ประดิษฐกรรมจอภาพ !!! รีวิว Samsung PS64F8500 Plasma TV ระดับจุฑาเทพ [2013]

ในขณะที่กระแส LED TV แรงขึ้นทุกวันจนฉุดไม่อยู่ ทำให้กระแส Plasma TV นั้นหดหายไปตามกาลเวลา วิเคราะห์จากยอดขายของ LED / LCD เทียบกับ Plasma TV จากเดิมเมื่อ 4-5 ปีที่แล้วอยู่ประมาณ 5:1 เครื่อง ณ. ตอนนี้ในช่วงปี 2012-2013 ได้กลายเป็นประมาณ 12:1 เครื่องไปเรียบร้อยแล้ว อย่างไรก็ดีมันก็ยังมีกลุ่ม “แฟนพันธุ์แท้” ของ Plasma TV ให้การสนับสนุนทีวีประเภทนี้อยู่เรื่อยมาเนื่องด้วยข้อดีหลายประการที่ LED / LCD มิสามารถเทียบเคียงได้ เช่นแนวภาพที่นุ่มนวลเป็นธรรมชาติจึงดูแล้วสบายตาเป็นต้น ประจวบเหมาะผมมีโอกาสได้บินไปงาน Samsung Forum ที่ประเทศอินโดนิเซียเมื่อต้นปีที่ผ่านมา ได้เห็นทีวีรุ่นใหม่ปี 2013 ของ Samsung ก่อนใครเพื่อน กวาดสายตามองๆ+ถ่ายรูปทำข่าวไปก็ไป “สะดุดรัก” เข้ากับ Plasma TV จอใหญ่ขนาด 64″ ดีไซน์เฟี้ยวเงาะโดยใจวัยโจ๋ แถมยังมีการตั้ง “เปรียบเทียบ” กับ Plasma TV รุ่นทั่วไป ซึ่งเจ้ารุ่น PS64F8500 ตัวนี้ก็สามารถแสดงความดำได้ “ดำสุดใจ” กว่าหลายเท่าตัว ยิ่งเปิดคอนเทนต์ฉากหลังสีดำแล้วยิ่งเป็นการพิสูจน์ให้เห็นกับตาเลยว่ามันคือ Plasma TV ที่แสดงสีดำได้ดีที่สุดเท่าที่ Samsung เคยผลิตออกมา ! เมื่อกลับมาเมืองไทยก็ได้มีโอกาสยลโฉมเจ้า PS64F8500 อีกถึง 2 ครั้งในงานเปิดตัวทีวี 2013 ของ Samsung ประเทศไทยเอง ซึ่งก็สร้างความประทับใจไปอีกรูปแบบหนึ่งเพราะคราวนี้ได้ลองมองเปรียบเทียบภาพกับพวก LED TV แล้วแอบแลเห็นถึงระดับความสว่างของเจ้า F8500 ที่ทำให้ LED TV หลายๆตัวอายม้วนกันไปข้างเลย ยิ่งตอกย้ำจิตใจว่าผมจะต้องรีวิวทีวีตัวนี้ให้จงได้ !

