN x 1
Optical Out x 1
Headphone Out x 1
RF In x 1 รองรับดิจิตอลทีวี
- มี Bluetooth เชื่อมต่อกับชุด Soundbar ของ LG แบบไร้สายได้
** มี WiFi Built-In รองรับการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตไร้สาย

แผงช่องต่อด้านหลังเครื่อง
Picture – ภาพ
LG UF950T เป็น 4K UHD TV ตัวท็อป ให้สเป็คด้านภาพภาพแบบจัดเต็มมา เริ่มที่แผนหน้าจอ IPS 4K ความละเอียด 4K UHD 3840 x 2160 พิกเซล พร้อมเทคโนโลยี Color Prime (Quantum Dot) หลักคือการใช้หลอด LED สีน้ำเงินส่องแสงผ่านแผ่นฟิล์ม Quantum Dot เพื่อสร้างสีขาวที่บริสุทธิ์ ก่อนที่จะไปผสมกับ Color Filter เพื่อสร้างสีสันต่างๆอีกทอดช่วยยกระดับการแสดงเฉดสีให้กว้างขึ้น สมจริงยิ่งขึ้น และยังมีระบบ TruMotion 200Hz แท้ มาช่วยเรื่องการแสดงภาพเคลื่อนไหว จัดเต็มมาแบบนี้ มาเริ่มทดสอบกันเลย

หลักการเปรียบเทียบระหว่าง
LED ธรรมดา VS LED with Wide Color Gamut VS **LED with Wide Color Gamut + Quantum Dot (LG)
โหมดภาพสำเร็จรูป ของ LG มีให้เยอะตามสูตร ทั้ง Vivid / Standard / APS / Cinema / Soccer /Photo และ Expert (ISFccc) ผมเลือกใช้โหมด Expert 1 (ISFccc) ในการทดสอบ ซึ่งเป็นโหมดสำเร็จจากโรงงานที่มักให้ค่าถูกต้องที่สุดตั้งแต่ต้น พร้อมตั้งค่า สัดส่วนของภาพ เป็น Just Scan เพื่อให้แสดงภาพแบบ 1:1 Pixel Matching ไม่คร็อปด้านข้างหายไป ครั้งแรกสุดเมื่อเปิดเครื่อง ทีวีจะตั้งโหมดภาพสำเร็จรูปเป็น APS = Auto Power Saving ซึ่งจะทำการปรับระดับความสว่างภาพให้สัมพันธ์กับความมืด-สว่างของห้องอย่างอัตโมนัติ เหมาะกับท่านที่ขี้เกียจปรับภาพ ให้ทีวีมันปรับเองอัตโมัติ จะช่วยทั้งประหยัดพลังงานและถนอมสายตาไปในตัว

ค่าก่อนปรับภาพในโหมด ISF Expert 1 ค่า White Balance และ Color Gamut อยู่ในเกณฑ์ดีเยี่ยมแต่ต้น

หลังจากปรับภาพค่า White Balance และ Color Gamut ดีเยี่ยมยุทธ์
แต่มีคำเตือนกรณีที่ให้น้ำหนัก “ค่าตัวเลข” มากเกินไป จะทำให้การแสดงผลผิดเพี้ยนได้ ถ้าไม่แน่ใจให้ใช้แค่โหมดภาพสำเร็จรูปอย่าง ISF ก็เพียงพอแล้ว

Super UHD TV ใช้เทคโลโลยี Color Prime (Quantum Dot) ผสาน Wide Color Gamut
เมื่อเปิด Color Space ให้เป็น “Wide” ขอบเขตของสีจะกว้างกว่ามาตรฐาน Rec 709 พอสมควร
**แต่ยังไม่กว้างที่สุดเมื่อเทียบกับมาตรฐานทีวีรุ่นท็อป

