Skip to content
|

ทั้งโค้ง ทั้งคม! รีวิว TCL 55H9600 รุ่นท็อปแดนมังกรภาพแน่นฟีเจอร์เพียบ

by EDITOR LCDTVTHAILAND โพสต์เมื่อ: 15 Jan 2022 0 comments

TCL ยักษ์ใหญ่แห่งวงการเครื่องใช้ไฟฟ้าจากแดนมังกร ที่ตอนนี้เริ่มที่จะแทรกซึมเข้ามาแบ่งเค้กก้อนโตจากวงการทีวีในประเทศไทยได้มากขึ้นเรื่อยๆ ด้วยราคาที่ย่อมเยาว์แต่อัดฟีเจอร์แน่น ทำให้ผู้บริโภคหลายท่าน เลือกที่จะนำทีวีจากแบรนด์นี้เข้าไปตั้งไว้ในห้องนั่งเล่นส่วนตัว

 

 

แน่นอนว่าเมื่อกระแสกำลังมา ทาง TCL เลยขอส่งหมัดเด็ดเป็นทีวีรุ่นท็อปที่มาในคอนเซ็ปต์เก็บครบทุกฟีเจอร์อีกเช่นเคย ในชื่อรุ่นว่า H9600 ที่บอกว่าเก็บครบก็เพราะว่าเค้าจับนวัตกรรมทีวีที่มีในโลกนี้ใส่มาให้เกือบหมด ได้แก่ จอโค้ง, UHD, Android และ 3D ครบองค์ประชุม ก็นับว่าเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้จับทีวีรุ่นใหญ่จากแบรนด์นี้เป็นคนแรกๆ ของประเทศ ก็มาดูกันเลยดีกว่าครับว่าทีวีเทพตัวนี้ เมื่อนำมาใช้งานจริงจะให้ประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมขนาดไหน

TCL H9600 Curved UHD TV

ราคาตั้ง 69,990 บาท

 

ดีไซน์

จุดเด่นหลักๆ ของทีวีตัวเทพตัวนี้คือดีไซน์จอโค้งยอดฮิตที่กำลังเป็นที่นิยมในตลาดทีวี หลายคนอาจจะปรามาศว่าแบรนด์สินค้าจากประเทศนี้มักจะสอบตกเรื่องงานดีไซน์ แต่ผมว่าก็ไม่เสมอไปนะครับ ดูได้จากทีวีตัวนี้เป็นต้น

 

หน้าตาของ TCL H9600 ที่เราจะมารีวิวในวันนี้ครับ จะเห็นว่าขอบจอบางลง ทำให้หน้าตาดูทันสมัยขึ้นเป็นกอง

 

บริเวณใต้โลโก้ตรงกลางจอเป็นคริสตัลเรืองแสงสีขาว ซึ่งจะติดสว่างขึ้นมาตอนที่เครื่องอยู่ในโหมดสแตนด์บาย และดับไปเมื่อเริ่มเปิดภาพขึ้นจอเพื่อไม่ให้กวนสายตา เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของแบรนด์นี้มาตั้งแต่รุ่นก่อนหน้า

 

สลับมาดูด้านหลังจะเห็นการงานดีไซน์ขาตั้งเป็นลักษณะแกนอะลูมิเนียมแข็งแรงตรงบริเวณกึ่งกลางของเส้นโค้ง

 

หากมามองในมุมนี้จะเหมือนว่าทีวีถูกทำให้เชิดหน้าขึ้นนิดหน่อย เพื่อรับการมุมสายตาของผู้ใช้

 

ตรงนี้เป็นปุ่มควบคุมแบบกึ่งคันโยก คือเราสามารถกดลงไปและโยกซ้ายขวาเพื่อเลือกเมนูได้ คล้ายกับจอยของ PlayStation อะไรประมาณนั้น

 