Samsung PS64F8500 ราคาเปิดตัว 99,990 บาท

ภาพจากตอนไปงาน Samsung Forum 2013 ที่อินโดนิเซีย แล้วเห็น F8500 (ซ้ายบน) เทียบกับพวก Plasma TV ทั่วไป
Samsung : PS64F8500
ราคา 99,990 บาท
ดีไซน์
* ดีไซน์แบบ Metal Titan Black เอกสิทธิเฉพาะของซัมซุง สะท้อนถึงความหรูหรา สง่างาม
หน้าจอบางเฉียบแบบ Ultra Edge Slim
ภาพ
* เทคโนโลยี 3D HyperReal Engine ช่วยเพิ่มคุณภาพและความคมชัดของภาพเพื่อที่สุดของประสบการณ์มันส์ ทะลุจอ
* จอภาพแบบ Full HD ความละเอียดภาพระดับ 1920×1080 จุด
* เทคโนโลยี 2D to 3D Conversion เปลี่ยนรายการทีวีธรรมดาในระบบ 2D เป็น 3D ได้ทันที
* Wide Color Enhancer Plus ให้ภาพมีความสดใน สวย สมจริงเป็นธรรมชาติ
* Digital Noise Filter ลดสัญญาณรบกวน เพื่อให้ได้ภาพที่ชัดเจนตลอดเวลา
* Real Black Pro Filter อีกระดับของมิติภาพที่คมชัดและไม่มีแสงสะท้อนรบกวน แม้ชมในที่สว่าง
* จอภาพดำสนิทแบบ Clear Image Panel ช่วยให้ภาพมีมิติสมจริงด้วย Mega Contrast Ratio
* แสดงภาพเคลื่อนไหวได้ราบรื่น ต่อเนื่อง ด้วยเทคโนโลยี 600Hz subfield motion
* แสดงภาพเสมือนดูจากโรงภาพยนต์ด้วย เทคโนโลยี Cinema Smooth
เสียง
* ระบบเสียง Dolby Digital Plus และ SRS TheaterSound จำลองเสียงรอบทิศทางเสมือนได้เข้าไปอยู่ในเหตุการณ์
* ลำโพงพลังเสียงรวม 20 วัตต์ (RMS ) (10W + 10W)
* ส่งสัญญาณเสียงแบบ DTS 2.0 ผ่านช่องต่อ Optical เพื่อเชื่อมต่อชุดเครื่องเสียงภายนอก เพื่อตอบสนองความต้องการระบบเสียงที่สมบูรณ์แบบ
การต่อเชื่อม
* ช่องต่อ HDMI x 4 เพื่อการเชื่อมต่อระบบภาพและเสียงแบบ Digital 100%
* ช่องต่อ USB (Movie HDD) x 3 รองรับไฟล์ ภาพ เพลง และ ภาพยนต์
* ครบครัน ด้วยการเชื่อมต่อแบบ AV x 1 , DVD Component x 1
* รองรับการส่งสัญญาณเสียงออกแบบ Digital ผ่านช่องต่อ Optical Output
ฟังค์ชั่นเสริม
* Smart Interaction ระบบสั่งงานอัจฉริยะ ด้วยเสียงและท่าทาง
* ระบบ SMART HUB นำคอนเทนต์ต่างๆมารวมไว้บนหน้าจอเพื่อประสบการณ์การรับชมทีวีที่ไร้ขีดจำกัด ด้วยฟังก์ชั่น Web Browser, Social TV, Search All และ Your Video
* ระบบ All Share รองรับการ แชร์ข้อมูลผ่านระบบ DLNA กับหลากหลายอุปกรณ์ ไม่ว่าจะเป็น Notebook, เครื่องเล่น MP3, หรือกล้องดิจิตอล
* Wifi Built in รองรับการเชื่อมต่อโลกออนไลน์แบบไร้สาย
* ระบบ ภาพซ้อนภาพ (PIP) 1 จูนเนอร์
* รองรับเมนูภาษาไทย (Thai OSD)
* ประหยัดไฟมากกว่า 40% ด้วยเทคโนโลยีประหยัดพลังงานและ Eco Sensor
ดีไซน์
ดีไซน์ของ Samsung Plasma TV PS64F8500 มีความแตกต่าง..อย่างมีสไตล์ ซึ่งทาง Samsung เองก็ใช้คำว่าเจ้า F8500 นี้คือ “ประดิษฐกรรม” ที่รังสรรค์มามิใช่เพียงแค่เป็นทีวีเอาไว้รับชมเท่านั้น…ทว่ายังถือว่าเป็นเครื่องประดับบ้านชิ้นหรูไปในตัวด้วย ดีไซน์ Metal Titan Black กรอบทีวีเป็นโลหะสีดำอมเทานิดหน่อย มีกล้องเว็บแคมแบบป็อปอัพอยู่บนตัวเครื่อง เอานิ้วกดลงไปมันจะเด้งขึ้นมาเอง ส่วนฐานตั้งโค้งเว้าแบบ Magnum Design วัสดุเป็นโลหะพรีเมี่ยมทั้งดุ้นให้ความรู้สึกมั่นคงแข็งแรงมาก ตัวเครื่องด้านข้างเป็นแถบโครเมี่ยมมีความบางที่กำลังดี ส่วนด้านหลังมีแผ่นหลังอันเรียบง่าย มีรูตะแกรงไว้คอยระบายอากาศ มีช่องเสียบสาย AC แบบปลั๊ก 3 ขา ถอดเปลี่ยนหรืออัพเกรดสายไฟได้ ที่พลาดไม่ได้คือ Slot เอาไว้ใส่ Evolution Kit เผื่อการอัพเกรด Smart TV ปี 2013 ให้มีสเป็คและฟีเจอร์เทียบเท่าตัวในอนาคตอย่างปี 2014-2015 อีกจุดหนึ่งที่น่าสนใจคือปุ่มกด Hard Button ด้านหลังมุมซ้ายล่างของเครื่อง ซึ่งทำมาในรูปแบบของ “คันโยกจอยสติ๊ก 4 ทิศทาง” ปรับเพิ่มลดโวลุ่ม เปลี่ยนช่อง เปลี่ยนอินพุท รวมถึงเข้าสู่เมนูลึกๆต่างๆได้ง่ายขึ้น เป็นไอเดียที่เก๋ไก๋ต่อยอดมาจากรุ่นที่แล้วในปีที่ผ่านมา (ดีกว่าให้ปุ่มดำๆทื่อๆมา 6-7 ปุ่มหลายเท่า) ให้แว่น 3 มิติแบบ Active มา 4 อัน น้ำหนักเบา ใส่สบาย ถือว่าเป็นการพัฒนาในทางที่ดีของแว่น Active ส่วนรีโมทคอนโทรล Touch Pad แบบพิเศษให้มา 1 อันซึ่งเจ้าตัวรีโมทก็รองรับการสั่งงานด้วยเสียงหรือ Voice Control ด้วยเช่นกัน

หน้าตรงของ Samsung PS64F8500

ขาตั้งโค้งเว้าแบบ Magnum Design

เปรียบดั่งง “ประดิษฐกรรม” ชิ้นงาม

ฐานตั้งเป็นโลหะ แข็งแรง+สวยงาม เสียดายปรับหมุนซ้ายขวาไม่ได้

กล้องเว็บแคมแบบ “ป็อปอัพ” เอานิ้วกดแล้วมันจะเด้งดึ้งขึ้นมาเอง

ความบางตัวเครื่องกำลังดี แต่น้ำหนักเยอะพอตัว (เพราะวัสดุโลหะและจอกระจก) ตอนยกขึ้นชั้นวางทดสอบต้องใช้คนซัก 2-3 คนเพื่อความชัวร์ ^ ^

ขาตั้งโค้งเว้าสมดุลทั้งด้านหน้าและด้านหลัง พอมามองด้านข้างแบบนี้เลยเข้าใจเลยว่ามันคือ “ศิลปะ” !