ตารางเปรียบเทียบอุณหภูมสี, ความสว่าง, อัตราบริโภคไฟ
เริ่มทดสอบด้วยคอนเทนต์ Full HD จากแผ่น Blu-ray เรื่อง Interstellar ทะยานดาวกู้โลก ฉากดาวภูเขาน้ำแข็ง เจ้า UF950T ถ่ายทอดคาแรกเตอร์ของจอพาแนลแบบ “IPS 4K” ออกมาได้อย่างชัดแจ้ง สีสัน อิ่ม-แน่น-เข้ม สังเกตได้ที่ใบหน้าของพระเอกคูเปอร์ที่เปี่ยมไปด้วยความเครียด…สีสันที่อิ่มแน่นจะช่วยถ่ายทอดอารมณ์ความผิดหวังจนเรารู้สึกได้ ที่สำคัญระยะทดสอบผมนั่งห่าง 3 เมตร กับทีวีขนาด 65″ ในฉากที่ใช้กล้อง IMAX ถ่ายทำ ภาพจะเต็มจอ 16:9 แลดูอลังการมาก อีกหนึ่งเหตุผลของจอใหญ่ = อรรถรสจะใหญ่ตาม ดูแล้วอินกว่าว่างั้นเถอะ !

ฉากดาวน้ำแข็งในเรื่อง Interstellar ด้วยสัดส่วนภาพเต็มจอ 16:9 ให้ความอลังการได้
ทดสอบกับ Captain America : Winter Soldier ฉากที่พระเอก สตีฟ โรเจอร์ส ต่อสู้กับเพื่อรักหักเหลี่ยมโหดเจ้า บักกี้ บาร์นส์ ภาพเคลื่อนไหวไวๆหากไม่เปิด TruMotion ถือว่า “เอาอยู่แล้ว” ในขณะที่ปีที่ผ่านมาอย่างรุ่น UB980T จำเป็นต้องใช้ TruMotion เพื่อพยุงภาพเคลื่อนไหวการเล่นคอนเทนต์ความละเอียด Full HD มิเช่นนั้นภาพเคลื่อนไหวจะดูเฉื่อยๆอ่อนล้า หรือหากอยากเปิด TruMotion ก็แนะนำให้ใช้โหมด Custom และปรับ De-Judder เป็น 2 ถือว่าใช้ได้เช่นกัน ส่วนระดับ Clear และ Clear Plus จะก่อให้เกิดวุ้นเรืองตามขอบวัตถุ ก็ขอให้หลีกเลี่ยง 2 ระดับนี้ สำหรับความคมชัดของการอัพสเกลภาพจาก HD ไปเป็น 4K ก็อยู่ในเกณฑ์ดี เมื่อดูระยะประมาณ 3 เมตรก็ถือว่า “เนียนตา” ไม่ได้มีจุดใดให้ติเป็นพิเศษส่วนมุมมองด้านข้างก็ยังทำได้ดีตามมาตรฐานจอแบบ IPS สีสันยังคงความอิ่มแน่นและถูกต้อง ไม่ซีดจางหรือขาวโพลน ตัวเลขที่เคลมว่ามุมมองครอบคลุม 178 องศา เป็นเรื่องที่จริงใจไม่ไก่กา

เจ้าบักกี้ บาร์นส์ในเรื่อง Captain America : Winter Soldier
วิธีการดู “ความคมชัด” ว่าการอัพสเกลภาพจะดีแค่ไหน สังเกตที่เส้นผมอันเลี้ยวลดว่า “คมหรือนวล” และ “ชัดหรือแตก” ?
ส่วนเรื่องระดับความดำ เนื่องจากโครงสร้างเป็น Edge LED มี Local Dimming จึงสามารถควมคุม เปิด-ปิด-หรี่ หลอดไฟ Backlight ตามขอบภาพด้านบนและด้านล่างเท่านั้น หากหวังว่่าจะดำสนิทเหมือน OLED หรือ Full LED ก็คงยังไม่ใช่ ฟีเจอร์การดิมหลอดไฟกับจอใหญ่มากๆอย่าง 65″ เป็นเรื่องสำคัญมาก แนะนำให้เปิด Local Dimming ให้เป็นระดับ Low หรือ Medium จะช่วยให้ฉากสีดำดำสนิทกว่าแบบไม่เปิด Local Dimming