ทางด้านนี้เป็นแว่นตาแบบ Active ดีไซน์มาตรฐานครับ น้ำหนักเบาสวมใส่ง่าย โดยตัวแว่นจะใช้ถ่านกระดุมเป็นแหล่งพลังงานครับ

 

รีโมทที่แถมมาให้ในกล่อง ต้องบอกว่าทำออกมาสวยงามฉีกแนวเดิมไปพอสมควรครับ สกรีนตัวอักษรขนาดกำลังดีอ่านง่ายและไม่รกตา

 

ช่องต่อ

 

มาดูแผงช่องเชื่อมต่อกันดีกว่าครับ ทางด้านนี้จะวางตัวในแนวดิ่ง เป็นศูนย์รวมของช่องต่อแบบดิจิทัลทั้งหมด ซึ่งได้แก่ USB 2.0 x2, USB 3.0 x1, SD Card Reader และ HDMI

 

ส่วนอีกโซนนึงก็จะเป็นช่องหลายแบบรวมมิตรกันเริ่มที่ LAN จากซ้ายมือ SPDIF, ช่องเสียบเสาอากาศ, ช่อง Component/AV, ช่อง HDMI, ช่อง AV OUT Adapter และ D-Sub VGA

 

แม้ที่ผ่านมาอาจจะเคยได้ปรามาศงานดีไซน์ของ TCL ไว้บ้าง เพราะดูแล้วธรรมดาไม่มีอะไรตื่นตา แต่พอมาเป็นทีวีจอโค้งผมสัมผัสได้ว่าทาง TCL เอาจริงและใส่ใจเป็นพิเศษในงานดีไซน์ ทำให้ทีวีตัวนี้ออกมาดูดีไม่แพ้บรรดาเพื่อนร่วมโค้งในตลาดทีวีบ้านเรา

 

ภาพ

ด้วยความอยากลองไวๆ ประกอบกับทางคุณชานม ช่างปรับภาพประจำออฟฟิศแกยังไม่ว่างเข้ามาผมเลยทดลองเปิดภาพแบบดิบๆ ของทีวีตัวนี้ดูก่อนหน้าไปบางส่วนช่วงที่เข้ามาทดสอบชุดเครื่องเสียง

 

แอบเสียบดูภาพก่อนทำการปรับจูนด้วยเรื่อง Transformer : Age of Extinction

คาแร็คเตอร์ของ TCL จากโรงงานคือจะมาแบบ Vivid and Colorful มากๆ สำหรับโหมด Normal ที่ผมนั่งดูให้สีที่จัดจ้านและเข้มข้นมาก ตัวภาพมีความกร้านบ้างเล็กน้อย ตามประสาทีวีจากโรงงานที่จะเน้นเซ็ตค่าสดๆ เพื่อไว้โชว์ของเวลาอยู่บนชั้นวางในห้าง ซึ่งก็ต้องบอกว่ามันมีผลต่อการดึงดูดความสนใจจริงๆ เพราะทีวีที่ได้รับการปรับภาพแล้วจะให้สีสันที่เหมาะสมกับการรับชมภายในบ้านซึ่งไม่ต้องแข่งขันประชันกับใคร ภาพจึงออกมาไม่สดสะใจเหมือนในห้างนั่นเองครับ

 

แล้วเราก็ได้ฤกษ์ทำการปรับภาพกันครับ โดยคุณชานมเจ้าประจำของเรา และด้านล่างนี่คือค่าอุณหภูมิสีที่วัดได้ก่อนทำการปรับภาพครับ

 

หากดูที่เส้น RGB Balance เราจะเห็นว่าสีน้ำเงินมีความเด่นเกินหน้าเกินตาสีอื่นไปพอสมควร เพราะสำหรับทีวีในอุดมคติ กราฟเส้นสีทั้ง 3 จะต้องลู่ไปในทางเดียวกันทับเส้น 100 ที่อยู่ตรงกลาง ฉะนั้นแล้วสำหรับ TCL H9600 ตัวนี้ค่าเดิมจากโรงงานค่อนข้างที่จะคลาดเคลื่อนจากค่ามาตรฐานไปพอสมควร