แผ่นหลังเรียบๆ พร้อมรูตะแกรงระบายอากาศตามสไตล์ Plasma TV

ด้านหลังมีช่องเสียบสายไฟแบบ IEC 3 ขา สามารถถอดอัพเกรดสายไฟได้เด้อ !

ปุ่มกดแบบ “คันโยกจอยสติ๊ก” อเนกประสงค์ จะเปิด/ปิดทีวี เพิ่ม/ลดโวลุ่ม เปลี่ยนช่อง เข้าเมนูลึกๆ ก็ทำได้ง่ายด้วยปุ่มนี้ปุ่มเดียว

รีโมท Touch Pad แบบพิเศษใช้งานแบบเลื่อน Swipe ด้วยนิ้วโป้ง และยังรองรับคำสั่งเสียง Voice Control โดยการกดปุ่มรูปไมโครโฟน

แว่น 3D แบบ Active Glasses ดีไซน์โฉบเฉี่ยว น้ำหนักเบาโหยง จัดได้ว่าดูดีมีชาติตระกูลที่สุดในบรรดาแว่น Active ด้วยกัน
ภาพ
คุณสมบัติด้านภาพของ Samsung PS64F8500 จัดมาเต็มสูบ เริ่มจากหน้าจอแบบใหม่ Super Contrast Panel ให้ความสว่างได้ดีเยี่ยม พร้อมกับฟิลเตอร์ Real Black Pro ช่วยเสริมสีดำให้ดำลึกมีมิติมากยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นจุดเด่นของ Plasma TV ระดับพรีเมี่ยม ใช้ชิพประมวลผลภาพ 3D Hyper Real Engine หน้าจอความละเอียด Full HD 1920 x 1080 มีระบบ 3D แบบ Active พร้อมฟีเจอร์ 2D to 3D Conversion ว่าแล้วมาชมการทดสอบกันเลยดีกว่า
โหมดภาพสำเร็จรูป : Picture Mode
Samsung เองมีโหมดภาพสำเร็จรูปให้มาอาจจะไม่ค่อยเยอะเท่าไหร่ แต่ถือว่าเพียงพอกับการใช้งานหลักๆอย่างครบถ้วน อาทิเช่นโหมด Dynamic / Standard / Relax / Movie โดยโหมด Movie จะแสดงอุณหภูมิสีได้ใกล้เคียงกับค่าอ้างอิงมากที่สุด จึงเป็นโหมดที่ถูกเลือกเพื่อนำมาปรับภาพเชิงลึกต่อไป ซึ่งตัวทีวีเองก็ให้ฟีเจอร์การปรับภาพขั้นสูงอย่างละเอียดมาให้จึงปรับได้ทั้ง White Balance และ Color Management System (CMS) ก่อนปรับภาพในโหมด Movie ภาพที่ได้ค่อนข้างเป็นที่น่าพอใจมากอยู่แล้ว อาจจะติดอมแดง+รายละเอียดในที่มืดยังไม่แจ่มแจ้งมากนัก แต่พอปรับภาพเสร็จให้แสงสีอยู่ในเกณฑ์ดีเยี่ยมมาก แถมยังมีระดับความสว่างที่เลิศศศศศ (ไม่แพ้ LED TV) ซึ่งจัดได้ว่ามีความสำคัญมากถึงมากที่สุดในทางปฏิบัติหากเอามารับชมจริงๆในห้องนั่งเล่นหรือห้องรับแขกในบ้านของเรา
หมายเหตุ : มี Sport Mode ซ่อนอยู่ในเมนู Smart Feature ด้วย จะปรับโหมดภาพและเสียงให้เป็น Stadium

โหมดภาพสำเร็จรูปโหมด Movie ให้ค่า White Balance ที่ 7000K ใกล้เคียงกับค่าอ้างอิง 6500K มากที่สุด จึงใช้โหมดนี้ปรับภาพเบื้องลึกและทำการทดสอบ
| Samsung PS64F8500 Plasma TV | |||
| Picture Mode | CCT | Gamma | Luminance |
| Dynamic | 13791 | 0.99 | 65 |
| Standard | 9366 | 2.09 | 61 |
| Relax | 8884 | 2.15 | 33.1 |
| Movie | 7084 | 2.41 | 52.2 |

Pre-Calibration ก่อนปรับภาพ โหมด Movie ค่า RGB Balance (White Balance) อยู่ในระดับพอใช้ได้ถึงแม้จะติดน้ำเงินไปนิด ส่วน CMS ขอบแขตการแสดงสีของแม่สีหลักและรองถือว่าดีพอตัวเลยสำหรับโหมดภาพสำเร็จรูป

Post-Calibration หลังปรับภาพเสร็จ ค่า RGB Balance (White Balance) และ CMS ดีขึ้นมาก แสงสีจริงๆก็อยู่ในเกณฑ์ยอดเยี่ยมเช่นกัน ตัวนี้ปรับภาพง่ายดีใช้เวลาไม่นาน