ทดสอบภาพเคลื่อนไหวกับฉากลงบันไดจากเรื่อง X-Men 2
ณ ปี 2015 นี้ ปิด TruMotoion ก็เอาภาพเคลื่อนไหวของ Full HD คอนเทนต์ก็พอเอาอยู่แล้วจ้า
หรือจะใช้โหมด User แล้วปรับ De Judder เป็น 2 เพื่อเสริมความลื่นโดยก่อให้เกิดวุ้นตามขอบน้อยที่สุด ก็ได้เช่นกัน
ทดสอบดูดิจิตอลทีวี ผมลองโหมดภาพอย่าง Standard เพื่อเพิ่มความคึกคักให้กับภาพ ทั้งช่อง HD และ SD โดยช่อง HD ภาพที่ได้ค่อนข้างดี เนียนสะอาดตา สีสันสดใสซาบซ่า ถูกใจวัยโจ๋ หรือจะใช้โหมด APS เพื่อให้ทีวีรับระดับความสว่างอัตโนมัติตามสภาพแสงภายในห้องก็ย่อมได้ ห้องไม่สว่างนักก็จะดิมแสงลงให้สบายตา เป็นการประหยัดไฟไปอีกทอด อีกหนึ่งเคล็ดลับคือเราสามารถบันทึกรายการในช่องดิจิตอลทีวีลงบน 1) หน่วยความจำในตัวเครื่องหรือ 2) External Harddisk ผ่านช่อง USB โดยเราสามารถเลือกได้ว่าจะกดบันทึกสดๆ ณ เดี๋ยวนั้นเลย โดยกดปุ่ม Scroll และเลือกตัวปุ่มสัญลักษณ์ “บันทึก” ซึ่งเป็นรูปวงกลมสีแดง หรือจะตั้งเวลาบันทึกล่วงหน้าก็ได้เช่นกัน

โหมด APS = Auto Power Saving
จะปรับระดับความสว่างขอทีวีอัตโมัติให้สัมพันธ์กับระดับความสว่างของห้อง
ผมใช้โหมดนี้ทดสอบการรับชมดิจิตอลทีวี
ทดสอบภาพ 4K UHD
หนังเรื่อง Star Trek : Into Darkness แบบ 4K .mkv ถูกใช้ทดสอบผ่าน External Harddisk เชื่อมต่อช่อง USB เวอร์ชั่น 3.0 (จะได้ลื่น) แน่นอนว่าภาพคมชัดกว่าพวก Full HD .mkv ภาพที่ได้มีความคมชัดขึ้นมาก แต่ไม่ถึงกับคมจัดจนต้องตะลึง ส่วนภาเคลื่อนไหวก็จัดว่าดี ไม่ต้องคอยลุ้นเหมือนตอนเล่นคอนเทนต์คแบบ Full HD แต่สิ่งที่ต่างเลยคือเรื่อง “สี” โดยสีของ Super UHD UF950T “สดอิ่มกว่า” แบบเห็นต่างได้ชัดเมื่อเปรียบเทียบกับพวก Series 8 ,7, 6 และยิ่งเป็นคอนเทนต์ 4K Demo ของ LG ที่เน้นโชว์เรื่องสีเป็นหลัก ก็ยิ่งเห็นต่างว่าความสามารถในการแสดงเฉดสีและความเอิบอิ่ม…เจ้า Series 9 ตัวนี้ทะยานไปได้ไกลกว่า (ขอบเขตสีกว้างกว่า) ตัวอย่างเช่น ฉากภูเขาสีน้ำตาลอมแดงเข้มในท้องทะเลทราย เจ้า UF950T จะปลดปล่อยสีน้ำตาลแดงออกมาได้สุดกว่า ซึ่งเป็นโทนสีที่เราไม่ได้เห็นกันบ่อยด้วยเพราะทีวีทั่วไปจะแสดงไม่ค่อยได้ ส่วน Series ที่ต่ำกว่าจะแสดงสีได้บางกว่า 1-2 ระดับ ความต่่างของ Super UHD TV VS UHD TV ก็ต่างกันตรงสีนี่แหละ ถึงแม้รุ่นรองลงมาอย่าง Series 8 UF850T ก็เป็น Super UHD เหมือนกัน แต่ Series 9 UF950T ก็แสดงสีสันได้ดีกว่าส่วนเรื่องของจำนวนเม็ดพิกเซลที่เพิ่มขึ้นจาก 2.1 ล้านพิกเซลเป็น 8.29 ล้านพิกเซล ซึ่งหมายถึงรายละเอียดปลีกย่อยจะถูกปลดพันธนาการออกมาได้อย่างครบทุกเม็ด ส่งผลต่อ “มิติเชิงลึก” ที่หลายท่านถวิลหาเมื่อรับชมภาพ 2 มิติ
*แนะนำว่าจอขนาด 65″ ต้อง 4K UHD เท่านั้น หากเผลอไปเล่น Full HD แล้วจะเสียใจ