เห็นดังนั้นคุณชานมไม่รอช้าครับ คว้ามีดขึ้นมาทันที!! ไม่ได้เอามาฟันใครนะครับ แต่เอามาแกะถ่านแล้วใส่เข้าไปที่รีโมททีวี จากนั้นก็เริ่มทำการปรับจูนค่าต่างๆ ให้เข้าที่เข้าทาง

 

ค่าต่างๆ สำหรับปรับภาพของ TCL ตัวนี้จะถูกย้ายมาอยู่ที่ TV Setting > Picture แทนครับ ถ้าเป็นในเมนู Picture จะโชว์แค่ค่าสำเร็จรูปที่ถูกเซ็ตมาให้เฉยๆ

หลังจากตรากตรำอยู่เกือบ 2 ชม. เราก็ได้ค่าที่ทำให้ทีวีตัวนี้แสดงผลออกมาได้ยอดเยี่ยมที่สุดครับ จากนั้นก็ทำการวัดอุณหภูมิสีกันใหม่อีกรอบ ผลลัพธ์ที่ออกมาก็ตามรูปด้านล่างครับ

 

จากรูปข้างบนจะเห็นว่าเส้นกราฟสีฟ้ามีการวางตัวเข้าหาเส้น 100 มากยิ่งขึ้น นั่นก็หมายถึงความแม่นยำในการแสดงผลสีสันที่มากขึ้นนั่นเองครับ ทว่าตัวทีวีไม่ได้อนุญาตให้เราทำการปรับค่า White Balance แบบละเอียด ทำให้เราไม่สามารถจูนค่าสีให้ดีมากไปกว่านี้แล้ว

สำหรับค่าอื่นๆ ที่คุณชานมแนะนำให้ปรับก็เห็นจะเป็น Sharpness ครับ ที่ทางโรงงานอัดมาให้เยอะไปหน่อย ทำให้ภาพหยาบเกินงาม ถ้าจะให้ได้ฟีลแบบภาพยนตร์และเหมาะกับการรับชมในบ้านลดให้เหลือสัก 0 จะกำลังดีครับ นอกจากนั้นแล้วค่าอื่นๆ แนะนำให้อิงเอาจากของเดิมในโหมด User ได้เลย…อ้อเกือบลืม TCL ตัวนี้สามารถปรับ Backlight ได้นะครับ หากเห็นว่าภาพที่ท่านกำลังดูอยู่นั้นสว่างเกินไป ก็สามารถปรับลดเอาได้ตามความเหมาะสม เพราะนอกจากจะช่วยเกี่ยวกับการรับชมในที่มืดแล้ว ยังมีดีในเรื่องของการประหยัดพลังงานอีกด้วย

 

Picture Mode CTT (avg.) Gamma (avg.) Luminance (fL) Backlight Color Temp Power (W)
Vivid 10818 1.73 136.5 Max Normal 153
Normal 10368 2.08 112.7 Max Normal 126
Mild 10456 1.86 59.1 30 Normal 77
User 10768 2.11 136.6 Max Normal 153
User(Calibrated) 9686 2.35 50.7 29 Warm

76

 

ตารางเปรียบเทียบค่าภาพที่วัดได้ในโหมดต่างๆ

เอ้า! จบจากการปรับภาพอันแสนยาวนาน เราก็ได้เวลามาเริ่มต้นรีวิวภาพกันซะที ภาพยนตร์เรื่องที่ผมเลือกมาเป็นอันดับแรกก็คือ Life of Pi ที่ยังคงใช้ในการทดสอบได้ดีอยู่แม้ว่าตอนนี้เรานำมาเทสต์จนแผ่นใกล้สึกแล้วก็ตาม

 