ค่าปรับภาพต้องขอหมายเหตุว่าใช้อ้างอิงได้เฉพาะตัวที่ทีมงานทดสอบเท่านั้นครับ

หากเลือกโหมด Movie ให้งานแล้ว ก็ให้ปรับสัดส่วนภาพ Picture Size เป็น “Screen Fit”
ทดสอบภาพ 2 มิติ
เชื่อไหมครับ ! ว่าผู้ที่นิยมชมชอบ Plasma TV โดยส่วนใหญ่จะชื่นชอบและให้ความสำคัญ “แนวภาพ” เป็นหลักในการเลือกซื้อทีวี โดยไม่ค่อยยึดติดกับพวก “ลูกเล่น” หรือ “ของเล่น” ยิบย่อยเสียเท่าไหร่นัก โดย “แนวภาพ” ที่ว่านี้คือการที่ทีวีสามารถแสดงแสงสีได้นุ่มนวลเป็นธรรมชาติ มีความคมชัดทั้งคอนเทนต์แบบไฮเดฟและแบบธรรมดา สีดำดำสนิทไม่มีแสงรั่วฟุ้ง เป็นต้น ทดสอบด้วยโหมด Movie ภาพค่าแรกเริ่มถือว่าสวยระดับหนึ่งแล้ว แต่จะติดเรื่องภาพติดแดงนิดหน่อยกับรายละเอียดที่มืดยังไม่กระจ่างมากนัก จัดการ Calibrate ภาพไล่ตั้งแต่ Dynamic Range, White Balance และ Color Management System ให้ค่าแสงสีได้ถูกต้องแม่นยำ เริ่มทดสอบจากหนังอมตะที่ทางเว็บใช้อ้างอิงมาตั้งแค้ปีที่แล้วนั่นก็คือเรื่อง Journey 2: The Mysterious Island ความรู้สึกแรกที่ได้รับคือทีวี Plasma ตัวนี้ให้ภาพที่ “สว่างสู้แสง” ได้ดีมากเกินมาตรฐานทีวีประเภทเดียวกันกว่าช่วงตัว จากเดิมข้อจำกัดของ Plasma TV ซึ่งเป็นจอกระจกแล้วเจอแสงภายนอกรบกวนแล้วจะทำให้ภาพดร็อปลงไปกว่าครึ่ง จุดที่สองคือเรื่องของ “สีสันที่สดอิ่ม” ตัดกับ “พื้นหลังอันดำสนิท” จึงก่อให้เกิดมิติภาพเชิงลึกที่น่าประทับใจอย่างยิ่ง ฉากคุณพ่อแฮงค์ (The Rock) กำลังหาทางออกจากเมืองแอตเลนติส ใบหน้ามีความเอิบอิ่มเป็นธรรมชาติ สีของใบไม้อันเขียวขจีที่ดูเป็นเขียวที่ “หนักแน่น” สมจริง ไม่มีออกอาการติดโพลนหรือซีดแม้แต่น้อย ไม่ว่าจะดูในห้องสว่างหรือห้องมืด ในขณะที่ฉากตอนกลางคืนที่คุณพ่อแฮงค์เล่นอูคูเลเล่ขับกล่องสมาชิกผู้ร่วมเดินทางรวมถึงฉากขับเรือดำน้ำเตรียมหนีทะยานออกจากเกาะ สีดำที่ได้มีความมืดสงัดมาก จัดได้ว่าดีกว่ารุ่น E8000 ปี 2012 แบบเห็นความแตกต่างอย่างชัดเจน หรือหากจะให้เทียบกับพวก Plasma TV จอ HD Ready เจ้า F8500 ก็ยิ่งเห็นความแตกต่างอย่างมีนัยยะสำคัญ
ส่วนเรื่อง Avatar ซึ่งเป็นอีกเรื่องที่ไว้ใช้อ้างอิงได้อย่างดี ตัวหนังเป็น 16:9 เต็มจอ ในฉาก “ขี่นก” ทดสอบได้ทั้งสีสันและภาพเคลื่อนไหว ตัวละครอย่างพระเอกเจคของเรา สีผิวสีน้ำเงินอมฟ้าซึ่งความอิ่มของเม็ดสีนั้นส่งให้ตัวละครแลดูมีพลัง จังหวะนกบินโฉบเฉี่ยวก็ลื่นไหลเป็นธรรมชาติ ตัวช่วยเรื่องภาพเคลื่อนไหวอย่าง Motion Judder Canceller ในระดับต่ำๆก็ช่วยหล่อลื่นภาพได้อย่างดีไม่สูญเสียความเป็นธรรมชาติไปจนเกินพอดี (E8000 ปี 2012 ไม่มีฟีเจอร์นี้) บรรยากาศป่าแพนดอร่าช่วงกลางวันทั้งต้นไม้ใบหญ้าและพื้นผิวน้ำสีน้ำเงินก็สร้างความรู้สึก “เบิกบาน” สว่างชุ่มชื่นไปทั้งผืนแผ่นดิน ได้ฟีลอลังการงานสร้าง หากเป็นฉากตอนกลางคืนในป่า รายละเอียดในที่มืดอาจจะยังมีจมไปซักเล็กน้อยบ้างในบางฉาก ส่วนฉากที่โดดเด่นที่สุดคือฉากสีน้ำเงินเงาวับของแมงกะพรุนเรืองแสงตัดกับพื้นหลังสีดำก่อให้เกิดมิติ “ลุ่มลึก” + “โดดเด้ง” ในเวลาเดียวกัน
แล้วลองเปลี่ยนมารับชมหนังแอ็คชั่น Fast & Furious ทั้งภาค 3-4-5 ย้อนรอยหลังจากเพิ่งไปดูภาค 6 มา ผมย้อนดูอีกทีเพื่อความเข้าใจในเนื้อเรื่องว่าตกลง “ฮาน” ตายไม่ตายยังไง ? (อิอิ) ภาพเคลื่อนไหวในฉากที่ฮอบส์ (The Rock อีกแล้ว) ได้จับตัวโดมินิกและไบรอันขึ้นรถหุ้มเกราะเพื่อส่งตัวแต่มาโดนกลุ่มคนร้ายรองยิงปืนถล่ม ฉากต่อสู้ลื่นไหลเนียนตา ฉากยิงกันที่ทีวีสามารถช่วยสื่ออารมณ์จากรายละเอียดบนใบหน้าที่เปื้อนเหงื่อแถมโชกเลือดซึ่งเปี่ยมไปด้วยความเคร่งเครียดของทั้งฝั่งพระเอกและฝั่งผู้ร้าย จอใหญ่ขนาด 64″ ขยายขอบเขตการรับชมจากพวกขนาด 50″-55″ ได้มากโข ให้อารมณ์ที่สะเด่าขึ้นเป็นกอง