หนังเรื่อง Star Trek : Into Darkness แบบ 4K .mkv
ภาพคมชัด แต่ไม่ถึงกับคมจัด

ไฟล์ 4K แท้ๆจาก Demo ปี 2015 ของ LG
UF950T ถ่ายทอดสี “น้ำตาลแดง” ได้สดสุดใจกว่ารุ่นน้อง Series 8, 7, 6
ทดสอบภาพ 3D
จุดขายของทีวี LG ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาคือเรื่อง 3D นี่แหละ โดย LG เรียกว่า Cinema 3D ใช้แว่นประเภท Polarized (Passive) เฉกเช่นโรงภาพยนตร์ ไม่ต้องใช้แบตเตอรี่ ไม่ต้องเสียบชาร์จ ในชุดจะแถมแว่นมาให้ทั้งหมด 2 อัน (แต่เดิมช่วง 3D ป็อปๆแถมตั้ง 4 อันแหนะ !) ทดสอบกับหนังเรื่อง Step Up Revolution มิติภาพลอยเด้งตามคาด มิติตัวละครลึกลงไปเป็นชั้นๆ จังหวะเต้นยื่นแข้งยื่นขาสู้กล้องก็ออกแนวทะลุจอ ภาพคงความสว่างไว้ได้ดี ไม่มืดดร็อปลงไป การเล่นภาพ Full HD 3D ยังแอบเห็น Crosstalk อยู่บ้างนิดหน่อย แต่ก็ไม่กระทบการรับจริงหากนั่งชมระยะซัก 2.5 เมตรขึ้นไป ส่วน 3D แบบ 4K แท้ๆจากไฟล์ Demo ภาพอยู่ในเกณฑ์ดีมาก ทั้งชัดและลอย