ฉากอรุณรุ่งยามเช้า ที่ใช้ทดสอบเรื่องการแสดงผลสีโทนร้อนได้เป็นอย่างดี เพราะถ้ามีการไล่เฉดสีที่ไม่ดี ภาพก็จะออกแดง ไม่ก็เหลืองไป ดูแล้วไม่ใช่แสงที่เป็นธรรมชาติ สำหรับทีวีตัวนี้ถือว่าสอบผ่านหลังจากได้ทำการปรับภาพครับ ให้โทนที่ออกมาในเกณฑ์ดี

 

ตัดจากโทนร้อนมาเป็นแสงแบบช่วงเวลาปกติหรือเดย์ไลท์ ที่มีการผสมของคู่สีน้ำเงินเข้ามาเกี่ยวข้อง ก็นับว่าทำออกมาได้ค่อนข้างเป็นธรรมชาติทีเดียว การกระจายแสงไปยังรายละเอียดในส่วนต่างๆ ถือว่าสอบผ่าน

 

เปรียบเทียบภาพจากโหมดต่างๆ ที่มีมาให้ในเครื่องครับ ดูคร่าวๆ แล้วถ้าเลือกใช้โหมด User แล้วปรับ Color Temp. เป็น Warm แล้วลด Sharpness ตามที่ผมบอก ก็น่าจะช่วยให้ประสิทธิภาพในการแสดงภาพออกมาดีขึ้นพอสมควรเลยครับ

 

ภาพจาก Journey 2 สีสันออกมาดูดีใช้ได้เลย เขียวสดกำลังดี สีผิวก็ออกมาไม่หลอน

 

หนึ่งในสาเหตุที่ออฟฟิศเราชอบหยิบแผ่น Journey 2 มาทดสอบบ่อยๆ ก็เพราะว่ามันเต็มจอและยังมีฉากที่เก็บครบช่วงสีออกมาให้ตื่นตาตื่นใจเป็นครั้งคราว ซึ่งเป็นจุดชี้วัดที่สำคัญเกี่ยวกับเรื่องภาพของทีวีตัวนั้นๆ อย่างเช่นในฉากนี้เป็นต้นครับ เป็นวิวแบบงามๆ มีทั้งสีโทนร้อนเย็นมาครบ ทีวีที่เจ๋งจริงจะเกลี่ยความสดสว่างได้พอดิบพอดี ไม่แต่งแต้มสีใดสีหนึ่งจนเกินงาม

 

เปรียบเทียบการแสดงผลในอัตราส่วนต่างๆ มีให้เลือกแค่ 16:9, 4:3 และ Auto
ไม่มีโหมดไหนที่แสดงหลักฐานบ่งชี้ว่าเป็นการปล่อยสัญญาณเต็มๆ แบบ Just Scan หรือ Native
ฉะนั้นเลือกใช้ 16:9 ไม่ก็ Auto ไว้ดูจะเข้าท่ากับรูปแบบรายการในปัจจุบันมากที่สุด

 

ภาพ

 

จากหน้าที่แล้วเรามาลุยต่อเรื่องของภาพแบบ 4K กันดีกว่าครับ แม้ว่าปัจจุบันเราจะยังไม่มีสื่อที่เหมาะสมในการแสดงภาพยนตร์ความละเอียดสูงความยาวเป็นชั่วโมงได้ แต่ในเมื่อทีวีเค้าให้ฟีเจอร์มาแล้วก็ขอลองดูหน่อยแล้วกันว่าจะสามารถแสดงผลได้จริงหรือไม่ โดยทดสอบกับไฟล์ภาพยนตร์ตัวอย่างที่ทีมงานได้ทำการขออนุญาตมาใช้ประกอบการทดสอบ โดยเราก็โยนเข้า External Harddisk แล้วเสียบเล่นที่ช่อง USB หลังเครื่องเนี่ยแหละ

 