ความสว่างที่เตะตา สู้แสงได้ดีไม่แพ้ LED TV ยกระดับให้ Plasma TV สามารถรับชมในห้องนั่งเล่นที่ “ไม่จำเป็น” ต้องคุมแสงได้ 100% เหมือนแต่ก่อน ก้าวพ้นข้อจำกัดเดิมๆ และเป็นข้อได้เปรียบที่สุดของ Samsung PS64F8500 ตัวนี้

สามารถแสดงสีดำได้ดำสนิทกว่าที่เคย ยกเครดิตให้ Super Contrast Panel + Clear Image Panel ที่ช่วยยกระดับความสว่าง บรรจบกับฟิลเตอร์ Real Black Pro ที่ช่วยเสริมแกร่งให้การแสดงสีดำได้อย่างลงตัว

ถึงแม้ “สู้แสง” ได้ดีกว่า Plasma ตัวท็อปของอีกค่าย แต่ทว่า “การแสดงรายละเอียดในที่มืด” ยังเป็นรองอยู่นิดๆ (เรียกว่าสวนกันคนละหมัด)

Avatar ฉากขี่นกกับจอ 64″ ได้ภาพที่ใหญ่อลังก์เต็มเม็ดเต็มหน่วยดี ได้อารมณ์เบิกบานในป่าใหญ่ ระดับความสว่าง (สู้แสง) ดีเยี่ยม

ฉากต่อสู้มันส์หยดติ๋งใน Fast & Furious 5 ดูจอใหญ่ 64″ ในห้องสภาพแสงปกติแบบเปิดม่าน บ่องตงว่าภาพโดยรวม “เหนือกว่า” Plasma TV แทบทุกตัว หากแสงไม่จ้าจริง ไม่มีดร็อปจ้า

ดูการ์ตูนอนิเมชั่น Toy Story 3 ภาพเต็มจอ สีสันสดสวย แถมยังดูสบายตาสไตล์พลาสม่า

เล่นเกมส์กับ Plasma TV 64″ ภาพใหญ่จุใจ สีสวย และที่สำคัญได้ความสบายตา จ้องนานๆก็ไม่รู้สึกล้าสายตา
ทดสอบความดำ
“ความดำ” กับ “พลาสม่าทีวี” เป็นของคู่กันอยู่แล้ว แต่ถ้าจะพูดอย่างตรงไปตรงมาคงต้องเป็น “ความดำ” กับ “พลาสม่าทีวีระดับไฮเอนด์” ต่างหาก เพราะเดี๋ยวนี้หากเป็นรุ่นราคาระดับเริ่มต้นไปจนถึงระดับราคากลางๆการแสดงสีดำก็มิได้ดีเท่าที่ควร บางรุ่นยังเป็นสีเทาเข้มซะด้วยซ้ำ ซ้ำร้ายพวกจอภาพและฟิลเตอร์ก็แทบไม่ได้ช่วยลดแสงสะท้อนใดๆเลย Samsung PS64F8500 ก็จัดว่าเป็น Plasma TV ระดับ “หัวกะทิ” ซึ่งหากไปดูตามห้างร้านเจ้าตัวนี้ก็แสดงสีดำได้อย่างยอดเยี่ยมตั้งแต่ต้นอยู่แล้ว เลยขอพิสูจน์เพิ่มเติมอย่างเข้มข้นด้วยคอนเทนต์พระจันทร์ในคืนมืด ซึ่งปรากฏว่า F8500 ก็แสดงสีดำของพื้นท้องฟ้ายามค่ำคืนได้อย่าง “ดำสนิท” หากให้เปรียบเทียบก็ “ดำกว่า” E8000 หรือ D8000 รุ่นเมื่อ 1 ปี และ 2 ปีที่แล้ว และจัดได้ว่าคู่คี่สูสีกับ Panasonic VT60 แบบหายใจรดต้นคอ จะต่างตรงที่ Panasonic VT60 แสดงรายละเอียดในที่มืดได้ดีกว่า ในขณะที่ Samsung F8500 จะมีระดับความสว่างที่มากกว่า จึงสู้แสงได้ดีไม่มีดร็อป !