ฉากอ้างอิงในการทดสอบคอนเทนต์ 3D จากเรื่อง Step Up Revolution
3D แบบ Passive ทำได้ดีไม่มีผิดหวังเช่นเคย
Sound – เสียง
LG 65UF950T ถูกออกแบบระบบเสียงโดยพันธมิตรอย่าง Harman/Kardon บริษัทเครื่องเสียงระดับไฮเอ็นด์เฉกเช่นปีที่ผ่านมา ขาตั้งมีดีไซน์แบบ Auditorium หรือแบบโรงละคร โดยแผ่นเหล็กของฐานตั้งทรงโค้งจะจะทำหน้าที่ “รวบและสะท้อนเสียง” ที่ถูกยิงลงข้างล่างให้ “พุ่งไปยังผู้รับชมที่นั่งตรงกลางจอ” ซึ่งเป็นจุดที่คุณภาพเสียงจะดีที่สุด เรียกจุดนี้ว่า Sweet Spot ลำโพงเป็นแบบ 4.2 แชนแนล กำลังขับกว่า 60 วัตต์ ผมทดสอบกับคอนเสิร์ตวง Take That เพลง Rule The World ขับร้องหลักโดย Gary Barlow หัวหน้าวง เพลงนี้ช่วงแรกจะมีแต่เสียงร้อง และจะเริ่มมีบีทมันส์มันส์ในช่วงกลางเพลงเป็นต้นไป ทำให้ทดสอบเสียงได้ครบทุกย่าน คุณภาพเสียงถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดี เสียงร้องชัดเจนมีโฟกัส เบสมีพอประมาณให้กล้อมแกล้ม หากเทียบให้เป็นธรรมคือต้องเทียบกับทีวีที่ลำโพงซ่อนอยู่ข้างใต้และยิงลงล่างเหมือนกัน บอกได้เลยว่าเข้า UF950T ไม่เป็นรองใคร แต่หากให้เทียบกับ UB980T รุ่นท็อปปี 2014 ซึ่งให้ลำโพงแบบ Tallboy แยกออกจากตัวทีวีอย่างอิสระ ก็คงบอกตามตรงว่าสู้ไม่ได้เรื่องความหนักแน่น เพราะลักษณะทางกายภาพลำโพงเป็นแท่งทั้งดุ้นย่อมได้เปรียบกว่า อย่างไรก็ตามหากพิจารณาอัตราส่วนของ ความบางของจอ / คุณภาพเสียง LG 65UF950T ก็คงมีคะแนนอยู่ระดับบนหัวตาราง

ทดสอบเสียงกับคอนเสิร์ตวง Take That
ขาตั้งดีไซน์แบบ Auditorium Stand และปรับจูนเสียงโดย Harman/Kardon
ให้ผลลัพธ์ที่ “ดีงาม” ทั้งที่ตัวเครื่องออกจะ “บางเฉียบ” ซะขนาดนั้น
Extra – เพิ่มเติม
ระบบปฏิบัติการ LG Smart TV ในปี 2015 นี้เป็นระบบ webOS เวอร์ชั่น 2.0 ซึ่งทั้งอัพเกรดความสามารถและแก้บั๊กส์จากเวอร์ชั่นแรก อาทิ เรื่องการกินเวลานานโขเมื่อบูทเครื่องครั้งแรก และการใช้งานจริงที่มีหน่วงบ้าง เวอร์ชั่นใหม่นี้จะช่วยบรรเทาอาการเหล่านี้ให้ดีขึ้น อย่างที่เห็นๆเลยการเปิดบู๊ทเครื่องใหม่นั้นเร็วขึ้นจริง ตลอดจนการเพิ่มฟีเจอร์และเมนูลัดใหม่เข้ามาเติมแต่งให้การใช้งานสะดวกรวดเร็วกว่าเดิม อย่างเช่นเมนู Input Picker ด้านขวามือ ให้เราเลือกเปลี่ยน Input ได้อย่างรวดเร็วทันใจ ส่วนเรื่องการควบคุมก็ใช้ Magic Remote เวอร์ชั่นใหม่ ที่ควบรวมรีโมทแบบธรรมดาและแบบ Magic ไว้ในหนึ่งเดียว ทางด้านแอพพลิเคชั่นที่เด่นก็คือพวกแอพส์ของคนไทยเอง ที่เด็ดดวงคงหนีไม่พ้นแอพ PrimeTime แอพสำหรับดูหนังต่างประเทศเรื่องดังและซีรีส์ยอดฮิตพร้อมระบบเสียงรอบทิศทางและซับไตเติ้ลภาษาไทยดั่งในโรงภาพยนตร์ และเร็วๆนี้แอพ LCDTVTHAILAND ของพวกเราเองก็จะไปปรากฏบน LG Smart TV ที่ใช้ webOS ทุกรุ่นด้วย จะรวบรวมข่าวสาร, วีดีโอ และรีวิว ที่เกี่ยวข้องกับ LG TV ให้รับชมกันบนจอใหญ่ โปรดอย่าลืมติดตาม เอาหละ ! มาดูมินิรีวิวเจ้า webOS 2.0 กันเลย