จากการทดสอบเราพบว่าตัวเครื่องสามารถเล่นไฟล์ 4K บางชนิดได้ด้วยตัวเองเลย(ว้าว!) อย่างตัวที่ใช้ทดสอบนี่เป็นไฟล์โหลดจาก YouTube มาเป็น mkv ก็สามารถเปิดเล่นฉิวๆ แสดงผล 4K 24/30Hz ได้แน่นอน ด้วยเหตุนี้คุณชานมของเราเลยอยากจะลองของ เสียบเครื่อง Generator ปล่อยสัญญาณแบบ 60Hz เข้าไป ปรากฏว่ามีภาพขึ้นเช่นกัน แต่ว่ามีอาการสีเพี้ยนให้เห็น จึงไม่แน่ใจว่าสามารถรองรับการแสดงผลที่สัญญาณภาพนี้ได้ 100% หรือไม่ แต่คาดว่าหากในอนาคตภาพยนตร์ในฟอร์แมตนี้เกิดบูมขึ้นมา ทาง TCL ควรจะมีการปล่อยอัพเดตซอฟต์แวร์เพื่อแก้ไขในจุดนี้ให้กับลูกค้า

 

สำหรับการแสดงผลภาพแบบ 3 มิตินั้น ผมได้ทดสอบกับภาพยนตร์เรื่อง Gravity ครับ โดยรวมแล้วอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานสำหรับทีวีที่ใช้ 3D Active คือมีมิติในเชิงลึกเข้าไปในจอ และมีจังหวะที่หวือหวาบ้าง อย่างเช่นช่วงที่ Dr. Ryan นางเอกของเราลอยไปปะทะกับเศษซากของกระสวยอวกาศที่ลอยอยู่ บรรดาของที่ลอยปะปนด้านในก็ทำให้ภาพเหมือนลอยทะลุจอออกมา ทว่ายังคงมีสิ่งที่เรียกว่า Crosstalk ให้เห็นตามขอบเล็กน้อย ถ้าไม่ได้สังเกตุก็จะไม่ชัดเจนจนน่าเกลียดแต่อย่างใด รวมๆ แล้วก็ไม่หนีจาก 3D Active ด้วยกันเองในตลาดปัจจุบันมากครับ

 

สำหรับท่านที่ต้องการจูนช่องดิจิตอลทีวี ก็ให้เสียบเสาอากาศที่หลังเครื่องแล้วก็เลือก Source ไปที่ DTV จากนั้นตัวเครื่องก็จะให้เราเลือก Auto Scan หรือ Manual แนะนำให้เลือก Auto และปรับเป็น Fast ไปเลยครับ ใช้เวลาไม่นานราวๆ 15 นาที ก็น่าจะได้รับชมดิจิตอลทีวีบนจอ 4K เครื่องนี้

 

เสร็จสิ้นจากการทดสอบภาพจากแผ่น ก็มาลงในเรื่องของภาพจากดิจิตอลทีวีในบ้านเรากันบ้างครับ เพราะเป็นอีกหนึ่งปัจจัยในการเลือกซื้อทีวีของทุกคน ณ ตอนนี้ สำหรับการจูนหาช่องสัญญาณนั้นด้วยความที่ออฟฟิศเราติดเสาก้างปลา และอยู่ในเขตชานเมือง กทม. ทำให้สัญญาณที่ได้รับ ณ ตอนนี้เกือบจะแน่นๆ 100% จูนได้ครบไม่ตกหล่น

 

ประสิทธิภาพนั้นต้องบอกว่าค่อนข้างได้เปรียบทีวีที่เป็นแบบ Full HD ครับ ความรู้สึกส่วนตัวผมว่าพาแนลแบบ 4K มีส่วนช่วยให้ภาพดูคมีมิติขึ้นกว่าดูบนจอ Full HD ในระดับหนึ่ง ถือว่าทำได้ดีสำหรับการดูรายการทีวีทั่วไป จะมีตินิดหน่อยก็ในเรื่องของการโหลด EPG หรือตารางออกอากาศที่จะทำการ Sync ระบบกับสัญญาณของช่องนั้นๆ ให้เอง ตอนกดเข้าไปดูจะพบอาการหน่วงให้เห็นประปราย แต่ถ้าท่านไหนไม่สนเรื่องนี้ ก็เปลี่ยนช่องดูได้ลื่นไหล อย่างที่ทีวีรุ่นท็อปควรจะเป็น.