แสดงสีดำได้ดำสนิทมาก เป็นทีวี Samsung ที่ “ดำที่สุด” เท่าที่เคยทดสอบมา บ่องตงเลยว่า LED TV สมัยนี้สู้ไม่ได้เลย

สีดำดำลึกก็จริง แต่ก็แอบกระทบเรื่องการแสดงรายละเอียดในที่มืดด้วยเล็กน้อย
หมายเหตุ : ผมได้ทำตารางเปรียบเทียบระหว่าง Samsung PS64F8500 และ Panasonic TH-55VT50 ซึ่งทั้งคู่เป็น Plasma TV ระดับสูง ซึ่งมีจุดได้เปรียบเรื่องภาพแตกต่างกันออกไป โดยตารางนี้จะถูกใส่ไว้ในรีวิวของทั้งคู่
| คุณภาพ | Panasonic TH-55VT60 |
SamsungPS64F8500 |
| ภาพ 2 มิติก่อนปรับภาพ (2D Pre-Calibration) | ดีมาก | ดี |
| ภาพ 2 มิติหลังปรับภาพ (2D Post-Calibration) | ดีมาก | ดีมาก |
| ความสว่าง (Panel Luminance) | ปานกลาง | ดีมาก |
| การสู้แสงและลดแสงสะท้อน (Anti-Reflection) | ปานกลาง | ดีมาก |
| รายละเอียดในที่มืด (Shadow Detail) | ดีมาก | ปานกลาง |

อัตราการกินไฟก็ประมาณ 300 Watts ในโหมด Movie หากเป็นโหมด Dynamic ก็จะดีดขึ้นไปสูงกว่านั้น หรือหากอยากประหยัดไฟหน่อยก็ไปที่ System / Eco Solution เพื่อเลือกโหมดประหยัดพลังงานในแบบต่างๆ

ทำ PIP (Picture In Picture) แบบปกติดูสองจอได้ด้วยนะ ในรูปคือ HDMI & ช่องทีวี
ทดสอบภาพ 3 มิติ
Samsung PS64F8500 ให้แว่น 3D แบบ Active มา 4 อัน ใช้แบตเตอรี่แบบเม็ดกระดุม รูปทรงโฉบเฉี่ยว ขาแว่นทรงสปอร์ต น้ำหนักเบา ใส่สบาย ทดสอบกับหนัง 3D แท้ๆเรื่อง Resident Evil : After Life ภาพสว่าง มิติลึก จังหวะที่อลิซ นางเอกขาโหดของเรากระโดดหมุนตัวและใช้ดาบคู่แทงศัตรูให้มิติเชิงลึก ตัวละครและวัตถุเป็นก้อน ยิ่งฉากที่นางเอกของเราปามีดเสียบหน้าผาก มิติภาพยิ่งส่งเสริมความดุดันเพิ่มอรรถรสการรับชมให้ดูจริงจังมากยิ่งขึ้น ต้องยอมรับว่าด้วยเทคโนโลยี 3 มิติทั้งตัวจอภาพและตัวแว่นมีการพัฒนาขึ้นกว่า 2-3 ปีที่ผ่านมามาก ภาพนิ่งขึ้น อาการ Crosstalk มีน้อยลงอย่างมาก แว่นซิงค์ง่ายและหลุดยาก ก็สรุปโดยรวมว่าคุณภาพภาพ 3 มิติของ F8500 อยู่ในเกณฑ์ดีเยี่ยม แนะนำการรับชมก็หากเป็นห้องมืดก็จะเหมาะสมกับแว่นประเภท Active และช่วยลดข้อจำกัดเรื่องแว่นกระพริบเมื่อเจอแสงภายนอกรบกวนได้เป็นอย่างดี

ภาพ 3 มิติแบบ Active อยู่ในเกณฑ์ดี มิติภาพจัดจ้าน ภาพคมชัด Crosstalk น้อยมาก แว่นน้ำหนักเบาใส่สบาย
เสียง
ระบบเสียงของ Samsung PS64F8500 ให้ลำโพงแบบ Down Firing ยิงเสียงลงล่าง มีกำลังขับ 10+10 Watts คุณภาพเสียงหนักแน่น แผ่กังวาน โดยเฉพาะเสียงความถี่ต่ำที่ทำให้เสียงจากจอทีวีมีความกระชุ่มกระชวยได้น้ำได้นวลมากขึ้น ทดสอบดูหนังเรื่อง Prison Break แค่แผ่น DVD สำหรับผมแล้วก็ถือว่าแฮปปี้กับคุณภาพเสียงแบบแอบอมยิ้มเล็กน้อยโดยที่ไม่ต้องพึ่งโฮมเธียเตอร์หรือลำโพงแยกเลย เสียงเพลงอินโทรขั้นระหว่างฉากให้ความตื่นเต้นปนลุ้นระทึกไปกับภารกิจการแหกคุกในภาค 3 ตอนคุกโซน่า ส่วนคอนเสิร์ต David Foster ขับร้องโดย Brian McKnight เสียงร้องมีความชัดเจน เวทีเสียงกว้างกว่าทีวีพวก 42″ 50″ แบบรู้สึกได้ ระดับโวลุ่มมีความดังที่จะครอบคลุมห้องนั่งเล่นใหญ่ๆได้ หากจะให้ตินิดหน่อยคือหากเร่งโวลุ่มเต็มแมกซ์อาจจะเกิดอาการพร่าบ้างเล็กน้อย