Magic Remote แบบใหม่
ควบรวมคุณสมบัติของรีโมทธรรมดาและแบบ Magic แบบทูอินวัน

เมื่อกดปุ่ม Home แถบ Launcher จะเด้งดึ้งส์ขึ้นมา
โดย Launcher จะรวบรวมแอพส์เด่น ฟีเจอร์ต่างๆ และ Input ให้เราได้เลือกเข้าใช้งานได้อย่างรวดเร็ว

หน้าตา LG Content Store จะโหลดแอพส์ให้เลือกที่นี่

แอพ Prime Time แอพดูหนังดัง มีแพ็คเกจให้เลือกหลายแบบ

ทดสอบชม Inception จิตพิฆาตโลก สังเกตได้ว่าซับไตเติ้ลตัวใหญ่และสวยงาม
หมดปัญหาเรื่องซับนรกทำเสียอารมณ์

YouTube ยังเป็นแอพวีดีโอคอนเทนต์เบอร์ 1 ประมาณว่า Smart TV ทุกตัวต้องมียืนพื้น

แอพของช่อง 3 “ThaiTV 3”

Web Browser ท่องเว็บไซต์ วงล้อ Scroll บน Magic Remote จะได้ทำหน้าที่เลื่อนหน้าขึ้น-ลงก็คราวนี้

Miracast : ฟีเจอร์ถ่ายทอดสดภาพจากมือถือไปแสดงบนจอ LG Smart TV
เชื่อมกันด้วย WiFI Direct ไม่จำเป็นต้องใช้อินเตอร์เน็ตหรือ WiFi Router (มันเชื่อมกันโดยตรงกันเลย)

คุณภาพของ Miracast นี่ไม่ธรรมดา ภาพบนจอมือถือชัด ก็ยิ่งไปแสดงบนจอ LG Smart TV ได้อย่างคมชัด อาจจะมีดีเลย์บ้างนิดหน่อยตามสูตร (เป็นทุกรุ่นทุกยี่ห้อ)
โดยสรุป webOS 2.0 แสดงประสิทธิภาพออกมาได้ “น่าประทับใจ” ใช้งานง่าย ไม่ซับซ้อน จุดที่เคยเป็นจุดด้อยอย่างการบู๊ทเปิดเครื่องช้า ก็ถูกปรับปรุงให้ไวขึ้น สุดท้าย Magic Remote แบบใหม่ ผมว่าเป็นเรื่องดีที่ควบรวมปุ่มและความสามารถของรีโมทแบบธรรมดา และ Magic รีโมทอันเล็กรุ่นเก่าไว้ด้วยกัน ขนาดถือว่า “พอดีมือ” ไม่ใหญ่เกินจับมือเดียวและไม่เล็กเกินไปจนไม่สามารถผนวกปุ่มที่สำคัญๆเข้าไปได้หมด เรียกว่าจบครบทุกกระบวนท่าในหนึ่งเดียว
Conclusion – สรุป