 

EPG ที่มีหน่วงให้เห็นบ้างเล็กน้อย อาจจะเป็นเพราะกำลังเรียบเรียงผังรายการจากสถานีให้เราดู

 

เสียง

 

เป็นถึงทีวีรุ่นสูงทั้งที จะให้ทำเสียงอู้อี้ออกมาก็กระไรอยู่ หลังจากที่ได้เปิดแผ่นคอนเสิร์ตของป๋า Elton John ดูแล้วไล่โหมดเสียงต่างๆ ไปเรื่อย สิ่งเดียวที่ผมแนะนำและเห็นว่าดีที่สุดสำหรับคนที่ไม่ชอบอะไรหวือหวาคือโหมด Standard ครับ เพราะมันจะให้เสียงที่เป็นธรรมชาติและมีความดังอยู่ในระดับที่ดีอยู่แล้วสำหรับแอลอีดีทีวี ไม่จำเป็นจะต้องปรุงด้วยค่า Preset อื่นๆ แต่หากชอบก็สามารถทำได้ตามเมนูที่ได้เปิดให้ชมด้านบนครับ อ้อ อย่าลืมเลือก Scene ให้ตรงกับการวางทีวีของคุณด้วยนะครับ เพื่อที่ตัวทีวีจะได้ทำการปรับรูปแบบการยิงเสียงออกมาให้เหมาะสม

 

 

เพิ่มเติม

แต่ก่อนเดิมที TCL นั้นได้ชื่อว่าเป็นเจ้าพ่อแห่งสารพัดลูกเล่นอยู่แล้ว ไม่ว่าจะรุ่นเล็กรุ่นใหญ่มักจะมีของมาให้เราได้ทดลองอยู่ตลอดๆ สำหรับ H9600 ตัวนี้ที่ต้องบอกว่าเป็นถึงทีวีรุ่นท็อปของไลน์อัพปี 2015 ทาง TCL เลยจับยัด Android 4.2 มาให้แบบไม่มีกั๊ก รวมไปถึงได้จับมือกับนักพัฒนาเกมเพื่อออกแอปพลิเคชั่นสำหรับรันบนทีวีมากมาย มาตามดูกันเลยครับ

 

เมื่อกดปุ่ม Home ก็จะถูกพามาหน้า Homepage ทีเป็นเหมือนปากทางไปสู่สารพัดฟีเจอร์ออนไลน์ภายในเครื่อง

 

ไม่รอช้าเราก็เข้าไปที่หน้ารวมแอปพลิเคชั่น แล้วกดเลือกเล่นเกมแนวสงครามที่ดูจริงจังสุดๆ ตัวเกมสามารถรันได้อย่างลื่นไหล อาจจะมีเฟรมเรตตกบางช่วงให้เห็น ทว่าโดยรวมแล้วไม่รบกวนอรรถรสเท่าไรนัก ยิ่งใช้ร่วมกับคอนโทรลเลอร์ หรือจอยเกมคอนโซล จะยิ่งสนุกขึ้นไปอีกครับ

 

นอกจากเกมยิงกันระเบิดตูมตามแล้ว ก็ยังมีแนวกีฬาล้ำๆ อย่าง Riptide GP ลงมาให้อีกด้วย นอกเหนือจากนี้เราก็สามารถเลือกดาวน์โหลดเกมอื่นๆ มาติดตั้งได้เหมือนกับสมาร์ทโฟนแอนดรอยด์ทั่วไป

 

แอปพลิเคชั่นสำหรับการรับชมทีวีออนไลน์ทั่วโลกก็มีให้เลือกใช้งานเหมือนกัน ประสิทธิภาพก็ขึ้นอยู่กับความเร็วอินเทอร์เน็ตบ้านและเซิฟเวอร์ที่ทำการสตรีมช่องรายการดังกล่าว