ทดสอบฟังเสียงกับคอนเสิร์ตของ David Foster คุณภาพเสียงใช้ได้เลย
ช่องต่อ
ช่องต่อของ Samsung PS64F8500 จัดเต็มมาสไตล์ทีวีตัวท็อป ทั้ง HDMI 4 ช่อง USB 3 ช่อง มีช่องเสียบสาย LAN รวมถึง WiFi Built-In ช่วงช่องต่อ Antenna สายอากาศก็รองรับ DVB-T2 เรียบร้อยแล้ว จะดูฟรีทีวีเป็นดิจิตอลหรืออนาล็อกก็ได้ทั้งคู่
อินพุตและเอาต์พุต
– Component In (Y / Pb / Pr) x 1
– Composite In (AV) x 1
– สัญญาณเสียงดิจิตอลออก (ออพติคอล) x 1
– อีเธอร์เน็ต (LAN) x 1
– HDMI x 4
– RF In (อินพุตภาคพื้นดิน / เคเบิล) x 1
– USB x 3 ช่อง
– IR Out x ใช่
– WiFi Built In

ช่องต่อด้านหลังของ Samsung PS64F8500

ช่องต่อ USB รองรับไฟล์เพลงหลากฟอร์แมททั้ง .mp3 และ .wav

หนังไฮเดฟอย่าง .mkv ก็เล่นได้สบายบรื๋อ
เพิ่มเติม
Smart TV : ในปี 2013 นี้ฟีเจอร์ Smart TV ของ Samsung ก็มีการอัพเกรดทั้งเรื่อง Voice Control และ Motion Control ให้ล้ำมากยิ่งขึ้น อาทิเช่น Voice Control มีการเพิ่มชุดคำสั่งเข้ามาใหม่มากยิ่งขึ้น พร้อมกับ “Guideline ชุดคำสั่ง”ที่จะแสดงบนหน้าจอทันทีเมื่อเราพูดคำว่า “HI TV” เพื่อเป็นการเปิดใช้งาน Voice Control ที่จะคอยบอกว่าให้ “พูดอะไร” ==> “เพื่อเข้าสู่อะไร” จึงเป็นมิตรกับผู้ใช้งานยิ่งขึ้น สั่งได้ทั้งกับรีโมทคอนโทรลและกับตัวเครื่องทีวีเองเลยเฉกเช่นปีที่ผ่านมา ในขณะที่ระบบ Motion Control อัพเกรดให้เหนือชั้นขึ้นไปอีกระดับ ด้วยการรองรับคำสั่งแบบ “2 มือ” เช่นยกมือขึ้นคู่แล้วกำพร้อมกัน แล้วดึงเข้าดึงออก ก็จะเป็นการ ซูมเข้า-ซูมออก หรือจะบิดมือจากจากแนวนอนเป็นแนวตั้งก็เป็นการ Rotate รูป รวมถึงคำสั่งมือเดียวแบบใหม่อย่างเช่นการปัดมือไปทางซ้ายหรือขวา (เหมือนตบ) ก็เป็นการเลื่อนเปลี่ยนหน้าเมนูทั้งหน้า สุดท้ายคือการ “ยกนิ้งโป้ง” ขึ้นมาก็เป็นการสั่ง “กดไลค์” ในขณะที่เรากำลังเล่น Facebook อยู่ หรือหากกำลังดูคอนเทนต์อื่นๆอยู่ก็เป็นการบันทึกรายการนั้นๆลง Bookmark ผมยอมรับตามตรงว่าทีวีมัน “โคตรล้ำ” จนบางทีเราก็แอบเล่นฟีเจอร์ไม่หมดเหมือนกัน แต่ถ้าท่านไหนทำความคุ้นเคยกับมันได้แล้ว…รับรองว่ามันช่วยอำนวยความสะดวกในการใช้งานให้ท่านได้อย่างเจ๋งเป้งแน่นอน ส่วนแอพพลิเคชั่นต่างๆก็มีมาให้เยอะที่สุดในบรรดา Smart TV ด้วยกันทั้งแอพส์ไทยและเทศ ตลอดจนกล้องเว็บแคมแบบ Built-In แค่เอามือกดที่กล้องมันก็จะเด้งดึ๋งออกมาเองเลย จะใช้งานพวก Login ด้วยใบหน้า เล่น Skype หรือแม้กระทั่งถ่ายรูปก็ทำได้หมดจ้า ผมเลยขอรวบรวมแอพส์ที่น่าสนใจมารีวิวให้ได้ดูกันแบบพอเป็นกระษัย

หน้าหลัก Smart Hub แบบใหม่ปี 2013 หากใครใช้พวก ES8000 / E8000 แล้วยังเป็นหน้าแบบเก่าอยู่ ให้ลองไปซื้อ Evolution Kit มาอัพเกรดดู

หากจะโหลดแอพส์เพิ่มเติมก็ไปที่ Samsung Apps

กรุงเทพธุรกิจทีวี ข่าวสารเศรฐกิจและบ้านเมืองแบบสดๆ

Wongnai เป็นแอพแนะนำร้านอาหารอร่อยแบบเจาะลึก

Settrade ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย รีบมาเช็คกันว่าติดดอยไหม ?