LG 65UF950T Super UHD TV (65″)
ราคาเปิดตัว 179,990 บาท
ข้อดี
1. Super UHD ให้สีสีนสดสวยกว่า UHD แบบธรรมดาอย่างเห็นได้ชัด
2. 3D แบบ Polarized (Passive) ยังคงรักษามาตรฐานเรื่องคุณภาพทั้งลึกทั้งลอยไว้ได้อย่างดี
3. ดีไซน์แบบ Ultra Slim บางเฉียบ ขอบจอแบบ Cinema Screen สวยใสกึ่งไร้ขอบ
4. webOS 2.0 และ Magic Remote เวอร์ชั่นใหม่ ทำงานสอดประสานกันได้ดีขึ้น ตัว OS ว่องไวขึ้น
5. โหมดภาพสำเร็จรูปมีให้เลือกเยอะสำหรับมือใหม่ รวมถึงเมนูปรับภาพเบื้องลึกที่ละเอียดขึ้นกว่าเดิมเอาใจมือโปร
ข้อเสีย
1. แว่น 3D จากเดิมให้ 4 อัน มา ณ จุดๆนี้ลดเหลือแค่ 2 อัน
2. ปรับภาพ White Balance และ CMS ผลลัพธ์สีจะเพี้ยน แนะนำให้ใช้โหมดสำเร็จรูป ISF โดยไม่ต้องปรับจะดีที่สุด
สรุป
LG 65UF950T เป็น 4K UHD TV ตัวท็อปที่ครบเครื่องมากถึงมากที่สุดตัวหนึ่ง คุณภาพของภาพโดดเด่นด้วย Color Prime หรือเทคโนโลยี Quantum Dot ส่งผลให้ทีวีสามารถแสดงเฉดสีได้กว้างขึ้น สดอิ่มขึ้น สว่างขึ้น เห็นต่างได้ด้วยตาเปล่าหากเปรียบเทียบกับทีวี UHD หรือ Full HD แบบปกติ ดีไซน์ฐานตั้ง Auditorium Stand โค้งเว้าสวยงามสอดประสานกับดีไซน์แบบ Ultra Slim ตัวเครื่องบางเฉียบได้ค่อนข้างลงตัว เรื่องภาพ 3 มิติคงไม่ต้องบรรยายสรรพคุณกันมาก ยังคงรักษามาตรฐานไว้ได้ดี ยกเว้นเรื่องลดจำนวนแว่นที่แถมลงจาก 4 เหลือ 2 อันตามความฟีเวอร์ของฟีเจอร์ 3D ที่วูบลง ส่วนเรื่อง webOS 2.0 ก็ถูกปรับปรุงให้ดีขึ้นตามลำดับ แน่นอนว่ามันไม่ใช่การเปลี่ยนแบบใหม่อย่างหมดจด หรือ All New หากเป็นการลบข้อจำกัดต่างๆของเวอร์ชั่นเดิมเสียมากกว่า การใช้งาน webOS ก็ถือว่าทั้งง่ายและสะดวกไม่ต่างจากเดิม เป็นมิตรกับผู้ใช้โดยเฉพาะเจ้า Magic Remote ตัวใหม่ ส่วนเรื่องข้อจำกัดอย่างพวกไม่รองรับ HDR คงปฏิเสธไม่ได้ว่ามีไว้ก่อน…ก็ย่อมดีกว่าไม่มี ในทางกลับกัน HDR ยังคงเป็นเรื่องอนาคตที่ค่อนข้างไกล เพราะปัจจุบันมาตรฐานเครื่องเล่น 4K UHD Blu-ray และ คอนเทนต์ 4K UHD ก็ยังไม่เป็นรูปธรรมเสียด้วยซ้ำ ขอสรุปฟันธงว่า LG UF950T ครบเครื่องเรื่องปิ้งย่างจริงๆ ทั้งภาพ เสียง ดีไซน์ ลูกเล่น พร้อมการเชื่อมต่อที่ครบครัน หากงบประมาณไม่ใช่ปัญหา ก็ขอเชิญหาฤกษ์ดูตัวกันตามอัธยาศัย
หมายเหตุ : มาตรฐานคะแนนปี 2015