 

TCL nScreen แอปฯ ที่ใช้สำหรับควบคุมทีวีด้วยสมาร์ทโฟนจากทีวีรุ่นก่อนหน้า ก็ยังมีติดตั้งมาให้ในตัวนี้ รูปแบบการใช้งานก็ไม่ต่างจากเดิมมากครับ คือเชื่อมต่อทีวีและมือถือเข้ากับอินเทอร์เน็ตที่เดียวกัน แล้วก็เปิดแอปฯทั้งในโทรศัพท์และทีวี เท่านี้ก็พร้อมใช้งานแล้ว

 

สามารถโยนไฟล์เพลง, รูปภาพในโทรศัพท์มือถือ ขึ้นไปโชว์บนทีวีแบบไร้สายได้ทันที

 

สุดท้ายกับฟีเจอร์การอ่านไฟล์จาก External Harddisk สำหรับไฟล์เพลงนั้นทีมงานได้ทดลองกับ .mp3, .wav สามารถอ่านได้ปกติดี ส่วน .flac ที่บิตเรทสูงๆ ระดับ 24-bit / 192 kHz จะไม่สามารถอ่านได้ ส่วนไฟล์รูปภาพต่างๆ ถ้าเป็นนามสกุลมาตรฐานที่นิยมใช้กันตามเว็บไซต์อย่าง GIF, JPG หรือ PNG สามารถอ่านและแสดงผลได้ นอกจากนี้ยังเลือกให้เป็นพื้นหลังของหน้า Homepage ได้เช่นเดียวกัน

ส่วนไฟล์ Video ที่เป็นไฮไลท์สำคัญของฟีเจอร์นี้ บอกเลยว่าถ้าเป็น mkv ที่ไม่พิศดารจนเกินไป สามารถอ่านได้ลื่นไหลดี แม้ว่าจะเสียบกับฮาร์ดดิสก์ขนาด 1 TB ขณะทดสอบก็ตาม แต่ว่าการถอดรหัสซับไตเติ้ลแบบที่ฝังเข้าไปเองที่สามารถเปลี่ยนสีตำกับตำแหน่ง อาจจะต้องดูว่าทางคนฝังซับฯ ทำมาหวือหวาเว่อวังอลังก์เกินไปหรือไม่ เพราะทีวีเองก็มีขีดจำกัดของมันในการแบ่งพื้นที่บางส่วนมาให้ตัวถอดรหัส ฉะนั้นการจะให้อ่านซับไทยได้ทุกฟอนต์คงจะเป็นเรื่องยากของทีวีทุกตัวอยู่แล้ว

 

สรุป

สำหรับ TCL H9600 ตัวนี้นับว่าเป็นทีวี 4K ที่ให้ภาพอยู่ในเกณฑ์ที่ใช้ได้ สังเกตุจากอุณหภูมิสีที่เครื่องวัดออกมาค่อนข้างจะแตกต่างจากค่ามาตรฐานอยู่ระดับหนึ่ง ทว่าหากลองพิจารณาด้วยตาเปล่าแล้วจะพบว่าตัวภาพไม่ได้ดูเลวร้ายอย่างที่ตัวเลขจากเครื่องวัดได้ฟ้องออกมา โดยรวมยังคงเป็นทีวีที่อัดแน่นไปด้วยสารพัดฟีเจอร์ตามสไตล์ TCL เช่นเคย ที่สำคัญคือราคาไม่แรงจนเกินไปแต่ได้จอโค้งและภาพความละเอียดแบบ Ultra HD ซึ่งจะได้เปรียบเรื่องความคมชัดในการรับชมภาพยนตร์แบบ Full HD  อันเนื่องมาจากจำนวนเม็ดพิกเซลที่มากกว่านั่นเอง

 

 