Fitness แอพออกกำลังกาย

iGossipy ข่าวสารวงการบันเทิงและแวดวงฮอลีวูด เหมือนอ่านหนังสือ Gossip เลยว่างั้น

Web Browser ท่องเว็บไซต์บนจอทีวีขนาดยักษ์

เกมส์ฟันต้นไม้ ต้องไปโหลดแอพพิเศษของเกมส์ลง Smart Phone ก่อน แล้วใช้คู่กันเวลาเล่น ในที่นี้ใช้ Smart Phone เป็น “ขวาน” เพื่อฟัน “ต้นไม้” บนจอทีวี

พวกการ์ตูนอนิเมชั่นแบบสั้นก็มีให้ชมกันด้วย สีสวยคงถูกใจคุณหนูๆมิใช่น้อย

TSQUARE แสดงแผนที่และสภาพการจราจรแบบสดๆ

Facebook ขาดแอพนี้ไปเหมือนขาดใจเพราะ “เรื่องชาวบ้าน..คืองานของเรา” (ฮา)

หรือจะเล่น Social Media อย่าง Facebook และ Twitter ไปพร้อมกับรับชมทีวีก็ชิลชิล

แอพ WWE ค่ายมวยปล้ำระดับเทพ หากจะดูศึกใหญ่ประจำเดือน แบบ Pay Per View ราคาก็ 300 บาทขาดตัว หน้าปกเป็น Randy Orton เก็กหล่อซะด้วย

Explore 3D วีดีโอคอนเทนต์แบบ 3 มิติ เอาไว้ดู 3D ขำๆได้

หากทำนิ้วกด Like แบบนี้ ก็เป็นการบันทึกรายการนี้สู่ Bookmark หรือหากเป็นในหน้า Facebook ก็เป็นการ Like โพสท์นั้นๆ

หากใช้มือปัดไปทางซ้าย (Swipe) ก็เป็นการเลื่อนหน้าเมนูทั้งหน้า (แบบวืบ…วืบ) เหมือนเลื่อนหน้าจอมือถือ Smart Phone หรือ Tablet อย่างนั้นเลย

YouTube เวอร์ชั่นใหม่สำหรับ Smart TV อินเตอร์เฟสสวยเชียว

มีวีดีโอน่าสนใจเยอะแยะเต็มไปหมด

ดูรายการ LCDTVTHAILAND ON AIR ของเว็บซะเองเลย ได้โอกาสโปรโมทไปในตัว

เล่น Skype กับจอใหญ่ 64″ สะใจทั้งภาพและเสียง
สรุป
ข้อดี
1. ภาพสว่างสดใส สู้แสงได้ดีกว่า Plasma TV ตัวไหนๆ แทบไม่มีปัญหากับการรับชมในห้องนั่งเล่นปกติในประเทศของเรา
2. สีดำดำลึกกว่า Plasma TV รุ่นก่อนๆของ Samsung ทั้งหมด ก่อให้เกิดมิติภาพของวัตถุที่โดดเด้งกว่าใคร
3. ชุดคำสั่งของ Voice Control ทำให้การสั่งงานด้วยเสียง “ใช้งานได้จริง” กว่า Smart TV รุ่นก่อนๆ
4. กล้องเว็บแคม Built-In อเนกประสงค์ทั้ง Login ด้วยใบหน้าและเล่น Skype
5. มีแอพพลิเคชั่นมากที่สุดทั้งไทยและเทศ โหลดมาเก็บในเครื่องได้เยอะ
ข้อเสีย
1. การแสดงรายละเอียดในที่มืดยังไม่แจ่มแจ้งเท่าที่ควร
2. มุมมองแนวตั้งมีมืดลงไปหากไปดูใกล้ๆ
3. ขาตั้งปรับหมุนซ้ายขวาไม่ได้
4. Motion Control ถึงแม้มีการเพิ่มคำสั่งท่าทางใหม่ๆเข้าไป แต่ก็ยังมีตะขุกตะขักเวลาใช้จริงอยู่ดี
สรุป
Samsung PS64F8500 คือ Plasma TV ที่รวมข้อดีของ LED TV ที่สำคัญเข้าไปซึ่งก็คือเรื่องของความสว่างสดใสของภาพ สู้แสงภายนอกได้ค่อนข้างดี และก็ยังคงรักษามาตรฐานข้อดีของ Plasma TV ระดับไฮเอนด์อย่างการแสดงสีดำที่ดำสนิทเข้าไปอีกด้วย เติมเต็มความสมบูรณ์เรื่องภาพให้ก้าวข้อจำกัดเรื่องสภาพแวดล้อมในการรับชม ด้วยขนาดของจอที่ใหญ่ถึง 64″ ทำให้การรับชมนั้นมันส์สะใจกว่า Plasma TV ขนาดปกติอย่างพวก 50″ 55″ เป็นไหนๆ ลูกเล่นอย่างพวก Motion Control และ Voice Control ในเวอร์ชั่น 2013 ก็พัฒนาในทางที่ดีขึ้น ทั้งการรับคำสั่งเสียงและท่าทางที่มีความหลากหลายมากยิ่งขึ้น ช่วยอำนวยความสะดวกได้ไม่น้อยในการควบคุมสั่งงาน Smart TV ก็สรุปได้ว่า PS64F8500 คือ Plasma TV ระดับ “หัวหอก” ที่มาครบทั้งคุณภาพยันลูกเล่นพร้อมทั้งระดับราคาที่เอื้อมไหวสำหรับทีวีขนาดใหญ่เยี่ยงนี้ จึงต้องขอยกให้เป็นทีวีที่ “ดีที่สุด” ของ Samsung นับแต่อดีตถึงปัจจุบัน