คราวนี้มาพูดถึงพัฒนาการของตัวทีวีจากปีที่แล้วซึ่งผมได้เคยให้โจทก์ทาง TCL ไว้ พอได้ทดสอบทีวีตัวนี้ก็พอจะสัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลงบางอย่างในทิศทางที่ดีขึ้น การใส่ใจในรายละเอียดต่างๆ เริ่มมีให้เห็นในงานดีไซน์อย่างเช่นตัวทีวีและรีโมท ที่ดูเข้าใจง่าย(แต่กดยากไปนิด) ก็ต้องขอชมว่าเริ่มที่จะมาถูกทางแล้ว ตัวฮาร์ดแวร์ภายนอกสอบผ่านแล้ว เหลือก็แค่ซอฟต์แวร์หลักอย่างประสิทธิภาพของภาพ ถ้าได้มีการพัฒนาให้เข้าใกล้มาตรฐานมากขึ้น หรือปรับเมนูในตัวเครื่องให้ใช้ง่ายและเข้าถึงได้ภายในไม่กี่ขั้นตอน จะช่วยเสริมให้ทีวีแบรนด์นี้ตีคู่เข้ามาเป็นหนึ่งในตัวเลือกสำคัญของผู้บริโภคได้ในไม่ช้าครับ

ข้อดี
– งานดีไซน์จอโค้งสวยงาม การประกอบแข็งแรงและดูมั่นคงกว่าแต่ก่อน
– การแสดงผลภาพดีขึ้นและเริ่มจะใกล้ระดับมาตรฐานมาเรื่อยๆ
– ตัวเครื่องสามารถอ่านไฟล์ 4K บางชนิดได้ทันทีจาก External Harddisk เป็นสัญญาณว่าในอนาคตอาจจะไม่ต้องพึ่งเครื่องเล่นเลยก็ได้
– ฟีเจอร์ Android ที่ช่วยให้เราสามารถเพลินไปกับแอปพลิเคชั่นมากมายหลายประเภท

ข้อเสีย
– ค่าเบื้องต้นจากโรงงานแถม Sharpness มาเยอะไปหน่อย ควรปรับลดให้เหลือ 0 ไปเลยเพื่อที่จะลดความหยาบกร้านให้น้อยลง
– รีโมทแม้จะอ่านทำความเข้าใจง่าย แต่ปุ่มกดยากไปนิดนึง
– ตัวฟีเจอร์ Android บางส่วนยังทำงานได้ไม่ 100% อย่างตอนทดสอบเล่นเกมเราจะไม่สามารถใช้รีโมทบังคับอะไรได้ ยกเว้นออกจากเกมอย่างเดียว
– หน้าตาเมนูในเครื่องไม่ค่อยสวย นอกจากนี้ยังหน่วงเล็กน้อย ไม่ควรกดหลายอย่างในเวลาเดียวกัน

Sample Image Gallery

SPRING SUMMER LOOKBOOK

Sample Block Quote

Praesent vestibulum congue tellus at fringilla. Curabitur vitae semper sem, eu convallis est. Cras felis nunc commodo eu convallis vitae interdum non nisl. Maecenas ac est sit amet augue pharetra convallis.

Sample Paragraph Text

Praesent vestibulum congue tellus at fringilla. Curabitur vitae semper sem, eu convallis est. Cras felis nunc commodo eu convallis vitae interdum non nisl. Maecenas ac est sit amet augue pharetra convallis nec danos dui. Cras suscipit quam et turpis eleifend vitae malesuada magna congue. Damus id ullamcorper neque. Sed vitae mi a mi pretium aliquet ac sed elitos. Pellentesque nulla eros accumsan quis justo at tincidunt lobortis deli denimes, suspendisse vestibulum lectus in lectus volutpate.
Prev post
Next post

Leave a comment

All blog comments are checked prior to publishing

Thanks for subscribing!

This email has been registered!

Shop the look

Choose options

Have Questions?
Back In Stock Notification
is added to your shopping cart.

Choose options

this is just a warning

รีเซ็ตรหัสผ่าน

กรุณากรอกอีเมลที่คุณเคยลงทะเบียนไว้